ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ได้มีการเผยแพร่ผลศึกษาการใช้

ในเกษตรกรรม จ.น่าน โดยอ้างอิงข้อมูลจากมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ระบุว่าปนเปื้อนในแหล่งน้ำต่างๆ ทำให้หลายหน่วยงานเริ่มประชุมหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และนายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสำรวจหาข้อมูลแหล่งน้ำต่างๆ มาชี้แจงให้สาธารณะเข้าใจ เนื่องจากสาธารณชนเริ่มสงสัยสถิติสูงที่ป่วยโรคมะเร็ง โรคไต ความดันโลหิต ฯลฯ โดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดได้รับผลกระทบมากจากความหวาดระแวงดังกล่าว ประกอบกับเมื่อหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานสาธารณสุข จ.น่าน ได้สุ่มสำรวจพบทุกสาขาอาชีพมีสารฆ่าแมลง ปนเปื้อนอยู่ในกระกระแสเลือดขั้นเสี่ยงอันตราย

อย่างไรก็ตาม จากการเก็บตัวอย่างน้ำล่าสุด 11 แหล่งและที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปา ส่งไปตรวจสอบในห้องแล็ป สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร(สวพ.) เขต 1 เชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร และเอกชนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ยืนยันว่า น้ำดังทั้งหมดมีค่าความปลอดภัยและไม่เกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก แต่ยังสงสัยกันถึงความเบี่ยงเบนต่างๆ ที่ยังไม่ครบสมบูรณ์ สำนักงานเกษตร จ.น่านในฐานะเลขาคณะกรรมการ จึงยังได้รับมอบภารกิจให้ขยายตรวจแหล่งน้ำอีกต่อไปอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อหาความเข้มข้นสารเคมีในแต่ละช่วงฤดูเกษตรกรรม และประกอบโครงการรณรงค์ลด ละ เลิกใช้สารเคมีด้วย.

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศกสิกรรมสำคัญของโลก และตอนนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่มีการผลิตและพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องและหลากหลายอีกด้วย โดยเฉพาะพลังงานทดแทนจากพืชผลทางการเกษตร
ในอดีตหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรและแปรรูปเพื่อจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว ยังมีของเหลือใช้ทางการเกษตรมากมายที่ถูกทิ้งไว้รอวันย่อยสลายอย่างไร้ประโยชน์ แต่ปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชนได้หันมาผลิตพลังงานทดแทนโดยใช้ของเหลือใช้จากภาคอุตสาหกรรมการเกษตรมากขึ้น โดยพลังงานทดแทนที่ผลิตจะอยู่ในรูปชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas) เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเหลือใช้เหล่านั้นมหาศาล

ก๊าซชีวภาพ : พลังงานทดแทนสะอาดจากของเหลือใช้
ก๊าซชีวภาพ (Biogas) เป็นพลังงานทดแทนสะอาดที่เกิดจากการนำของเสีย เช่น มูลสัตว์ น้ำเหลือใช้จากฟาร์มปศุสัตว์ หรือจากโรงงานอุตสาหกรรม ขยะ และของเหลือใช้ทางการเกษตร มาผ่านกระบวนการหมักเพื่อให้เกิดการย่อยสลายสารอินทรีย์ในภาวะไร้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) โดยใช้แบคทีเรียหลายชนิดในการบำบัดก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนของหม้อต้มไอน้ำทดแทนเชื้อเพลิงปิโตรเลียม เช่น น้ำมันเตา และใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

การนำน้ำเหลือใช้จากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ น้ำที่ผ่านระบบบำบัดแล้วสามารถนำไปใช้ทำเป็นปุ๋ยน้ำได้ ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมจะบริหารจัดการน้ำเหลือใช้จากกระบวนการผลิตของโรงงานในรูปแบบนี้ โดยเฉพาะโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง และโรงงานผลิตเอทานอล ที่ส่วนใหญ่จะนำน้ำที่ผ่านระบบการผลิตก๊าซชีวภาพแล้ว ส่งผ่านท่อให้กับเกษตรกรละแวกใกล้เคียงเพื่อเป็นปุ๋ยน้ำ ซึ่งปุ๋ยน้ำที่ได้เต็มไปด้วยธาตุอาหารที่พืชต้องการ เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก

กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล
ผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเหลือใช้จากกระบวนการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังและเอทานอล ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยครบวงจรได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตระหนักและให้ความสำคัญกับการนำผลพลอยได้ที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิต มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่ น้ำเหลือใช้จากกระบวนการผลิต และกากมันสำปะหลัง นำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานหมุนเวียนภายในโรงงาน
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้ใช้ระบบการผลิตก๊าซชีวภาพที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดในประเทศ แบ่งออกเป็น 3 ระบบ ตามความเหมาะสมของวัตถุดิบ โดยในส่วนของกากมันสำปะหลังจะใช้ระบบ CLBR (Covered Lagoon Bio-Reactor) ส่วนน้ำเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเอทานอลใช้ระบบ MUR (Methane Upflow Reactor) และน้ำเหลือใช้จากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังใช้ระบบ UASB (Upflow Anaerobic Sludge Blanket) ซึ่งจะผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงถึง 200,000 ลบ.ม.ต่อวัน ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการอบแป้งทดแทนการใช้น้ำมันเตา บางส่วนใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในโรงงานและจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ต่อยอดน้ำปุ๋ยสำหรับเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต แก้ปัญหาเรื่องน้ำในการเพาะปลูก
สำหรับน้ำที่ผ่านระบบผลิตก๊าซชีวภาพแล้ว จะถูกส่งไปพักที่บ่อผึ่งแบบธรรมชาติที่มีทั้งหมด 6 บ่อ เพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จากนั้นน้ำในบ่อสุดท้ายจะนำมาใช้ประโยชน์ใน “โครงการชลประทานน้ำปุ๋ยเพื่อการเกษตร” ส่งผ่านท่อตรงถึงพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรกว่า 200 ครอบครัวในรัศมีรอบโรงงาน เป็นปุ๋ยน้ำอย่างดีสำหรับบำรุงพืช สามารถเพิ่มผลผลิตทางเกษตร และลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินการเรื่องน้ำปุ๋ยได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว

ส่วนกากมันสำปะหลังจัดเป็นอีกวัสดุเหลือใช้ที่ต่อยอดในการลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้อย่างชัดเจน ซึ่งในพื้นที่ใกล้ๆ นับเป็นความโชคดีของเกษตรกรที่มีหน่วยงานภาครัฐ สถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี อ.สว่างวีระวงศ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นส่งเสริมนโยบายการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตด้วยการให้เกษตรกรทำปุ๋ยหมักใช้เองแทนการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง และส่งผลต่อการปนเปื้อนในดินในระยะยาว จึงจัดทำปุ๋ยหมักจากกากมันสำปะหลัง นำไปผสมกับมูลสัตว์ แกลบ ฯลฯ พร้อมใส่จุลินทรีย์ที่เรียกว่า สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 จนเป็นปุ๋ยหมักที่มีจุลธาตุ สามารถเป็นอาหารต่อพืชทุกชนิดที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการส่งเสริมการเกษตร และด้านการพัฒนาชุมชน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถอยู่ร่วมกันกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดไป

วันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานราคาผักสดและเครื่องปรุงชนิดต่างๆภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะเริ่มเทศกาลกินเจประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม นี้ ทำให้บรรดาคนไทยเชื้อสายจีนและประชาชนที่ต้องการทำบุญโดยการละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ หันมาบริโภคผักแทน ส่งผลให้บรรดาราคาผักและเครื่องปรุงต่างๆได้มีการปรับราคาที่สูงขึ้น อาทิ โปรตีน เต้าหู้ เครื่องปรุงรส ก็ได้มีการปรับอย่างละ 15-20 บาท ส่วนราคาผัก ก็ได้เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาท เช่นผัก ผักคะน้า กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , กะหล่ำปี กิโลกรัมละ 20 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 25 บาท , ผักบุ้ง กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 20 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 30 บาท , และมอคเคอลี่ จากเดิม 60 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 75 บาท เป็นต้น

