ด้านจังหวัดแพร่ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

เผยว่า จังหวัดมีเป้าหมายกำหนดจำนวนวัน ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่าเกณฑ์มาตรฐานลดลง ร้อยละ 30 จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี หรือไม่เกิน 12 วัน จำนวนจุดความร้อน ลดลงร้อยละ 30 จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี หรือ 376 จุด พื้นที่ถูกไฟไหม้ลดลงจากปี 2559 ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 มีมาตรการห้ามเผาพื้นที่ป่า ขยะมูลฝอย เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ในทุกพื้นที่ ตลอดจนห้ามจุดไฟเผาบริเวณสองข้างทางและพื้นที่ทางการเกษตร ให้จัดทำแนวกันไฟและบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่การเกษตร พื้นที่ริมทาง

ทีมนักวิจัยพบกบจิ๋วกลางคืน 4 สายพันธุ์ใหม่ในป่าทึบ บนภูเขา Western Ghats ในประเทศอินเดีย โดยที่กบจิ๋วกลางคืนนี้อยู่ในสายพันธุ์ของกบที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งเล็กจนสามารถวางอยู่บนปลายเล็บ และวางอยู่บนเหรียญขนาด 5 รูปีได้

ทั้งนี้กบจิ๋วกลางคืนที่พบนี้มีขนาดตัวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร หนึ่งในทีมวิจัยระบุว่า กบสายพันธุ์นี้สามารถพบได้ทั่วไป แต่อาจจะถูกมองข้ามไปเนื่องจากมันมีขนาดเล็ก และนอกจากนี้มันยังสามารถทำเสียงคล้ายแมลงตอนกลางคืนได้อีกด้วย

จังหวัดบึงกาฬในฐานะจังหวัดน้องใหม่ นอกจากเป็นผู้ผลิตยางพาราขนาดใหญ่ที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส

นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวในงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ 2560 ว่า บึงกาฬมีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ และธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งทางจังหวัดกำลังเร่งพัฒนา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวต้องสะดวกสบาย จังหวัดบึงกาฬมี “บึงโขงหลง” ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ขนาดใหญ่กว่า 11,800 ไร่ แต่กลับสู้บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ หรือหนองหานของสกลนคร ไม่ได้ แม้บึงโขงหลงจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกประจำถิ่น และนกอพยพถึง 134 ชนิด

อาทิ นกกระเต็นหัวดำ นกกระติ๊ดแดง นกอีลุ้ม นกยางไฟหัวดำ และนกเป็ดผีเล็ก ยังไม่รวมถึงพืชน้ำหลากหลายชนิด โดยเฉพาะบัวแดงที่บึงโขงหลงครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 1,000 ไร่ และยังพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะในบึงใกล้ๆ มีบัวหลวงอีกราว 800 ไร่ เวลาบานจะสวยสะพรั่งทั่วทั้งบึง

บึงโขงหลงมีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ในน้ำก็อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด และรอบๆบึงก็มีแหล่งหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่น่าสนใจ อีกหน่อยจะพัฒนาให้มีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงระบบนิเวศน์บึงโขงหลง นักท่องเที่ยวมาถึงแล้ว ไม่ใช่แค่แวะมาชมบรรยากาศ และกินอาหารริมบึงเป็นอันจบ แต่มาแล้วต้องได้เรียนรู้ และเห็นถึงความสำคัญของบึงโขงหลงด้วย

แหล่งชุ่มน้ำอีกแห่งที่สำคัญ คือ “หนองกุดทิง” เพียง 5 กิโลเมตรจากอำเภอเมือง จะได้ตื่นตะลึงทึ่งไปกับหนองน้ำขนาดใหญ่ถึง 16,500 ไร่ อุดมไปด้วยพันธุ์พืชน้ำอย่างน้อย 59 ชนิด และปลาน้ำจืดอีกกว่า 103 สายพันธุ์ รวมถึงพันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ได้แก่ ปลาซิวแคระ และปลายี่สก

เปลี่ยนบรรยากาศไปดื่มดำกับธรรมชาติในผืนป่ากันบ้าง มาเยือนบึงกาฬทั้งทีต้องไม่พลาดแวะเวียนไป “เขตป่าสงวนแห่งชาติภูสิงห์” มีเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ เชื่อมต่อป่าดงดิบกะลา และป่าแดงสีชมพู กับภูมิประเทศเขาหินทราย ป่าไม้ชุ่มชื้น

