พบอีกกองทัพผีเสื้อมวนหวานบุกเจาะกินมะม่วงชาวสวนที่

ประจวบคีรีขันธ์วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สวนมะม่วง ในพื้นที่ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังทราบว่าสวนมะม่วงของชาวบ้านกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาผีเสื้อมวนหวานบุกเจาะกินผลมะม่วงเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาเช่นเดียวกับเกษตรกรในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด ที่กำลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

นายพนม ซำเผือก ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออกนอกฤดูอ่าวน้อย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดภาวะภัยแล้งอย่างหนัก ประกอบกับล่าสุดสภาพอากาศที่มีฝนตกติดต่อกันนานหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เกิดการระบาดของผีเสื้อมวนหวาน เมื่อในป่าไม่มีอาหารกินเพราะภัยแล้ง ผีเสื้อมวนหวานจึงออกจากป่ามากินผลไม้ของชาวไร่ โดยบุกเจาะทำลายผลไม้เกือบทุกชนิด เช่น มะละกอ สับปะรด ลองกอง ฯลฯ แต่ที่ผีเสื้อมวนหวานชอบมากเป็นพิเศษ คือ มะม่วง เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความหวาน มัน ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลผลิตของมะม่วงนอกฤดูที่ทยอยเก็บเกี่ยวได้ในช่วงนี้และเป็นมะม่วงเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศเป็นหลัก โดยพบว่าเกษตรกรกว่า 40 ราย ซึ่งปลูกมะม่วงกว่า 3,000 ไร่ ผลผลิตมะม่วงที่แก่ใกล้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายราว 80-90 เปอร์เซ็นต์ เหลือแต่ผลมะม่วงขนาดเล็กที่ยังไม่ได้ขนาดที่ยังรอดพ้นไม่ถูกผีเสื้อมวนหวานเจาะผลทำลายจนเน่าเสีย

นายพนม กล่าวต่อว่า ผีเสื้อมวนหวานจะเลือกมะม่วงที่เริ่มแก่ ใช้ปากดูดเจาะกินเนื้อด้านใน ซึ่งปากแผลที่ผิวมะม่วงเป็นรูขนาดเล็ก แต่จะทำให้ภายในผลมะม่วงเน่าเสียภายใน1-2วันเท่านั้น ก่อนที่ผลจะร่วงลงพื้น ซึ่งเกษตรกรต้องรีบนำถุงคาร์บอนมาสวมครอบลูกมะม่วงตั้งแต่ผลมีขนาดเล็กประมาณไข่ไก่ ก่อนที่จะถูกเจาะ ซึ่งทำให้ต้นทุนของเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกไร่ละ 8,000 บาท และต้องฉีดสารสกัดจากสะเดา ร่วมด้วยในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันต้องรีบห่อผล หากห่อไม่เสร็จก็ต้องฉีดสารสะเดาทุกคืน หรือต้องคอยมาจับผีเสื้อที่ลงกินมะม่วง ซึ่งจับได้ค่อยข้างยาก

สำหรับผลผลิตมะม่วงส่งออกนอกฤดูของตำบลอ่าวน้อย ส่วนใหญ่ปลูกมะม่วงพันธุ์ น้ำดอกไม้สีทอง โชคอนันต์ เขียวเสวย และฟ้าลั่น เป็นหลัก เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และฝั่งยุโรป ซึ่งราคาล่าสุด มะม่วงเกรดเอ ผิวสวยไร้ตำหนิ รับซื้อที่หน้าสวนกิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนผลมะม่วงที่มีร่องรอยตำหนิจาก ราน้ำค้าง หรือเพลี้ยไฟ จะไม่ผ่านการส่งออก ถูกคัดเกรดมาจำหน่ายในประเทศ ราคาเหลือเพียง กิโลกรัมละ 50 บาท

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการเนื่องจากยังไม่สามารถประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้ เบื้องต้นเกษตรกรต้องช่วยตัวเองไปก่อน ด้วยการฉีดสารและห่อผล ก่อนที่จะถูกกัดกินรุนแรงหนักขึ้น ซึ่งทำให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ

ปัญหาราคาข้าวถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน และทุกฝ่ายระดมกันแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง เซเล่ป หรือ ดารา หนุ่งในนั้น คือ หนุ่ม บอย พิษณุ ที่ได้ไปเกี่ยวข้าว นวดข้าว กับเด็กนักเรียน ณ โคกหนองนา ดาราโมเดล โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรม ว่า “วันนี้มาเกี่ยวข้าวที่โคกหนองนาดาราโมเดล เห็นราคาข้าวตกต่ำก็อดเห็นใจชาวนาไม่ได้ แต่ถ้าทำเกษตรแบบผสมผสานน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะครับ น่าจะแก้ปัญหาได้ ถ้าข้าวราคาตกก็ขายอย่างอื่นทดแทน แค่ลองเปิดรับทฤษฎีใหม่ๆ ตามศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ที่อยู่ทั่วประเทศ อย่าเพียงรอการช่วยเหลือจากคนอื่นเวลานี้ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ใครทำได้ก่อนก็สุขใจก่อน”

ชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เลือกนำข้าวเปลือกไปขายให้กับโรงสี หลังราคาข้าวเปลือกนาปีตกต่ำในรอบหลายสิบปี ทำให้ได้รับความเดือดร้อน โดยชาวนาบางส่วนต้องนำสิ่งของมีค่า เช่น ทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหม และสิ่งของมีค่าอื่นๆ เข้าไปใช้บริการโรงรับจำนำ หรือสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อนำเงินไปเป็นค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว หรือเป็นค่าจ้างแรงงานในการเก็บเกี่ยวข้าว และใช้จ่ายในครอบครัว โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีเกษตรกรเข้าไปใช้บริการโรงรับจำนำเทศบาลเมือง เฉลี่ยวันละ 500-600 ราย นอกจากนั้น ยังมีเกษตรกรที่ไม่มีเงินไปไถ่ถอนสิ่งของมีค่าที่นำไปฝากไว้มาติดต่อตัดดอกไว้ก่อนอีกด้วย

นายเพียร สวัสดี ชาวนาบ้านหนองเครือ ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้นำทองรูปพรรณมาจำนำในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปเป็นค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว เพราะไม่สามารถนำข้าวไปขายได้เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำเพียง กิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น ส่วนข้าวเปลือกที่เก็บไว้จะรอนำไปเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวของรัฐบาล จึงจะนำเงินมาไถ่ถอนทองที่นำมาฝากไว้ที่โรงจำนำ จึงขอให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในโครงการอย่างเร่งด่วนด้วย

ด้าน นางประทุมวดี อ๊อกมณโท ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีเกษตรกรนำสิ่งของมีค่าไปใช้บริการโรงรับจำนำ นำเงินไปใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากวันละ 200-300 ราย เป็น 700-800 ราย ใช้เงินในการให้บริการจากปกติ วันละ 2-3 ล้านบาท เป็นวันละ 7-8 ล้านบาท และมีเกษตรกรบางส่วนไม่มีเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สิน ก็เข้ามาติดต่อขอตัดดอกแทน เชื่อว่าหากรัฐบาลเปิดโครงการรับจำนำข้าวในยุ้งฉาง หรือโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวจะมีเกษตรกรนำเงินมาไถ่ถอนสิ่งของมีค่าที่นำมาฝากไว้จำนวนมาก

ผลวิจัยชี้ส่งถึงลูกตั้งแต่ในท้อง

นักวิจัยเผยผลศึกษา ‘ยาฆ่าแมลง’ มีผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการของเด็ก ชี้ถ่ายทอดกันได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้าน ‘ไทยแพน’ ตรวจผัก ผลไม้ 296 ตัวอย่าง พบสารตกค้างกว่า 480 ชนิด

เมื่อ วันที่ 8 พฤศจิกายน ศ. พรพิมล กองทิพย์ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยในการประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประจำปี 2559 ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ศึกษาพัฒนาการสมวัยของเด็กไทย อายุ 5 ขวบ พบว่า พัฒนาการสมวัยของเด็กไทยลดลงจาก ร้อยละ 72 ในปี 2547 เหลือร้อยละ 67 ในปี 2550 ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และอาหารที่รับประทาน ขณะเดียวกันมีการศึกษากลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในชุมชนเกษตรกรที่ไปฝากครรภ์ในโรงพยาบาล (รพ.) อำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ รพ. สวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ และ รพ.พหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 82 คน โดยอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับสารกำจัดศัตรูพืชในระหว่างตั้งครรภ์ และผลต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารก

“โรงพยาบาลได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะและส่งวิเคราะห์ที่มหิดล พบว่า มีสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง คือ สารไกลโฟเสตที่ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาทส่วนกลางในระยะยาว และสารพาราควอตที่มีผลต่อการระคายเคืองของเนื้อเยื่อ โดยพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะมีความเสี่ยงรับสารไกลโฟเสตกว่าหญิงตั้งครรภ์ทั่วไปถึง 11.9 เท่า และมีความเสี่ยงรับสารพาราควอตมากกว่าคนทั่วไป 1.3 เท่า ที่น่าตกใจคือ แม้ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่หากอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมก็มีความเสี่ยงด้วย รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยในบ้านเดียวกันแต่ทำงานในพื้นที่เกษตร หญิงตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงด้วย” ศ. พรพิมล กล่าว

ผศ. สุพัตรา ปรศุพัฒนา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวถึงการวิจัยสารคลอร์ไพริฟอสกับผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง ว่า สารนี้เข้าสู่ร่างกายได้ทั้งรับประทาน หายใจ และผิวหนัง โดยเมื่อเข้าสู่กระแสเลือดและสมอง จะส่งผลต่อพัฒนาการ และอาจส่งผลต่อความผิดปกติทางอารมณ์ ภาวะซึมเศร้า สารนี้หากเข้าสู่ร่างกายแม่ก็จะถ่ายทอดสู่ทารกในครรภ์ได้ทันที่ ที่ผ่านมา ได้ศึกษาในหนูทดลองซ้ำๆ ในขนาดต่างกัน พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มีอารมณ์คล้ายภาวะซึมเศร้า ในสหรัฐอเมริกามีการสำรวจประชากรอาชีพเกษตรกรรม กว่า 50,000 คน เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการรับสารดังกล่าวและการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย พบว่า ในกลุ่มที่รับสารคลอร์ไพริฟอสในขนาดสูง เฉลี่ยทำงานคลุกคลีกับสารเคมีนี้ ประมาณ 56 วัน ต่อปี จะมีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย 2.37 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มไม่ได้รับสารนี้

นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ ไทยแพน กล่าวว่า ปี 2559 ไทยแพนได้ตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้ 296 ตัวอย่าง พบสารตกค้างมากกว่า 480 ชนิด ที่น่าสังเกตคือ เป็นผัก ผลไม้ในห้างโมเดิร์นเทรด โดยสารที่มีปัญหาที่สุดคือ สารคาร์เบนดาซิม พบในตัวอย่างเกือบทุกชนิด

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมเปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวสารจากชาวนาทุกพื้นที่ให้ถึงมือผู้บริดภค ผ่านช่องทางออนไลน์ www.ThaiCommerceStore.com เพื่อเปิดให้กเษตรกรชาวนาที่มีและไม่เว็บไซต์ของตัว โซเชียลฯของตัวเองเข้ามาจำหน่ายโดยตรงผ่านเว็บกรมฯ พร้อมทั้งเข้าผ่านช่องทางออฟไลน์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าส่ง ปลีกไทย ในการเปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวให้ชาวนาในร้านค้าปลีกของสมาคมได้จำหน่ายข้าวด้วย

ทั้งนี้ ช่องทางการจำหน่ายข้าวของชาวนาทั้ง 2 ระบบ กรมฯพร้อมให้การสนับสนุน และพร้อมให้การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อต่อยอดในการสร้างมูลค่าการของสินค้าให้กับชาวนาได้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยหากมีเว็บไซต์ หรือโซเชียลฯเป็นของตัวเองก็สามารถลิ้งข้อมูลเพื่อเปิดจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์กรมฯ หรือหากไม่มีก็สามารถนำสินค้าข้าวเข้ามาจำหน่ายได้ทันทีผ่านเว็บไซต์นี้เช่นกัน ขณะที่ช่องทางออฟไลน์ กรมฯก็ร่วมผู้ค้าปลีกที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯทั่วประเทศกว่า 65 จังหวัด ในการจัดพื้นที่จำหน่ายข้าวให้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างกันอีกด้วย

หากสินค้าข้าวของเกษตรกรได้รับการยอมรับและมีคุณภาพ กรมฯก็พร้อมที่จะส่งเสริมการซื้อขายระหว่างประเทศผ่าน www.Thaitrade.com เพื่อขายต่อการค้าไปยังประเทศต่างๆ อีกทั้งหากเกษตรกรไม่มีความรู้ในการพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า กรมฯก็พร้อมที่จะให้ความรู้ อบรม ผ่านสมาชิกของกรมฯที่เกี่ยวข้อง ทั้งการออกแบบ การบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สินค้ามีมูลค่าเพื่มต่อไปได้ ชาวนาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่กองพาณิชบย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจ ทั้งในและส่วนภูมิภาค สำหนักงานพาณิชย์จังหวัดในการขอดูรายละเอียดเข้าร่วมได้ หรือโทรสอบถามที่ 02-547-5960-1 และเข้าดูผ่าน www.dbd.go.th ได้

ด้านนายนุกุล สามัคยานุสรณื เลขาธิการ สมาคมการค้าปลีก ส่งไทย กล่าวว่า สมาคมฯและสมาชิกใน 65 จังหวัด กว่า 114 ร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมให้ความร่วมในการช่วยเหลือชาวนาอย่างเต็มที่ ในการจัดพื้นที่ให้ชาวนาได้มีพื้นที่จำหน่ายข้าวสาร นอกจากนี้ สมาคมฯยังมีการส่งเสริมช่วยเหลือชาวนาโดยขอความร่วมมือสมาชิกที่เป็นร้านค้าปลีกในการนำข้าวสารมาเป็นกระเช้าของขวัญ ของชำร่วยในเทศกาลปีใหม่ เพื่อเป็นการดูดซัพพลายเออร์ข้าว และช่วยให้ชาวนาขายข้าวได้ พร้อมกันประสานซัพพลายเออร์ ในการส่งเสริมนำข้าวสารจากชาวนาทำเป็นของชำร่วยให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการช่วยเหลือชาวนาอีกทางหนึ่ง โดยมองว่าโครงการที่ช่วยเหลือสมาคมฯก็มองน่าจะใช้ระยะเวลาถึงปลายเดือนมกราคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมแล้ว

“ให้เบ็ดตกปลา ดีกว่าให้ปลา” บิ๊กตู่ชูพระบรมราโชบายของในหลวง เเนะมีเครื่องสีข้าวเล็กๆ ตามหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยกล่าวตอนหนึ่งถึงการปรับตัวของเกษตรกรชาวไทยเเละการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า ทุกวันนี้รัฐบาลคิดเเละให้โดยไม่มีเงินงบประมาณ มันจะได้ไหม ต้องช่วยกันเเก้ปัญหา สื่อมีบทบาทช่วยพัฒนาประเทศ เเต่ถ้าประชาชนไม่เข้าใจนโยบายรัฐบาล รู้เเต่ว่าตรงไหนมันบกพร่อง เราก็ไปข้างหน้ากันไม่ได้

“ถ้ามีการรวมกลุ่มการทำนา การปลูกพืช ตรงไหนที่ปลูกเสียหายก็จะได้ไปปลูกอย่างอื่นเเทน รัฐจะได้ไปดูเเลตลาดตรงนั้นให้ ต้องดูต้นทางความต้องการตลาด ถ้าบิดมากเกินไปราคามันก็ตกเช่นนี้ เเล้วเมื่อไหร่มันจะดีขึ้น ไม่สงสารพี่น้องชาวนาเขาหรือไง ช่วยให้เขาเข้มเเข็งด้วยตัวเอง รัฐบาลเราต้องการเเบบนี้….

ตามพระราชนโยบายของในหลวง คือให้เบ็ดตกปลา ดีกว่าให้ปลา ทุกวันนี้เราให้ปลาตลอด เเล้วมันก็หมด ไม่เเข็งเเรง มันก็ตก หาปลาไม่เป็น เอามาใช้สิครับ พระองค์ท่านพระราชทานไว้เยอะเเยะ ทั่วโลกเขาก็เอาไปใช้ เเต่เราไม่เอามาใช้เอง มันอยู่ที่ความเข้าใจ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ต้องไปดูเรื่องปลูกข้าว เรื่องพื้นที่ การตลาด สร้างความเข้มเเข็ง สีข้าวเอง เกษตรกรมีรายได้ประจำวัน มีเครื่องสีข้าวเล็กๆ ประจำหมู่บ้าน ขายเพื่ออยู่กินวันๆ ไป อย่างน้อยมีข้าวกิน มีเงินใช้รายวัน ส่วนปัญหาใหญ่คือหนี้ชาวนา หนี้ครู หนี้ข้าราชการ ถามว่ารัฐบาลมีเงินหรือยัง ก็ต้องไปดูโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ไทยเเลนด์ 4.0 เพราะจะไปช่วยคนเหล่านี้ให้มีรายได้สูงขึ้น เเต่ต้องใช้เวลากว่าจะลงทุน จ้างงาน สร้างมูลค่า เเต่ทั้งหมดต้องกลับมาสู้ต้นทางคือประชาชน

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 19 เตือนเรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย “

ประกาศดังกล่าวระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง และอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิลดลงได้ 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะยังคงมีฝนตกต่อไปอีกในวันนี้ หลังจากนั้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 บริเวณดังกล่าวจะมีฝนลดลงและอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย

ในระยะนี้ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2559 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น. พิษณุโลกตำรวจนครไทย พระ ร่วมลงแขกตีข้าวช่วยชาวนาช่วงราคาตกต่ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก ร่วมกับพระภิกษุสงฺฆ์วัดน้ำพริก ชาวบ้านร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวและตีข้าวให้กับชาวนา ลดต้นทุนในการเก็บเกี่ยวช่วงราคาข้าวตกต่ำ พร้อมสร้างความสัมพันธ์บ้าน วัด และโรงพัก พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีรภาพ ลือราช รองผกก.สภ.นครไทย พ.ต.ท.สุเทพ นาควิโรจน์ สวป.สภ.นครไทย และชุดสายตรวจตำบลยางโกลน พร้อมพระมหาไพทูรย์กัลยาณธโร เจ้าอาวาสวัดน้ำพริก ได้ร่วมกันช่วยชาวบ้านตีข้าวเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่าง วัด โรงพักและชุมชน ที่นาข้าวของ นายทอน จ๊อดมา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 ต.ยางโกลน อ.นครไทย จำนวนกว่า 5 ไร่ ตามโครงการช่วยลดค่าจ่ายในเรื่องของค่าลดเกี่ยว เป็นการแบ่งเบาภาระให้แก่เกษตรกร

พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายทอน เจ้าของนา ผืนนี้ ได้เป็นหัวแรงสำคัญที่ช่วยสร้างที่พักสายตรวจประจำตำบลยางโกลนอย่างแข็งขัน ทำให้เมื่อถึงเกี่ยวข้าวของนายทอน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมตำบลยางโกลน จึงได้รายงานให้ตนเองทราบ ตนเองก็เห็นด้วยว่า เป็นสิ่งที่ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะช่วยเหลือชาวนาในภาวะวิกฤติเช่นนี้ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย ที่ไม่ได้ติดภารกิจเข้าเวรประจำวัน มาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวและตีข้าว โดยได้รับความร่วมมือจากพระภิกษุสงฆ์จากวัดน้ำพริก และชาวบ้านในพื้นที่ มาร่วมแรงเกี่ยวข้าวด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการช่วยเหลือเกี่ยวข้าวของชาวนาในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสานสัมพันธ์ บ้าน วัด และโรงพักให้ความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยมีประชาชนแจ้งความจำนงให้ช่วยเหลือในการเกี่ยวข้าวเช่นนี้อีก 2 รายแล้ว

