นอกจากนี้ อินโดนีเซีย ออกประกาศมาตรการห้ามนำเข้าลำไย

ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 ส่งผลกระทบในการส่งออกลำไยสดไทยในตลาดนี้ด้วย ด้าน ลิ้นจี่ ช่วงนี้พื้นที่ปลูกประสบความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ส่งผลให้ผลลิ้นจี่แตกคุณภาพลดลง และขายได้ราคาทีลดลง

“เพื่อลดผลกระทบ กระทรวงเกษตรฯ ได้เตือนภัยล่วงหน้า สินค้าลำไยในช่วงเวลาดังกล่าว และประเมินปริมาณผลผลิตเป็นรายเดือนและรายจังหวัด คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รวมทั้งให้เกษตรจังหวัดประเมินปริมาณและมูลค่าความเสียหายของลิ้นจี่ ที่เกิดจากพายุฤดูร้อน และแจ้งประสานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษษตรกรต่อไป”

ส่วนกุ้ง ชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา-นครศรีธรรมราช เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูง โดยยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือ 3 ข้อ 1. จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยให้ภาครัฐชดเชยดอกเบี้ย 2. จัดทำโครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้ง โดยใช้เงินจากกองทุนคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) กระทรวงพาณิชย์ โดยชดเชยส่วนต่างราคา 10-20 บาท ต่อกิโลกรัม (ก.ก.) ไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน อย่างน้อย 3 เดือน 3. ให้ลดต้นทุนการผลิตโดยปรับลดราคาปัจจัยการผลิต เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าอาหารกุ้ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นยกฤษฎาพิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายจะรับจำนำสินค้าเกษตร และสั่งการให้กรมประมงดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนเพื่อรับซื้อกุ้งในราคานำตลาด จำนวน 10,000 ตัน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว

ชั่วโมงนี้ ผลไม้ไทยที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากสุด คงหนีไม่พ้น “ทุเรียน” และยิ่ง “อาลีบาบา” เข้ามาช่วงชิงการค้าขาย “ทุเรียน” บนเว็บ “ที-มอลล์” ด้วย ดันราคาแพงหูฉี่กันไป

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งนำทัพโดย นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมผู้บริหาร ธ.ก.ส. และคณะสื่อมวลชน เดินทางเยี่ยมชมกิจการและสวนผลไม้ของลูกค้า ธ.ก.ส. 2-3 ราย ซึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกค้าดังกล่าว

ลูกค้ารายแรกที่แวะล้งของ กำนันธงไชย คุณนาม ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ซึ่งลูกค้า ธ.ก.ส. มาตั้งแต่ ปี 2540 ที่ให้เงินกู้มา 1 แสนบาท ปลูกผลไม้บนที่ดินแปลงหนึ่ง มีกล้วย เงาะ ทุเรียน ขณะเดียวกันก็รับจ้างทำทุกอย่าง ตัดทุเรียนก็ทำ ค้าขายก็ทำ จนปัจจุบัน มีที่ดินกว่า 100 ไร่แล้ว และตัดสินใจเข้ามาทำกิจการ “ล้งผลไม้” เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาเอง เพราะลูกชายเรียนรู้และได้ประสบการณ์จากที่เคยรับจ้างทำงานกับคนจีนที่ทำล้งผลไม้มาก่อน จึงเข้าซื้อกิจการล้งมาทำเอง โดยทุเรียนที่ต้องส่งออก ปลูกเองไม่พอ จะต้องซื้อจากสวนต่าง ๆ ด้วย ซึ่งกำนันธงไชยก็มีความเป็นห่วงว่าคนจีนรุกไล่เข้ามาหนักขึ้น ถึงขนาดไปซื้อจากสวนเองและตัดเองหมด จะทำให้เกิดปัญหาควบคุมราคาขึ้นมาเองด้วย ขณะที่ทุเรียนเป็นของคนไทย ในฐานะผู้ผลิต จึงอยากให้รัฐเข้ามาดูแลหรือออกระเบียบในการส่งออกบ้าง

ลูกค้าอีกรายของ ธ.ก.ส. เป็น เอสเอ็มอี รุ่นใหม่ คือ นายรัตนโชติ ตันติรัตนไพศาล โรงงานแปรรูปทุเรียน Freeze Dry ทายาทเกษตรกรที่มีคุณแม่เป็นเจ้าของสวนผลไม้ โดยเฉพาะปลูกทุเรียนมากถึงราว 10,000 ตัน ซึ่งจบมาจากเอแบค ก็ได้เข้ามาช่วยกิจการครอบครัวและเห็นโอกาสในการผลิตสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มจากสวนทุเรียน โดยผลิตเป็นข้าวเหนียวทุเรียนอบแห้ง ข้าวเหนียวมะม่วงอบแห้ง เนื้อทุเรียนหมอนทองอบแห้ง ซึ่งจะผ่านกระบวนการรีดน้ำออก และทำเป็นชิ้นพอดีคำ กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาทันที และได้รับการตอบรับดีจากลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนที่ซื้อกลับไปประเทศเพื่อไว้รับประทานได้ทั้งปี ขณะนี้เตรียมขยายตู้แช่เก็บเนื้อทุเรียนสดในสต๊อกเพื่อรองรับการผลิตแปรรูปได้ทั้งปี โดยได้กู้กับทาง ธ.ก.ส. ถึง 20 ล้านบาท

มาที่สวนผลไม้ “สาวสุดใจ” ของ นาวาตรีสุดใจ สุดประเสริฐ ที่พลิกโฉมสวนผลไม้ธรรมดาให้เป็นธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจร มีทั้งสวนผลไม้บุฟเฟ่ต์พร้อมที่พักโฮมสเตย์ 5 หลัง รองรับนักท่องเที่ยวได้ราว 60 คน ส่วนผลไม้บุฟเฟ่ต์ที่ฮอตของสวนนี้ ก็หนีไม่พ้น “ทุเรียนหมอนทอง” และผลไม้มังคุด เงาะ สะละ กล้วย เป็นต้น ซึ่งทุเรียนหมอนทองนอกจากจะปลูกเองแล้วก็มีรับซื้อจากสวนต่างๆ มาให้บริการอย่างเพียงพอ โดยเน้นคัดทุเรียนที่สุกราว 90% ซึ่งจะต่างจากล้งที่รับทุเรียนที่สุกราว 70% ที่เผื่อเวลาสำหรับส่งออกไปยังจีน

ลูกค้าที่แวะเวียนมาหนาแน่น เพราะต้องการรับประทานทุเรียนพูใหญ่อย่างจุใจ ซึ่งรอบนี้ก็มีทุเรียนนกกระจิบ ทุเรียนพวงมณี ให้ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยที่ต่างจากหมอนทองด้วย และยังสามารถเดินชมสวนผลไม้ด้านใน และจะมีเจ้าของสวนเดินบรรยาย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายราว 50-100 บาท ซึ่งคุณอภิรมย์ได้นำทีมเดินชมสวน ขณะที่ลุงสุดใจเป็นผู้บรรยายและสาธิตการเก็บทุเรียน ซึ่งคุณอภิรมย์ก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงการเก็บทุเรียนด้วย

ช่วง 2 วัน หยุดสุดสัปดาห์ มีความสุขสุดๆ ได้ฟินกับวังวนการกินทุเรียนอย่างปรีดิ์เปรมจริงๆ นายโลร็องต์ โปซ กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย เปิดเผยว่า ช่วงฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีคึกคักมาก ประเมินมีเงินสะพัด 60,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มทีวี เตรียมจัดโปรโมชั่น ใช้งบ 10 ล้านบาท ร่วมกั่บซูเปอร์สปอร์ตและท็อปส์แคมเปญ “เวิลด์ ช็อคเกอร์ 18” ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม นี้ ซื้อสมาร์ตทีวีตั้งแต่ 32-75 นิ้ว ลดราคาพิเศษ เริ่มต้น 8,990 บาทขึ้นไป ลดพิเศษสูงสุด 20% ผ่อน 0% นาน 10-24 เดือน

นางสาวสิราภรณ์ วัฒนา ผู้ช่วยกก.ผจก.ใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต กล่าวว่า ซูเปอร์สปอร์ตจัดโปรโมชั่นสินค้าอุปกรณ์กีฬาหลายแบรนด์ รับคูปองส่วนลดกว่า 4,000 บาท ยังมีเสื้อทีเชิ้ต คอลเล็กชั่นฟุตบอลโลกจากอัมโบร คาดจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 15%

นางสาวภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกก.ผจก.ใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กล่าวว่า ท็อปส์เตรียมสินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยว อาหารพร้อมรับประทาน มาลดราคา 50% วันนี้ ถึง 12 มิถุนายน รับฟรีกระเป๋าเป้โค้กลิขสิทธิ์ฟีฟ่า 1 ใบ คาดจะมีเพิ่มยอดขาย 10-15% ช่วงฟุตบอลโลก

พิษณุโลก – นายปรีชา เอมอิ่ม ประธานชมรม ผู้ประกอบการห้องพักจ.พิษณุโลก พร้อมกลุ่มผู้ประกอบการห้องพักในจังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 20 คน รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อนายบำรุง รื่นบันเทิง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ระบุว่าได้รับความเดือดร้อนจาก การบังคับใช้กฎหมายหอพัก ห้องเช่า อพาร์ตเมนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพราะกฎหมายกำหนดให้เก็บค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าให้เท่าราคาของรัฐ ค่าประกันไม่เกิน 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อกิจการ

ด้าน นางพรมนัส เพชรนาโคโกลีย์ รองประธานชมรม ผู้ประกอบการห้องพักจังหวัดพิษณุโลก เผยว่า ผู้ประกอบการห้องพักเดือดร้อนอย่างมากกับกฎหมายใหม่ที่ออกมาควบคุมการเช่าห้องพัก อพาร์ตเมนต์ เป็นกฎหมายที่ ไม่เข้าใจข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจ เนื่องจากไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ออกกฎหมายโดยมี อคติ มีความเข้าใจว่าเป็นธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบและผูกขาดทั้งที่เป็นธุรกิจที่แข่งขันสูงมาก ผู้ประกอบการ ไม่สามารถตั้งราคาเช่าและค่าประกันได้ตามใจชอบ ผู้เช่าเป็นผู้ตัดสินใจเข้าอยู่เอง และต้องมีบริการที่ดีเพื่อให้บริการลูกค้า

มีเหตุผลหลายประการที่ผู้ประกอบการห้องพัก ไม่สามารถปฏิบัติได้ อาทิ ให้เก็บค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าในอัตราต่ำ ขณะที่ผู้ประกอบการมีภาระต้องดูแลส่วนกลาง การลงทุนปั๊มน้ำ ระบบกรองน้ำ การซ่อมบำรุง มีกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ การผิดสัญญาเช่าเป็นข้อพิพาททางแพ่งที่มีจำนวนเงินไม่มาก แค่หลักพัน หลักหมื่น แต่กฎหมายใหม่ออกมากำหนดโทษ 1 แสนบาท จำคุก 1 ปี ในการป้องกันความเสี่ยง กำหนดห้ามคิดค่าประกันเกิน 1 เดือน ขณะที่ผู้ประกอบการหอพักประสบปัญหา ผู้เช่า ทิ้งห้องหนีค่าเช่า ผู้เช่าทำอุปกรณ์ในห้องเสียหาย และมีการนำภาพขยะกองเต็มจนล้นห้อง เหมือนกับไม่ใช่ห้องนอนมาโชว์ หรืออุปกรณ์พังชำรุดเสียหายให้ดู

เลย – นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯ เลย เผยว่าลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมผลิตสินค้าภาคการเกษตร ด้านพืช ปศุสัตว์ประมง ที่มีคุณภาพปลอดภัยด้านอาหาร สู่ผู้บริโภคในสถานพยาบาล โรงพยาบาลในเขตพื้นที่จังหวัดเลย เน้นการผลิตสินค้าการเกษตรที่ปลอดภัยด้านอาหาร เป็นการเสริมสร้างพลานามัยในกลุ่มผู้ป่วยทั้งนอกและในสถานพยาบาลให้มีความปลอดภัย ซึ่งเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตสินค้าภาคเกษตร สามารถ ส่งสินค้าการเกษตรให้สถานพยาบาลทั้ง 14 อำเภอ และอยู่ในจังหวัด

ด้าน นางสาวละออ ชัยลิตร นักโภชนาการ โรงพยาบาลเลย กล่าวว่าโรงพยาบาลเลยเป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดของจังหวัดเลย ขนาด 410 เตียง มีความจำเป็นที่ต้องใช้ผักและผลไม้ เพื่อทำอาหารให้คนไข้ที่รักษาในโรงพยาบาลเลยกว่า 450 คน ในแต่ละวันช่วงเดือนเมษายน 2560 – มีนาคม 2561 ผลไม้ จำนวน 21 รายการ และผักจำนวน 57 ชนิด รวมทั้งสิ้น 2,758,269 บาท ซึ่งมีเกษตรกรที่เข้าร่วมกว่า 134 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

นางราตรี ทองเต็ม อายุ 57 ปี แม่ค้าขายอาหารลิง ล็อกที่ 3 เขาสามสุข เขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า บนเขาสามสุข มีลิง ประมาณ 8 ฝูง กระจายไปทั่วเขาสามมุข ในอดีตลิงจ่าฝูงตัวจะใหญ่มาก นิสัยดี ขี้เล่น แต่ลิงในปัจจุบันตัวเล็กมากและไม่รบกวนใคร ซุกซนบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งคนในพื้นที่จะรู้กันดี หากปลูกบ้านบริเวณเขาสามมุขจะมีลูกกรงกันลิงเข้าบ้าน หากมีอาหารกินเพียงพอลิงจะไม่รบกวน ซึ่งเขาสามมุขไม่ได้มีเฉพาะลิง ยังมีงูเหลือมและตะกวดช่วยควบคุมระบบนิเวศ หากลิงอ่อนแอจะถูกจับกินเป็นอาหาร

“นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ได้จัดระเบียบร้านค้าขายอาหารลิง ทำให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น สะอาด ลิงไม่เกเร สามารถเล่นได้ทุกตัว เว้นแต่ถูกแกล้ง กรณีมีนักท่องเที่ยวโพสต์เรื่องราวลงในโลก โซเชียลให้ตามลูกลิงที่มีเชือกพลาสติกรัดคอนั้น เทศบาลเมืองแสนสุขพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเข้าช่วยเหลือแล้ว ล่าสุดมีผู้พบเห็นบริเวณล็อก 13

นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ลิงก่อความเดือดร้อนรำคาญเนื่องจากมีจำนวนมากขึ้น และมาอยู่บนถนน เนื่องจากมีการขายอาหารให้ลิง ในอดีตมีการค้าขายโดยไม่มีการควบคุม จึงสั่งห้าม แต่ไม่ได้ผล มีการฝ่าฝืน จึงจัดระเบียบร้านค้าโดยใช้วิธีลงทะเบียน แต่ละปีให้จับสลากเปลี่ยนพื้นที่กันขายเพื่อความเป็นธรรม

“ได้ชี้แจงที่ประชุมจังหวัดไปว่า เทศบาลเมืองแสนสุข มีอำนาจหน้าที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากลิงเป็นสัตว์ป่า ในความดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเทศบาลทำหนังสือขอความช่วยเหลือไปแล้ว ได้รับหนังสือตอบกลับมาว่า ไม่มีงบประมาณ ลิงเขาสามมุขอยู่ในเขตเทศบาล ซึ่งเทศบาลมีแต่งบฯ ไม่มีอำนาจหน้าที่ กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไข เพราะหากประชากรลิงมีเป็นจำนวนมากจะไปรบกวนประชาชน อยากให้มองว่าลิงอยู่มาก่อนคน จะทำอย่างไรจึงจะเดินคนละครึ่งทาง ลิงอยู่ได้ คนก็อยู่ได้ ส่วนการจะให้ลิงกินยาคุมกำเนิดพร้อมกับอาหารลิงนั้น เทศบาลไม่มีอำนาจ หากให้ยาคุมกำเนิดลิงกินช่วงแรกอาจได้ผล แต่ลิงฉลาด หลอกได้ไม่กี่ครั้ง ต่อไปก็จะไม่กินอีก”

ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำโดย คุณฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปะชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ปรึกษาศึกษาความต้องการสินค้าเกษตร และจับคู่เจรจาธุรกิจ โครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตร ได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้นำเข้าผลไม้อินเดียจำนวน 12 บริษัท กับผู้ประกอบการของไทยในจังหวัดตราด จันทบุรีและภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง 20 บริษัท ที่โรงแรมบ้านปูรีสอร์ท อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

เจาะตลาดกรุงนิวเดลี เมืองมุมไบ เชนไน กัลกัตตา ตั้งเป้าตลาดโต 25% คุณฉัตรชัย กล่าวว่า ตลาดสาธารณรัฐอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจำนวนประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน เป็นอันดับ 2 ของโลก และปีงบประมาณ 61-62 เศรษฐกิจจะขยายตัว 7-7.5% อัตราสูงที่สุดของโลก ปริมาณการบริโภคของประชากรขยายตัวมากขึ้น ในปี 2560 มีปริมาณนำเข้ามูลค่า 15.07 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าผลไม้ประมาณ 195 ล้านบาท ซึ่งปี 2559 กรมการค้าภายในพาไปเผยแพร่ผลไม้ไทยเพื่อสร้างการรับรู้ เจรจาจับคู่ทางการค้า ตัวเลขมูลค่าการค้าปี 2560 เพิ่มขึ้น 60% โดยลำไยเป็นผลผลิตที่ส่งออกส่วนใหญ่

ดังนั้น คาดว่าในปี 2561 ผลผลิตที่ส่งจะเพิ่มขึ้น 25% เป็นผลไม้สด 81% และผลไม้อบแห้ง 19% มีมูลค่าสูงและสร้างรายได้ให้ทั้งสองประเทศจำนวนมาก จึงได้มีการจัดทำโครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตร เจรจาจับคู่ธุรกิจโดยตรงระหว่างนักธุรกิจไทย จำนวน 20 บริษัท และนักธุรกิจอินเดีย 12 บริษัท เพื่อรวบรวมข้อมูลการบริโภคและความต้องการผลไม้ไทย ชนิดของผลไม้ คุณภาพ ราคา รูปแบบการขนส่ง ช่วงเวลาการสั่งซื้อ

ทางด้าน รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวว่า การจัดสัมมนาจับคู่เจรจาธุรกิจผลไม้ไทยกับอินเดียที่จังหวัดตราด ได้เชิญผู้ประกอบการนำเข้ารายใหญ่ จากเมืองเศรษฐกิจหลัก 4 เมือง คือ กรุงนิวเดลี เมืองมุมไบ เชนไน กัลกัตตา มาพบผู้ประกอบการในจังหวัดตราดและจังหวัดอื่นๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง อินเดียมีความต้องการบริโภคผลไม้ 100 ล้านตัน/ปี แต่ผลิตได้เพียง 80 ล้านตัน/ปี จึงเป็นโอกาสของผลไม้ไทยทั้งสดและแปรรูปเพราะอินเดียผลิตผลไม้ได้ไม่เพียงพอ การผลิตยังมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนา เช่น วิธีการปลูก การบำรุงรักษา การเก็บเกี่ยว รวมทั้งการแปรรูป และเศรษฐกิจของอินเดียขยายตัว รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น

ผลไม้ไทยที่ได้รับความสนใจมี 5-6 ชนิด คือ ลำไย ชมพู่ มังคุด ฝรั่ง มะพร้าวน้ำหอม มะขามหวาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การส่งออกต้องศึกษาความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรี (FTA) 2 ฉบับ คือ ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (ITFTA) มีผลไม้สดภาษีเป็นศูนย์ 8 ชนิด คือ มังคุด มะม่วง องุ่น แอปเปิ้ล ทุเรียน เงาะ ลำไย และทับทิม และความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (AIFTA) ผลไม้สดภาษีเป็นศูนย์มีมากกว่า 20 ชนิด เช่น อินทผลัม ลูกพีช ลูกแพร น้อยหน่า และผลไม้ที่รวมอยู่ด้วย เช่น กล้วย สับปะรด ฝรั่ง ส้ม แตงโม มะละกอ มะนาว เชอร์รี่

ผลไม้ไทยยอดนิยม 3 ปี ขยายตัว 60% ลำไยฮ็อตสุด

คุณจิตตรา ปัญญาชัย หรือ คุณมาตา เจ้าของผู้จัดการบริษัท มาตาโปรดักส์ จำกัด เล่าว่า มีประสบการณ์ทำผลไม้ส่งออกมาร่วม 20 ปี แต่ปี 2556 เพิ่งมาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัททำธุรกิจรับซื้อผลไม้สดและผลไม้แปรรูปส่งออก บริษัท 2 แห่ง ตั้งอยู่ เชียงใหม่และจันทบุรี โดยมีธุรกิจบริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศควบคู่กัน ทำให้การส่งออกผลไม้ส่งต่างประเทศสะดวก ไม่ยุ่งยาก เพราะมีชิปปิ้งดำเนินการ เพียงแต่ต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกให้ครบถ้วน ที่ผ่านมาได้ส่งผลไม้เข้ากรุงนิวเดลีอยู่แล้ว และการเจรจาครั้งนี้ได้ลูกค้าจากเมืองมุมไบเพิ่มขึ้น เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดผลไม้อินเดียเติบโตอย่างรวดเร็วเพิ่มจาก 30% เป็น 60% เป็นผลไม้สดที่นิยมมากคือลำไย และ มังคุด เงาะ ฝรั่ง มะขามหวาน มะพร้าวอ่อน ส่วนทุเรียนยังไม่สนใจเพราะยังไม่รู้จักผลสดและวิธีการรับประทาน ต่อไปต้องทำให้อินเดียยังไม่รู้จักผลไม้ไทย เดิมลำไยคนอินเดียไม่รู้จัก บริโภคไม่เป็น เมื่อนำตัวอย่างไปให้ชิม หลังจากนั้นมามีออเดอร์เข้ามาตลอด

“กลุ่มลูกค้าจีนกับอินเดียต่างกัน ตลาดจีนจะไม่สั่งลำไยในช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคม-กันยายน) แต่อินเดียขายได้ตลอดปี ส่วนต้นทุนการส่งออกจะใกล้เคียงกันคือ ตลาดจีนจะสั่งสินค้าล็อตใหญ่ๆ สัปดาห์ละ 10 ตัน และเข้มงวดต้องเป็นเกรดพรีเมี่ยม ตามสเปก แต่สามารถขนส่งทางเรือ ทางรถยนต์ได้ทำให้ต้นทุนไม่สูงแม้จะซื้อผลไม้ราคาแพงกว่า ถ้าเป็นตลาดอินเดีย สั่งสินค้าครั้งละไม่มาก อาจจะสัปดาห์ละ 5 ตัน แต่สินค้าไม่เน้นเกรดพรีเมี่ยม แต่ต้องขนส่งทางเครื่องบินเท่านั้น แม้จะซื้อผลไม้ราคาต่ำกว่าแต่ค่าขนส่งแพง ทำให้ต้นทุนไปตลาดจีน-อินเดีย ไม่ต่างกันมาก ที่สำคัญตลาดอินเดียชำระเงินล่าช้ากว่าประมาณ 30 วันหลังจากส่งสินค้า” ผจก.บริษัทมาตากล่าว

เปิดตลาดมังคุด…ผลไม้แปรรูป

จากการเจรจาจับคู่ทางการค้าและหลังชมชิมผลไม้ในพื้นที่สวนเงาะ ทุเรียน มังคุดในจังหวัดตราด นอกจากลำไยที่ชื่นชอบมาแต่เดิมแล้ว ผลไม้ชนิดใหม่ที่ได้รับความสนใจมากสุดคือ มังคุด เงาะ และผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป อบแห้ง คุณ Sanjay Arora สันใจ อโรร่า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท IG Internationnal Pvt. จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีศูนย์กระจายผลไม้ในเมืองใหญ่ๆ 16 เมือง ผลไม้ที่นำเข้าร่วม 10 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นแอปเปิ้ล แพร์ และผลไม้อื่นๆ กีวี องุ่น เชอร์รี่ อโวกาโด ส้ม พลัม บลูเบอร์รี่ ส่วนไทยนำเข้ามะขามหวาน อินเดียมีผลไม้ไม่ตลอดปี ช่วงที่มีผลไม้หลากหลายชนิดมากคือ เดือนสิงหาคม-กุมภาพันธ์ และช่วงที่ผลไม้น้อยส่วนใหญ่จะมีเพียงมะม่วง คือเดือนมีนาคม-กรกฎาคม จึงต้องการนำเข้าผลไม้ไทยช่วงที่ผลไม้มีน้อย ผลไม้ที่สนใจคือ มังคุด เงาะ ลำไย ระยะแรกจะสั่งมังคุดสด สัปดาห์ละ 1,500 กิโลกรัม ส่งทางเครื่องบิน 2 ครั้ง/สัปดาห์ ราคาขายในอินเดียจะสูงกว่าเมืองไทย 120-130% ถ้าราคามังคุดไทยกิโลกรัมละ 70-80 บาท จะขายประมาณ 200 บาท ข้อดีผลไม้ไทยบางอย่างเสียภาษีน้อยกว่า

ส่วน คุณ RIYA GUSAIN ริยา กูเซน ผู้จัดการฝ่ายนำเข้า บริษัท DEV BHUMI COLD CHAIN จำกัด กล่าวว่า สนใจสั่งซื้อผลไม้ไทย 4-5 อย่าง คือ ลำไย มังคุด เงาะ ฝรั่ง มะขามหวาน รวมทั้งสับปะรด มะม่วงมังคุดอบแห้ง ซึ่งบริษัทนำเข้าอยู่แล้วในรูปของผลสด ครั้งนี้สนใจต้องการทดลองตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ประเภทผลไม้อบแห้ง ที่ผ่านมาการเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้าทำการตลาดผลไม้กับไทย ปัญหาคือแลกนามบัตรกันแล้วติดต่อกลับมา ซัพพลายเออร์ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษหรือตอบคำถามให้ชัดเจนได้ ทำให้ไม่สามารถซื้อสินค้าได้ ปัญหาตรงนี้ต้องการให้มีการแก้ไข