การปลูกกล้วยหอม จะใช้ระยะปลูก 2×2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้

350-400 หน่อ หน่อที่นำมาปลูกต้องเป็นหน่อจากต้นที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป จึงจะเป็นหน่อที่สมบูรณ์ ราคาหน่อกล้วยที่ขาย 8-10 บาท ต่อหน่อ การให้น้ำมีทั้งปล่อยไปตามร่องและใช้น้ำหยด โดยลงทุนระบบน้ำหยด ไร่ละ 3,000 บาท ก็สามารถควบคุมการให้น้ำและความชื้นได้ การให้ปุ๋ย จะให้ครั้งแรกช่วงรองพื้นก่อนปลูกครั้งหนึ่ง โดยให้เป็นปุ๋ยคอกคลุกเคล้ากับดินบริเวณปลูก เมื่อกล้วยอายุ 1 เดือน เริ่มให้ปุ๋ย 15-15-15 ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น เมื่อต้นอายุ 3-4 เดือน ให้สูตร 15-15-15 ในอัตรา 200-300 กรัม ต่อต้น อายุ 5 เดือน ให้ปุ๋ยสูตร 20-15-20 ในอัตรา 200-300 กรัม ต่อต้น

เมื่อกล้วยอายุ 4 เดือน จะเริ่มแต่งหน่อที่แตกออกมารอบต้นออก หลังจากนั้นคอยแต่งหน่อทุก 10-15 วัน ต่อครั้ง ส่วนใบกล้วย ถ้าจะให้ดีควรเก็บใบไว้ให้มากที่สุด ตัดแต่งเฉพาะใบที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุออก โดยจะไว้ใบต่อต้นประมาณ 10 ใบ

เมื่อกล้วยเริ่มให้ปลี น้ำจำเป็นต้องให้วันเว้นวัน ปริมาณ 7-8 ลิตร ต่อต้น เมื่อปลีออกมาสุด ให้เตรียมไม้ค้ำ ทำจากไม้ไผ่ เมื่อตัดปลีออก ให้ใช้ไม้ค้ำไว้ จากนั้นใช้ผ้าห่อเครือกล้วย

ผ้าห่อเครือกล้วย เดิมทำมาจากถุงพลาสติกบ้าง ถุงปุ๋ยบ้าง แต่จากการสังเกต คุณทองแดง พบว่า การนำผ้ามาเย็บต่อกันให้อยู่ในรูปของถุง ใช้คลุมเครือกล้วย จะช่วยให้ผิวกล้วยเมื่อสุกเหลืองสวย แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามใช้ผ้าสีดำ เพราะจะทำให้ผิวกล้วยซีดออกขาว แม้จะนำไปบ่มก็ไม่เหลืองสวยตามต้องการ หลังจากตัดปลีห่อเครือกล้วยแล้ว ประมาณ 56-60 วัน ก็ตัดเครือกล้วยลงได้

หลังตัดเครือกล้วยแล้ว ให้นำไปล้างยางกล้วยออกด้วยซันไลต์ แล้วล้างซันไลต์ออกด้วยน้ำสะอาด ก่อนตัดแต่งหวีให้เหลือผลที่สมบูรณ์ พร้อมจำหน่าย การจำหน่ายชั่งเป็นกิโลกรัม ราคารับซื้อ กิโลกรัมละ 18 บาท เป็นราคาประกันซื้อของบริษัทจากอำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งบริษัทผลิตส่งจำหน่ายให้กับร้านสะดวกซื้อของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้การผลิตกล้วยหอมทองส่งจำหน่ายถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

คุณทองแดง ให้ข้อมูลว่า การปลูกกล้วยหอมทองนั้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 22,000 บาท ต่อไร่ ต้นทุนการปลูกกล้วยหอมทอง พื้นที่ 1 ไร่ (จำนวน 400 หน่อ) แยกเป็นค่าเตรียมดิน 1,700 บาท ค่าหน่อพันธุ์ 6,000 บาท ค่าแรงปลูก 1,200 บาท ค่าน้ำมันตัดหญ้า (8 ครั้ง) 1,200 บาท ค่าแรงตัดหญ้า (8 ครั้ง) 400 บาท ค่าไฟฟ้า (รดน้ำ) 1,000 บาท ค่าปุ๋ยคอก 3,200 บาท (หลักเน้นปุ๋ยคอกรองก้นหลุม หลุมละ 20 กิโลกรัม เพราะต้นกล้วยกินได้นาน) ค่าปุ๋ยเคมี 4,000 บาท (ปุ๋ยเคมี ใส่จำนวนปริมาณน้อย เพราะผลผลิตต้องได้ขนาดตามมาตรฐานกำหนด) ค่าเศษผ้าห่อเครือ 3,200 บาท ท่อ PE 20 mm. 2,400 บาท หัวน้ำหยด 400 บาท ปีที่ 1 รวมต้นทุน 22,300 บาท ต้นทุน/ต้น 55.75 บาท 22,300 (ต้นทุน)/400 (หน่อ) ปีที่ 2 ต้นทุน 10,300 บาท/400 ต้น = 25.75 บาท รายได้เฉลี่ย 56,000 บาท/ไร่ (140 บาท ต่อต้น)

ส่วนระบบการให้น้ำเป็นระบบน้ำหยด เป็นนวัตกรรมในการปลูกกล้วยให้ได้ผล โดยให้วันละ 8 ชั่วโมง สลับร่องแถว แถวละ 10-15 นาที พอให้ดินชุ่ม

เมื่อกล้วยให้ผลผลิตในปีแรก คุณทองแดงและลูกชายขายผลผลิตได้เป็นเงิน 500,000 บาท

ผลผลิตที่บริษัทมารับซื้อถึงสวน สัปดาห์ละ 2-3 ตัน ไม่เฉพาะผลผลิตกล้วยหอมทอง แต่คุณทองแดงมองไปถึงการขายหน่อ ทำให้มีรายได้จากการขายหน่อเสริมเข้ามาอีก

โดยปกติ ผลผลิตต่อไร่ที่จำหน่ายได้ อยู่ที่ 4 ตัน ราคาตันละประมาณ 14,000 บาท คิดเป็นรายได้ต่อไร่ เป็นจำนวนเงิน 56,000 บาท

น้ำหนักต่อหวี 2-3 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 18 บาท (ราคาประกัน) กล้วยหอมทอง ไม่ได้สร้างรายได้ให้เฉพาะผลกล้วย แต่หน่อกล้วยก็สร้างรายได้ได้เช่นกัน

คุณทองแดง บอกด้วยว่า กล้วยหอมทอง 1 ต้น ให้หน่อพันธุ์เฉลี่ย ต้นละ 7 หน่อ ราคาจำหน่าย หน่อละ 15 บาท เท่ากับ กล้วยหอมทอง 1 ต้น สามารถจำหน่ายหน่อพันธุ์ได้ 105 บาท ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วย จำนวน 400 ต้น จะได้หน่อพันธุ์ 2,800 หน่อ คิดเป็นรายได้จากการจำหน่ายหน่อพันธุ์ 42,000 บาท

คุณทองแดง มีไอเดียการดูแลแปลงปลูก ซึ่งดินบริเวณดังกล่าวแร่ธาตุไม่สมบูรณ์ ทั้งยังขาดแหล่งน้ำ ดังนั้น ก่อนปลูกกล้วยหอมทอง คุณทองแดงจึงปรับปรุงดินและลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ก่อน โดยการใช้ปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพ ผสมน้ำหมักชีวภาพไปในถังน้ำ แล้วปล่อยไปตามท่อน้ำหยด

