ขณะนี้ สปป. ลาว อยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายป้องกันพืช

ซึ่งจะนำเข้าสู่วาระประชุมสภาแห่งชาติให้พิจารณารับรองในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป็นกฎหมายพื้นฐาน ทั้งยังเร่งสร้างดำรัสว่าด้วยยาปราบศัตรูพืช ซึ่งจะควบคุมการใช้ยาปราบศัตรูพืชให้มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในผลผลิต และเร่งเตรียมความพร้อมในการส่งออกถั่วลิสงให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของไทย โดยเร่งพัฒนาและถ่ายทอดบทเรียนที่ได้รับจาก มกอช. และกรมวิชาการเกษตร ให้กับเจ้าหน้าที่ สปป. ลาว เพิ่มขึ้น เช่น เทคนิคการตรวจสอบอะฟลาทอกซินในเมล็ดถั่วลิสงที่จะส่งออก พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรห้องปฏิบัติการให้มีความรู้ ความสามารถ และมุ่งพัฒนาห้องปฏิบัติการของสำนักงานเกษตรและป่าไม้แขวง (PAFO) จำปาสัก ให้เป็นต้นแบบและเป็นศูนย์กลางการตรวจสอบรับรองถั่วลิสงเพื่อการส่งออกให้มีความเข้มแข็ง เพื่อกวดขันไม่ให้มีปัญหาอะฟลาทอกซินปนเปื้อนสินค้าส่งออก และสร้างความมั่นใจให้กับไทย

“เกษตรกรที่ปลูกถั่วลิสงใน สปป. ลาว เป็นเกษตรกรรายย่อย ปลูกแบบธรรมชาติโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ปีละ 2 รอบการผลิต คือช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ใช้แรงงานในครัวเรือน ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิต ในอนาคต สปป. ลาว ได้มุ่งพัฒนามาตรฐานด้านกสิกรรมโดยจะส่งเสริมในพื้นที่ที่เหมาะสม ใช้ตลาดนำการผลิต และเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร สำหรับถั่วลิสงอาจต้องยกระดับเข้าสู่มาตรฐาน GAP โดยนำมาตรฐาน ASEAN GAP มาปรับใช้ แต่คงต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวและพัฒนาต่อไป เช่นเดียวกับพืชอีกหลายชนิดที่มีศักยภาพและตลาดต้องการ จำเป็นต้องยกระดับการผลิตตามมาตรฐาน ASEAN GAP ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา ข้าว มันต้น และพืชผักกินใบ” รองอธิบดีกรมปลูกฝัง สปป. ลาว กล่าว

ด้าน คุณเป สีลาวี เจ้าของโรงกะเทาะเปลือกถั่วลิสงบ้านปากท่อ เมืองเหล่างาม แขวงสาละวัน สปป. ลาว กล่าวว่า หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตบักถั่วดินแล้ว เกษตรกรจะตากบักถั่วดิน ประมาณ 3 แดด หรือ 3 วัน ก่อนที่จะนำมาขาย โดยโรงกะเทาะเปลือกจะนำบักถั่วดินเข้าเครื่องสีได้เมล็ดถั่วดิน จากนั้นนำเมล็ดไปชั่งและดูคุณภาพโดยรวมเพื่อตีราคารับซื้อ หากคุณภาพดีจะรับซื้ออยู่ที่ กิโลกรัมละ 8,500 กีบ หรือกว่า 30 บาท ต่อกิโลกรัม ถ้าคุณภาพต่ำหรือมีเมล็ดเน่าเสียมาก ก็จะตัดราคาเหลือ 8,000-8,200 กีบ ต่อกิโลกรัม ในช่วงหน้าฝนที่มีฝนตกชุก เกษตรกรตากบักถั่วดินไม่ดี มีความชื้นสูง เมล็ดบักถั่วดิน 1 ตัน จะมีอัตราสูญเสียมากถึง 50 กิโลกรัม แต่บักถั่วดินที่ส่งเข้าสู่โรงงานกะเทาะรอบที่ 2 คือช่วงปลายเดือนตุลาคม-ธันวาคม จะมีคุณภาพดีกว่า อัตราสูญเสียน้อย และเกษตรกรจะได้ราคาสูงกว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรเครือข่ายไม่น้อยกว่า 2,000 คน

ก่อนส่งออกจะมีการคัดแยกเมล็ดถั่วดินที่ไม่มีคุณภาพหรือเมล็ดที่เน่าเสียออก ค่าจ้างคัดแยก กิโลกรัมละ 100 กีบ ให้เหลือเฉพาะเมล็ดที่มีคุณภาพดีแล้วบรรจุถุงกระสอบส่งออกทันที ครั้งละ 30-40 ตัน จะไม่เก็บค้างไว้ในสต๊อกซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเกิดเชื้อราได้ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการส่งออกเมล็ดบักถั่วดินผ่านด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ปีละ 2,000-3,000 ตัน แต่ปีนี้ปริมาณผลผลิตบักถั่วดินในพื้นที่แขวงสาละวันลดลง เพราะเกษตรกรแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไปปลูกมันต้นเพิ่มขึ้น จึงมีบักถั่วดินเข้าสู่โรงงานกะเทาะเปลือกน้อย คาดว่า ปริมาณส่งออกจะลดลงเหลือ ประมาณ 1,500 ตัน เท่านั้น

“แต่ในปีหน้าคาดว่า เกษตรกรจะกลับมาปลูกบักถั่วดินเพิ่มขึ้นอีก และจะมีปริมาณผลผลิตบักถั่วดินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อประเทศไทยบังคับใช้มาตรฐานก็จำเป็นต้องพัฒนาและปรับระบบการผลิตถั่วลิสงเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าในอนาคต” ท้าวเป สีลาวี กล่าวทิ้งท้าย

วันที่ 9 ธันวาคม 2559 น.ส.สิริมณี มณีท่าโพธิ์ อายุ 30 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 8 บ้านทุ่งน้อย ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนเองเป็นชาวนารุ่นใหม่ เริ่มต้นทำนามาตั้งแต่ปี 2552 สืบทอดอาชีพชาวนาจากพ่อแม่ ที่เสียชีวิตไปแล้ว จากเดิมที่ไม่เคยคิดที่จะทำนาเพราะลำบากรายได้น้อย จึงอยากทำอาชีพรับราชการ เพราะมั่นคงและมีเงินเดือนประจำ แต่เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วไม่มีใครสืบทอดการทำนาจากพ่อแม่ตนเองจึงต้องทำ

น.ส.สิริมณี กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการขายข้าวออนไลน์ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากในฤดูกาลทำนาที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนชาวนาในหมู่บ้าน ได้รับการติดต่อจากนายทุน ให้ปลูกข้าวหอมนิล ซึ่งนายทุนบอกว่าเป็นข้าวเพื่อสุขภาพ และกำลังได้รับความนิยมจากประชาชนผู้บริโภค โดยให้ชาวนาซื้อเมล็ดพันธุ์จากนายทุน แล้วสัญญาว่าจะรับซื้อข้าวเปลือกหอมนิลจากชาวนาในราคาตันละ 1 หมื่นบาท ซึ่งมีชาวนาหลงเชื่อลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์และลงทุนปลูกข้าวหอมนิลจำนวนมาก รวมทั้งตนเองด้วย แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวนายทุนกลับไม่มารับซื้อตามสัญญา ทำให้ชาวนาต่างเดือดร้อนอย่างหนักและขณะนั้นตนเองต้องดูแลแม่ที่ป่วยหนัก ต้องใช้เงินในการรักษาจำนวนมาก จึงหาทางขายข้าวเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ด้วยความที่ตนเองมีคนสนใจในสื่อโซเชียลประกอบกับใช้เฟซบุ๊กในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ๆ และญาติๆ อยู่แล้ว จึงได้ทดลองประกาศขายข้าวหอมนิล ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ปรากฏว่าก็ได้รับความสนใจ มีประชาชนสั่งซื้อข้าวอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถขายข้าวหอมนิลเกือบ 5 ตัน หมดในเวลาไม่ถึง 3 เดือน โดยสามารถขายข้าวได้ไม่ต่ำกว่าตันละ 3 หมื่นบาท

“ในฤดูกาลทำนารอบใหม่ ตนเองและกลุ่มเกษตรกรจำนวน 11 คน ได้ทำการปลูกข้าวซึ่งทั้งหมดเป็นข้าวอินทรีย์ โดยแบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมนิล และข้าวไรซ์เบอรี่ ที่จะให้ผลผลิตประมาณ 2-3 ตัน ร่วมกับการปลูกข้าวพันธุ์ กข 51 โดยข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอรี่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณปลายเดือน พฤศจิกายนนี้ แล้วจะทำการสีขายเป็นข้าวสาร ใช้ช่องทางเฟซบุ๊คเหมือนที่ผ่านมา โดยเปิดให้ประชาชนที่สนใจสั่งจองล่วงหน้า โดยข้าวหอมมะลิ จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ข้าวไรซ์เบอรี่ จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 70 บาท ซึ่งก็ได้รับความสนใจมีประชาชนสั่งจองข้าวทั้ง 2 ชนิดกันเป็นจำนวนมาก ทั่วประเทศ ทั้ง จ.พิจิตร พิษณุโลก กรุงเทพ ชลบุรี ภูเก็ตและภาคใต้ จ.ยะลา” น.ส.สิริมณี กล่าว

น.ส.สิริมณี กล่าวอีกว่า นับว่าเป็นการพลิกวิกฤติและแก้ปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถกำหนดราคาเองได้และขายข้าวได้ถึงตันละไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท ถ้าเป็นช่วงนาปี สามารถขายข้าวได้ 20-30 ตันต่อเดือน ตนจึงอยากฝากไปถึงชาวนาหรือเกษตรกรรุ่นใหม่ว่าการทำนาไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อย เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ สร้างความสุขในครอบครัวอย่างพอเพียงมีความสุข และอยากฝากไปถึงรัฐบาลว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวมาช่วยอบรมทางด้านไอที การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ การบรรจุสินค้าและหาตลาดให้เกษตรกรในการจำหน่ายสินค้าบ้างเพื่อจะได้ขยายตลาดขายข้าวของชาวนาให้มากขึ้น

ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในงาน “Seoul International Invention Fair 2016” (SIIF 2016) เมื่อวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำผู้ประกอบการไทย 18 บริษัท กับ 19 ผลงาน ภายใต้โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ (Startup Voucher) โดยความร่วมมือระหว่าง สวทช. และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คว้าสุดยอดรางวัล Grand Prize 1 รางวัล พร้อมกวาดอีก 5 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 5 เหรียญบรอนซ์ และ Special Prize 3 รางวัล จากเวทีการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ชี้ผลงานสตาร์ทอัพไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมีศักยภาพนำสู่ตลาดสากล

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “สวทช. โดย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 18 บริษัท รวม 19 ผลงาน ภายใต้โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ หรือ Startup Voucher โดยความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ สสว. รับรางวัลจากเวทีการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ระดับสากล ในงาน “Seoul International Invention Fair 2016” (SIIF 2016) ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 1 ถึง 4 ธันวาคม 2559 จัดขึ้นโดย The Korea Invention Promotion Association (KIPA) สำหรับโครงการ Startup Voucher เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเช่าพื้นที่บูธแสดงผลงาน ค่าที่พัก ค่าเดินทางระหว่างที่พักและที่จัดงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ค่าโปสเตอร์ตกแต่งบูธเพื่อให้เป็นรูปแบบทิศทางเดียวกัน รวมถึงการนำเสนอผลงานนวัตกรรม เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ผลงานนวัตกรรมของ Startup Voucher ของไทยประสบความสำเร็จและได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผลงานเป็นที่ยอมรับในเวทีและตลาดระดับสากล พร้อมทั้งนี้ยังตอบโจทย์ของรัฐบาลอีกด้วย”

ทั้งนี้ ภายในงานมีนักวิจัยและนักประดิษฐ์จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา นานาประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและแสดงผลงาน 639 ผลงาน จาก 31 ประเทศ โดยผู้ประกอบการไทยทั้ง 18 ราย 19 ผลงานภายใต้โครงการ Startup Voucher โดยการดำเนินงานของศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี สวทช. ได้รับรางวัลจากการประกวดผลงานรวมทั้งสิ้น 21 รางวัล จาก 19 ผลงาน โดยผลงานไฮไลท์ ได้แก่ รางวัล Grand Prize 1 รางวัล ของบริษัท สยามโนวาส จำกัด กับผลงานน้ำเชื้อแช่แข็งคัดเพศ เพื่อใช้ในการผสมเทียมโคนมและโคเนื้อเพื่อเพิ่มจำนวนลูกโคเพศเมีย และยังประกอบด้วยรางวัลอื่นๆ ดังนี้

บริษัท ดีไลฟ์ ซินเนอร์จี้ จำกัด ผลงานน้ำยาป้องกันการเกิดฝ้าจากสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ
บริษัท ทีดีเอช เพรสทิจเจียส เดอร์มาโทโลจิ จำกัด ผลงานผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ชนิดแรกและชนิดเดียวในโลกที่ใช้อนุภาคนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต
บริษัท โปร-ทอยส์ จำกัด ผลงานระบบ MATRIX BROADCAST ถ่ายทำวิดีโอคุณภาพสูง 360
บริษัท เวทโปรดักส์ รีเซิร์ช แอนด์ อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ผลงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในสุกรช่วยประสิทธิภาพของแม่สุกรในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักครอกเฉลี่ยของลูกสุกร (ADLWG)
บริษัท วินน์ โกลบอล กรุ๊ป จำกัด ผลงานเครื่องประดับจากไข่มุกที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยกระบวนการแสงซินโครตรอน

เหรียญเงิน 7 รางวัล ได้แก่

บริษัท วายเอ็มเอ็มวาย จำกัด ผลงาน QueQ ระบบการจองคิวแบบใหม่ผ่าน Mobile Application จองได้ไม่ต้องไปหน้าร้าน
บริษัท จีไอบี เทรดดิ้งจำกัด ผลงานวัคซีนพืช ที่เป็น Green Product ผลิตจากฮิวมัสและสาหร่ายใช้ได้กับพืชทุกชนิด ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภคสิ่งแวดล้อม
บริษัท ดรีมมิโอ จำกัด ผลงานระบบในการจัดการบริหารงานอีเวนท์ ที่เน้นไปที่ประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้จัดงานและผู้ออกบูธ
บริษัท ไพอาร์สแควร์ ผลงานระบบบริหารจัดการคิวออนไลน์ ร้านค้าหรือบริการที่ติดตั้งระบบ QHappy สามารถเปิดให้จองคิวออนไลน์ ผ่าน mobile application
บริษัท สมุนไพรบ้านอาจารย์ จำกัด ผลงานฟีนูแคป พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม สำหรับคุณแม่หลังคลอด เเละยังช่วยบรรเทาอาการในโรคของระบบทางเดินอาหาร
บริษัท ไอเว็ท (ประเทศไทย) จำกัด (ผลงานที่ 1) ผลงานลู่วิ่งในน้ำ IVET Aqua Treadmill เป็นลู่วิ่งสายพานที่สามารถทำงานในน้ำได้ สำหรับการกายภาพบำบัดสัตว์
บริษัท เพียวแอลอีดี จำกัด ผลงาน Pure LED Smart Wireless Network Lighting Control ระบบควบคุมแสงสว่าง สามารถปรับค่าความสว่างให้เหมาะสมกับเวลา ความต้องการใช้งานในแต่ละพื้นที่

เหรียญบรอนซ์ 5 รางวัล ได้แก่

บริษัท เลนส์ แอนด์ สมาร์ทคลาสรูม จำกัด ผลงานอุปกรณ์ที่เปลี่ยนให้กล้องของสมาร์ทโฟนถ่ายรูปเห็นรายละเอียดขนาดเล็กเหมือนกล้องจุลทรรศน์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด กรีนกู๊ดดีส์ โปรดักท์ ผลงานโลชั่นทำความสะอาดผลิตจาก น้ำมันปาล์ม ซึ่งมีการปรับโครงสร้างทางเคมีให้มีคุณลักษณะพิเศษทำให้ เพิ่มขีดความสามารถในการกำจัดคราบหนักต่างๆ
บริษัท ไอเว็ท (ประเทศไทย) จำกัด (ผลงานที่ 1) ผลงานชุดกายอุปกรณ์อเนกประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง วีลแชร์และชุดช่วยพยุงน้ำหนักช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของหรือสถานพยาบาลสัตว์
บริษัท ดิจิโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผลงานบริการรับชำระค่าสินค้า และบริการ ผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต รูดบัตรได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต
บริษัท ไพร์ม นาโนเทคโนโลยี จำกัด ผลงานผลิตภัณฑ์สเปรย์เพื่อการขจัดและป้องกันกลิ่นเหม็นอับในกางเกงยีนส์ สเปรย์ได้รับการพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีนาโนซิลเวอร์

บริษัท โปร-ทอยส์ จำกัด ผลงานระบบ MATRIX BROADCAST ถ่ายทำวิดีโอคุณภาพสูง 360 บริษัท
บริษัท ทีดีเอช เพรสทิจเจียส เดอร์มาโทโลจิ ผลงานผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดไวส์เซ่ ชนิดแรกและชนิดเดียวในโลกที่ใช้อนุภาคนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต
บริษัท วินน์ โกลบอล กรุ๊ป จำกัด ผลงานเครื่องประดับจากไข่มุกที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยกระบวนการแสงซินโครตรอน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน SIIF 2016

งาน SIIF เป็นงานแสดงและประกวด playminigamesnow.com สิ่งประดษฐ์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายในงานประกอบไปด้วยส่วนแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์งานจากสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ส่วนแสดงสินค้าของบริษัทเอกชน และส่วนแสดงผลงานจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัล SIIF Prize สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ลงทะเบียนประกวดในงานอีกด้วย โดยงาน SIIF 2016 ใช้ COEX Hall A เป็นพื้นที่ในการจัดแสดง 639 ผลงาน มีประเทศเข้าร่วมแสดงในงานทั้งสิ้น 31 ประเทศ การประกวดผลงานแบ่งเป็น 16 ประเภท อาทิ ประเภท Mechanics / Engines / Machinery / Tools / Industrial process / Metallurgy ประเภท Computer science / Software / Electronics / Electricity Methods of Communication และประเภท Building / Architecture / Civil Engineering /Construction / Materials / Woodwork เป็นต้น

นิทรรศการ “ดิน น้ำ ป่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” 1 ใน 9 ไฮไลท์สำคัญของงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ที่ได้รวบรวมวิถีเกษตรของพ่อ “จากนภา ภูผา สู่มหานที” ไม่ว่าจะเป็น การจำลองป่าต้นน้ำ ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ฝายชะลอน้ำ การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพืชบำบัด แปลงรวบรวมพันธุ์หญ้าแฝก แปลงสาธิตสภาพดินที่มีปัญหาและวิธีการแก้ไข ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน รวมทั้งโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากมาสู่อ่างที่ปริมาณน้อยกว่า เพื่อเฉลี่ยปริมาณน้ำและเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบเพื่อนำมาใช้ในการดูแลรักษาสวน โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ (GISTDA) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม เช่น การเกี่ยวข้าวและสีข้าว การแสดง 3 ดำ มหัศจรรย์ ตามแนวพระราชดำริ การเลี้ยงปลาในกระชัง การปลูกพืช ผัก และไม้ผล Food bank สาธิตการทำหัตถกรรมจากเฮมพ์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตทางการเกษตร สาธิตการทำเกษตรจากเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จโดยการน้อมนำตามแนวพระราชดำริ และกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน ตลอดจนการจัดเสวนาทางด้านการเกษตรจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของสำนักวิจัย และสำนักพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในงานที่ทุกคนไม่ควรพลาดชม

งานอุทยานหลวงราชพฤกษ์”(ROYAL PARK RAJAPRUEK) ภายใต้ชื่องาน “เมื่อดอกไม้ในสวนของพ่อบาน…เรียนรู้ เดินตาม งานของพ่อ” ชม 9 จุดไฮไลท์ อาทิ นิทรรศการ 7 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา ณ หอคำหลวง/ ดิน น้ำ ป่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง/ เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิโครงการหลวง ดั่งคำขวัญที่ว่า “โครงการหลวง ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”/ ล้านเหตุผลที่คนไทยรักในหลวง ร.9 / ร่วมรังสรรค์ สร้างสังคมที่ดีผ่านหน่วยงานภาคี/ ชมไม้ดอกเมืองหนาวนับล้านดอกจากมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง/ เส้นทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล / ตลาดสินค้าเกษตร/ กิจกรรมพิเศษและกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ ระหว่างนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2560 จันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00 – 18.00 น. ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 19.00 น. ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-114110-5

วันที่ 11 ธันวาคม รายงานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอระโนด 12 ตำบล มี ต.คลองแดน แดนสงวน ตะเครียะ บ้านขาว บ้านใหม่ ระโนด ปากแตระ ท่าบอน พังยาง บ่อตรุ วัดสน และ ต.ระวะ อ.กระแสสินธุ์ 3 ตำบล ต.กระแสสินธุ์ โรงและ ต.เชิงแส อ.สทิงพระ 2 ตำบล คือ ต.คลองรี และ ต.คูขุด

นายสมพงศ์ หนูสง ส.อบจ.สงขลา เขต อ.สทิงพระ กล่าวว่า ระดับน้ำใน ต.คูขุด ต.คลองรี ลดระดับลงบ้าง แต่ยังท่วมขังในชุมชน บางแห่งระดับน้ำยังสูง 1 เมตร คาดว่าสถานการณ์น่าจะยืดเยื้อไปอีกหลายวัน เนื่องจากมวลน้ำจากทะเลสาบสงขลายังหนุนต่อเนื่อง ถนนภายในหมู่บ้านรถเล็กและจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ สัตว์เลี้ยงต้องหนีน้ำไว้บนถนนเป็นการชั่วคราว แต่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและมีโจรขโมยวัว ตนได้ติดต่อกับปศุสัตว์ขอหญ้าแห้งและตำรวจเข้ามาช่วยดูแล