ซึ่งจากการสอบถามแม่ค้าขายผักภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาผักมีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องในหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาผักเจริญเติบโตไม่ทัน อีกทั้งผักบางชนิดก็เกิดการเน่าเสีย หลังจากในหลายพื้นที่มีสภาพอาการแปรปรวนมีฝนตกสลับกับแดดออก ทำผักที่ออกสู่ท้องตลาดนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องของผู้บริโภคจึงทำให้มีการปรับราคาขึ้น อีกทั้งประกอบกับเทศกาลกินเจที่เป็นช่วงที่ประชาชนจะหันมาบริโภคผักแทนการรับประทานเนื้อสัตว์ส่งผลให้ราคาผักมีราคาสูงมากกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาผักชนิดต่างจะยังคงมีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะผ่านเทศกาลกินเจ

ขณะเดียวกันบรรยากาศภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตามศาลเจ้าต่างๆได้มีการนำธงสีเหลืองและป้ายเทศกาลงานกินเจมาติดประดับตามเสาไฟรอบตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อเป็นการเพิ่มสีสันในงานเทศกาลกินเจประจำปี 2559

วันที่ 28 กันยายน ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 2 ต.สาคร อ.ท่าแพ จ.สตูล ต่างออกมาดูปูก้ามดาบตัวขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ จำนวนมากหลากหลายสีสันออกมาวิ่งเล่นในพื้นที่ป่าชายคลองที่มีสภาพติดกับป่าชายเลน บางตัวมีสีส้ม สีแดง ลำตัวมีสีเขียวทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวบ้านที่พบเจอ โดยส่วนใหญ่มองว่าเคยเห็นแต่ไม่คิดว่าจะมีตัวขนาดใหญ่ออกมาวิ่งเล่นและโชว์ก้ามสีสันที่สวยงามให้ชาวบ้านและผู้ที่ผ่านไปมาได้ถ่ายรูป

นายบาเด็น สุวาหลำ อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ปูก้ามดาบเราเห็นเรื่อยในยามขับรถผ่านมาจุดบริเวณแหล่งริมชายคลองตรงนี้เป็นประจำ มักจะเห็นแต่ตัวเล็กๆ ออกมาวิ่งเล่น แต่วันนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญ ปูก้ามดาบตัวใหญ่บางตัวจะมีขนาดเท่ากับปูม้าก็มีออกวิ่งเล่น โชว์ความสวยงามจากก้ามปูที่มีความพิเศษก้ามโตขนาดใหญ่ผสมผสานด้วยสีสันสวยงาม ตนเองจึงมองว่าที่ไหนก็มีปูก้ามดาบแต่ที่นี่มีความพิเศษอย่างหนึ่ง พื้นที่ตรงนี้ปูก้ามดาบตัวใหญ่และมีเยอะมากและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปและนำไปศึกษาวิจัยหลายคนแล้ว

ด้านนายวัชรินทร์ รัตนชู นักวิชาการประมง สำนักงานประมงจังหวัดสตูล กล่าวว่า ปูก้ามดาบเริ่มที่จะหายากมากขึ้น เพราะอาชีพจับปูแสม (อ่านว่า ปู-สะ-แหม ) มาทำปูดอง แต่ติดปูก้ามดาบมาด้วยและไม่มีการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ กลับนำไปรวบกับปูแสม โดยการนำไปดอง ปูก็จะตาย และเริ่มที่จะสูญหายไป ดังนั้น เราควรที่จะร่วมกันอนุรักษ์ปูก้ามดาบเพราะปูเหล่านี้รับประทานไม่ได้ แต่ปูก้ามดาบมีคุณค่าทางธรรมชาติอย่างมาก ถ้าจุดไหนมีปูก้ามดาบเยอะ จะชี้วัดจุดที่เป็นธรรมชาติสมบูรณ์อย่างมาก และความพิเศษปูก้ามดาบ ก้ามที่โตและสวยงามจึงเป็นนายแบบชั้นดีของกลุ่มนักอนุรักษ์ที่ชอบถ่ายรูปแต่ถ้าปูมีทรงสวย ก้ามโตสีสดใส หากโดนมือกล้องถ่ายออกมาอย่างดีราคาภาพปูก้ามโตมีราคาสูงถึงภาพละ 500- 2,000 บาท ซึ่งมีราคาทางคุณค่าที่สวยงามผ่านทางรูปภาพด้วยมนต์เสน่ห์ของปูก้ามดาบเหล่านี้

ปูก้ามดาบมีลักษณะโดยรวมคือ กระดองรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีก้านตายาว กระดองมีสีสันสวยงาม ตัวผู้มีลักษณะเด่นอันเป็นที่มาของชื่อเรียกคือ มีก้ามข้างใดข้างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดใหญ่กว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะใช้ก้ามข้างนี้ในการโบกไปมาเพื่อขู่ศัตรูและเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย อีกทั้งยังใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้กันอีกด้วย ขณะที่ปูตัวเมียก้ามทั้ง 2 ข้างจะเล็กเท่ากัน

“ตลาดนัดจตุจักร” อาจเป็นเป้าหมายสำคัญที่เพื่อนเกษตรกรหลายคนนิยมมาเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์การเกษตรสำหรับใช้ในไร่นา แต่การเดินตลาดจตุจักรแต่ละครั้งต้องทนร้อน เสียเวลาเดินตระเวนหาร้านค้า เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจ ในราคาสบายกระเป๋า หากใครเบื่อเดินตลาดจตุจักร ขอแนะนำ “เมกาโฮม” เป็นตัวเลือกใหม่ในการเดินช็อปปิ้งวัสดุอุปกรณ์การเกษตร ที่มีความสะดวกสบายแถมซื้อสินค้าได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปอีกด้วย ในฉบับนี้ “คุณสุพรศรี นาคะนสุกาญจน์” ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกาโฮม เซ็นเตอร์ จำกัด ได้บอกเล่าภาพรวมธุรกิจเมกาโฮม รวมทั้งสินค้าและบริการพิเศษที่เมกาโฮมเตรียมให้บริการแก่เพื่อนเกษตรกรทุกท่านดังต่อไปนี้

ปี 2559 เมกาโฮมเปิดให้บริการแล้วจำนวน 9 สาขา ก่อนสิ้นปี 2559 เตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง คือ สาขาโคราชและสาขานครพนม ปี 2560 วางแผนเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง เน้นขยายตลาดชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเออีซี ในอนาคต

เมกาโฮม นับเป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ประกาศตัวรุกตลาดชายแดนเพื่อเปิดรับเออีซี ถือว่าวางแผนจับตลาดได้ถูกทาง เพราะเมกาโฮมสาขาแรกที่เปิดตัวบริเวณชายแดนอำเภอแม่สอด-เมียวดี เป็นด่านการค้าชายแดนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากด่านสะเดา จังหวัดสงขลา

ตอนนี้บรรยากาศซื้อขายบริเวณตลาดค้าชายแดนคึกคักมาก เพราะมีการก่อสร้างถนน สร้างอาคาร ร้านค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความต้องการใช้อุปกรณ์ก่อสร้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าเมกาโฮมสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ต้องการสร้างอาคารบ้านเรือนได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายการเปิดสาขาใหม่ของเมกาโฮมในอนาคต จะพิจารณาจากปัจจัยหลัก เช่น 1. จุดพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีสาขาของโฮมโปร 2. เน้นเปิดตลาดชายแดน 3. อยู่ใกล้เขตนิคมอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง มีการก่อสร้างโรงแรม อพาร์ตเมนต์ ห้องแถว บ้านเช่า คอนโดฯ และอาคารบ้านเรือน จำนวนมากแล้ว เมืองนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังต้องการอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยภายในโรงงาน เช่น รองเท้าเซฟตี้ กรวยจราจร เสื้อสะท้อนแสง หน้ากาก แว่นตา ฯลฯ

สินค้าหลักของเมกาโฮม

ปัจจุบันเมกาโฮมมีสินค้าหลัก 4 กลุ่มใหญ่ คือ 1. อุปกรณ์โครงสร้าง สำหรับงานก่อสร้าง ประเภทปูนซีเมนต์ เหล็ก ฯลฯ 2. กลุ่มงานระบบ ประเภทกระเบื้อง สุขภัณฑ์ อุปกรณ์สายไฟ ฯลฯ 3. อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ประเภทตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า กระติกน้ำร้อน ฯลฯ 4. ของใช้ภายในบ้าน และใช้ประกอบอาชีพค้าขาย เช่น กะละมัง หม้อ กระทะ จาน ช้อน ชาม หม้ออะลูมิเนียม หม้อก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น

ปี 59 เน้นเจาะตลาดอุปกรณ์การเกษตร

ในปีนี้ ทางเมกาโฮมวางเป้าหมายพัฒนาสินค้า “กลุ่มงานระบบ” ประเภทระบบท่อน้ำ ระบบสายส่ง ระบบท่อน้ำหยด ระบบสปริงเกลอร์ ปั๊มน้ำ แท็งก์น้ำ เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของฟาร์ม เจ้าของสวน ประกอบกับระยะหลังพบว่า กลุ่มลูกค้าวัยเกษียณ ที่หันมาทำสวนเกษตร รวมทั้งลูกค้าคนเมืองที่ใช้เวลาว่างทำเกษตรในช่วงวันหยุดกันเพิ่มมากขึ้น

เกษตรกรมือใหม่ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการเลือกซื้ออุปกรณ์การเกษตร แถมเสียเวลาไปเลือกซื้ออุปกรณ์การเกษตรจากหลายแหล่ง และจ่ายเงินซื้อสินค้าในราคาแพง เมกาโฮมจึงตั้งใจรวบรวมอุปกรณ์การเกษตรที่ทันสมัยและราคาถูกจากต่างประเทศ เช่น จีน เวียดนาม ฯลฯ มาจำหน่าย เพื่อให้เกษตรกรได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้ออุปกรณ์การเกษตรได้อย่างครบครัน เพียงแวะมาช็อปปิ้งที่เมกาโฮมเพียงแค่ที่เดียว

“สินค้าดี-ถูก” ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าเกษตรกร

หลังเปิดให้บริการมาครบ 3 ปี เมกาโฮมไม่ได้โฆษณาเยอะว่า เรามีสินค้าอุปกรณ์การเกษตรจำหน่ายแล้ว แต่ระยะหลังพบว่า มีลูกค้ากลุ่มเกษตรกรเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกิดกระแสการบอกต่อ จากปากต่อปากในกลุ่มเกษตรกรว่า เมกาโฮมเปิดให้บริการอุปกรณ์การเกษตรคุณภาพดี จากต่างประเทศ จำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปประมาณ 20-30% กลายเป็นจุดขายดึงดูดลูกค้ากลุ่มเกษตรกรเข้ามาใช้บริการได้เป็นจำนวนมาก สาเหตุที่บริษัทสามารถทำราคาได้ต่ำกว่านั้น เพราะบริษัทสั่งซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตในปริมาณครั้งละมากๆ จึงได้ราคาต้นทุนต่ำกว่าท้องตลาด และบริหารจัดการสต็อกสินค้านำเข้า ให้ขายออกไปในเวลารวดเร็วที่สุด ไม่เกิดการจมอยู่ในสต็อก ช่วยให้ลดต้นทุนได้อีกทาง

ล่าสุดเมกาโฮมไปเปิดสาขาใหม่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า มีลูกค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แห่มาใช้บริการเลือกซื้อสินค้าจากเมกาโฮมสาขาหาดใหญ่เป็นจำนวนมาก เมื่อพูดคุยกับลูกค้าก็ได้รับคำตอบว่า เพื่อนบ้านบอกมาว่า ที่นี่มีของครบและราคาถูก

ความสำเร็จทางการตลาดดังกล่าว เกิดจากการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ เมกาโฮมจะทำการบ้านก่อนว่า ตลาดในชุมชนแห่งนั้น ขาดแคลนสินค้าประเภทใดบ้าง ก็พบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการเลือกซื้อสิ่งของอุปกรณ์ที่ช่วยให้เขาทำงานได้สะดวกขึ้น เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า งานระบบ โรงเรือนเพาะปลูก ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ก่อนสิ้นปีนี้ เมกาโฮมเตรียมเปิดขาย โรงเรือนระบบปิดสำหรับใช้เพาะปลูกพืชผักและไม้ผล เช่น สตรอเบอรี่ ฯลฯ โดยเมกาโฮม อยู่ระหว่างการพัฒนาสินค้าให้มีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศของเมืองไทย

เดินหน้าพัฒนาสินค้าให้ตรงใจเกษตรกร

เนื่องจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา เมกาโฮมสาขาแม่สอด จึงเน้นจัดจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรสำหรับพื้นที่ราบสูงโดยเฉพาะ เช่น ระบบท่อน้ำหยด ส่วนสาขาจังหวัดหนองคาย ที่ติดกับชายแดนเวียงจันทน์ โซนนี้แสงแดดแรงมาก เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการผ้าพลาสติกสำหรับรองบ่อ ซาแรนสำหรับพรางแสงแดด ด้านลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่ต้องการใช้ระบบน้ำหยด ขณะที่พื้นที่การเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางนิยมใช้ระบบน้ำสปริงเกลอร์ มากกว่า

ที่ผ่านมาลูกค้านิยมซื้อรั้วเพื่อนำไปใช้เป็นรั้วกรงไก่ ตะแกรงกันนก ฯลฯ ปัจจุบันเมกาโฮมกำลังพัฒนารั้วเชิงลึก เช่น รั้วตาถี่ รั้วตาเล็ก และตาข่ายสำหรับล้อมรั้วงานเกษตร และเน้นให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในการเลือกซื้อรั้วได้ถูกประเภท เพื่อใช้งานได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น สามารถประหยัดเงิน ประหยัดเวลาในการทำงานควบคู่กันไป

เราพบว่า ระบบฟาร์มเกษตร ก็ต้องการอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำงานไม่แพ้อาชีพอื่นๆ ขณะนี้เมกาโฮมกำลังพัฒนาถุงมือที่ทำจากพลาสติก ยาง หนัง รวมทั้งรองเท้าเซฟตี้สำหรับใช้ในกิจกรรมการเกษตรแต่ละกลุ่ม เช่น รองเท้าสำหรับใช้ทำไร่ รองเท้าสำหรับใช้ทำนา ฯลฯ

จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์สำหรับร้านกาแฟ-เบเกอรี่

นอกจากจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์สำหรับก่อสร้างและตกแต่งอาคารบ้านเรือน รวมทั้งอุปกรณ์ทางการเกษตรแล้ว เมกาโฮมยังเปิดบริการ วัสดุอุปกรณ์สำหรับสร้างอาชีพประเภทร้านกาแฟ และร้านเบเกอรี่ ไว้รอท่า เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างจุใจกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ถ้วยกระดาษ หลอดกาแฟ ผ้าเช็ดปาก โต๊ะ เก้าอี้ เต็นท์สำหรับวางขายสินค้าในตลาดนัดทั่วไปก็มีให้เลือกซื้อหากันตามความพอใจ

สำหรับอุปกรณ์ชุดสนาม ประเภทโต๊ะ เก้าอี้สำหรับใช้ประดับตกแต่งร้านกาแฟ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยา โดยมีราคาขายเริ่มต้นที่ชุดละ 600-700 บาทเท่านั้น หากเป็นชุดอุปกรณ์สนามขนาดปานกลาง ราคาขายโดยเฉลี่ยประมาณ 2,000 กว่าบาท ส่วนชุดใหญ่ราคา 3,000 บาท

เมกาโฮมมองว่า ร้านกาแฟ มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่งานดีไซน์ จึงตั้งแผนกดีไซน์ ที่เมกาโฮม สาขาหาดใหญ่ รับออกแบบร้านกาแฟโดยคำนวณจากระบบคอมพิวเตอร์และพิมพ์แบบให้ลูกค้านำไปใช้และช่างมาตกแต่งร้านตามที่ออกแบบไว้ นี่คือบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาเลือกซื้ออุปกรณ์ร้านกาแฟกับเมกาโฮม

เปิดฟรี ให้นำสินค้าชุมชนมาขายได้

เริ่มแรกที่ก่อตั้งกิจการเมกาโฮม ทางผู้บริหารมีแนวคิดที่จะพัฒนาเมกาโฮมให้เป็นห้างสรรพสินค้าสำหรับชุมชน ในลักษณะ “HOME CENTER” ที่มีจำนวนสินค้ามากกว่าแสนรายการ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 9 บาท ไปถึงชิ้นละแสนกว่าบาท รวมทั้งพัฒนาบทบาทเมกาโฮม ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชน

ทุกวันนี้ เมกาโฮมหลายสาขา เช่น สาขาแม่สอด จังหวัดตาก สาขาบ่อวิน จังหวัดชลบุรี สาขาหนองคาย สาขากบินทร์บุรี สาขามีนบุรี สาขาโรจนะ สาขาหาดใหญ่ สาขาอรัญประเทศ รวมทั้งสาขาใหม่ที่เตรียมเปิดบริการในช่วงปลายปีนี้คือ สาขาโคราช สาขานครพนม ฯลฯ ต่างมีพื้นที่ว่างอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้า เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างอาชีพและรายได้ของชุมชนท้องถิ่น เมกาโฮมยินดีเปิดพื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดนัดสีเขียว เพื่อให้ตัวแทนเกษตรกรในชุมชนสามารถนำสินค้ามาวางขายได้โดยไม่เสียค่าเช่า

ทั้งนี้ เมกาโฮมเชื่อว่า การช่วยเหลือชุมชนเติบโต เท่ากับช่วยตัวเราด้วย เพราะเมื่อชุมชนมีรายได้ดีขึ้น จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนกลับมาใช้จ่ายเลือกซื้อสินค้ากับเรา ในที่สุด หากกลุ่มเกษตรกรหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สนใจกิจกรรมดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เมกาโฮม ในสาขาที่อยู่ใกล้บ้านท่านได้ตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่วัดโพธิ์ญาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระภิกษุสงฆ์ได้ร่วมกันผลิตขนมปังขึ้นมา เพื่อจำหน่ายให้แก่คนที่มาทำบุญเลี้ยงอาหารปลา บริเวณวังปลาหน้าวัด ติดกับแม่น้ำน่าน ได้เริ่มทำการผลิตตั้งแต่เช้า 08.00 น. โดยจะมีพระภิกษุสงฆ์ช่วยกันปั่นผสมแป้งและส่วนประกอบ เพื่อทำขนมปังนำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนซื้อหาไปรับประทาน หรือนำไปใช้เป็นอาหารปลา โดยตั้งชื่อว่า “ขนมปังรสพระทำ”

พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ญาณ เปิดเผยว่า ทางวัดได้จัดทำวังปลา เพราะประชาชนจำนวนมากที่มาทำบุญที่วัด มักจะให้อาหารปลาในแม่น้ำน่านหน้าวัดบ่อยครั้ง ทางวัดจึงจัดสร้างแพให้อาหารปลาขึ้น เพื่อความสะดวกแก่ผู้มาทำบุญ โดยจัดหาอาหารเม็ดและขนมปังมาจำหน่าย แต่ในบางครั้งทางร้านไม่สามารถนำขนมปังมาส่งให้ทางวัดได้ จึงมีแนวคิดจะผลิตขนมปังเพื่อจำหน่ายเอง โดยได้ปรึกษากับพระลูกวัดที่มีความสามารถในการทำอาหารและขนมปังได้ จากนั้นลงทุนซื้อเครื่องอบขนมปังมาตั้งแต่ต้นปี 2555 เพื่อทำขนมปังจำหน่ายดังกล่าว จนกระทั่งปัจจุบันมีเครื่องอบขนมปัง 2 ตู้ กำลังการผลิตจะผลิตได้ประมาณ 300-400 ก้อนต่อวัน โดยพระลูกวัดและลูกศิษย์วัดมาช่วยกันทำทั้งหมด

เจ้าอาวาส กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา knifelesstechsystems.com ที่ทางวัดได้เริ่มโครงการทำขนมปังรสพระทำ ถือว่ามีพุทธศาสนิกชนได้มาสนับสนุนในการทำบุญบริจาคซื้อขนมปังไปให้อาหารปลา ที่วังปลาแม่น้ำน่านหน้าวัด และบางส่วนก็นำไปรับประทาน โดยมียอดบริจาควันหนึ่งประมาณ 3,000-4,000 บาท หากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีบริจาคประมาณ 8,000-10,000 บาท

“สำหรับขนมปังที่ทำขายนั้น เพื่อหารายได้ในการสร้างศาลาการเปรียญและเมรุไร้มลพิษ ซึ่งประเมินราคาที่ 15 ล้านบาท ปัจจุบันรายได้จากการจำหน่ายขนมปังและจากที่ชาวบ้านมาทำบุญบริจาครวมกว่า 6 ล้านบาท ทางวัดได้เริ่มสร้างศาลาการเปรียญในเฟสแรกแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนเฟสที่ 2 ก็จะนำไปสร้างเตาเมรุไร้มลพิษจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560 นอกจากจะถือว่าเริ่มประสบผล แล้วการทำขนมปังรสพระทำ ยังทำให้วัดโพธิญาณเป็นแหล่งเรียนรู้มีชาวบ้าน และนักเรียนที่สนใจมาเรียนรู้การทำขนมปังไปเป็นอาชีพเสริมและนำไปพัฒนาสร้างรายได้ต่อไป” เจ้าอาวาสกล่าว

วันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชายหาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บรรยากาศตามแนวชายหาดมีนักท่องเที่ยวออกมาพักผ่อน อาบแดด และเล่นน้ำทะเลกันบางตา โดยส่วนหนึ่งมาจากท้องฟ้ามีเมฆฝนปกคลุม และช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซันของเกาะสมุย นอกจากนี้ยังพบว่าตลอดแนวชายหาดมีการปักป้ายเตือนนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำให้ระวังอันตรายจากพิษแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวถูกพิษของแมงกะพรุนกล่องชนิดหลายสายบาดเจ็บไปแล้วกว่า 20 ราย

นางกฤษณา พรหมเกาะ อุปนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบมีแมงกะพรุนกล่องระบาดที่หาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จนมีผู้บาดเจ็บไปแล้วกว่า 20 ราย แต่ในช่วง 2 สัปดาห์ผ่านมายังไม่มีนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำได้รับบาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ก็ยังมีการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด มีป้ายแจ้งเตือนและมีเสาใส่น้ำส้มสายชูไว้ ซึ่งฤดูของแมงกะพรุนนี้จะไปสิ้นสุดในเดือนธันวาคมหรือช่วงที่มีฤดูมรสุมทะเลมีคลื่นแมงกะพรุนกล่องก็จะหายไป

จากการสอบถามนักท่องเที่ยวก็ทราบว่า ยังคงเล่นน้ำทะเลเป็นปรกติไม่ได้วิตกกังวลแมงกะพรุนกล่องแต่อย่างใด การมีป้ายเตือน ความพร้อมในการช่วยเหลือทันต่อเวลาก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งล่าสุดทางเทศบาลนครเกาะสมุย ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้ใช้งบประมาณในการจัดซื้อตาข่ายมาติดตั้งในทะเลให้นักท่องเที่ยวได้ว่ายน้ำอยู่ในบริเวณตาข่าย เพื่อป้องกันแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งหาดละไมจะเป็นพื้นที่นำร่อง ก่อนที่จะไปติดตั้งตามชายหาดอื่นๆ ของเกาะสมุย

ด้านนายไมเคิล แบ็คคัท นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน บอกว่า ตนทราบว่าที่ชายหาดละไมเคยมีนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำถูกพิษของแมงกะพรุนกล่อง และก็เห็นมีการปักป้ายเตือนตลอดแนวชายหาด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบ และก็ทราบอีกว่าจะมีการนำตาข่ายมากันบริเวณป้องกันแมงกะพรุนและให้นักท่องเทียวเล่นน้ำในจุดดังกล่าวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี นักท่องเที่ยวจะได้ปลอดภัยจากพิษของแมงกะพรุนกล่อง