กล้วยหอมทอง ปลูกแค่ 9 เดือน ก็เก็บขายได้อย่างที่ทราบดีกว่า

กล้วยหอมทอง จะใช้ระยะเวลาในการปลูกและดูแลเพียง 9 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตส่งขายได้ แต่สิ่งที่สวนศิวิไลให้ความสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือ การทำให้กล้วยของสวนออกผลผลิตพร้อมกันทั้งสวน สำหรับวิธีที่ทางสวนใช้คือ หลังจากที่ปลูกและดูแลต้นกล้วยเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ก็จะตัดต้นกล้วย โดยจะวัดระยะการตัดให้ห่างจากพื้นดิน ประมาณ 1 ฝ่ามือ ซึ่งการใช้วิธีการนี้นอกจากจะช่วยให้กล้วยออกเครือพร้อมกันทั้งหมดแล้ว ยังช่วยให้ง่ายต่อการดูแลและเก็บผลผลิตส่งขายด้วย

ในส่วนของขั้นตอนการเก็บผลผลิตส่งขาย…โดยปกติแล้วจะมีบริษัทติดต่อเข้ามาเพื่อขอรับซื้อกล้วยหอมทองจากสวน ซึ่งทางบริษัทจะต้องส่งคนเข้ามาทำในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวเองทั้งหมด โดยทางสวนจะทำหน้าที่แค่เข้ามาดูและควบคุมความเรียบร้อยเท่านั้น สำหรับราคากล้วยหอมทองของสวนศิวิไลนั้น จะอยู่ที่ประมาณ กิโลกรัมละ 12.50 บาท ซึ่งเฉลี่ยแล้วที่สวนจะสามารถส่งผลผลิตออกขายได้ถึง 1 ตัน ต่อสัปดาห์ เลยทีเดียว

นอกจากการขายผลผลิตกล้วยหอมทองให้กับบริษัทต่างๆ ที่เข้ามารับซื้อแล้ว ยังมีหน่อเอาไว้ขายให้แก่ผู้ที่สนใจหรือต้องการปลูกกล้วยหอมทองด้วย โดยจะขายในราคา 30 บาท และสำหรับผู้ที่รับไปปลูกเกินกว่า 10 ไร่ ทางสวนจะรับซื้อผลผลิตคืนด้วย โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องใช้วิธีการปลูก การดูแล รวมถึงการให้น้ำในระบบเดียวกันกับที่นี่ เพื่อให้กล้วยที่ส่งขายแก่ลูกค้าเป็นกล้วยที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐานตามแบบฉบับของสวนศิวิไลนั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าเยี่ยมชม ซื้อผลผลิตหรือเหง้าสำหรับขยายพันธุ์จาก “สวนศิวิไล” รวมถึงต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณศิริลักษณ์ วงศ์แพทย์ หมายเลขโทรศัพท์ (082) 561-2999 และ คุณเสวก ดวงแย้ม หมายเลขโทรศัพท์ (098) 351-5569

ในปัจจุบันมีผู้ที่สนใจหันมาประกอบอาชีพเชิงเกษตรกันมากขึ้น ทั้งผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน หรือวัยใกล้เกษียณ ยังมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีภาระงานอื่น มีที่ดิน หรือหาซื้อที่ดิน และคิดที่จะทำสวน ทำไร่ เคียงคู่ไปกับงานประจำเพื่อเป็นรายได้สร้างทรัพย์สิน ยกฐานะให้กับครอบครัว ได้ออกกำลังกาย เพลิดเพลินมีความสุขกับการทำสวน อยู่กับต้นไม้ ได้อยู่กับครอบครัว หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม

อาจกล่าวได้ว่า การมีที่ดินทำสวน ทำไร่ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของการทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว มีที่ดิน สวน ไร่ เป็นของตนเอง นอกจากนั้นแล้วการทำการเกษตร ปลูกต้นไม้ยังได้สร้างความสุขทางใจ เห็นต้นไม้เขียวๆ ขึ้นงามเป็นทิวแถว หลายปีต่อมาผลิดอก ออกผล สร้างความสุขใจที่มีผลผลิตจากสวนเป็นของตนเอง

ผู้เขียนจึงอยากเสนอแนวคิด เรื่อง การสร้างรายได้จากสวนในพื้นที่ขนาดเล็ก สำหรับผู้ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัว มีพื้นที่ไม่มากนัก หรือมีมากแต่ค่อยๆ เริ่มทำ ก้าวอย่างระมัดระวัง เพราะบางครั้งการทำการเกษตร ไม่ได้สวยหรูอย่างที่สื่อนำเสนอ ยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้งดงาม อาชีพด้านการเกษตรมีตัวแปรมากมาย โดยที่ยังไม่ต้องลาออกจากงานประจำ ให้สามารถทำสวน ทำไร่ เคียงคู่ไปด้วยกัน จึงขอนำเสนอเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ทำงานประจำและสนใจทำการเกษตรควบคู่ไปด้วย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ตามสมควร ดังนี้

