กรมหม่อนไหมแนะเทคนิคการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในหน้าหนาว

กรมหม่อนไหมแนะนำเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในฤดูหนาว ควรปลูกพืชคลุมดินให้ต้นหม่อนเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำจากดิน และเลี้ยงไหมให้เหมาะสมตามสภาพอากาศและความชื้น

นายสันติ กลึงกลางดอน รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ในช่วงหลังจากหมดฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ที่ประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็น ซึ่งมีสภาพอากาศแห้งแล้ง ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในบางพื้นที่ อาจจะประสบปัญหาต้นหม่อนขาดน้ำ เนื่องจากดินที่ปลูกหม่อนขาดความชื้น ต้นหม่อนมีการคายน้ำมาก ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ปริมาณใบหม่อนที่ได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงไหมและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรจึงควรหมั่นดูแลแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ โดยใส่อินทรียวัตถุและปุ๋ยคอกในแปลงหม่อนเพื่อให้ดินร่วน น้ำสามารถซึมลงผิวดิน และซับน้ำไว้ได้ดี ใช้วัสดุคลุมผิวดินเพื่อรักษาความชื้น ป้องกันความร้อนจากแสงแดด อาทิ ฟางข้าว เปลือกถั่ว ซังข้าวโพด แกลบดิบ เป็นต้น

ส่วนการให้น้ำ ควรให้น้ำต้นหม่อนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยวิธีเปิดร่องปล่อยน้ำเข้าแปลง หรือการใช้ระบบน้ำหยดในแปลงหม่อน ในกรณีที่เกษตรกรมีแหล่งน้ำและสามารถให้น้ำได้ ควรให้น้ำแปลงหม่อน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ควรทำแนวป้องกันไฟรอบๆ แปลงหม่อน และควรหมั่นสำรวจแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และถ้าพบการระบาดของโรคต่างๆ ให้เก็บใบและตัดกิ่งหม่อนที่เกิดโรคเผาทำลายทิ้ง เพื่อป้องกันการระบาดของโรค

สำหรับการเลี้ยงไหมในฤดูหนาวนั้น รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า สภาพแวดล้อม อย่างเช่นอุณหภูมิและความชื้น เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของหนอนไหม ดังนั้น เกษตรกรควรเลี้ยงไหมให้เหมาะสมตามสภาพอากาศและความชื้น โดยในสภาพอากาศเย็นและความชื้นต่ำ ให้นำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งในห้องเลี้ยงไหมและวางกะละมังหรือถังที่มีน้ำสะอาด เพื่อเพิ่มอุณหภูมิและความชื้นให้สูงขึ้น ปิดหน้าต่างและประตูหรือคลุมห้องเลี้ยงไหมให้มิดชิด และใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดคลุมใบหม่อนเพื่อไม่ให้แห้งเกินไป

แต่หากสภาพอากาศเย็นและความชื้นสูง ให้นำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งไว้ในห้องเลี้ยงไหมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น การให้ปริมาณใบหม่อนที่ใช้เลี้ยงในแต่ละมื้อควรให้พอดีหรือใกล้เคียงกับความต้องการของหนอนไหม ถ่ายมูลไหมและเศษใบหม่อนที่เหลือออกทิ้งให้บ่อยขึ้น โรยแกลบเผาหรือปูนขาวแห้งช่วงไหมนอนและเก็บใบหม่อนในสภาพที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีและไม่อับชื้นเพื่อลดความชื้นด้วย

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ผ่านไปอีกหนึ่งงานใหญ่ของพี่น้องเรา นั่นคืองาน 32 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน “ไม้ผลพารวยยุค 5G” จัดที่ห้องประชุมใหญ่สำนักพิมพ์ข่าวสด แค่หน้างานก็อลังการแล้วครับ มีขนม น้ำมะพร้าวเฉาะสดๆ กล้วยหอม แตงโม ให้ได้ชิมกัน รวมถึงเส้นหมี่ คู่มือการเกษตร กระทั่งโดรนที่พร้อมใช้งานการเกษตร

