นายใจกล่าวอีกว่า การที่เอกชนประกันราคาขายผลผลิต

ทำให้เกษตรกรมีความพึงพอใจ เพราะในการเพาะปลูกใช้ระเวลาราว 90 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้เอกชนได้แล้ว ขณะเดียวกันรายได้ต่อไร่ก็ค่อนข้างสูง จึงทำให้เกิดแรงจูงใจ ส่วนกรณีที่เอกชนจะนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งมาเพาะปลูกนั้น ก็ได้รับการชี้แจงว่าแม้ต้นทุนอาจจะสูงขึ้น แต่ผลผลิตก็จะได้มากตามขึ้นไปด้วย แต่การจะนำเข้าได้นั้นจำเป็นต้องได้รับยืนยันถึงแหล่งเพาะปลูกจริง ฉะนั้น เกษตรกรชาวภูทับเบิกเกือบ 100 ราย พื้นที่เพาะปลูกราว 1,020 ไร่ จึงร่วมกันลงชื่อยืนยัน โดยมีเกษตรอำเภอและทางอำเภอหล่มเก่าให้การรับรอง ซึ่งทราบจากทางเอกชนว่าขณะนี้ขั้นตอนนี้ผ่านไปแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่ทางจังหวัดกำลังพิจารณา อย่างไรก็ตาม ก็คาดหวังว่าในฤดูกาลเพาะปลูกหน้าโดยในราวเดือนเมษายน ปี 2560 พวกเราคงจะได้เริ่มลงมือเพาะปลูกมันฝรั่งที่ใช้หัวพันธุ์จากต่างประเทศ

“เข้าใจถึงความหวังดีของท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอย่างดี แต่การปรับเปลี่ยนแนวความคิดของชาวบ้านคงต้องใช้ระยะเวลา ที่สำคัญรายได้ที่ค่อนข้างสูงคือแรงจูงใจสำคัญ ส่วนผักปลอดสารที่ทางจังหวัดพยายามส่งเสริมอยู่นั้นเป็นโครงการที่ดีมาก แต่ปัจจุบันนี้ทางห้างให้โควต้ารับซื้อราว 2% ของพื้นที่เพาะปลูกเท่านั้น ส่วนอีก 98% ก็ยังปลูกกันแบบปกติ และส่งขายที่ตลาดกลางค้าพืชผักที่ อ.หล่มสัก เป็นส่วนใหญ่” นายใจกล่าว

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. และกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด และตลาดค้าส่ง จำนวน 14 ราย ได้แก่ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด หรือ เทสโก้โลตัส ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดศรีเมือง บริษัท วิลล่ามาร์เก็ท เจพี จำกัด บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือโกลเด้น เพลส บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทรล จำกัด โครงการหลวง บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด หรือ ตลาดไท บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด หรือแม็กช์แวลู และ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ เซเว่น-อีเลฟเว่น ได้วางมาตรการแก้ปัญหาสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ

นางสาวดุจเดือน กล่าวว่า ข้อสรุปเบื้องต้นทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมดำเนินมาตรการแบบเข้มข้นให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดผลจริงและเป็นรูปธรรม มีเป้าหมายควบคุมและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการผลิตให้มีการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง เพื่อให้สินค้าผักและผลไม้มีความปลอดภัยสูงขึ้น โดยผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดจะกำหนดมาตรการและเงื่อนไขให้ผู้จัดส่งสินค้าค้าหรือซัพพลายเออร์ทุกราย ควบคุมมาตรฐานโรงคัดบรรจุจีเอ็มพี และควบคุมแหล่งวัตถุดิบอย่างเข้มงวด เช่น สินค้าผักและผลไม้ ควรมาจากฟาร์มมาตรฐาน จีเอพี ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่เข้าระบบมาตรฐานดังกล่าว ต้องควบคุมการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยจดบันทึกการใช้สารเคมีที่ใช้ในแปลงเพื่อให้สามารถตรวจสอบต่อไปได้ และผลักดันให้เกษตรกรยื่นคำขอรับรองมาตรฐาน จีเอพี ในแบบรายเดี่ยวหรือรับรองแบบกลุ่ม

“ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดส่วนใหญ่ให้ความสนใจที่จะนำระบบตามสอบด้วยคิวอาร์โค้ดมาใช้เพื่อให้สามารถตามสอบถึงแหล่งผลิตได้ ซึ่ง มกอช. จะให้การสนับสนุนการพัฒนาระบบ กระทรวงเกษตรฯ และผู้ประกอบการจะได้ร่วมกันตรวจสอบสินค้า ติดตามเฝ้าระวังสุ่มตรวจผักและผลไม้ในห่วงโซ่การผลิต ทั้งโมเดิร์นเทรดและตลาดค้าส่ง และจะตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ผลิต หากพบปัญหาสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ทั้งกลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าที่ได้รับรองมาตรฐาน จีเอพี โรงคัดบรรจุจีเอ็มพี และระบบอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ เพื่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้เกิดมาตรฐานและมีความปลอดภัยในระยะยาว พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองมาตรฐานดังกล่าวอย่างเข้มข้นด้วย” นางสาวดุจเดือน กล่าว

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีนโยบายมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนายาที่ดี มีประสิทธิภาพในการรักษา และไม่เคยปิดกั้นความก้าวหน้าทางวิชาการ โดยกรณีของพืชกระท่อมปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้อนุญาตเป็นราย ๆ ไป และห้ามมิให้ผู้ใดเสพพืชกระท่อม ฝ่าฝืนมีโทษจำหรือปรับ ซึ่งการที่จะเปิดให้สามารถนำพืชกระท่อมมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้นั้น อย. ได้มีการเสนอให้แก้ไขกฎหมาย ในประมวลกฎหมายยาเสพติดให้โทษ โดยแก้ไขเป็นห้ามมิให้ผู้ใดเสพพืชกระท่อม เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะประกาศกำหนดตำรับยาที่ให้เสพเพื่อการรักษาโรคตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรมไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทั้งนี้ ผลจากการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เมื่อร่างประมวลกฎหมายฯ มีผลบังคับใช้ พืชกระท่อมก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ หรือนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาวิจัยในมนุษย์ก็สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่เนื่องจาก การที่ใบกระท่อมมีปัญหาการแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การถอนพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ควรคำนึงถึงผลกระทบ ทางด้านสาธารณสุขและสังคมร่วมด้วย

“อันที่จริงแล้วการควบคุมพืชกระท่อมในประเทศต่างๆ ปัจจุบัน สหประชาชาติยังมิได้มีการประกาศควบคุมพืชกระท่อมตามอนุสัญญาฯ ระหว่างประเทศ แต่ได้ขอให้ประเทศสมาชิกเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การใช้พืชกระท่อมด้วย จากการสืบค้น พบว่า ประเทศต่าง ๆ เช่น เดนมาร์ก ลัตเวีย ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย สวีเดน มีการควบคุมพืชกระท่อม และสารไมทราไจนีน (Mitragynine) และเซ่เว่นไฮดรอกซี่ไมทราไจนีน (7-Hydroxymitragynine) สำหรับประเทศออสเตรเลีย พม่าและมาเลเซีย ก็มีการควบคุมพืชกระท่อม เช่นกัน” นพ.วันชัย กล่าว

นายวิรัตน์ กาญจนพรหม อาจารย์วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง และปราชญ์แห่งบ้านหนำควาย ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ได้พลิกฟื้นพื้นที่สวนยางพารา กว่า 6 ไร่ สร้างเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่ปี 2547 ด้วยใจรักส่วนตัวและความตั้งใจที่จะเผยแพร่ความรู้ หรือประสบการณ์ด้านการเกษตรออกไปสู่สังคม กระทั่งประสบความสำเร็จและกลายเป็นต้นแบบของบุคคลที่ต่อสู้ชีวิต โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ

นายวิรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคิดทำมิใช่แค่การเรียนรู้ภาคทฤษฎี แต่สามารถนำทุกอย่างมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติจริงจนเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาให้ใช้เกิดประโยชน์สูงสุด นับตั้งแต่การปลูกพืชผักเสริมลงไปจนเต็มพื้นที่สวนยางพารา ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์นานาชนิด ส่งผลให้มีอาหารในการดำรงชีวิตประจำวัน และเหลือส่งขายเป็นอาชีพเสริม โดยไม่ต้องง้อรายได้จากยางพาราอย่างเดียว จนเป็นแบบอย่างที่ดีให้เกษตรกรที่สนใจมาเยี่ยมชมดูงานไม่ขาดสายในแต่ละวัน

“พืชผักพื้นบ้านที่ปลูกแซมระหว่างต้นยางพาราจะเน้นชนิดที่รับประทานได้ทุกวัน ส่วนสัตว์ที่เลี้ยง เช่น ปลา กบ ไก่ แพะ วัว ก็สามารถผสมผสานได้อย่างลงตัว โดยที่ยังคงกรีดยางพาราได้ตามปกติ แต่มีเงินไหลเข้ามาสู่ครอบครัว หรือวันไหนที่กรีดยางไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังกินอิ่มเพราะผลผลิตจากพืชและสัตว์เหล่านี้ เนื่องจากในชีวิตจริงของชาวใต้ ปีหนึ่งจะกรีดยางได้แค่ 4 เดือนเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือต้องเผชิญกับปัญหาฝนตกและฝนแล้ง ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้นจึงจะสามารถนำพาให้เกษตรกรอยู่รอดได้” นายวิรัตน์ กล่าว

สวนสราญรมย์ เตรียมส่งดอกไม้ทำเป็นปุ๋ยหมักครั้งแรก ก่อนส่งไปใช้ประโยชน์ยังสวนสาธารณะอีกกว่า 20 แห่ง หลังพบผู้ประกอบการฉวยโอกาสเก็บดอกไม้ไปขายต่อ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม นายภาสกร พจน์จิราภรณ์ หัวหน้าสวนสาธารณะสราญรมย์ สำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการจัดการดอกไม้ที่ประชาชนนำมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการประชุม จนได้ข้อสรุปว่าดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้ว จะถูกส่งไปทำปุ๋ยหมัก ที่ศูนย์เรียนรู้ปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ สวนหลวง ร.9 ซึ่งวันนี้อยู่ระหว่างการรวบรวม เพื่อจัดส่งครั้งแรกและในแต่ละวันมีดอกไม้ที่ถูกส่งเข้ามาคัดแยกที่สวนสราญรมย์ ประมาณ 400 ถุงใหญ่ ซึ่งแต่ละถุงบรรจุดอกไม้ประมาณ 140 กำ และพวงมาลัยอีกกว่า 250 ถุงใหญ่ โดยใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 100 คนต่อวัน หมุนเวียนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

นายภาสกรกล่าวว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสวนสราญรมย์ได้เคยนำดอกไม้มาทำเป็นปุ๋ยหมักแล้ว แต่สวนสราญรมย์มีพื้นที่เพียง 23 ไร่ ไม่เพียงพอต่อการจัดทำ จึงจำเป็นต้องส่งไปดำเนินการที่สวนหลวง ร.9 เนื่องจากมีพื้นที่ถึง 500 ไร่ ส่วนปุ๋ยหมักที่ได้ จะถูกส่งไปใช้ประโยชน์ยังสวนสาธารณะกว่า 20 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนประชาชนที่ต้องการดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้วไปใช้ประโยชน์ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ หรือเก็บไว้บูชา ก็สามารถมาขอรับได้ที่สวนสราญรมย์

นอกจากนี้ นายภาสกรชี้แจงว่า การจัดเก็บดอกไม้ที่ประชาชนนำมาแสดงความอาลัย โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ว่าได้จัดเจ้าหน้าที่กว่า 30 คน เฝ้าพื้นที่ เพื่อจัดเก็บดอกไม้เนื่องจากพบผู้ประกอบการฉวยโอกาสนำดอกไม้หมุนเวียนไปขายต่อ จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวลและเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เสียงยืนยันหนักแน่นจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ว่า ทหารไม่มีสิทธิ์ห้ามนักข่าวทำข่าว มาจากกรณีที่ เมื่อวาน มีการมีบริษัทที่ชนะการประมูลข้าวนำนักข่าวเข้าไปร่วมตรวจคุณภาพในพื้นที่ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นมาอย่างไร เริ่มจากนายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากูล ผู้จัดการบริษัท ร่วมเจริญพัฒนาการข้าว จำกัด นำภาพข้าวที่เสียหาย ที่อ้างว่าได้มาจากคลังสินค้าสุดใจหลัง 5 ในอำเภอสรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นคลังสินค้าที่บริษัทตนเองประมูลข้าวขาว 5% สำหรับบริโภค ได้มาจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อตก. เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 มาเสนอต่อสื่อมวลชน