อันดับแรก หากคิดซื้อที่ดินใหม่ ควรเลือกที่ตั้งไม่ห่างไกลจากที่ทำงานประจำหรือที่พักอาศัยมากนัก ใช้เวลาเดินทางอยู่ในช่วง 2 ชั่วโมง หรือสามารถไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ ไม่ถึงกับต้องไปค้าง เพราะแค่การเดินทางจะทำให้ท่านเหนื่อยล้า และจะทิ้งร้างไปในที่สุด

ขนาดของพื้นที่ ต้องดูบริบทของครอบครัวตนเอง อย่าถึงกับสร้างความลำบากกายทุกข์ใจ ยกตัวอย่าง สำหรับสวนมะม่วง ถ้าทำลูกผลขาย จะต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ หรือเป็นร้อยๆ ไร่ ต้องใช้ชีวิตประจำอยู่ที่สวนนั้นเลย ต้องใช้เวลารอบ 1 ปี ออกผล 1 ครั้ง นั่นหมายถึงตลอดเวลาเกือบรอบปี จะไม่มีรายได้เข้ามาจากการขายลูกผล หรือหากจะให้มีก็ต้องราดสารเคมีอย่างแรงเพื่อให้ออกนอกฤดู ดังที่ทำกันอยู่ทั่วไป

ในที่นี้จะเสนอแนวทางสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ตั้งแต่แค่บริเวณบ้านที่พักอาศัย ไปจนถึงสวนพื้นที่ประมาณ 1-5 ไร่ ให้สามารถสร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปีได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้ หนึ่ง. ทำกิ่งต้นพันธุ์ขาย

เมื่อต้นไม้ที่ปลูกโตพอสมควร นอกจากลูกผลที่จำหน่ายได้แล้ว การทำกิ่งต้นพันธุ์ขายก็สามารถจัดจำหน่าย สร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปี การขยายพันธุ์สำหรับมะม่วง ซึ่งเป็นไม้ผลพื้นฐานที่ตลาดยังต้องการไปเรื่อยๆ ต่างจากไม้กระแสที่มาหวือหวาเฉพาะคราว เช่น ทรงสวย ด่าง สีแปลก เป็นแค่ของโชว์หรือประดับ แต่กินจริงไม่ค่อยได้ สำหรับกิ่งพันธุ์มะม่วงยังเป็นที่ต้องการอีกมาก ระยะยาวไม่มีหยุด เนื่องจากมะม่วงปลูกและดูแลง่าย ผลของมะม่วงกินได้ตั้งแต่เด็กไปจนสูงวัย เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ สวนมะม่วงที่ปลูกเพื่อการค้า ยังต้องการกิ่งพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มะม่วงมีหลายสายพันธุ์นับร้อยชนิด ความต้องการแตกต่างกันออกไป ต้นพันธุ์จึงยังสามารถทำรายได้ดีอีกยาวนาน

ดังนั้น หากปลูกบนพื้นที่ไม่มาก ควรหาทางผลิตกิ่งออกจำหน่าย การผลิตสามารถศึกษาจากตำราและผู้รู้หรือวิธีอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ทำได้ไม่ยากนัก ด้านการขายทำได้โดยเริ่มจากจำนวนน้อย ค่อยๆ เข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดในท้องถิ่นก่อนและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามกำลังการผลิตของแต่ละบุคคล หากสินค้าดี มีคุณภาพ ราคาไม่แพงนักก็จะเข้าสู่ตลาดของผู้ที่ต้องการกิ่งมะม่วง ทำให้สามารถสร้างรายได้จากการทำสวนได้

ข้อควรคิดในการทำกิ่งขาย

ผู้ที่จะทำกิ่งขายต้องศึกษาสายพันธุ์อย่างลึกซึ้งถึงต้นตำรับเพื่อให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด ตัวอย่างแหล่งผลิตสวนนนทบุรี นอกจากทำกิ่งมะม่วงคุณภาพสายพันธุ์ประจำถิ่น เช่น ยายกล่ำ น้ำตาลเตา นนท์ทิพย์ ฯลฯ ขายแล้ว ที่สวนนนทบุรีริมคลองบางกอกน้อย เป็นพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานมาช้านานหลายสิบปี ผลิตกิ่งพันธุ์ส่งให้กับสวนบางมด ปลูกแล้วมีรสชาติดีจนเป็นที่มาของชื่อเสียงอันเลื่องลือ ปัจจุบันผลิตกิ่งพันธุ์จำหน่ายส่งไปปลูกทั่วประเทศ คงความเป็นอัตลักษณ์ไว้ นั่นคือ การตอนกิ่งขนาดสูง ใหญ่ โดยหุ้มด้วยกาบมะพร้าวชุ่ม ห่อด้วยใบตองแห้ง ซึ่งวิธีการนี้ทำให้สามารถนำกิ่งตอนตัดลงปลูกได้เลยไม่ต้องเสียเวลาชำลงถุง เป็นส้มรสชาติดี เหมาะสำหรับปลูกเป็นการค้าบนพื้นที่ขนาดใหญ่