ซึ่งโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นการจุดประกายแนวคิดให้ทางอำเภอนครไทย นำไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวแบบโบราณที่ผ่านมา ได้กลับมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในช่วงราคาข้าวที่ตกต่ำเช่นกันต่อไป

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 10 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวในหลายพื้นที่ของ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เกษตรกรยังคงประสบปัญหาข้าวล้มและจมน้ำกันอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่เขตติดต่อ 2 ตำบลคือ ต.หนองยาง และ ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรล้มจมน้ำไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน ทำให้เกษตรกรต้องเร่งสูบน้ำออกเพื่อไม่ให้ข้าวที่จมน้ำนั้นเน่าเสียหาย และทำการใช้เคียวเกี่ยวข้าวที่ล้มอยู่นั้นขึ้นมาตากไว้เพื่อให้เมล็ดนั้นไม่เน่าหรือและยังคงสามารถนำไปขายได้

จากการสอบถามเกษตรกร รายหนึ่ง ในพื้นที่หมู่3 ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เล่าว่า ได้ทำการปลูกข้าวหอมปทุมไว้ จำนวน 10 ไร่ และในช่วงนี้ก็ได้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวข้าว แต่ดันมาเจอฝนทำให้ข้าวนั้นล้มและจมลงไปในน้ำหลายจุด ทำให้ต้องเร่งช่วยกันเกี่ยวข้าวนั้นขึ้นมาตากไว้และรอนำไปใส่ในรถเกี่ยวอีกครั้ง เพื่อให้ไม่ให้เมล็ดข้าวนั้นเน่าหรือดำ เพราะถ้าใช้รถเกี่ยวจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวที่ล้มและจมน้ำได้เพราะรถจะเหยียบข้าวจนหมดทำให้ต้องเสียข้าวไปจำนวนมาก ซึ่งน่าเสียดายหากต้องเสียข้าวในส่วนนั้นไป ตนจึงจะพยายามหาทางทำให้ได้ข้าวมากที่สุด เพราะกว่าจะลงทุนลงแรงจนเก็บเกี่ยวได้แต่ละครั้งนั้น ลำบากมาก บางครั้งต้องเจอกันพายุลมฝน หรือราคาข้าวที่ตกต่ำ อย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้

ถึงรัฐบาลจะประกาศมาว่า ข้าวหอมปทุม stacyscreations.net จะได้ราคาตันละ 7,800 บาท แต่ถ้าไปขายที่โรงสี และข้าวจำนวนหนึ่งที่จมน้ำ ก็จะมีความชื้นสูงกว่าปกติ ซึ่งคงไม่ได้ราคานั้นแน่นอน ถ้าข้าวมีปัญหาแล้วได้ราคาอยู่ที่ 6,000 บาท ก็ยังดีใจ แต่ใครก็อยากได้ราคาขายเต็มกันทุกคน ซึ่งยอมรับว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ก็อยากให้ราคาข้าวกลับมาสูงเหมือนเดิมอีกครั้งให้ชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก เลี้ยงตัวเองกันได้บ้างนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้สัมภาษณ์ที่หอประชุมอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ภายหลังการพบปะและมอบนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานด้านต่างๆ แบบบูรณาการ แก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่อำเภอคลองหาด โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญว่า ในท้องที่อำเภอคลองหาด มีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยเป็นจำนวนมาก ขณะนี้เกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่มีปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลน จึงต้องใช้แรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาช่วย ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วได้หาทางช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของแรงงานให้เพียงพอ รวมทั้งหาแรงงานชาวกัมพูชาที่มีทักษะในการเก็บลำไยด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางจังหวัดสระแก้วได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อหาทางช่วยเหลือเกษตรกรในด้านแรงงาน เพื่อรองรับการเก็บเกี่ยวลำไยอย่างมีคุณภาพครบถ้วนสมบูรณ์ โดยทางจังหวัดจะดูแลเรื่องแรงงาน และถือว่าเป็นวาระสำคัญของจังหวัดให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยสบายใจได้

“ส่วนแผนระยะยาว ทางจังหวัดสระแก้วจะหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย นำเอาลำไยที่เกรดต่ำ หากนำไปขายจะได้ราคาไม่สูงมากนัก จึงหาแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากลำไยที่ไม่ได้คุณภาพ โดยการผลิตและนำมาแปรรูปเป็นสารชูรส ที่เป็นสารออร์แกนิก ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีผลข้างเคียง สะอาด ปลอดภัย ไร้สารพิษ เท่ากับเป็นการดูแลเรื่องสุขภาพของประชาชนผู้บริโภคไปในตัวอีกด้วย ดังนั้น การแปรรูปลำไยที่ด้อยคุณภาพให้มีมูลค่ามากขึ้น โดยการแปรรูปเป็นสารชูรสใช้ในครอบครัวและถือว่าเป็นแผนระยะยาวของกลุ่มผู้ผลิตลำไยอีกด้วย” นายกล้าณรงค์ กล่าว

กบขาเหลืองแห่งเทือกเขาเซียราเนวาดา อย่างที่เห็นในภาพนี้หายหน้าหายตาไปจากการพบเห็นนานจนหลายคนคาดว่าจะสูญพันธุ์ไปแล้ว สาเหตุสำคัญเกิดจากการนำปลาเทราท์ต่างถิ่นเข้ามาแพร่พันธุ์ในลำน้ำถิ่นที่อยู่ของพวกมัน ผสมกับการเกิดระบาดของเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยเฉพาะอย่าง “ราหม้อเล็ก” (chytrid fungus) ทำให้ประชากรลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หลงเหลือเพียงไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของระดับที่เคยมีในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานอุทยานแห่งชาติโยเซไมท์ ระบุว่า ปริมาณกบขาเหลืองเริ่มฟื้นคืนกลับมาใหม่ จำนวนเพิ่มมากขึ้น แม้การระบาดของราจะยังคงอยู่เช่นเดิมก็ตาม

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาข้าวตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 6.50 บาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวและเป็นการระบายข้าวออกจากพื้นที่การผลิตให้มากที่สุด โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนองนโยบายดังกล่าวโดยเปิดพื้นที่บริเวณอาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวทั่วประเทศนำข้าวสารชนิดต่าง ๆ มาจำหน่ายภายใต้ชื่อ “กรมส่งเสริมการเกษตรจัดจำหน่ายข้าวสารช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าว” เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ข้าวจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเบื้องต้นสัปดาห์แรกจะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวกล้องงอก ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ นำข้าวสารหอมมะลิ 105 คุณภาพดีบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ๆ ละ 25 บาทมาจำหน่าย และวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวจังหวัดสุรินทร์ได้นำข้าวสารหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวอินทรีย์บรรจุถุงละ 3 กิโลกรัม ๆ ละ 35 บาท หรือเฉลี่ยถุงละ 100 บาท และยังมีข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวหอมมะลิใหม่นำมาจำหน่ายร่วมด้วย เพื่อให้ประชาชนผู้สนใจในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงร่วมกันอุดหนุนและเป็นการช่วยเหลือชาวนาผู้ผลิตข้าว

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานงานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ บริษัท ปตท.จำกัด ซึ่งมีปั๊มน้ำมันกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ และบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ซึ่งมีร้านไทวัสดุสาขาต่าง ๆ จำนวน 42 สาขา กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด รวม 36 จังหวัด ให้ช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าว โดยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำข้าวสารจากสหกรณ์การเกษตรมาจำหน่ายในปั๊มน้ำมันและร้านค้าไทวัสดุ ทั้ง 2 หน่วยงานต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี