ทั้งนี้ สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยมีสมาชิกผู้ผลิตและส่งออก

ผลิตภัณฑ์ทูน่าจำนวน 25 บริษัท ครอบคลุมการส่งออกของไทยมากกว่า 90% ได้ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย แสดงจุดยืนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) และปัญหาการค้ามนุษย์ (Human Trafficking) โดยสมาชิกของ 2 สมาคม มีความรับผิดชอบปฏิบัติตามหลักสากล และกฎหมายไทย ทางด้านการประมงและผลิตสินค้าอย่างยั่งยืน ปราศจากการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ เพื่อประสิทธิภาพในธุรกิจการส่งออกทูน่าและอาหารแช่เยือกแข็งรวมกันกว่าปีละ 1.8 แสนล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าการทบทวนใบเหลืองจากสหภาพยุโรป (อียู) ยังตอบไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลมาถูกทางทั้งการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ซึ่งภาคเอกชนเองไม่มีข้อขัดข้อง แต่อยากเรียกร้องให้จีน และประเทศส่งออกประมงลดการจับปลาด้วยเช่นกัน ขณะที่ไทยเองได้เข้าสนับสนุนการจัดการประมงระหว่างภูมิภาค (RFMOs) และ Indian Ocean Tuna Commission หรือ IOTC ในการแก้ไขไอยูยูมาโดยตลอด จึงเห็นว่าการมีส่วนร่วมซึ่งกันเเละกันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและรักษาทรัพยากรได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ ในอนาคตตนจะผลักดันอุตสาหกรรมประมงพื้นบ้านให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 12,000-15,000/เดือน เพราะหากเทียบกับประมงพื้นบ้านต่างประเทศ เช่น ศรีลังกา รายได้อยู่ที่ 40,000/เดือน ซึ่งจะเป็นการยกระดับภาคการเกษตรไทย พร้อมกับยึดหลักการรักษาทรัพยากรของประเทศ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2560 นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลผลไม้ และของดีกันทรลักษ์ 60” ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่ง อ.กันทรลักษ์ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงาน “เทศกาลผลไม้ และของดีกันทรลักษ์ 60” ขึ้น โดยได้กำหนดจัดงานนี้ขึ้นในระหว่างวันที่ 4-12 มิถุนายน 2560 รวม 9 วัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ และส่งเสริมการตลาดเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเกษตรใหม่ๆในการจะเพิ่มมูลค่าและใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์

มีการมอบประกาศเกียรติคุณบัตรให้กับเกษตรกรที่ชนะเลิศในการประกวดผลไม้ทั้งเงาะ ทุเรียน มะละกอ และการประกวดจัดกระเช้าผลไม้ จากนั้น ผวจ.ศรีสะเกษ ได้ถือดาบกวัดแกว่งและใช้ดาบผ่าทุเรียนยักษ์ออกเพื่อเป็นการเปิดงานครั้งนี้และมีการชิมทุเรียนภูเขาไฟปลอดสารพิษ ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยมี นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นผู้กล่าวรายงานและมีนายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ นำข้าราชการพ่อค้า ประชาชนมาร่วมพิธีเปิดงานและให้การต้อนรับ

นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า อ.กันทรลักษ์ เป็นอำเภอที่ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม ดั่งคำขวัญอำเภอกันทรลักษ์ที่ว่า “เมืองหลักการเกษตร” เนื่องจากพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ เป็นที่ราบเชิงเขา ดินคุณภาพสูงเนื่องจากเป็นดินภูเขาไฟ ปริมาณน้ำฝนและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้เป็นปัจจัยพื้นฐานในการปลูกพืชได้เกือบทุกชนิด มีผลผลิตจำนวนมาก ผลไม้ที่ปลูกมากในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ประกอบด้วย ทุเรียน เงาะ ฝรั่ง มังคุด ลองกอง มะม่วง มะยงชิด กล้วยไข่ กล้วยน้ำหว้า ลำไย แก้วมังกร ลิ้นจี่ และสละ โดยเฉพาะ ทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้หลักที่สร้างชื่อเสียงให้กับ จ.ศรีสะเกษในนามทุเรียนภูเขาไฟ กรอบนอก นุ่มใน กลิ่นไม่ฉุน อ.กันทรลักษ์มีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดใน จ.ศรีสะเกษ คือ ปลูกในพื้นที่ 7 ตำบล เนื้อที่เพาะปลูกประมาณ 2,500 กว่าไร่ ได้ผลผลิตแล้ว 1,500 กว่าไร่ คาดว่าในปี 2560 จะได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 2,000 ตัน

ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวด้วยว่า ด้านการตลาด ผลไม้ของ อ.กันทรลักษ์มีทั้งการขายตรง ส่งถึงบ้าน แบบ Direct to Home โดยสหกรณ์การเกษตรกันทรลักษ์ ตลาดกลางผลไม้ ซึ่งอ.กันทรลักษ์ มี 2 แห่ง การขายริมทางแบบร้านค้าชุมชน การจัดงานเทศกาลผลไม้ และการขายที่สวน ซึ่งขณะนี้ตนกำลังเร่งรณรงค์ในการส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมกันปลูกพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษออกขายในท้องตลาด เนื่องจากว่า พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษกำลังได้รับความนิยมจากประชาชนชาวไทยทั่วประเทศเป็นอย่างมาก และราคาค่อนข้างสูง หากปลูกขายจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและทำให้เกษตรกรไม่ได้รับอันตรายจากสารพิษอีกด้วย

ทางด้าน นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีกิจกรรมมากมาย เช่น การจำหน่ายพืชผัก ผลไม้ และสินค้า OTOP การประกวดผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์ ประกวดการทำบายศรี และ แข่งขันประกวดดนตรีพื้นบ้าน ประกวดธิดาผลไม้ การแข่งขันร้องเพลงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การปั่นจักรยานชมสวนผลไม้ระยะทาง 42 กม. ในพื้นที่ตำบลตระกาจและตำบลน้ำอ้อม ปั่นจักรยานแรลลี่ ช๊อป แช๊ะ ชมสวนผลไม้ภูเงิน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มกิจกรรมปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่อนำเอาไปใช้พระราชพิธีถวายอาลัยแด่ในหลวง ร.9 และการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงไปร่วมชม ชิมผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชิญชิมต้นตำรับทุเรียนภูเขาไฟในการจัดงานครั้งนี้ด้วย

อ.พิณทิพย์ แก้วแกมทอง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ (มร.พช.) หนึ่งในทีมนักวิจัยกังหันน้ำหัวน้ำต่ำเหมาะสมสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้านี้เป็นงานวิจัยของทีมวิจัย 3 ท่าน คือ ผศ.สุพจน์ เกิดมี นายไพฑูรย์ บานเย็นงาม และตน ที่ได้ลงพื้นที่ไปที่ตำบลน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก

อ.พิณทิพย์กล่าวต่อว่า โดยได้โจทย์วิจัยที่จะใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในเขื่อนน้ำก้อ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชนได้เสนอความคิดเห็นจึงกลายเป็นงานวิจัย ชื่อว่า “การออกแบบและพัฒนากังหันน้ำหัวน้ำต่ำที่เหมาะสมสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าในตำบลน้ำก้อ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน” โดยได้รับทุนวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 648,000 บาท จากมร.พช.

อ.พิณทิพย์กล่าวต่อว่า กังหันน้ำหัวน้ำต่ำสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าเขื่อนน้ำก้อ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้จริงตามแรงดันของน้ำ ซึ่งชุมชนสามารถแยกชิ้นส่วนประกอบ เพื่อการเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก โดยผศ.ดร.ประยูร ลิ้มสุข รักษาราชการแทนอธิการบดีมร.พช. ได้มอบกังหันน้ำ ให้แก่นายเทียนชัย แสงหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) น้ำก้อแล้ว

นายเทียนชัยกล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก และขอบคุณที่นักวิชาการจากมร.พช. ที่ได้ช่วยเหลือพัฒนาท้องถิ่นตำบลน้ำก้อได้มีเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำ โดยทางอบต. จะนำไปบริการไฟฟ้าในโครงการร้านค้าวิสาหกิจชุมชนบนสันเขื่อนน้ำก้อให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป

“ชาวบ้านในตำบลน้ำก้อมีความเจริญก้าวหน้าอีกหลายด้าน และต้องการให้นักวิชาการ และนักวิจัยจากมร.พช.มาให้ความรู้และช่วยพัฒนาต่อไป” นายเทียนชัยกล่าว

น.ส.ใหม่ ติโลกะวิชัย กรรมการผู้จัดการ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ เปิดเผยว่า ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ฯ เตรียมงบประมาณ 300 ล้านบาทพัฒนา ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงบนพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุด 50 ไร่ มีพื้นที่ให้เช่าจำนวนมากถึง 3,000 แผงค้า ปัจจุบันเปิดให้เช่าแล้วจำนวน 1,500 แผงค้าในระยะแรก และกำลังขยายเฟส 2-3 ในเร็วๆ นี้ โดยเฟส 2 กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ไม่เพียงเท่านั้น ทางศูนย์ยังมีพื้นที่บริการจอดรถฟรีที่สามารถรองรับรถได้มากถึง 2,000 คัน มีห้องน้ำสะอาดจำนวนมาก และมีศูนย์อาหารราคาย่อมเยาสำหรับผู้เข้ามาใช้บริการ โดยมีทีมงานบริหารจัดการตลาดอย่างมืออาชีพ