สอง. ปลูกพืชรองสร้างรายได้

ช่วงที่ปลูกมะม่วงหรือพืชหลักของเราใหม่ๆ ยังมีที่ว่างข้างเคียงเหลือมากให้ปลูกพืชรองไว้ นึกอะไรไม่ออกก็ปลูกกล้วย เช่น กล้วยน้ำว้า เลือกพันธุ์ธรรมดา ค่อยๆ ปลูก ขุดหน่อขยายพื้นที่ไป เวลาไปสวนต้องมีแก่ตัดได้บ้าง เครือสองเครือ เหลือกิน เหลือแจก ก็ติดต่อแม่ค้ากล้วยทอด กล้วยปิ้ง แผงตลาดแถวบ้านที่เราซื้อเขากินประจำ ผู้เขียนจะใช้วิธีบอกเขาไว้ก่อน ผูกมิตรกันไว้ เวลาซื้อของเขาก็บอกว่าเราจะมีกล้วยสวนมา ช่วยซื้อขายกันไปมา หรือปลูกมะนาว มะละกอ พริก ข่า ตะไคร้ ก็ใช้วิธีการเช่นเดียวกัน

สาม. หาวิธีลดค่าใช้จ่าย

การลดค่าใช้จ่าย จัดว่าเป็นการสร้างรายได้ชนิดหนึ่ง ลองพิจารณาดูว่าอะไรที่ต้องจ่ายบ่อยๆ เป็นประจำ และใช้เงินมาก ยกตัวอย่าง ปัญหาหญ้ารก โดยจะขึ้นเร็วมาก สร้างความรกกับสวน ทำงานลำบาก หากเราต้องการให้สวนเราโล่ง สวย ต้องกำจัดหญ้า นั่นคือใช้เงิน การตัดด้วยเครื่อง ต้องจ้างตัด ค่าน้ำมัน ฯลฯ การฉีดยาฆ่าหญ้า ระบบไหนก็ตาม ต้องซื้อสารเคมีเสมือนฝังยาพิษลงไปในที่ดินของเรา ค่าแรง คนฉีด ดึง ถอน เก็บกวาด และอยู่ได้ราวเดือนเดียวขึ้นงามสูงมาเหมือนเดิม วนเวียนอยู่เช่นนี้

แนวทางลดค่าใช้จ่าย ตอนนี้ที่สวนเริ่มเดินหน้าแก้ปัญหาถาวรระยะยาวด้วยการหาวัสดุเหลือใช้ เป็นผ้าใบจากป้ายไวนิลที่เลิกใช้งานแล้ว ราคาถูก หนา ทนแดด ฝน ปูผ้าใบทับบริเวณที่ไม่ต้องการให้หญ้าขึ้น ได้ผลดีมาก สวยงาม มองสบายตา เดินสะดวก ลดความเสี่ยงอันตรายจากสัตว์มีพิษ และยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นของดินได้ดี

สี่. หาทางปลูกพืชสร้างประโยชน์ร่วม

ในสวนมะม่วงเพื่อการทำกิ่งขาย ปัจจุบันมีวิธีทำอยู่ 2 รูปแบบ คือ ทาบกิ่ง และเสียบยอด ทั้งสองวิธีต้องใช้ต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ดเป็นส่วนประกอบสำคัญ นอกจากการหาซื้อจากที่อื่น ควรหาทางเพาะปลูกต้นตอเพื่อไว้ใช้เอง โดยเพาะบนพื้นที่ที่ว่างข้างต้นมะม่วง ได้ประโยชน์หลายอย่าง มีต้นตอสดใกล้ตัวไว้ใช้ เวลารดน้ำครั้งเดียว ได้ทั้งต้นมะม่วงและต้นตอไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ต้นตอที่ปลูกยังช่วยคลุมดิน ไม่ให้หญ้าขึ้น ประหยัดการกำจัดไปในตัวอีกด้วย

ต้นตอมะม่วงเป็นพืชเสริมที่ดูแลง่าย ปล่อยโตตามธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลง สามารถเลี้ยงไว้ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หมายถึงช่วงระยะสั้นนับจากวันปลูก ราว 3-4 เดือน เริ่มถอนขายได้ และเลี้ยงเก็บต่อไปได้นานนับปี โดยจะมีราคาเพิ่มขึ้นตามขนาดความโตของต้นตอ และยังสามารถขยับขยายนำมาใส่ถุงขายเป็นต้นพร้อมเสียบยอดได้ราคาสูงอีก

นับเป็นพืชเสริมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องที่ดีอย่างหนึ่ง ห้า. การคัดเลือกสายพันธุ์มะม่วงที่จะปลูก

ศึกษาข้อมูล ดูบริบทตามความถนัด รสนิยมความชอบ คิดว่าสายพันธุ์ไหนจะไปได้ดี มีแนวคิดอยู่ว่า “ปลูกกินตามใจเรา ปลูกขายเขา ตามใจตลาด” อาจจะปลูกมะม่วงที่คนในครอบครัวเราชอบกินไว้อย่างละต้นสองต้น ที่เหลือจับแนวทาง ดูราคา อย่าลืมว่าสวนในที่นี้เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก หากคิดทำกิ่งกระแสแรง เราสู้ราคาตลาดที่ต้องแข่งขันกับสวนขนาดใหญ่ได้หรือไม่ หรือหากมีผู้สั่งจำนวนมาก เรามีกำลังการผลิตจำนวนมากเป็นพันเป็นหมื่นกิ่งได้หรือไม่ หากไม่ถึงขนาดนั้น อาจเลือกจับสายพันธุ์แบบเก่าสุด ใหม่สุด เว้นกลาง สำหรับมะม่วง คือ จะเลือกปลูกสายพันธุ์เก่าแก่ดั้งเดิม กินอร่อยแต่เริ่มหายาก ถึงแม้ตลาดจะต้องการไม่มาก แต่ก็ไม่ค่อยมีใครผลิตในขณะที่ยังมีคนส่วนหนึ่งต้องการปลูกไว้ หากทำให้กิ่งเรายังขายได้ หรือปลูกคู่กับแบบล้ำนำยุคไปเลย ปัจจุบันมีสายพันธุ์ใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามา ทั้งสองแบบหากเราปลูกทำกิ่งไว้ จะสามารถขายในราคาสูงได้ ปล่อยให้สวนใหญ่ๆ ทำกิ่งตลาดที่อยู่ตรงกลาง ขายแข่งกันไปในระดับนั้น

อีกทางเลือกหนึ่ง คือ เลือกสายพันธุ์ที่สามารถนำผลไปแปรรูปได้ไม่ยาก เช่น มะม่วงเบา ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ออกลูกติดผลตลอดทั้งปี ดกเป็นพวงใหญ่ ในช่วงที่ผลดิบมีจำนวนมาก หากขายไม่ได้ราคา สามารถนำไปแปรรูปทำมะม่วงเบาแช่อิ่ม รสชาติดี ขายได้ราคา สามารถเก็บไว้ได้นานนับปี

มะม่วงสายพันธุ์โบราณรสชาติดี ชุดสวนนนท์ที่ควรปลูก เช่น ยายกล่ำ น้ำตาลเตา นนท์ทิพย์ (ทะวายมัน) ศรีสยาม (ทะวายเปรี้ยว) อกร่องทอง โดยเฉพาะมะม่วงน้ำตาลเตา “มธุรสของมะม่วงแห่งสยาม” เนื้อแน่น สุกหวาน หอม กินอร่อยมาก ที่ควรปลูกไว้กินเองสักต้น

หก. หาทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต

ให้มองดูของในสวนเรา มีอะไรบ้างที่จะต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผล ภายใต้กำลังและเวลาที่เรามี คิดทำในสิ่งที่น่าจะขายได้ มีคนต้องการ แต่ยังไม่มีใครทำ

ตัวอย่าง ตอถอนอัดเลี้ยง ใช้วิธีการ ตัด แต่ง แยก คัด อัด อบ เรามีแนวคิดจากการที่มีผู้ต้องการใช้ต้นตอมะม่วงแบบถอนเปลือยขึ้นมาสดๆ เพื่อนำมาใช้ทาบกิ่ง แต่จะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับมือใหม่หัดทาบ จะหาที่ไหน และเมื่อยังทำงานประจำ มีเวลาจำกัด เมื่อใช้ไม่หมดต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย นวัตกรรมนี้จึงเกิดขึ้นเป็นการผลิตต้นถอนสดพร้อมใช้ทาบได้ทันที และไม่มีวันหมดอายุ อีกทั้งยังโตต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่เปลืองพื้นที่ ดูแลง่าย เพียงรดน้ำเหมือนต้นไม้ทั่วไป บริการจัดส่งไปทั่วประเทศไม่จำกัดขั้นต่ำ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ใช้เพียงพื้นที่เล็กๆ ในบริเวณบ้านก็ผลิตจำหน่ายได้

ตอถอนอัดเลี้ยง เป็นหนึ่งตัวอย่างในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตในสวนมะม่วงแปลงเล็ก ออกแบบให้ใช้พื้นที่น้อย คงความสดได้ยาวนาน จัดจำหน่าย ขนส่งได้สะดวก

สามารถผลิตทิ้งไว้ ขายได้ตลอดปี ใช้พื้นที่ไม่มาก สะดวกทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ปัจจุบันมีผู้สนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก

ให้ลองมองในสวนเราแล้วคิดอย่างอื่นนอกเหนือ เจ็ด. ใช้เวลา สร้างมูลค่าเพิ่ม

การทำสวนมะม่วงแปลงเล็ก หากไม่รีบร้อน การรอเวลาจะสามารถเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้หลายเท่าตัว เช่น ต้นตอมะม่วงใช้เวลาปลูก 2-3 เดือน หากถอนขึ้นมาขายเป็นต้นตอ จะได้ราคาประมาณ 4-6 บาท

แต่เมื่อนำมาปลูกลงถุงดำรอเวลาต่ออีกประมาณ 3-5 เดือน จะขายได้ ถุงละ 20-30 บาท

หากนำต้นตอที่ปลูกลงถุงดำนั้นมาเปลี่ยนยอด ด้วยเสียบยอดมะม่วงมีราคา เพิ่มขึ้นเป็น 50-100 บาท ถ้าเป็นมะม่วงหายาก ราคาจะสูงขึ้นเป็นต้นละนับร้อยบาท

และหากนำมาเสียบยอดทำเป็นต้นมะม่วงแฟนซี จะขายได้หลายร้อยบาท (ดังตารางตัวอย่าง แสดงแรเพาะเมล็ดเป็นต้นตอมะม่วง หน้า 48)

ดังนั้น เราสามารถเลือกจังหวะแห่งการหารายได้ ว่าจะขายช่วงไหนตามบริบทแห่งสวน ต้องการเงินเร็วก็ถอนชุดแรกขายไปก่อน ไม่รีบไม่ร้อนก็ค่อยๆ สร้างมูลค่าเพิ่ม ทำไป ขายไป จะได้เงินมากเพิ่มขึ้นตามเวลาและกำลังความสามารถในการผลิต

แปด. สร้างความสามารถเฉพาะเจาะตลาด

ในการผลิตต้นมะม่วงออกจำหน่าย นอกจากต้นทาบกิ่งปกติทั่วไปแล้ว ยังสามารถเสียบยอดต่อกิ่งผลิตให้เป็น “ต้นมะม่วงแฟนซี รวมมะม่วงดี ถูกใจ ไว้ต้นเดียว” ได้อีก เป็นการตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบปลูกมะม่วงหลากหลายชนิด สำหรับบ้านในเมืองซึ่งมีพื้นที่จำกัด ปลูกได้เพียงต้นเดียว มะม่วงแฟนซีจึงสามารถผลิตขายได้ราคา เนื่องจากมีความยากในการทำและใช้เวลานานหลายเดือนอาจเป็นปี เพียงแต่ต้องศึกษา ฝึกฝนวิธีการผลิต รวบรวมสายพันธุ์ ผลิตด้วยความรับผิดชอบ ก็จะสามารถขายต้นมะม่วงได้ราคาสูงกว่าขายตามปกติ

หรือ การผลิตไม้ผลกระถาง คิดพัฒนาให้แตกต่างอย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้นในที่นี้ เริ่มตั้งแต่คัดสรรชนิด สายพันธุ์ กลุ่มไม้ผลกินได้ เช่น มะม่วง ส้มเขียวหวาน ใช้วิธีการ เช่น คิดระบบกระจายน้ำ วางวัสดุประคองรับต้น ใส่หินอุ้มน้ำ เลือกวัสดุ เช่น ใช้กระถางสีสันสวยงาม ทนทาน ขนาดใหญ่ ไม่เป็นภาระสำหรับผู้ซื้อในการต้องคอยเปลี่ยนกระถาง และสร้างนวัตกรรมพิเศษวางบนจานหมุน จับหมุนดูต้นไม้ได้ทุกมุมอย่างสบาย เบามือ และคิดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ซื้อให้มากที่สุด เช่น ส้ม ติดตั้งไม้ค้างล้อมต้น เพื่อรับพวงผลส้ม

เก้า. ขายสินค้า อุปกรณ์ เครื่องมือ ส่วนควบ

ในการทำสวน ทำไร่ ทุกขั้นตอน หากดูแล้วยังพบว่ามีสินค้าประเภท ปุ๋ย ยา ที่ต้องนำมาใช้ หรือเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แต่ยังหาซื้อได้ยาก ไม่มีวางขายทั่วไปอย่างแพร่หลาย เป็นช่องทางหนึ่งที่จะสรรหามาจำหน่ายเพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างรายได้

ยกตัวอย่างเช่น เครื่องมือที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช มีดดีๆ กรรไกรคุณภาพ เพราะเราจะเห็นเพื่อนเกษตรกรยังใช้มีดแบบเดิมๆ หรือคัตเตอร์ ซึ่งไม่ได้ผลิตมาเพื่อการขยายพันธุ์ หรือการค้นคิดกระบอกเก็บมีดพร้อมหินลับ ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

การนำสิ่งที่ดีๆ มาจำหน่าย เป็นการช่วยให้เพื่อนร่วมอาชีพได้เข้าถึงเครื่องมือคุณภาพ เป็นการช่วยยกระดับอาชีพเกษตรกรโดยรวมด้วย

นอกจากกลุ่มเครื่องมือ อุปกรณ์ ลองมองหาดูว่ายังมีอะไรที่จะช่วยให้การทำสวน ทำไร่ มีความเจริญก้าวหน้า และเราสามารถจัดการหามาจำหน่ายได้ เช่น ฮอร์โมนช่วยออกราก แตกตา บำรุงผลให้มีขนาดใหญ่ รสชาติดี โดยสิ่งเหล่านี้ อาจจะมีขายเฉพาะถิ่นที่เราหาได้ แต่เพื่อนเกษตรกรอีกทั้งประเทศยังหาไม่ได้ เป็นช่องทางที่เราจะช่วยเหลือกัน เพื่อนมีของใช้ เราได้เงินเพิ่ม

สิบ. การหาความรู้ และให้ความรู้

ควรเป็นเกษตรกรที่ไม่หยุดพัฒนา ด้วยปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมาย และสถาบันการศึกษาชั้นสูงทางการเกษตรได้จัดอบรมเพื่อยกระดับความรู้ความสามารถ เราจึงควรไปเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรระยะสั้นที่สนใจ คิดว่านำมาใช้พัฒนาอาชีพเราได้ เกิดผลพลอยได้ตามมา เช่น การได้รู้จักเพื่อนร่วมอาชีพที่มาจากทั่วสารทิศ แลกเปลี่ยนแนวคิด และบางครั้งยังสามารถจำหน่ายสินค้าได้ หากมีความต้องการผลิตผลที่เรามี

อีกหนทางหนึ่งคือการให้ความรู้ หากเราคิดว่ามีความรู้ในเรื่องนั้นๆ สามารถถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้ สร้างประโยชน์ให้กับเพื่อนร่วมอาชีพ บางครั้งมีผลตอบแทนตามสมควร และอาจได้ขายสินค้าผลิตผลจากสวนเราได้อีก นับเป็นการช่วยเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน สร้างความอบอุ่นให้กับสังคม

สิบเอ็ด. การรับทำกิ่งพันธุ์ และรับปลูกต้นไม้นอกสถานที่

จากที่ได้รับการติดต่อพบว่า มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการให้ทีมงานของสวนออกไปรับทาบกิ่ง เสียบยอด เพื่อรักษาต้นพันธุ์มะม่วงที่ชอบ ถูกใจ เอาไว้ รวมถึงการว่าจ้างให้ไปปลูกต้นไม้นอกสถานที่ แสดงว่าในตลาดไม้ผลยังมีการสร้างรายได้จากแนวเส้นทางนี้อีก จึงนับได้ว่าหากมีเวลา ความรู้ความสามารถ และองค์ประกอบอื่นที่เหมาะสมทางด้านนี้ จะสามารถสร้างอาชีพเสริมรายได้เพิ่มขึ้นโดยสามารถเลือกเวลาทำช่วงวันหยุด โดยไม่กระทบกับงานประจำ

ดังนั้น “เครื่องมือพร้อม รู้วิธี มีฝีมือ” ก็สามารถสร้างรายได้ให้เราเพิ่มขึ้น

ดังนั้น การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านนี้ ประกอบกับความพร้อมในองค์ประกอบแห่งการทำงาน เช่น มีรถยนต์ หรือยานพาหนะอื่นใดเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ก็จะสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้ดีอีกทางหนึ่ง

สิบสอง. การสร้างคุณภาพและบริการ

การสร้างรายได้ที่ดี ต่อเนื่องยาวนาน ต้องสร้างคุณภาพให้สินค้า หาข้อเด่นที่แตกต่างอย่างมีมาตรฐานให้เป็นอัตลักษณ์ของสวน เช่น การทาบกิ่งมะม่วง ใช้ต้นตอทาบอย่างต่ำ 2 ตอ หรือการตัดชำกิ่งด้วยระบบแบบล็อกลำต้นมั่นคง ลดปัญหาความเสียหาย เมื่อนำไปปลูกจะแข็งแรง โตไว ให้ผลเร็ว สร้างความมั่นใจในการใช้สินค้าจากสวนของเรา

การค้าขายยุคนี้ การบริการมีความสำคัญ สินค้าต้องจัดการให้สามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ และผลิตให้สามารถจัดส่งถึงมือผู้รับในสภาพที่สมบูรณ์และเร็วที่สุด และที่สำคัญ มารยาทในการค้าร่วมกับผู้ร่วมอาชีพ ไม่ตัดราคา ไม่โจมตี ชี้จุดอ่อนของรายอื่น เพียงแค่นำเสนอสินค้าของเราให้ดีเป็นพอ

การนำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์จากสวนที่ดี ต้องคิดเพื่อตอบสนองลูกค้าในการตัดสินใจซื้อ เช่น บอกขนาด ใช้เพียงคำพูดหรือถ่ายภาพปกติอาจไม่เพียงพอ ควรคิดสร้างสิ่งที่จะแสดงขนาดเปรียบเทียบให้เห็น ตัวอย่างเช่น การสร้างแผ่นบอกความสูงของต้นไม้เมื่อนำมาวางเทียบขนาด เทียบราคา ผู้ซื้อสามารถมองภาพออก ตัดสินใจได้ดีกว่าวิธีเดิมๆ

บริการหลังขาย

การบริการหลังขายก็นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สังคมออนไลน์สื่อสารกันได้เร็ว หากลูกค้าพบปัญหาในสินค้าของเรา ต้องรีบดำเนินการให้เป็นที่พอใจทันที เพื่อสร้างความประทับใจ มั่นใจในการซื้อของไปจากสวนเรา สินค้าอาจมีข้อผิดพลาด เสียหายได้ แต่มิตรภาพทางการค้าขายต้องคงอยู่เป็นสำคัญ เช่น กิ่งพันธุ์ที่ซื้อจากสวนของเรา จะดูแลจนกว่าจะปลูกได้ แตกใบอ่อน ซื้อไปแล้วพบปัญหาปลูกไม่ได้ เปลี่ยนส่งให้ไปใหม่ทันทีโดยไม่คิดเงินใดๆ จนกว่าปลูกจะได้ ภายใต้ประโยคควรคิด คือ “ของดี บริการเลิศ จะก่อเกิดรายได้”

จากประสบการณ์ที่ทำงานคู่กับการทำสวน ทำไร่ พบมาหลากหลายรูปแบบ จนครบเกษียณอายุ ที่ผ่านก็สร้างรายได้เพิ่มแม้จะไม่ถึงกับมากมาย ด้วยเป็นสวนเล็กๆ ทำกันภายในครอบครัว ไม่มีคนงานลูกจ้างประจำสวนแม้แต่คนเดียว มีแค่คนดูแลสวนและเด็กลูกศิษย์ที่ฝึกไว้มาช่วยเป็นครั้งคราว แต่ก็ช่วยให้สามารถมีทรัพย์สิน ที่ดิน เพิ่มขึ้นได้จริงไม่ขายฝัน เพียงต้อง ขยัน อดทน ค้นคิด

จากที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งแนวคิดที่จะมาเพิ่มช่องทางสร้างเงิน สร้างรายได้ ควบคู่ไปกับงานประจำ อาจเริ่มจากพื้นที่ว่างในบ้านก่อน สะสมประสบการณ์ เมื่อพบช่องทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคนแล้ว จึงค่อยขยับขยาย ทำสวน ทำไร่ บนพื้นที่แปลงเล็กต่อไปแบบค่อยๆ ก้าวอย่างมั่นคง

หากมีข้อสงสัยเรื่องใดๆ ตามที่กล่าวมา สามารถติดต่อสอบถามได้ ยินดีให้ข้อมูลแห่งความเป็นจริง เชิญได้ที่ อาจารย์วิลาวัลย์ สุริยะฉาย โทร. (081) 925-1021 Line : arjarnwi

บ้าน/ร้าน ซอยบางกรวย-ไทรน้อย เลขที่ 42 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

สวน ถนนเลียบคลองบางกอกน้อย วงเวียนราชพฤกษ์ ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

สวน/ไร่ ตำบลบ้านโข้ง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันกระแสความนิยมรับประทาน “มัลเบอร์รี่” หรือ “ ผลหม่อน ” หรือ “ลูกหม่อน” ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะเป็นผลไม้สีม่วงแดง ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูป หม่อนผลสด รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะน้ำหม่อน แยม และไวน์ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนได้ตลอดทั้งปี

แม้ต้นหม่อนจะเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย แต่หลายคนกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้นหม่อนพันธุ์ดีที่ปลูกไว้รอบบ้านหรือในสวน กลับได้ผลผลิตน้อยกว่าที่พบเห็นทั่วไป เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้จักเทคนิคการปลูกดูแลต้นหม่อนอย่างเหมาะสม และวิธีโน้มกิ่งบังคับให้ออกผลนอกฤดู จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มผลผลิตต้นหม่อนผลสดด้วยหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้สบายๆ

หม่อนพันธุ์เชียงใหม่

“ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ ” หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า “หม่อนผลสด” นับเป็นหม่อนพันธุ์ดีที่ได้รับความนิยมสูง จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละประมาณ 800-1,000 กิโลกรัม เกษตรกรนิยมนำผลหม่อนมาใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์

หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน มีผู้นำมาปลูกในจังหวัดเชียงใหม่นานแล้ว เกษตรกรนิยมขยายพันธุ์หม่อนผลสดด้วยวิธีการเพาะชำ ระยะปลูกที่ให้ผลดีที่สุดคือ 0.75×2.0 เมตร หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ จะให้ผลผลิตเมื่ออายุครบ 3 ปี

ทั้งนี้ ต้นหม่อนพันธุ์เชียงใหม่มีทั้งดอกเพศผู้และเพศเมียในต้นเดียวกัน สมัคร UFABET ดอกตัวผู้ ออกเป็นช่อ แต่ละดอกมีกลีบดอก 4 กลีบ หลังดอกบานก้านเกสรตัวผู้จะยืดยาวออกและขับละอองแตกปล่อยเกสรสีเหลืองไปผสมกับเกสรตัวเมีย ดอกตัวเมียจะออกเป็นช่อเช่นเดียวกับเกสรตัวผู้ กลีบดอกมี 4 กลีบ ห่อหุ้มรังไข่ ก้านเกสรตัวเมียและยอดเกสรตัวเมียไว้ ในรังไข่มีไข่อ่อน ส่วนปลายสุดคือ ยอดเกสรตัวเมีย ดอกที่ได้รับการผสมเกสรแล้วจะพัฒนาเป็นผลต่อไป ผลที่ได้เรียกว่า ผลรวม ลักษณะรูปร่างคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี่ ผลอ่อนมีสีเขียว ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีชมพู แดง และสีดำคล้ำ ในธรรมชาติหม่อนจะออกดอกต้นเดือนมกราคม ผลจะสุกแก่ในเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนเมษายน

เทคนิคผลิตหม่อนนอกฤดู

ปัจจุบันมีการค้นพบวิธีโน้มกิ่ง ลิดใบ บังคับให้หม่อนออกดอกนอกฤดูเพื่อเพิ่มผลผลิต หากใครสนใจเทคนิคนี้ ภายหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จในเดือนเมษายน ควรตัดแต่งกิ่งให้เตี้ยลง โดยมีความสูง 70-100 เซนติเมตร ต้นหม่อนจะแตกกิ่งก้านใหม่ ปล่อยให้เจริญเติบโตพร้อมบำรุงให้สมบูรณ์จนครบ 6 เดือน เมื่อกิ่งเกิดใหม่มีความสูงประมาณ 1.50 เมตร ให้ลิดใบและตัดยอดทิ้งประมาณ 30 เซนติเมตร รวบกิ่งของต้นตรงข้ามของแต่ละแถว ผูกมัดในลักษณะเป็นอุโมงค์ หรือกระโจมด้วยเชือกหรือลวด

ภายใน 2 สัปดาห์ ต้นหม่อนจะเริ่มให้ดอกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเวลา 60 วัน หลังจากออกดอกแล้ว จากนั้นสามารถเก็บผลได้อีกเป็นเวลา 30 วัน เมื่อดอกเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลดำ ให้เก็บผลด้วยมือบรรจุลงในภาชนะ ทับกันไม่เกิน 2 ชั้น นำเข้าเก็บในห้องเย็นที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส หากเก็บที่อุณหภูมิ – 22 องศาเซลเซียส จะเก็บได้นาน 6 เดือน ก่อนเก็บในห้องเย็นควรบรรจุในถุงพลาสติกใส ขนาดบรรจุ 10 กิโลกรัม จะคงคุณภาพของผลได้ดี

ระวังโรครากเน่า

เกษตรกรที่ปลูกหม่อนผลสด ควรดูแลป้องกันปัญหาโรครากเน่า ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง โรคชนิดนี้สามารถสร้างความเสียหายให้ต้นหม่อนได้ทุกช่วงอายุ มักแพร่ระบาดรุนแรงจนทำให้ต้นหม่อนตายได้ทั้งแปลง หากต้นหม่อนติดโรคชนิดนี้ ในระยะแรก ใบจะเหี่ยวคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ใบจะเริ่มเหี่ยวจากส่วนยอดลงมา เมื่อขุดนำรากขึ้นมาพบว่า รากเน่าเปื่อย มีสีน้ำตาลปนดำ เปลือกรากและเปลือกบริเวณโคนต้นหลุดออกมีกลิ่นเหม็นรุนแรง