ผีเสื้อราตรี ค่ำคืน เริงโลกีย์กับผีเสื้อราตรี แต่ต้นผีเสื้อราตรีหุบใบ

ในโลกธรรมชาติ ชื่อของ “ผีเสื้อ” คือสัญลักษณ์ของความสวยงามอ่อนโยน เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ แต่ในโลกยามราตรีชื่อของดิฉัน ถูกนำไปสร้างความหมาย “เชิงพิศวาส” เริงราตรี สังคมตราหน้าเป็น “ผู้หญิงกลางคืน” จึงต้อง “แกร่ง” พอที่จะอยู่กับสังคมนี้ให้ได้ ดิฉันจึงขอแทนตัวเองว่า “เดี๊ยน” นะคะ เพื่อจะได้ดูเป็นตัวเองมากขึ้น

เดี๊ยนคิดว่า มีอยู่ 3 คำที่เกี่ยวข้องกับเดี๊ยน คือคำว่า “ผีเสื้อ-นางผีเสื้อราตรี-และต้นผีเสื้อราตรี” ที่อยากจะกล่าวถึง แน่นอนว่า “ผีเสื้อ” คือสัตว์ตัวน้อยปีกบอบบาง ช่วยเติมแต่งให้ “โลกสวย” มีชีวิตบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่นั้นๆ มีวงจรชีวิตสั้น เจริญเติบโตเป็นระยะ จาก ไข่-หนอน-ดักแด้-ตัวเต็มวัย แล้วเป็นผีเสื้อที่เราเห็นอยู่นี้ ตัวเมียผสมกับตัวผู้เพียงครั้งเดียว แต่ตัวผู้ผสมกับตัวเมียได้หลายตัว เห็นมั้ยคะเรื่องนี้ก็ขัดแย้งกับความหมายลึกๆ กับคำว่า “ผีเสื้อราตรี” แล้ว เมื่อตัวเมียวางไข่บนใบไม้หรือลำต้นพืชอาหาร ภายใน 2 สัปดาห์ พัฒนาการตามระยะการเจริญเติบโต จากหนอน เป็นดักแด้ ก็จะมีผีเสื้อแสนสวยออกมาประดับโลก กล่าวกันว่าหนอนผีเสื้อที่น่าเกลียดที่สุด จะเป็นผีเสื้อสุดสวยที่สุดเช่นกัน เสียดายที่วงจรชีวิตมีเพียงวงรอบประมาณ 1 เดือน

เดี๊ยนภูมิใจแทนผีเสื้อทุกตัว ที่โบยบินอิสระ มีคนชื่นชม มีบทเพลงมาเปรียบความงามนั้นมากมาย อย่างเช่นบทเพลงที่ คุณชรัส เฟื่องอารมณ์ เปรียบไว้ตอนหนึ่งว่า “แสงแดดยามสายสาย งามพร่างพรายต้องสายธาร ฉาบทองเมื่อมองแสนตระการ ผีเสื้อสุขสราญนะเจ้าเอย ท้องฟ้าสีอำพัน ผีเสื้อสุขสันต์มากเหลือ เจ้าไม่คิดไม่ต้องหวังดอกไม้ยังกูลเกื้อ แสงแดดจุนเจือชีวี อยากเป็นผีเสื้อตัวน้อยบินล่องลอยเสรี สีสันดุจอัญมณี สุขใดหรือจะมีเช่นผีเสื้อ” ยังมีบทเพลงที่ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เขียนคำร้องไว้ตอนหนึ่งว่า “เหล่าผีเสื้อแสนงามยามเช้า คลอเคล้าลัดดา ลอยเล่นลมเร้าตา เริงสุขพานิยม บ้างลงไล้ต่ายตอมน้อมโน้ม สุขสมดมผกา” และบรรทัดสุดท้ายเขียนไว้ว่า “สุขแต่เช้าเช่นนี้ทุกวัน ชื่นชมสัมพันธ์ ผีเสื้อแสนงาม”

ได้เห็นความงามของผีเสื้อน่ารักน่าชัง มีคนขับร้องเพลงอื่นๆ อีกมากมาย ประหนึ่งว่าผีเสื้อขยับตัวสยายปีกเล่นลมแต่เช้ายันเย็น หากแต่เป็นเวลายามราตรี กลายเป็น “นางกลางคืน” ที่ถูกเรียกว่า “ผีเสื้อราตรี” มีความแตกต่างจากผีเสื้อตัวน้อยโดยสิ้นเชิง เพราะถูกนำไปใช้เรียก “ผู้หญิง” ที่มีอาชีพให้บริการเริงอารมณ์สราญในสถานบันเทิงเวลากลางคืน และแน่นอนก็ต้อง “โบยบิน” ไปกับราตรีอันยาวนาน ประดับแสงสียามทิวาลับล่วง สยายปีกกางแขนโอบล้อมพร้อมเคียงคู่กับเหล่าภมรผู้ผึ้ง เป็นสีสันให้ราตรีนั้นทอแสงพิศวาสประกายดั่งคืนเพ็ญ

สำหรับ “ผีเสื้อราตรี” อย่างเดี๊ยนที่ต้องขยับปีกด้วยใบยามต้องสายลมตอนกลางวัน กลายเป็นสงบเสงี่ยมเจียมตนตอนกลางคืน เพราะเมื่อเริ่มราตรีปีกใบผีเสื้อราตรี ก็จะ “หุบใบ” นิ่งเป็นคืนที่สงบด้วยสีแห่งม่วงคลาสสิก เจียมตนอย่างรู้ว่าตัวเองไม่มีลำต้นโผล่พ้นดิน เพราะที่เห็นนั้นเป็นก้านใบไม่เกินเซนติเมตร ชูใบสีม่วงเข้มแกมเขียว ลักษณะเป็นสามเหลี่ยมหากรวมตัวกันเป็นแนววงกลม โดยใบจะหันมุมเป็นเหลี่ยมมาชนกัน มีสีม่วงชมพูเข้ม เมื่อโดนแรงลมพัดก็เหมือนผีเสื้อขยับปีก

หากอยู่ในกระถางเป็นพุ่มก็เหมือนผีเสื้อหลายตัวเกาะอยู่ แต่จริงๆ คือทรงพุ่มเตี้ยๆ นั่นเอง ในช่วงของการออกดอกก็มีก้านดอกออกจากก้านลำต้นเป็นดอกเดี่ยว สีชมพู-ม่วงอ่อน มีสีขาวแซมกลาง มีกลีบดอก 5 กลีบ เป็นดอกประเภทสมบูรณ์เพศ มีเกสรตัวผู้ 5-6 ตัว เดี๊ยนได้รับความนิยมมากในยุโรป แต่มีถิ่นกำเนิดในประเทศบราซิล ถูกจัดเป็นไม้ล้มลุกที่อยู่ได้นานเพราะเป็นประเภทมีหัว กลม ยาวเรียวสีออกน้ำตาล มีถึง 2 สายพันธุ์ ทั้งพันธุ์สีม่วงที่นิยมมากโดยเฉพาะประเทศไทย อีกสายพันธุ์เป็นสีเขียว ซึ่งก็จะหาดูได้ไม่มากนัก เดี๊ยนสงสัยตัวเองเช่นกัน ที่บางแห่งว่าเดี๊ยนเป็น false shamrock บ้างก็ว่าเดี๊ยนเป็น Love Plant เดี๊ยนให้ความหมายตัวเองว่าเป็นไม้แสนสวยน่ารัก จะถูกหรือผิดไม่ทราบ แล้วยังพูดว่า Spread the Love อีก? เดี๊ยนกระจายความน่ารักมากไปหรือนี่ อ้อ…! แล้วที่ว่า Purple shamrock เดี๊ยนก็ไม่เข้าใจ เพียงรู้ว่าปีกใบสีม่วงดูเหมือนผีเสื้อเวลากลางวันขยับปีก ยามราตรีเดี๊ยนก็ “หุบใบ”

