นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย หลักเกณฑ์การ

พิจารณาคัดเลือกผลงานภาพถ่ายส่งเข้าประกวด โดยเลือกมุมมองภาพถ่ายจากเลนส์กล้องของแต่ละคน ที่สื่อสารความหมายของภาพออกมาได้อย่างประทับใจ ถ่ายทอดแนวคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาได้งดงาม รวมถึงองค์ประกอบความสวยงามของภาพ เทคนิคการถ่ายภาพ และความคิดสร้างสรรค์ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนมีภาพที่ได้ผ่านการคัดเลือกชนะการประกวด ทั้งหมด 22 ภาพ” นายสุรชัยกล่าว

โครงการประกวดภาพถ่ายฯ เปิดรับส่งผลงานภาพถ่ายประกวด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 31 กรกฎาคม 2560 มีผู้สนใจส่งภาพถ่ายเข้าประกวด รวมทั้งสิ้น 756 ภาพ ได้ผู้ชนะการประกวด ทั้งสิ้น จำนวน 22 คน (22 รางวัล) แบ่งผลงานเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มบุคคลทั่วไป โดยแบ่งรางวัลออกเป็น รางวัลที่ 1, รางวัลที่ 2, รางวัลที่ 3, รางวัลชมเชย 1, รางวัลชมเชย 2, รางวัลชมเชย 3 (ทั้ง 2 ประเภทผลงาน) และรางวัลมหาชน จำนวน 10 รางวัล

นายจงกล เหลืองอ่อน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด กล่าวว่า “โครงการธรรมชาติปลอดภัย ขอขอบคุณ ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อานวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานในวันนี้, ขอบคุณกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนาจัดงาน, ขอบคุณคุณสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย, ขอบคุณร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์

ที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติศรีลานนาและประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดเชียงใหม่ และคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ทุกท่าน, ขอบคุณอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ที่อำนวยความสะดวกการจัดงาน, ขอบคุณผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายทุกท่าน และขอบคุณสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาในวันนี้ และหวังว่าโครงการฯ นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะช่วยสร้างการตระหนักรู้ หวงแหน และปกปักรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วม รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งช่วยประชาสัมพันธ์ สถานที่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และคาดว่าจะมีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไปในอนาคต” นายจงกลกล่าว

รางวัลที่ 1 เงินรางวัล จำนวน 30,000 บาท พร้อมภาพที่ชนะการประกวดพร้อมกรอบ จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน มีการเสวนา “การปฏิรูปพลังงาน ในห้วงปฏิรูปประเทศ” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ตึกช้าง

นายมนูญ ศิริวรรณ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า กรรมการปฏิรูปด้านพลังงาน ซึ่งอยู่ใน 11 ด้านของกรรมการปฏิรูปประเทศ ได้จัดทำข้อเสนอด้านการปฏิรูปเสร็จแล้ว เตรียมเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานปลายเดือนธันวาคมนี้ คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อบังคับใช้ช่วงเดือนเมษายน 2561 โดยประเด็นที่เสนอให้เปลี่ยนแปลง อาทิ การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ 20 ปี (พีดีพี 2015) ที่มีการใช้มา 2 ปีแล้ว แต่เห็นได้ว่าค่อนข้างล้าสมัย รวมถึงจะเสนอลดภาวะการทำงานซ้ำซ้อนของหน่วยงานพลังงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรมากที่สุด โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน น่าจะเป็นหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ และ กกพ.จะเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะถูกเสนอให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้วย นอกจากนี้ จะเสนอจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาภาคประชาชนบางส่วนจัดทำข้อมูลโต้แย้งรัฐ

นายพิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับคณะกรรมการปฏิรูปพลังงานที่จะเสนอให้ กกพ.แยกงานกำกับออกจากงานปฏิบัติ และอยากให้กำหนดบทบาทของประชาชนจากการมีส่วนร่วมเป็นการมีส่วนได้เสีย เพื่อลดการต่อต้านจากภาคประชาชน

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ กกพ. กล่าวว่า กกพ.จะนำข้อเสนอต่างๆ จัดทำยุทธศาสตร์กำกับกิจการพลังงานฉบับที่ 3 ที่ประกาศใช้ช่วงต้นปี 2561 มาพิจารณา ซึ่งบางเรื่องมีการดำเนินการอยู่แล้ว อาทิ การรับฟังความเห็นหากเป็นประเด็นใหญ่จะรับฟังด้วยการเปิดเวทีอยู่แล้ว

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการ กกพ.กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2561 ว่า น่าจะตรึงไว้ระดับปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ค่าเงินดีขึ้น โดยจะพิจารณาวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ขณะที่งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2560 เพิ่มขึ้น 8.87 สตางค์ ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟที อยู่ที่ -15.90 สตางค์ ต่อหน่วย

‘สรท.’ มั่นใจปีนี้ส่งออกโตอย่างน้อย 8% หนุนจีดีพีปีหน้าแตะ 5% ชี้เศรษฐกิจโลกกำลังทะยาน ปัจจัยในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐ-การท่องเที่ยว เกื้อหนุน

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน สรท. นายชัยชาญ เจริญสุข เลขาธิการ สรท. และ นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สรท. ร่วมกันแถลงข่าวการส่งออกเดือนกันยายน 2560 ว่า มีมูลค่า 21,812 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 12.2% หรือขยายตัวสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และสูงสุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้การส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย สรท.มีมุมมองว่าการส่งออกที่เติบโตขึ้นได้รับอานิสงส์จากการค้าระหว่างประเทศขยายตัวดีขึ้น สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก พลิกกลับมาโตในช่วงไตรมาส 3 และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวดีขึ้น และการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของสหรัฐ ในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ คาดการณ์ส่งออกไตรมาสสุดท้ายจะเติบโตดี ดังนั้น ทั้งปีจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 8% ส่งผลให้เศรษฐกิจรวมหรือจีดีพีโตได้ไม่ต่ำกว่า 3.9%

นายชัยชาญ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร เรื่องการทำชิปปิ้งมาร์ก ประกาศกระทรวงแรงงาน ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างของสหรัฐ และท่าทีของสหรัฐ ในการเข้าร่วมประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มการส่งออกปีหน้าคาดว่าจะโตได้อย่างน้อย 5% ทั้งจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น สินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนและอิเล็กทรอนิกส์รถยนต์จะขยายตัวขึ้น จากปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลก และการบริโภคภายในประเทศตะวันออกกลางจากการรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ จึงประเมินว่ามีโอกาสที่จีดีพีปีหน้าจะขยายตัวได้ถึง 5% แต่อาจจะต้องเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรม การปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับผลการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าหากไทยยกระดับสู่ประเทศพัฒนาแล้ว จีดีพีจะโตอย่างน้อย 5%

ที่บอกว่าหากไทยจะยกระดับเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว จีดีพีจะต้องโตอย่างน้อย 5% ส่วนความผันผวนเรื่องค่าเงินบาท สรท.ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด “ปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจและการส่งออกขยายตัวได้อย่างน้อย 5% ในปี 2561 มองว่าจะมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยภายในประเทศทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยวและการส่งออก” นายวิศิษฐ์ กล่าว

ที่ จังหวัดสุพรรณบุรี สถานการณ์แม่น้ำท่าจีนวันนี้ยังมีปริมาณน้ำสูงใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลไผ่กองดิน ตำบลจระเข้ใหญ่ ตำบลตะค่า ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงมาก ทำให้ล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนและพืชไร่เกษตรกรที่ทำบ่อปลา บ่อกุ้ง มีพื้นที่เสียหายไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ บางแห่งสูงประมาณ 1.50-1.80 เมตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ถนนหลายเส้นทางถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ และถนนยังถูกน้ำกัดเซาะจนพังหลายสาย

นายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล อาทิ ลอยตัวราคาน้ำตาลทรายวันที่ 1 มกราคม 2561 น่าจะเป็นแนวทางเหมาะสม เพราะการอิงราคาตลาดโลกราคาจะเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด สุดท้ายก็จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ส่วนเรื่องราคาจำหน่ายสินค้าที่มีน้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก หากลอยตัวและราคาน้ำตาลถูกลง ผู้ผลิตจะแข่งขันด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายเอง เพราะปัจจุบันเป็นการแข่งขันระบบเสรี ไม่ได้ผูกขาด คงไม่มีผู้ประกอบการฮั้วกันเพื่อตรึงราคาทั้งที่ต้นทุนถูกลง

นพ. เดชา ถาวรรุ่งกิจ แพทย์แผนไทยและเภสัชกร บริษัท ล้านนาเฮิร์บ ปาร์ค จำกัด บ้านท้ายทุ่ง 3 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า บริษัทได้ผลิตยางูผสมสมุนไพรรวม 8 ชนิด ซึ่งยางูบางชนิดมีดีงูเห่าผสม 3-4 ชนิด เพื่อให้ออกฤทธิ์เร็ว ใช้ขับถ่ายสารพิษในร่างกาย แก้โรคผิวหนัง บำรุงสายตา หลอดเลือดในหัวใจ บำรุงตับ ลดไขมัน ความดัน เบาหวาน บำรุงสมอง และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งยางูมีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีตำรับยากว่า 1,000 ชนิด และสถานเสาวภาได้ศึกษาวิจัยพบว่า ประเทศไทยมีงูกว่า 180 ชนิด จึงผลิตยางูผสมสมุนไพรเพื่อเป็นอาหารเสริมกว่า 10 ชนิด เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติและสั่งซื้อจำนวนมาก

“ช่วงอากาศหนาว มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดง หรือโชว์งูจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และยุโรป บางส่วนซื้อยางูผสมน้ำมันตับปลาทะเลลึก ที่มีโอเมก้า เพื่อบำรุงสมอง และทำให้ร่างกายอบอุ่น แต่บางรายซื้อยางู ที่เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ เพื่อให้ดูแข็งแรง สร้างความคึกคัก และกระชุ่มกระชวยตามวัย” นพ.เดชา กล่าว

นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งให้พนักงาน กยท.ทราบว่าคณะผู้บริหาร กยท.ชุดนี้ ไม่ทำตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ที่มีวัตถุประสงค์ให้ กยท.เป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพราคายาง และใช้ พ.ร.บ.เป็นกลไกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง คนกรีดยาง และชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ

“ด้วยเหตุผลจากปัญหาความขัดแย้งภายในขององค์กร หรือความเข้มแข็งของปัจจัยภายนอกจากกลุ่มพ่อค้าที่กดราคา หรือความไม่โปร่งใสจากการบริหารงาน แต่เกือบ 3 ปีที่เกษตรกรชาวสวนยางได้ให้โอกาสทำงาน แต่ล่าสุดปัญหาวิกฤตยางไทยในขณะนี้ ยังมีแกนนำเครือข่ายสถาบัน กยท.บางรายในจังหวัดภาคใต้และตะวันออก หาประโยชน์จากสถานการณ์อย่างน่ารังเกียจ” นายสุนทร กล่าว

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ภาพรวมในพื้นที่ยังมีเมฆฝนมืดครึ้มปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ และมีฝนตกลงมาประปรายในช่วงเย็นของทุกวันแต่ไม่หนักมาก มีคลื่นสูงและกระแสลมแรงพัดเข้าหาฝั่ง ทำให้ชาวบ้านที่ยึดอาชีพประมงพื้นบ้านด้วยเรือกอและ ต่างงดนำเรือออกจับปลากลางทะเล

จากการตระเวนตรวจสอบอาหารทะเล ที่วางจำหน่ายที่ตลาดสดบาเละฮีเล เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดแผงจำหน่ายอาหารทะเลเป็นประจำส่วนหนึ่งได้พากันปิดร้าน เนื่องจากไม่สามารถนำเรือออกไปจับปลาได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเปิดแผงจำหน่ายอาหารทะเลตามปกติ แต่มีปริมาณการจำหน่ายอาหารทะเลลดน้อยลง จากการสอบถามทราบว่า อาหารทะเลที่วางจำหน่ายนั้นเป็นอาหารทะเลที่รับจากเอเย่นต์สะพานปลาในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งมีราคาจำหน่ายสูงขึ้นกว่าช่วงปกติเล็กน้อย อาทิ ปลาทับทิม จำหน่ายกิโลกรัมละ 90 บาท ขึ้นเป็น 110 บาท ปลาทู จำหน่ายกิโลกรัมละ 120 บาท ขึ้นเป็น 130 บาท และปลาซาราแย จำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท ขึ้นเป็น 70 บาท ซึ่งโดยถัวเฉลี่ยอาหารทะเลมีราคาสูงขึ้นกิโลกรัมละ 10 บาท แต่ผู้บริโภคยังคงซื้อหาไปรับประทานแม้จะมีราคาสูงขึ้นก็ตาม เนื่องจากทราบว่าเป็นกลไกทางตลาด ที่เรือไม่สามารถออกไปจับปลาในทะเลได้

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะโฆษก สธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวและยังมีสภาพอากาศแปรปรวนฝนตกประปราย ทำให้ประชาชนเสี่ยงเจ็บป่วยมากขึ้น เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม อุจจาระร่วง หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส เป็นต้น เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้มีการดูแลสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ ไม่หมั่นล้างมือ และทำความสะอาดร่างกายทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ที่น่าห่วงคือ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก

ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว อาจมีภูมิคุ้มกันลดต่ำลงส่งผลให้เมื่อเจ็บป่วยแล้วมีอาการรุนแรง เช่น ปอดบวม ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วย 245,211 ราย เสียชีวิต 360 ราย ในปี 2560 พบผู้ป่วย 218,834 ราย เสียชีวิต 226 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก จึงได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอากาศหนาวเย็นกว่าภาคอื่นๆ เฝ้าระวังโรคนี้ โดยออกให้ความรู้ประชาชนในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงฤดูหนาว “ขอให้ประชาชนรักษาความอบอุ่นของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรจัดหาเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้เพียงพอ และอยู่ในที่อาศัยที่เหมาะสม ปกป้องลมหนาวได้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัยของร่างกาย หมั่นล้างมือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ เพิ่มอาหารประเภทแป้งและไขมันเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย

ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง mobiltarca.com สวมเสื้อผ้าหนาๆ เครื่องกันหนาว เพื่อรักษาร่างกายให้อบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ลำคอ ศีรษะ และเท้า ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หอบหืด เป็นต้น ควรหมั่นตรวจเช็กค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด” นพ.โอภาสกล่าว และว่า อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้ภาคใต้จะยังมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์ พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงสูง 11 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ทำให้อากาศจะมีความชื้นสูง หากมีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้นอนพักอย่างเต็มที่ ใช้ผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอ จาม เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น หากอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ขอให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านหรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 4 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.สุรินทร์ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด และสหกรณ์การเกษตรกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ลงนามบันทึกข้อตกลงกับห้างเทสโก้โลตัส เพื่อจำหน่ายข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 100%

ทั้งนี้ มีเป้าหมายว่าในระยะ 1 ปีแรก จะรับซื้อข้าวหอมมะลิในปริมาณ 5,700,000 กิโลกรัม ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐและประชาชน และนำนโยบายมาขับเคลื่อนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และเติมเต็มให้เกิดความสมบูรณ์ของห่วงโซ่การผลิต ทำให้สินค้าเกษตรและสินค้าจากชุมชนได้กระจายไปถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรได้อย่างมั่นคง

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและมั่นคงให้กับเกษตรกรไทย ผ่านการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรง สร้างช่องทางการตลาดให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศผ่านร้านค้าของเทสโก้ โลตัสกว่า 1,900 สาขา ปัจจุบันกว่า 90% ของสินค้าประเภทอาหารสดที่จำหน่ายในเทสโก้ โลตัส มาจากการรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศแล้ว ยังทำให้เทสโก้ โลตัส สามารถทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรในการควบคุมมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าด้วย

สำหรับการสนับสนุนเกษตรกรนั้น เทสโก้ โลตัส ได้ดำเนินการตามแนวทางประชารัฐ โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร เพื่อให้การเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแก่เกษตรกร และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ จำหน่ายได้ราคาที่เป็นธรรม โดยในปี 2559 เทสโก้ โลตัส ได้ริเริ่มโครงการประชารัฐ ถึง 22 โครงการ ซึ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

และล่าสุดในปีนี้ได้ดำเนินโครงการ ข้าวหอมมะลิประชารัฐเพื่อช่วยเหลือชาวนาไทย นอกจากนี้ เทสโก้ โลตัส ยังมีบทบาทช่วยในการวางแผนการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ บริหารต้นทุนได้ดี และเทสโก้ โลตัส ยังได้มอบความรู้แก่เกษตรกรด้านคุณภาพสินค้า การบรรจุสินค้าและการตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ด้วย

นายสมคิด ขันตรี ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรตระการพืชผล จำกัด จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า การรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรร่วมกันในรูปของสหกรณ์ ทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและมั่นคงในด้านอาชีพและรายได้มากยิ่งขึ้น โดยเทสโก้ โลตัส จะได้คัดเลือกข้าวหอมมะลิ 100% คุณภาพสูงจากแหล่งเพาะปลูกชั้นเลิศในภาคอีสาน 4 แห่ง มาบรรจุเป็นข้าวตราเทสโก้ ขนาด 5 กิโลกรัม เพื่อวางจำหน่ายในร้านค้าของเทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2560 เป็นต้นไป ในราคาถุงละ 189 บาท

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2558 ว่า มีแนวโน้มพบมากขึ้น จากปัญหาการฉีดวัคซีนในสัตว์ครอบคลุมต่ำกว่าร้อยละ 80 ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้นเป็น 14 ราย ดังนั้นในปี 2559 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไข ทำให้ในปี 2560 ตั้งแต่มกราคม-พฤศจิกายน จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 8 ราย ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน เตรียมนำเรื่องการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าบูรณาการการทำงาน ในคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Board : DHB)

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความเชื่อของประชาชนบางกลุ่มในจังหวัดร้อยเอ็ดว่า หากถูกสุนัขกัดแล้วทำพิธีกรรมเผาหลอก จะไม่เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้านั้น กรมควบคุมโรคขอให้ข้อมูลว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่มีความรุนแรง หากปฏิบัติตนไม่ถูกวิธีอาจได้รับเชื้อและเสียชีวิตได้โดยจากการสำรวจพบว่าประชาชนยังมีความรู้และความเชื่อเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ผิดๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้น หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422