พร้อมด้วยหินรูปทรงประหลาดชวนจินตนาการ ทั้ง หินสามวาฬ หินหัวช้าง หินช้าง หินรถไฟ และอีกสารพัดการแปรสภาพทางธรณีวิทยาที่มีให้เห็นอีกเพียบ อาทิ ล้างร้อยบ่อที่เป็นหลุมขนาดเล็ก-ใหญ่จำนวนมาก หรือจะเป็นกำแพงหินภูสิงห์ กำแพงหินสูงซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลม ฝน และลานหินลาย หลุมเล็กๆ มากมายที่เกิดจากธรรมชาติในฤดูฝนซึ่งหญ้าจะขึ้นปกคลุมเป็นสีเขียวสวยงาม

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่ใครได้เห็นเป็นต้องอ้าปากค้าง ไม่ว่าจะเป็นลานธรรมภูสิงห์ ที่มีหินทรายแดงขนาดใหญ่ดูละม้ายคล้ายสิงโตมอบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูสิงห์นั่นเอง ส่วนจุดชมวิวผาน้ำทิพย์ หน้าผาสูงทางทิศตะวันออกนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เช่นเดียวกับจุดชมวิวถ้ำฤๅษีที่มอบทัศนียภาพของป่าภูวัว ภูทอกใหญ่ แม่น้ำโขง รวมถึงภูเขาปากกระดิ่งของลาว

ลัดเลาะต่อไปยัง “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว” มีเนื้อที่ราว 124,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอเมือง บุ่งคล้า เซกา และบึงโขงหลง ทำให้เกิดสภาพภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น บางส่วนเป็นสันเขาเนินทราย ลานหิน และทุ่งหญ้า มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งโดยเฉพาะน้ำตก

เริ่มจาก “น้ำตกเจ็ดสี” มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกจากหน้าผาสูง จึงเกิดละอองน้ำฟุ้งกระจายและพอกระทบกับแสงแดดก็เกิดเป็นสีรุ้งตามชื่อ “น้ำตกถ้ำฝุ่น” เรียกตามชื่อถ้ำที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ น้ำตก “น้ำตกชะแนน” เดิมเรียกว่า น้ำตกตาดสะแนน ภาษาอีสานแปลว่า สวยที่สุด เป็นน้ำตก 2 ชั้นขนาดใหญ่และสวยงามเหนือคำบรรยาย

และ “น้ำตกถ้ำพระ” สูง 3 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณถ้ำที่มีลักษณะเป็นชะง่อนผา ซึ่งมีพระพุทธรูปที่สร้างโดยพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่มีธรรมชาติสวยงาม ยิ่งช่วงหน้าฝนจะอลังการไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่พร้อมบานสะพรั่งต้อนรับการมาเยือน

ปิดท้ายด้วยทริปไหว้พระสะสมบุญ เดินสายจาก “วัดอาฮงศิลาวาส” ตั้งอยู่ริมน้ำโขงในตำบลไคสี หลวงพ่อลุนเป็นผู้ก่อตั้ง แต่หลังจากท่านมรณภาพไปในปี 2506 ท่านเจ้าคุณหลวงพ่อสมาน ริปัญโญ จึงบูรณะขึ้นมาใหม่ มีพระอุโบสถหินอ่อนซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธคุวานันท์ศาสดา คล้ายพระพุทธชินราช หล่อด้วยทองเหลือง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงตรงแก่งอาฮง เชื่อกันว่าเป็นจุดที่ลึกที่สุดของน้ำโขง หรือที่เรียกว่า สะดือแม่น้ำโขง ตามตำนานเล่าสืบกันว่าพื้นที่นี้มีถ้ำใต้โขดหินใหญ่ฝั่งลาว เป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันออกพรรษา และเป็นที่มาว่าเหตุใดจึงเห็นบั้งไฟพญานาคจำนวนมากในแถบนี้

เดินทางต่อไปยัง “วัดสว่างอารมณ์” หรือ วัดถ้ำศรีธน วัดสำคัญของบึงกาฬ อุโบสถตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ และบริเวณหลืบถ้ำด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปไสยาสน์ หรือปางปรินิพพาน และ “วัดเจติยาศรีวิหาร” หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อวัดภูทอก ก่อตั้งโดยพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ กับสะพานไม้และบันได 7 ชั้นแห่งความศรัทธา สร้างเวียนเขาภูทอกขึ้นไปจนถึงยอดบนสุด ทำให้การเดินทางในแต่ละชั้นเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจไปกับมุมมองที่แตกต่าง ทั้งทางโลกและทางธรรม