ความพิเศษในตัวเดี๊ยน นอกจากจะเติมบรรยากาศสดชื่นทางสายตา มีชีวิตชีวากับบ้านเรือนแล้ว ยังมีคนนำใบไปรับประทานได้นะ ใช้เป็นผักสดหรือปรุงสุกก็ได้รสชาติเปรี้ยวแก้เลี่ยน แต่เดี๊ยนบอกไว้ก่อนว่าอย่ารับประทานมากเกิน เพราะนักวิชาการจัดเดี๊ยนเป็น Oxallis purpurea เรียกว่ามีกรดอ๊อกซาลิส (Oxalis) ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ หรือกลุ่มโรคปวดข้อ แต่มีประโยชน์ด้านอื่น คือสิ่งที่มากับใบสีม่วงเข้ม เป็นสารแอนโทไซยานินสูง รงควัตถุในพืชชนิดนี้มีประโยชน์กับร่างกายเป็นสารต้านอนุมูลอิสระดีต่อสุขภาพที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

ที่ยุโรปจึงนิยมนำใบเป็นส่วนประกอบของผักสลัด จะขยายพันธุ์เดี๊ยนก็เพียงแยกหน่อโดยแบ่งหัวที่เป็นแง่ง แล้วบิออกจากปล้องนำไปปลูกในกระถาง รดน้ำชุ่ม แสงรำไร 3-5 วัน ก็เห็นใบเล็กๆ แทงยอดออกมาแล้ว หากต้องการดอกเยอะก็เด็ดยอดเมื่อสูงไม่เกินคืบ เดี๊ยนมาจากบราซิลจึงชินอากาศร้อนเมืองไทย แต่อย่าร้อนจัดนักไม่ชอบให้รดน้ำแฉะเกิน ขอดินร่วนไม่ชอบดินเหนียว อ้อ…! เวลารดน้ำอย่า “สาด” ใส่ก้านใบจะหักหมด ที่สำคัญเดี๊ยนมีช่วงพัก ปีละ 2-3 ครั้ง ใบเริ่มเฉาเพราะเป็นไม้หัวหยุดรดน้ำนะ ใบเหี่ยวไม่ต้องเด็ดทิ้ง รอเวลาไม่เกินเดือนเดี๊ยนก็ฟื้นขึ้นมากระพือปีกใบเล่นลมเองจ้า

จริงๆ แล้วเดี๊ยนน่าจะได้รับสมญาว่า “ผีเสื้อกลางวัน” เพราะกลางวันได้กางใบรับลมเหมือนผีเสื้อขยับปีก เต็มพุ่มกระถางวางไว้ตามระเบียงบ้าน หน้าต่าง ซ้อนจินตนาการกับผีเสื้อตัวจริง ที่นักแต่งเพลง นักร้องจะต้องขับขานไว้มากมายเช่นลองตามหาผีเสื้อ จากบทเพลง ที่ “นรีกระจ่าง คันธมาส” ขับร้องไว้ แล้วจะได้พิสูจน์ว่า ถ้าหากจับกล้องถ่ายภาพขึ้นมามอง ก่อนกดชัตเตอร์ พิสูจน์จินตนาการระหว่าง ผีเสื้อตัวจริง กับ “ผีเสื้อราตรี” ที่กระพือปีกใบด้วยแรงลม เพื่อบันทึก “ผ่านเลนส์กล้อง” ตัดสินได้ไหมว่า จะ Love Plant หรือ Love Butterfly ภาพไหน ดีหนอ

ปัจจุบัน คนไทยประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น ทำให้อาหารปนเปื้อนสารเคมี ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยใช้หลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยเฉพาะมิติ BCG Model หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาโครงสร้างชุมชนสู่ความเข้มแข็ง มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงในชุมชน

ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและการวิจัย วิทยาลัยบริหารศาสตร์ กล่าวว่า “เกษตรสุขภาพ” เป็นการทำการเกษตรผสมผสาน สวนป่า ธรรมชาติ มุ่งผลิตอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระความเจ็บป่วย ความเสื่อมสภาพของร่างกาย จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การทำเกษตรสุขภาพ งดการใช้สารเคมีทุกชนิด เน้นใช้จุลินทรีย์ ชีวภาพ สารอาหารธรรมชาติ และสิ่งที่เหลือใช้ภายในบ้าน ชุมชน ป่า นำมาผลิตเป็นธาตุอาหารให้กับพืชที่ปลูก และเน้นปลูกพืชให้สัมพันธ์กับความต้องการของร่างกาย ธาตุเจ้าเรือน ดิน น้ำ ลม ไฟ มุ่งปลูกพืชให้ได้ โภชนาการ สารอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ขณะเดียวกัน เน้นปลูกพืชส่งเสริมสุขภาพให้ได้สารอาหารประเภทไฟเบอร์ จุลินทรีย์ (โพรไบโอติกส์ พรีไบโอติกส์ และซิมไบโอติกส์) รวมทั้งสารเอนไซม์ ฮอร์โมน และพฤกษาเคมีจากพืช

ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนกสิกรรมไร้สารพิษสู่ความยั่งยืนบ้านดงเจริญชัย” หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Farm Stay ตามหลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน 4 ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรสุขภาพ สปาสุขภาพ และเศรษฐกิจฐานราก มีสินค้าพืชผักปลอดภัย จุลินทรีย์ ปุ๋ย และสินค้าแปรรูปทางการเกษตร จำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป มีคนไทยและต่างชาติสนใจเข้ามาเยี่ยมชมโครงการตลอดทั้งปี

เตรียมแปลงปลูกแบบลดโลกร้อน

ชุมชนแห่งนี้ปลูกผักไร้สารเคมีจากวัสดุเหลือใช้ เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า ที่ไม่ต้องเผาทิ้ง สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ธุรกิจสีเขียว และฐานชีวภาพสู่ความยั่งยืน แปลงผักในชุมชนแห่งนี้ ชั้นล่างสุดเป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่ ชั้นกลางเป็นกิ่งไม้ เรียงจากขนาดใหญ่ไปหาขนาดเล็ก ชั้นบนเป็นใบไม้ หญ้า ชั้นบนสุดเป็นดินผสมใบไม้ ปุ๋ยหมักคลุมด้วยฟางหรือใบไม้ แปลงปลูกพืชใช้ดินน้อยที่สุด และใช้จุลินทรีย์ชีวภาพเข้ามาช่วยย่อยสลายวัสดุเหลือใช้ดังกล่าว ทำให้ประหยัดน้ำ ดูแลรักษาง่าย เกษตรกรไม่ต้องปวดหลังในการทำงาน ลดการใช้ปุ๋ย พืชเจริญเติบโตได้ดี ให้ผลผลิตสูง แปลงผักไม่ต้องไถดิน ไม่ต้องขุดดิน ลงทุนน้อย ไม่ต้องทำแปลงบ่อย

นอกจากนี้ เกษตรกรบางรายตั้งถังรักษ์โลกเอาไว้ในแปลงผัก โดยให้ส่วนสีเขียวที่เป็นตะกร้าฝังไว้ในดิน ส่วนสีดำอยู่บนเหนือดิน เอาเศษอาหารที่เหลือกินในแต่ละวันมาเทลงแล้วราดด้วยจุลินทรีย์จาวปลวกแล้วปิดฝา วิธีนี้ทำให้เกษตรกรได้ปุ๋ยโดยไม่ต้องซื้อ แถมเป็นการกำจัดขยะไปในตัว

ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรฤทธิ์ร้อน เป็นทั้งไฟเบอร์และเป็นสารอาหารที่จัดได้ว่าเป็นพรีไบโอติกส์ อาหารของจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมภูมิคุ้มกัน เมื่อจุลินทรีย์ในร่างกายทำงานได้ดี ลำไส้ก็สะอาด เพิ่มภูมิต้านทานและฟอกเลือดได้ดี หลายคนอาจไม่รู้ว่า หลังนำต้นตะไคร้ไปทำอาหารแล้ว เราสามารถชำต้นตะไคร้ส่วนที่เหลือนำไปปลูกได้ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ คือ ตัดหัวตะไคร้ ความยาว 1-1.5 นิ้ว นำไปแช่น้ำใช้เวลา 5-7 วัน รากจะงอก รอใบแทงออกมา ก็สามารถนำไปปลูกลงแปลงได้เลย

สำหรับคนที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เพาะปลูก ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น กล่อง ถังน้ำ ล้อยาง กระบะ ขวดน้ำ โดยใช้กิ่งไม้ ใบไม้เป็นวัสดุหลักในการปลูก ใช้ดินปลูกน้อย ให้มีความหนาชั้นดินบน 3-5 เซนติเมตรก็เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็มีพื้นที่ปลูกพืชผักได้ตามที่ต้องการ ปลูกผักไร้สารเคมีเอาไว้กินเอง ไม่ได้กินเพียงแค่อิ่ม ยังช่วยสร้างความสมดุลของร่างกาย ช่วยลดอาการเจ็บป่วยแถมประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

น้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม

พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ถูกนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจชุมชน เช่น น้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม ช่วยย่อยอาหารและขับลม บำรุงเลือดให้หมุนเวียนดี ซึ่งวิธีการทำก็แสนง่าย เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ได้แก่ กระชาย มะนาว น้ำผึ้ง เกลือชมพู ขั้นตอนต่อมา ล้างกระชายให้สะอาด นำไปปั่นให้ละเอียดกรองด้วยผ้าขาวบาง นำไปต้มให้เดือดและช้อนเอาฟองออกเพื่อลดรสขม ต้มนาน 15 นาที จากนั้นใส่น้ำผึ้ง มะนาวและเกลือชมพู บรรจุขวดขณะร้อนแล้วคว่ำขวดลง ทันทีเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ

อาหารเพื่อสุขภาพ

ผศ.ดร.สถาพร กล่าวว่า สมุนไพรทำหน้าที่ช่วยย่อยและดูดซึมสารอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างดี ควรปลูกพืชผักที่มีองค์ประกอบพืชอาหารครบทุกธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เนื่องจากประเทศไทยมีธาตุลมเป็นธาตุประจำเมือง ประกอบกับเป็นเมืองร้อน อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรและร้อนชื้น ทำให้ร่างกายเกิดไฟและลมขึ้นได้ง่าย คนไทยถึงได้มียาหอม ยาธาตุ ยาบำรุงธาตุ การกินน้ำพริก ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียน กระจายลมในร่างกาย และขับลมที่ไม่ดีออกจากร่างกายเรา

ขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้ พริก พริกไทย ดีปลี หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม กะเพรา สะระแหน่ โหระพา ยี่หร่า แมงลัก ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว เม็ดผักชี มะแข่วน ชะพลู สะค้าน และสมุนไพรอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ร้อน/รสร้อน จัดเป็นสมุนไพรประจำธาตุลม มีประโยชน์ช่วยชูรส เพิ่มกลิ่นหอม ดับคาว ช่วยในการย่อย ช่วยขับลม เป็นพรีไบโอติกส์ คืออาหารของจุลินทรีย์ เป็นไฟเบอร์กากใยอาหาร ช่วยให้กระเพาะอาหารอุ่น ช่วยย่อยอาหาร ช่วยดูดซึม และขับถ่าย ทำให้ร่างกายอบอุ่น ลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เลือดลมหมุนเวียนดี

เมื่อร่างกายเจ็บป่วยทางลม เกิดความเสื่อม เรียกว่า “กษัย” ผู้ป่วยที่มีอาการกษัยล้นเกิดจากอาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารมีกรดมาก หรือลำไส้อักเสบ ส่วน “กษัยราก” เกิดจากกระเพาะอาหารเป็นแผล ลำไส้อุดตัน หรือลำไส้ติดกัน “กษัยเหล็ก” เกิดจากอาการอักเสบของลำไส้ มีแก๊สและลมในลำไส้ทำให้มีอาการท้องแข็ง “กษัยลม” มีผลต่อระบบน้ำเหลือง ระบบเลือด การหมุนเวียน และการอุดตัน การอักเสบของร่างกาย หากจัดการลมไม่สมดุล ร่างกายเสื่อมอย่างต่อเนื่องและเจ็บป่วยเรื้อรัง

การกินอาหารควรกินเป็นมื้อหลัก กินให้อิ่ม หลีกเลี่ยงการกินในระหว่างมื้อเพื่อไม่ให้อินซูลินหลั่งมาตลอดเวลาส่งผลให้เกิดสภาวะดื้ออินซูลิน แป้ง ข้าว น้ำตาล ผลไม้รสหวาน ไขมัน เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลินที่มากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายเสื่ิอมสภาพได้ง่าย

เราสามารถสร้างคุณภาพชีวิตและภูมิต้านทานที่ดีด้วยธรรมชาติ โดยการบริโภคอาหารดี ที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เลือกกินเสาวรส สับปะรด มะละกอ มะนาว ที่มีวิตามินซีสูงมาก ช่วยเพิ่มปริมาณเอนไซม์ให้กับร่างกาย ในแต่ละวันร่างกายเราต้องการเอนไซม์ในปริมาณที่สูงมาก เพื่อใช้ในกระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหาร โดยทำงานร่วมกับโคเอนไซม์ ช่วยให้ร่างกายเรามีพลังและสดชื่น

ขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้ พริก พริกไทย ดีปลี มะแข่วน กะเพรา โหระพา ยี่หร่า เม็ดผักชี หอมแดง กระเทียม มะขามเปียก มะกรูด มะนาว งาขี้ม้อน งาขาว น้ำอ้อย ลำไย เกลือดำหิมาลัย ฯลฯ เป็นอาหารกลุ่มพรีไบโอติกส์ช่วยในการย่อย ดูดซึม และขับของเสีย และเป็นอาหารกลุ่มไฟเบอร์ทำให้โพรไบโอติกส์เจริญเติบโตและทำงานได้ดี สร้างความสมดุลของธาตุลมในร่างกาย ระบบการหมุนเวียนที่ดี เพิ่มอุณหภูมิในลำไส้ให้เหมาะสม ในระบบการย่อยและดูดซึมสารอาหารช่วยเพิ่มรสชาติ เจริญอาหาร บำรุงธาตุ และขับลม

“ถั่วเหลือง” เป็นถั่วที่มีคุณสมบัติพิเศษ แตกต่างจากถั่วชนิดอื่นๆ วิธีการกินก็แตกต่างกันออกไป พี่น้องชาวเหนือ ชาวไทใหญ่ และคนญี่ิปุ่นนำถั่วเหลืองไปแปรรูปเป็นถั่วเน่า นัตโตะ หรือเทมเป้ ซึ่งเป็นอาหารที่มีชีวิต ทำให้ลำไส้แข็งแรง

“ไข่” ให้สารอาหารโปรตีน ราคาถูก โปรตีนจากไข่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก เลือด ทำให้ผิวพรรณสวย ไม่เหี่ยวย่น ไม่แก่เร็ว ทำให้เซลล์ประสาทและสมองทำงานได้ดี ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ทอดเพราะเป็นโทษต่อร่างกาย การทอดไข่ 1 ฟองด้วยน้ำมันให้พลังงานสูง 250 แคลอรี ทำให้ร่างกายอักเสบได้ง่าย เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน ควรบริโภค “ไข่ดาวนึ่ง” ซึ่งใช้เวลานึ่งเพียงแค่ 7-10 นาที การกินไข่ให้ได้ประโยชน์ ควรกินคู่กับถั่วนัตโตะหรือถั่วเน่า ร่วมกับต้นหอม ผักชี ขิง พริกไทย พริกสด มะนาว หอมแดง ตะไคร้ และผักอื่นๆ เพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อย

