ท่องเที่ยว 4.0 ขึ้นภูดูทะเลหมอกเราเดินๆ ยืนๆ รอเวลาพระอาทิตย์

แย้มหน้าออกมาทักทาย กระทั่ง 7 โมงเศษ ก็จำต้องล่าถอย เพราะบริเวณโดยรอบยังคงอ้อยยิ่งไปด้วยไอหมอกหนา เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนปรอย ทำให้เช้านี้พระอาทิตย์ยังคงหลบหน้าอยู่หลังก้อนเมฆ ไม่เป็นไร คราวหน้ายังมี

ทั้งหมดพากันเดินลง นั่งรถย้อนกลับไปเบื้องล่าง ผ่านทางแยกซึ่งจุดนี้สามารถเดินเท้าไป “ภูชี้ดาว” แฝดผู้พี่ที่ขึ้นทำเนียบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการชมทะเลหมอกไปเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่า ในยามนี้ อากาศอย่างนี้ แม้จะบุกขึ้นไปสิ่งที่เห็นก็คงไม่ต่างจากบนภูชี้เดือน

ทว่า ระหว่างทางกลับฐานทัพที่ภูชี้ฟ้า ทะเลหมอกเป็นเวิ้งกว้างริมผาข้างทางก็ปะทะสายตาเข้าอย่างจัง ที่นี่เป็นจุดชมวิวอีกแห่ง ที่ปลอบใจนักท่องเที่ยวที่พลาดหวังจากภูชี้เดือนได้เป็นอย่างดี

ชาวบ้านยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จับหนูนามาเพาะเลี้ยง เริ่มต้น 200 ตัว เพียง 2 เดือนขายได้เงินแล้วกว่า 4 หมื่นบาท เผยหนูนาเป็นอาหารพื้นบ้านหน้าแล้งนับวันจะหายาก จึงหาจับมาเพาะเลี้ยงจำหน่าย ปีใหม่มียอดสั่งซื้อจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายชาญชัย ภูทองกลม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 5 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านจะพากันหาจับหนูนาตามหัวไร่ปลายนามาประกอบอาหาร นิยมนำมาย่าง ผัดเผ็ด อ่อม ซึ่งรสชาติของเนื้อหนูนาในหน้าแล้งจะนุ่ม มันดี ให้ไขมันและโปรตีนสูง โดยจะออกหาจับด้วยวิธีการต่างๆ เช่น กับดัก แร้ว ใช้พลุหรือหน้าไม้ยิง หาขุดตามรู ตามความถนัด

นายชาญชัย กล่าวอีกว่า เนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป นับวันหนูนาจะหาจับยากมากขึ้น ตามหมู่บ้านทั่วไปจึงมีธุรกิจซื้อขายหนูนาเกิดขึ้น ราคาตั้งแต่ตัวละ 80-200 บาท ตามขนาด ซึ่งตนเองก็เคยจับหนูนามารับประทานและแบ่งขายให้เพื่อนบ้าน พอมีรายได้เสริมเข้าครัวเรือนในฤดูแล้งเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เมื่อเห็นว่ากระแสความนิยมบริโภคหนูนาสูงและราคาดี จึงเกิดไอเดียเลี้ยงหนูนาขาย เริ่มต้นโดยนำอิฐบล็อคและสังกะสีมาทำเป็นโรงเรือนหรือคอกเพาะเลี้ยงหนูนา 4 คอก บนที่นาท้ายหมู่บ้าน แบ่งเป็นคอกเพาะพันธุ์ 1 คอก อีก 3 คอกสำหรับเพาะเลี้ยงหนูนารุ่น มุงหลังคา กางตาข่าย เพื่อป้องกันแสงแดด เหยี่ยว แมว งู สุนัข มารบกวน ปูพื้นด้วยซีเมนต์ป้องกันการขุดรูหนี ก่อนนำดินลงกลบ ปล่อยตัวผู้ตัวเมียอยู่ด้วยกันเพื่อขยายพันธุ์ ซึ่งหนูนาที่นำมาเพาะพันธุ์และเลี้ยงได้จากไปหาจับเองบ้าง และรับซื้อจากคนอื่นบ้าง เพื่อนำมาขุนหรือเลี้ยงให้มีขนาดใหญ่ ใช้ปล้องไม้ไผ่ ท่อพีวีซี ฟาง ให้เป็นที่อาศัยของหนูนา ขณะที่อาหารก็หาง่ายใกล้ตัว โดยปลูกผักคะน้า ผักกาด ผักบุ้ง ข้าวโพด กุ้ง หอย ปู ปลา หัวมันสำปะหลัง ข้าวเปลือก เป็นอาหาร เมื่ออาหารบริบูรณ์ก็โตง่าย เนื้อมาก ให้รสชาติมันดี

