คู่สามีภรรยานี้เดิมทีทำไร่ข้าวโพดมาก่อน พอมาช่วงหลัง

เห็นว่าควรหารายได้เพิ่มด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างอื่น จึงตัดสินใจแบ่งเนื้อที่จำนวน 4 ไร่ เพื่อปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกพันธุ์ศรแดงเพชรมาเป็นเวลาปีเศษ และที่น่าสนใจพวกเขายังปลูกผักชีไทยและผักชีลาวร่วมด้วย

ปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกศรแดงเพชรดำ เพิ่มรายได้

คุณเสน่ห์ ให้รายละเอียดการปลูกพริกกะเหรี่ยงว่า ก่อนอื่นต้องไถพรวนดินแล้วจึงใส่ขี้วัวลงไป จากนั้นให้ฉีดพ่นยาที่เป็นยาป้องกันหญ้าร่วมกับยาป้องกันการจับตัวของดินที่ชาวบ้านเรียกว่ายาดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ดินกระด้างแล้วจับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งหากดินจับเป็นก้อนแล้วน้ำจะไม่ลงไปด้านล่างของราก

เธออธิบายต่อว่า หากต้องการปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกพันธุ์ศรแดงเพชรดำต่อจากปลูกข้าวโพดก็ให้จัดการดูแลบำรุงดินตามวิธีข้างต้นเรียบร้อยแล้วให้พักดินทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อปล่อยให้ดินว่างก่อนที่จะเริ่มปลูกพริกด้วยวิธีการหยอดเมล็ดพริกในระยะห่างประมาณหนึ่งศอก และเพื่อเป็นการใช้ผืนดินอย่างคุ้มค่าจึงได้หว่านผักชีไทยและผักชีลาวลงไปในแปลงพริก

แมลงศัตรูพืช และโรคพืช หลายอย่างสร้างปัญหา ต้องระวัง

เมื่อพริกเริ่มโตจะต้องหมั่นฉีดพ่นยาทุก 10-15 วัน ส่วนศัตรูพืชที่สร้างปัญหามาก ได้แก่ เพลี้ย หนอนพริก หนอนหนังเหนียว และหนอนเด้ง นอกจากแมลงศัตรูพืชแล้ว โรคพืชก็สร้างปัญหาไม่แพ้กัน โดยเฉพาะโรคใบลาย ซึ่งจะต้องมีการฉีดพ่นยาด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันพอโตเป็นต้นอ่อนก็ต้องคอยเฝ้าดูนกมารบกวน ปุ๋ยที่ใช้ฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้นพริก ใช้ปุ๋ยเรือใบ สูตร 16-16-16 หรือ 15-15-15 ตามด้วยปุ๋ยคอกขี้วัว

ปัญหาในการปลูกพริกอีกอย่างที่พวกเขามักเจอแล้วยังหาสาเหตุไม่ได้เกิดจากยอดพริกที่มีลักษณะด้วนๆ งอๆ ลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง

ส่วนผลผลิตพริกทั้งสองชนิดจะเก็บทุก 5-7 วัน ได้กว่า 300 กิโลกรัม การให้น้ำในการปลูกพริกต้องดูจากสภาพอากาศก่อน หากไม่มีฝนให้น้ำทุก 2-3 วัน โดยไม่ต้องให้น้ำมากให้พอแฉะ เพราะพริกไม่ชอบน้ำมาก แต่ถ้ามีฝนตกมากก็ปล่อย ดังนั้น สามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ควรมีการดูแลน้ำให้พอเหมาะเท่านั้น ส่วนสภาพอากาศก็ไม่ได้สร้างปัญหาแต่ประการใดเช่นกัน เพียงแต่ต้องควบคุมเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด และสม่ำเสมอเท่านั้น

ราคา ขึ้น-ลง ตามความต้องการของตลาด อยากได้ราคาสูง ต้องปรับเวลาปลูก

เจ้าของสวนกล่าวถึงราคาพริกว่า มีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด โดยบอกว่าราคาที่ดีที่สุดจะเป็นช่วงเทศกาลกินเจ แต่หลังจากนั้นราคาจะลดลงไปเรื่อยๆ และยังบอกต่ออีกว่า ในช่วงราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 50 บาท แต่เมื่อราคาลดลงบางครั้งเหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 20 บาท เธอบอกว่าหลังจากถึงเวลาเก็บพริกก็จะว่าจ้างการเก็บทั้งหมด เสร็จแล้วจะให้น้องชายนำไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง

คุณเสน่ห์ยังแจงให้ฟังว่า ในช่วงที่ราคาพริกลดลงมากรายได้แทบจะไม่เหลืออะไรเลยเพราะต้องหักค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่เป็นทุนออกไปรวมถึงค่าจ้างเก็บพริกด้วย แถมยังบอกว่าคนเก็บพริกยังมีรายได้มากกว่าเจ้าของสวนพริกเสียด้วยซ้ำ แต่ต้องทำเพราะเป็นอาชีพ

แม้ราคาตก ก็ไม่กระทบนัก เพราะปลูกข้าวโพดหมุนเวียนกับพริก

ถึงแม้ว่าบางช่วงราคาจะลดลงมาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของคุณเสน่ห์มากนัก เพราะที่สวนของคุณเสน่ห์จะปลูกพืชผักสวนครัวไว้หลายประเภท สามารถนำรายได้อย่างอื่นมาชดเชยได้ในบางครั้งคราว เธออธิบายถึงวิธีแก้ปัญหาราคาพริกที่ลดลงว่า ต้องพยายามปลูกให้ผลผลิตออกในช่วงที่มีความต้องการของตลาด จึงจะทำให้ได้ราคาสูงตามต้องการ และตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่ราคาพริกสูงมักอยู่ในช่วงเข้าพรรษาของทุกปี

คุณเสน่ห์ ให้เหตุผลที่เลือกปลูกพริกกะเหรี่ยงกับพริกศรแดงเพชรดำว่า เพราะได้เคยลองปลูกพริกชนิดอื่นมาแล้ว แต่ราคาไม่ดีเหมือนกับพริกทั้งสองชนิด

การปลูกพืชในไร่ของคุณเสน่ห์และสามีจะมีลักษณะแบบหมุนเวียน เมื่อเก็บเกี่ยวพริกเสร็จก็เตรียมปลูกข้าวโพดต่อไป จะทำเช่นนี้สลับกัน

ระยะเวลาการปลูกข้าวโพดหวานตั้งแต่ปลูกไปจนเก็บผลผลิต ใช้เวลาประมาณ 65-70 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่เป็นตัวแปร เพราะถ้าอากาศหนาวเย็นมากจะใช้เวลามากกว่าในช่วงอากาศปกติ เจ้าของสวนเปิดเผยว่า ผลผลิตข้าวโพดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีที่ผ่านมาได้ประมาณกว่าสิบตัน

คุณเสน่ห์ ให้รายละเอียดว่า นอกจากที่ดินส่วนตัวสำหรับใช้ปลูกข้าวโพดแล้ว เขายังเช่าที่ดินอีกแปลงที่อยู่ด้านข้างแต่มีระดับต่ำกว่าเพื่อใช้ปลูกข้าวโพดหวานโดยเฉพาะ นอกจากข้าวโพดหวานแล้วยังปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวอีกด้วย

ข้าวโพด ไม่ชอบน้ำมาก ต้องคอยปรับให้พอเหมาะ

เจ้าของสวนให้รายละเอียดการปลูกข้าวโพดว่า ไม่ชอบน้ำมากเช่นเดียวกับพริก ดังนั้น หากมีฝนตกตามธรรมชาติจะงดให้น้ำ

“ที่ผ่านมา ถ้าเป็นช่วงที่แล้งมากก็จะนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ แต่หากช่วงที่มีฝนมาก น้ำมาก แล้วเกิดการท่วมขังก็จะใช้วิธีเจาะร่องระบายน้ำออกด้านข้างเพื่อให้ไหลลงคลอง แต่หากเป็นที่ดินอีกแปลงที่มีระดับต่ำกว่า เกิดมีน้ำมามากที่เป็นน้ำล้นคลองขึ้นมาก็จะได้รับความเสียหาย พืชผลก็จะได้รับความเสียหายเหมือนกัน” เจ้าของสวนให้รายละเอียดเพิ่ม

ซึ่งหากพบในต้นใดก็จะไม่มีเมล็ด ไม่มีฝัก สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นน่าจะเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาในครั้งแรก ส่วนปัญหาอื่นที่พบคือมีหนอนมากินเมล็ดข้าวโพด หรืออาจมีเพลี้ยในช่วงที่อากาศร้อน

ส่วนดินที่ใช้ปลูก คุณเสน่ห์ย้ำว่า ต้องให้ความสำคัญในการดูแลมาก อย่าให้ดินด้าน ต้องคอยฉีดยาบำรุงดินเป็นครั้งคราว มิเช่นนั้นจะปลูกพืชไม่งามตลอดจนการเจริญเติบโตของพืชจะไม่ได้ขนาดตามที่ต้องการ นอกจากนั้นแต่ละช่วงการปลูกจะต้องพักดินเป็นช่วงๆ ช่วงละประมาณ 1 เดือน สำหรับข้าวโพด แล้วจึงเริ่มปลูกรุ่นต่อไป ถ้าเป็นพริกจะต้องพักประมาณ 2 เดือน

เจ้าของสวนเล่าว่า ผักที่ปลูกเสริมเพื่อสร้างรายได้คือ ผักชีไทย และผักชีลาว จะให้ราคาดีในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมไปจนถึงช่วงปีใหม่ ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก เพราะได้ปุ๋ยและการดูแลเอาใจใส่จากต้นพริก และจะเก็บไปเรื่อยๆ เมื่อต้นโตได้ขนาด

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ละทิ้งความแออัดจากสังคมเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ขับรถมาทางแปดริ้ว ลัดเลาะมาจนถึงแถววัดพระพิฆเนศองค์ใหญ่ (วัดสมานรัตนาราม) ผ่านทางเข้าสวนมะพร้าวน้ำหอมโคโค่คาวบอย สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวน้ำหอมที่มีทั้งออกลูกเต็มต้นและที่กำลังออกลูกมีใบพลิ้วไหว และสีเขียวขจี เป็นสีแห่งการพักสายตาที่ตัดกับร่องน้ำที่ดูแล้วสดชื่น เหมือนได้สูดอากาศสะอาดเข้าไปฟอกปอดยังไงยังงั้น

ได้มะพร้าวน้ำหอมแช่เย็นทั้งลูกเฉาะดื่มในยามที่อากาศร้อนและกระหายน้ำ จินตนาการเห็นภาพได้เลยว่า สดชื่น ไม่ว่ายามไหน ยามเหน็ดเหนื่อยก็หายเหนื่อย ยามกระหายแก้ได้เป็นอย่างดี และเชื่อกันว่า มะพร้าวอ่อนนั้นยังมีสารชะลอความแก่ได้ดีอีกด้วย

การปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอาชีพนั้น ยังไงก็ขายได้ เพราะเป็นผลไม้ที่เก็บได้หลายวัน นำไปประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลาย

มะพร้าวน้ำหอมไทย เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อถึงความหอม เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยและมีหลายพันธุ์ แต่ในที่นี้มีสวนมะพร้าวน้ำหอมที่ดูแลโดย ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) หรือมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรรุ่นใหม่ อย่างสวน โคโค่คาวบอย ทางผู้เขียนได้สัมภาษณ์ น้องส้ม หรือ คุณยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ อายุ 24 ปี น้องส้มเป็นเด็กสาวรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร

“หลังจากจบก็เข้าสู่ชีวิตเกษตรกรเลยค่ะ ตอนนี้ทำมาประมาณ 2 ปีค่ะ ผู้ดูแลแบรนด์ cococowboy ที่จังหวัดฉะเชิงเทราคะ” น้องส้ม เธอได้แนะนำตัว ด้วยบุคลิกที่ดูทะมัดทะแมง และดูมั่นใจ เข้มแข็ง ถึงแม้อายุยังน้อย เธอได้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา นำมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจของครอบครัวได้เป็นอย่างดี

มะพร้าวน้ำหอมแปดริ้ว ที่สวนโคโค่คาวบอย เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของเกษตรกรผู้มองการณ์ไกลถึงเรื่องของอาชีพเกษตรกรรม เด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ติดตามรอยเท้าของผู้ปกครองและเป็นทายาทที่น่าภูมิใจของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกสาวสืบทอดกิจการ เป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ เพราะมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับด้านเกษตรกรรมที่เธอได้ร่ำเรียนมา ทำให้เธอต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นชาวสวนอย่างเต็มตัวและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นที่มาของ โคโค่คาวบอย cococowboy

ต้นมะพร้าวที่ปลูกเป็นแถวยาว บนเนื้อที่ 60 ไร่

“ใช่ค่ะ ที่สวนปลูกมะพร้าวทั้งหมด 60 ไร่ โดยประมาณ แต่ไม่ได้ปลูกทีเดียว 60 ไร่นะคะ คุณพ่อเริ่มจากปลูก 10 กว่าต้น แล้วขยายพันธุ์และขยายที่ปลูกไปเรื่อยๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ รวมทั้งหมดประมาณ 60 ไร่ และหนูบริหารงานต่อคุณพ่อ คุณแม่ค่ะ” น้องส้ม บอก

สวนมะพร้าวน้ำหอม เกิดขึ้นมาแล้วประมาณ 35 ปี เกิดจากรุ่นคุณพ่อ คุณแม่ ที่ได้พันธุ์ดีมา คือ พันธุ์หมูสี และทำการอนุรักษ์เป็นสายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่ขึ้นชื่อเรื่องของความหอมหวาน คุณภาพเป็นที่ติดใจของลูกค้าในพื้นที่ ส่งต่อสู่รุ่นลูก โดยมีพี่สาว (ชื่อ พี่ปู คุณปวีณา พรชัยสิทธิ์ จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ลาดกระบัง)

และน้องส้มได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและทำการตลาดให้เข้าถึงลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยความหมาย cococowboy คือ coco ที่แทน คำว่า มะพร้าว cowboy ที่แทนการทำการเกษตรแบบเท่ๆ แนวรุ่นใหม่ และรวมถึงสไตล์การแต่งตัวของคุณพ่อในการขายมะพร้าวที่ทำให้ลูกค้าติดใจ จดจำได้

ข้อดีของมะพร้าวพันธุ์หมูสี

มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์หมูสี เป็นมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ย จะให้ผลผลิตเร็ว ตั้งแต่อายุ 3 ปี ต้นไม่ค่อยสูงมากและสูงช้า ทำให้เราสามารถเก็บผลผลิตง่ายและได้หลายปี ให้รสชาติหวาน กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม

“ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ถึงรวยไม่มาก แต่ก็ไม่จนและไม่อดตาย มี 2 ต้น เท่ากับมีลูกน้อง 200 คน พลิกผืนนาผืนป่าที่รกร้างปลูกมะพร้าว บ้านละ 10 ต้น แล้วขยายพันธุ์ยี่สิบสามสิบต้น ปลูกครั้งเดียวมีรายได้ 14-20 ปี” นี่คือ คำพูดของ คุณปราณี พรชัยสิทธิ์ ซึ่งเป็นคุณพ่อของน้องส้ม

ได้รับคำตอบว่า ปลูกไม่ยาก เพียงแต่คุณมีแหล่งน้ำและมีที่ดินอย่างน้อย 1 ไร่ขึ้นไป ก็ปลูกได้แล้ว ส่วนศัตรูพืช ด้วงมะพร้าว ด้วงแรด ด้วงไฟ หนอนหัวดำ การแก้ก็แก้แบบธรรมชาติ ใช้ตัวห้ำ แตนเบียน และถ้าระบาดหนักก็จะตัดทิ้ง นำไปทำลาย และปลูกต้นใหม่ทดแทน

…มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์หมูสี เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างจะปลูกยาก หวงสายพันธุ์ แต่ถ้าขึ้นแล้วให้ผลผลิตสูงคุ้มค่าในการปลูกมาก คุณภาพความหอมและความหวานนั้นยอดเยี่ยม เดิมทำนาเป็นหนี้เป็นสิน เริ่มจาก 10 ไร่ ละจากทำนา ก็หันมาปลูกมะพร้าว เริ่มจาก 10 ต้น เดี๋ยวนี้ขยายพื้นที่ 60 ไร่ กลายมาเป็นสวนมะพร้าว โคโค่คาวบอย

“ทางสวนเราจะเน้นเรื่องการทำเกษตรแบบปลอดภัย พึ่งพาธรรมชาติ การดูแลเรื่องของการติดผลมะพร้าว เราจะดูแลแม้กระทั่งการผสมเกสร ก็จะมีผึ้งหรือชันโรงมาช่วยผสมเกสร เรียกได้ว่าเกษตรพึ่งพาซึ่งกันและกัน ปลอดภัยทั้งคนทำสวนและผู้บริโภค”

แนวทางการตลาดและสร้างรายได้

สวนมะพร้าวจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ สวน สถานที่แปรรูปมะพร้าว หน้าร้านจำหน่ายสินค้า โคโค่คาวบอย (cococowboy) เป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่จัดทำเป็นฟาร์มช็อป เปิดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อจำหน่ายสินค้า ผลผลิตจากฟาร์มเราให้ลูกค้าเข้ามาถึง

สินค้าหลักคือ มะพร้าวน้ำหอม จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง และสินค้าแปรรูป เช่น มะพร้าวควั่น เจีย เผา ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมสูตรธรรมชาติ ภายในฟาร์มจะมีร้านกาแฟที่เสิร์ฟเมนู กาแฟมะพร้าว น้ำมะพร้าวสด และเครื่องดื่มต่างๆ

ที่นี่ยังเปิดให้ลูกค้าเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องมะพร้าว การทำไอศกรีม ขับรถอีแต๋นเที่ยวชมสวนมะพร้าว ชุมชนและไหว้พระพิฆเนศปางยืนองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ลูกค้ารวมกลุ่มและติดต่อเข้ามาเรียนรู้กับเรา หรือเรียกได้ว่า เราจะทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำพันธุ์มะพร้าว ปลูก แปรรูป จัดจำหน่าย และสร้างการเรียนรู้ สถานที่แปรรูป เราจัดทำตามแบบของการขอมาตรฐาน มีการดูแลความสะอาดและระเบียบของการตัดแต่งมะพร้าว เป็นระเบียบโรงเรือน

สวนมะพร้าวปลูกขึ้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำบางปะกง เป็นส่วนที่มีดินตะกอนสะสม แร่ธาตุต่างๆ รวมถึงพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย เราปลูกในระบบร่องน้ำ ที่ทำให้มะพร้าวมีการเจริญเติบโตได้ดี รสชาติที่อร่อย พร้อมทางเราได้มาตรฐาน จีเอพี (GAP) มีการลดใช้สารเคมี หรือการพักระยะการใช้ยาที่ปลอดภัย และสวนเราจะไม่นิยมใช้สารเคมีที่ฉีดเข้าต้น พยายามใช้วิธีธรรมชาติในการดูแลซึ่งกันและกัน เช่น ใช้ตัวห้ำ แตนเบียน เป็นต้น หรือการช่วยผสมเกสรโดยผึ้งหรือชันโรง

ช่องทางการขายผลผลิตในตอนนี้ มีมะพร้าวเก็บได้ทุกวัน ขายเฉพาะคนไทย โดยอาศัย ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า ได้แก่ 1. ขายหน้าร้าน 30% 2. จำหน่ายเข้าห้างสรรพสินค้า Maxvalu 35% และ 3. ขายส่งพ่อค้า และทำตามคำสั่งซื้อ 35%

แนะวิธีปลูกมะพร้าวให้เป็นเศรษฐี

น้องส้ม อธิบายว่า เริ่มปลูกมะพร้าวน้ำหอม 10 ต้น จะได้เพิ่มเป็น 100 ต้น ได้จากต้นแม่พันธุ์ เพียงแค่ 10 ต้น ก็หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว เราจะเก็บไว้เป็นต้นพันธุ์ ต้นละ 10 ลูก 10 ต้น ก็จะได้ 100 ลูก ขยายพันธุ์ปลูกไปได้ ถ้าหากท่านมีที่ดิน หรือไม่ถ้าท่านปลูกมะพร้าวเพียง 10 ต้น มะพร้าวเริ่มให้ผลผลิตในระยะเวลา 3 ปี เฉลี่ยเก็บผลผลิตทุก 20 วัน ได้ 8 ลูกต่อต้นx40 ต้น = 320 ลูกต่อไร่ ก็พอจะมีรายได้ทุก 20 วัน ถือว่าเป็นรายได้ดีเลยทีเดียว ถ้าหากท่านปลูก 10 ไร่ ทุก 20 วัน ก็จะมีรายได้ เฉลี่ย 3,200 ลูก ก็จะมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 32,000-64,000 บาท เลยทีเดียว

เธอมีความคิดที่จะขยายกิจการ จากประสบการณ์ตรง ที่ทำงานอยู่กับสวนทุกวัน สอนให้รู้ว่า ควรจะต่อยอดอย่างไร สวนแห่งนี้นอกจากทำ ขายผลมะพร้าวแล้ว ยังเปิดที่ดินบางส่วนให้นักท่องเที่ยวได้ขี่จักรยานชมสวน โดยได้แนวความคิดนี้จากสวนผลไม้อย่างอื่น เช่น เงาะ ทุเรียน ฯลฯ

มะพร้าวก็เหมือนกัน เราเปิดขายหน้าร้าน มีไอศกรีมมะพร้าว น้ำมะพร้าวสดจากสวนกาแฟ เป็นต้น การต่อยอดด้านอาหารนี้ยังจะมีอีกมากมาย นี่เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง นอกจากนี้ เรายังขายต้นพันธุ์ด้วยราคาต้นละ 100 บาท ซื้อมากหรือน้อย ต่อรองกันได้ ส่วนราคามะพร้าวอ่อนนั้น ราคาส่งเป็นทะลายยกจากสวน ตั้งแต่ 10-20 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาล

ด้านการตลาด

ประสบการณ์ตรงที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว ทำให้เกิดความคิดว่า เราไม่ต้องไปทำงานข้างนอก อยู่ที่บ้านเรา ก็มีงานให้ทำอีกเยอะ พ่อแม่ได้สร้างงานที่ยิ่งใหญ่ให้ เราควรสืบสานและพัฒนาต่อยอดให้ดีกว่าเดิม เพื่อให้พ่อแม่เกิดความไว้วางใจว่า ท่านทั้งสองได้เริ่มต้นให้แล้ว ทั้งสองท่านถือว่าเรามีต้นทุนที่ดีอยู่แล้ว ด้วยความคิดนี้ จึงคิดที่จะตอบแทนคุณพ่อแม่ด้วยการช่วยต่อยอดและดูแลสวนต่อไป

“สวนของเราตั้งอยู่บนพื้นที่เมือง 3 น้ำ ในลุ่มแม่น้ำปะกง พื้นที่แห่งความอุดมสมบูรณ์ ผ่านประสบการณ์ 30 กว่าปี ในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเชิงพาณิชย์ และสินค้าแปรรูปจากมะพร้าวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง ทำให้เรามีผลผลิตที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานผลผลิตจาก…เกษตรกร…ถึงมือผู้บริโภค มีเอกลักษณ์รสชาติที่หอม หวาน เนื้อนุ่ม ไม่มีใครเหมือน ทุกขั้นตอนที่เราเลือกคัดสรร ตั้งแต่ต้นพันธุ์จนถึงสินค้าสู่มือผู้บริโภค จึงมั่นใจได้ว่าเราได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดของสวนเราถึงมือคุณ” เจ้าของบอก

ติดต่อทางสวนได้ที่คุณส้ม หรือคุณยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ ที่อยู่สวนโคโค่คาวบอย เลขที่ 17/2 หมู่ที่ 1 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 เบอร์โทร. 099-275-7425 Facebook: Cococowboy สวนมะพร้าวน้ำหอมแปดริ้ว

ลำไย เป็นพืชเศรษฐกิจของไทย มีมูลค่าการส่งออกต่อปีที่สูง ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่ของโลก ในช่วงปี 2558-2562 ปริมาณการส่งออกลำไยของไทยเพิ่มขึ้น 553,256 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.58 ต่อปี แหล่งผลิตสำคัญลำไยไทยจะอยู่ในทางภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่อการออกดอกของลำไย ในปีไหนที่อากาศหนาวเย็นยาวนาน ลำไยจะออกดอกติดผลได้ดี ส่วนปีไหนอุณหภูมิต่ำไม่พอ ปีนั้นต้นลำไยจะออกดอกน้อย หรือไม่ออกดอกเลย

สารโพแทสเซียมคลอเรต เป็นสารเติมออกซิเจน สามารถทำปฏิกิริยารุนแรงอย่างมากกับสารรีดิวซิงเอเจนต์ และสารอินทรีย์ทุกชนิด สารโพแทสเซียมคลอเรต สามารถระเบิดได้เองเมื่อมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือด จึงนิยมนำสารนี้มาทำดอกไม้ไฟ และด้วยความบังเอิญของคนทำดอกไม้ไฟ ทำให้พบว่าสารนี้สามารถชักนำการออกดอกของลำไย โดยไม่ต้องพึ่งพาความหนาวเย็นได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้นำโครงการวิจัยด้านลําไยหลายโครงการ เรียบเรียงหนังสือและเอกสารเผยแพร่เพื่อการเรียนการสอน อาทิ ลําไย การผลิตลําไย การผลิตลําไยนอกฤดูอย่างมืออาชีพ กล่าวถึงสารโพแทสเซียมคลอเรตว่า กลไกของการศึกษาของสารนี้ในปัจจุบันนั้นยังศึกษาไม่ลึกมากพอ แต่คุณสมบัติของสารตัวนี้คือการเข้าไปกระตุ้นทำให้ลำไยออกดอกได้ โดยไม่ต้องผ่านความหนาวเย็น หลายปีที่ผ่านมาได้มีทีมวิจัยในการศึกษาเรื่องของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของลำไย โดยใช้แปลงทดลองจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยทดลองให้สารโพแทสเซียมคลอเรตในลำไย และเก็บยอดลำไยไปวิเคราะห์หาการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนออกซิน ไซโตไคนิน เอทิลิน ฯลฯ ปรากฏว่ามีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ค่อนข้างจะไปสัมพันธ์ในการออกดอกในลำไย นั่นคือไซโตไคนิน พบว่าต้นที่ออกดอกดีจะมีไซโตไคนินสูง หรือสรุปได้ว่าการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตจะทำให้ลำไยมีสารไซโตไคนินสูง ทำให้ลำไยออกดอกได้ดีนั่นเอง

ในงานวิจัย “ผลของสารโพแทสเซียมคลอเรตต่อการออกดอก เว็บบอลสเต็ป ติดผลของลําไยพันธุ์อีดอในรอบปี” ของ ผศ.ดร. พาวิน และคณะวิจัย ได้สรุปผลการวิจัยการใช้สารสารโพแทสเซียมคลอเรตในลำไยไว้ว่า ในช่วงฤดูฝนของการใช้สารตัวนี้ลำไยจะออกดอกน้อยที่สุด สาเหตุเนื่องจากปริมาณน้ำฝนมีการชะล้างความเข้มข้นของสารออกจากบริเวณเขตรากลำไยไป อีกทั้งความชื้นในช่วงฤดูฝนยังทำให้พืชคายน้ำน้อย ทำให้รากของต้นลำไยดูดสารโพแทสเซียมคลอเรตได้น้อย นอกจากนี้ ยังพบว่าความเข้มของแสงแดดมีผลต่อการตอบสนองของต้นลำไยต่อสารโพแทสเซียมคลอเรต

จากงานวิจัยพบว่าการให้สารโพแทสเซียมคลอเรตในเดือนต่างๆ จะสามารถควบคุมการออกดอกของลำไยอยู่ในช่วง 78.5-100 เปอร์เซ็นต์ โดยจะใช้ระยะเวลาการแทงช่อดอกหลังให้สารโพแทสเซียมคลอเรต อยู่ในช่วง 28.6-45.5 วัน งานวิจัยนี้ยังเสนอแนะไว้ว่า เกษตรกรควรวางแผนการผลิตลำไย 2-3 รุ่น เพื่อลดความเสี่ยงต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ลดความเสี่ยงด้านราคาตกต่ำ คือควรผลิตลำไยเพื่อให้เก็บผลผลิตในช่วงที่ตลาดต้องการสูง เช่นในช่วงเทศกาลวันชาติจีน ตรุษจีน หรือวันเช็งเม้ง

หลักการใช้ และข้อควรระวัง

การใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตทางดินในช่วงฤดูหนาว ให้ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต 10 กรัม ต่อตารางเมตร พื้นที่ทรงพุ่ม ในช่วงฤดูฝนให้ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต 20 กรัม ต่อตารางเมตร พื้นที่ทรงพุ่ม

การใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตทางใบ ให้ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต 400 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นใบลำไย 1-2 ครั้ง การพ่นต้องพ่นให้เป็นละอองฝอย ไม่งั้นถ้าพ่นเยอะเกินไปจะทำให้ใบไหม้และร่วง

ข้อควรระวังในการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต ถ้าใช้ทางดินจะต้องใช้ในสัดส่วนที่พอดี ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป หากใช้ในสัดส่วนที่มากเกินไปจะทำให้สารนั้นตกค้างในดินได้ ถ้าใช้ทางใบควรระวัง ไม่ฉีดพ่นเยอะเกินไป หากความเข้มของสารสูงเกินไปเมื่อฉีดเสร็จจะทำให้ใบลำไยไหม้ได้

ฝากถึงเกษตรกรชาวสวนลำไย

“ปัญหาลำไย อย่างแรกคือเรื่องของคุณภาพ ภาคเหนือคุณภาพโดยรวมถือว่าต่ำ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำคือการยกระดับลำไยเกรด AA ให้เพิ่มมากขึ้น โดยนอกเหนือจากการหาวิธีการที่ดีแล้ว เราต้องไปควบคุมปริมาณผลลำไยไม่ให้มันดกเกินไป โดยเราจะควบคุมได้ 2 ระยะ ระยะแรกการควบคุมหลังการเก็บเกี่ยว คือการตัดแต่งกิ่งใบ เมื่อตัดแต่งกิ่งใบจะทำให้ได้กิ่งใบใหม่ที่สมบูรณ์ และยังลดจำนวนกิ่งของลำไยอีกด้วย อย่างที่สองคือ หลังจากลำไยออกดอกแล้วติดผล จะต้องตัดแต่งกิ่งช่อผล ซึ่งถ้าหากเกษตรกรสวนลำไยทำแบบนี้ ก็จะไปเพิ่มเกรดผลลำไยเป็น AA ได้ เพราะผลลำไยจะมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พาวิน มะโนชัย กล่าว

หว้า ชาวฮินดูเรียกว่า จามาน หรือ จามูน ชื่อภาษาอังกฤษคือ จัมโบลาน (Jambolan) เป็นพันธุ์ไม้พวกต้นชมพู่ มีมากทั้งในอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ โดยมากหว้ามีผลเล็กสีม่วงดำ แต่ในบางแห่ง เช่น ฟิลิปปินส์ มีลูกเท่าไข่นกพิราบ ในพม่านั้น ต้นหว้าถือว่าเป็นไม้มงคลในเรื่องความสำเร็จและชัยชนะ ด้วยชื่อว่าชมพูทวีป หรือดินแดนแห่งไม้หว้านั้น เป็นแผ่นดินอันเป็นแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนาและพระบรมศาสดานั่นเอง

ต้นหว้า เป็นต้นไม้ที่บอกว่า ปีไหนฝนฟ้าจะแล้งหรือน้ำจะมาก