“ตลาดแห่งนี้เป็นการผสมผสานความทันสมัยความสะดวกสบาย กับมนต์เสน่ห์ของปากคลองตลาด ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตลาดแห่งวัฒนธรรมอันดับ 4 ของโลกเข้าด้วยกัน มีการจัดแบ่งพื้นที่สำหรับการจำหน่ายดอกไม้ชนิดต่างๆ อย่างเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้เป็นระเบียบ และง่ายต่อการเลือกซื้อ นอกจากนี้ยังมีโซนพื้นที่ติดแอร์หรือห้องเย็นสำหรับดอกไม้เมืองเหนือและดอกไม้จากต่างประเทศด้ว

น.สใหม่ กล่าวว่า ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ยังมีจุดเด่น ในด้านของทำเลที่ตั้ง ที่เดินทางสะดวกห่างจากปากคลองตลาดเดิมไม่ถึง 7 กิโลเมตร โดยพื้นที่ตั้งอยู่บน ถนนพระเทพฯ ซึ่งเป็นทางหลวงท้องถิ่น ตัดกับถนนราชพฤกษ์ ที่สามารถเชื่อมต่อกับ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และอยู่ใกล้ทางด่วนศรีรัช ซึ่งสะดวกรวดเร็วต่อการขนส่งดอกไม้ที่ต้องการความสด

ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของตลาดแห่งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างเราซึ่งเป็นภาคเอกชกรุงเทพมหานคร และกลุ่มผู้ค้าปากคลองตลาดเดิมที่รวมตัวกัน ต้องการให้มีการสร้างศูนย์กลางตลาดดอกไม้แห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่เพื่อรองรับผู้ค้าปากคลองตลาดเดิมและตลาดแห่งนี้ ยังเปิดรับเกษตรกรชาวสวนดอกไม้ ที่ต้องการมีหน้าร้านเป็นของตัวเองได้

“เราคิดค่าเช่าสำหรับแผงที่ถูกที่สุดเพียงแค่วันละ 100 บาทต่อแผง ซึ่งเป็นค่าเช่าที่ตั้งมาโดยคำนึงถึงผู้ค้า และไม่มีค่าแรกเข้าใดๆทั้งสิ้น ทำให้ได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าดอกไม้ รวมทั้งชาวสวนดอกไม้จำนวนมาก ซึ่งนอกจากแม่ค้าปากคลองตลาดเดิมแล้วยังมีแม่ค้าจากตลาดอื่นๆ มาเช่าแผงขายส่งดอกไม้ด้วย”

น.ส.ใหม่ กล่าวว่า พร้อมผลักดันให้ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ เป็นแหล่งรวมค้าส่งค้าปลีกดอกไม้ทุกชนิด ทั้งไทยและต่างประเทศที่ใหญ่ติดอันดับเอเชียและอันดับโลก เพราะในแต่ละปีมูลค่าการค้าขายดอกไม้ภายในประเทศ รวมทั้งการนำเข้าและส่งออกมีมูลค่านับหมื่นล้านบาทและด้วยความสวยงามของดอกไม้หลากหลายชนิดและสายพันธุ์ที่มาอยู่รวมกันจะทำให้ “Flower Market Thailand” แห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ทั้งคนไทยและต่างชาติต้องแวะมาเยี่ยมชม ซึ่งมีโอกาสที่จะพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของโลกที่นักท่องเที่ยวตามปากคลองตลาดเดิมได้ไม่ยาก

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมเตรียมยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณีที่ทางสหรัฐโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันให้ไทยเปิดอนุญาตให้นำเข้าชิ้นส่วนสุกรที่ไม่เป็นที่ต้องการบริโภคของชาวสหรัฐ เช่น เครื่องใน หัว ขา จากสหรัฐ ซึ่งหากทางการไทยยินยอมจะส่งผลให้สุกรภายในประเทศของไทยตกต่ำลงเหมือนสุกรภายในประเทศของเวียดนามที่เปิดนำเข้ามาทำให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มราคาตกต่ำลงเหลือเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม (ก.ก.) และส่งผลต่อผู้เลี้ยงสุกรทั้งวงจรโดยตรง

ดังนั้นสมาชิกของสมาคมจึงเห็นร่วมกันว่าจะเดินหน้าคัดค้านเรื่องนี้ต่อไป โดยจะนำหนังสือแสดงเจตนารมณ์มายังกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ให้มีการเจรจาเพื่ออนุญาตในกรณีดังกล่าวหากทางสหรัฐส่งสัญญาณมาก็ตาม และหากไทยจะเปิดให้นำเข้าทางสมาชิกก็ต้องแสดงออกถึงจุดยืนอย่างถึงที่สุด อาจต้องรวมตัวกันมาเรียกร้องต่อรัฐบาลเพื่อคัดค้านเรื่องนี้

สำหรับสถานการณ์ราคาสุกรในประเทศขณะนี้ เข้าสู่ฤดูฝนและมีมรสุมเข้าในบางช่วงเป็นอุปสรรคต่อการจับจ่ายโดยเฉพาะเขตรอบนอก ประกอบกับช่วงฤดูฝนจะมีอาหารธรรมชาติออกมามาก ส่งผลต่อปริมาณความต้องการการบริโภคเนื้อสุกรลดลง ทุกภูมิภาคมีการปรับราคาสุกรขุนลดลงตามสภาวะตลาด ยกเว้นภาคใต้ภาคตะวันตก 65 บาท/ก.ก. ภาคตะวันออก 68 บาท/ก.ก. ภาคอีสาน 64-65 บาท /ก.ก. ภาคเหนือ 67 บาท/ก.ก. ภาคใต้ 70 บาท/ก.ก. ถือว่าเป็นไปตามกลไกตลาดและส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่เกษตรกรมีความวิตกว่าไทยจะอนุญาตให้นำเข้ามาจากสหรัฐจึงเร่งขายสุกรออกไปก่อนหน้านี้จึงมีผลทำให้ราคาสุกรต่ำลงมา

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติระบุว่า สาเหตุที่สมาชิกของสมาคมเกิดความตื่นตัวและวิตกในประเด็นดังกล่าวเกิดจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งให้สอบสวนกรณีที่สหรัฐขาดดุลการค้าประเทศไทย โดยเมื่อปี 2559 สหรัฐส่งออกมาไทยเป็นมูลค่า 10,570 ล้านดอลลาร์ และนำเข้าจากไทย เป็นมูลค่า 29,490 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้สหรัฐ ขาดดุลการค้ากับไทยถึง 18,920 ล้านดอลลาร์ ทำให้สหรัฐต้องการที่จะกดดันให้ไทยนำเข้าสินค้าจากประเทศตนเองเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดการขาดดุล
ขณะที่ทางการไทยนั้นเห็นว่าในเกษตรกรของสหรัฐอเมริกายังมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสุกร ขณะที่ไทยห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งสหรัฐพยายามอ้างเกณฑ์ขององค์การการค้าโลกในประเด็น SPS หรือ ความตกลงว่าด้วยการใช้บังคับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช(Agreement on the Application of Sanitary and Phytosanitary Measures-SPS) โดยอ้างว่าไทยไม่มีผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ถึงผลกระทบด้านลบของการใช้สารเร่งเนื้อแดงแต่ประการใด ดังนั้นการรื้อฟื้นรอบนี้เป็นความเสี่ยงอย่างมากที่จะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีก

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของสารตกค้างที่อาจอยู่ในเครื่องในหมูโดยจะดูแลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสุขอนามัยเนื่องจากการเลี้ยงหมูสหรัฐนั้นมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงที่เป็นสารต้องห้ามในประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยจะต้องศึกษาผลกระทบดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบเพราะคนไทยมีการบริโภคเครื่องในหมูส่วนคนสหรัฐไม่บริโภคเครื่องใน

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ขอให้ประชาชนที่อาศัยในที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขาระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และสุโขทัย

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. letterecaffe.org วันที่ 6 มิถุนายน จากกรณีที่คณะรัฐบาลเตรียมประการใช้ พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ที่เนื้อหาสาระสำคัญบางส่วนจะกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ที่จะต้องถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์ในแม่น้ำลำคลอง ซึ่งในวันนี้เมีเสียงสะท้อนจากผู้เลี้ยงปากระชังจาก จ.ชัยนาท ที่ต้องการให้รัฐบาลทบทวนเรื่องดังกล่าว เพราะหากเรียกเก็บในอัตราที่สูงก็เหมือนเป็นการรังแกคนจน

โดยนายบุญทิ้ง อิ่มพรหม ผู้เลี้ยงปลากระชังใน ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาทเปิดเผยว่า ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากทางราชการ ว่าจะมีการจัดเก็บจากเกษตรกรในอัตราเท่าไหร่ มีเพียงการให้กรอกแบบสำรวจไว้ว่าแต่ละรายเลี้ยงปลากี่กระชัง แต่ถ้าหากการจัดเก็บมีอัตราที่แพงตามที่เป็นกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านีี้ ที่จะเก็บถึงตารางเมตรละ50บาทนั้น ถือว่าสูงมากเกินไป เพราะการเลี้ยงปลาไม่ได้มีกำไรสูงมากมายที่จะต้องมาแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นขนาดนั้น เพราะการเลี้ยงปลามีความเสี่ยงทั้งราคาและโรคสัตว์น้ำที่จะทำให้ขาดทุนได้ทุกเมื่อ โดยอัตราที่เกษตรกรหลายรายพูดคุยปรึกษากันนั้น ตารางเมตรละ5บาทเป็นอัตราที่เหมาะสมที่สุด เพราะกระชัง1ใบจะมีพื้นที่25ตารางเมตรก็จะจ่ายค่าธรรมเนียมปีละ125ต่อปีต่อใบ ซึ่งเป็นอัตราที่เกษตรกรยอมรับได้

นายกฯ พอใจราคาผลไม้สูงขึ้นเกษตรกรชาวสวนมีความสุข ฝากชาวบ้านไปบอกคนที่ไม่มีความสุขด้วย พร้อมระบุชอบรับประทานทุเรียนทุกสายพันธุ์ และผลไม้ไทยทุกชนิด

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานมหานครผลไม้ 2017 FRUITPITAL FAIR และงานเปิดสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปลงพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้าสินค้าเกษตร ที่สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ และเยี่ยมชมงานมหานครผลไม้ในวันพรุ่งนี้ (7 มิ.ย.) โดยงานมหานครผลไม้ 2017 FRUITPITAL FAIR จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 มิถุนายน ซึ่งในงานได้นำผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัด ราชา และราชินีผลไม้อย่าง ทุเรียน และมังคุด และผลไม้อื่นๆ มาจัดแสดง

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชิมทุเรียนพันธุ์กลิ่นสมุทร ที่เป็นทุเรียนพื้นเมือง ที่มีรสชาติหอมหวานกลิ่นน้ำนม โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุเรียนนี้กินทุกวันโดยเฉพาะพันธุ์ก้านยาว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ชอบทานทุเรียนพันธุ์ไหนมากที่สุด นายกฯ กล่าวว่า ชอบทุกสายพันธุ์ที่เป็นผลไม้ไทย พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับชาวสวนจังหวัดจันทบุรี ว่าปีนี้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น อีก 2 ปีน้ำจะดีกว่านี้ และทำให้เกษตรกรมีความสุข ด้านชาวสวนได้บอก กับนายกรัฐมนตรีว่า คนจันทบุรีมีความสุข และวันพรุ่งนี้จะได้เจอกับนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ฝากบอกว่า มีความสุขดีแล้วขอให้ไปบอกคนที่ไม่มีความสุขด้วย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้นำพูทุเรียนมาถ่ายรูปประกอบโดยกล่าวว่า การจะให้นายกรัฐมนตรี ทำอะไรก็ต้องนึกถึงหน้านายกรัฐมนตรีบ้าง ไม่ใช่ตลกเกินไปไม่ดี

สำหรับการประชุม ครม.วันนี้มีวาระการประชุมที่น่าสนใจ ดังนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา การจัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2559 ระยะที่ 1 จำนวน 14 โครงการ รวม 4,388 หน่วย วงเงินลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท โดยจะนำฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ของกระทรวงการคลังในปัจจุบันมาพิจารณาประกอบการดำเนินการ ขณะเดียวกัน จะเสนอร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ พ.ศ. 2560 – 2564 และ จัดตั้งศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการปฎิบัติการกรณีเร่งด่วน ที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอแผนแม่บทการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. 2560 –2579 ประกอบด้วย “แผนการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม” และ “การจัดรูปที่ดิน” วงเงินประมาณ 220,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เมื่อคืนที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 699 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไปที่ 714 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำรับสถานการณ์ฝนตกชุกและน้ำป่าไหลหลากทางภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน ที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำก้อนใหม่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งล่าสุดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น 8 เซนติเมตร โดยวัดได้ 16.78 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนทางด้านท้ายเขื่อนระดับน้ำสูงขึ้นเช่นกันโดยวัดได้ 10.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง