การให้น้ำเมื่อต้นส้มเขียวหวานโตแล้ว การให้น้ำก็ยังคง

ให้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะการเจริญเติบโตและสภาพทั่วๆ ไป เช่น ในระยะก่อนออกดอก จะต้องการน้ำน้อย เพื่อให้มีช่วงเก็บสะสมอาหาร แต่เมื่อติดผลแล้วส้มจะต้องการน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงผลแก่ เมื่อผลส้มเข้าสีแล้วถ้าลดปริมาณน้ำลงจากปกติจะช่วยให้ผลส้มแก่เร็วขึ้น และควรงดให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยว ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยทำให้ส้มมีรสหวานมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าเพิ่มปริมาณน้ำในดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ จะช่วยชะลอการสุกของผลส้มได้ ประมาณ 20 วัน วิธีการให้น้ำส้มเขียวหวานมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น การให้น้ำทางสายยาง การใช้เรือรดน้ำ การให้น้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์ เป็นต้น ส่วนช่วงเวลาการให้น้ำที่เหมาะสมคือ ระหว่างเวลา 08.00-10.00 น. และ 14.00-16.00 น.

การออกดอกติดผล ปกติส้มเขียวหวานสามารถออกดอกติดผลได้ตั้งแต่ปีแรกของการปลูก แต่ไม่นิยมเก็บไว้ เพราะจะทำให้ต้นโทรม ไม่เจริญเติบโต จึงควรปลิดดอกทิ้งทั้งหมด จนกระทั่งเมื่อส้มอายุได้ 3 ปี จึงให้ติดผลได้ เพราะต้นใหญ่ขึ้นและแข็งแรงพอที่จะให้ติดผลได้ ปัจจุบันสามารถทำให้ส้มเขียวหวานออกนอกฤดูกาลได้โดยการบังคับการให้น้ำ กล่าวคือ หลังจากการให้น้ำแล้ว อีกประมาณ 10 เดือน ก็จะเก็บเกี่ยวผลได้ ดั้งนั้น ถ้าต้องการให้ส้มเขียวหวานแก่ในเดือนใด ก็จะนับย้อนหลังไปประมาณ 10 เดือน แล้วเริ่มควบคุมการให้น้ำ ก็จะทำให้ส้มเขียวหวานออกดอกออกผลตรงตามเวลาที่ต้องการ

การค้ำกิ่ง หลังจากส้มเขียวหวานติดผลควรค้ำกิ่ง เพื่อช่วยป้องกันกิ่งฉีกขาดหรือหัก เนื่องจากน้ำหนักของผลที่ติดอยู่บนต้นมีแรงเหวี่ยงโยนสูงมาก หากมีลมพัดจะยิ่งทำให้ฉีกขาดได้มากขึ้น และยังช่วยยกระดับของผลให้สูงจากพื้นดิน เพื่อลดความเสียหายอันเนื่องมาจากโรคและแมลงได้อย่างมาก

โรคและแมลงศัตรู นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นส้มเขียวหวาน ปริมาณและคุณภาพของผลผลิต และเป็นอุปสรรคต่อการผลิตส้มเขียวหวานให้มีคุณภาพดี เนื่องจากโรคและแมลงสามารถเข้าทำลายส้มได้ทุกระยะการเจริญเติบโต และทำลายได้ทุกส่วนของต้นส้ม รวมทั้งผลส้มด้วย ดังนั้น เกษตรกรควรได้ศึกษาและวางแผนควบคุมกำจัดโรคและแมลงศัตรูส้มไว้เสมอ สำหรับโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญ ได้แก่ โรครากเน่าโคนเน่า โรคกรีนนิ่ง โรคแคงเกอร์ โรคทริสเทซ่า หนอนชอนใบ หนอนแก้วส้ม เพลี้ยไฟ ไรสนิมส้ม เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย เพลี้ยไก้แจ้ส้ม หนอนเจาะสมอฝ้าย ไรเหลืองส้ม เป็นต้น

การเก็บเกี่ยวผลส้มเขียวหวานจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 8-10 เดือน นับจากวันออกดอก ผิวส้มจะมีสีเขียวอมเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม และความแข็งของผลลดลง วิธีการเก็บเกี่ยว ให้ใช้กรรไกรคมๆ ตัดที่ก้านผล ไม่ควรดึงหรือเด็ด เพราะจะทำให้ขั้วผลแยกตัวออกจากส่วนเนื้อ ขั้วผลฉีกเป็นแผล อันเป็นช่องทางให้เกิดโรคผลเน่าภายหลังเก็บเกี่ยวได้ง่าย

คุณอภิวัฒน์ เล่าตบท้ายว่า ที่คิดกลับมาทำสวนประการแรก เพราะเป็นลูกคนเดียว ในอนาคตยังไงก็ต้องกลับมาดูแลพ่อแม่อยู่แล้ว ประการที่ 2 การทำสวนผลไม้ ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอด ก็เลยอยากรีบกลับมาเรียนรู้เพิ่มเติม ประการที่ 3 การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ค่าครองชีพสูง มีค่าใช้จ่ายสูง เงินเดือนไม่พอใช้ ที่บ้านทำสวนรายได้ยังดีกว่า สุดท้าย คุณอภิวัฒน์ให้ข้อคิดว่า ส้มเขียวหวานทำยาก ต้นทุนในการผลิตสูง ในอนาคตน่าจะไม่เป็นที่น่าสนใจของเกษตรกรคนรุ่นใหม่ ทำให้คนที่มีความรู้ ความสามารถในการผลิตลดลง หมายความว่า คู่แข่งจะลดลง จึงได้มาบุกเบิกปลูกในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งคิดว่าน่าจะไปได้ดี

สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผลิตส้มเขียวหวาน เชิญที่ บ้านร่องคำหลวง ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โทร. 085- 039-7007 ขอเฉพาะเรื่องส้มเขียวหวาน ส่วนเรื่องอื่นขออนุญาตอย่ารบกวนกันเลย

เกษตรกรที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นิยมปลูกกล้วยน้ำว้ากันมาก โดยรูปแบบการปลูกมีทั้งปลูกเดี่ยวๆ และปลูกผสมผสานกับพืชอื่น ทั้งนี้ เพราะกล้วยน้ำว้าดูแลรักษาไม่ยาก ไม่จุกจิกกวนใจ ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกเป็นอย่างดี

คุณนิพนธ์ บุตรเมือง เกษตรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เคยรักษาการตำแหน่งเกษตรอำเภอแก่งกระจาน พูดถึงกล้วยน้ำว้าที่แก่งกระจานว่า “ปกติกล้วยน้ำว้าเป็นพืชหลักของที่นี่ เป็นพืชที่ไม่ต้องใช้สารเคมี โรคแมลงไม่ค่อยมี เป็นโรคใบไหม้บางช่วง บางช่วงเป็นโรคตายพรายแต่ก็เป็นบางแห่ง ถือว่าเป็นพืชที่ใช้การลงทุนต่ำ มีรายได้ต่อเนื่อง เป็นพืชที่ชาวบ้านนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

“จริงๆ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ การปลูกกล้วยยังช่วยให้ระบบนิเวศโดยรอบสมบูรณ์ เป็นการบำรุงดินในตัว ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้หมุนเวียน เรื่องการส่งเสริมการปลูก ทางราชการส่งเสริมอยู่แล้ว กล้วยสามารถปลูกควบคู่กับพืชอื่นที่ให้ร่มเงาได้ด้วย” คุณนิพนธ์กล่าว

เปลี่ยนจากมะม่วง มาปลูกกล้วยน้ำว้าล้วนๆ 50 ไร่ คุณนาค เส็งสว่าง เป็นเกษตรกรที่ปลูกกล้วยน้ำว้า 50 ไร่ อยู่ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี คุณนาค บอกว่า บ้านพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 8 ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง แต่มาทำไร่ทำสวนอยู่ตำบลวังจันทร์นาน 40 ปีเศษแล้ว

คุณนาค บอกว่า ตนเองมีพื้นที่ทั้งหมด 76 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา ช่วงแรกปลูกพืชล้้มลุก จำพวกอ้อย สับปะรด ต่อมาปลูกมะม่วงพันธุ์ดี เช่น น้ำดอกไม้ เขียวเสวย งานปลูกมะม่วงยุคต้นทำรายได้ไม่น้อย แต่ต่อมาต้นทุนการผลิตสูง จึงตัดต้นมะม่วงทิ้ง แล้วปลูกกล้วยน้ำว้า 50 ไร่ ที่เหลือมีมะนาวนิดหน่อย มีไผ่รวก 10 ไร่ ปลูกไว้เพื่อนำลำมาใช้งาน มีคนมาซื้อก็ขายลำละ 8 บาท (ตัดเอง)

เนื่องจากท้องถิ่นแถบนั้นปลูกกล้วยน้ำว้ากันมาก คุณนาค เกษตรกรวัย 66 ปี ซึ่งแข็งแรงอยู่ จึงเลือกกล้วยน้ำว้าที่มีลักษณะดีเด่นมาปลูก คือให้เครือขนาดใหญ่ ระหว่าง 8-12 หวี หวีที่ให้ผลมากสุด 18 ผลต่อหวี ไส้แดง โดยทั่วไปกล้วยน้ำว้าอายุ 1 ปี สามารถเก็บผลผลิตขายได้ กล้วยน้ำว้าที่คุณนาคปลูก เปลือกไม่เขียวจัด แต่สีนวลออกขาว ไม่มีชื่อเฉพาะ ลักษณะเช่นนี้เกษตรกรชาวอำเภอแก่งกระจานและท่ายางนิยมปลูก

ระยะเวลาที่เกษตรกรรายนี้ปลูกกล้วยน้ำว้าจากแต่ก่อนจนถึงปัจจุบัน (ปี 2556) นับได้ 5 ปี มีระบบให้น้ำ จึงมีผลผลิตเก็บขายทั้งปี

คุณนาค เล่าถึงวิธีการปลูกว่า เริ่มจากไถดินแล้วชักร่อง จากนั้นวัดระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 4×4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้ 400 ต้น แรกสุดที่ปลูกกล้วยจึงมีกล้วย 20,000 ต้น

สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรรายนี้มี แต่เกษตรกรรายอื่นอาจจะไม่มี คือ ระบบน้ำ

คุณนาค ให้น้ำกล้วยน้ำว้าด้วยระบบสปริงเกลอร์ นั่นคือ กล้วย 1 ต้น หรือ 1 กอ ได้หัวมินิสปริงเกลอร์ 1 หัว ต้นทุนเฉพาะหัวสปริงเกลอร์ ต้นทุนเฉพาะหัวสปริงเกลอร์ 12 บาท หากรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว ใช้งบประมาณพอสมควร แต่เจ้าของยืนยันว่า “คุ้มจริงๆ” เพราะเมื่อตอนที่ไม่มีระบบให้น้ำ ปริมาณกล้วยที่ตัดขายจะมีไม่มาก เพราะต้นได้รับผลกระทบจากหน้าแล้ง แต่เมื่อมีระบบน้ำ สามารถทยอยตัดกล้วยได้ทั้งปีสม่ำเสมอ

ช่วงเวลาที่ให้น้ำ คือ หน้าแล้ง คุณนาค ให้น้ำ 7 วัน ต่อ 1 ครั้ง แต่หากหน้าฝนไม่จำเป็น

เรื่องปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 กำมือ ต่อกอ เป็นปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 รอบปีหนึ่งเว้นช่วงห่างการให้ 6 เดือน ต่อ 1 ครั้ง ปุ๋ยคอกหาไม่ยาก แต่คุณนาคบอกว่าไม่ได้ให้ปุ๋ยคอก เนื่องจากต้องใช้แรงงานมาก

การดูแลอย่างอื่น ควรกำจัดวัชพืช หากพบว่าสวนมีต้นไม้ขึ้นรก อาจจะใช้สารกำจัดวัชพืชบ้าง แต่เทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยได้ดี คือการตัดใบวางไว้ที่โคนต้น ทำให้หญ้าขึ้นได้ยาก เทคนิคนี้ใช้ได้มาก

วิธีการไว้หน่อ เจ้าของสวนแนะนำว่า ให้ไว้หน่อที่ออกข้างๆ จะได้เครือขนาดใหญ่ หน่อกลางกอควรตัดทิ้งเพราะทำให้เครือมีขนาดเล็ก

กล้วยที่ปลูกเริ่มแรกมี 1 ต้น ต่อ 1 กอ ซึ่งก็คือ 400 ต้น ต่อไร่ เมื่อปลูกไปนาน 1 กอ มีอย่างน้อย 4 ต้น เท่ากับว่า 1 ไร่ มีกล้วยจำนวน 1,600 ต้น​ ซึ่งจะทำให้ได้เครือกล้วยขายได้มากขึ้นด้วย

“ที่สวนอื่นมักมีโรคตายพราย แต่สวนผมไม่มี ปลูกกล้วยสามารถทำได้ง่าย ใช้คนงานน้อย ขายได้ราคา กล้วยของผมนี่แม่ค้าติดใจ” คุณนาค ยืนยัน

รายได้อย่างต่ำ ตันละ 100 บาท

คุณนาค บอกว่า ตั้งแต่หน่อกล้วยงอกพ้นดิน จนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ใช้ระยะเวลา 1 ปี โดยประมาณ

ทางสวนตัดกล้วยจำหน่าย อาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยมีผู้ค้ามารับซื้อถึงสวน ว่ากันหวีละ 15-20 บาท อาทิตย์หนึ่งทางสวนมีกล้วยจำหน่ายต่ำที่สุด อาทิตย์ละ 800 หวี ไปถึง 2,000 หวี

กล้วย 1 เครือ มีหวีอย่างต่ำ 6 หวี หากขายได้ราคาหวีละ 15 บาท เจ้าของจะมีรายได้ 90 บาท

บางเครือมี 10 หวี หากขายหวีละ 15 บาท เจ้าของจะมีรายได้ 150 บาท ต่อเครือ

“เฉลี่ย…แน่นอนเลย กล้วย 1 ต้น ต้องมีรายได้ 100 บาท ผมปลูกมะละกอแซม ทำให้มีรายได้เพิ่มอีก ปลีกล้วยขายได้หัวละ 4-6 บาท ใบตองกล้วย กิโลกรัมละ 8 บาท แต่ไม่มีเวลาตัดใบขาย เพราะผมดูแลคนเดียว มีลูกจ้าง 1 คน ภรรยาไปดูแลแม่ยาย ลูกๆ ต่างก็มีงาน” คุณนาค กล่าว

คุณนาค ยืนยันว่าจะปลูกกล้วยน้ำว้าต่อเนื่องไปเรื่อยๆ หากต้นโทรมมากก็ไถทิ้งแล้วปลูกใหม่ แต่ก็ไม่ทราบว่าเมื่อไร เพราะผ่านมา 5 ปีแล้วผลผลิตก็ยังดีอยู่ “บริษัท ซีวิค อโกรเทค จำกัด เปลี่ยนชื่อจาก “ซีวิค มีเดีย” เมื่อปี 2564 เราดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 31 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2534 ในฐานะผู้บุกเบิก และผู้นำในธุรกิจ LEDs Screen ในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน เรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนา เพื่อเป็นผู้นำในการส่งมอบนวัตกรรมด้าน LEDs อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เราคือผู้เชี่ยวชาญในการวิจัย

พัฒนา ผลิต และจำหน่ายป้าย LEDs Full Colour Screen Display, ป้าย LEDs, หลอด LED T8, หลอด LED BULB, LEDs Street Light และผลิตภัณฑ์ LEDs อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การันตีคุณภาพด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศที่ส่งออกยากที่สุด อย่างประเทศญี่ปุ่น Civic AgroTech ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ซึ่งนับเป็นรายแรกสำหรับธุรกิจ LEDs Display ของประเทศ และมาตรฐาน ISO 14001 : 2015”

คุณชิงชัย คนธรรพ์สกุล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีวิค อโกรเทค จำกัด ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจมากว่า 30 ปี ประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่ชื่อว่า “Kabinet Smart Garden ตู้ปลูกผักอัจฉริยะ” นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการปลูกผักไว้รับประทานเอง นอกจากนี้ ภายในบริษัทของคุณชิงชัยนั้นยังมีนวัตกรรมทางเกษตรที่จำนวนหลายตัว ที่ถูกคิดค้นขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “Civic AgroTech บริษัทที่ทำธุรกิจโดยมี “ความมุ่งมั่น” ในการทำ “วิจัยและพัฒนา” เพื่อให้ได้สินค้า “นวัตกรรม” “ที่มีคุณค่าส่งต่อให้แก่ลูกค้าและสังคม” เหมาะสมกับวิถีชีวิตแห่งยุคสมัย โดยมุ่งเน้น “เทคโนโลยีการเกษตร”

จุดเริ่มต้นของการทำนวัตกรรม “Kabinet Smart Garden ตู้ปลูกผักอัจฉริยะ” เกิดขึ้นเมื่อปี 2019 เนื่องจากพบว่ายอดขายในบริษัทไม่มีการขยับขึ้นเท่าที่ควร จึงเล็งเห็นว่าตัวไฟ LEDs หรือแสงประดิษฐ์นั้นสามารถปลูกพืชได้ จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลอย่างจริงจัง รวมถึงมีการเดินทางเพื่อไปดูงานต่างประเทศ เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย จึงตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าและพัฒนานวัตกรรมทางเกษตรอย่างเต็มรูปแบบมาจนถึงปัจจุบัน

“บริษัทของผมจะมีเทคโนโลยีของเราเองของใช้หลอด LED หรือแสงประดิษฐ์ จนกระทั่งปี 2019 เราพบว่ายอดขายคงที่ ไม่ขยับไปไหน เราก็เลยมองว่าตัว LED หรือแสงประดิษฐ์นั้น สามารถปลูกพืชได้ด้วยนะครับ เราก็เริ่มหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็ขอไปดูงานที่ต่างประเทศครับ แล้วพอกลับมาแล้วนั้น เราก็ตัดสินใจว่าเราจะมุ่งหน้าไปยังทางเกษตรนวัตกรรม โดยการใช้ LED หรือแสงประดิษฐ์ และก็ IOT และซอฟต์แวร์ต่างๆ เข้าไปในระบบเพื่อควบคุม ก็คือการปลูกพืชภายใต้ระบบควบคุมครับ เสร็จแล้วเราก็สร้างโรงงานพืช ไม่ใช่แบบอย่างตู้ที่เราเห็น แต่เราสร้างโรงงานพืชแบบเป็นโรงเรือนปลูกพืช โดยปลูกพืชในระบบแอร์ และก็ใช้แสง LED หรือแสงประดิษฐ์แทนแสงอาทิตย์นะครับ มีการควบคุมพวกอุณหภูมิ ความชื้น และอะไรต่างๆ ครับ ให้สารอัตโนมัติครับ”

Kabinet Smart Garden คือตู้ปลูกผักแบบ Indoor ที่ปลูกด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์พร้อมแสงประดิษฐ์ LEDs มาพร้อมกับกำลังไฟ 940 วัตต์ และมีระบบน้ำในตัว เข้าถึงง่ายทุกพื้นที่ด้วยขนาด 100x60x190 เซนติเมตร เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือใครๆ ที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกผักก็สามารถปลูกได้ เพราะมีระบบในการปลูกอัตโนมัติ ทั้งระบบให้แสง ระบบจ่ายปุ๋ย ระบบให้น้ำ รวมไปถึงระบบปรับค่า EC และ pH ง่ายทุกการปลูก ปลูกผักสลัดได้หลายชนิด และปลูกได้มากถึง 72 ต้นในตู้เดียว

สามารถควบคุมการปลูกแบบ Manual hliworldwatch.org เองได้โดยเฉพาะ ผ่านจอ Touch Screen เช่น ควบคุมปริมาณการให้แสง ความเข้มของแสงที่เหมาะกับผักแต่ละชนิด ในแต่ละช่วงอายุ ดีไซน์สวยงามทันสมัย เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีชีวิตไม่เหมือนใคร ใช้เติมเต็มพื้นที่สีเขียวและเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกมุมของบ้านได้เป็นอย่างดี

เมื่อสอบถามถึงผลตอบรับ คุณชิงชัย บอกว่า อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ มีคนสนใจจำนวนมาก เนื่องจากต้องการทำให้นวัตกรรมตัวดังกล่าวนั้นสามารถนำไปตั้งในร้านอาหาร ภัตตาคาร และครอบครัวขนาดใหญ่ได้นั่นเอง

“พอเรามาทำระบบใหญ่ พบว่าก็มีคนสนใจ มีคนมาเยี่ยมชมงาน และมีคนตั้งคำถามว่าอยากได้เป็นระบบเล็กที่สามารถนำไปตั้งในร้านอาหาร ภัตตาคาร และครอบครัวขนาดใหญ่ได้ เราก็เลยลงมือพัฒนานวัตกรรมตัวดังกล่าว เริ่มมา 3 ปี โดยมีเป้าหมายคือขายให้กับพวกร้านอาหาร ภัตตาคารไฟน์ไดนิ่ง ร้านโอมากาเสะ หรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีความต้องการที่จะปลูกผักไว้รับประทานเอง หรือไว้ใช้สำหรับเป็นกิมมิกว่า เขาปลูกผัก แล้วนำมาทำเป็นอาหารเสิร์ฟลูกค้าได้เลย”

ด้านราคาการขาย “Kabinet Smart Garden ตู้ปลูกผักอัจฉริยะ” ในขณะนี้นั้นอยู่ที่ราคา 150,000 บาท ในอนาคตจะมีการพัฒนารูปแบบของนวัตกรรมดังกล่าว เพื่อให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงในเรื่องราคาการขายด้วย

“บริษัท ซีวิค อโกรเทค จำกัด เปลี่ยนชื่อจาก “ซีวิค มีเดีย” เมื่อปี 2564 เราดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 31 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2534 ในฐานะผู้บุกเบิก และผู้นำในธุรกิจ LEDs Screen ในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน เรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนา เพื่อเป็นผู้นำในการส่งมอบนวัตกรรมด้าน LEDs อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เราคือผู้เชี่ยวชาญในการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายป้าย LEDs Full Colour Screen Display, ป้าย LEDs, หลอด LED T8, หลอด LED BULB, LEDs Street Light และผลิตภัณฑ์ LEDs อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การันตีคุณภาพด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศที่ส่งออกยากที่สุด อย่างประเทศญี่ปุ่น Civic AgroTech ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ซึ่งนับเป็นรายแรกสำหรับธุรกิจ LEDs Display ของประเทศ และมาตรฐาน ISO 14001 : 2015”

คุณชิงชัย คนธรรพ์สกุล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีวิค อโกรเทค จำกัด ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจมากว่า 30 ปี ประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่ชื่อว่า “Kabinet Smart Garden ตู้ปลูกผักอัจฉริยะ” นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการปลูกผักไว้รับประทานเอง นอกจากนี้ ภายในบริษัทของคุณชิงชัยนั้นยังมีนวัตกรรมทางเกษตรที่จำนวนหลายตัว ที่ถูกคิดค้นขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “Civic AgroTech บริษัทที่ทำธุรกิจโดยมี “ความมุ่งมั่น” ในการทำ “วิจัยและพัฒนา” เพื่อให้ได้สินค้า “นวัตกรรม” “ที่มีคุณค่าส่งต่อให้แก่ลูกค้าและสังคม” เหมาะสมกับวิถีชีวิตแห่งยุคสมัย โดยมุ่งเน้น “เทคโนโลยีการเกษตร”

จุดเริ่มต้นของการทำนวัตกรรม “Kabinet Smart Garden ตู้ปลูกผักอัจฉริยะ” เกิดขึ้นเมื่อปี 2019 เนื่องจากพบว่ายอดขายในบริษัทไม่มีการขยับขึ้นเท่าที่ควร จึงเล็งเห็นว่าตัวไฟ LEDs หรือแสงประดิษฐ์นั้นสามารถปลูกพืชได้ จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลอย่างจริงจัง รวมถึงมีการเดินทางเพื่อไปดูงานต่างประเทศ เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย จึงตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าและพัฒนานวัตกรรมทางเกษตรอย่างเต็มรูปแบบมาจนถึงปัจจุบัน