“เพียงเริ่มต้นไม่กี่พันบาท ก็ได้ฟาร์มเลี้ยงหนูนาขนาด 4 คอก เดือนแรกมีหนูนาประมาณ 50 ตัว และเพิ่มจำนวนเป็น 200 ตัว เพื่อนบ้านที่รู้จักก็มาซื้อและบอกต่อกันไปปากต่อปาก โทรสั่งจากต่างจังหวัด และไกลถึงกรุงเทพฯก็มี โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 200 บาท สำหรับรายได้เฉพาะช่วง 2 เดือนที่ทำฟาร์มเลี้ยงหนูนามามีรายได้ประมาณ 4 หมื่นบาท ขณะที่ออเดอร์ช่วงปีใหม่มีเข้ามาจำนวนมากราวๆ เกือบ 100 ตัวได้ แต่หนูนาในฟาร์มมีจำนวนจำกัด ส่วนหนึ่งก็จะเอาไว้ให้ลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่นได้กลับมาบ้านช่วงปีใหม่ แต่ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นหนูนาเป็นที่นิยมบริโภคมากขายทุกวัน ตอนนี้ต้องออกไปหาหนูนาธรรมชาติมาเสริมไว้ เพื่อรองรับลูกค้าอีกทางหนึ่ง และพร้อมที่จะขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นแต่จะเน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ” นายชาญชัย กล่าว

นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำฟาร์มเลี้ยงหนูนา จึงเป็นอาชีพใหม่ ที่ตนจะพัฒนาและเลี้ยงต่อไป โดยจัดระบบความสะอาดและความปลอดภัยในโรงเรือนให้ดีกว่านี้ ที่สำคัญต้นทุนต่ำ รายได้ดี ในส่วนของผู้บริโภคเองก็มั่นใจในความปลอดภัย เพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติ

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยอำเภออาจสามารถ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลขี้เหล็ก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกันรณรงค์งดเผาฟางและไถกลบตอซังข้าว ที่แปลงสาธิต โรงเรียนบ้านจิก อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด
เมื่อเร็วๆนี้ ที่แปลงสาธิต โรงเรียนบ้านจิก อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดงานโครงการไถกลบตอซังข้าว และและอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าวทดแทน มีชาวอำเภออาจสามารถ ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
นายเริงวิทย์ ถนอมแสง นายอำเภออาจสามารถ กล่าวว่า เกษตรกรอำเภออาจสามารถ ส่วนมากทำนาปลูกข้าวโดยหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะมีสภาพปัญหาในการเผาตอซังในพื้นที่ ทุกๆปี เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกสำหรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งการเผาตอซังเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพของดินเสื่อมโทรม และยังส่งผลให้เกิดมลภาวะมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ด้วย

ด้านนางสาวสุภาพ สวัสดิ์พาณิชย์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลขี้เหล็ก ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขี้เหล็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำโครงการไถกลบตอซังข้าว และอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าวประจำปี 2559 เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซังข้าว เป็นการสาธิตวิธีไถกลบตอซังข้าวที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองเพื่อลดการเกิดภาวะโลกร้อนและเกิดมลพิษทางอากาศ

กิจกรรมในครั้งนี้ สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มอบ เมล็ดพันธุ์ปุ๋ยพืชสด น้ำหมักชีวภาพ สารเร่ง พด. และศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดจังหวัดร้อยเอ็ด มอบพันธุ์ปลาจำนวน 20 ถุง ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลขี้เหล็ก ไว้แจกจ่ายเกษตรกรในพื้นที่ที่ตำบลขี้เหล็กและตำบลใกล้เคียงต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่นพืชผักสวนครัวราคาถูก มีข้าวสาร สินค้าอุปโภคในครัวเรือน และการโชว์ ทีเด็ดไก่พื้นเมืองสวยงาม ตามแบบโบราณอีกด้วย

อิสเทิร์นไรซ์ ลุยขายออนไลน์ ผ่านมาร์เก็ตเพลซชื่อดัง “Alibaba-Lazada-Kaidee” ตั้งเป้าดันยอดขายโต 15%

