ชาวนาโพธิ์ทองลงมือปลูกข้าวต่อหลังเก็บเกี่ยว วัดดวงผลลัพธ์

ครั้งต่อไปเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังชาวนาในทุ่งนาหมู่ 5 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ได้ลงมือการทำนาหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขายโรงสีในช่วงราคาตกต่ำ โดยที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหมุนเวียน ภายใต้นโยบายส่งเสริมการเกษตรแบบครบวงจรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 2 มาตรการ มาตรการแรก คือ การปลูกพืชปุ๋ยสด ดำเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดิน ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชปุ๋ยสด คือ ปอเทือง เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ขายคืนให้กรมพัฒนาที่ดิน ส่วนมาตรการที่ 2 คือ โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการเกษตรโดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสนับสนุนสินเชื่อ

ด้านนายมานะ เขียวแก้ว อายุ 56 ปี ชาวนา หมู่ 9 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง กล่าวว่า ตนเองทำนาเช่าจำนวน 23 ไร่ ที่ต้องลงมือทำนาต่อหลังจากราคาตกต่ำและรัฐบาลให้การช่วยเหลือสนับสนุนปลูกพืชชนิดอื่นนั้น ตนเองมีความชำนาญในด้านการทำนามาตลอดชีวิตและมีเครื่องมือในการทำนาอยู่แล้ว เรื่องราคาข้าวจะถูกจะแพงนั้นเอาไว้วัดดวงกันในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ในช่วงนี้ก็ต้องลงมือทำนากันต่อหวั่นล่าช้าน้ำแล้งไม่มีน้ำทำนา

ส่วนนางนงเยาว์ พรหมเมศร์ อายุ 51 ปี ชาวนา หมู่ 5 ต.ยางซ้าย อ.โพธิ์ทอง กล่าวว่า ตนเองทำนาเช่าจำนวน 5 ไร่ โดยที่ผ่านมาเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขายได้ 5,800 บาทต่อตัน และก็ต้องลงมือทำนาต่อเนื่องจากทำนามาตั้งแต่แรก จะให้ไปปลูกพืชชนิดอื่นนั้นขาดความรู้ ความชำนาญ หวั่นผลผลิตได้น้อย และมีต้นทุนความรู้ในเรื่องการทำนามาตั้งแต่เด็ก ก็เลยต้องทำนาต่อไป ส่วนเรื่องราคาข้าวนั้นได้เท่าไหร่ก็ต้องทำ มีความหวังในช่วงเก็บเกี่ยว ในการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว เรื่องกำไร ขาดทุน เป็นหนี้สิน หรือว่ามีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนนั้นไว้วัดดวงกันช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวและราคาในช่วงนั้นกันอีกที

นพ.ปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ปลายฝนต้นหนาวในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงจะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และมีการระบาดอย่างรวดเร็ว ที่พบบ่อยคือโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวม ในปี 2559 จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้ป่วยโรคปอดบวม 4,207 ราย ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่ติดต่อได้ง่ายจากการไอ จาม หรือติดมากับมือ อาการของโรคคล้ายกับไข้หวัด มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก ไอ แต่จะเป็นรวดเร็วและมีความรุนแรงมากกว่า ใครที่เสี่ยงจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ควรพักผ่อนให้มากๆ สวมหน้ากากอนามัย หากป่วยมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ควรพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที

ส่วนโรคปอดบวม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่เชื้อได้ในอากาศ ติดต่อจากคนสู่คนผ่านการไอ หรือจาม อาการของโรคคือ หอบ น้ำมูกไหล ไอแห้งๆ ต่อมาจะเริ่มมีเสมหะเหนียว จาม คัดจมูก ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก รวมถึงอาจมีการท้องเสีย ซึ่งอาการมักเกิดแทรกซ้อนตามหลังโรคทางเดินหายใจ

ดังนั้น ขอเชิญประชาชนชาวร้อยเอ็ดร่วมกันสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อเป็นเกราะป้องกันโรคได้ด้วย 4 อ. 3 ส. อันประกอบด้วย อาหาร เน้นการกินผัก ผลไม้สด ลด ละ เลิก อาหารหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายทุกวัน วันละ 30 นาที จัดการอารมณ์ด้วยการมองโลกในแง่ดี อนามัยสิ่งแวดล้อม รณรงค์ทำดีเพื่อพ่อ 365 วัน บ้านฉันสวย จัดการสภาพแวดล้อมที่บ้านและที่ทำงานให้สะอาด ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์โรค ส่วน 3 ส. ประกอบด้วย ลด ละ เลิก สุรา ยาสูบ และนำ ส.สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ มาปฏิบัติจนเป็นสุขนิสัย

ผู้ว่าพิจิตร ขู่โรงสี ท่าข้าว ใครโกงชาวนา ไม่ต่อใบอนุญาตประกอบให้ ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องถึงตัน7000-8000 บาท ขณะที่ชุดเฉพาะกิจหน่วยชั่งตวงวัด กระทรวงพาณิชย์ จับตราชั่งดัดแปลงโกงน้ำหนักข้าวชาวนา สั่งเปรียบเทียบปรับและส่งฟ้องศาลดำเนินคดีอาญา 3 ราย

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09.00 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นาย สุชาติ สินทรัพย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วย พ.อ. ชันเดช สุรัสวดี รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดพิจิตร นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักกำกับและตรวจสอบชั่งตวงวัดกรมการค้าภายใน ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องประกอบไปด้วย พาณิชย์ จังหวัดกรมการค้าภายใน โรงสี ท่าข้าว ที่โรงแรม พิจิตร พล่าซ่า ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร

ในการประชุมครั้งนี้ มีการชี้แจงการ ใช้ชั่งตวงวัด พศ 2542 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ พระราชบัญญัติ นอกจากนี้ขอ ให้โรงสี และท่าข้าว มีการติดป้าย ราคาการรับชื้อข้าว ให้กับเกษตรกรชาวนา รับทราบว่า รับซื้อข้าวราคาเท่าไหร่ซึ่งขณะนี้ราคาข้าวพิจิตร มีราคา ที่ สูงขึ้น โดยขณะนี้ อยู่ที่ 7000-8000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในที่ประชุม นาย วีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ยังได้เน็นย้ำ เกี่ยวกับ ห้ามโรงสีและท่าข้าว มีพฤติกรรม โกงชาวนา หรือ เอารัดเอาเปรียบชาวนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตราชั่ง หรือพฤติกรรมอื่นๆ หากตรวจสอบพบจะลงโทษ ขั้นรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินคดี หรือ ไม่ต่อใบอนุญาต ผู้ประกอบการให้

ทางด้าน นาย วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ ให้กับ โรงสี ท่าข้าว รับทราบเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ในการ ใช้ชั่งตวงวัด โดยสั่งห้าม มีการ โกงหรือ เอารัดเอาเปรียบเกษตรกรชาวนา หาก มีการตรวจพบว่าใครฝ่าฝืน ก็จะมีบทลงโทษ สูงสุด คือ ดำเนินคดี และไม่ต่อใบอนุญาตประกอบการให้ ผมไม่อยาก ให้ โรงสีหรือท่าข้าว มีพฤติกรรมโกงชาวนา

นายณรงค์ สุขโท้ ประธานสหกรณ์การเกษตรอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ในขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดราคาต่ำสุดอยู่ที่ ตันละ 7,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิแห้งรับซื้ออยู่ที่ ตันละ 8,000-8,500 บาท ซึ่งมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นต่อไปอีก เนื่องจากผลผลิตของเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ กำลังออกสู่ตลาดและคาดว่าอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ผลผลิตจะลดลง ทำให้โรงสี ท่าข้าว ต่างๆออกมาซื้อแข่งขันกันมาก ส่งผลดีให้ราคาในท้องตลาดพุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้สหกรณ์การเกษตรอำเภอตะพานหิน ซึ่งเป็นสถาบันการเกษตรในการรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือกของรัฐบาลได้จัดโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯโดยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรที่นำข้าวเปลือกมาขายยังสหกรณ์ อีก 1 เปอร์เซ็นต์ รวมกว่า 2 พันรายเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาในภาวะราคาข้าวตกต่ำ ทำให้เกษตรกรชาวนาต่างนำผลผลิตออกมาขายกันอย่างคึกคักและพึงพอใจกับราคาดังกล่าวประกอบกับสถาบันการเกษตรมีการรับรองตราชั่งที่ได้มาตรฐานรับรองจากกระทรวงพาณิชย์

นายไพศาล มาละออ อายุ 66 ปี ชาวนาตำบลบางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ได้นำข้าวเปลือกหอมมะลิ มาขายให้กับสหกรณ์การเกษตรอำเภอตะพานหิน จำนวน 14 ตัน บอกว่าพึงพอใจกับราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดที่ตนเองขายถึงแม้ว่าจะมีความชื้นสูงก็ตามแต่ได้ราคาถึงตันละ 7 พันบาท และเมื่อบวกกับค่าชดเชยที่รัฐบาลให้มาอกตันละ 800 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ และค่าปรับปรุงสภาพข้าวอีก 2 พันบาทนั้นทำให้เกษตรกรอยู่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังจากพาณิชย์จังหวัดพิจิตร และชุดเฉพาะกิจสายตรวจหน่วย ชั่ง ตวง วัด กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับทหารกองทัพภาคที่ 3 ได้ออกสุ่มตรวจตราชั่งน้ำหนักข้าวเปลือก ของท่าข้าว และสถาบันการเกษตร โรงสี ต่างๆในจังหวัดพิจิตร ทั้งหมด 11 แห่ง ซึ่งพบท่าข้าวที่ทำการแก้ไขดัดแปลงตราชั่ง ใช้โปรแกรมเก่าที่กระทรงพาณิชย์ประกาศยกเลิกใช้มานาน และตรวจวัดน้ำหนักไม่ได้มาตราฐานของกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3 ราย ซึ่งได้ทำการเปรียบเทียบปรับตาม พรบ.พาณิชย์รายละ 2 หมื่นบาท หากเป็นนิติบุคคลคือสถาบันการเกษตรเปรียบเทียบปรับ 2 เท่า เป็น 4 หมื่นบาท และส่งฟ้องศาลดำเนินคดีอาญาด้วย รวม 3 ราย ที่ ท่าข้าวตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร ท่าข้าวในเขต อำเภอตะพานหิน ท่าข้าว ในเขต ตำบลสาเหล็ก

อย่างไรก็ตามด้านนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการค้าข้าว โดยคาดโทษหากสถาบันการเกษตร ท่าข้าว และโรงสีไดๆ ที่ซื้อข้าวชาวนาได้ดัดแปลงโกงตราชั่งนอกจะดำเนินคดีและจะไม่ต่อใบอนุญาตประกอบการให้

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เผยถึง “โครงการคนพิจิตร กินข้าวพิจิตร” ภายใต้ตราการค้า “ดาวชาละวัน” ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพิจิตร จะเป็นตัวขับเคลื่อนในการผลิต ด้านการตลาด และเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวของเกษตรกรชาวพิจิตร โดยหาช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งมีกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดพิจิตร เครือข่ายโอท็อปจังหวัดพิจิตรเป็นสนับสนุน และร่วมกันรณรงค์ใช้ผลิตภัณฑ์ข้าวเป็นของขวัญของฝากในโอกาสต่างๆ

“ไม่น่าเชื่อว่าภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเปิดตัว มีการสั่งซื้อข้าวมาที่จังหวัดแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 กิโลกรัม หรือ 50 ตัน ถือเป็นกลไกในการช่วยเหลือชาวนาของภาครัฐที่เชื่อว่าจะสามารถเสริมมาตรการการช่วยเหลือชาวนาของภาครัฐได้ เป็นการนำข้าวจากชุมชนออกมาขายตรงจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ผ่านกลไกบริษัทประชารัฐรักสามัคคี (พิจิตร)”

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 จากมวลความเย็นที่แผ่ลงจากจีนลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนนบน ทำให้เช้านี้สภาพอากาศที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนาวจัด วัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ 3 องศาเซลเซียส เกิดน้ำค้างแข็ง หรือ เหมยขาบ เป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ สีขาวเกาะตามยอดหญ้าและใบไม้เป็นประกายอย่างสวยงาม ระยะทางยาวตั้งแต่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานยาวไปจนถึงยอดอยอินทนนท์ โดยเฉพาะบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 42-47 สร้างความตื่นเต้นและประทับแห่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต่างพากันบันทึกภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นครั้งแรกของฤดูหนาวในปีนี้

นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า ตื่นเต้นแทนนักท่องเที่ยว เพราะอุณหภูมิแปรปรวนสลับขึ้นลงมาหลายวัน ทุกคนต่างรอลุ้นว่าจะเกิดเหมยขาบวันไหน บางคนพยายามขึ้นดอยมาแต่เช้ามืดเกือบทุกวัน ตั้งแต่อากาศเริ่มหนาว จนกระทั่งวันนี้จึงได้เห็นน้ำค้างแข็งสมใจ ที่สำคัญเกิดเป็นแนวยาวแผ่ให้เห็นและบันทึกภาพได้อย่างสวยงามสมกับการรอคอย

อย่างไรก็ตามเช้าอากาศเปิด ยังมีทะเลหมอกกลางแสงพระอาทิตย์ที่ขึ้นเมื่อเวลา 06.29 น. ให้ชื่นชมแสงสีส้มอีกด้วย ซึ่งบริเวณยอดดอยอุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 4 องศาเซลเซียส ส่วนที่ทำการอุทยานฯ วัดได้ 11 องศาเซลเซียส เรียกว่าหนาวจัดจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงประมาณ 3 องศาเซลเซียสในวันนี้

ในขณะที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง อุณหภูมิลดต่ำลงเช่นกัน โดยยอดหญ้าวัดได้ 4 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 6.2 องศาเซลเซียส แต่ยังไม่มีรายงานการเกิดเหมยขาบแต่อย่างใด

สำหรับพื้นราบประชาชนสามารถรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในวันนี้ เนื่องจากมีความเย็นแผ่ไปทั่ว โดยอุณหภูมิทั่วไปวัดได้ 17-22 องศาเซลเซียสแล้วในบางพื้นที่

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายสมราน สุดดี นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ สำนักหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ล่าสุดสำนักหอพรรณไม้ได้รายงานให้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทราบว่าได้มีการสำรวจพบพืชชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทยจำนวน 8 ชนิด ซึ่งผ่านการรับรองตีพิมพ์และอยู่ระหว่างการตีพิมพ์ในวารสารด้านพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ โดยพืชพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบ ได้แก่

1. ช้องเจ้าฟ้า ชื่อพฤกษศาสตร์ Buxus sirindhornianaW. K. Soh , von Sternb., Hodk. & J. Parn. วงศ์ Buxaceae เป็นไม้ต้นชนิดใหม่ของโลก ตีพิมพ์โดยทีมงานนักพฤกษศาสตร์แห่งทรินิตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยแห่งกรุงดับลิน ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดร.จอห์น พาร์แนล ซึ่งเป็นกรรมการบรรณาธิการโครงการพรรณพฤกษชาติประเทศไทย (Flora of Thailand) รวมอยู่ในทีมผู้ตั้งชื่อด้วย โดยได้ตีพิมพ์ในวารสารนอร์ดิก เจอร์นัล ออฟ โบทานี (Nordic Journal of Botany เล่มที่ 32 (4) หน้า 452-458 ปี 2014 คำระบุชนิด “sirindhorniana” ตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งในวารสารดังกล่าวระบุว่าพระองค์ทรงเป็นผู้สนับสนุนอย่างเข้มแข็งในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย

นายสมรานกล่าวอีกว่า ช้องเจ้าฟ้าพบได้ตามเขาหินปูนตั้งแต่บริเวณชายแดนเมียนมาใน จ.กาญจนบุรี ถึงดอยหัวหมด อ.อุ้มผาง จ.ตาก อุทยานฯแจ้ซ้อน จ.ลำปาง และดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ช้องเจ้าฟ้าพบได้ง่ายและพบมากที่สุดที่ดอยหัวหมด ซึ่งเป็นเขาหินปูนผุกร่อน เป็นแหล่งที่พบพืชชนิดใหม่ของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศมากกว่า 10 ชนิด โดยตัวอย่างช้องเจ้าฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดเก็บโดยหมอคาร์ (A.F.G.Kerr) นายแพทย์ชาวไอริช ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พืชแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพฯ กรมวิชาการเกษตร โดยหมอคาร์ได้เก็บตัวอย่างผลของช้องเจ้าฟ้าจากดอยหัวหมดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2465 เป็นเวลาเกือบร้อยมาแล้ว ซึ่งขณะนี้ตัวอย่างถูกเก็บรักษาไว้ที่หอพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์คิว กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทั้งนี้แม้จะมีการเก็บตัวอย่างมานาน แต่ไม่มีการเขียนตีพิมพ์เป็นพืชชนิดใหม่เพราะนักพฤกษศาสตร์ไม่แน่ใจว่าจัดอยู่ในสกุลใด เพราะปกติพืชสกุลช้องจะมีรังไข่ 3 ช่อง แต่ช้องเจ้าฟ้ามีรังไข่แค่ 2 ช่อง เมื่อได้มีการศึกษาในระดับชีวโมเลกุลยืนยันได้ว่าช้องเจ้าฟ้าถูกจัดอยู่ในสกุลช้อง จึงมีการตีพิมพ์เป็นพืชชนิดใหม่ของโลก

นายสมรานกล่าวต่อว่า 2.ยมหินปูน cykno.com ชื่อพฤกษศาสตร์ Toona calcicola Rueangr., Tagane & Suddee วงศ์ Meliaceae เป็นไม้ต้นชนิดใหม่ของโลก พบขึ้นตามซอกหินปูนที่บริเวณสวนสวรรค์ วนอุทยานสวนหินผางาม อ.หนองหิน จ.เลย ตีพิมพ์ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) เล่มที่ 43 หน้า 79-86 ปี 2015 โดยทีมงานนักพฤกษศาสตร์จากสำนักหอพรรณไม้ ร่วมกับทีมงานนักพฤกษศาสตร์ญี่ปุ่น โดยทีมงานตีพิมพ์ประกอบไปด้วยนายสุคิด เรืองเรื่อง ดร.ชูอิชิโร ทางาเนะ นางสาวนัยนา เทศนา นายมานพ ผู้พัฒน์ ดร.ฮิเดโตชิ นากามาสึ ดร.อากิโย นาอิกิ และตน ยมหินปูนมีลักษณะเด่นตรงที่เกสรเพศผู้ไม่เชื่อมติดกันเป็นหลอดเหมือนพืชวงศ์เลี่ยน (Meliaceae) สกุลอื่นๆ ผลลักษณะคล้ายยมหินแต่ใบแตกต่างกันมาก เมื่อใบร่วงมีรอยแผลใบบนกิ่งชัดเจน คำระบุชนิด“calcicola” หมายถึงหินปูนซึ่งเป็นแหล่งที่พืชชนิดนี้ขึ้นอยู่

นายสมรานกล่าวต่อว่า 3.ชะนูดต้นแก่งกระจาน ชื่อพฤกษศาสตร์ Prunus kaengkrachanensis Nagam., Tagane & Suddee วงศ์ Rosaceae พบขึ้นตามป่าดิบเขาบริเวณพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตีพิมพ์ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) เล่มที่ 43 หน้า 43-45 ปี 2015 โดยทีมงานนักพฤกษศาสตร์สำนักหอพรรณไม้ร่วมกับทีมงานนักพฤกษศาสตร์จากญี่ปุ่น ชะนูดต้นแก่งกระจานมีลักษณะเด่นที่ผนังผลชั้นในมีขนหนาแน่น ก้านใบมีต่อมที่ด้านในกลวง 4.หญ้าคางเลือยตะนาวศรี ชื่อพฤกษศาสตร์ Scutellaria tenasserimensis A. J. Paton วงศ์ Lamiaceae เป็นไม้พืชล้มลุกชนิดใหม่ของโลก พบขึ้นตามเขาหินปูนตามแนว เทือกเขาตะนาวศรีในไทยและเมียนมา ตีพิมพ์ในวารสาร Kew Bulletin เล่มที่ 71(1)-3 หน้าที่ 2 ปี 2016 โดย ดร.อลัน พาร์ตัน แห่งสวนพฤกษศาสตร์คิว กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ดร.ภานุพงษ์ พงษ์ชีวิน ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และตน ในไทยพบหญ้าคางเลือยตะนาวศรีได้ที่บริเวณ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และดอยหัวหมด อ.อุ้มผาง จ.ตาก 5.หญ้าคางเลือยเขาใหญ่ ชื่อพฤกษศาสตร์ Scutellaria khaoyaiensis A. J. Paton วงศ์ Lamiaceae เป็นไม้พืชล้มลุกชนิดใหม่ของโลก พบขึ้นตามป่าดิบเขา โดยเฉพาะบริเวณเขาเขียว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตีพิมพ์ในวารสาร Kew Bulletin เล่มที่ 71(1)-3 หน้าที่ 5 ปี 2016 โดยทีมงานชุดเดียวกันกับที่ศึกษาหญ้าคางเลือยตะนาวศรี

นายสมรานกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นเป็นพืชตระกูลกล้วยไม้ชนิดใหม่ของโลก 3 ชนิด คือ 6.ว่านแผ่นดินเย็นแม่โขง ชื่อพฤกษศาสตร์ Nervilia mekongensis S. W. Gale, Schuit. & Suddee วงศ์ Orchidaceae โดยเป็นกล้วยไม้ดินชนิดใหม่ของโลก พบตามป่าผลัดใบ พบในไทยทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในลาวตอนเหนือ ในเวียดนามตอนเหนือและตอนใต้ และทางด้านตะวันออกของกัมพูชา ตีพิมพ์ในวารสาร Phytotaxa เล่มที่ 247(4) หน้า 267-273 ปี 2016 โดยทีมงานนักพฤกษศาสตร์ไทยและต่างชาติ ประกอบไปด้วย ดร.สเตฟาน เกล นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ปฏิบัติงานอยู่ที่ฮ่องกง ดร.อังดเร ชูตีแมน นักพฤกษศาสตร์จากสวนพฤกษศาสตร์คิว

ดร.สันติ วัฒฐานะ นักพฤกษศาสตร์ไทย อาจารย์มหาวิทยาลัยสุรนารี นายโตโมกิ ซานโดะ ชาวญี่ปุ่น นายคิวดอน สุวรรณคุณมณี ชาวลาว ดร.ลิโอนิด อเวอรยานอฟ นักพฤกษศาสตร์ชาวรัสเซีย และตน นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า 7.ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง ชื่อพฤกษศาสตร์ Nervilia trangensis S. W. Gale, Suddee & Duangjai, sp. nov. ined. วงศ์ Orchidaceae พบในป่าดิบชื้นที่สวนพฤกษศาสาตร์ทุ่งค่ายและสวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง จ.ตรัง ดอกกับใบออกไม่พร้อมกัน ออกดอกช่วงต้นฤดูฝนก่อนออกใบ อยู่ระหว่างการเตรียมเขียนตีพิมพ์โดย ดร.สเตฟาน เกล ผศ.ดร.สุธีร์ ดวงใจ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสาตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และตน

ทั้งนี้ ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรังค้นพบครั้งแรกโดยเจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย นายประสงค์ โพธิ์เอี่ยม ได้ส่งภาพถ่ายมาให้หอพรรณไม้ตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงได้มีการติดตามเก็บตัวอย่าง และพบเพิ่มเติมที่สวนพฤกษศาสตร์เขาช่องโดย ผศ.ดร.สุธีร์ และ 8.ว่านแผ่นดินเย็นล้านนา ชื่อพฤกษศาสตร์ Nervilia marmorata S. W. Gale, Suddee & Duangjai, sp. nov. ined. วงศ์ Orchidaceae พบตามเขาหินปูนในแถบ จ.เชียงรายและเชียงใหม่ ดอกกับใบออกไม่พร้อมกัน ออกดอกช่วงต้นฤดูฝนก่อนออกใบ อยู่ระหว่างการเตรียมเขียนตีพิมพ์โดย คำระบุชนิด “marmorata” หมายถึงใบที่มีลายคล้ายหินอ่อน ทั้งนี้ตัวอย่างของพืชชนิดใหม่ของโลกทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ที่สำนักหอพรรณไม้ กรมอุทยานฯ