ความเข้มแข็งทางการเงิน ไม่ได้นำมาแค่คุณภาพชีวิต

ที่ดีของสมาชิกของสหกรณ์เท่านั้น แต่สหกรณ์ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความสุขและความรักความสามัคคีให้กับคนในชุมชนด้วย สำหรับแผนในอนาคตข้างหน้า สหกรณ์จะสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่องานสหกรณ์ เริ่มจากการประสานกับโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง 4 แห่ง จัดอบรมนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ให้มีความรู้เกี่ยวกับหลักวิธีการสหกรณ์ เป็นการเตรียมพร้อมเยาวชนสู่การเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดีในอนาคต และเข้ามาช่วยพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อจากคนในยุคปัจจุบัน เพื่อให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนโพธิ์ลอยพัฒนา จำกัด สามารถยืดหยัดและทำหน้าที่เป็นองค์กรทางการเงินของชุมชนอย่างเข้มแข็งต่อไป

ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกสว. จาก มจธ. อบรมเทคนิคอบแห้งผลไม้แบบธรรมชาติด้วยการใช้ลมร้อนร่วมกับไมโครเวฟ ช่วยประหยัดพลังงานและเวลาได้ 3 เท่า สี-เนื้อสัมผัสใกล้เคียงของสด อยู่ระหว่างการใช้งานจริงโดยภาคเอกชน หวังเป็นสินค้าพรีเมียมส่งออก

ศ.ดร. สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการอบรม “การผลิตผลไม้อบแห้งแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารละลายน้ำตาลที่มีคุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ” แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จำนวน 72 คน ณ คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

กิจกรรมดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินงานวิจัยเรื่อง “เทคนิคขั้นสูงทางวิศวกรรมเกษตรเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านการวิจัยพัฒนาและการค้าวัสดุชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมค้นพบวิธีการเตรียมผักและผลไม้ก่อนการอบแห้ง เพื่อให้ได้ผักและผลไม้อบแห้งแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีและสารละลายน้ำตาลที่มีคุณภาพสูง ด้วยวิธีการอบแห้งแบบผสมผสานระหว่างไมโครเวฟร่วมกับลมร้อนที่สามารถอบแห้งได้เร็วกว่าลมร้อน 2-3 เท่า และประหยัดพลังงานมากกว่าลมร้อนมาก

คณะวิจัยได้พัฒนากรรมวิธีการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงมหาชนกอบแห้งที่ไม่ต้องเติมน้ำตาลและไม่ใช้สารซัลไฟต์ และไม่ต้องพรีทรีตเมนต์ด้วยสารเคมีใดๆ โดยแช่มะม่วงทั้งผล (ก่อนปอกเปลือก) ใน น้ำร้อนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้ได้ทั้งสีและเนื้อสัมผัสของมะม่วงอบแห้งที่ดี เนื่องจากผลิตภัณฑ์มะม่วงอบแห้งที่เป็นธรรมชาติจริงๆ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศระดับสูง

รวมถึงการร่วมกับผู้ประกอบการออกแบบเครื่องอบแห้งผลไม้ เช่น มะม่วง เป็นต้น แบบสายพานโดยใช้ลมร้อนร่วมกับไมโครเวฟขนาดเท่าที่ใช้จริงในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ซึ่งให้ผลเหนือความคาดหมาย สามารถอบแห้งมะม่วง 50 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 3-6 ชั่วโมง จากเดิม 16 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องอบแห้งแบบใช้ลมร้อนอย่างเดียว โดยมีน้ำหนักเหลือ ร้อยละ 10 ของน้ำหนักก่อนปอกเปลือก ซึ่งขณะนี้ได้ขนย้ายเครื่องอบแห้งดังกล่าวไปติดตั้งในโรงงาน บริษัท วี.เอส.เฟร็ชโก้ จำกัด ผู้ผลิตผลไม้อบแห้งในจังหวัดนครปฐมเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งาน

นอกจากนี้ คณะวิจัยยังพัฒนากรรมวิธีสำหรับการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงมหาชนกอบแห้ง โดยนำมะม่วงที่มีระดับความสุกที่เหมาะสมมาปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นให้มีรูปทรงและขนาดที่เหมาะสม นำมาผ่านวิธีพรีทรีตเมนต์ที่แนะนำ และอบแห้งในเครื่องอบแห้งแบบถาดภายใต้เงื่อนไขการอบแห้งที่เหมาะสม เช่น ระดับและช่วงเวลาการแปรเปลี่ยนของอุณหภูมิลมร้อน ระเวลาการอบแห้ง ความชื้นหลังการอบแห้งที่ปลอดภัยต่อการเก็บรักษา ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการผลิตเพื่อส่งออกตลาดระดับคุณภาพโดยภาคเอกชน

ศ.ดร. สมชาติ ระบุว่า การอบแห้งมีผลกระทบต่อคุณภาพอาหาร เนื่องจากมีการสูญเสียน้ำและได้รับความร้อน การอบแห้งโดยใช้อุณหภูมิค่อนข้างสูงอาจทำให้ผิวของชั้นอาหารแข็งตัวอย่างรวดเร็ว และขัดขวางการแพร่ของน้ำจากภายในขึ้นมาสู่ผิว ส่งผลให้อัตราการอบแห้งลดลงอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้มักเกิดกับอาหารแช่อิ่มหรืออาหารที่แช่ในสารละลายอื่นๆ สำหรับหลักการสำคัญที่เป็นหัวใจของการอบแห้งโดยใช้ลมร้อนร่วมกับไมโครเวฟ คือ ต้องมีวัตถุดิบที่ดี สุกได้ดีและปราศจากโรค วิธีการเตรียมที่เหมาะสมเพื่อรักษาสีและเนื้อสัมผัส วิธีการอบแห้งที่เหมาะสมเพราะสีจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ รวมถึงการไล่ความชื้นให้อยู่ในระดับไม่เกิน ร้อยละ 14 และค่าปริมาณน้ำที่อยู่ในเซลล์ (water activity) ไม่เกิน 0.6 ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้นาน 3-6 เดือน

ด้าน นายประยุทธ เนียมแตง นักศึกษาปริญญาเอกสาขาเทคโนโลยีพลังงาน และผู้จัดการ บริษัท เนียมเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ผลิตเครื่องอบแห้ง กล่าวว่า ข้อดีของเครื่องอบแห้งจากงานวิจัยนี้ คือ สามารถรักษาคุณภาพและคุณค่าทางอาหารได้ใกล้เคียงกับของสด ประหยัดพลังงานและเวลาในการอบแห้ง ซึ่งจะส่งผลต่อการช่วยลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตผลไม้อบแห้งด้วยประมาณ ร้อยละ 35-40 โดยนอกจากมะม่วงแล้วยังได้ทำการทดลองกับขนุน ใบมะกรูด พริกขี้หนู ด้วย เพราะสามารถออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อผลิตภัณฑ์และความเร็วลมได้ ซึ่งทางคณะวิจัยตั้งเป้าการใช้งานสำหรับผลิตภัณฑ์พรีเมียมเน้นการส่งออกเป็นหลัก

สัมผัสบรรยากาศสุดฟินท่ามกลางสวนสมุนไพรสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน กับนักเดินทางมากประสบการณ์ “จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร” และนักแสดงหนุ่ม “เจมส์ – กิจเกษม แมคแฟดเดน” ควงคู่บุกอาณาจักร สตรอเบอรี่สุดยิ่งใหญ่ แห่งดินแดนกิมจิ จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้

วางแผนเที่ยวรับฮอลิเดย์กับ Happy Korea by KTCC เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแนว Slow Travel ณ เมืองอันซอง ประเทศเกาหลีใต้ บุกถิ่นสตรอเบอรี่แลนด์ ณ สวนตัลกีนารา เก็บสตรอเบอรี่สดไซซ์จัมโบ้สายพันธุ์ดังอย่างซอยฮยัง พลาดไม่ได้กับความตื่นตาตื่นใจของแสงไฟสุดอลังการในเทศกาล Romantic Lighting Show พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกท่ามกลางสวนสมุนไพรสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ Pocheon Herb Island

สัมผัสความงดงามสุดประทับใจแห่งเกาหลีใต้ ได้ในรายการ สมุดโคจร On The Way : เกาหลี – คยองกี EP.2 วันเสาร์ ที่ 15 มิถุนายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 28 (3SD) หรือติดตามข่าวสารต่างๆ

คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา

คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยยึดการทำนามานานหลายสิบปี แต่ด้วยบางปีราคาข้าวที่ได้ไม่แน่นอน จึงเกิดความคิดที่อยากจะเสริมรายได้ เห็นบ่อน้ำที่อยู่บริเวณบ้านว่างอยู่ ทำให้ตัดสินใจที่จะเลี้ยงปลาเข้ามาเสริม จึงได้ศึกษาเรื่องการเลี้ยงปลาดุกจากเพื่อนบ้าน และซื้อลูกพันธุ์มาทดลองเลี้ยงในบ่อของตนเอง จนประสบผลสำเร็จและเกิดรายได้ดี

“สาเหตุที่เรามีบ่อน้ำอยู่ ก็เพราะสมัยก่อนต้องการดินมาถมที่ เลยได้ขุดบ่อน้ำไว้ และมีน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรในบริเวณสวนของเรา ทีนี้ต้องการมีอาชีพเสริม เลยมองว่าหากมีการนำปลามาเลี้ยงและจัดการเป็นระบบที่ดี ก็น่าจะพอมีรายได้ ช่วงแรกเลี้ยงปลาเบญจพรรณก่อน รู้สึกว่ามีความซับซ้อน ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาเลี้ยงปลาดุกแทน เพราะน่าจะเป็นปลาที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า และที่สำคัญในเรื่องของตลาดยังค่อนข้างไปได้ดีทีเดียว” คุณขาว เล่าที่มาของอาชีพเสริมให้ฟัง

ลูกพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยซื้อมาจากฟาร์มที่เชื่อถือได้ โดยลูกพันธุ์ปลาแต่ละตัวมีความแข็งแรงต้านทานโรคได้ดี ก่อนที่จะนำลูกปลามาปล่อยเลี้ยงภายในบ่อ คุณขาว บอกว่า จะเตรียมบ่อเลี้ยงให้มีความพร้อมเสียก่อน โดยทุกครั้งที่จับปลาจำหน่ายหมดบ่อแล้ว จะสูบน้ำออกจากบ่อให้หมด พร้อมทั้งกำจัดขี้เลนก้นบ่อออก โรยก้นบ่อด้วยปูนขาว ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อและใส่น้ำเข้าบ่อเตรียมเลี้ยงได้ทันที

“บ่อเลี้ยงความลึกอยู่ที่ 1.50 เมตร ขนาดบ่อประมาณ 1 ไร่ พอเตรียมบ่อเลี้ยงและสภาพน้ำเข้าที่แล้ว ก็จะนำลูกปลาดุกบิ๊กอุย ขนาด 1 นิ้วครึ่ง มาปล่อยเลี้ยงอยู่ที่ 40,000 ตัว ต่อบ่อ ในช่วงแรกจะให้กินอาหารปลาดุกเม็ดเล็ก ที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 35 ใน 7 วันแรก หลังจากนั้นจะเลี้ยงด้วยอาหารที่บดจากโครงไก่สด โดยสั่งซื้อมาจากโรงงานและพ่อค้าที่เขาขาย เพราะในพื้นที่นี้มีคนเลี้ยงไก่เยอะอยู่ ดังนั้นในเรื่องของโครงไก่สดจึงค่อนข้างซื้อได้ราคาถูก” คุณขาว บอก

เมื่อเริ่มมีการปรับมาเลี้ยงด้วยเหยื่อสด จะบดโครงไก่สดให้กินวันละ 1 มื้อ ในช่วงเดือนแรกให้อาหารอยู่วันละ 10 กิโลกรัม และเมื่อผ่านเข้าสู่เดือนที่ 2 จะเพิ่มปริมาณอาหารขึ้นไปเรื่อยๆ ตามขนาดไซซ์ของปลาที่ใหญ่ขึ้น จนกว่าปลาดุกจะได้ไซซ์ที่ตลาดต้องการ โดยอายุ 2 เดือน ก็สามารถจับจำหน่ายได้หากต้องการเงินมาใช้จ่าย แต่ถ้ายังมีเงินหมุนเวียนอยู่ก็จะเลี้ยงปลาดุกต่อไปเรื่อยๆ ให้เป็นปลาไซซ์ใหญ่ อายุอยู่ที่ 4 เดือน และจับยกบ่อจำหน่ายทั้งหมดทีเดียว

ในเรื่องของโรคที่เกิดขึ้นกับปลาดุกบิ๊กอุยภายในบ่อนั้น คุณขาว บอกว่า บางช่วงจะมีโรคท้องบวมและเลือดออกบริเวณกกหูให้เห็น หากไม่ต้องการให้เกิดโรคเหล่านี้สามารถป้องกันด้วยการถ่ายน้ำเก่าออกจากบ่อ และใส่น้ำใหม่เข้าไปเพิ่มก็จะช่วยให้น้ำใช้เลี้ยงมีความสะอาดขึ้น และไม่เป็นแหล่งสะสมของโรค ดังนั้นในเรื่องของการถ่ายน้ำออกจากบ่อและใส่น้ำใหม่เข้ามาใหม่เสมอๆ สามารถช่วยลดปัญหาในเรื่องของการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี

“ในการเลี้ยงจะให้แต่อาหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ บางช่วงก็จะมีการผสมวิตามินไปกับอาหารให้ปลาดุกกินด้วย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับปลา ปลาเราจะกินอาหารสดเป็นหลัก ฉะนั้นบางครั้งอาหารอาจไปตกค้างอยู่ในบ่อมากเกิน ทำให้เกิดน้ำเน่าเสียได้ ต้องมีการถ่ายน้ำเก่าออกและเติมน้ำใหม่เข้าไป พร้อมทั้งใส่เกลือเข้าไปช่วยอาทิตย์ละ 1-2 กระสอบ ก็จะช่วยให้น้ำในบ่อไม่สะสมโรค ปลาก็จะแข็งแรงดี ไม่เกิดการตายขณะที่เลี้ยง” คุณขาว บอก

ในเรื่องของการจำหน่ายปลาดุกบิ๊กอุยที่เลี้ยงนั้น คุณขาว บอกว่า ในช่วงแรกจะเน้นจับปลาภายในบ่อมาชำแหละและนำไปจำหน่ายยังตลาดชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้มีรายได้เป็นเงินหมุนเวียนเข้ามาใช้ภายในฟาร์ม ต่อมามีพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการซื้อปลาดุกรู้ว่าเขาเลี้ยง จึงได้มาติดต่อซื้อและเป็นลูกค้าประจำกันมาตลอด โดยพ่อค้าจะมีทีมงานมาจับให้ถึงหน้าบ่อแต่ละรอบที่ส่งจำหน่าย

“ในเรื่องของการทำตลาดก็อยู่ที่เรา ว่าต้องการขายแบบไหน สมมุติถ้าต้องการใช้เงินในช่วงนั้นก็อาจจะจับขึ้นมาวันละ 10 กิโลกรัม และขายยังตลาดในชุมชน แต่ถ้าเรารอแต่ละรอบการผลิตได้ ก็จะให้พ่อค้ามาจับขึ้นไปทีเดียวหมดบ่อ เลี้ยงอย่างต่ำอยู่ที่ 4 เดือน ไม่เกิน 5 เดือน ก็จะได้ไซซ์แบบย่าง ก็จะแจ้งเขาว่าปลาเริ่มจะจับขายได้แล้ว เขาก็จะมีทีมงานมาจับ ซึ่งราคาขายตอนนี้อยู่ที่ กิโลกรัมละ 45 บาท แต่ละรอบที่จับขายยกบ่อ ได้อยู่ขั้นต่ำที่ 10 ตันขึ้น พอหักลบต้นทุนการผลิตแล้ว ก็ถือว่ายังมีผลกำไร” คุณขาว บอก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย คุณขาว แนะนำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของแหล่งน้ำ ถ้ามีน้ำอย่างเพียงพอก็สามารถเลี้ยงได้ ถือเป็นอาชีพเสริมที่ดีหลังว่างจากการทำการเกษตรอื่นๆ อย่างน้อยก็ยังมีรายได้มาช่วยหมุนเวียนในช่วงรอผลผลิตอย่างอื่นเก็บเกี่ยว เพราะถ้ายังยึดการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไปแบบเช่นสมัยก่อน เมื่อถึงช่วงราคาตกต่ำ นอกจากจะไม่มีผลกำไรแล้ว ยังอาจเกิดภาวะหนี้สินตามมาด้วย ดังนั้น การทำอะไรที่หลากหลายแม้จะเล็กน้อย ก็สามารถเสริมรายได้ให้กับผู้ลงมือทำอย่างแน่นอน

ไม้ล้มลุก มีอายุปีเดียว แตกกิ่งมาก ทั้งต้นมีกลิ่นแรง มีขนขึ้นประปราย หลุดร่วงได้ง่าย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ช่อดอกเป็นแบบช่อแยกแขนง ช่อย่อยแบบช่อกระจุกแน่น มีสีเหลืองถึงสีเหลืองเข้ม ผลเป็นผลแบบผลแห้ง เมล็ดล่อนรูปไข่แกมรี มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ในประเทศจีนนั้นมักขึ้นทั่วไปตามเนินเขา ตามข้างทาง ตามที่รกร้าง หรือตามชายป่าทั่วไป

คนจีนมักปลูกสมุนไพรชนิดนี้ไว้หน้าบ้านเป็นสิริมงคล เป็นพืชมงคลสำคัญที่สุดสำหรับพี่น้องชาวจีน เปรียบได้เสมือนกับส้มป่อยที่เป็นพืชมงคลของพี่น้องล้านนา จะเห็นได้ว่าพี่น้องชาวจีนที่อยู่ในแถบจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอพยพมาจากประเทศจีน มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณนั้นจะมีโกฐจุฬาลัมพาปลูกอยู่แทบทุกบ้าน เพราะเป็นไม้ที่ขาดไม่ได้ในพิธีต่างๆ โดยใช้ทั้งต้น กิ่ง ใบ ราก ในวันพระใช้บูชาพระ ด้วยการเผาไฟ เอาต้นแห้งวางด้านล่าง แล้วเอาต้นสดใส่ไว้ด้านบน จุดไฟเผาอธิษฐานส่งผลบุญให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่ล้มตายจากเราไป ไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ใช้จุดบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจุดเพื่ออุทิศบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากจะเป็นพืชมงคลแล้ว โกฐจุฬาลัมพายังเป็นยาสามัญประจำบ้านใช้รักษาอาการต่างๆ เช่น เจ็บท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เลือดกำเดาไหล ใช้ไล่ยุง ไล่แมลง ใช้เข้ายาอบประคบแก้ปวดเมื่อย เป็นต้น ส่วนคนจีนจะใช้ในทางแก้ปวด

จากผลการศึกษา พบว่า น้ำมันหอมระเหยของโกฐจุฬาลัมพาที่สกัดด้วยเฮกเซนจากใบ มีฤทธิ์ในการไล่ยุง และยับยั้งการวางไข่ของยุง อีกทั้งยังลดอัตราการฟักไข่ของยุง และถูกใช้เป็นยาต้านมาลาเรีย สำหรับสัตว์เลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย ก็มีโอกาสป่วยไข้ได้เหมือนกัน เพราะอยู่ข้างนอกบ้านโดนแดด โดนฝน บางตัวอาจปวดเมื่อยตามร่างกาย จะลุกเดินไม่ไหว ให้เอาต้นโกฐจุฬาลัมพาทั้งต้นไปสุมไฟจนอุ่นๆ แล้วนำมาโปะลงหลังหรือเอว สักพักอาการจะดีขึ้น ถ้าเป็นไข้เล็กน้อยหรือปวดเมื่อย ใช้เป็นผักสดต้มกินก็ได้

ยาแก้ปวดท้อง แก้ไข้ทั้งมวล เอารากโกฐจุฬาลัมพามาต้มดื่ม

ยาแก้ปวดท้องร่วง เอาใบลนไฟ บดแล้วคั้นน้ำดื่ม

ยาแก้อาการเจ็บท้อง ไอ หรือหายใจไม่คล่อง เอาใบ 3 ใบ ใส่แก้ว ใส่เกลือนิดหน่อย เติมน้ำร้อน ดื่มสักพักจะดีขึ้น

ยาแก้เด็กร้องไห้งอแง แช่น้ำ หรือต้มน้ำอุ่นอาบ

ยากันยุง ใช้โกฐจุฬาลัมพา ตากแห้ง บดผงผสมกับใบหมี่เหม็น จะช่วยให้ติดก้านธูปได้ดี

ยากันยุง โดยนำใบโกฐจุฬาลัมพาแห้ง มาเผาไฟเพื่อให้เกิดควัน ใช้ไล่ยุง

ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หรือถ้าหากต้องการความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการใช้สมุนไพร ไปพบกันได้ที่ งาน “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019” วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2562 ที่ Hall 5 อิมแพคเมืองทองธานี ขณะที่อากาศยังคงแปรปรวน ฝน ร้อน หนาว มาให้สัมผัสอยู่เนืองๆ แต่ทว่าผืนดินหลายแห่งยังคงได้รับความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ เพื่อแลกกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ใบหญ้า ก่อนความแห้งแล้งครั้งหน้าจะคืบคลานเข้ามาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

พืชผักพื้นบ้าน ทั้งผักปลูกใหม่ที่มีวัยของอายุสั้นๆ ต่างรับเอาความชุ่มชื้น สร้างความอวบอ้วนเขียวขจี เหตุผลที่ดีที่สุดในเวลานี้ นั่นคือทำให้มนุษย์ได้บริโภคพืชผักที่อวบอิ่มและราคาถูก

ช่วงนี้จะมีอากาศหนาวแม้เบาบาง ก็ทำให้ได้เห็นดอกไม้แรกแย้มหลังการซุกซ่อนตัวเองเพื่อรอคอยห้วงหนึ่งในฤดูกาล และพืชบางสายพันธุ์ได้ออกผลให้ลิ้มลอง

อย่างไรก็ตาม หากมนุษย์มีโอกาสและต้นทุนเพียงพอในการสร้างสิ่งที่ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกมากมาย และทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง จนเกิดความพอเพียงตามเข้ามาอย่างช้าๆ ในที่สุดเราก็จะสามารถอยู่ได้ด้วยวิถีของเราเอง

ผู้ที่มีต้นทุนพื้นฐานจากอดีตในวัยเด็ก ไม่ว่าเติบโตมาแล้วจะอยู่สาขาอาชีพใด หากไม่ลืมต้นทุนพื้นฐานที่ตัวเองมีในครั้งก่อนเก่า ก็จะทำให้ชีวิตอยู่สุขสบายไม่เดือดร้อน หรือขวนขวายหาสิ่งใหม่ๆ ทั้งโลกยุคปัจจุบันพยายามยัดเยียดให้เกิดความอยาก

ต้นทุนชีวิตของคนไทยส่วนมาก มาจากพื้นฐานการทำเกษตร หากใครเติบโตมาและประกอบอาชีพ มีตำแหน่งแห่งหนใหญ่โตแล้วลืมพื้นฐานตัวตนของตนเอง

คนเหล่านั้นก็จะแสวงหาแต่ทุกข์อยู่ร่ำไป ท่านสำเริง เกษรศิริ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดรัตนบุรี ที่ไม่เคยลืมว่า ชีวิตของตัวเองนั้นมีพื้นฐานของเกษตรกร และเป็นลูกของชาวนา

ในพื้นที่เพียงสี่ไร่ของท่านสำเริง เกษรศิริ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดรัตนบุรี วิถีชีวิตของท่าน นอกเหนือจากเป็นผู้พิพากษาแล้ว ท่านยังเป็นเกษตรกรที่มีแนวคิดหลากหลายและลงมือทำด้วยมือของท่านเอง

หลังจากว่างจากงานในหน้าที่ ชีวิตของท่านมีเวลาอยู่กับต้นไม้ใบหญ้า ในพื้นที่สี่ไร่ของท่าน

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ไม่นานต้นไม้ พืชผักสวนครัว หรือแม้แต่ปลาที่เลี้ยงตามวิถีธรรมชาติก็ผลิดอกออกผลและเติบโตจนลืมเหนื่อยไปโดยสิ้นเชิง งานเกษตรของท่านยังสามารถสร้างงานให้แก่ผู้อื่นได้ดูแลสานต่อได้โดยง่าย

พืชผักที่ท่านปลูกสามารถสร้างรายได้หลักคือ มะนาว

แต่รายได้ที่ไม่แพ้กันจะเห็นได้จากผักที่เรากินกันแทบทุกวันนั่นคือ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ ผักชี หลักการง่ายๆ คือท่านปลูกลงกระสอบปุ๋ยแทนกระถางดิน เมื่อต้นโตพอเริ่มผลิดอกออกผล ลูกค้าซึ่งเป็นผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้น จะเข้ามาซื้อที่สวนในราคาที่ไม่แพง และพืชผักบางชนิดผู้คนซื้อต้นพันธุ์นำไปปลูกต่อ ยิ่งสร้างงานส้รางเงินให้กับผู้คนได้เพิ่มขึ้น

ผักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสะระแหน่ ผักชี ยี่หร่า ท่านจะปลูกแซมในท่อซีเมนต์ ที่ท่านได้ปลูกต้นมะละกอเอาไว้ เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ และยังดูแลง่าย สามารถเก็บขายได้ตลอดเพราะเป็นผักปลอดสารพิษ

จึงเป็นรายได้ที่มีเข้ามาตลอด แม้ท่านจะไม่ได้คาดหวังจากเงินในส่วนนี้มากมาย แต่ถือว่าท่านประสบความสำเร็จ

ถ้าสนใจและติดตามเรื่องราวของท่าน และต้องการศึกษาดูงาน ติดต่อได้ที่ บ้านโนนขวาง เลขที่ 66 หมู่ที่ 8 ตำบลโนนขวาง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ โทรศัพท์ (085) 393-1432 ในวันหยุดหรือในเวลาที่ไม่ใช่เวลาราชการ ด้วยศักยภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม อากาศดี น้ำดี ภูเขาไฟที่มอดดับ ดินมีแร่ธาตุเหมาะสม ทำให้การปลูกทุเรียน ไม้ผลหลายชนิด หรือยางพาราได้คุณภาพ โดยเฉพาะทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มีรสหวานมัน กลมกล่อม อร่อยมาก เป็นพืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่นที่มีการส่งออกและนำเงินเข้าประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท

ที่งาน เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพารา และนวัตกรรม 2019 วันที่ 20-30 มิถุนายน 2562 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ที่น่าสนใจมากคือ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ข้าวเหนียวทุเรียน กาแฟทุเรียน สินค้าเกษตร สินค้าโอท็อปหรืออื่นๆ ให้ประชาชนได้ชม ชิม และซื้อ มีจัดแสดงนวัตกรรมใหม่เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ที่สวนไม้ผลคุณภาพของเกษตรกร

คุณสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังว่า ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดศรีสะเกษ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพื้นที่การเกษตรกว่า 4 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการทำนา ทำพืชไร่ ทำพืชสวน เลี้ยงสัตว์ หรือทำประมง

การปลูกไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด ลำไย มะม่วง ฝรั่ง และสะตอ ปลูกอยู่ในเขตภูเขาไฟเก่าที่มอดดับแล้ว ได้คุณภาพ ปลูกที่อำเภอกันทรลักษ์ ศรีรัตนะ ขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ การปลูกเป็นแบบสวนผสมเพื่อลดความเสี่ยงและลดทุนการผลิต สำหรับการผลิต ปี 2561/62 มีพื้นที่ปลูกไม้ผล 10,768 ไร่ เกษตรกร 2,212 ราย ดังนี้

ทุเรียน มีพื้นที่ปลูก 6,097 ไร่ เกษตรกร 851 ราย ผลผลิตเฉลี่ย 1,609 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 4,799.22 ตัน เกษตรกรขายราคาเฉลี่ย 140 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 671.89 ล้านบาท

เงาะ มีพื้นที่ปลูก 1,634 ไร่ เกษตรกร 366 ราย ผลผลิตเฉลี่ย 1,127 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 1,828 ตัน ราคาเฉลี่ย 30 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 54.84 ล้านบาท ลำไย มีพื้นที่ปลูก 552 ไร่ เกษตรกร 151 ราย ผลผลิตเฉลี่ย 1,378 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 719.4 ตัน ราคาเฉลี่ย 25 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 17.99 ล้านบาท

ลองกอง มีพื้นที่ปลูก 208 ไร่ เกษตรกร 99 ราย ผลผลิตเฉลี่ย 694 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 144.4 ตัน ราคาเฉลี่ย 50 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 7.22 ล้านบาท

มังคุด มีพื้นที่ปลูก 255 ไร่ เกษตรกร 89 ราย ได้ผลผลิตเฉลี่ย 582 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 119.35 ตัน ราคาเฉลี่ย 90 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 10.74 ล้านบาท

มะม่วง มีพื้นที่ปลูก 890 ไร่ เกษตรกร 288 ราย ได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,308 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 1,131.56 ตัน ราคาเฉลี่ย 20 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 22.63 ล้านบาท ฝรั่ง มีพื้นที่ปลูก 2,091 ไร่ เกษตรกร 504 ราย ได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,607 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 1,497.80 ตัน ราคาเฉลี่ย 20 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 29.96 ล้านบาท

สะตอ มีพื้นที่ปลูก 41 ไร่ เกษตรกร 41 ราย ได้ผลผลิตเฉลี่ย 868 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตรวม 35.6 ตัน ราคาเฉลี่ย 100 บาท ต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 3.56 ล้านบาท

การปลูกทุเรียน ไม้ผลหลายชนิด หรือยางพารา ต้องปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ไม้ผลต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียง ป้องกันกำจัดศัตรูไม้ผลด้วยวิธีผสมผสาน เพื่อให้ไม้ผลเจริญเติบโตติดดอกออกผลคุณภาพ

คุณสว่าง เล่าให้ฟังว่า สำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัด ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ และอีกหลายหน่วยงานได้ส่งเสริมการปลูกในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลผลิตเกษตรดีมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภค ส่งเสริมการผลิตเพื่อให้ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ คิว (Q) เพื่อให้ผู้บริโภคกล้าตัดสินใจเลือกซื้อเมื่อพบเครื่องหมายคิว (Q) นี้