ขนาดผล (fruit size) ความยาว 11.82 เซนติเมตร ความกว้าง 6.67

ความหนา 5.58 เซนติเมตร น้ำหนักผล (fruit weight) 220 กรัม สีเนื้อผลดิบ (flesh colour of mature green fruit) YG 6 B กลิ่นของเนื้อ (flesh aroma) มีกลิ่นอ่อน (mild) ความหนาเนื้อ (flesh thickness) 150 เซนติเมตร เส้นใยในเนื้อ (fibre) มี (present) ปริมาณเส้นใยในเนื้อ (quantity of fibre) ปานกลาง (intermediate) ปริมาณน้ำในเนื้อ (fruit juiciness) ปานกลาง (intermediate) ความหนาเปลือก (skin thickness) 0.12 เซนติเมตร สีเปลือกผลดิบ (skin colour of green fruit) YG 144 B สีเปลือกผลสุก (skin colour of ripe fruit) YG 154 A ขนาดเมล็ด (stone size) ความกว้าง (width) 4 เซนติเมตร ความยาว (length) 10.24 เซนติเมตร ความหนา (thickness) 1.54 เซนติเมตร น้ำหนักเมล็ด (stone weight) 30 กรัม

รสชาติผลดิบ (taste of mature green fruit) เปรี้ยว รสชาติผลสุก (taste of ripe mango) หวาน ความหวานของเนื้อ (brix) 20 องศาบริกซ์มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

ลักษณะทรงพุ่มต้น (canopy) ปานกลาง (medium)

ลักษณะเปลือกลำต้น (bark texture) เรียบ (smooth) การเลื้อยของกิ่ง (climbing of branch) ไม่เลื้อย (no) รูปร่างของใบ (leaf shape) ขอบขนาน (oblong) ปลายใบ (leaf apex) แหลม (acute) ฐานใบ (leaf base) แหลม (acute) ขอบใบ (leaf margin) คลื่น (undulate)

การออกดอก (flowering) ปานกลาง (intermediate) การติดผล (fruit setting) ปานกลาง (intermediate) ผลผลิตต่อต้นเมื่ออายุ 10 ปี (yield) 300 ผล อายุการเก็บเกี่ยว (harvesting index) 100 วัน ฤดูกาลผลิต (fruiting season) ในฤดูกาล (season)

ขนาดผล (fruit size) ความยาว 16.03 เซนติเมตร ความกว้าง 7.13 เซนติเมตร ความหนา 6.20 เซนติเมตร น้ำหนักผล (fruit weight) 350 กรัม สีเนื้อผลสุก (flesh colour of ripe fruit) YO 17 A กลิ่นของเนื้อ (flesh aroma) มีกลิ่นอ่อน (mild) ความหนาเนื้อ (flesh thickness) 2.24 เซนติเมตร เส้นใยในเนื้อ (fibre) ไม่มี (absent) ปริมาณเส้นใยในเนื้อ (quantity of fibre) น้อย (scarce) ปริมาณน้ำในเนื้อ (fruit juiciness) ปานกลาง (intermediate) ความหนาเปลือก (skin thickness) 0.1 เซนติเมตร สีเปลือกผลดิบ (skin colour of green fruit) YG 145 B สีเปลือกผลสุก (skin colour of ripe fruit) YO 15 A ขนาดเมล็ด (stone size) ความกว้าง (width) 4.3 เซนติเมตร ความยาว (length) 13.77 เซนติเมตร ความหนา (thickness) 1.36 เซนติเมตร น้ำหนักเมล็ด (stone weight) 31 กรัม

รสชาติผลดิบ (taste of mature green fruit) เปรี้ยว รสชาติผลสุก (taste of ripe) หวาน ความหวานเนื้อ (brix) 18 องศาบริกซ์

มะม่วงเขียวเสวย

ทรงผล (fruit shape) รูปรี (elliptical) รูปหน้าตัดทรงผลตาม

ขวาง (cross section) ป้อมรี (board elliptic) ความลึกของฐานผล (dept of stalk cavity) ตื้น (shallow) จุกของผล (prominence of neck) เล็ก (weak) ทรงไหล่ด้านท้องผล (shape of ventral shoulder) กลมกว้าง (rounded outward) ทรงไหล่ด้านหลังผล (shape of dorsal shoulder) ไหล่ลาดลง 45 องศา (sloping downward) ร่องฐานผล (groove at fruit base) ไม่มี (absent) รอยเว้าด้านท้องผล (sinus) มี (present) จะงอย (beak) ไม่มี (absent)

การติดดอก (flowering) ปานกลาง (intermediate) การติดผล (fruit setting) ปานกลาง (intermediate) ผลผลิตต่อต้นเมื่ออายุ 10 ปี (yield) 200 ผล อายุการเก็บเกี่ยว (harvesting index) 100-110 วัน ฤดูการผลิต (fruiting season) ในฤดูกาล (season)

ขนาดผล (fruit size) ความยาว 15.83 เซนติเมตร ความกว้าง 7.21 เซนติเมตร ความหนา 6.83 เซนติเมตร น้ำหนักผล (fruit weight) 400 กรัม กลิ่นของเนื้อ (flesh aroma) มีกลิ่นอ่อน (mild) ความหนาเนื้อ (flesh thickness) 2.35 เซนติเมตร เส้นใยในเนื้อ (quantity of fibre) ไม่มี (absent) ปริมาณน้ำในเนื้อ (fruit juiciness) ปานกลาง (intermediate) ความหนาเปลือก (skin thickness) 0.15 เซนติเมตร น้ำหนักเปลือก 40 กรัม สีเปลือกผลสุก (skin colour of ripe fruit) YO 4 B รสชาติผลดิบ (taste of mature green fruit) หวานอมเปรี้ยว รสชาติผลสุก (taste of ripe fruit) หวาน

มะม่วงฟ้าลั่น

ลักษณะทรงพุ่มต้น (canopy) เล็ก (small) ลักษณะเปลือกลำต้น

(bark texture) เรียบ (smooth) การเลื้อยของกิ่ง (climbing of branch)ไม่เลื้อย (no) รูปร่างของใบ (leaf shape) ยาวเรียว (linear-oblong) ปลายใบ (leaf apex) แหลม (acute) ฐานใบ (leaf base) แหลม (acute) ขอบใบ (leaf margin) เรียบ (entire)

ทรงผล (fruit shape) รูปขอบขนาน (oblong) รูปหน้าตัดทรงผลตามขวาง (cross section) ป้อมรี (broad elliptic) ความลึกของฐานผล (deapt stalk cavity) ตื้น (shallow) จุกของผล (prominence of neck) มี (present) ทรงไหล่ด้านท้องผล (shape of ventral shoulder) กลมกว้าง (rounded outward) ทรงไหล่ด้านหลังผล (shape of dorsal shoulder) ไหล่ลาดลง 45 องศา (sloping downward) ร่องฐานผล (groove at fruit base) ไม่มี (absent) รอยเว้าด้านท้องผล (sinus) มี (present) นอไหล่ขวาของผล (lumpiness at right shoulder) ไม่มี (absent)

การออกดอก (flowering) ง่าย (easy) การติดผล (fruit setting) ง่าย (easy) ผลผลิตต่อต้นเมื่ออายุ 10 ปี (yield) 400-500 ผล อายุการเก็บเกี่ยว (harvesting index) 95 วัน ฤดูกาลผลิต (fruiting season) นอกฤดูกาล (out of season) ขนาดผล (fruit size) ความยาว 16.73 เซนติเมตร ความกว้าง 7.45 เซนติเมตร ความหนา 6.9 เซนติเมตร น้ำหนักผล (fruit weight) 400 กรัม สีเนื้อผลดิบ (flesh colour of mature green fruit) YG 8 B กลิ่นของเนื้อ (flesh aroma) มีกลิ่นอ่อน (mild) ความหนาเนื้อ (flesh thickness) 1.96 เซนติเมตร ปริมาณเส้นใยในเนื้อ (quantity of fibre) น้อย (scarce) ปริมาณน้ำในเนื้อ (fruit juiciness) ปานกลาง (intermediate) ความหนาเปลือก (skin thickness) 0.11 เซนติเมตร สีเปลือกผลดิบ (skin colour of green fruit) YG 138 B สีเปลือกผลสุก (skin colour of ripe fruit) YG 1 B รูปทรงของเมล็ด (Stone shape) ขอบขนาน (oblong) ขนาดเมล็ด (stone size) ความกว้าง (width) 3.71 เซนติเมตร ความยาว (length) 13.6 เซนติเมตร ความหนา (thickness) 1.11 เซนติเมตร น้ำหนักเมล็ด (stone weight) 30 กรัม

รสชาติผลดิบ (taste of mature green fruit) มัน เกษตรกรมือใหม่มือเก่าหลายรายที่มั่นใจว่า ตัวเองมีฝีมือดีในการปลูกพืช เมื่อหันมาปลูกมะละกอ เจอปัญหาทั้งเรื่องการปลูกดูแลและการตลาด จนรู้สึกท้อถอยและตัดสินใจเลิกปลูกมะละกอไปในที่สุด ทำให้ “มะละกอ” ได้ชื่อว่า เป็นผลไม้ปราบเซียนมานักต่อนักแล้ว ดังนั้น การปลูกมะละกอจึงเป็นศาสตร์ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ให้เข้าใจธรรมชาติของต้นมะละกอ ดูแลจัดการสวนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี ตรงกับความต้องการของตลาด

มะละกอพันธุ์ ฮอลแลนด์…ไม้ผลยอดนิยม
มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ เป็นพันธุ์มะละกอที่นำมาจากประเทศฮอลแลนด์ เมื่อปี 2543 มีชื่ออื่นๆ ได้แก่ เรดมาราดอร์ ปลักไม้ลาย และเซซากิ แต่เกษตรกรไทยนิยมเรียกว่า มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากโดยเฉพาะผลสุก เนื่องจากมีเนื้อสีแดงอมส้ม เนื้อหนา รสหวาน เปลือกหนา ทนทานต่อโรค ทนทานต่อการขนส่งให้ผลดก เนื้อแน่นแข็ง น้ำหนักดี รสชาติหวาน อร่อย ความหวานเฉลี่ย 11-13 องศาบริกซ์

หากมีการดูแลให้ปุ๋ยให้น้ำอย่างเหมาะสม มะละกอฮอลแลนด์จะให้ผลผลิตสูงมากถึงต้นละ 100 กิโลกรัม ตลอดอายุการเพาะปลูก หลังย้ายปลูก 9 เดือน ก็สามารถเก็บผลสุกมะละกอจำหน่ายได้ โดยเลือกเก็บเฉพาะผลที่สุก 5-10 เปอร์เซ็นต์ ผิวมีแต้มสีเหลืองปรากฏอยู่บนผล 2-3 แต้ม น้ำหนักผลอยู่ที่ประมาณ 0.8-1.2 กิโลกรัม ต่อผล มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์สามารถปลูกได้เกือบทุกสภาพพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่น้ำขัง ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินเหนียวปนทราย

มะละกอฮอลแลนด์…ปลูกแล้วรวย
คุณอภิชาติ นาคประสงค์ เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอในพื้นที่ภาคอีสานมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ 20 ไร่ ปลายปีนี้เขาวางแผนขยายพื้นที่ปลูกมะละกอเพิ่มเป็น 100 ไร่ แรงจูงใจที่ทำให้หันมาทำอาชีพปลูกมะละกอเพราะอยากรวย เนื่องจากมะละกอฮอลแลนด์เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และสร้างเศรษฐีมาเยอะมาก แถมเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูง

คุณอภิชาติ บอกว่า พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกมะละกอฮอลแลนด์ได้ 200 ต้น สล็อตยูฟ่าเบท แต่ละต้นจะให้ผลผลิตประมาณ 50 ลูก แค่ขายได้ลูกละ 10 บาท เท่ากับมีรายได้จากการขายมะละกอฮอลแลนด์ เฉลี่ยปีละ 100,000 บาท หากขายผลผลิตในช่วงปลายปี จะขายได้ราคาสูงประมาณกิโลกรัมละ 30-35 บาท เท่ากับมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว หากใครอยากมีรายได้ปีนี้สัก 500,000 บาท ก็ปลูกมะละกอฮอลแลนด์สัก 5 ไร่

เพื่อนเกษตรกรหลายรายที่ประสบความสำเร็จในการปลูกมะละกอฮอลแลนด์ต่างยืนยันว่า มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตขั้นต่ำ ไร่ละ 100,000 บาท นอกจากนี้ การปลูกมะละกอฮอลแลนด์ใช้เงินทุนน้อย แค่ไร่ละ 15,000-18,000 บาท หากใครลงทุนเครื่องสูบน้ำ อาจจะใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้น เฉลี่ยไร่ละ 30,000 บาท หลังหักต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเหลือผลกำไรอีกก้อนโต

เล็งทำเลให้ดีก่อนปลูก
คุณอภิชาติ กล่าวว่า การคัดเลือกที่ดินสำหรับปลูกมะละกอเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องดูแลใส่ใจเป็นอันดับแรก ควรปลูกมะละกอในบริเวณที่ดอน สามารถระบายน้ำได้ดี ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมขัง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย ที่สำคัญแหล่งปลูกควรมีสระน้ำหรือบ่อบาดาล หากอยู่ใกล้ริมห้วยหรือแม่น้ำก็ยิ่งดี เพราะจะได้มีแหล่งน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี

มะละกอฮอลแลนด์ ปลูกง่าย
คุณอภิชาติ เล่าว่า ผมรู้จักคนที่ไม่เคยกินมะละกอเยอะ หลายรายได้มีโอกาสกินมะละกอฮอลแลนด์แล้วเกิดความประทับใจ เพราะมะละกอฮอลแลนด์มีรสชาติอร่อย มะละกอฮอลแลนด์เป็นพืชที่น่าปลูก ใครยังมีพื้นที่ว่าง ผมแนะนำให้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ขาย หากมีที่ดินน้อยแค่ 1 ไร่ ก็ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ขายในตลาดท้องถิ่น หากคิดจะลงทุนปลูกมะละกอฮอลแลนด์เชิงการค้า ควรมีพื้นที่ปลูกอย่างน้อย 5 ไร่ หรือรวมกลุ่มเพื่อนเกษตรกรในชุมชน แบ่งพื้นที่คนละ 2 ไร่ ลงทุนปลูกมะละกอแปลงใหญ่ เพื่อสร้างพลังต่อรองซื้อขายผลผลิตกับแม่ค้าได้ดีขึ้น