งานนี้ทั้งพี่น้องสื่อมวลชน ท่านผู้มีอุปการคุณ ท่านผู้อ่าน รวมถึงแขกรับเชิญมาร่วมงานกันมากมาย ขอขอบคุณทุกท่านครับ ไฮไลต์ของงานนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผลไม้ที่มีมูลค่าและมีทิศทางการตลาดที่ดี เช่น มะพร้าว กล้วยหอม ทุเรียน การเจริญเติบโตในตลาดต่างประเทศมีมากขึ้น ผลการตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีมากๆ

พูดถึงผลไม้ ชื่อต้นๆ ที่ผมนึกถึงคือ ฝรั่ง มะละกอ กล้วย เพราะเป็นไม้ผลที่ใช้เวลาปลูกไม่นาน เพียงไม่ถึงปีก็ได้ผลผลิต ตลาดให้การตอบรับที่ดี ผู้บริโภครู้จักและได้ผลผลิตต่อเนื่อง ปลูกครั้งเดียวดูแลดีๆ ก็ให้ผลผลิตได้นาน มีมูลค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นเสมอ

ผมเองก็เคยนำเสนอสวนของเพื่อนๆ มาให้ได้รู้จักกันหลายสวน แต่ละสวนก็มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ผลผลิตหลากหลายสายพันธุ์ การจัดการแต่ละสวนก็มีทั้งเหมือนและต่างกัน ปัจจุบัน สวนเหล่านั้นก็ยังคงเดินหน้าผลิตผลและกิ่งพันธุ์จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยเป็นที่ปรึกษาให้มือใหม่ได้หัดปลูก จนประสบผลสำเร็จกันมากมาย

ผมรู้จักน้องอีกคน พยายามทบทวนว่ามาเจอกันในสายนี้ได้อย่างไร วันหนึ่งผมตามหาท่อนไม้หลุมพอ เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างให้คนอื่นๆ ได้เห็นในการชวนคนปลูกต้นไม้ให้กลายเป็นป่า เพราะไม้หลุมพอส่วนมากจะเจอทางใต้เท่านั้น

และก็ไปเจอคนนี้ คุณจิรศักดิ์ โคจีจุล หรือนามเรียกขานในแวดวงเกษตรว่า เชน เบอร์โทร. (081) 397-3513 หนุ่มราชภัฏ สาขาวิชาเครื่องกล จบมาแล้วก็มาเดินหน้าในงานที่พ่อสร้างไว้นั่นคือขายไม้แปรรูปต่างๆ ประกอบกับมีพื้นที่ว่างอยู่ 10 ไร่ ได้ปลูกกระถินณรงค์และกระถินเทพาเพื่อนำไม้มาใช้งาน ซึ่งไม้จำพวกอะเคเซียนี้ ใช้เวลาปลูกไม่นาน เพียง 5-7 ปี ก็ตัดมาใช้งานได้แล้ว

เมื่อตัดไม้ออก พื้นที่ก็ว่างเปล่า จะทำอย่างไรดีหนอ ใจหนึ่งก็อยากทำเกษตร แต่ด้วยสภาพดินในพื้นที่เป็นดินเหนียว ไม่รู้จะแก้อย่างไร ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร แม่จึงบอกว่า “คนเฒ่าคนแก่สอนมา อยากรวยให้ปลูกพร้าวปลูกหมาก อยากยากให้มีเมียสองคน”

“สรุปว่าอยากรวยหรืออยากยากครับ” “ตอนนั้นตอบยากพี่ ผมไม่รู้จะไปทางไหน แต่ใจชอบฝรั่ง ก็เลยเริ่มต้นกับฝรั่งกิมจู”

“เรียนรู้ยังไง หมายถึงเรามือใหม่ ต้องเริ่มต้นยังไงครับ”

“ดุ่มๆ เลยพี่ ซื้อกิ่งพันธุ์มาก็ปลูกเลย ตอนนั้นเชื่อมั่นว่าทำได้แน่ ศึกษามาเยอะ แบบว่าดูยูทูปมาเยอะครับ”

“ได้ผลดีไหมครับ”

“ตายเรียบเกือบหมดสวนครับ เจอรากเน่าไปทั้งแถบ มาแบบตั้งตัวไม่ทันแบบนี้ เล่นเอาท้อเลยพี่” หลังจากศึกษาจากหลายๆ ผู้รู้ ทั้งเรื่องการทำปุ๋ย ทำน้ำหมักจาก อาจารย์ธงชนะ และติดตามทางเฟซบุ๊กกับสวนฝรั่งหลายๆ ราย จนวันหนึ่งมาอ่านเจอเรื่องราวของ โจสวนฝรั่งโสด (สวนณัฐภัทร – เคยลงในเทคโนโลยีชาวบ้านแล้ว)

และ สวนกัญญาภัทร ซึ่งทั้งสองสวนก็ให้คำแนะนำที่ดี สร้างพลังใจให้กล้าลุยอีกครั้ง คราวนี้เล่นใหญ่กว่าที่คิด จัดฝรั่งลงปลูกอีกหลายสายพันธุ์ ทั้ง ฉางหงซิน แตงโม ชมพูพันธ์ทิพย์ เฟิ่นหงมี่ สุ่ยมี่ เจินจู ทดลองปลูก ดูแลตามคำแนะนำของสองที่ปรึกษาจนเริ่มติดผล เมื่อได้ชิมก็ชอบใจ โดยเฉพาะน้องก้อย (ภรรยา) บอกว่าชอบมาก แบบนี้ต้องขยายปลูกเพื่อการค้าอย่างจริงจัง

“ตอนนั้นคิดว่ายังไงครับ”

“ดีใจครับพี่ คิดว่าเรามาถูกทางแล้ว เราชอบ แฟนชอบ คนอื่นก็ต้องชอบเหมือนเรา คราวนี้คิดการใหญ่เลย” “คิดยังไงครับ”

“พื้นที่ผมแถบทางนครฯ ยังไม่เห็นมีสวนฝรั่งไส้แดงสายพันธุ์ไต้หวันมาปลูกเลย เราน่าจะปลูกอย่างจริงจัง” ประกอบกับในช่วงนั้นสวนจ่ามด ทดลองจำหน่ายผลฝรั่งไต้หวันไส้แดงสายพันธุ์หงเป่าสือ เชนก็ต้องขอทดลองด้วยโดยสั่งมาชิมจำนวน 4 กิโลกรัม แจกญาติพี่น้องชิมร่วมกัน และต่างลงความเห็นว่าอร่อย ตามคาดครับ จัดเต็มอีกครั้ง สั่งกิ่งตอนจากสวนจ่ามดมาลง คราวนี้เน้นหงเป่าสือเป็นหลัก เพราะทุกเสียงลงความเห็นแล้วว่าอร่อย จากฝรั่งหลายๆ สายพันธุ์ จำนวน 200 กว่าต้น ก็เป็นหงเป่าสือไป 100 ต้นไปแล้ว และมีกำหนดจะปลูกเพิ่มให้เต็มพื้นที่

“งานนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จเกินคาดนะ”

“สุดยอดเลยพี่ ตอนนี้ที่สวนเราก็เริ่มได้ผลผลิตแล้ว ผมให้ใครชิมก็บอกเหมือนๆ กันว่าอร่อยมาก”

“ถามสักนิด ทางใต้จะมีปัญหาเรื่องฝนตกชุกมากกว่าพื้นที่อื่น เราปลูกฝรั่ง รสชาติที่ได้เพี้ยนไปมากไหม”

“เรื่องฝนเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ครับพี่ ที่สวนจะเน้นทำปุ๋ยเอง ทำน้ำหมักเอง ผมทดลองชิมแล้วก็ไม่ต่างจากรสชาติที่เคยชิมนะครับ เรียกว่าตอนนี้ที่สวนผมเดินหน้าด้วยหงเป่าสือเป็นหลักกันเลย แต่สายพันธุ์อื่นๆ ก็มีอยู่เช่นกันครับ”

“มีขยายพันธุ์ไว้บ้างไหม”

“ทำกิ่งขายด้วยส่วนหนึ่งครับพี่ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังปลูกลงในสวนให้เต็มก่อน เราชิมแล้วชอบก็ปลูกให้เยอะๆ”

“อยากแนะนำมือใหม่อย่างไรไหมครับ”

“ใจชอบมาก่อนเลยพี่ จากนั้นก็ศึกษาหาความรู้ ปรึกษาผู้รู้ และหาสายพันธุ์ดีมาปลูก รับรองว่าจะไม่เจ็บเหมือนผม”

“ถามอีกครั้งตอนแรกที่เราคุยกัน อยากรวยหรืออยากมีเมียสองคนครับ”

ผมสังเกตเห็นเชนปรายตาไปมองคนที่นั่งข้างๆ พร้อมยิ้มเขินๆ

“ก้อยคนเดียวก็พอแล้วพี่ หากเลือกได้ก็อยากมีคนมาช่วยทำสวนฝรั่งมากกว่าครับ” ผมขอตัวเดินปลีกออกมาหลังจากพูดคุยกันเสร็จ เหตุการณ์ต่อจากนั้นให้เชนเป็นคนแก้ปัญหาเอาเอง ก็บอกแล้วไง ผมแค่คนจุดพลุ 555 สำหรับท่านที่สนใจอยากสอบถามหรืออยากเรียนรู้ ตอนนี้ที่สวนก็เปิดให้บริการแล้วครับ มีผลให้ชิม มีกิ่งจำหน่ายในราคาพิเศษสุด ที่สำคัญ ที่ร้านก็ยังเปิดจำหน่ายไม้แปรรูปและอุปกรณ์ก่อสร้างอยู่เช่นเดิมครับ

กรมวิชาการเกษตร ส่งมันเทศพันธุ์พิจิตร 2 ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแป้ง ปลื้มพันธุ์ใหม่ให้ผลผลิตสูง แป้งสูง แถมขนาดหัวใหญ่ตรงความต้องการโรงงาน เผยปี 62 ปั๊มยอดพันธุ์กว่า 5 แสนยอด ขยายผลปลูกต่อในพื้นที่เกษตรกรได้ถึง 27 ไร่

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันเทศเป็นพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของโลก ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้ง และใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล จะเห็นได้ว่ามันเทศเป็นทั้งพืชอาหารและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันเทศ ซึ่งพันธุ์มันเทศสำหรับเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม ต้องเป็นพันธุ์เนื้อสีขาว ให้ผลผลิตสูง และเปอร์เซ็นต์แป้งมากกว่าร้อยละ 10

เนื่องจากมันเทศที่เกษตรกรปลูกในปัจจุบันมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมันเทศเพื่อการบริโภคสด มีปริมาณแป้งค่อนข้างต่ำ และปริมาณน้ำตาลสูงไม่เหมาะสมที่จะนำไปผลิตเป็นแป้งมันเทศ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร จึงได้ทำการปรับปรุงพันธุ์มันเทศสำหรับอุตสาหกรรมแป้ง ตั้งแต่ปี 2554-2560 โดยปี 2554 ทำการผสมพันธุ์มันเทศ ใช้พันธุ์มันเทศเนื้อสีขาวสำหรับเป็นพ่อแม่พันธุ์ 9 พันธุ์ ปี 2555 ทำการคัดเลือกพันธุ์และคัดเลือกสายต้นที่ให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลกรัมต่อไร่ หัวมีขนาดใหญ่ เนื้อสีขาว ผิวเรียบ และน้ำหนักแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ปี

ปี 2556 ทำการเปรียบเทียบพันธุ์มันเทศ ปี 2557-2558 ทดสอบพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี และศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ปี 2559-2560 ทดสอบพันธุ์ในแปลงเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และในปี 2562 เสนอรับรองพันธุ์โดยคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เห็นชอบให้ตั้งชื่อมันเทศพันธุ์ใหม่นี้ว่า “มันเทศพันธุ์พิจิตร 2”

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มันเทศพันธุ์พิจิตร 2 มีลักษณะเด่นตามที่ต้องการ คือ ให้ผลผลิตสูงถึง 3,617 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์เกษตรกรซึ่งให้ผลผลิต 2,676 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตแป้ง 846 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์เกษตรกรซึ่งให้ผลผลิตแป้ง 624 กิโลกรัมต่อไร่ มีปริมาณขนาดหัวที่โรงงานต้องการสูงโดยมีขนาดหัวร้อยละ 86.2 ของน้ำหนักรวม

ในปี 2562 นี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร มีแปลงแม่พันธุ์พร้อมที่จะขยายยอดพันธุ์ต่อได้ตลอด โดยสามารถผลิตยอดพันธุ์ได้ถึง 150,000 ยอด ปลูกได้จำนวนพื้นที่ 27 ไร่ เกษตรกรที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร โทร.0-5699-0040

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ผ่านไปอีกหนึ่งงานใหญ่ของพี่น้องเรา นั่นคืองาน 32 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน “ไม้ผลพารวยยุค 5G” จัดที่ห้องประชุมใหญ่สำนักพิมพ์ข่าวสด แค่หน้างานก็อลังการแล้วครับ มีขนม น้ำมะพร้าวเฉาะสดๆ กล้วยหอม แตงโม ให้ได้ชิมกัน รวมถึงเส้นหมี่ คู่มือการเกษตร กระทั่งโดรนที่พร้อมใช้งานการเกษตร

งานนี้ทั้งพี่น้องสื่อมวลชน ท่านผู้มีอุปการคุณ ท่านผู้อ่าน รวมถึงแขกรับเชิญมาร่วมงานกันมากมาย ขอขอบคุณทุกท่านครับ ไฮไลต์ของงานนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผลไม้ที่มีมูลค่าและมีทิศทางการตลาดที่ดี เช่น มะพร้าว กล้วยหอม ทุเรียน การเจริญเติบโตในตลาดต่างประเทศมีมากขึ้น ผลการตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีมากๆ

พูดถึงผลไม้ ชื่อต้นๆ ที่ผมนึกถึงคือ ฝรั่ง มะละกอ กล้วย เพราะเป็นไม้ผลที่ใช้เวลาปลูกไม่นาน เพียงไม่ถึงปีก็ได้ผลผลิต ตลาดให้การตอบรับที่ดี ผู้บริโภครู้จักและได้ผลผลิตต่อเนื่อง ปลูกครั้งเดียวดูแลดีๆ ก็ให้ผลผลิตได้นาน มีมูลค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นเสมอ

ผมเองก็เคยนำเสนอสวนของเพื่อนๆ มาให้ได้รู้จักกันหลายสวน แต่ละสวนก็มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ผลผลิตหลากหลายสายพันธุ์ การจัดการแต่ละสวนก็มีทั้งเหมือนและต่างกัน ปัจจุบัน สวนเหล่านั้นก็ยังคงเดินหน้าผลิตผลและกิ่งพันธุ์จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยเป็นที่ปรึกษาให้มือใหม่ได้หัดปลูก จนประสบผลสำเร็จกันมากมาย

ผมรู้จักน้องอีกคน พยายามทบทวนว่ามาเจอกันในสายนี้ได้อย่างไร วันหนึ่งผมตามหาท่อนไม้หลุมพอ เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างให้คนอื่นๆ ได้เห็นในการชวนคนปลูกต้นไม้ให้กลายเป็นป่า เพราะไม้หลุมพอส่วนมากจะเจอทางใต้เท่านั้น

และก็ไปเจอคนนี้ คุณจิรศักดิ์ โคจีจุล หรือนามเรียกขานในแวดวงเกษตรว่า เชน เบอร์โทร. (081) 397-3513 หนุ่มราชภัฏ สาขาวิชาเครื่องกล จบมาแล้วก็มาเดินหน้าในงานที่พ่อสร้างไว้นั่นคือขายไม้แปรรูปต่างๆ ประกอบกับมีพื้นที่ว่างอยู่ 10 ไร่ ได้ปลูกกระถินณรงค์และกระถินเทพาเพื่อนำไม้มาใช้งาน ซึ่งไม้จำพวกอะเคเซียนี้ ใช้เวลาปลูกไม่นาน เพียง 5-7 ปี ก็ตัดมาใช้งานได้แล้ว

เมื่อตัดไม้ออก พื้นที่ก็ว่างเปล่า จะทำอย่างไรดีหนอ ใจหนึ่งก็อยากทำเกษตร แต่ด้วยสภาพดินในพื้นที่เป็นดินเหนียว ไม่รู้จะแก้อย่างไร ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร แม่จึงบอกว่า “คนเฒ่าคนแก่สอนมา อยากรวยให้ปลูกพร้าวปลูกหมาก อยากยากให้มีเมียสองคน”

“สรุปว่าอยากรวยหรืออยากยากครับ” “ตอนนั้นตอบยากพี่ ผมไม่รู้จะไปทางไหน แต่ใจชอบฝรั่ง ก็เลยเริ่มต้นกับฝรั่งกิมจู”

“เรียนรู้ยังไง หมายถึงเรามือใหม่ ต้องเริ่มต้นยังไงครับ”

“ดุ่มๆ เลยพี่ ซื้อกิ่งพันธุ์มาก็ปลูกเลย ตอนนั้นเชื่อมั่นว่าทำได้แน่ ศึกษามาเยอะ แบบว่าดูยูทูปมาเยอะครับ”

“ได้ผลดีไหมครับ”

“ตายเรียบเกือบหมดสวนครับ เจอรากเน่าไปทั้งแถบ มาแบบตั้งตัวไม่ทันแบบนี้ เล่นเอาท้อเลยพี่” หลังจากศึกษาจากหลายๆ ผู้รู้ ทั้งเรื่องการทำปุ๋ย ทำน้ำหมักจาก อาจารย์ธงชนะ และติดตามทางเฟซบุ๊กกับสวนฝรั่งหลายๆ ราย จนวันหนึ่งมาอ่านเจอเรื่องราวของ โจสวนฝรั่งโสด (สวนณัฐภัทร – เคยลงในเทคโนโลยีชาวบ้านแล้ว)

และ สวนกัญญาภัทร ซึ่งทั้งสองสวนก็ให้คำแนะนำที่ดี สร้างพลังใจให้กล้าลุยอีกครั้ง คราวนี้เล่นใหญ่กว่าที่คิด จัดฝรั่งลงปลูกอีกหลายสายพันธุ์ ทั้ง ฉางหงซิน แตงโม ชมพูพันธ์ทิพย์ เฟิ่นหงมี่ สุ่ยมี่ เจินจู ทดลองปลูก ดูแลตามคำแนะนำของสองที่ปรึกษาจนเริ่มติดผล เมื่อได้ชิมก็ชอบใจ โดยเฉพาะน้องก้อย (ภรรยา) บอกว่าชอบมาก แบบนี้ต้องขยายปลูกเพื่อการค้าอย่างจริงจัง

“ตอนนั้นคิดว่ายังไงครับ”

“ดีใจครับพี่ คิดว่าเรามาถูกทางแล้ว เราชอบ แฟนชอบ คนอื่นก็ต้องชอบเหมือนเรา คราวนี้คิดการใหญ่เลย”

“คิดยังไงครับ”

“พื้นที่ผมแถบทางนครฯ ยังไม่เห็นมีสวนฝรั่งไส้แดงสายพันธุ์ไต้หวันมาปลูกเลย เราน่าจะปลูกอย่างจริงจัง” ประกอบกับในช่วงนั้นสวนจ่ามด ทดลองจำหน่ายผลฝรั่งไต้หวันไส้แดงสายพันธุ์หงเป่าสือ เชนก็ต้องขอทดลองด้วยโดยสั่งมาชิมจำนวน 4 กิโลกรัม แจกญาติพี่น้องชิมร่วมกัน และต่างลงความเห็นว่าอร่อย ตามคาดครับ จัดเต็มอีกครั้ง สั่งกิ่งตอนจากสวนจ่ามดมาลง คราวนี้เน้นหงเป่าสือเป็นหลัก เพราะทุกเสียงลงความเห็นแล้วว่าอร่อย จากฝรั่งหลายๆ สายพันธุ์ จำนวน 200 กว่าต้น ก็เป็นหงเป่าสือไป 100 ต้นไปแล้ว และมีกำหนดจะปลูกเพิ่มให้เต็มพื้นที่

“งานนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จเกินคาดนะ”

“สุดยอดเลยพี่ ตอนนี้ที่สวนเราก็เริ่มได้ผลผลิตแล้ว ผมให้ใครชิมก็บอกเหมือนๆ กันว่าอร่อยมาก”

“ถามสักนิด ทางใต้จะมีปัญหาเรื่องฝนตกชุกมากกว่าพื้นที่อื่น เราปลูกฝรั่ง รสชาติที่ได้เพี้ยนไปมากไหม”

“เรื่องฝนเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ครับพี่ ที่สวนจะเน้นทำปุ๋ยเอง ทำน้ำหมักเอง ผมทดลองชิมแล้วก็ไม่ต่างจากรสชาติที่เคยชิมนะครับ เรียกว่าตอนนี้ที่สวนผมเดินหน้าด้วยหงเป่าสือเป็นหลักกันเลย แต่สายพันธุ์อื่นๆ ก็มีอยู่เช่นกันครับ”

“มีขยายพันธุ์ไว้บ้างไหม”

“ทำกิ่งขายด้วยส่วนหนึ่งครับพี่ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังปลูกลงในสวนให้เต็มก่อน เราชิมแล้วชอบก็ปลูกให้เยอะๆ”

“อยากแนะนำมือใหม่อย่างไรไหมครับ”

“ใจชอบมาก่อนเลยพี่ จากนั้นก็ศึกษาหาความรู้ ปรึกษาผู้รู้ และหาสายพันธุ์ดีมาปลูก รับรองว่าจะไม่เจ็บเหมือนผม”

“ถามอีกครั้งตอนแรกที่เราคุยกัน อยากรวยหรืออยากมีเมียสองคนครับ”

ผมสังเกตเห็นเชนปรายตาไปมองคนที่นั่งข้างๆ พร้อมยิ้มเขินๆ

“ก้อยคนเดียวก็พอแล้วพี่ หากเลือกได้ก็อยากมีคนมาช่วยทำสวนฝรั่งมากกว่าครับ” ผมขอตัวเดินปลีกออกมาหลังจากพูดคุยกันเสร็จ เหตุการณ์ต่อจากนั้นให้เชนเป็นคนแก้ปัญหาเอาเอง ก็บอกแล้วไง ผมแค่คนจุดพลุ 555 สำหรับท่านที่สนใจอยากสอบถามหรืออยากเรียนรู้ ตอนนี้ที่สวนก็เปิดให้บริการแล้วครับ มีผลให้ชิม มีกิ่งจำหน่ายในราคาพิเศษสุด ที่สำคัญ ที่ร้านก็ยังเปิดจำหน่ายไม้แปรรูปและอุปกรณ์ก่อสร้างอยู่เช่นเดิมครับ

กรมวิชาการเกษตร ส่งมันเทศพันธุ์พิจิตร 2 ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแป้ง ปลื้มพันธุ์ใหม่ให้ผลผลิตสูง แป้งสูง แถมขนาดหัวใหญ่ตรงความต้องการโรงงาน เผยปี 62 ปั๊มยอดพันธุ์กว่า 5 แสนยอด ขยายผลปลูกต่อในพื้นที่เกษตรกรได้ถึง 27 ไร่

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันเทศเป็นพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของโลก ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้ง และใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล จะเห็นได้ว่ามันเทศเป็นทั้งพืชอาหารและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันเทศ ซึ่งพันธุ์มันเทศสำหรับเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม ต้องเป็นพันธุ์เนื้อสีขาว ให้ผลผลิตสูง และเปอร์เซ็นต์แป้งมากกว่าร้อยละ 10

เนื่องจากมันเทศที่เกษตรกรปลูกในปัจจุบันมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมันเทศเพื่อการบริโภคสด มีปริมาณแป้งค่อนข้างต่ำ และปริมาณน้ำตาลสูงไม่เหมาะสมที่จะนำไปผลิตเป็นแป้งมันเทศ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร สมัคร NOVA88 กรมวิชาการเกษตร จึงได้ทำการปรับปรุงพันธุ์มันเทศสำหรับอุตสาหกรรมแป้ง ตั้งแต่ปี 2554-2560 โดยปี 2554 ทำการผสมพันธุ์มันเทศ ใช้พันธุ์มันเทศเนื้อสีขาวสำหรับเป็นพ่อแม่พันธุ์ 9 พันธุ์ ปี 2555 ทำการคัดเลือกพันธุ์และคัดเลือกสายต้นที่ให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลกรัมต่อไร่ หัวมีขนาดใหญ่ เนื้อสีขาว ผิวเรียบ และน้ำหนักแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ปี

ปี 2556 ทำการเปรียบเทียบพันธุ์มันเทศ ปี 2557-2558 ทดสอบพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี และศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ปี 2559-2560 ทดสอบพันธุ์ในแปลงเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และในปี 2562 เสนอรับรองพันธุ์โดยคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เห็นชอบให้ตั้งชื่อมันเทศพันธุ์ใหม่นี้ว่า “มันเทศพันธุ์พิจิตร 2”

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มันเทศพันธุ์พิจิตร 2 มีลักษณะเด่นตามที่ต้องการ คือ ให้ผลผลิตสูงถึง 3,617 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์เกษตรกรซึ่งให้ผลผลิต 2,676 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตแป้ง 846 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์เกษตรกรซึ่งให้ผลผลิตแป้ง 624 กิโลกรัมต่อไร่ มีปริมาณขนาดหัวที่โรงงานต้องการสูงโดยมีขนาดหัวร้อยละ 86.2 ของน้ำหนักรวม

ในปี 2562 นี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร มีแปลงแม่พันธุ์พร้อมที่จะขยายยอดพันธุ์ต่อได้ตลอด โดยสามารถผลิตยอดพันธุ์ได้ถึง 150,000 ยอด ปลูกได้จำนวนพื้นที่ 27 ไร่ เกษตรกรที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร โทร.0-5699-0040

นวัตกรรมชุมชน ของนักศึกษารายวิชาเลือกเสรี “นวัตกรรมเพื่อชุมชน” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ด้วยการบูรณาการเรียนการสอน ประยุกต์องค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมสู่ชุมชน ซึ่งห้องเรียนในครั้งนี้ ได้แก่ ชุมชนบ้านแสนสุขสกัดห้า หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

นายวิรัช โหตระไวศยะ รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่า การเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนชุมชนเป็นแหล่งในการค้นคว้า เรียนรู้ องค์ความรู้ต่างๆ ได้เห็นสภาพชุมชนที่แท้จริง ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ ความต้องการของชุมชนมาเป็นโจทย์ให้นักศึกษามาพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน นอกจากนั้น นักศึกษาได้บูรณาการเชื่อมโยงข้ามศาสตร์องค์ความรู้ต่างๆ ปลายทางได้รู้การทำงานเป็นทีม Soft Skill ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรต่อสังคม เพราะฉะนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้สร้างรายวิชาใหม่ขึ้นมาคือ วิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน โดยมีหน่วยกิตเรียนทั้งหมด 3 หน่วยกิต เรียนในห้องเรียน 20% และอีก 80% ลงชุมชน เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของชุมชน โดยได้เปิดทำการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2562 เป็นปีแรก โดยคณาจารย์ที่มาสอน เป็นคณาจารย์ที่ลงพื้นที่ในการบริการวิชาชุมชน เป็นทีมทำงานจิตอาสาที่ไม่มีค่าตอบแทน ช่วยด้วยความตั้งใจ