สปาหน้าสวย

สุขภาพดี แข็งแรง ต้องควบคู่ กับความสวยงาม สดใส ROYALONLINE69.COM และมีความสุข ผศ.ดร.สถาพร ได้พัฒนาสมุนไพรสูตรพิเศษ พร้อมให้การอบรมในรูปแบบสปาสุขภาพ (Happiness Well-being Spa) ที่แตกต่างจากสปาแบบทั่วๆ ไปและให้คำปรึกษาสุขภาพครบวงจร ผู้สนใจสามารถแวะมาทดลองใช้บริการอาหาร สุขภาพ ความงาม ครบวงจร พร้อมให้บริการอบสมุุนไพร พอกโคลน พอกสาหร่าย พอกผงสมุนไพร พอกผงถั่วเขียว ลงน้ำมันสปา สปาหน้าเด้ง ได้ที่ กลุ่มวิสาหกิจฯ บ้านดงเจริญชัย แห่งนี้

หากผู้อ่านท่านใดสนใจอยากพัฒนาชุมชนของท่านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยให้วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ ติดต่อได้ที่ ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ อีเมล sathaporn_s@mju.ac.th เบอร์โทรศัพท์ 081-530-9785 ในวันและเวลาราชการ

“มะเขือยาว” ถือเป็นพืชผักทำเงินอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยมีวิธีการปลูกและการจัดการดูแลไม่ยุ่งยาก สามารถเจริญเติบโตในดินทุกสภาพ ปลูกได้ตลอดทั้งปี และปลูกได้ทั่วทุกภาค ให้ผลผลิตเร็ว ใช้ระยะเวลาในการปลูกสั้นประมาณ 2-2 เดือนครึ่ง เก็บผลผลิตขายได้ หลังจากนั้นสามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุก 3-5 วัน และหากมีการดูแลบำรุงอย่างถูกหลักสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 1 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกสำหรับชาวสวนที่กำลังมองหาพืชแซมในสวนไม้ผล เพื่อสร้างรายได้ประจำวันมาใช้จ่ายในครอบครัวระหว่างที่รอพืชหลักผลิดอกออกผล

คุณวรัชญา ทองดอนใหม่ หรือ คุณแหม่ม เกษตรกรเจ้าของสวนชัย กระโจมทอง ตั้งอยู่ที่ 69/4 หมู่ที่ 5 ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เกษตรกรรุ่นใหม่ทำสวนผสมสร้างรายได้ 2 ต่อ ด้วยการปลูกมะเขือยาวแซมในสวนฝรั่งกิมจูที่เป็นพืชสร้างรายได้หลัก ช่วยประหยัดต้นทุนในการดูแล ทั้งต้นทุนน้ำและปุ๋ย สามารถเอื้อประโยชน์ต่อกันได้ดี

คุณแหม่ม เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาทำสวน ตนเองทำงานเป็นพนักงานราชการปศุสัตว์จังหวัดมาก่อน พอหลังจากได้แต่งงานมีครอบครัวจึงได้ลาออกจากงานประจำมาทำสวน เพราะด้วยพื้นฐานที่บ้านของสามีประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรทำสวน แต่จะเน้นเป็นไปทางการปลูกพืชตามกระแส ถ้าหากย้อนไปช่วงสัก 10 กว่าปีที่แล้ว ที่บ้านของสามีจะปลูกองุ่นป๊อกดำซึ่งเป็นพืชกระแสมาแรงมากในขณะนั้น แต่พอหลังจากที่ตนเองลาออกจากงานประจำก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนและจุดเริ่มต้นจากการปลูกพืชตามกระแส แล้วหันมาเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจทำเงินอย่างจริงจังมากขึ้น