เมื่อถามถึงปัญหาในการปลูกกล้วยหอมทอง คุณทองแดงให้ข้อมูลว่า โรคที่พบในกล้วยหอมทอง เป็นโรคใบด่าง มีผลต่อใบ แต่ไม่มีผลต่อผลผลิตมากนัก หากพบอาจทำให้กล้วยมีขนาดผลเล็กลงเท่านั้น ดังนั้น หากพบ ควรตัดใบทิ้ง ส่วนโรคอื่นยังไม่พบ น่าจะเป็นเพราะการปรับปรุงดินโดยหว่านปุ๋ยคอกและหว่านปอเทืองก่อนไถกลบก่อนลงปลูก

“ปัญหาที่พบและควบคุมได้ยาก คือ ปัญหาลม กล้วยหอมทองเป็นพืชเปราะบาง เมื่อกระทบลม การค้ำไม้ช่วยก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้น วิธีการคือ การเลี่ยงลม โดยลงปลูกในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม เมื่อต้นเริ่มแข็งแรง จะเป็นช่วงฤดูที่มีลมพัดแรง ต้นจะทานได้ ไม่ล้มตามลม ส่วนปัญหาอื่นยังไม่พบ”

คุณทองแดง ถือเป็นเกษตรกรต้นแบบ สาขาพืชสวน ของอำเภอโนนสัง ส่วนลูกชายก็เป็นต้นแบบของไอเดียการปลูกกล้วยหอมทองให้กับพ่อ และเป็นเสมือนฐานช่วยพ่อในการดูแลแปลงกล้วยหอมทองให้เป็นแปลงกล้วยหอมทองที่มีคุณภาพ

สอบถามหรือต้องการชมแปลงกล้วยหอมทองเพิ่มเติม ได้ที่ คุณทองแดง อัมไพชา หมู่ที่ 11 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โทรศัพท์ 093-523-1624 มะพร้าวน้ำหอม พืชเศรษฐกิจปลูกง่าย ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องนานเป็น 10 ปี ปลูกเชิงการค้ายังน่าสนใจ เพียงแต่วิธีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ และลดต้นทุนในการผลิตให้ได้มากที่สุด ในขณะที่คุณภาพและมาตรฐานก็ต้องดีด้วย ซึ่งการผลิตแบบอินทรีย์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่สนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมสร้างรายได้อยู่ไม่น้อย

คุณปุญณสา ประชุมศรี หรือ พี่ป้อม เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ อยู่ที่ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกษตรกรสาวทำสวนแบบตามใจตัวเอง เน้นทำเกษตรอย่างมีความสุข ไม่กดดันตัวเอง ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ทำสวนเกษตรผสมผสานเป็นรายได้เสริม

พี่ป้อม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมของตนเองเกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องมาจากครอบครัวมีอาชีพทำอิฐมาตั้งแต่ดั้งเดิม จึงซื้อที่ดินเพื่อขุดดินไปทำอิฐ แต่แทนที่จะขุดเป็นบ่อให้เสียพื้นที่ จึงเลือกขุดเป็นร่องสวน และทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และมองเห็นอนาคตแล้วว่าอีกไม่กี่ปีมะพร้าวที่ปลูกไว้จะกลับมาทำรายได้ให้ไม่มากก็น้อย โดยการยึดหลักการทำเกษตรแบบสบายๆ บนรากฐานของระบบการจัดการที่ดีและหาทางรอดให้เป็นด้วย เพราะการทำเกษตรจะมีอุปสรรคสำคัญทั้งในเรื่องของสภาพอากาศและช่วงของราคาผลผลิตที่มีความผันผวนสูง ฉะนั้นแล้วทางรอดของเกษตรกรคือการขายผลผลิตเอง เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลางให้ได้มากที่สุด

“อย่างมะพร้าวน้ำหอมที่สวนปลูกเยอะ เราก็จะไม่เลือกส่งผลผลิตให้กับล้งทั้งหมด แต่จะมีการแบ่งสัดส่วนส่งให้ล้งส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเราจะนำมาทำตลาดขายเอง เพราะถ้าส่งให้ล้งเพียงอย่างเดียวเมื่อยามที่เกิดวิกฤตอะไรขึ้นมาก็แล้วแต่ ล้งจะกดราคาเราเท่าไหร่ก็ต้องยอมเพราะเราไม่มีทางเลือก และราคาของล้งจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับราคาตลาด สมมุติว่าเป็นล้งนอก ถ้าตู้จีนปิดราคาของมะพร้าวก็จะดิ่งลง เราเลยตัดปัญหาด้วยการแบ่งผลผลิตส่วนหนึ่งมาทำตลาดขายเอง เพราะอย่างน้อย เราขายเอง มะพร้าวไม่เคยต่ำกว่าลูกละ 10 บาท เราก็จะมีรายได้จากส่วนนี้เพิ่มขึ้น”

พื้นที่ 40 ไร่ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 1,500 ต้น
ควบคู่ทำเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ตลอดปี
ปัจจุบันที่สวนปลูกมะพร้าวน้ำหอมของพี่ป้อมมีทั้งหมด 1,500 ต้น บนพื้นที่ทั้งหมด 40 ไร่ พี่ป้อม อธิบายเพิ่มเติมว่า การปลูกมะพร้าวของตนเองจะใช้พื้นที่ในการปลูกค่อนข้างเยอะ แต่ปลูกได้จำนวนไม่มาก เนื่องจากที่สวนจะปลูกพืชผสมผสานแซมลงไปในร่องสวนด้วย โดยสาเหตุของการเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอมสร้างรายได้หลักก็เพราะว่ามะพร้าวเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย และยิ่งถ้าเป็นช่วงให้ผลผลิตได้แล้วก็แทบไม่ต้องดูแลจัดการอะไรมากมาย เพียงหมั่นให้ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ รดน้ำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งอย่าให้ขาด เท่านี้ก็มีผลผลิตออกมาให้เก็บขายสร้างรายได้ไม่ขาดมือ

เทคนิคการปลูก เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่เน้นนำหลักวิชาการมาใช้เยอะ เน้นให้ความสำคัญในช่วงเริ่มต้นวางแผนจัดสรรพื้นที่ในการปลูก ทั้งการขุดร่องสวน-ร่องน้ำ และพื้นที่สำหรับทำทางรถวิ่งให้เข้ามาเก็บมะพร้าวได้สะดวก ก็จะช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน และช่วยจัดการภายในสวนได้ง่ายขึ้น

“ลักษณะการทำร่องสวนปลูกมะพร้าว ส่วนใหญ่ร่องสวนจะกว้างประมาณ 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 3 เมตร แต่ที่สวนของเรามีหลายโซน มีทั้งร่องเล็กร่องใหญ่ ตั้งแต่ขนาดกว้าง 6 เมตร และร่องใหญ่ 8 เมตร เพื่อทดลองว่าแบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งร่องใหญ่จะจัดการได้ง่ายกว่า สามารถปลูกมะพร้าวได้ 2 ข้าง ซ้าย-ขวา ปลูกในระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถว 6×6 เมตร และยังสามารถปลูกพืชผักไม้ผลอย่างอื่นแซมได้ด้วย”

การปลูก ขุดหลุมขนาด 50x50x50 เซนติเมตร วางหน่อที่คัดเลือกมาแล้วลงในหลุม แล้วนำดินกลบให้เสมอผลมะพร้าว จากนั้นจึงค่อยใส่ปุ๋ยขี้ไก่ตามทีหลัง และหมั่นดูแลรดน้ำตัดหญ้า ในช่วงแรกใส่ปุ๋ยยังไม่ต้องมาก ใส่ในปริมาณต้นละครึ่งบุ้งกี๋ จากนั้นหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วจึงเริ่มขยับปริมาณการใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นเป็นอัตรา 2 กระสอบต่อต้นต่อปี แบ่งใส่ 6 เดือนครั้ง

“ตอนนี้ที่สวนเน้นใส่ปุ๋ยขี้ไก่เป็นหลัก ใส่ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ที่สวนเคยใช้ปุ๋ยเคมีมานานเป็น 10 ปี และใช้หนักมากๆ หมดค่าปุ๋ยต่อเดือนไม่น้อย จึงได้ตัดสินใจหักดิบการใช้เคมี หันมาปลูกแบบอินทรีย์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 6 ปี ซึ่งในช่วงปีแรกของการงดใช้ปุ๋ยเคมี ก็เหมือนจะโดนประท้วง มะพร้าวไม่ให้ผลผลิตเพราะเราไม่ให้อาหารอย่างที่พืชเคยกิน รายได้ก็หายไปเลยครึ่งหนึ่ง ตรงนี้ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คนที่เคยทำเคมีมาทำอินทรีย์แล้วเกิดความท้อแท้ แต่ถ้าอดทนให้เวลาพืชได้ปรับตัวสักพักแล้วผลผลิตจะเข้าที่เข้าทาง ถึงไม่ได้มากเท่าเดิมแต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ถือว่าคุ้มค่าเพราะต้นทุนค่าปุ๋ยลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีแค่ค่าปุ๋ยขี้ไก่ปีละ 2 ครั้ง กับเกลือดำใส่เพื่อเพิ่มหวานทดแทนปุ๋ยเคมี ใส่เพียงปีละครั้ง ปริมาณ 1 กิโลกรัมต่อต้นแค่นี้ หรือถ้าหากช่วงไหนขยันหน่อยก็จะฉีดพ่นฮอร์โมนบำรุงเสริมเข้าไป ให้ลูกดกในช่วงหน้าแล้ง ที่ราคามะพร้าวสูงๆ”

ระบบน้ำ เมื่อก่อนที่สวนจะรดน้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์ แต่ต้องประสบปัญหาในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตลูกมะพร้าวตกใส่สปริงเกลอร์ทำให้เกิดความเสียหาย จึงได้ยกเลิกการใช้ระบบสปริงเกลอร์ แล้วหันมาใช้เรือในการรดน้ำแทน อาทิตย์ละครั้ง หรือสังเกตดูที่สภาพอากาศเป็นหลัก หากช่วงไหนฝนไม่ค่อยตกดินแห้งก็ถึงเวลาให้น้ำ

แมลงศัตรูมะพร้าว ที่มักพบเจอบ่อยๆ คือ ด้วงงวงมะพร้าว แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ศัตรูธรรมชาติกำจัด โดยการใช้ตัวห้ำ ตัวเบียน มาช่วยงาน ช่วยปรับสมดุลธรรมชาติ ช่วยปราบแมลงด้วยกันเอง

ปริมาณผลผลิต ปกติแล้วมะพร้าวน้ำหอมจะใช้ระยะเวลาการปลูก 2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี ให้ผลผลิต แต่ของที่สวนใช้เวลาปลูกนานถึง 5 ปี เนื่องจากการจัดการดูแลของสวนเน้นเอาความสะดวกเป็นที่ตั้ง ไม่มีกฎเกณฑ์การรดน้ำใส่ปุ๋ยที่ตายตัว จึงทำให้ผลผลิตออกมาช้ากว่าปกติ แต่ในเรื่องของคุณภาพไม่ได้ตกหล่นไปไหน รสชาติของมะพร้าวยังคงหวานหอมเหมือนเดิม การันตีด้วยมาตรฐาน GAP และได้รับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) จังหวัดราชบุรี

เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุก 20-25 วัน มะพร้าว 1,000 ต้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ครั้งละประมาณ 5,000 ลูก แต่ในช่วงหน้าร้อนจะเป็นช่วงที่ผลผลิตขาดคอโดยธรรมชาติ ส่งผลทำให้ราคาของมะพร้าวดีดตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี ทางสวนจะพยายามหาวิธีผลิตทำให้มะพร้าวออกมาอย่างต่อเนื่องให้มีขายในช่วงที่ผลผลิตมีราคาแพง ซึ่งอยู่ในช่วงทดลองหาวิธีที่ได้ผลดีที่สุดต่อไป

ส่งล้ง 70 เปอร์เซ็นต์ ขายเอง 30 เปอร์เซ็นต์ ลดความเสี่ยง รายได้เพิ่ม
ตามข้อมูลที่กล่าวในเบื้องต้น พี่ป้อม อธิบายว่า ที่สวนจะมีการแบ่งสัดส่วนการตลาดออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 เป็นการส่งผลผลิตให้กับล้งประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์ นำมาทำตลาดขายเอง ทั้งในรูปแบบของขายผลสด และนำเอาผลผลิตตกไซซ์ ขนาดทรงผลไม่ได้มาตรฐานมาแปรรูปทำน้ำมะพร้าวบรรจุใส่ขวดขาย โดยข้อดีของการทำตลาดเอง 1. เจ้าของสวนสามารถกำหนดราคาผลผลิตเองได้ และตัดปัญหาโดนพ่อค้าคนกลางกดราคา และ 2. เป็นการเพิ่มมูลค่า หากส่งให้ล้งช่วงนี้ราคาอยู่ที่ลูกละ 8 บาท แต่ถ้านำมาขายเองได้ลูกละ 15 บาท ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นมาเกือบครึ่งหนึ่ง คิดเป็นรายได้เฉลี่ยขายได้ลูกละ 10 บาท มะพร้าวจำนวน 5,000 ลูก คิดเป็นเงิน 50,000 บาท ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไม้ผลที่ทำรายได้ไม่น้อยเมื่อเทียบกับการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก

“การปลูกมะพร้าวอินทรีย์ผลผลิตอาจจะไม่ได้มากเท่าเคมี แต่คุ้มกับสุขภาพและต้นทุนที่ต่ำลงเพราะของเรามีแค่ค่าปุ๋ยขี้ไก่ ปีละ 2 กระสอบต่อต้น เฉลี่ยค่าขี้ไก่ต้นหนึ่งกินปุ๋ย 50 บาทต่อปี เกลือดำถุงละ 100 บาท ถุงหนึ่งมี 30 กิโลกรัม คิดเป็นกิโลกรัมละ 3 บาทต่อต้น เมื่อเฉลี่ยต้นทุนในการดูแลมะพร้าวต่อต้นต่อปีเป็นเงินเพียง 55 บาท สามารถตัดมะพร้าวขายได้ทุก 20 วัน คืนทุนตั้งแต่ในเดือนแรก ที่เหลืออีก 11 เดือนคือกำไร เป็นค่าแรงในการดูแลของเรา”

นิยามการทำเกษตรอย่างไรให้มีความสุข

“นิยามการทำเกษตรของพี่คือทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีความสุข ไม่กดดันตัวเอง และไม่หาภาระให้ตัวเองเยอะ ทำเท่าที่ทำได้ ไม่ยึดติด อะไรดีก็ทำต่อ แล้วพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และอะไรที่ไม่เหมาะกับเราก็วางลง การทำเกษตรต้องสู้ ต้องอดทนเยอะๆ อย่าใจร้อน ต้องใช้เวลา พูดง่ายๆ ถ้าคิดอยากจะทำเกษตรคืออันนี้ต้องเน้นเลย ตั้งเป้าหมายให้ถูก ถ้าหวังรวย การเกษตรอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ แต่ไม่ใช่ว่ารวยไม่ได้ คือรวยได้แต่ต้องใช้เวลา ใช้ประสบการณ์ ต้องผ่านช่วงผิดหวัง ท้อแท้มาก่อน อย่าไปตั้งเป้าหมายสูงมาก เอาแค่ว่าเราทำเกษตรแล้วมีความสุข ซึ่งความสุขของแต่ละคนไม่เท่ากัน หาความสุขของตัวเองให้เจอ ถ้าหาเจอก็ตอบโจทย์ อย่างความสุขของพี่คือการได้อยู่กับธรรมชาติสีเขียวๆ ที่สำคัญได้มีเวลาดูแลครอบครัว สามารถปลูกพืชผักปลอดภัยไว้กิน เหลือจากการกินก็ขาย ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนถ้าใครอยากมีรายได้เพิ่มมีเงินเหลือเก็บ ก็หาทำอย่างอื่นเสริม เพราะงานเกษตรมีอะไรให้ทำเยอะ ถ้าเราคิดจะทำ” พี่ป้อม กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 092-728-3053 หรือติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก : สวนพริกไทย บ้านไร่เตาอิฐ คุณศักดา ล้ำบริสุทธิ์ หรือ คุณนุ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมและเจ้าของสวนศักดากล้วยหอมทอง ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ที่นำความชอบที่มีต่ออาชีพเกษตรกรมาต่อยอดสร้างเป็นอาชีพด้วยการทำสวนกล้วยหอมทอง ปัจจุบันภายในสวนมีการปลูกกล้วยหอมมากกว่า 20 สายพันธุ์ จำหน่ายหน่อกล้วยและกล้วยนานาชนิด ส่งขายในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ตลอดทั้งปี

จุดเริ่มต้นของการทำสวนศักดากล้วยหอมทอง คุณศักดา เล่าว่า ในอดีตเคยทำนาข้าวมาก่อนจริงจัง แต่เนื่องจากสถานการณ์ในเรื่องของราคาปุ๋ยมีราคาที่สูงขึ้น จึงส่งผลกระทบกับตนเองโดยตรง จึงเปลี่ยนมาทำสวนกล้วยแทน เป็นเวลากว่า 15 ปี ปลูกกล้วยในพื้นที่กว่า 9 ไร่ มีกล้วยกว่า 3,600 ต้น และภายในสวนมีกล้วยกว่า 20 สายพันธุ์ให้เลือกสรรปลูกตามความต้องการของลูกค้า

“เมื่อก่อนผมไม่คิดที่จะทำตรงนี้ เมื่อก่อนทำนาอยู่ แต่ทีนี้พอทำนาช่วงหลังๆ ปุ๋ยเริ่มมีราคาแพงขึ้น จึงเปลี่ยนมาทำกล้วยแทน ทำมา 15 ปีแล้ว ในพื้นที่ 9 ไร่กว่าๆ มีกล้วยไร่ละ 400 ต้น มีกล้วยมากกว่า 20 สายพันธุ์ครับ เช่น กล้วยหอมทองปทุม กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่อง กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์โชควิเชียร กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชรครับ”

ด้านวิธีการดูแลและการปลูกกล้วยภายในสวนนั้น จะมีการนำรถไถพรวนดิน ก่อนการลงปลูกล่วงหน้าประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นจะทำการตากหน้าดินให้แห้ง ซึ่งวิธีการนี้เปรียบเสมือนการฆ่าเชื้อ ถัดมานำปูนขาวโรยและหว่านให้ทั่วพื้นที่ ก่อนที่จะทำการไถพรวนดิน เพื่อเตรียมนำหน่อกล้วยลงหลุมในระยะการปลูก 1.50×1.50 เมตร ต่อการปลูกกล้วย 1 ต้นนั้นเอง

สำหรับปลูกกล้วยหอมทองภายในสวนนั้น junkhost.com จะมีการปลูกแบบผสมผสานระหว่างปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุดต่อผลผลิต จะทำการใส่ปุ๋ยทุกเดือน จนถึงอายุ 6 เดือน จึงจะหยุดใส่การบำรุงทุกชนิด เนื่องจากภ่ายในต้นกล้วยนั้น มีสารอาหารที่เพียงพอในการหล่อเลี้ยงผลผลิตแล้วนั่นเอง

คุณศักดา บอกว่า หากไม่ใช้สารเคมีในการใส่บำรุงต้น ก็ทำให้ไม่เกิดผลดีเท่าที่ควร เพราะจะส่งผลในเรื่องของขนาดของกล้วยภายในสวน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะเป็นตัวเร่งผลผลิต หากเป็นชีวภาพก็จะมีหน้าที่บำรุงส่วนอื่นๆ ภายในต้น เช่น รสชาติ เป็นต้น

“ขั้นตอนแรกต้องจัดเตรียมแปลง เพราะพื้นที่ทางปทุมธานี จะเป็นแบบยกท้องร่องสวน มีน้ำล้อมรอบ ก่อนทำเราก็ต้องเอารถไถมาไถหน้าดินก่อน ก็ประมาณสัก 2-3 อาทิตย์อย่างนี้ครับ ก็ตากหน้าดินให้แห้ง เหมือนเป็นการฆ่าเชื้อ จากนั้นก็นำปูนขาว มาหว่านให้ทั่วพื้นที่ เพื่อปรับสภาพดิน ลดกรด ลดด่าง พอหว่านปูนขาวเสร็จ เราก็เอารถปั่น เพื่อพรวนดินให้ละเอียด แตก หลังจากนั้นก็เตรียมขุดหลุม เพื่อลงหน่อพันธุ์ได้เลยครับ ระยะห่างในการปลูกจะอยู่ที่ 1.50×1.50 เมตร ต่อ 1 ต้น และมีระยะการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 9 เดือนครับ จะมีการใส่ปุ๋ยทุกเดือน จนถึงอายุ 6 เดือน พอหลังจาก 6 เดือนก็ไม่ต้องใส่ เพราะเขามีสารอาหารพอที่จะไปเลี้ยงผลผลิตเขาได้แล้วครับ”

ในการทำสวนกล้วยนั้น สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก คือ เรื่องของโรคและศัตรูพืชต่างๆ ที่เข้ามาทำลายผลผลิตจนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก เช่น เชื้อรา ใบจุด เป็นต้น สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดยาเชื้อราและโรคต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผลผลิต

“โรคที่เกิดขึ้น มักเจอในช่วงหน้าฝน ก็จะมีพวกเชื้อรา ใบจุด ใบด่าง แล้วก็เชื้อราโคนหวี พวกนี้ทักเกิดมาจากพวกความชื้นสะสมนานๆ ป้องกันได้โดยการฉีดยา ยาก็เกี่ยวกับเชื้อราครับ” ในด้านความต้องการทางด้านตลาด ทางสวนของคุณนุ จะมีการขายผลผลิตของกล้วยและเครือกล้วยนานชนิดให้กับลูกค้าทั่วทั้งประเทศ ที่มีความต้องการที่จะนำกล้วยไปปลูก เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ ทั้งปลูกขายและปลูกกิน โดยปกติจะมีการขายทั้งหน้าสวนและผ่านช่องทางออนไลน์

คุณนุ ยังนำเคล็ดลับการทำสวนกล้วยให้ประสบความสำเร็จ ด้วยการปลูกหน่อกล้วยและกล้วยแบบขายลูกไปพร้อมกัน จะทำให้มีรายได้ระหว่างรอผลผลิตกล้วย 9 เดือนได้ตลอดทั้งปีแบบง่ายๆ

“เราต้องทำควบคู่กัน ถ้าเราขายแต่ผลผลิตอย่างเดียว เราก็จะได้เงินแค่ก้อนเดียว เหมือนเรารอเงินแค่ช่วงเวลาเดียว คือต้องรอ 9 เดือน แต่ถ้าเราทำควบคู่กัน เราขายหน่อด้วย เราจะได้เงินตลอดทั้งปี เพราะหน่อกล้วยมันออกมาให้เราแทงขายได้ตลอด อายุ 1-2 เดือน ก็สามารถขุดขายได้แล้ว”