เมื่อวานนี้เวลาราว 12.00 น. นายบรรจง ได้นัดกับ เจ้าหน้าที่ อตก. โดยมีนางอนุรี อธิคุณากร ผู้อำนวยการกองธุรกิจข้าว เป็นตัวแทน พร้อมบริษัทเซเวเยอร์ เพื่อเข้าตรวจสอบคุณภาพข้าวของคลังสินค้าหลังพบปัญหา ข้าวไม่ตรงตามสัญญา ซึ่งนายบรรจง ได้นัดสื่อมวลชนมาด้วย เพื่อร่วมตรวจสอบ แต่ทันทีที่มาถึง กลับพบเจ้าหน้าที่คอยห้ามไม่ให้ถ่ายภาพภายในคลังสินค้า พร้อมขอร้องไม่ให้มีการนำเสนอข่าวใดๆ โดยระบุเพียงว่า ผู้ใหญ่สั่งมา ก่อนปิดประตูโกดัง

ภายหลังเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย จึงได้ข้อยุติที่ว่า เจ้าหน้าที่ ยินยอมให้นายบรรจง เข้าไปฉ่ำข้าวร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก อตก. และให้นักข่าวออกจากพื้นที่ ก่อนนายบรรจงจะออกมาให้สัมภาษณ์ เวลาราว 14.00 น. พร้อมนำตัวอย่างข้าวที่อ้างว่าได้มาจากคลังสินค้าดังกล่าว มานำเสนอต่อสื่อมวลชน ซึ่งระหว่างให้สัมภาษณ์ในพื้นที่ของคลังสินค้า เจ้าหน้าที่ได้กลับมาขอความร่วมมือไม่ให้บันทึกภาพอีกครั้ง

นอกจากนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ยังพบว่า นอกจากข้าวที่ผิดสัญญาแล้วยังมีปัญหาของทางคลังสินค้าร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นปัญหาหนึ่ง ที่อาจต้องให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงต้องติดตามต่ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีคำถามที่หลายคนยังสงสัยว่า สรุปแล้วข้าวทำไมถึงไม่ตรงสัญญา แล้วเจ้าหน้าที่ อตก. ทำไมถึงไม่เซ็นรับรองการตรวจข้าว และปัญหาการเช่าช่วงคลังจะดำเนินการต่ออย่างไร สุดท้ายใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ

ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ความชื้นในอากาศจะลดลง ทำให้ขาดน้ำในการเกษตรหลายพื้นที่ พืชที่ปลูกในช่วงนี้หลายชนิดจะได้รับผลกระทบ เกษตรอำเภอน้ำปาด ขอให้เกษตรกรวิเคราะห์สถานการณ์การใช้น้ำของพืช และจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อใช้หล่อเลี้ยงพืชให้พอเพียงจนหมดฤดูแล้งนี้

นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช เกษตรอำเภอน้ำปาด แนะนำเกษตรกรให้จัดหาแหล่งน้ำสำรอง สำหรับหล่อเลี้ยงพืชในยามแล้ง ซึ่งจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นความแห้งแล้งระยะยาว จะมีผลกระทบทำให้พืชผลการเกษตรเสียหายได้

โดยขอให้เกษตรกรวิเคราะห์สถานการณ์ การใช้น้ำของพืช โดยอาศัยหลักวิชาการ และคำนวณว่า ต้นพืชที่ปลูก หรือกำลังจะปลูก ต้องใช้น้ำตลอดอายุปริมาณเท่าใด และถ้าเกิดสภาวะความแห้งแล้ง เป็นเวลา 2-3 เดือน หรือ 30-60 วัน จะต้องมีน้ำไว้หล่อเลี้ยงปริมาณเท่าใดจึงจะเพียงพอให้ต้นพืชรอดพ้นจากภัยแล้ง หรือขาดน้ำจนเสียหายไม่ได้ผลผลิต

การคำนวณปริมาณน้ำในการปลูกพืชต่างๆ เพื่อจะสำรองน้ำไว้ให้เพียงพอ สามารถค้นหาข้อมูลได้ จากแหล่งวิชาการต่างๆ เช่น หน่วยงานชลประทาน สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรทราบว่า พืชใช้น้ำตลอดอายุ เป็นปริมาณเท่าใด เช่น นาข้าวที่ปลูกข้าวพันธุ์ส่งเสริม เช่น พันธุ์ กข.ต่างๆ จะใช้น้ำตลอดอายุ 100 วัน ใช้น้ำ 8.0 มิลลิเมตรต่อวัน หรือ 1,101 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะใช้น้ำตลอดอายุ 100 วัน ใช้น้ำ 4.0 มิลลิเมตรต่อวัน หรือ 550 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ หอมแดง จะใช้น้ำตลอดอายุ 85 วัน ใช้น้ำ 4.2 มิลลิเมตรต่อวัน หรือ 477 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ กระเทียม จะใช้น้ำตลอดอายุ 110 วัน ใช้น้ำ 2.8 มิลลิเมตรต่อวัน หรือ 422 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ เป็นต้น

มีปัญหา ข้อสงสัย หรือสนใจรายละเอียด ติดต่อสอบถามได้ จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอน้ำปาด โทร.055-481006

พระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส และพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยนั้น มีมากมายมหาศาล ทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ท่าน ได้มีให้เพื่อปวงชนชาวไทย และที่อีกนานาประเทศนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนา โดยเฉพาะเกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ทรงเป็น “กษัตริย์เกษตร” (Agriculture-Monarch) พระองค์ท่าน ทรงให้แนวทางการพัฒนาด้านการเกษตร โดยเฉพาะด้านวิธีการดำเนินงาน กระบวนการที่จะทำให้เกษตรกรมีการพัฒนาตนเอง คือการพัฒนาคน ต้องมีการจัดการที่ถูกต้อง เหมาะสม มีแบบอย่าง ผู้ที่มีหน้าที่ในการ ถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้เกษตรกรนำไปปฏิบัตินั้น ต้องได้รับการฝึกฝน เชี่ยวชาญรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ และกระบวนการถ่ายทอด ดังเช่น “โครงการโรงเรียนเกษตรกร”

“มีแปลงนาเป็นอาจารย์ ประสานกับผู้รู้ ที่นี่ไม่มีครู เรียนรู้จากการทำจริง” ซึ่งเป็น ตีม หรือธีม (Theme) ที่เป็นคำจำกัดความ กระบวนการที่มุ่งพัฒนาเกษตรกรที่ทำนา หรือชาวนา ให้ทำนาปลูกข้าวได้ คุณภาพดี ผลผลิตสูงตามศักยภาพ มีการรวมกลุ่ม ร่วมคิด ร่วมเรียนรู้ ร่วมลงมือทำด้วยกัน มุ่งสู่ความสำเร็จผล ตามที่กลุ่มร่วมกันวางแนวทาง ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่แต่เฉพาะชาวนาเท่านั้น เกษตรกรที่ปลูกผัก ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ปลูกพืชไร่ ทำไร่นาสวนผสม ใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร เป็นรูปแบบดำเนินการทั้งสิ้น

แนวทางกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้ของเกษตรกร โดยเน้นการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกษตรกร คิดเป็น ทำเป็น โดยดำเนินการในสถานที่ปลูกพืชของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาล การเพาะปลูก เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ช่วยกันคิดวิเคราะห์ หาทางเลือก และตัดสินใจร่วมกัน เกษตรกรมีโอกาสเรียนรู้วิธีการ และขั้นตอนการผลิตที่ถูกต้องและเหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ตลอดจนรับข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาทางเลือกต่างๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งโรงเรียนเกษตรกรนี้ เกษตรกรทั้งชาย หญิง เด็กเยาวชน มีโอกาสเรียนรู้เท่าเทียมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ช่วยให้เกิดความร่วมมือ ความเชื่อถือจากเกษตรกร อีกทั้งเพิ่มความมั่นใจ และสร้างคุณค่าของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยิ่งขึ้น เกษตรกรมีโอกาสร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจในการประกอบอาชีพการเกษตร มีส่วนช่วยให้เกิดความรัก ความสามัคคีในกลุ่มคน มีความรู้ มีคุณธรรม ตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเกษตรกร funnypatentsandinventions.com เป็นการให้การศึกษาเรียนรู้ที่ให้แก่ประชาชนรูปแบบหนึ่ง เป็นการศึกษาเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ซึ่งเกิดจากสมมุติฐานคือ เชื่อว่าเกษตรกรต่างก็มีภูมิปัญญา มีประสบการณ์ในการทำการเกษตรระดับหนึ่ง สามารถพัฒนาขึ้นได้ จากการนำเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปผสมผสานกับสิ่งที่เกษตรกรปฏิบัติอยู่เดิม อย่างกลมกลืน โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของเกษตรกร และเกษตรกรมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมกันเรียนรู้ และนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องด้วยตนเอง ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด โดยใช้ปัจจัยการผลิตในระดับที่เหมาะสม กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรนี้ เกษตรกรจะได้รับการพัฒนา โดยบางกรณีเกษตรกรอาจไม่รู้ตัวว่า กำลังเรียนรู้หรือถูกสอน เกิดการยอมรับโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนสำหรับเกษตรกรเอง

การถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกร ในอดีตส่วนใหญ่เกษตรกรถูกจัดให้เป็นผู้รับเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้บรรยายวิชาการ และให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต วิธีนี้อาจไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่ เป็นการยัดเยียดความรู้สู่เกษตรกร มากกว่ากระตุ้นให้เกษตรกรได้รับความรู้ตามที่เกษตรกรต้องการ จึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะในการตัดสินใจโดยตัวเกษตรกรเองด้วย จึงเน้นกระบวนการให้การศึกษา โดยเกษตรกรร่วมกันศึกษาเรียนรู้ และปฏิบัติด้วยตนเอง ตั้งแต่การวางแผน ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง และทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีการพบปะกัน ระหว่างเกษตรกร กับเจ้าหน้าที่ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ตั้งแต่เริ่มปลูกพืช เพื่อให้เรียนรู้ถึง ความเจริญเติบโตของพืชในแต่ละช่วง ระยะเวลาการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์และการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ดิน น้ำ และพืช แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ เพื่อประกอบการตัดสินใจ เป็นการฝึกให้เกษตรกรคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง โดยอาศัยคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือความรู้จากแหล่งอื่นๆ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น มาฝึกทำอย่างง่ายๆ เพื่อพิสูจน์เปรียบเทียบผล แบ่งกลุ่มเรียนรู้ นำผลมาอภิปรายกลุ่ม มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนอย่างใกล้ชิด เป็นผู้อำนวยความสะดวก(facilitator)

โรงเรียนเกษตรกร (Farmers Field School) เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้สำหรับผู้ใหญ่แบบไม่เป็นทางการ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีการศึกษาไม่สูงนัก แต่มีประสบการณ์ในการทำการเกษตรมาเป็นเวลานาน เมื่อมารวมกลุ่มกัน กระจายความคิด ความรู้ ประสบการณ์ แบ่งปันกัน และร่วมกันวิเคราะห์ วิจารณ์ ตัดสินใจทดลอง และยอมรับ โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นพี่เลี้ยง เป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือเป็นวิทยากรกระบวนการ เป็นผู้ให้คำปรึกษาในบางเรื่อง ที่กลุ่มไม่รู้ เช่น วิชาการเกษตรใหม่ๆ เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ การประยุกต์ใช้ความรู้ภูมิปัญญา ฯลฯ

การดำเนินการตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรนี้ เป็นแนวทางตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั่นคือแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข โดยกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้เป็น โครงการในพระราชดำริ แยกเป็นรายกลุ่มอาชีพ ได้แก่ โรงเรียนเกษตรกรข้าวในพระราชดำริ โรงเรียนเกษตรกรพืชผักในพระราชดำริ โรงเรียนเกษตรกรไม้ผลในพระราชดำริ เป็นต้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการสนับสนุนของรัฐบาล ดำเนินการโครงการนี้ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ครอบคลุมอยู่ทุกพื้นที่ มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งทุกพื้นที่ต่างเห็นผลสำเร็จในการดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริดังกล่าว และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีบริษัทผู้ประมูลข้าวรายหนึ่งประมูลข้าวจากรัฐบาลในโกดัง ขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) แต่เกิดปัญหากับข้าวที่ประมูลไม่ตรงกับปีที่รัฐบาลประกาศก่อนประมูล ส่วนตัวยังไม่รู้เรื่อง แต่จะเรียกดูข้อมูลข้อเท็จจริงก่อน เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริง ว่ามีปัญหาอะไรกับการประมูลข้าวในล็อตนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ.ฉัตรชัย รู้เรื่องของการประมูลข้าวที่เกิดความผิดพลาดขึ้น ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เรียกให้อ.ต.ก. และบริษัทผู้ร่วมประมูลนำข้อมูลมาชี้แจง เพื่อรับทราบถึงข้อเท็จจริง