นอกจากแปลงสาธิตแล้ว ที่สวนลำไยแห่งนี้ก็ยังเป็นแปลงเรียนรู้

ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ที่ได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงาน ทั้งเกษตรอำเภอ ประมงอำเภอ สถานีพัฒนาที่ดิน สหกรณ์ จึงมีแปลงสาธิตผสมผสานทั้งพืชและสัตว์ คือประมงเลี้ยงปลา กุ้งก้ามกราม เป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
คุณสุธรรม ได้ให้ข้อคิดว่า “คนเข้มแข็ง แบ่งปัน/ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเพื่อนสมาชิกที่อ่อนแอ และเสียสละบางอย่างเพื่อกลุ่ม… คนอ่อนแอ ปรับปรุง พัฒนาตนเอง ยอมรับเทคโนโลยี-นวัตกรรมใหม่ๆ แทนประสบการณ์เดิมๆ”

จากหนึ่งเกษตรกรที่เข้มแข็ง
สู่เกษตรแบบแปลงใหญ่ที่เข้มแข็ง
ระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร และระดับพื้นที่ คือ สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ เป็นหน่วยงานส่งเสริม ด้วยความร่วมมือหลายฝ่ายทั้งภาครัฐ คือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร และภาคเอกชน วัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการสนับสนุนให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการร่วมกัน นำไปสู่การลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต มีภาคเอกชนเข้ามาส่งเสริมด้านการตลาด การวิจัย พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการเกษตร ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรมีเสถียรภาพมากขึ้น

คุณสุธรรม เป็นเกษตรกรต้นแบบผู้ปลูกลำไยนอกฤดู ที่อำเภอจอมทอง ได้ให้ข้อมูลว่า การเกษตรแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดู ได้เริ่มดำเนินการจริง เมื่อปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันมีพื้นที่รวมกันเป็นแปลงใหญ่ 2,200 ไร่ จำนวนสมาชิก 250 คน คาบเกี่ยวพื้นที่ 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่สอย และตำบลบ้านแปะ รวม 6 หมู่บ้าน เมื่อทางราชการได้เข้ามาชี้แจง ทำความเข้าใจกับเกษตรกร ในเรื่องการรวมกลุ่ม และรวมพื้นที่เป็นเกษตรแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดู ตนและเพื่อนๆ เกษตรกรก็ได้เข้าร่วม เพื่อจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ 5 ประการ คือ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ร่วมกันบริหารกลุ่ม การตลาดและคุณภาพผลผลิตลำไย คุณสุธรรมเป็นเกษตรกรต้นแบบการผลิตลำไยนอกฤดู และใช้สวนลำไยเป็นแปลงตัวอย่าง จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานแปลงใหญ่ ทั้งยังเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้วย

การบริหารจัดการเกษตรแบบแปลงใหญ่ คุณสุธรรมให้รายละเอียดว่า คณะกรรมการแปลงใหญ่ ประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 9 คน แบ่งหน้าที่กัน กรรมการ 1 คน รับผิดชอบดูแล 1 กลุ่ม หรือ 1 หมู่บ้าน ถ้ากลุ่มใดมีสมาชิกจำนวนมาก ก็จะมีกรรมการรับผิดชอบ 2 คน และแบ่งหน้าที่กันตามความรู้ ความสามารถ ความถนัดของกรรมการแต่ละคน ในการเข้าไปแนะนำส่งเสริมสมาชิก หน้าที่ของคณะกรรมการแปลงใหญ่
1. ประชุม ปกติจะประชุมกัน 2 เดือน ต่อครั้ง แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หรือมีประเด็นที่ต้องนำไปชี้แจงแก่สมาชิก กรรมการต้องมาประชุมกันก่อน
2. ออกพื้นที่ดูแล แนะนำสมาชิกแปลงใหญ่ เช่น เก็บข้อมูลการราดสารว่าจะมีสมาชิกกี่ราย ผลผลิตคาดว่าจะได้เท่าไร ผลผลิตลำไยจะออกมาต่อเนื่องถึงเดือนใด
3. การจัดอบรมและการสาธิตด้านต่างๆ ฯลฯ ผู้จัดการแปลงใหญ่ ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด รับหน้าที่เป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ ทุน มีการรวมทุนในรูปของหุ้น จากสมาชิกแปลงใหญ่ หุ้นละ 10 บาท แต่ละคนลงเงินค่าหุ้นได้แต่ไม่ต่ำกว่า 10 หุ้น ปัจจุบันมีเงินทุนดำเนินงาน 40,000 บาท

การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม
มาบริการให้กับสมาชิกแปลงใหญ่
ด้านเทคโนโลยี เกษตรแบบแปลงใหญ่ ได้รับเครื่องวัดสภาพอากาศ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้มา 1 เครื่อง เมื่อปีที่แล้ว ติดตั้งไว้ที่ หน้าที่ทำการเกษตรแปลงใหญ่ ใช้ประโยชน์ในการประเมินสภาพอากาศว่ามีปริมาณน้ำฝนกี่มากน้อย มีความชื้นในอากาศเท่าไร อุณหภูมิในอากาศเท่าไร รู้ทิศทางลม ก่อนที่สมาชิกจะราดสาร สมาชิกจะได้รับข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ สมาชิกต้องประเมินความพร้อมว่า จะราดสารช่วงนั้นหรือไม่ คุณสุธรรม บอกว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่ามีผลดีมาก เพราะทำให้สมาชิกได้รับรู้สภาพอากาศ มีอุณหภูมิร้อน เย็น ชื้น ถ้าร้อนก็จะราดสารไม่ได้ผล เพราะสมาชิกจะผลิตลำไยนอกฤดูเพียงอย่างเดียว

ด้านนวัตกรรม ต้นลำไยของสมาชิกแปลงใหญ่เป็นต้นที่สูง ใช้นวัตกรรมการตัดแต่งทรงเปิดกลาง และทรงพุ่มเตี้ย ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี แสงแดดส่องทะลุผ่านทรงพุ่มถึงโคนต้น สามารถลดการระบาดของโรคและแมลงได้ ลดต้นทุนค่าแรง ค่าไม้ค้ำยันกิ่ง ลดค่าปุ๋ย และฮอร์โมนต่างๆ ง่ายต่อการเก็บผลผลิต สะดวกต่อการดูแล ปฏิบัติงานก็สะดวก พ่นปุ๋ยทางใบหรือพ่นสารชีวภัณฑ์ก็ง่าย ช่วยทำให้ลำต้นตอบสนองต่อสารโพแทสเซียมคลอเรตที่จะราดได้ดี ออกดอกติดผลดก ช่วยลดพื้นที่ออกดอก จะทำให้ผลใหญ่ น้ำหนักดี

การรวบรวมผลผลิต คุณสุธรรม ยอมรับว่าการรวบรวมผลผลิตลำไยเมื่อแรกเริ่มก็พบปัญหาบ้าง ผลผลิตของสมาชิกแต่ละคนมีคุณภาพที่แตกต่างกัน จึงได้นำข้อมูลนี้มาถกกันในที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา แต่ปัจจุบันการรวบรวมผลผลิตได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย เมื่อมีระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่ก็มีบทบาทหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตจากสมาชิก ไม่ต้องต่างคนต่างขนกันไปขาย อาจได้ราคาที่แตกต่างกันสูงต่ำตามปริมาณและคุณภาพ เกษตรแบบแปลงใหญ่จึงเป็นจุดรวมผลผลิต ผู้รับซื้อทั้งจากภายในหรือนอกประเทศก็จะมารับ ณ จุดๆ เดียว ณ ที่ทำการแปลงใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 2 จุด คือแปลงใหญ่หลัก และแปลงใหญ่เครือข่าย

เมื่อปี พ.ศ. 2561 สหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด ได้เข้ามาช่วยหนุนเสริมด้านการตลาด โดยมอบหมายให้เกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นทั้งผู้ผลิตและรวบรวมผลผลิตลำไยจากสมาชิกแปลงใหญ่ แล้วส่งมอบให้แก่สหกรณ์ ซึ่งรวบรวมได้ 150 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือ 12,000 ตัน ส่งไปขายทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งกระทำในนามของสหกรณ์ทั้งหมด
และจากการดำเนินงานอย่างจริงจัง ของคณะกรรมการแปลงใหญ่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สมาชิกสามารถขายลำไยนอกฤดูได้ในราคาที่เป็นธรรม ก็ด้วยการสนับสนุนและการให้ความร่วมมือ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในด้านการตลาดมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการตั้งศูนย์รวบรวมผลผลิตลำไย สำนักงานอยู่ริมทางหลวงสายจอมทอง-ฮอด ชื่อว่า ศูนย์รวบรวมผลผลิตลำไย จังหวัดเชียงใหม่ สหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด ร่วมกับ เจษฎากร

สนับสนุนโดย -กรมส่งเสริมสหกรณ์ สนง.สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่
-ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด
-สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธกส เชียงใหม่ จำกัด
คุณสุธรรม คาดการณ์ว่าผลผลิตลำไยนอกฤดูของเกษตรกรแปลงใหญ่ ปี 2563 จะมีปริมาณมากช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ เนื่องจากสมาชิกกำหนดปฏิทินการราดสารในเดือนมิถุนายน 2562 เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาอากาศร้อนและแล้งมาก ถึงราดสารไปลำไยก็ไม่ออกช่อดอก ต้องปรับเปลี่ยนปฏิทินการราดสาร และเมื่อสภาพอากาศเข้าที่เข้าทาง จึงราดสารในเวลาใกล้เคียงกัน ผลผลิตก็จะออกมาพร้อมกัน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือในด้านการตลาด เพื่อการระบายผลผลิตลำไยของสมาชิกเป็นไปด้วยดี

ผลสำเร็จจากการดำเนินงาน
การเกษตรแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดู
เกษตรแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดู อำเภอจอมทอง เริ่มดำเนินงานเมื่อปี พ.ศ. 2559 ผลสำเร็จที่วัดได้ในด้านการลดต้นทุนการผลิต ของสมาชิกโดยรวมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ ลดลงได้มากกว่าเป้าหมายที่ทางราชการกำหนดไว้ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ต้นทุนที่ลดลงได้มากก็เรื่องปุ๋ยเคมี มีการทำปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ใช้เอง ทั้งของแปลงใหญ่และของสมาชิกรายคน เมื่อมีเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่วนราชการต่างๆ เข้ามาให้ความรู้ สมาชิกก็ไม่ต้องเดินทางไปนอกพื้นที่หรือไปอบรมไกลๆ แต่ที่นี่ใกล้บ้านเรือนของสมาชิก เดินทางไปมาก็สะดวก ลดปัญหาด้านการตลาด เพราะมีภาคเอกชนเข้ามาหนุนเสริมในการรวบรวมผลผลิตลำไย ทำให้สมาชิกได้ระบายผลผลิต และได้รับราคาที่เป็นธรรม ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะเกษตรแบบแปลงใหญ่ไม่ส่งเสริมให้มีการเผาในพื้นที่เกษตร แต่ให้นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์

เนื่องจากเกษตรกรแต่ละคนมีความคิด ประสบการณ์ การปฏิบัติทางการเกษตรที่แตกต่างกัน การใช้ปัจจัยการผลิตที่หลากหลายที่ใส่ลงไปในสวนลำไย ทั้งพื้นที่การเกษตรก็มีมากน้อยต่างกันไป ผลผลิตที่ได้ย่อมแตกต่างกันทั้งปริมาณและคุณภาพ บวกกับปัจจัยด้านลมฟ้าอากาศ และเป็นปัญหาต่อรายได้ของเกษตรกร ระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่… ถ้าเกษตรกรทุกคนที่เข้าร่วม และทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ดังเช่นเกษตรแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดูของอำเภอจอมทอง ซึ่งคุณสุธรรมเป็นประธานแปลงใหญ่ ที่ได้รับการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

“เกษตรแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดูอำเภอจอมทอง เป็นผลสำเร็จในการบริหารจัดการภาคการเกษตร สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องการตลาด การเรียนรู้การบริหารงานกลุ่มของเกษตรกร และสุดท้ายเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น” เกษตรกรดีเด่น GAP กล่าว
คุณสุธรรม อ๊อดต่อกัน บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 4 บ้านใหม่สารภี ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 095-234-5444 ท่านผู้อ่านสามารถติดต่อพูดคุยกันได้นะครับ คุณสุธรรมจะให้รายละเอียดนอกเหนือจากบทความนี้ครับ

จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ 10,815.854 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 6,759,909 ไร่ แบ่งเขตการปกครองเป็น 9 อำเภอ 93 ตำบล 1,048 หมู่บ้าน ครัวเรือนเกษตรของจังหวัดพิษณุโลก มีจำนวน 101,314 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 29 ของครัวเรือนประชากรทั้งจังหวัด โดยอำเภอชาติตระการ มีสัดส่วนครัวเรือนเกษตรกรต่อครัวเรือนประชากรอำเภอสูงสุดที่ร้อยละ 52 และอำเภอเมืองพิษณุโลก มีสัดส่วนครัวเรือนเกษตรกรต่อครัวเรือนประชากรของอำเภอต่ำสุดที่ร้อยละ 8 แต่หากพิจารณาถึงอำเภอที่มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรมากที่สุด อยู่ที่อำเภอวังทอง มีครัวเรือนเกษตรกร 16,457 ครัวเรือน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.24 ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งจังหวัด ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จำนวนครัวเรือนเกษตรกร ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัด

แหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วย ข้าวนาปีและนาปรัง ที่อำเภอพรหมพิราม บางระกำ เมือง วังทอง และบางกระทุ่ม อ้อยโรงงาน ที่อำเภอบางระกำ พรหมพิราม และบางกระทุ่ม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่อำเภอนครไทย วังทอง และชาติตระการ มะม่วง ที่อำเภอวังทอง เนินมะปราง และวัดโบสถ์ มันสำปะหลัง ที่อำเภอวัดโบสถ์ และวังทอง สับปะรด ที่อำเภอนครไทย และวังทอง ยางพารา ที่อำเภอนครไทย วังทอง ชาติตระการ และวัดโบสถ์ ปาล์มน้ำมัน ที่อำเภอนครไทย ชาติตระการ พรหมพิราม และวังทอง

คุณธวัชชัย สิทธิวีระกุล เกษตรจังหวัดพิษณุโลก ให้ข้อมูลว่า การทำเกษตรภายในจังหวัดพิษณุโลกมีน้ำที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ทำทั้งพืชไร่และพืชสวน มีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการทำเกษตร ซึ่งแนวทางการส่งเสริมการทำเกษตรในจังหวัดจะเน้นเรื่องการรวมกลุ่มมาตั้งแต่ปี 2559 โดยผลิตสินค้าแบบให้นำตลาด เพื่อให้สินค้าทางการเกษตรทั้งหมดเมื่อเกษตรกรผลิตออกมาแล้วสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด และได้ราคาดี ตลอดไปจนถึงการผลิตที่มีความปลอดภัยโดยลดการใช้สารเคมี ให้ตรงกับเทรนด์ที่ลูกค้าต้องการ คือบริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัย ส่วนตัวเกษตรกรก็สามารถพัฒนาการทำเกษตรของตนเองก้าวไปสู่การทำเกษตรอินทรีย์ได้ในอนาคต

“ตอนนี้จังหวัดของเราไม่ได้แต่เน้นการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายอย่างเดียว อย่างที่เราทราบกันว่า จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน ในภาคเกษตรของเราก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรรองรับไว้ด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิถีการทำเกษตรในแบบต่างๆ เพื่อสัมผัสชีวิตของการเป็นเกษตรกรในรูปแบบที่เขาสนใจ ทางเกษตรกรในบางพื้นที่ก็ได้ทำสวนของตนเอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย จึงทำให้เรามีครบถ้วนทุกด้าน” คุณธวัชชัย กล่าว

นอกจากนี้ สินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพิษณุโลก คุณธวัชชัย บอกว่า มีผลผลิตจากข้าว กข 43 ซึ่งเกษตรกรสามารถผลิตได้อย่างมีคุณภาพปลอดภัยจากสารเคมี โดยเกษตรกรใช้วิธีการรวมกลุ่มจึงทำให้สามารถกำหนดขอบเขตของการผลิตได้ ทำให้ข้าวที่ผลิตในระบบอินทรีย์ไม่ไปปะปนกับข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าได้รับประทานข้าวที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน

ปัจจุบันผลผลิตที่ได้รับความนิยมและเป็นของดีของจังหวัดคือแปลงปลูกกล้วย เพราะจังหวัดพิษณุโลกมีของดีอย่างการแปรรูปกล้วยต่างๆ เช่น กล้วยตาก สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้ไม่น้อยทีเดียว และกลุ่มผู้ผลิตมะม่วงแปลงใหญ่สามารถผลิตมะม่วงคุณภาพ จึงทำให้เวลานี้จังหวัดพิษณุโลกมีสินค้าทางการเกษตรหลากหลายและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

“การผลิตสินค้าเกษตรของเราทั้งหมด เราก็จะเน้นย้ำและส่งเสริมอยู่เสมอว่า สินค้าทุกอย่างต้องได้มาตรฐานและปลอดภัย โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพต้องใส่ใจเป็นอันดับต้นๆ เพราะการตลาดปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้เราเองก็จะย้ำให้กับเกษตรกรอยู่เสมอ เพื่อให้สินค้าติดตลาดและทำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนส่งต่อไปยังลูกหลานของตนเองได้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่ๆ แต่สามารถอยู่กับบ้านเกิดและมีอาชีพและเกิดรายได้จากการทำเกษตรในพื้นที่ของตนเอง” คุณธวัชชัย กล่าว

สำหรับท่านใดหรือหน่วยงานใดที่สนใจในเรื่องของการทำการเกษตรในด้านต่างๆ ของจังหวัดพิษณุโลก สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด ทางหน่วยงานจะติดต่อและประสานงานกับกลุ่มของงานเกษตรนั้นๆ ให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้อย่างครบถ้วนในแบบที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

กรมการค้าภายในได้จัดทำ “ปฏิทินฤดูกาลสินค้าเกษตร” เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนให้แก่เกษตรกรผู้ประกอบการ ส่วนราชการ และผู้สนใจ ได้นำไปใช้ในการติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิตการเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการค้นปัจจัยการผลิตเงินทุนการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการสินค้าเกษตรมีประสิทธิภาพ สามารถกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาล่วงหน้า ทันต่อเหตุการณ์ โดยข้อมูลประกอบด้วย ช่วงฤดูกาลผลิต แหล่งผลิตสำคัญ ปริมาณผลผลิต ความต้องการใช้ การนำเข้า การส่งออก ราคาสินค้ากราฟแสดงความคลื่อนไหวของผลผลิตและราดโครงสร้างสินค้และมาตรการในการดูแลของภาครัฐ

กรมการค้าภายใน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ปฏิทินฤดูกาลสินค้าเกษตร ปี 2562” ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ข้อมูล โดยผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทาง ww.ditgo.t (คลังความรู้/E-book) สามารถแสดงความคิดเห็น หรือ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้ทาง wwwditgo.th (บริการ/กระดานข่าว) หรือกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมการค้าภายใน โทร 0-2547-5616-7

ตำบลทุ่งแล้ง อำเภอลอง เป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่มีพื้นที่เป็นจำนวนมากของจังหวัดแพร่ ทั้งเงาะ ลองกอง มังคุด ฯลฯ และสมุนไพร รวมทั้งพริกไทย ไม้ผลส่วนใหญ่เป็นไม้ผลที่มีถิ่นฐานทางภาคตะวันออกและภาคใต้ แต่ที่ตำบลทุ่งแล้งมีเกษตรกรจากจังหวัดจันทบุรี ถึง 7 ครอบครัว มาทำเกษตร ปลูกไม้ผลได้คุณภาพดี

ครอบครัวของ คุณบรรจง สำราญรื่น อายุ 59 ปี ภูมิลำเนาเดิม จังหวัดจันทบุรี ปัจจุบัน ตั้งหลักปักฐานอยู่ บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 4 บ้านปากจอกตะวันตก ตำบลทุ่งแล้ง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ โทร. 081-862-6948 ภรรยา คุณสมบูรณ์ สำราญรื่น

มีความเป็นมาอย่างไร? จึงมาปักหมุดให้ครอบครัวปลูกเงาะที่บ้านปากจอก : ผู้เขียนตั้งคำถาม

คุณบรรจง เพ่งสายตาออกนอกบ้านมองไปที่สวนเงาะ นิ่งสักพัก แล้วเอ่ยปากเล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว น้องเขยได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว ตนได้พาครอบครัวมาเที่ยว ช่วงนั้นเป็นช่วงฤดูหนาว อากาศดี เห็นมีพื้นที่ว่าง จึงติดต่อขอซื้อไว้ 26 ไร่ ลักษณะที่ดินเป็นดินร่วนปนทราย เป็นที่ดอน ทำเลดี อยู่ติดแม่น้ำยม เริ่มปลูกเงาะเมื่อปี พ.ศ. 2542 จำนวน 470 ต้น ตั้งแต่นั้นจนบัดนี้พื้นที่ปลูกเงาะ และจำนวนต้นเงาะก็ยังเท่าเดิม เงาะทุกต้นจึงมีอายุ 18 ปีแล้ว

คุณบรรจง บอกว่า เงาะที่ตนเองปลูกเป็นเงาะสายพันธุ์โรงเรียน นำต้นพันธุ์มาจากจังหวัดจันทบุรีทั้งหมด แต่ด้วยลักษณะดิน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ที่นี่แตกต่างจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรี การดูแลตลอดช่วงฤดูกาลไม่สามารถนำวิธีการที่ใช้ในสวนเงาะจันท์มาใช้ที่นี่ได้ทั้งหมด ต้องปรับเปลี่ยนบางเรื่องให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ ผลที่ได้ลักษณะคุณภาพเงาะจึงแตกต่างกัน ผลผลิตเงาะที่นี่ต่อไร่ได้น้อยกว่าที่จังหวัดจันทบุรีอย่างแน่นอน แต่ลักษณะของผล รสชาติ เนื้อ

ผล – กลม เปลือกบาง ออกสีแดงปนเขียว สีของขนแตกต่างกัน ตามอายุของผล

เนื้อ – กรอบ แห้ง ล่อน เนื้อแห้งและหนา ถ้าเก็บผลช่วงที่เปลือกแดงอมเขียวจะได้เนื้อที่กรอบ อร่อย “ผลผลิตเงาะที่นี่จะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ขณะที่เงาะจันท์เดือนกรกฎาคมก็หมดทุกสวนแล้ว จากนั้นก็จะเป็นเงาะจากชุมพรออกตามมา ในเดือนสิงหาคม-กันยายน โน่น” คุณบรรจง กล่าว

การดูแลเงาะตลอดช่วงฤดูกาล

คุณบรรจง มีประสบการณ์ในการผลิตเงาะมายาวนาน แต่ละฤดูกาล วางแผนปฏิบัติการไม่ได้แตกต่างกัน เป็นคนช่างสังเกตจนรู้ลักษณะอาการต่างๆ ของต้นเงาะ ดอก ผล เป็นอย่างดี

คุณบรรจง บอกว่า ขอเริ่มจากหลังเก็บผลเงาะบนต้นจนหมดแล้ว ก็ราวๆ เดือนสิงหาคม จะใส่ปุ๋ยเคมี ฉีดพ่นยาแต่ไม่มากนัก จากนั้นจะตัดแต่งกิ่งซึ่งมีความสำคัญมาก ตัดแต่งกิ่งพร้อมกันทั้งสวน กิ่งที่ต้องตัดทิ้งจะเป็นกิ่งที่แห้ง กิ่งกระโดง กิ่งทับซ้อนออกให้หมดเพื่อให้โล่ง โปร่ง แดดส่องถึงโคนต้น จากนั้นตัดแต่งกิ่งทรงพุ่ม “การตัดแต่งกิ่งก็เป็นเรื่องสำคัญ เงาะที่สวนนี้ แม้จะมีอายุ 18 ปีแล้ว แต่ทรงพุ่มของเงาะก็ไม่สูง เฉลี่ยความสูงของแต่ละต้น 4 เมตร ซึ่งง่ายต่อการดูแล ดูพัฒนาการของใบ ดอก ผล และที่สำคัญเก็บผลเงาะก็ง่าย”

หลังการตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม ช่วงเวลานั้นเป็นฤดูฝน จึงไม่ได้ให้น้ำ ปล่อยให้กิ่งก้านแตกใบอ่อน 3 ชุดใบ แต่ละชุดใบใช้เวลาราวๆ 1 เดือนเศษ เมื่อใบแก่ ชุดใบที่ 3 ก็จะให้ปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-16 เพื่อการเร่งต้น เร่งใบ ทำให้ใบใหญ่ และเกิดการสะสมพลังงาน เพราะเงาะที่มีความสมบูรณ์ให้ดูที่ปลายยอด จะมีความเปล่งปลั่ง อวบใหญ่

ส่วนบริเวณรอบโคนต้นเงาะนั้น เว็บ SBOBET พื้นดินต้องสะอาดอยู่เสมอ เห็นหน้าดินชัดเจน จากนั้นทิ้งช่วงให้เงาะเกิดสภาวะเครียด ดูจากอาการใบเหี่ยว เหลือง ร่วงหล่นเล็กน้อย ช่วงเวลานี้อยู่ราวๆ เดือนมกราคม ธรรมชาติของเงาะเมื่อมีสภาวะเครียด จะต้องแสดงอาการของการผลิดอกเพื่อการสืบพันธุ์ สังเกตที่ปลายยอดว่าจะเป็นใบหรือน่าจะเป็นดอก จะให้น้ำแต่น้อยๆไปก่อน รอดูผล 7 วัน ถ้าเห็นดอกชัดเจน จะกระทุ้งน้ำแล้วทิ้งระยะไปช่วงหนึ่งจึงเริ่มให้น้ำ นาน 30 นาที ต่อครั้ง ช่วงนี้ต้องบริหารจัดการน้ำให้ดี จะปรับการให้น้ำจากน้อยไปหามาก ถ้าให้น้ำมากจะกลายเป็นใบ แต่ช่วงดอกบานจะให้น้ำในปริมาณที่มาก เพื่อให้ดอกมีความสมบูรณ์ หากดอกเริ่มโรย จะลดการให้น้ำลงมาเหลือ 20 นาที จนถึงขณะกำลังขึ้นผล จนแน่ใจว่าติดผล และเป็นผลแล้ว จะเพิ่มการให้น้ำเป็น 50 นาที

หลังจากนั้น ก็จะให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีการงดน้ำ แม้วันเก็บผลเงาะก็ยังให้น้ำอยู่ เนื่องจากจำนวนต้นเงาะมีถึง 470 ต้น ต้องใช้เวลาให้น้ำถึง 2 วัน จึงจะครบทุกต้น เปิดน้ำตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น เพราะเป็นช่วงฤดูร้อน

“ปีนี้ทำเงาะยากมากครับ พอติดดอก ดอกก็แห้ง เงาะ…ปกติจะปรับสภาพกับพื้นที่ ที่ปลูกอยู่ได้ทนที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส แต่ปีนี้อุณหภูมิสูง ร้อนจัดถึง 40 องศาเซลเซียส จึงต้องบริหารจัดการด้วยน้ำ เพื่อให้ผ่านพ้นความกดดันจากธรรมชาติให้ได้” คุณบรรจง ปรารภด้วยความกังวล

โรคและแมลงศัตรูของเงาะช่วงออกดอก

คุณบรรจง บอกว่า โรคแมลงที่ชาวสวนเงาะกลัวกันมากก็จะมีจำพวกหนอนคืบกินใบ เพลี้ยแป้ง ด้วงเจาะลำต้นและกิ่ง เจ้าตัวนี้พบบ่อย ต้องจ้างคนงานมากำจัด ส่วนโรคต่างๆ ทั้งโรคราแป้ง ราสีชมพู ที่นี่ไม่พบ เพราะมีการเตรียมต้นไว้อย่างดีตั้งแต่ต้นฤดู ทำให้ต้น กิ่ง สมบูรณ์ ใบเขียวมัน โรคก็จะไม่มารบกวน

เงาะที่ติดผลจะเป็นต้นเงาะดอกสมบูรณ์เพศ แต่เกสรตัวผู้มักจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก

“ผมไม่ได้ใช้สาร NAA ในการผสมเกสร แต่ผมปลูกเงาะต้นตัวผู้ จำนวน 40 ต้น ปลูกสลับต้นเงาะ ต้นดอกสมบูรณ์เพศ ต้นเงาะตัวผู้จะถูกตัดแต่งกิ่งให้ต้นสูงชะลูดขึ้นไปเหนือต้นเงาะดอกสมบูรณ์เพศ ช่วงดอกบานจะมีผึ้ง ผมไม่ได้เลี้ยงผึ้ง แต่ไม่รู้มาจากแหล่งใด ถ้าเข้าไปใกล้ๆ ต้นเงาะ จะได้ยินเสียงผึ้งอื้ออึงเห็นมาตอมดอกเงาะ นี่แหละอาศัยผึ้งช่วยผสมเกสร เงาะจึงติดผลเล็กๆ เป็นจำนวนมาก” คุณบรรจงกล่าวว่านี่เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่ง