นางสาวสุวิมล พงศ์พิทยานันต์ ประธานกรรมการ บริษัท อิสเทิร์นไรซ์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทได้ทดลองทำการตลาดผ่านช่องทางระบบโซเชียลมีเดีย 4 เว็บไซต์ คือ Lazada, Kaidee.com, Thaitrade และ Alibaba ประมาณ 4 เดือนแล้ว โดยจัดจำหน่ายสินค้าข้าวขนาด 1-5 กิโลกรัมประมาณ 89 รายการ ถือว่าผลตอบรับค่อนข้างดี มีลูกค้าเปิดรับชมประมาณ 8,000-9,000 ราย และเริ่มสั่งซื้อมา 2 ราย ปริมาณ 200 ตัน ซึ่งทางบริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะผลักดันยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 10-15%

“ขณะนี้รายได้จากออนไลน์จะคิดเป็นสัดส่วน 20% สัดส่วนรายได้หลักยังมาจากช่องทางการขายปกติ 80% แต่ตอนนี้เป็นยุคของผู้บริโภคที่นิยมซื้อขายทางออนไลน์มากขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสที่ขยายตลาด เราหวังว่าหลังจากนี้จะขยายตัวแบบก้าวกระโดดในอนาคตแต่ต้องปรับปรุงคุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ข้อมูลข่าวสาร และหน้าเว็บไซต์ออนไลน์ และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้น” ส่วนระบบโลจิสติกส์ส่งสินค้าแบบออนไลน์ไม่มีปัญหา เพราะทางผู้ให้บริการ เช่น Lazada จะมีรถมารับ ส่วน Alibaba ใช้ระบบการขนส่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งลูกค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์จะคุ้นเคยอยู่แล้วว่าหากสั่งปริมาณน้อยไม่คุ้ม

“การตั้งราคาขายในออนไลน์ช่วงต้นทุนวัตถุดิบขาลงราคาไม่ค่อยมีเสถียรภาพต้องปรับตัวรับคำสั่งซื้อช่วงสั้นเช่น สั่งสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าส่งสินค้าให้ เน้นขายสั้นขายเร็ว และไม่รับปริมาณยาว ๆ”

นางสาวสุวิมลกล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มียอดส่งออกเพิ่มขึ้น 12% ซึ่งในช่วงไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะมีมูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท เพราะราคาข้าวของไทยปรับตัวลดลงใกล้กับเวียดนาม ห่างกันประมาณ 10-20 เหรียญสหรัฐ แต่คุณภาพไทยดีกว่า จึงสามารถแข่งขันส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดแอฟริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท ส่วนแนวโน้มการส่งออกปีหน้าคาดว่าจะมีทิศทางที่ดี หากราคาตลาดเป็นไปตามกลไกที่แท้จริง ดีมานด์ซัพพลายเข้าสู่สมดุล

ส่วนรายได้จากการจำหน่ายข้าวถุงในประเทศ ภายใต้แบรนด์ลูกโลก มีสัดส่วนอยู่ 30% ในช่วง 9 เดือน ขยายตัว 5-6% โดยมีการปรับราคาข้าวถุงลดลง 15% เช่น ราคาข้าวขาว 5% บรรจุ 5 กิโลกรัม ถุงละ 72 บาท ข้าวถุงหอมมะลิ ถุงละ 130 บาท เป็นไปตามต้นทุนข้าวเปลือกที่ลดลง ไม่ได้รับผลกระทบจากการผลิตข้าวถุงของชาวนา

สำหรับแผนการลงทุนในปีหน้า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนธุรกิจด้านพลังงานในเวียดนาม หลังจากได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัทเทรดเดอร์ เวียดนาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ คาดว่าผลศึกษาจะได้ข้อสรุปในต้นปี 2560

นายภูวิศ อู่อรุณ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายขยายตัวประมาณ 100% มีผู้ประกอบการไทย 500-1,000 ราย ส่วนใหญ่ 60% เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค มีผู้ขายสินค้านี้ 180,000 ราย จากจำนวนผู้ขายทั้งหมด 5-6 ล้านราย และปัจจุบันยอดจำนวนฟรีสมาชิก 600,000 ราย

สำหรับแพ็กเกจจำหน่ายสินค้าอาลีบาบามี 3 แบบ คือ 1) เบสิกแพ็กเกจ ราคา 56,200 บาทต่อปี 2) สแตนดาร์ดแพ็กเกจ 120,000 บาทต่อปี 3) พรีเมี่ยมแพ็กเกจ ราคา 240,000 บาทต่อปี ซึ่งแต่ละแพ็กเกจมีการจัดวางอันดับสินค้าต่างกันไป เช่น พรีเมี่ยมจะถูกจัดอยู่ในหน้าต้น ๆ ของการค้นหา ส่วนจำนวนสินค้าที่วางจำหน่ายสามารถวางได้ไม่จำกัด เพียงแต่จะมีการโปรโมตสินค้าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กให้ต่างกันไป เช่น เบสิกจะโปรโมตให้ 5 รายการ สแตนดาร์ด 12 รายการ และพรีเมี่ยม 28 รายการ เป็นต้น พร้อมทั้งจะมีหน้าร้านออนไลน์ เพื่อให้นำสินค้าลงไปวางและบริการตกแต่งเว็บไซต์ นอกจากนี้ ผู้ซื้อจะได้รับเครื่องหมายรับรองเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอย่างปลอดภัย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวภายหลังตรวจติดตามสถานการณ์การค้าผัก และผลไม้ ที่ตลาดไท พบว่า ราคาผัก และผลไม้ส่วนใหญ่ในช่วงนี้ ทรงตัว ไม่ได้ปรับสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า เช่น ผักบุ้งจีน กวางตุ้ง และมะระ เป็นต้น แต่มีเพียงบางชนิดที่ปรับขึ้นบ้างตามฤดูกาล เช่น ต้นหอม และผักกาดหอม เป็นต้น ส่วนผลไม้ ที่จะมีความต้องการมากขึ้น จากการนำไปจัดเป็นกระเช้าปีใหม่นั้น ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นแบบผิดปกติ แต่อยากให้ประชาชน เลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เพราะจะได้ราคาถูกตามปริมาณผลผลิตที่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้เริ่มมีผลไม้เมืองหนาวออกสู่ตลาดแล้ว

จากกลไกการตลาดที่ประสบความสำเร็จของตลาดไท ถือเป็นช่องการช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตที่ดี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ จะใช้ตลาดไท เป็นต้นแบบในการส่งเสริมให้เกิดตลาดกลางสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีตลาดกลางขนาดใหญ่อยู่ 18 แห่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยพัฒนาทั้งในด้านคุณภาพ และลดต้นทุนให้กับเกษตรกร และมีระบบขนส่งที่ดี ซึ่งหากมีกระจายครอบคลุมทั่วประเทศจะสามารถลดต้นทุนให้เกษตรกรได้ อีกทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดตั้งตลาดกลางข้าวสาร ที่จะเป็นช่องทางการดูแลราคาข้าวให้กับเกษตกร และให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น

พร้อมกันนี้รมช.พาณิชย์ ยังได้นำเจ้าหน้าที่ ออกตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ของบริษัท บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด สาขารังสิต-ธรรมศาสตร์ ถนนพหลโยธิน (ขาเข้า) จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบมาตรวัด หัวจ่ายน้ำมัน ดูแลให้ประชาชนได้ปริมาณตามจริง โดยระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จากสำนักชั่งตวงวัด ออกตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน รวมไปถึงสถานีบริการก๊าซ LPG และ NGV ทั่วประเทศ ที่มีอยู่กว่า 20,000 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา และจะทยอยตรวจต่อเนื่องหลังเทศกาลปีใหม่ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนที่เดินทางกลับภูมิเลาเนาและเดินทางท่องเที่ยว

ในปีหน้า จะผลักดันให้สถานีบริการน้ำมัน รวมไปถึงสถานีบริการก๊าซ LPG และ NGV ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการสถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร จากปัจจุบันเข้าร่วมแล้ว 1,600 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เนื่องจากผู้ให้บริการ จะให้ความร่วมมือตรวจสอบหัวจ่าย และรายงานกลับมายังกรมการค้าภายใน ทุก 1 เดือน รวมทั้งกำชับให้สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ให้สต๊อกปริมาณน้ำมันให้มีเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลด้วย

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยภายหลังติดตาม พล.อ. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช. ศธ.) ไปประเทศอิสราเอล เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาสาขาเกษตร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 110 คน ว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยเด็กในโครงการนี้จะเรียนและฝึกปฏิบัติงานในฟาร์มของประเทศอิสราเอล เป็นระยะเวลาประมาณ 10-11 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลานี้เด็กจะได้รับการพัฒนาทักษะเกษตรชั้นสูง พัฒนาตัวเองในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการผลผลิตภายใต้โรงเรือน มีระเบียบวินัย และได้พื้นฐานการสื่อภาษาอังกฤษ เมื่อกลับมาเรียนอีก 1 ภาคเรียน และจบการศึกษาแล้ว จะได้รับวุฒิ ปวส. และใบประกาศนียบัตรดที่ได้รับการรับรองจากอิสราเอล ซึ่งจากการติดตามเด็กในโครงการนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่า กว่าร้อยละ 50 สามารถประกอบอาชีพ รวมทั้งเป็นเจ้าของฟาร์มเองได้

เบื้องต้น พล.อ. สุรเชษฐ์ มีข้อสังเกต 4 เรื่อง 1. อยากให้ สอศ. พัฒนาภาษาอังกฤษให้เด็กมากยิ่งขึ้น เพราะแม้เด็กกลุ่มนี้จะผ่านการวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษจากการสอบ TOEIC (Test of English for International Communication) แล้ว แต่เมื่อเดินทางไปอิสราเอลแล้ว กลับต้องใช้เวลาถึง 3 สัปดาห์ ในการปรับตัว 2. อยากให้เด็กกลุ่มนี้ได้กลับมาถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ หรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเกษตรกร 3. การจัดการศึกษาสาขาเกษตร จำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้ผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อส่งบุตรหลานมาเรียนเกษตรแล้ว ในอนาคตเด็กจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และ 4. อยากให้ วษท. ที่มีความพร้อมนำร่องโครงการพิเศษเพื่อสร้างเด็กเกษตรให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง เพื่อออกไปเป็นแกนหลักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งข้อสังเกตทั้งหมดนี้ สอศ. จะรับมาดำเนินการต่อไป

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 10 -12 องศาเซลเซียส ล่าสุดเช้านี้มีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 10 องศาเซลเซียส ถือว่าหนาวสุดในช่วงท้ายปี ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาภัยหนาว ยังพบว่า ในช่วงเช้าตามเส้นทางต่างๆ มีหมอกปกคลุมหนา โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับเทือกเขาภูพาน เขตติดต่อ จ.สกลนคร ในช่วงเช้าตามเส้นทางสายหลักพบว่ามีหมอกปกคลุมหนา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประกาศเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ระมัดระวังในการสัญจรไปมา ในช่วงเช้า เนื่องจากหมอกปกคลุมส่งผลกระทบต่อระยะการมองเห็น ควรงดใช้ความเร็ว โดยเฉพาะในช่วงนี้เข้าช่วงเทศกาลปีใหม่ มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกัน อากาศหนาวยังส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัยหนาว ยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ทำนาปรังในช่วงหน้าแล้ง เริ่มประสบปัญหานาปรังโตช้า จากปัญหาสภาพอากาศหนาวเย็น เนื่องจากจะทำให้ต้นกล้าโตช้า ส่งผลต่อการยืดระยะเวลาเก็บเกี่ยวออกไป ทำให้เพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดูแล รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง

‘พาณิชย์’ พอใจผลงานปีนี้โดยเฉพาะมาตรการดูแลราคาข้าวและส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน ตั้งเป้าปีหน้าส่งออกเกิน 10 ล้านตัน พร้อมสั่งทุกหน่วยดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ดูแลค่าครองชีพประชาชน

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผลงานที่น่าพึงพอใจของกระทรวงพาณิชย์ ในปี 2559 ที่ผ่านมา คือการดูแลราคาข้าวให้ปรับตัวดีขึ้น เพราะมาตรการต่างๆ ที่ออกมาทั่วถึงทำให้ชาวนามีรายได้ที่เหมาะสม และราคาข้าวมีเสถียรภาพมากขึ้น

รวมทั้งยังช่วยให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้และทำให้สามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาได้ ทำให้ปีนี้สามารถส่งออกข้าวได้มากกว่า 9.5 ล้านตัน และคาดว่าปีหน้าจะส่งออกได้เพิ่มเป็นเกือบ 10 ล้านตัน

“เช่นเดียวกับการส่งออกในปีนี้เป็นผลงานที่น่าพอใจ เพราะช่วงต้นปี 2559 การส่งออกของไทยติดลบอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงปลายปีเมื่อสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงมาตรการในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออก ทำให้ในช่วงปลายปีการส่งออกเริ่มกลับมาเป็นบวกมากขึ้น และคาดว่าทั้งปีน่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อย” นางอภิรดี กล่าว

รัฐนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวอีกว่า kodiakcamera.com ส่วนในปีหน้าคาดว่าการส่งออกของไทยน่าจะขยายตัวได้ 3-3.5% เพราะเน้นการเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มประเทศ CLMV จีน อินเดีย รวมทั้งเน้นส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนผลงานที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย คืองานที่คั่งค้างต่างๆ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะเร่งดำเนินการ และในปี 2560 กระทรวงพาณิชย์เองก็จะเน้นการดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ไปกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้พัฒนา

ขณะที่การกำกับดูแลราคาสินค้าในปี 2560 นั้น กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเป็นประจำ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้บริโภคให้เป็นผู้ที่ฉลาดซื้อประหยัดใช้

“ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงอาจจะมีผลต่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากบ้าง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเสื้อผ้า แต่ผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร มีเพียง 0.01 ถึง 0.10% เท่านั้น พร้อมทั้งเตรียมมาตรการต่างๆ รองรับผลผลิตสินค้าเกษตร เพื่อดูแลราคาให้มีเสถียรภาพ และมีมูลค่าสูงขึ้น” นางอภิรดี กล่าว

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิง และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับต้นๆ ดร.สุทธิดา ชูเกียรติศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิจัยจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จึงได้ร่วมมือกันใช้แสงซินโครตรอน ในเทคนิคกล้องจุลทรรศน์อินฟราเรด ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางชีวโมเลกุลในเซลล์มะเร็งเต้านมชนิด MCF7 (Human Breast Adenocarcinoma cell line) ที่ถูกยับยั้งการเจริญเติบโตด้วยโปรตีนสกัดจากดักแด้ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านนางลาย (Mulberry silkworm, Bombyx mori) และดักแด้ไหมอีรี่ (Non-mulberry silkworm; Eri silkworm, Samia ricini)

ซึ่งพบว่าโปรตีนสกัดดังกล่าวมีผลทำให้เซลล์มะเร็งเต้านมตาย อย่างไรก็ดี งานวิจัยนี้ยังอยู่ระหว่างการทดสอบในห้องปฏิบัติการซึ่งการค้นพบดังกล่าวจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญ ที่จะนำไปสู่การวิจัยในขั้นตอนต่อไปในการหาความเป็นไปได้จากการนำโปรตีนสกัดจากดักแด้ไหมทั้ง 2 สายพันธุ์มาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในอนาคต หากหน่วยงานใดสนใจร่วมพัฒนาต่อยอดงานวิจัยนี้ สามารถติดต่อสอบถามนักวิจัยได้โดยตรง

ดร.อาณดา นิรันตรายกุล รองผู้อำนวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เผยว่า “นับตั้งแต่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์กันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นั้นมีนักท่องเที่ยวเข้าชมงานกว่า 5,000 คนต่อวัน ซึ่งในตอนนี้ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้ปรับเปลี่ยนและเพิ่มไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณ รวมทั้งเตรียมพร้อมเรื่องการให้บริการตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนที่จะเข้ามาชมงานในช่วงสิ้นปีนี้ โดยจะเปิดให้บริการชมสวนตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่ม”

ดร.อาณดา นิรันตรายกุล กล่าวต่อว่า “ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ เดินตาม งานของพ่อ ชมนิทรรศการ “7 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา” ณ หอคำหลวง นิทรรศการ ดิน น้ำ ป่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมชมไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากมูลนิธิโครงการหลวง และโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบานสะพรั่งเต็มสวน ตระการตากับกล้วยไม้ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ผสมนับหมื่นต้น ยลโฉมไม้ดอกเมืองหนาวโดดเด่นจากดอยสูงในเรือนไม้ดอกควบคุมอุณหภูมิ สัมผัสดินแดนในฝันกับทิวลิปและลิลลี่บานสะพรั่งเต็มสวนเนเธอร์แลนด์ ชมสวนแห่งสีสันกับการผสมผสานของดอกไม้หลากสีที่สวนพรมบุปผา ลิ้มลองเมนูพิเศษจากร้านครัวโครงการหลวง เมนูดี อร่อย ใส่ใจสุขภาพ ณ สวนมูลนิธิโครงการหลวง ชิมช้อปกับผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานตามสวนต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงวันขึ้นปีใหม่ และชมแสง สี ยามค่ำคืนของหอคำหลวง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 28 กุมภาพันธ์ 2560 ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศจากสายการบินไทยสมายล์ ฟรี! จำนวน 40 รางวัล โดยจะประกาศผลผู้โชคดีในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2560”