จากการติดตาม สมาชิกในวงไม่ได้เก่งในทุกๆด้านตั้งแต่เข้ามา

ทุกคนมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง แต่พอรวมกันก็ช่วยส่งเสริมกันและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการรวมกลุ่มเกษตรสมองอุดร แต่ละคนจะมีความถนัดในการผลิต มีจุดเด่นของผลผลิตที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็สามารถแบ่งหน้าที่และแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เพราะความแตกต่างไม่ได้ทำให้เข้ากันไม่ได้ แต่ทำให้เกิดแรงผลักดันที่มีพลังบวก ผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้

และด้วยความที่เราทำฟาร์มออแกนิค เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง เพราะทุกวันนี้ ระบบนิเวศน์ถูกทำลายจากการใช้สารเคมีมานาน สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว และโรคภัยไข้เจ็บที่นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น บวกกับการเป็นเกษตรกรได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง จึงมีความตั้งใจที่จะพัฒนาช่วยเหลือเกษตรกรจริงๆไม่ใช่หาผลประโยชน์ เลยได้ปรึกษากับเกษตรกรรุ่นพี่มากความสามารถและประสบการณ์อย่างพี่กาญจนาและพี่จักรินทร์ วางแผนร่วมกันสร้างสรรค์สังคมสุขภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำอย่างมั่นคงยั่งยืน และจะมีการเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ช่วงต้นปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ระหว่างวันมีอากาศร้อนสลับฝน และช่วงเย็นถึงกลางคืนจะมีอากาศเย็น ประชาชนเสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียนและค่ายทหาร เป็นต้น ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2561 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว 15,333 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยพบผู้ป่วยมากในกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 35-44 ปี) กลุ่มเด็กเล็ก (อายุแรกเกิด-4 ขวบ) และกลุ่มวัยเรียน (อายุ 10-14 ปี) ตามลำดับ สำหรับ 5 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน กรุงเทพฯ และลำปาง ตามลำดับ

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสถานที่ที่คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย ทั้งนี้ โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ง่าย จากการไอหรือจามรดกัน โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย อาการจะคล้ายไข้หวัด จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมาก และปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง หรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรพบแพทย์ทันที สำหรับผู้ปกครองควรดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด โดยหมั่นสังเกตอาการของเด็ก หากมีอาการป่วยคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ ควรให้หยุดเรียนและรีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยต่อไป

หลัง ’แมงกระพรุนหัวขวด’ อาละวาด

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายวิชัย มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สบทช.6) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่พบนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ จำนวน 27 คน จากแมงกะพรุนหัวขวด ระหว่างช่วงวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น สบทช.6 ได้ลงพื้นที่เพื่อรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่โดนแมงกะพรุนพิษ ด้วยวิธีการใช้น้ำส้มสายชูแก้พิษของแมงกะพรุน พร้อมทั้งตรวจเช็กความพร้อมของป้ายประชาสัมพันธ์และเสาน้ำส้มสายชู โดยเติมน้ำส้มสายชูในจุดที่ สบทช.6 ติดตั้งไว้ จำนวน 4 จุด บริเวณหาดชลาทัศน์ และแหลมสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งนักท่องเที่ยวได้มีความตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและให้ความสนใจเป็นอย่างดี

นายวิชัย กล่าวว่า ครั้งแรกเมื่อสัมผัสกับแมงกะพรุนจะถูกเข็มพิษจากแมงกะพรุนฉีดพิษเข้าไปประมาณ 10% ถ้าไปขยี้ หรือเอาน้ำเปล่า น้ำทะเลราด พบว่าจะเพิ่มการฉีดพิษของเข็มพิษที่ฝังอยู่ในผิวหนัง แต่เมื่อนำน้ำส้มสายชูมาราดนาน 30 วินาที พบว่าจะช่วยหยุดการฉีดพิษเข้าไปเพิ่มได้ ส่วนเข็มที่ฝังอยู่นั้นจะหลุดออกมาเอง เนื่องจากพิษของแมงกะพรุนจะทำให้เนื้อบริเวณนั้นตาย หลังจากนี้ให้รักษาตามอาการ เช่น ลดการปวด การอักเสบ หรือหากกล้ามเนื้อหัวใจหยุดเต้นก็ให้รีบปั๊มหัวใจโดยทันที

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัยตรัง หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการบุกรุกป่าชายเลน หาดราชมงคล โดยมี ผศ. ยงยุทธ หนูเนียม อธิการบดี มทร.ศรีวิชัย ผศ.ว่าที่ พ.ต. ดำรง โลหะลักษณาเดช ผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง ชี้แจง

นายจตุพร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวมีเนื้อที่ 21-59 ไร่ อยู่นอกเขตพื้นที่ ซึ่งกรมป่าไม้อนุญาตให้ มทร.ศรีวิชัยใช้ประโยชน์ ซึ่งมีด้วยกัน 2 แปลง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดและร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิเกา ไปแล้ว ส่วนการที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้หรือไม่นั้น ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น แผนที่ภาพถ่าย การพิสูจน์แนวเขตของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนที่ของป่าไม้ เนื่องจากพื้นที่ที่ตั้งอยู่นี้มีสองหน่วยงานดังกล่าวเกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือประชาชนที่ต้องเห็นด้วยกับการก่อสร้าง ถึงแม้ว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการร้องเรียนฟ้องร้องมาตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อ ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือกัน ซึ่งเมื่อลงมาดูพื้นที่แล้วก็จะกลับไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ศ. ทาเคโอะ โซเมยะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาธิตผ้าพันแผลอัจฉริยะ ใช้ตรวจจับข้อมูลพื้นฐานสุขภาพและแสดงข้อมูลผ่านหลอดไฟแอลอีดีที่อยู่บนผ้าดังกล่าว มีความหนาเพียง 1 มิลลิเมตร โดย ศ. โซเมยะ หวัง ให้เป็นต้นแบบของผ้าพันแผลอัจฉริยะที่จะมีประโยชน์อย่างมากต่อบรรดาผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ลดทอนความยุ่งยากของการตรวจวัดข้อมูลพื้นฐานสุขภาพของผู้ป่วยได้

ปภ. – นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ระยะนี้อยู่ในช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูร้อน บริวเวณตอนบนของประเทศไทยมีฝนตกน้อยลง ทำให้หลายพื้นที่เสี่ยงต่อการประสบปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และภาคการเกษตร เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะการปฏิบัติตนเพื่อรับมือและลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ดังนั้น ภาคประชาชนจัดหาและซ่อมแซมภาชนะกักเก็บน้ำให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี

เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ ในช่วงฤดูแล้ง ใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปิดก๊อกน้ำให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน ไม่เปิดน้ำไหลทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ล้างจานในภาชนะรองน้ำ ไม่ใช้สายยางล้างรถ รวมถึงนำน้ำที่เหลือจากการใช้งานไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น อาทิ ทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ อาทิ ฝักบัวที่มีหัวฉีดขนาดเล็ก ก๊อกน้ำชนิดประหยัดน้ำ รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์เติมอากาศที่หัวก๊อกน้ำ ฝักบัว หรือชักโครก เพื่อเพิ่มแรงดันน้ำและลดปริมาณการใช้น้ำ หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ท่อส่งน้ำและก๊อกน้ำ หากมีการรั่วซึม ควรซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี

ภาคการเกษตร ติดตามสถานการณ์น้ำและแผนการจัดสรรน้ำในพื้นที่ เพราะหากใช้น้ำเกินปริมาณที่จัดสรรจะทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับรักษาระบบนิเวศและผลิตน้ำประปา วางแผนเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน งดทำนาปรังในช่วงฤดูแล้ง เลือกปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย และมีตลาดรองรับ อาทิ เมล่อน แตงโม หรือปรับเปลี่ยนไปเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้มีรายได้เสริมในช่วงที่เพาะปลูกไม่ได้ นำพลาสติกมาคลุมดินไว้ วางระบบน้ำหยดในการเพาะปลูกพืช จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร สร้างระบบกักเก็บน้ำในพื้นที่การเกษตร ขุดลอกบ่อน้ำหรือคูน้ำเพื่อเพิมพื้นที่กักเก็บน้ำ

ยัน…เป็นเพียงการว่าจ้างเอกชนมาปรับปรุงระบบให้เชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2561 เห็นชอบเดินหน้าโครงการบริหารการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการส่งยางพาราออกนอกราชอาณาจักร (Cess) โดยเชิญผู้แทนจากกรมศุลกากรร่วมชี้แจงถึงปัญหาต่างๆ พบการจัดเก็บเกิดการรั่วไหลจริง เห็นด้วยที่ กยท. ปรับปรุงระบบเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถึงกันและสามารถตรวจสอบได้

ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. ในฐานะเลขานุการบอร์ด กยท. เผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กยท. ได้มีวาระพิจารณาทบทวนโครงการบริหารการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมฯ โดยได้เชิญผู้แทนจากกรมศุลกากร และสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมให้ข้อมูลในปัญหาต่างๆ ที่พบ และเหตุผลที่ กยท.ควรปรับปรุงระบบการจัดเก็บเงิน Cess ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเกิดการรั่วไหล และไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งระบบ เพราะข้อมูลตัวเลขการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กยท. กรมศุลกากร และกรมวิชาการเกษตร ไม่ตรงกัน นอกจากนั้น ยังมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บสูงขึ้น เพิ่มคุณภาพการบริการ และมีความโปร่งใสในการบริหารงาน โดยสามารถดำเนินการผ่านระบบ NSW (National Single Window) ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางไปยังด่านต่างๆ ทั่วประเทศได้

ทั้งนี้ การปรับปรุงระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ กยท.จะคัดเลือกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมด้านเงินทุน เข้ามาวางระบบและเสนอแผนงาน โดยจะได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมกับงาน ไม่ใช่การมอบหมายให้เอกชนมาทำหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ แต่อย่างใด และต้องประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจไปในแนวทางที่ถูกต้อง บอร์ดบริหารจึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ กยท. ดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพาราด้วยการหาผู้สนใจลงทุนมาดำเนินการต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน และให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมศุลกากรเพื่อป้องปรามการทุจริต อันอาจก่อความสูญเสียต่อรายได้จากค่าธรรมเนียมฯ ซึ่งต้องนำมาใช้เพื่อประโยชน์เพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยางพารา ต่อไป

เชียงราย – นายวันชัย จงสุทธนามณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงราย เผยว่า จังหวัดเชียงรายมีนโยบายส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ใช้จักรยานเพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายในระบบการขนส่งสาธารณะภายในเขตเทศบาลนครเชียงรายให้สมบูรณ์กว่าเดิมอีกด้วย ร่วมมือกับบริษัท ลีโอ ออโต้แมชชีนส์ จำกัด ให้บริการแพลพลิเคชั่น ในการยืมใช้จักรยานแบบไร้สถานีมาดำเนินการจัดตั้งจักรยานอัจฉริยะ เพื่อบริการสาธารณะหรือโมไบท์ ปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้างเลนจักรยานริมฝั่งลำน้ำกก ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร รถแต่ละคันจะมีระบบจีพีเอส และเทคโนโลยีสมาร์ตล็อกติดตั้งอยู่ ผู้จะใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อค้นหาจุดที่จักรยานจอดใกล้ตัวมากที่สุดและสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อปลดล็อกและนำจักรยานมาใช้ปั่นได้ เมื่อแล้วเสร็จก็ไม่จำเป็นตอ้งนำไปคืนจุดเดิม

“ในอนาคตจะมีการกำหนดจุดจอดจักรยานอัจฉริยะ 150 จุด และนำรถจักรยานอัจฉริยะมาให้บริการกว่า 3,000 คัน” คาดการณ์ว่าในไม่ช้าไม่นานการคืบคลานเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้มนุษย์ถูกลดทอนบทบาทไปอย่างน่าใจหาย

ทว่าในปัจจุบันทรัพยากรมนุษย์ยังถือว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรทั่วโลก ความละเมียดละไม ความยืดหยุ่นได้ เพื่อนร่วมงานเดินกันขวักไขว่ พร้อมเสียงเรียกชวนกันไปกินข้าว ยังถือว่าเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่รื่นรมย์กว่าสังคมเอไอที่เราจินตนาการไว้เป็นไหนๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่า เทคโนโลยีก็เป็นสิ่งสำคัญที่แทรกซึมเข้ามาในชีวิต เราต้องเรียนรู้และปรับใช้เพื่อก้าวให้ทันโลกที่หมุนเร็วนี้อย่างไม่หลงทิศ

อย่างไรก็ดี มีตัวเลขบ่งชี้ว่าองค์กรส่วนใหญ่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในด้านทรัพยากรมนุษย์กว่า 70% จากรายจ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด รวมถึงมนุษย์นั้นเป็นตัวแปรที่ควบคุมได้ยาก ทั้งสุขภาพ อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ยิ่งคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในสังคมออนไลน์ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นฉับไวอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมล้อไปกับโลก สอดรับความต้องการ เพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้เกิดความภาคภูมิใจแห่งตน พร้อมกับผลักดันบุคลากรให้เป็นกำลังสำคัญแก่องค์กร จึงเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นกับฝ่ายการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อทรัพยากรมนุษย์ยังเป็นสิ่งสำคัญ ทว่าเทคโนโลยีก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน การนำเทคโนโลยีเข้ามาหลอมรวมกับการจัดการทรัพยากรมนุษย์ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทุกภาคส่วนกำลังผลักดันประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0

กรมชลประทาน ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็น “หน่วยงานบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่น ประจำปี 2561” ซึ่งพิจารณาจากผลการสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของข้าราชการพลเรือนสามัญ ประกอบกับการพัฒนานวัตกรรมหรือผลงานที่โดดเด่นทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ร่วมกับมูลนิธิพันเอกจินดา ณ สงขลา จะจัดพิธีมอบรางวัลนี้ขึ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สำนักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ กรมชลประทานมีพันธกิจหลักที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์น้ำ อาทิ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการเพื่อจุดประสงค์การใช้น้ำอย่างเป็นธรรม ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน โดยได้วางวิสัยทัศน์ไว้ว่าจะเป็นองค์กรอัจฉริยะที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2579 ซึ่งงานบริหารทรัพยากรบุคคลถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเพื่อเติมเต็มวิสัยทัศน์ข้างต้น ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานมีบุคลากรขับเคลื่อนงานอยู่ถึง 23,968 คน

ปรับกองเอกสารสู่งานสารสนเทศ

เมื่อสมองของมนุษย์มีข้อจำกัดทางด้านการเก็บข้อมูล จึงต้องหากำลังเสริมให้ความทรงจำด้วยการจดบันทึกลงบนกระดาษ จนกระทั่งกองเอกสารซ้อนตัวกันเป็นภูเขาขนาดย่อม สุดศักยภาพของกระดาษที่จะรับใช้มนุษย์ในการสืบค้นข้อมูลที่เอ่อล้น และบางส่วนชำรุดสูญหาย ถึงคราวของระบบดิจิทัลที่จะเข้ามาทุ่นแรง ช่วยลดข้อจำกัดในการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลทั้งในแง่พื้นที่และเวลาออกไป การปรับตัวของงานบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมชลประทานที่เคยวนเวียนอยู่กับกองเอกสารกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว

เริ่มด้วยการยกเครื่องฐานข้อมูลบุคลากรเข้าสู่ระบบออนไลน์ หรือ WAM (Web Application Support to Manning) เป็นระบบแสดงฐานข้อมูลของบุคลากรที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสถานภาพ ประวัติการทำงาน ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญพิเศษ ศักยภาพของผลงานที่ผ่านมา ข้อมูลการดำรงตำแหน่ง การบรรจุ เลื่อนขั้นหรือโยกย้าย ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้เป็นรายบุคคล เป็นต้น ซึ่งระบบฐานข้อมูลจะช่วยวิเคราะห์และจัดสรรบุคลากรลงตามพื้นที่งานที่เหมาะสม ช่วยทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเข้าใจถึงความต้องการและศักยภาพของบุคลากรในระดับปัจเจกมากขึ้น อีกทั้งยังสร้างความต่อเนื่องในการวางแผนทดแทนตำแหน่งที่กำลังจะเกษียณอายุราชการได้อีกด้วย

กรมชลประทานยังต่อยอดระบบออนไลน์ไปสู่ระบบการลาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Leave) ที่ช่วยให้บุคลากรแจ้งลาได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ซึ่งระบบจะบันทึกข้อมูลการลาเก็บไว้เป็นประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อลดทอนระบบเอกสารลงไปได้อีกส่วนหนึ่ง อีกทั้งการลดการใช้กระดาษยังถือว่าเป็นการรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ยังมีโครงการฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ (E-Training) ที่มีการติดตามและประเมินผลอยู่ตลอดเวลา สร้างความสืบเนื่องไปยังการขับเคลื่อนองค์กรได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งในแง่การดำเนินงานและความโปร่งใส

การหลอมรวมระบบดิจิทัลเข้ามาในระบบงานทรัพยากรบุคคลของกรมชลประทาน สามารถช่วยลดขั้นตอน เวลาและค่าใช้จ่าย เป็นระบบฐานข้อมูลที่ตรวจสอบได้ตามจริง อีกทั้งบุคลากรสามารถทราบถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง เพื่อนำไปพัฒนาและปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มความสามารถกับงานที่ได้รับมอบหมาย ขณะเดียวกันบุคลากรก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร การทำความเข้าใจงานระบบออนไลน์อย่างลึกซึ้งจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการหล่อลื่นเส้นทางการปรับตัวไปสู่ระบบดิจิทัลทั่วทั้งองค์กรให้ไม่สะดุด

ซึ่งกรมชลประทานได้พัฒนาช่องทางการเผยแพร่ความรู้ทางด้านระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยจัดทำเป็นสื่อวีดิทัศน์ออนไลน์ (HR Channel) ให้บุคลากรได้เรียนรู้ พร้อมกันนี้ยังมีระบบการคัดเลือกบุคลากรเชิงรุก เพื่อสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงมาเป็นส่วนหนึ่งของกรมชลประทาน เช่น การขอรับทุน (UIS) เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลอย่างต่อเนื่องทุกปี

ก้าวสู่ระบบออนไลน์เคียงข้างความสุขบุคลากร

เมื่องานระบบดิจิทัลถูกวางรากฐานไว้แข็งแรง สิ่งที่หลงลืมไม่ได้เลยคือการดำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ความรู้สึกของบุคลากรที่รายล้อมอยู่ในระบบนี้ จำเป็นต้องสร้างความสมดุลทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้สอดคล้องกันอย่างลงตัว

กรมชลประทานจึงได้วางกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรทั้งด้านสุขภาพกายและใจ ที่ส่งเสริมให้บุคลากรได้รับการตรวจสุขภาพกายและประเมินสภาวะจิตใจอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้เรื่องโภชนาการ การจัดการความเครียด กิจกรรมออกกำลังกาย จัดแข่งขันกีฬาที่ให้ครอบครัวของบุคลากรเข้าร่วมด้วย ตลอดจนจัดโครงการการท่องเที่ยวที่เน้นการเดินชมธรรมชาติหรือทำบุญไหว้พระตามพิธีทางศาสนา ในด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน ก็จัดให้มีการล้อมวงสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างบุคลากรด้วยกันในทุกเช้า มีการตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอยู่เสมอ รวมถึงด้านสุขอนามัยทั้งห้องน้ำหรือห้องทำงานที่มีความสะอาด มีกิจกรรมคัดแยกขยะ และรณรงค์ใช้ถุงกระดาษกันภายในองค์กรอีกด้วย

นอกจากนี้ ในด้านสวัสดิการ ก็มีกิจกรรมให้คำปรึกษาทางการเงิน กิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อหารายได้พิเศษ กิจกรรมออมเงินผ่านกระปุกออมสินชลประทาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอีกหลายกิจกรรมที่น่ารักที่ส่งผลต่อประโยชน์สุขของบุคลากรได้เป็นอย่างดี กระทั่ง กรมชลประทานได้รับรางวัลหน่วยงานบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่นประจำปี 2561

ทั้งนี้ เมื่อการสืบค้นจากเอกสารกระดาษถูกแทนที่ด้วยการกวาดนิ้วไปบนหน้าจอเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ในพริบตา พร้อมๆ กันกับประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านไปยังระบบดิจิทัล

กรมชลประทานได้แสดงให้เห็นแล้วว่า
ตราบใดที่มนุษย์ยังหนักแน่นในการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และก้าวทันความรู้จากเทคโนโลยีมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือหนุนเสริมสอดรับกับความเข้าอกเข้าใจในตัวมนุษย์
ในอนาคต หวังว่ามนุษย์และเทคโนโลยีจะทำงานล้อกันไปอย่างกลมกลืน เพื่อนำประเทศไทยไปสู่จุดมุ่งหมายที่ทุกคนหวังไว้ร่วมกัน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นางวิไลย ช่ออบเชย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 หมู่ 5 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายึดอาชีพขายขนมจาก และขนมกล้วยมานานกว่า 5 ปี ที่บริเวณสามแยกริมถนนบ้านกลางนา – ยายพลอย ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน ใกล้ธนาคารกรุงไทย สาขาบางสะพาน แยกซ้ายเข้าปั๊ม ปตท. ตรงข้ามตลาดนัดวันพฤหัส โดยขายห่อละ 5 บาท ใช้ใบจากซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นห่อแป้งเพื่อปิ้งทำให้มีกลิ่นหอม ขณะนี้มีทั้งขนมจากที่ทำจากเนื้อแป้งข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำ และทางร้านได้ใช้สูตรพิเศษเพื่อเพิ่มความหอมและหวานมันเพิ่มเติมจาการใช้กะทิสดเพื่อให้มีรสชาติที่ถูกใจลูกค้า โดยใช้เนื้อมะพร้าวอ่อน และ เนื้อมะพร้าวกะทิ โรยหน้าบนเนื้อแป้งก่อนนำไปปิ้ง

นางวิไลย กล่าวอีกว่า จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อ “ขนมจาก” เป็น “ขนมพบรัก” พร้อมนำมาตั้งชื่อร้าน เนื่องจากเดิมการรับประทานขนมจากหรือการซื้อเพื่อนำไปเป็นของฝาก มีความเชื่อว่ารับประทานแล้วจะทำให้คู่รักต้องพลัดพรากจากกัน จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ทำให้มีลูกค้าสนใจเข้ามาอุดหนุนจำนวนมาก พร้อมทั้งชื่นชมแนวคิดในการเปลี่ยนชื่อให้เป็นขนมที่ฟังแล้วเป็นมงคล และ สร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด นอกจากนั้นยังมีลูกค้าวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างจังหวัดนอกจากสนใจซื้อขนมแล้วยังเชคอินและเซลฟี่บริเวณหน้าร้านเป็นที่ระลึก สำหรับชื่อดังกล่าวตนเป็นคนตั้ง แต่ไม่หวงและยินดีให้ผู้ที่มีอาชีพเดียวกันสามารถนำไปใช้ได้ สำหรับร้านขนมพบรัก ยังมีขนมกล้วยสูตรโบราณใช้การปิ้งแทนการนึ่ง ขาย 3 ห่อ 10 บาท เปิดขายตั้งแต่ 09.00 – 14.00 น.ทุกวัน มีรายได้จากการขายขนมวันละกว่า 2,000 บาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 61 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาใหญ่ จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติ รวมทั้งมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้

“การแก้ปัญหาด้านการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความกินดีอยู่ดีขึ้น หลุดพ้นจากความยากจน และมีรายได้พอเลี้ยงชีพ โดยเฉพาะปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ไม่มีตลาดรองรับ ซึ่งต้องทำการแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะ จะเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของเกษตรกร”

นายกฤษฎา กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในทุกเรื่อง ส่วนเรื่องการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศนั้น ขอยืนยันว่า ขณะนี้ทางกระทรวงยังไม่อนุญาตให้นำเข้าแต่อย่างใด และยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบว่า จำนวนกุ้งที่จะนำเข้ามานั้น ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่มเลี้ยงกุ้งภายในประเทศมาน้อยขนาดไป

“การให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวใต้ ชะลอการกรีดยาง 3 เดือน ในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำนั้น ขอย้ำว่า ยังเป็นเพียงแนวคิดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคงต้องหารือพูดคุยกับเกษตรกร และผู้ประกอบการธุรกิจการยางให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกัน และหาวิธีการที่ดีสุดในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด”

สืบเนื่องจากวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เวลาประมาณ 00.30 น. น.ท.สุเทพ พงษ์ศรีกุล หัวหน้าสถานีเรือรัตนวาปี ได้รับการประสานจากนายพิพัฒน์ ดุลกุล ปลัดอำเภอปากคาด และทหารรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ ว่าจะมีการลักลอบนำสัตว์ป่าส่งออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ ต.ปากคาด จึงแจ้งให้ น.อ.นิยม พึ่งโต ผบ.นรข.เขตหนองคายทราบ พร้อมจัดกำลังพลชุดปฏิบัติการข่าว สนธิกำลังกับฝ่ายปกครอง อ.ปากคาด และชุด ชรบ.ปากคาด ออกลาดตระเวน กระทั่งพบเห็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลต้องสงสัยขับมาจอดบริเวณลานพญานาค หมู่ 5 ต.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ หลังจากนั้นได้มีชายคนขับลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบตรวจค้นรถต้องสงสัยดังกล่าว

จากการสอบถาม ทราบชื่อนายวรพัฒน์ รถมณี ได้เดินทางมาจากจังหวัดชัยนาท พร้อมภรรยาชื่อ น.ส.ศศิมาพร นิลทับ ซึ่งนั่งอยู่ในรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นกระบะบรรทุกท้ายรถ นายวรพัฒน์ได้แจ้งว่าทำกุญแจหาย จึงขอทำการงัดกุญแจ เมื่อเปิดฝาท้ายรถออกดู พบลังพลาสติกสีแดง มีงู(ไม่ทราบชนิด)อยู่ภายใน มีถุงตาข่ายสีน้ำเงินจำนวนมาก จึงร่วมกันจับกุมและนำของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบที่สถานีเรือรัตนวาปี จากการตรวจสอบและตรวจนับโดยละเอียด ผลการตรวจสอบพบเป็น 1.สัตว์ป่า (งูเห่า) จำนวน 34 ตะกร้า จำนวน 209 ตัว 2.สัตว์ป่า (งูสิงหางลาย) จำนวน 162 ตะกร้า จำนวน 1,684 ตัว น้ำหนักประมาณ 1,372 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 500,000 บาท

นายวรพัฒน์และ น.ส.ศศิมาพรรับสารภาพว่าตนทั้งสองได้รับการติดต่อว่าจ้างจากนางแอ๋ว ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ให้ขับรถบรรทุกงูจาก จ.ชัยนาท มาที่ อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เพื่อนำส่งออกไปยังประเทศ สปป.ลาว ให้ไปจอดรอที่บริเวณที่เกิดเหตุ โดยจะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 10,000 บาท จึงแจ้งสิทธิและข้อหาร่วมกันมีและค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2.นำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวโดยผิดกฎหมาย 3.พยายามนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือของต้องจำกัดต้องห้ามที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง พงส.สภ.ปากคาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป