จริงๆ นกเหล่านี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ถ้าใครพบเจอว่าถูกขาย

ตามตลาดนัดค้าสัตว์ป่า สามารถแจ้งที่กรมอุทยานฯ หรือถ้าเจอนกที่บาดเจ็บแจ้งมาที่หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ ม.เกษตรฯ หรือที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ผิดกฎหมาย นกเหล่านี้เป็นนกหากินตามธรรมชาติ และช่วยควบคุมระบบนิเวศในธรรมชาติ มันมีความดุร้ายอยู่แล้ว ขณะเดียวกันการเลี้ยงที่ผิดธรรมชาติ ให้กินเนื้อหมู ไม่มีการเสริมแคลเซียมอาจทำให้นกป่วย ซึ่งบางครั้งทำให้เขาป่วยตายได้ จะให้ดีอย่าซื้อมาเลี้ยงเป็นดีที่สุด

วันที่ 4 เมษายน 2560 สถานการณ์น้ำในคลองอู่ตะเภาตอนบน ที่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร หลังจากต้องรองรับน้ำที่ไหลระบายมาจากเทือกเขา ที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายตำบลของอำเภอสะเดาเมื่อ 4 วันก่อน ทำให้น้ำในคลองอู่ตะเภาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและทะลักเข้าท่วมสวนยางพาราในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลอง ทั้งในตำบลท่าโพธิ์และตำบลปริก ของอำเภอสะเดา สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างหนัก เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่จะสามารถกรีดยางสร้างรายได้ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงปิดกรีดประจำปี เมื่อมีฝนตกรวมถึงน้ำท่วมสวนยางพารา ทำให้ชาวสวนยางไม่สามารถกรีดยางได้ โดยสภาพอากาศในพื้นที่นั้นยังคงมีเมฆฝนปกคลุม มีฝนตกโปรยปรายเป็นระยะทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนต่อเนื่อง ในเรื่องฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 4-6 เมษายนนี้ บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้ เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซีย และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ครั้งที่ 11/2560 เรื่อง มาตรการจูงใจสำหรับภาคเอกชนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ว่า สถานการณ์เรื่องมลภาวะในพื้นที่กรุงเทพมหานครกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ขณะนี้ข้อมูลพื้นที่สีเขียวขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ประชาชน 1 คน ต้องการพื้นที่สีเขียว 16 ตารางเมตร (ตร.ม.) แต่ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีพื้นที่สีเขียวเพียง 3 ตร.ม.ต่อคน เท่านั้น โดยไม่ได้นับรวมกับจำนวนประชาการแฝง ซึ่งหากนับเพิ่มไปด้วยคงจะเป็นตัวเลขติดลบ กทม.จึงมีแนวคิดเพิ่มพื้นที่สีเขียว เบื้องต้นได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้บริหาร กทม.จัดตั้งคณะกรรมการ มี พล.อ.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธาน และมีตัวแทนจากสำนักคลังและสำนักสิ่งแวดล้อมเป็นคณะกรรมการ ซึ่งมีหน้าที่กำหนดนโยบายการปลูกและดูแลต้นไม้พื้นที่กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.อำนวย แถลงอีกว่า สำหรับมาตรการจูงใจของภาคเอกชน คือ หากภาคเอกชนรายใดปลูกต้นไม้และสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นได้ ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีโรงเรือน โครงการดังกล่าวจะเสริมให้ พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พศ. …ที่คาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปี 2562 โดยหากเอกชนรายใดที่มีพื้นที่รกร้างแล้วปล่อยทิ้งไว้ จะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมาก แต่หากใช้มาตรการดังกล่าวเสริม นอกจากจะเป็นการลดหย่อนภาษีได้แล้ว ต้นไม้ที่ปลูกยังสามารถประเมินให้เป็นทรัพย์สินสำหรับการออมได้ แต่ต้องดูแลพื้นที่ด้วย โดยสำนักงานเขตจะส่งเจ้าหน้าที่รุกขกรไปให้ความรู้ ซึงจะพิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการและนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

“สำหรับอาคารสูงที่มีการกำหนดพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว จะไม่ได้รับการพิจารณาในโครงการดังกล่าว แต่หากมีการจัดทำพื้นที่สีเขียวเพิ่มนอกเหนือจากที่ระบุ ก็จะสามารถนำมาร่วมกับโครงการดังกล่าว โดยต้องพิจารณาในส่วนของรายละเอียดต่อไป ส่วนจำพวกพืชผักสวนครัวอยู่ในการพิจารณารายละเอียดว่าเข้าข่ายมาตรการหรือไม่” พล.ต.ท.อำนวย กล่าว

เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากนางรำพึง หลี่หร่อง อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 1 ต.ช่องสะเดา ว่าโขลงช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ออกมากินพร้อมทำลายพืชไร่ที่ปลูกเอาไว้บริเวณรอบบ้านกว่า 5 ไร่ เสียหายเป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ไปถึงพบนางรำพึง ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่บ้าน พร้อมกับนำพาคณะเดินสำรวจความเสียหายของพืชไร่ ที่ปลูกผสมผสานกันหลายชนิด แต่พืชไร่ที่ถูกช้างป่ากินและทำลายส่วนใหญ่เป็นกล้วย มะม่วง สับปะรด และขนุน สำหรับขนุนช้างจะเลือกกินเฉพาะลูกที่สุก ส่วนลูกที่ยังอ่อนช้างได้ใช้เท้าเหยียบทำลายทิ้ง และกล้วยที่ปลูกเอาไว้หักโค่นเสียหายประมาณ 100 ต้น

โดย นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา เปิดเผยว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อบต.ช่องสะเดา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันใช้รถบรรทุกนำน้ำไปเติมไว้ที่สระน้ำบ้านแก่งปลากรด หมู่ 5 ตำบลช่องสะเดา เพื่อให้ช้างป่าได้กิน แต่เนื่องจากในสระน้ำมีปลาอยู่ด้วย จึงมีคนเข้าไปหาปลา และอยู่ๆ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาปลาเกิดลอยตายยกบ่อ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงเกรงว่าอาจจะมีการใช้สารพิษเทลงไป จึงระดมกำลังกันสูบน้ำที่มีอยู่ออกทิ้งทั้งหมด แต่หลังจากนั้นปรากฏว่า ฝนเกิดตกลงมาทำให้ไม่สามารถนำรถบรรทุกน้ำเข้าไปเติมในสระได้ ประกอบกับช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อนจัด และอาหารของช้างในพื้นที่ป่ามีไม่เพียงพอ จึงทำให้ช้างป่าที่มีอยู่ออกมาหากินพืชไร่ของประชาชน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

สำหรับช้างป่าที่มีอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 270 ตัว ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บริเวณผืนป่าชั้นใน แต่จะมีช้างป่าอยู่ประมาณ 25 ตัว เท่านั้นที่อาศัยหากินอยู่ผืนป่าชั้นนอก
ส่วนกรณีช้างป่าที่ลงมากินและทำลายพืชไร่ของ นางรำพึง ในครั้งนี้ ทราบว่าช้างออกมาจากป่าในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 5 ตัว แต่ที่เข้ามากินและทำลายพืชไร่มี จำนวน 2 ตัว อย่างไรก็ตามตนจะได้รายงานให้ นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทราบ เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็วต่อไป

วันที่ 4 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 12.30 น. นายกาจบัณฑิต รามมาก รองประธานสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลา ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เรื่อง ขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่และเรือตรวจการณ์ จับกุมเรือประมงที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย เนื่องจากมีเรือประมงที่ใช้เครื่องมืออวนตาถี่จากพื้นที่อื่น เข้ามาทำการประมงในทะเลสาบ เขตอำเภอระโนด ทำให้ทรัพยากรสัตว์ลดน้อยลงไป สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวประมงในอำเภอระโนด ที่ไม่ได้ใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย จึงต้องการให้ส่วนราชการดำเนินมาตรการเด็ดขาดกับชาวประมงที่ยังคงใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย ทำลายล้างทรัพยากรสัตว์น้ำ

โดยการขอให้จัดเจ้าหน้าที่และเรือตรวจการณ์เข้าปราบปรามกลุ่มชาวประมงที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอระโนด ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องเอาไว้ พร้อมจะได้แจ้งให้สำนักงานประมงจังหวัดสงขลาพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

นายกาจบัณฑิตกล่าวว่า มีเรือประมงใช้เครื่องมืออวนตาถี่ เข้ามาจับสัตว์น้ำในพื้นที่อำเภอระโนด ในขณะที่ชาวประมงในอำเภอระโนดได้เลิกใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย เพื่อที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน จึงขอให้มีเรือตรวจการณ์เข้าไปดำเนินการทางกฎหมายกับเรือประมงที่ยังคงใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะรอดูท่าทีการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่อีกระยะ หากไม่มีการแก้ไขปัญหาก็จะดำเนินการหารือเพื่อนำตัวแทนชาวประมงเดินทางมาร้องเรียนด้วยตัวเองอีกครั้ง

ศ. เกียรติคุณ พล.ท.นพ. นพดล วรอุไร คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวในการสัมมนาการปฏิรูปสถาบันสู่การพัฒนาการเรียนการสอนสำหรับบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มฟล. ร่วมกับองค์การอนามัยโลก และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพ จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ด้วยเจตนารมณ์ของ รศ.ดร. วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มฟล. ที่ต้องการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในเรื่องปลูกป่า สร้างคน สร้างบุคลากรทุกระดับชั้น ทุกวิชาชีพ ให้เป็นคนดีมีคุณภาพ และต้องการยกระดับสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ จึงจัดตั้งสำนักวิชาแพทยศาสตร์ขึ้น เพื่อผลิตบัณฑิตแพทย์ที่ช่วยเหลือชุมชนได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้แนวทางการเรียนการสอนของทางสำนักแพทยศาสตร์ มฟล. เน้นความเป็นเวชศาสตร์ชุมชน พัฒนาสุขภาพชุมชน บัณฑิตแพทย์มีใจรักชุมชน ทั้งช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแพทย์ในชนบท

คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มฟล. กล่าวอีกว่า แนวทางต่อไปของสำนักแพทยศาสตร์ มฟล. คือการเปิดศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยที่รับผู้ป่วยได้ 400 เตียง ในช่วงปลายปี 2560 โดยนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2-3 และกลุ่มสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องสามารถเรียนที่นี่ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ยังหวังให้เกิดความร่วมมือกับโรงพยาบาลชุมชนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดเชียงราย รวมทั้งโรงพยาบาลในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน ให้มาเป็นเครือข่ายกับมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์และสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย นักศึกษามีโอกาสศึกษาและสัมผัสปัญหาสุขภาพประชาชนภาคเหนือตอนบนทั้งหมด

“จังหวัดเชียงรายมักมีกลุ่มชาติพันธุ์และคนต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาพร้อมโรคที่เป็นปัญหา คนกลุ่มนี้จะมารักษาตัวที่อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย บางโรคไม่เคยมีในประเทศไทย กลุ่มนักศึกษาแพทย์ของเราจะได้เรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ มฟล. จะมีบัณฑิตแพทย์จนเป็นรุ่นแรกในอีก 2 ปีข้างหน้า สำนักแพทยศาสตร์จะชักชวนให้มาทำงานต่อ ทำให้มีโอกาสย้อนไปเยี่ยมชุมชนที่เคยไปสมัยยังเป็นนักศึกษาและติดตามความก้าวหน้าในการดูแลผู้ป่วยในชุมชนหรือชาติพันธุ์ต่างๆ ได้ต่อเนื่อง” คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มฟล. กล่าว

เป็นพระเอกหนุ่มอีกคนที่มีชีวิตน่าอิจฉามากๆ สำหรับ ‘น้ำ รพีภัทร’ โดยชีวิตในวันหยุดและวันว่างของพระเอกหนุ่มคนนี้จะเดินทางไปอยู่บ้านในต่างจังหวัด ซึ่งปลูกอยู่กลางทุ่งนาท่ามกลางอากาศดีๆ

แถม ‘น้ำ รพีภัทร’ ยังเปิดธุรกิจฟาร์มไก่ชน ที่ตัวเองชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก จนปัจจุบันกลายเป็นเศรษฐีฟาร์มไก่ชนไปแล้ว นอกจากนี้พื้นที่รอบบ้านยังขุดบ่อเลี้ยงปลาด้วย โดยมีภรรยาคนสวย ‘มินตรา’ รวมถึงลูกชายสุดหล่อ ‘น้องโอเชี่ยน’ คอยให้กำลังใจ ถือเป็นอีกครอบครัวที่น่ารักและแสนอบอุ่น

งานนี้ขอพาชอบบ้านหลังงามและฟาร์มไก่ชนของ ‘น้ำ รพีภัทร’ กันว่าจะอลังการแค่ไหน

ที่มาเฟซบุ๊ก น้ำรพีภัทรฟาร์มไก่ชน ไม่เพียงแต่การสร้างพื้นที่จัดจำหน่ายสำหรับสินค้าเอสเอ็มอี หรือโอท็อป ในท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์

แต่ท็อปส์ยังมีการลงพื้นที่เพื่อร่วมกับชุมชนในการสร้างคุณค่าเพิ่มของสินค้าอีกด้วย เช่นเดียวกับการมีส่วนร่วมกับวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ที่มีการสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2552 ผ่าน มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ “เมทินี พิศุทธิ์สินธพ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหารสด และบริหารจัดซื้อ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารร้าน เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ซูเปอร์คุ้ม, ท็อปส์ เดลี่ และอีทไทย กล่าวว่า ปี 2552 บริษัทเริ่มเข้าไปรับซื้อสินค้าตรงจากสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนในต่างจังหวัด ทำให้มองเห็นปัญหาหลักของเกษตรกรว่า ยังขาดองค์ความรู้ในด้านการผลิตสินค้า เช่น การเลือกพันธุ์ผักที่ตลาดต้องการ วางแผนการปลูก การคัดเกรดผลไม้ การตัดแต่งผักและผลไม้ เพื่อขนส่งและวางจำหน่าย การกระจายสินค้า การแปรรูปสินค้า การออกแบบตราสินค้า รวมถึงปัญหาการขาดแหล่งเงินทุน จนทำให้บริษัทกำหนดให้มีภารกิจช่วยเหลือเกษตรกร อันเป็นนโยบายหลักในการทำงานของท็อปส์

กระทั่งปี 2559 ได้นำมาต่อยอดสู่โครงการ “ท็อปส์เพื่อเกษตรกรไทย ร่วมใจประชารัฐ” ซึ่งจัดเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มร่วมกันระหว่างธุรกิจและชุมชน หรือ Creating Shared Value : CSV จนทำให้เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกและรายเดียวที่ใช้ CSV ในการดำเนินธุรกิจ

ผลจากการเปิดตัวโครงการ “ท็อปส์เพื่อเกษตรกรไทย ร่วมใจประชารัฐ” ในปี 2559 ที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนไปรวม 517 ราย แบ่งออกเป็น 89 ชุมชน 261 โอท็อป และ 167 เอสเอ็มอี ที่ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกร และชุมชนมีโอกาสนำสินค้ามาจำหน่ายที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ทุกสาขา หากยังก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้กลับเข้าสู่ชุมชน จนทำให้เกษตรกรและชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน และในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มเป็น 645 ราย แบ่งออกเป็น 135 ชุมชน 320 โอท็อป และ 190 เอสเอ็มอี

“เรามีหลายมิติในการเข้าไปร่วมกับชุมชน เพราะเชื่อว่าสามารถทำได้มากกว่าด้านเดียว การเข้าไปพูดคุยกับผู้นำชุมชน ทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวสินค้า พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อผู้บริโภค จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนยั่งยืนไปชั่วลูกชั่วหลาน

เพราะท็อปส์เองต้องยอมรับว่า ไม่สามารถลงพื้นที่ได้ทุกที่ ทุกวัน เราอาจเริ่มต้นให้ และแนะนำในส่วนที่เขาขาด โดยให้คนในพื้นที่ไปสานต่อ น่าจะเป็นการขับเคลื่อนกันที่ยั่งยืนกว่า” “ขณะเดียวกันสินค้า GI (Geographical Indication-GI) เป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้สินค้า เป็นสินค้าที่ปลูกหรือผลิตได้เฉพาะท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในต่างประเทศให้การยอมรับ มีจุดแข็งจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่ง เพิ่มโอกาสในการส่งออก บริษัทจึงได้สร้าง “GI Corner” มุมจำหน่ายสินค้า GI เช่น ส้มโอทับทิมสยาม ปากพนัง สับปะรดศรีราชา ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง นำร่องใน 2 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

สาขาเซ็นทรัล ชิดลม และท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ จะเปิดให้บริการในวันที่ 20 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา วางแผนเปิด “GI Corner” ให้ได้ทั้งหมดในเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 100 สาขา ทั้งยังสั่งซื้อทางออนไลน์ได้อีกด้วย

ล่าสุดมีการลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ผู้ผลิตข้าวสังข์หยด ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากทั้งในประเทศและสหภาพยุโรป (EU) เป็นตัวอย่างของชุมชนเข้มแข็ง สามารถเติบโตและพึ่งพาตนเองได้ จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบ เป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ชุมชนใหม่ ๆ ได้เข้าไปศึกษาดูงาน

“นัด อ่อนแก้ว” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กล่าวว่า เดิมทีวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง มีการรวมกลุ่มกันมาตั้งแต่ปี 2540 แต่ยังเป็นการทำนาแบบไม่มีระบบ ทำให้ประสบปัญหาข้าวกลายพันธุ์ เนื่องจากมีการปลูกข้าวหลายสายพันธุ์ ถูกนายทุนกดราคาข้าว และมีต้นทุนสูง เนื่องจากต้องจ้างโรงสีข้าวของเอกชน และยังเป็นการทำนาแบบใช้สารเคมี และขาดแคลนแหล่งน้ำ เนื่องจากมีการทำนากันแบบกระจาย ไม่สามารถบริหารน้ำได้

“จนกระทั่งมีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างพลังการต่อรอง โดยนำจุดเด่นของสายพันธุ์ข้าว คือ ข้าวสังข์หยด มาเป็นตัวชูโรง เพราะเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อผลิตภัณฑ์ได้คุณภาพ ทางด้านการตลาดก็ได้วางจำหน่ายยังท็อปส์ ซึ่งได้มีการมอบเงินทุนในการสร้างโรงสีข้าว เงินทุนสำหรับซื้อพันธุ์ข้าว ซื้อเครื่องแยกหิน และเครื่องบรรจุสุญญากาศ เป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท พร้อมรับซื้อผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่ายในท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์”

“จากการรวมกลุ่มทำให้วิสาหกิจแห่งนี้เกิดการเชื่อมโยงของกลุ่ม 1.เชื่อมโยงความคิด คือเชื่อมโยงความคิดของเกษตรกรในกลุ่มมีการลงมติ 2.เชื่อมโยงวัตถุดิบ พื้นที่ ใน จ.พัทลุงมีปัญหาน้ำท่วม เช่น ในปี 2559 ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ผลผลิตเสียหายไปกว่า 50% จนต้องมีการนำข้าวจากกลุ่มอื่นเพื่อส่งจำหน่ายให้แก่ลูกค้าแทน และ 3.เชื่อมโยงทุน เมื่อกลุ่มมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น”

ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังมีการประกันราคาข้าวที่ซื้ออยู่ที่ 15,000 บาท/ตัน ราคาขายข้าวสารอยู่ที่ 70 บาท/กก. และราคาจำหน่ายในท็อปส์ อยู่ที่ 140 บาท/กก. ทำให้ราคาข้าวสังข์หยดมีราคามาตรฐาน สร้างรายได้แก่สมาชิก เกษตรกรมีการขยายผลโดยดึงญาติ พี่น้อง รวมถึงลูกหลานมาทำนาที่ได้มาตรฐาน คนรุ่นใหม่เมื่อเรียนจบก็ไม่ต้องไปทำงานยังต่างจังหวัด และในปี 2561 จะดำเนินการทำเป็นข้าวออร์แกนิกแบบเต็มรูปแบบ เพื่อให้ข้าวสังข์หยดมีมูลค่า และคุณค่าสูงยิ่งขึ้นจากสินค้าท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการสืบทอดและหวงแหนต่อไป

การพัฒนาที่ยั่งยืนอาจต้องใช้ระยะเวลา แต่หากมีธงที่ตั้งมั่นจะทำให้เกิดการพัฒนาไปจนชั่วลูกชั่วหลาน แนวคิดเหล่านี้จึงต้องค่อย ๆ ปลูกฝังจนเข้าไปในเนื้อ เสมือนเป็นการสร้างความรับรู้ในคุณค่าของสายพันธุ์ข้าวที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียว เพื่ออยากให้ทุกคนรู้จัก และเห็นคุณค่า เช่นเดียวกับคนใน จ.พัทลุง จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ แม้จะเป็นการพัฒนาในระดับชุมชนก็ตาม

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 5 เมษายน 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งกับมีลมกระโชกแรง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา mindymeyer4senate.com ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งกับมีลมกระโชกแรง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม