คุณบัญชา บอกต่อว่า ตอนนี้ตนมีพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด

60 ไร่ แบ่งปลูกกุยช่าย 40 ไร่ พันธุ์ที่ปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมือง ที่เหลือแบ่งปลูกพืชอย่างอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยงบ้าง เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรไม่มีอะไรแน่นอน การทำการเกษตรความยากง่ายของแต่ละคนต่างกัน พืชแต่ละอย่างขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน สำหรับตนเองการที่จะทำอะไรสักอย่าง ต้องมีการศึกษาวิธีการอย่างถ่องแท้ก่อนลงมือทำ ก่อนที่จะมาปลูกกุยช่ายได้ ต้องมีการเดินทางไปดูสถานที่ปลูกจริงมาหลายๆ ที่ เพราะแต่ละที่จะมีเทคนิคการปลูกที่แตกต่างกันไป ผู้ปลูกจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้

เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสวนตัวเองมากที่สุด ดังคำที่ว่า “ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำพูดเสมอ” เพราะฉะนั้นเกษตรกรมือใหม่จำเป็นมากๆ ที่จะต้องตั้งคำถามกับตัวเองหลายๆ ข้อ ว่าปลูกอย่างไร ทำแบบไหน เพราะอะไรถึงทำ ผลผลิตออกช่วงไหน ผลผลิตทำได้กี่กิโลกรัมต่อไร่ ตลาดอยู่ที่ไหน ราคาขายเท่าไร ช่วงไหนคนต้องการมาก ถ้ามีคำตอบให้ตัวเองหมดทุกข้อแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ

เมื่อตอบคำถามตัวเองได้หมดทุกข้อ ก็มาลงมือปลูก การจัดการปลูกเน้นปลูกเฉพาะฤดู เรียกว่าการทำเกษตรแบบแจ๊คพ็อต เพราะถ้าทำให้ผลผลิตออกตลอดทั้งปี ราคาจะตก เพราะต้องไปเจอกับผักที่ออกตามฤดูกาล ปริมาณจะล้น ทำให้ราคาตก

“ตัวอย่าง การวางแผนปลูก ของที่สวนจะวางแผนปลูกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม และนับไปอีก 4 เดือนผลผลิตจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายคือ ปลูกเดือนมีนาคม ผลผลิตจะเริ่มออกให้เก็บช่วงเดือนกรกฎาคม จะตรงกับช่วงก่อนสารทจีนพอดี ตลาดจะต้องการกุยช่ายเป็นพิเศษ แต่ถ้าปลูกหลังจากนั้น เช่น ปลูกเดือนมิถุนายนเข้าฤดูฝน ของใครๆ ก็ออกต้นสมบูรณ์แข็งแรงกันหมด เมื่อถึงเวลาตัดได้เข้าฤดูหนาวพอดี ซึ่งโดยธรรมชาติของผักก็ออกช่วงนี้อยู่แล้ว ใครก็ทำได้ ราคาจะถูก แต่ถ้าปลูกเดือนกุมภาพันธ์จะผ่านช่วงหน้าร้อนมา ถ้าดูแลบริหารจัดการให้ผ่านหน้าร้อนมาได้ ช่วงนี้ของจะขาด แล้วผักจะราคาดี” คุณบัญชา บอกถึงเคล็ดลับวางแผนการปลูก

วิธีการปลูกกุยช่าย
กุยช่าย สามารถปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ในประเทศไทย เป็นพืชที่ชอบชื้นแต่ไม่ชอบแฉะ

การเตรียมดิน… ไถตากดินทิ้งไว้ 10-15 วัน แล้วปรับปรุงคุณภาพดิน เติมอินทรียวัตถุ และปรับค่า pH ของดินให้อยู่ประมาณ 7.1-7.2 เมื่อเตรียมดินเสร็จ ให้นำต้นกล้ามาปักดำ ซึ่งต้นกล้าที่นำมาปักดำ ต้องเพาะให้มีอายุ 3-4 เดือนขึ้นไป ถึงจะย้ายมาลงแปลงปลูกได้ หากปลูกแบบยกร่อง ใช้ระยะห่าง 25×25 เซนติเมตร จำนวนต้น ต่อหลุม ประมาณ 6-8 ต้น หรือจะปลูก 4,6,8 ต้น ต่อหลุมก็ได้ ขึ้นอยู่ที่ความสะดวกของแต่ละพื้นที่ ระยะห่างต่อหลุมขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วย หากดินดีก็ปลูกให้ระยะห่างหน่อย เพราะถ้าดินดีพืชจะแข่งกันโต เบียดหาแสง จะทำให้โครงสร้างใบบาง

หลังจากปักดำเสร็จแล้ว คอยดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยและกำจัดวัชพืช

วิธีการปักดำกล้า…เมื่อนำต้นกล้าที่มีอายุ 4 เดือน มาเตรียมปักดำ ให้ตัดใบ ตัดรากออก ให้สั้นเหมือนที่ใช้เสิร์ฟคู่กับผัดไทย “กุยช่าย ปลูกนานหลังจากปักดำกล้านับอีก 4 เดือน เริ่มตัดขายได้ หลังจากตัดขายมีดแรกจะต้องคลุมฟาง กำจัดวัชพืช หลังจากตัด 15 วัน ดอกจะเริ่มออกให้เก็บ เก็บดอกไปอีก 45 วัน รวมเป็น 60 วัน เมื่อครบ 60 วัน เริ่มตัดมีดสองได้ ก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตัดใบทุก 2 เดือน ก็จะมีรายได้ทั้งเป็นรายวันและเป็นรายเดือน ผมชอบตรงนี้แหละ”

น้ำ… การให้น้ำตอบไม่ได้ว่า 1 วัน จะให้กี่ครั้ง แต่ให้สังเกตดินต้องมีความชุ่มชื้นเสมอ จะให้วันละ 3-5 ครั้ง ก็สามารถเป็นไปได้ ให้ดูอากาศและสภาพดินประกอบกันไป ถ้าดินที่ปลูกเป็นดินทรายแล้วให้น้ำเท่ากับดินเหนียวก็ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นดินเหนียวแต่ให้น้ำเยอะเหมือนดินทรายพืชก็แฉะตาย เพราะฉะนั้นต้องดูตามความเหมาะสมควบคู่กันไป ของที่สวนเป็นดินร่วนปนเหนียวออกไปทางเหนียวเยอะ จะรดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง

ปุ๋ย… ใส่อินทรีย์กับเคมีสลับกัน ดูตามความเหมาะสม ระยะการใส่หลังจากปักดำประมาณ 7 วัน เพราะพืชเริ่มแตกรากใหม่ก็ใส่ปุ๋ยได้เลย ช่วงแรกพืชกำลังตั้งตัวต้องเน้นสูตรเร่งต้น ปุ๋ยที่ใส่เป็นปุ๋ยยูเรีย สูตร 25-7-7 สลับกับ สูตร 21-7-14 ปริมาณ 4-6 กิโลกรัม ต่อไร่ ถ้าใส่เยอะกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ อีกทั้งทำให้ต้นทุนสูงและผลลัพธ์ที่ได้ก็สูญเปล่า

โรคแมลง…ใช้สารเคมีและสารชีวภัณฑ์สลับกันตามความรุนแรง ช่วงที่แมลงเยอะจะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดู เช่น ฝนต่อหนาวแมลงจะเยอะที่สุด รองลงมาเป็นช่วงร้อนต่อฝน แต่ถ้าหนาวต่อร้อนจะไม่เท่าไร จะหนักไปทางเชื้อรามากกว่า ปัญหาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ เพียงแค่ป้องกันไว้ก่อนก็จะช่วยบรรเทาการระบาดได้ การทำเกษตรไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว สภาพอากาศเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้ แค่ต้องมีสติรับมือให้ได้

“กุยช่าย” ปลูกมานานกว่า 20 ปี
ราคาดี ไม่มีตก
เจ้าของบอกว่า ตั้งแต่ปลูกกุยช่ายมา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ราคาถือว่าดีมาตลอด เพราะคนนิยมบริโภคกันมากขึ้น แต่คนทำน้อยลง ถือว่าไม่ผิดหวังที่เปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดนี้

ลักษณะการขาย ขายได้ทั้งดอก ใบ และทำเป็นกุยช่ายขาวได้ ราคาดอกจะดีกว่าใบเขียว ดอกราคาต่ำสุด กิโลกรัมละ 20 บาท สูงสุด กิโลกรัมละ 80 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของดอกด้วย ถ้าตัดมีด 2 มีด 3 ดอกจะใหญ่ ยาว แต่หากบำรุงรักษาต้นดี บางครั้งตัด มีด 3 ดอกก็ยังใหญ่ได้อีก

ราคาใบเขียว กิโลกรัมละ 30-40 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและขนาด ถ้าตัดมีดแรกราคาจะสูง แต่ถ้ามีดแรกเป็นช่วงหน้าหนาว ราคาจะถูก ผลผลิตที่ได้ ขึ้นอยู่กับฤดูกาล หากเป็นฤดูหนาวดอกจะมีน้อย ราคาจะสูง แต่ถ้าเป็นฤดูร้อนดอกจะมีมาก ราคาจะถูก ผลผลิตของที่สวนถือว่าอยู่ในระดับที่พึงพอใจ ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวล่วงหน้า

“การเตรียมต้นล่วงหน้ามีผลต่อความสมบูรณ์ของดอก พยายามให้พืชสะสมอาหารก่อนฤดูหนาว เพราะฤดูหนาว พืชจะออกดอกน้อย ก็ต้องมีการเตรียมต้นให้พืชสะสมอาหารก่อน แล้วค่อยกระตุ้นการเปิดตาดอก”

ตลาด…ส่งขายที่ตลาดศรีเมือง สี่มุมเมือง และปากคลองตลาด เก็บส่งตามความต้องการของแม่ค้า ครั้งละ 300-500 กิโลกรัม หรือสองตันก็แล้วแต่ คุณบัญชา กล่าวถึงการตลาดทิ้งท้าย

สนใจสอบถามรายละเอียดวิธีการปลูกกุยช่ายสร้างรายได้ ติดต่อ คุณบัญชา หนูเล็ก ได้ที่เบอร์โทร. 089-220-8438 ระยะนี้อยู่ในช่วงของ “ข้าวยากหมากแพง” สินค้าทุกชนิดขึ้นราคาเป็นว่าเล่น หรือเพราะราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นราคาแทบทุกวัน แต่ราคาสินค้าด้านการเกษตรยังคงที่ บางชนิดเท่านั้นที่ขึ้นราคา เพราะการเก็งกำไรของนักธุรกิจ จากคำขวัญของเทคโนโลยีชาวบ้านที่ว่า “เงินทองเป็นมายา ข้าวปลาเป็นของจริง” จึงใช้ได้กับทุกวาระทุกสมัย ฉบับนี้มูลนิธิโครงการหลวงใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านปลูกพืชผักรับประทานกันเองในบ้าน ไม่ต้องไปหาซื้อของแพงในตลาด ปลูกได้ง่าย ใช้เวลาสั้นแต่เก็บกินได้นาน สะอาดปลอดภัยไร้สารพิษ นั่นคือ ฟักแม้ว

บางท่านที่ชอบรับประทานข้าวต้ม มักจะสั่งอาหารประเภทนี้ จนพูดติดปากกันว่าถ้าสั่งฟักแม้วผัดน้ำมันหอย ราคาจานละ 30 บาท หากสั่งซาโยเต้ผัดน้ำมันหอย จะราคาเพิ่มเป็น 50 บาท ฟักแม้ว เป็นชื่อเรียกตามภาษาพื้นบ้านภาคเหนือ หรือจะเรียกให้โก้หรูแบบภาษาญี่ปุ่นและได้ราคาสูงต้องเรียกว่า ซาโยเต้ ฟักแม้วเป็นพืชข้ามปี ลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีมือเกาะที่เจริญจากข้อใบ ขยายพันธุ์ด้วยผลแก่ สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกฟักแม้วจะต้องสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 500-1,400 เมตร เป็นที่ราบหรือที่ราบเชิงเขา อุณหภูมิเฉลี่ย 15-28 องศาเซลเซียส

การปลูกง่ายมาก เริ่มจากคัดเลือกหัวพันธุ์ที่ปลอดเชื้อไวรัสและแก่เต็มที่ นำไปปักชำในขี้เถ้าแกลบและทรายในที่ร่มที่มีความชื้น รอจนแตกรากและเริ่มแตกใบอ่อนจึงย้ายไปปลูกในหลุม ขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ห่างกันประมาณ 1 เมตร ทำค้างด้วยไม้ไผ่เพื่อให้เถาฟักแม้วเลื้อยเกาะ หลังปลูก 15 วัน จึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 ทุก 15 วัน

ศัตรูพืชของฟักแม้ว ได้แก่ โรคราน้ำค้าง ราแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยหอย แมลงหวี่ขาว การป้องกันกำจัด ควรใช้น้ำมันปิโตรเลียม หรือผงฟู 70 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร อาจจะใช้สารเคมีกำจัดแมลงบ้างบางครั้งหากจำเป็นเมื่อเกิดศัตรูพืชระบาดมาก แต่ไม่ขอแนะนำเนื่องจากเราจะต้องรับประทานยอดอ่อนและผลอ่อน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่พืชผักของมูลนิธิโครงการหลวง

ฟักแม้วสามารถเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่หลังจากปลูก 50-60 วัน และเก็บเกี่ยวยอดและผลอ่อนรับประทานหรือจำหน่ายได้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จึงรื้อออกแล้วปลูกใหม่ เนื่องจากต้นฟักแม้วที่แก่จะให้ยอดอ่อนน้อย ในขณะเดียวกัน เกษตรกรสามารถเก็บผลแก่ไว้ทำพันธุ์ได้เอง

คุณประโยชน์ของฟักแม้ว ด้วยการนำมาประกอบอาหาร เช่น ต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก แกงส้ม แกงเลียง ยำ ที่ชื่นชอบมากคือ นำไปผัดน้ำมันหอย ฟักแม้วมีคุณค่าทางอาหารคือ ให้วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส บำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันหวัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ (053) 318-304 หรือที่งานประชาสัมพันธ์ โทร. (053) 810-765 ต่อ 108

แตงโม มีวิตามินและแร่ธาตุที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นไม้เถาเลื้อย ขอบใบหยัก ลำต้นมีขน ดอกสีเหลือง ผลกลมและกลมรี เกษตรกรแขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก ได้ปลูกแตงโมพืชเศรษฐกิจสำคัญเป็นพืชหมุนเวียนหลังการเก็บเกี่ยวข้าวหรือฤดูแล้ง ในโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรังช่วยทำให้โครงสร้างดินดีมีคุณภาพ หรือเพื่อการยกระดับรายได้ นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความมั่นคง

คุณจันทิรา บวรรัตนสุภา เกษตรกรุงเทพมหานคร สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่การเกษตร 120,450 ไร่ เกษตรกร 7,032 ครัวเรือน พืชที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ทำนา 87,397 ไร่ เกษตรกร 3,328 ครัวเรือน กล้วยไม้ 1,514 ไร่ เกษตรกร 243 ครัวเรือน ไม้ดอกไม้ประดับรวมสนามหญ้า 488 ไร่ เกษตรกร 94 ครัวเรือน พืชผัก 2,188 ไร่ เกษตรกร 658 ราย และอื่นๆ

สถานการณ์ปัจจุบัน เกษตรกรจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ใช้วิธีการแบบเดิมๆ มีความเสี่ยงกับดินฟ้าอากาศผันแปร ผลผลิตที่ได้รับไม่คุ้มทุนหรือมีความเสี่ยงด้านการตลาด จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ทำให้ไม่มั่นคงต่อการยังชีพ

ก้าวสู่วิถีใหม่ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชหมุนเวียน ในโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ภายใต้นโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่ม ได้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำหรือจัดหาปัจจัยการผลิตราคาถูกมาใช้ เป็นศูนย์รวมรองรับข้อมูลวิชาการ ในด้านสังคมจะเกิดบูรณาการในการทำงานในพื้นที่ระหว่างเกษตรกร ภาครัฐ และเอกชน

ในด้านเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งการลดรายจ่าย สร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนเกษตรกร ด้วยการดำเนินการตามศาสตร์พระราชา ที่มุ่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่แบบพึ่งพาตนเองก่อนแล้วจึงเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันกับภายนอก ตามแนวทางพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในทางสายกลางคือ : พอประมาณ : มีเหตุผล : มีภูมิคุ้มกันในตัวดี

คุณลุงบุญเรือน ปรางทอง เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมหมุนเวียนกับการทำนา เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ทำการเกษตร 50 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่ทำนาตลอดปีและทำนาติดต่อกันมานานโดยที่ไม่ได้ปลูกพืชหรือทำกิจกรรมอื่นแต่อย่างใด ได้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 60-85 ถัง ต่อไร่ ขายได้ 6,500 บาท ต่อเกวียนขึ้นไป ซึ่งราคาขายข้าวก็เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาล

ในปี 2561 ได้รับคำแนะนำจาก สำนักงานเกษตรพื้นที่ 1 กรุงเทพมหานคร ให้เข้าร่วมปลูกพืชในโครงการส่งเสริม-การปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง เพื่อให้มีการใช้พื้นที่ปลูกพืชหมุนเวียนสลับกับการทำนา มีการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง การปลูกพืชหมุนเวียนจะทำให้ดินได้คุณภาพดี ได้รับผลตอบแทนคุ้มทุน จึงได้ปรับพื้นที่นามาปลูกแตงโม 15 ไร่ และเพื่อนเกษตรกรใกล้เคียงปลูก 11 ไร่ รวมมีพื้นที่ปลูกแตงโม 26 ไร่

การเตรียมดินและปลูก ได้ไถดะ ไถแปร จัดการไถพลิกดินให้พื้นที่เป็นสันร่องสูง 1 คืบ หรือ 30 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร ระหว่างสันร่องห่างกัน 3 เมตร ตากแดด 7-10 วัน แล้วหว่านปุ๋ย สูตรเสมอ 15-15-15 อัตรา 20 กิโลกรัม ต่อไร่ แล้วไถตีฝุ่น จัดวางระบบน้ำหยด วางผ้าพลาสติกดำที่เจาะรูไว้แล้ว คลุมให้อยู่กลางร่องแปลง ผ้าพลาสติกดำจะช่วยเก็บรักษาความชื้นและป้องกันวัชพืช การปลูกได้ขุดดินเป็นหลุมปลูกกว้างและลึกพอประมาณ นำต้นกล้าพันธุ์แตงโมลงปลูกเกลี่ยดินกลบ แต่ละหลุมปลูก จะมีระยะห่างกัน 30 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 850-900 ต้น

หลังปลูก 2 วัน ใส่ปุ๋ยครั้งแรกเพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตของต้นแตงโม นำปุ๋ย สูตร 25-7-7 อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ผสมกับน้ำในถังแล้วส่งปุ๋ยไปทางระบบท่อส่งน้ำหยด เว้นระยะการใส่ปุ๋ย 15 วัน ต่อครั้ง

ช่วงที่ต้นแตงโมเริ่มออกดอก ได้นำปุ๋ย สูตร 8-24-24 อัตรา 1 กระสอบ หรือน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ผสมกับน้ำในถังแล้วส่งปุ๋ยไปทางระบบท่อส่งน้ำหยดเพื่อช่วยให้กับต้นแตงโมติดดอกที่สมบูรณ์

ในช่วงเริ่มติดผล ได้ใส่ปุ๋ยบำรุงผลด้วยการนำปุ๋ย สูตร 8-24-24 อัตรา 1 กระสอบ หรือน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ผสมกับน้ำในถังแล้วส่งปุ๋ยไปทางระบบท่อส่งน้ำหยดเพื่อช่วยให้ต้นแตงโมติดผลได้ดีไม่หลุดร่วง

ก่อนเก็บผลแตงโม 7-10 วัน ได้นำปุ๋ย สูตร 0-5-12-34 อัตรา 1 กระสอบ หรือน้ำหนัก 25 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ผสมกับน้ำในถังแล้วส่งปุ๋ยไปทางระบบท่อส่งน้ำหยดเพื่อช่วยให้ผลแตงโมมีความหวานหอมอร่อย ใส่ปุ๋ยวันละครั้ง

การให้น้ำ ได้ติดตั้งการให้น้ำต้นแตงโมด้วยระบบน้ำหยด ตั้งแต่ปลูกถึงเก็บผล ต้นแตงโมต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียง ต้นแตงโมขนาดเล็กได้ให้น้ำวันละครั้งนาน 30 นาที และระยะก่อนเก็บผล 7-10 วัน ได้ให้น้ำทุกวัน แต่ละครั้งนาน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ผลแตงโมคุณภาพ การเก็บผลแตงโม ได้เลือกเก็บผลที่แก่สุกเหมาะสม วิธีเก็บได้นำมีดคมตัดที่ก้านขั้วผล หรือใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้จับจิกที่ก้านขั้วผลบิดให้ขาด นำผลแตงโมไปเก็บรวบรวมในโรงเรือนพร้อมขายให้กับพ่อค้า พื้นที่ 1 ไร่ จะได้ผลผลิตเฉลี่ย 4 ตัน หรือถ้าไม่กระทบกับปัญหาจากสิ่งแวดล้อม จะได้ผลผลิต 5-6 ตัน

ตลาด การขายผลแตงโมจะมีพ่อค้ารายใหญ่ติดต่อเข้ามาซื้อแตงโม ครั้งละ 1.5 ตัน จึงได้กำหนดราคาขายที่หน้าสวน 10-30 บาท ต่อกิโลกรัม ลดหลั่นกันไปตามขนาดของผลแตงโม เป็นราคาคุ้มทุนที่พอจะทำให้มีรายได้เงินแสนบาทนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและเพื่อยังชีพได้อย่างพอเพียงมั่นคง

แตงโม…พืชเศรษฐกิจสำคัญ ปลูกหมุนเวียนกับการทำนา ในโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ช่วยทำให้โครงสร้างดินดีมีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต เป็นการยกระดับรายได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความมั่นคง

สอบถามเพิ่มได้ที่ คุณลุงบุญเรือน ปรางทอง บ้านเลขที่ 42/4 หมู่ที่ 14 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โทร. 085-220-7346 หรือที่ คุณกัลยา เจริญทรัพย์ สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร โทร. 086-335-3272 ก็ได้ครับ

นายบุญคอย สำราญรส อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หมู่ที่ 5 บ้านนาน้อย ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำเกษตรในลักษณะไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่สร้างรายได้ทุกวัน โดดเด่น เรื่องการอนุรักษ์ควายด่อน

ไร่นาสวนผสมแห่งนี้ มีพื้นที่ทำนาข้าว 60 ไร่ ได้ผลผลิตปีละ 30,000 กิโลกรัม แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ 10 ไร่ ไก่พื้นเมือง รุ่นละ 100-150 ตัว สุกรพ่อแม่พันธุ์ 10 ตัว สุกรป่าเลี้ยงแบบปล่อย รุ่นละ 20-30 ตัว ไว้เก็บเศษพืช ต้นกล้วย ไก่ไข่ 10 ตัว

พื้นที่หนองน้ำเลี้ยงปลากินพืช หลากหลายชนิด ไว้บริโภคในครัวเรือน กิจกรรมที่มีอยู่ ทำให้เกิดรายได้รายวัน 200-500 บาท รายสัปดาห์ 3,000-5,000 บาท รายเดือน 15,000-20,000 บาท

นายบุญคอย บอกว่า เขาได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน เกษตรอำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลม่วงนา ให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาแบบเดิมเข้าสู่ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มีนาข้าว แหล่งน้ำ พื้นที่ปศุสัตว์ ไม้ผล ไม้ยืนต้น

ฟาร์มแห่งนี้ เลี้ยงกระบือเผือกจำนวนมาก daddyuploads.com เป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์กระบือเผือก ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง เป็นไร่นาสวนผสมแบบเปิด “เพื่อเกษตรกร” ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอนาคต เป็นศูนย์เครือข่าย “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลม่วงนา หรือศูนย์เครือข่าย โดยประสานงานกับเกษตรกรแกนนำ ปราชญ์เกษตร ด้านการเกษตรอินทรีย์ ด้านดิน น้ำ ข้าว พืช สัตว์ ประมง แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ด้านการตลาด เป็นระบบเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง สู่ความยั่งยืน ของครัวเรือนเกษตรกร

สาเหตุที่นายบุญคอยสนใจเลี้ยงกระบือเผือกหรือควายด่อน เกิดจากแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ควายไทยในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ธนาคารโคกระบือ ข้อดีของการเลี้ยงควายคือ ได้โรงงานปุ๋ยคอกเคลื่อนที่ ฟาร์มแห่งนี้ได้ปุ๋ยมูลกระบือหลายพันกิโลกรัมต่อปี

ควายเผือกหรือกระบือเผือกของฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงเพื่อความสวยงามส่วนหนึ่ง เพื่อการค้าด้วย สมัยก่อนเกษตรกรอีสานจำนวนมาก มีความเชื่อว่า ควายเผือก “เป็นควายยีนส์ด้อย หรือสายเลือดด้อย” ไม่นิยมเลี้ยงกัน คนไม่นิยมรับประทานเนื้อ เพราะจะทำให้ผิดกระบูน เจ็บป่วยถึงตายได้ โดยเฉพาะคนคลอดลูกใหม่ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ผิดแม่ลูกอ่อน”

หากไม่มีการเลี้ยงอนุรักษ์สายพันธุ์ควายเผือกไว้ ก็เสี่ยงสูญพันธุ์ได้ ปัจจุบันคนหันมานิยมเลี้ยงควายเผือกเพิ่มมากขึ้น แถมขายได้ราคาดี นิยมเลี้ยงควายเผือกโชว์ในสถานที่ท่องเที่ยว ตามฟาร์มใหญ่ นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกับควายเผือก ผู้สนใจสามารถแวะชมกิจการเกษตรผสมผสาน และฟาร์มควายเผือกได้ตามที่อยู่ หรือ โทรศัพท์ 093-567-8801 อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) กรมส่งเสริมการเกษตร แห่งบ้านนาน้อย ยินดีต้อนรับทุกท่าน

“วริศ มันตาวลี” หนุ่มอาข่า วัย 39 ปี เจ้าของธุรกิจ “เฮราโมน คอฟฟี่ ฟาร์ม” หมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด “สุดยอดกาแฟไทย” ถึง 2 ปีซ้อน ในประเภทกาแฟอาราบิก้า Semi-Dry กระบวนการแปรรูป Honey Process ปี 2564 และประเภทกาแฟโรบัสต้า ปี 2565