เพราะกว่าจะถึงยอดภูทอก หรือถึงซึ่งการหลุดพ้นนั้น มนุษย์ทุกคนต้องใช้ความเพียรพยายามและมุ่งมั่น เนเกา เจ้าตูบพันธุ์ผสมลาบราดอร์ในเมืองโมกิ ดัส ครูซิส รัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล ต้องเผชิญกับชะตากรรมน่าสงสาร เพราะถูกเจ้าของใจร้ายปล่อยทิ้งไว้ในที่ดิน ซึ่งซาบรีนา แพลนเนอเรอร์ ซื้อต่อมาเพื่อทำสถานีบริการน้ำมัน
แต่โชคยังเข้าข้าง เพราะซาบรีนามีจิตใจโอบอ้อมอารี และรักสัตว์ อ้าแขนต้อนรับเนเกาเข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัว แถมเมื่อสร้างปั๊มเสร็จ เจ้าเนเกายังได้รับหน้าที่สำคัญในฐานะพนักงาน ทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน เนเกาจะห้อยบัตรพนักงานไว้กับปลอกคอ และถ้าแดดจ้ามากๆ ก็จะสวมหมวกยูนิฟอร์มแบบเดียวกับเพื่อนพนักงานที่เป็นคน

แม้เนเกาจะไม่สามารถเติมน้ำมัน จัดของในร้านค้า คิดเงิน หรือทำ ความสะอาด แต่ก็ได้รับความเอ็นดูและกลายเป็นเซเลบประจำเมือง งานของเนเกาจะเริ่มเมื่อลูกค้าแวะเวียนเข้ามาในปั๊ม จากนั้นตูบสีดำขนเงาตัวนี้ก็จะเดินไปทักทายอย่างรู้งาน ทั้งยังยินดีนั่งนิ่งๆ ให้ลูกค้าเล่นด้วยโดยไม่งอแง จึงไม่แปลกหากเจ้าเนเกาจะได้ตำแหน่งขวัญใจมหาชน สําหรับนักธุรกิจ เกษตรกร และพ่อค้าแม่ขาย “ยางพารา” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้มหาศาล ขณะที่เยาวชนยังมีความรู้และความสนใจเกี่ยวกับยางพาราน้อยมาก ทั้งที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก

ด้วยเหตุนี้งาน “วันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ 2560” จัดโดยจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานราชการ-เอกชน และเครือมติชน ระหว่างวันที่ 16-22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่จังหวัดบึงกาฬ จึงขนความรู้ครบครันเรื่องยาง รวมถึงชวน “รับเบอร์แลนด์” ร่วมสัญจรยกพิพิธภัณฑ์ยางขนาดย่อมมาจัดแสดงนอกสถานที่เป็นครั้งแรก พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กๆ และเยาวชนรวมทั้งผู้เข้าชมงานร่วมทำกิจกรรมดีไอวายจากยางพารา

เพียงแค่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีช้างสีชมพูตัวจิ๋วก็เรียกรอยยิ้มจากผู้ร่วมงานวัยเยาว์ ตั้งแต่น้องๆ วัยประถมต้นไปจนถึงพี่ๆ มัธยมปลายได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเห็นรองเท้ายางพาราคู่ใหญ่วางโชว์ถัดเข้าไปในโซนจัดแสดงด้วยแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่จะมีเสียงหัวเราะร่วนบ่งบอกถึงความสนุกสนานของเด็กๆ ที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเข้ามาเรียนรู้เรื่องราวของยางพาราพร้อมแชะภาพถ่ายด้วยความประทับใจกันไม่ขาดสาย

นอกเหนือจากความเพลิดเพลินแล้ว รับเบอร์แลนด์ยังจัดเต็มด้วยวิดีโอความรู้ อธิบายขั้นตอนการผลิต และการแปรรูปยางพาราอย่างคร่าวๆ แม้หลายคนจะมาจากครอบครัวชาวสาวยาง แต่การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัญจรครั้งนี้กลับช่วยเปิดมุมมองและจินตนาการใหม่ที่ไม่เหมือนใคร นายฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพี.พี.สยามลาเท็กซ์ กล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นจากการขายหมอนยางพาราซึ่งมีกระแสตอบรับดีจาก นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีและจีน โดยใช้น้ำยางเข้มข้นที่ผลิตภายในประเทศนำไปแปรรูป ขายไปได้สักพักหนึ่งก็เล็งเห็นว่าควรให้ความรู้กับผู้ซื้อเกี่ยวกับกรรมวิธีการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ จากกรีดยางไปจนถึงการพัฒนายางเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

และนั่นคือที่มาของ “รับเบอร์แลนด์” พิพิธภัณฑ์ความรู้เรื่องยางพาราแบบอินเตอร์แอ๊กทีฟแห่งแรกของไทยและเอเชีย อันที่จริงพิพิธภัณฑ์ยางพาราแห่งแรกเกิดขึ้นที่มาเลเซีย แต่เป็นรูปแบบดั้งเดิม คือให้องค์ความรู้แก่ผู้เข้าชมฝ่ายเดียว แต่รับเบอร์แลนด์มีรูปแบบเป็นสื่อผสม และใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลาง สามารถโต้ตอบกับผู้มาเยี่ยมชม ทำให้เข้าใจง่ายและสนุกสนานไปกับความรู้เรื่องยางพารา

ที่พิพิธภัณฑ์หลัก เราปูพื้นจากแหล่งยางพาราที่เหมาะสมว่าต้องอยู่ในพื้นที่แบบไหน อุณหภูมิเท่าไหร่ถึงจะดี ควรกรีดน้ำยางช่วงใดจึงจะให้ผลดีที่สุด เวลาเท่าไหร่ต้นยางจะให้น้ำยางที่มีคุณภาพ เรื่อยไปจนกระทั่งการเก็บน้ำยาง การผลิตน้ำยางข้น ยางแท่ง ยางดิบรมควัน และแปรรูปเป็นสินค้า ซึ่งมีความหลากหลายมาก ทั้งยางรถยนต์ เครื่องมือทางการแพทย์ เสื่อโยคะ หรือจุกนมเด็ก และอีกสารพัดผลิตภัณฑ์ที่เราไม่คาดคิด

นอกจากนี้รับเบอร์แลนด์ยังมีโซนรับเบอร์แฟนตาซี จำลองโลกของยางขึ้นมาให้เด็กๆ ได้เห็นว่าจริงๆ แล้วยางพาราทำได้หลายอย่างมาก เยาวชนที่เข้าชมรับเบอร์แลนด์ก็จะเข้าใจและได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ว่ายางพารามีประโยชน์ และสามารถเนรมิตเป็นของใช้ต่างๆ รอบตัวได้

“ปณิธานของผู้ก่อตั้ง คือต้องการจุดประกายให้นักออกแบบและนักประดิษฐ์ไทยคิดค้นนวัตกรรมและสิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับยางพารา เพื่อให้มีผลิตผลที่เป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาโดยคนไทยอย่างแท้จริง น้ำยางของไทยถือเป็นน้ำยางที่คุณภาพดีที่สุดในโลก แต่เรายังขาดนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ที่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มาจากวัตถุดิบในประเทศ และขายในราคาที่ยกระดับ ทำไมเราชอบมองว่ายางพาราเป็นวัสดุธรรมชาติแล้วต้องมีราคาถูก หมอนยางพาราและที่นอนยางพาราใช้น้ำยางมากขนาดไหน มาจากต้นยางกี่ต้น ยังไม่รวมถึงกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน เราผลิตน้ำยางส่งออกไปประเทศที่มีนวัตกรรมเพื่อให้เขาแปรรูปและส่งกลับมาขายไทยในราคาที่แพง ทำไมเราไม่ทำเอง ทั้งที่มีวัตถุดิบดีๆ อยู่แล้วในมือ” นายฐวัฒน์กล่าว

นายฐวัฒน์กล่าวด้วยว่า รับเบอร์แลนด์ตั้งความหวังว่าเมื่อเด็กๆ ได้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แล้วจะเกิดแรงบันดาลใจ คิดได้ว่ายางพาราสามารถเป็นอะไรได้มากกว่าแค่ล้อ ที่นอน หมอน มากกว่าความคาดหมายของผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มีขายในปัจจุบัน

“เรากำลังรอช้างเผือก รออนาคตของชาติที่จะพลิกประวัติศาสตร์วงการยางพาราไทย” นายฐวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย รศ.ดร. สุชีลา เตชะวงศ์เสถียร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เผยว่า ในงานประชุมและแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร (International Conference Sustainable Agriculture and Bioeconomy 2017 : AGBIO 2017) หรือ งานแอ็กไบโอ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (บางนา) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทาง มข.ได้นำงานวิจัยและนวัตกรรมหลายอย่างมานำเสนอ ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นผู้ประกอบการได้ซื้อไปต่อยอดผลิตสินค้าเรียบร้อยแล้ว

อย่างงานของ ผศ.ดร. จันทนี อุริยะพงศ์สรรค์ ที่ได้พัฒนาสกัดสารสีแดงธรรมชาติจากซังข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ซึ่งมีสารแอนโธไซยานิน ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสมใช้เป็นสีผสมอาหาร และสามารถเสริมในอาหารประเภทต่างๆ เช่น ในน้ำผลไม้ เครื่องดื่มหลากหลายชนิด ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่พาสต้า และเยลลี่ เป็นต้น และสีนี้สามารถบรรจุในแคปซูล และบริโภคเป็นอาหารเสริม ซึ่งทุกส่วนของข้าวโพดที่มีสีม่วงไม่ว่าจะเป็นแกนซัง และไหม โดยเอกชนได้นำไปผลิตอาหารเสริมขาย

“ตัวดิฉันเองวิจัยเรื่องพริกมากว่า 30 ปี มีพริกกว่า 400 สายพันธุ์ และมีพริกกว่า 20 สายพันธุ์ ที่ทาง มข. จดทะเบียนคุ้มครองพืชพันธุ์ใหม่ ซึ่งบริษัทต่างๆ ได้ซื้อพันธุ์จาก มข. ไปผลิตยา และอาหารจำนวนมาก” รศ.ดร. สีลา กล่าวและว่า นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเรื่องมะเขือเทศ ที่มีหลากหลายสี ทั้งสีแดง สีเหลือง สีม่วง และสีส้ม แต่ละสีก็ให้สารที่แตกต่างกันไป

พายุฤดูร้อน..เล่นงานสาหัส..ต้นมะละกอ 200 ต้น หักโค่น ทั้งต้นยางพารา-ยุ้งฉาง-บ้านเรือน หลังคาปลิวว่อน อบต.เร่งสำรวจความเสียหาย..เกษตรกร วอนรัฐบาลช่วยเหลือ

วันนี้ (25 ก.พ.60) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ในช่วง 2-3 วันนี้ สภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ในหลายพื้นที่ของ จ.สุรินทร์ เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่ม สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่

โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2560 ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มที่ บ.กะเลงเวก และ บ.ทับทิมสยาม 04 สร้างความเสียหายกับบ้านเรือนประชาน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงต้นไม้หักโค่น เสียหายจำนวนมาก

ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเทพรักษา นำโดยนายเต็ม สามสี นายก อบต.เทพรักษา พร้อมกับผู้นำชุมชน ลงพื้นที่รุดสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นมีบ้านพักอาศัย เสียหาย กว่า 10 หลังคาเรือน

ขณะที่แปลงปลูกมะละกอในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ของนางสุริยา จุมพิษ อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ถูกพายุพัดต้นมะละกอที่ปลูกประมาณ 5 เดือนเศษ ล้มระเนระนาด สร้างความเสียหายประมาณ 200 ต้น เป็นเงินกว่า 100,000 บาท ซึ่งถือว่าสาหัสสากัน สำหรับกับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่หาเช้ากินค่ำ และต้องกู้หนี้ยืมเพื่อมาทำการเกษตร โดยซึ่งเกษตรกรรายนี้ ฝากสื่อมวลชนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือชดเชยค่าพันธุ์พืช ค่าปุ๋ยและค่าเกรดไถให้ด้วย หวังว่าจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้

ส่วนเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (24 ก.พ.60) ที่บ้านตรมไพร ต.ตรมไพร อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พบว่าหลังคาบ้านเรือนของประชาชน ยุ้งฉางเก็บข้าวเปลือก ซึ่งเป็นหลังคาสังกะสี ปลิวว่อนไปไกลนับร้อยเมตร ขณะที่ศาลาที่พักของหมู่บ้าน แรงลมได้พัดล้มลงมาทั้งหลัง ได้รับความเสียหายเช่นกัน ซึ่ง อบต.ในพื้นที่ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความความเสียหาย เพื่อเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนตามระเบียบต่อไปแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.หญิง เอมอร ไชยบัวแดง รองเลขาธิการ ปปง.ฝ่ายบริหาร กล่าวว่า สำนักงาน ปปง. จะนำทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์(ที่ดิน) ที่เก็บรักษาไว้เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ.2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกให้เช่า จำนวน 64 รายการ

ประกอบด้วย 1. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาด 24 ตารางวา ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1 รายการ 2. ที่ดินว่างเปล่าในอ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จำนวน 1 รายการ 3. ที่ดินว่างเปล่าในอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 3 รายการ 4. ที่ดินว่างเปล่าในอ.ท่าอุเทน จ.นครพนม 44 รายการ 5. ที่ดินว่างเปล่าในอ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม 13 รายการ 6. ที่ดินว่างเปล่าในอ.ศรีสงคราม จ.นครพนม 2 รายการ

สำหรับอัตราค่าเช่าที่ดินดังกล่าวขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้เช่าว่าจะ “เช่าเพื่ออยู่อาศัย” หรือ “เพื่อทำการเกษตร” หากเช่าเพื่อที่อยู่อาศัยจะต้องเสียค่าเช่าเป็นเดือน หากเช่าเพื่อทำการเกษตรจะต้องเสียค่าเช่าเป็นรายปี โดยคิดอัตราตามความเหมาะสมจากสภาพแวดล้อมและอัตราการเช่าบริเวณใกล้เคียง ผู้ที่สนใจจะเช่าที่ดินดังกล่าว สามารถเสนอราคาเช่าไปยังกองบริหารจัดการทรัพย์สิน สำนักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ภายในวันที่ 13 มีนาคม 2560 หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 0 2219 3600 ต่อ 2014 ในวันและเวลาราชการ

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ จากสภาพความแห้งแล้งที่กำลังขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ทำให้คลองชลประทานวัดโคก อ.มโนรมย์ น้ำแห้งขอด ชาวนาเริ่มปรับตัวหันไปปลูกกล้วยน้ำว้าขาย ทดแทนการขาดรายได้จากการทำนา ซึ่งสามารถสร้างรายได้เดือนละกว่า 9,000 บาท…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต่ำกว่าปากคลองของคลองส่งน้ำวัดโคก ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ทำให้คลองส่งน้ำสายน้ำแห้งขอด ก้นคลองเหลือเพียงดินแตกระแหง นาข้าวกว่า 4,000 ไร่ที่อาศัยน้ำจากลำคลองสายนี้ต้องเริ่มปรับตัว ชาวนาบางส่วนต้องหันไปพึ่งน้ำบาดาลในการทำนาต่อเนื่อง แต่ยังมีชาวนาจำนวนมากที่หันไปปลูกพืชทดแทนตามนโยบายภาครัฐ ซึ่งในพื้นที่ ต.วัดโคกชาวนาบอกว่ากล้วยน้ำว้าเป็นพืชที่ปลูกได้ผลดีมาก โดยจะใช้การวางระบบน้ำด้วยที่ PVC ในการให้น้ำ ซึ่งถือว่าใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาหลายเท่าตัว

เมื่อกล้วยติดผลจะมีพ่อค้ามารับถึงสวนในราคาหวีละ 10-12 บาท neswsports.com แต่หากนำไปวางขายเองก็จะได้ราคาถึง 15 บาท โดยในแต่ละรอบการตัดกล้วยขาย ชาวบ้านที่นี่จะมีรายได้กว่า 3,000 บาท และ 1 เดือนจะตัดขาย 3 รุ่น หรือเท่ากับมีรายได้กว่า 9,000 บาทต่อ 1 ไร่/เดือน ซึ่งชาวบ้านบอกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะกล้วยที่ปลูก 1 รุ่น หากดูแลเอาใจใส่ดี จะเก็บลูกขายไปได้ตลอด เพราะกล้วยที่ตัดลูกขายก็จะมีต้นหน่อใหม่ขึ้นมาแทนเป็นรุ่นๆ ตลอดเวลา

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้ยังคงแผ่ลงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2560

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่

โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ร้อย 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก

อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 14-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิลดลง 2-4 องศา โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณเลย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์

อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-34 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา