มอบเงินสนันสนุนสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย

(อาคารการกีฬาแห่งประเทศไทย-กกท.) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มอบเงินจำนวน 810,000 บาท สนับสนุนสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย จัดซื้อรถวีลแชร์บาสเกตบอล สำหรับนักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลทีมชาติไทยใช้ในการแข่งขัน เพื่อเสริมศักยภาพแก่ตัวแทนชาติไทยให้คว้าชัยชนะในระดับโลกต่อไป

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังรับมอบเงินสนับสนุนจากซีพีเอฟ เพื่อใช้ในการจัดซื้อรถวีลแชร์บาสเกตบอลว่า สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยมีความมุ่งมั่นพัฒนาและฝึกฝนให้นักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลทีมชาติไทย ให้สามารถชิงชัยและแสดงความสามารถในสนามแข่งขันระดับโลกมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้นักกีฬาชาวไทยจะมีฝีมือไม่แพ้ชาติใด แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ที่สำคัญคือ รถวีลแชร์บาสเกตบอล ที่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบไปอย่างมากเมื่อเทียบกับรถรุ่นเก่า โดยรถมีน้ำหนักเบา มีความคล่องตัว และนักกีฬาสามารถบังคับรถได้อย่างอิสระ การที่สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเสริมศักยภาพแก่นักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลไทย

“รถวีลแชร์ที่นักกีฬาใช้นั้นแตกต่างจากรถวีลแชร์ทั่วไป ที่ผ่านมานักกีฬาของเราใช้ศักยภาพของตนเองทุ่มเทกับการแข่งขันจนสามารถคว้าชัยมาได้หลายครั้ง ทั้งๆที่เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว รถวีลแชร์ของเรานั้นไม่สามารถต่อสู่กับประเทศอื่นที่ส่วนใหญ่เปลี่ยนไปใช้รถรุ่นใหม่ๆ หมดแล้ว ขอขอบคุณซีพีเอฟที่ตระหนักถึงความสำคัญของนักกีฬาคนพิการและให้การสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยมาตลอดกว่า 7 ปี รวมถึงการมอบเงินเพื่อซื้อรถวีลแชร์บาสเกตบอลในครั้งนี้ด้วย” นายจุตินันท์ กล่าว

ด้าน นายทรงศักดิ์ ฟูตระกูล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ กล่าวว่า กลุ่มผู้พิการ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ซีพีเอฟให้ความสำคัญและจ้างงาน เพื่อสนับสนุนศักยภาพแก่ผู้พิการ ตลอดจนเป็นการตอบสนองนโยบายภาครัฐในการสร้างงานให้ผู้พิการสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวด้วยมาตรฐานคุภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทจึงจัดจ้างแรงงานผู้พิการเพื่อให้เป็นบุคลากรร่วมทำงานกับบริษัท ขณะเดียวกันบางส่วนจะทำงานในชุมชนของตนเองโดยเฉพาะงานที่เป็นสาธารณประโยชน์ นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนนักกีฬาวีลแชร์บาสเก็ตบอลทีมชาติไทยให้เป็นบุคลากรของบริษัท พร้อมผลักดันให้แสดงศักยภาพและความสามารถทางด้านกีฬาอย่างเต็มที่

“ที่ผ่านมาบริษัทสนับสนุนนักกีฬาวีลแชร์ฯ ทั้งในส่วนของรายได้ประจำเดือน การมอบผลิตภัณฑ์อาหารในระหว่างฝึกซ้อมและตลอดการแข่งขันทุกครั้ง รวมถึงมอบเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการร่วมแข่งขันหลายราการ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักกีฬาฯ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยจนสามารถคว้าแชมป์และติดอันดับในหลายประเภท อาทิ เหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่ 7 กีฬาวีลแชร์บาสเกตบอล เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ที่สร้างความภูมิใจให้นักกีฬา ชาวไทย และองค์กร” นายทรงศักดิ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกษตรกรหมู่ 8 ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ได้หันมาปลูกดอกดาวเรืองพันธุ์ทองเฉลิม เป็นอาชีพเสริมหลังในแปลงนาข้าว ขณะนี้ได้เร่งเก็บเกี่ยวดอกดาวเรืองทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อส่งให้ลูกค้าร้านจำหน่ายดอกไม้ในพื้นที่ อ.อระโนด จ.สงขลา และอ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช 1 หมื่นดอก เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับประชาชน นำไปใช้แทนดอกบัวในช่วงสัปดาห์วันวิสาขบูชา

นางวิภา จุนเนียม อายุ 33 ปี เกษตรกรปลูกดาวเรือง อ.ระโนดกล่าวว่าตนและครอบครัวปลูกดาวเรือง หลังเก็บเกี่ยวข้าวเป็นอาชีพเสริม สำหรับแปลงปลูกดอกดาวเรืองประมาณ 700 ต้น ใช้ระยะเวลาปลูก 30 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เนื่องจากใช้ปุ๋ยชีวภาพ จากปกติที่ต้องใช้เวลาถึง60 วัน

นางวิภากล่าวว่าราคาขายส่งแยกเป็น 4 ขนาด ขนาดใหญ่ ดอกละ 80 สตางค์ ขนาดกลาง ดอกละ 50 สตางค์ ขนาดเล็ก ดอกละ 30 สตางค์ และขนาดเล็กสุด ดอกละ 20 สตางค์ จะมีพ่อค้าแม้ค้ามารับซื้อถึงที่บ้านและ ราคาอาจจะพุ่งสูงขึ้นกว่านี้อีก1เท่าตัวหากอยู่ในช่วงที่ดาวเรืองออกดอกมาน้อยหรือช่วงที่ดอกดาวเรืองขาดตลาด

“ขณะได้สามารถเก็บขายได้เกือบทุกวัน วันละ 2-3 พันดอก แต่ในช่วงสัปดาห์วันวิสาขบูชา มีออร์เดอร์สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมากถึงวันละ 1 หมื่นดอก” วันที่ 7 พฤษภาคม รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวถึงกรณีมีความกังวลว่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากอาจมีทันตแพทย์บางส่วนกลัวความเสี่ยงกระทำผิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ จึงงดใช้เครื่องกำเนิดรังสีกับผู้ป่วยและให้ผู้ป่วยไปรับบริการเอกซเรย์ที่อื่นแทน จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับการวินิจฉัยล่าช้า เสียเวลา และค่าใช้จ่ายมากขึ้นว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งยกระดับและรักษามาตรฐานการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสีให้เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กำหนด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีการขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีทุกประเภทที่มีค่าพลังงานเกิน 5 keV จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลและพิทักษ์ความปลอดภัยจากผลกระทบทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ

“เครื่องกำเนิดรังสีทันตกรรมมีค่าพลังงาน 60-120 keV ต้องได้รับการควบคุม หากไม่มีการกำกับดูแลและเกิดมีการใช้เครื่องกำเนิดรังสีอย่างไม่มีมาตรฐาน ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนได้ ทั้งนี้ ปส. คำนึงถึงความสมเหตุสมผลในกระบวนการกำกับดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขออนุญาต เช่น ทันตแพทย์ ที่ผ่านการเรียนรู้รังสีมาพอสมควร สามารถได้รับใบอนุญาตเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยรังสี (RSO) ได้โดยการเทียบวุฒิ ไม่จำเป็นต้องจ้าง RSO เพื่อดูแลเครื่องโดยเฉพาะ แต่จะต้องมีการทบทวนความรู้ให้ทันกับมาตรฐานความปลอดภัยที่พัฒนาอยู่เสมอ และสามารถแจ้งตรวจสภาพเครื่องและขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตได้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ส่วนค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตเป็นผู้ครอบครองและผู้ดูแลเครื่อง เฉลี่ยปีละหลักร้อยบาท หากจะมีการตรวจที่คลินิกจะแจ้งล่วงหน้าและหากพบว่ามีการกระทำผิด จะตัดเตือน หากเตือนครบ 3 ครั้ง จะส่งศาลให้พิจารณาโทษ” รศ.นพ. สรนิต กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืนโดยกำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรผ่านการดำเนินงาน 3 โครงการหลักต่อเนื่องกัน 5 ปี (2560-2564) งบประมาณรวม 25,871.14 ล้านบาท คือ โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ และโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์

ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ โดยมีเกษตรแปลงใหญ่ที่ปลูกข้าวรวม 425 แปลงเนื้อที่ 1.05 ล้านไร่ และส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิได้ดำเนินแล้วใน 21 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 64,000 ครัวเรือน ๆ ละไม่เกิน 125 กิโลกรัม (กก.) ส่วนการปลูกข้าวอินทรีย์มีแหล่งผลิตข้าวที่ได้รับการรับรองแล้วใน 47 จังหวัด จำนวน 5,362 แปลง พื้นที่รวม 60,056 ไร่

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งรัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ในปี 2560 โดยเพิ่มพื้นที่เป็น 750 แปลง เนื้อที่เพิ่มขึ้นอีก 0.75 ล้านไร่ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีใน 21 จังหวัด พื้นที่ 300,000 ไร่ และขยายพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ให้ได้ 1ล้านไร่ภายใน 3 ปี ครอบคลุมเกษตรกรจำนวน 66,670 ราย

นอกจากนี้ ยังขอให้รณรงค์เพิ่มมูลค่าของผลผลิต โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะงานวิจัยด้านเทคโนโลยีจากบัญชีนวัตกรรมไทยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นฐานข้อมูลในลำดับแรก และยึดความต้องการของตลาดหรือผู้บริโภคนำการผลิต รวมทั้งจัดหาตลาดรองรับผลผลิตจากพื้นที่แปลงใหญ่ให้มีราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไปด้วย

นายนคร กิติพูลธนากร นายกเทศมนตรีตำบลสูงเนิน (ทต.สูงเนิน) เผยถึงศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร ด้วยระบบหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่ใช้อากาศ จัดสรรงบประมาณในช่วงแรก จำนวน 236 ล้านบาท กำจัดขยะมูลฝอยซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายมากที่สุด ร้อยละ 66.42 รองลงมาเป็นพลาสติก ร้อยละ 18.71 และกระดาษ นำเอาขยะอินทรีย์ย่อยสลายมาเข้ากระบวนการคัดแยก ก่อนจะทำการหมักให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์แจกจ่ายให้กับชุมชน ปลูกพืชผักสวนครัวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับชาวบ้านได้อีกทางหนึ่งด้วย

ศูนย์กำจัดขยะแห่งนี้สร้างเสร็จตั้งแต่ ปี 2557 กำจัดขยะมูลฝอยที่เข้ามาในระบบประมาณวันละ 27 ตัน โดยแยกเป็นขยะในเขตเทศบาลตำบลสูงเนิน จำนวน 8 ตัน และขยะนอกเขตเทศบาลอีก 19 ตัน ต่อวัน ส่งผลให้ขณะนี้ภายในเขตเทศบาลตำบลสูงเนิน และองค์กรปกครองท้องถิ่นใกล้เคียงอีก 13 แห่ง ที่มาใช้บริการศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจรแห่งนี้ไม่มีปัญหาขยะตกค้างแต่อย่างใด

นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคหืด (Asthma) หรือหอบหืด เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยพบในเด็กมากถึง ร้อยละ 10-12 ของเด็กทั้งหมด ส่วนผู้ใหญ่พบ ร้อยละ 6.9 ของประชากร จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สธ. ปี 2558 พบผู้ป่วย 115,577 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยมาจากพันธุกรรมร่วมวกับสิ่งกระตุ้นต่างๆ โดยเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ เช่น ควันบุหรี่ ควันพิษจากสิ่งแวดล้อม ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรดอกไม้ ฯลฯ ส่วนอาการก็แตกต่างกันไป บางรายไม่สามารถคาดเดาได้ ส่วนใหญ่มักมีอาการช่วงกลางคืน ปัจจุบัน โรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ โดยการดูแลตนเองและให้คึวามร่วมมือกับแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทั้งหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ หากมีอาการหายใจหอบถี่ หรือหายใจลำบาก อาการแย่ลง ใช้อุปกรณ์พ่นยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ต้องรีบพบแพทย์ทันที

สหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่กุ้งขาว โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ช่วยถ่ายทอดวิธีการเลี้ยงกุ้งด้วยหลัก “3 สะอาด” ที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้เกษตรกร สหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี สามารถจัดการโรคกุ้งอย่างยั่งยืน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า

นายสุพล ตั๋นสุวรรณ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง ภาครัฐ และภาคเอกชน อย่าง ซีพีเอฟ เพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรเลี้ยงกุ้งรายย่อยจ.ตรัง ที่รวมตัวกันดำเนินการในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ ทั้งในแง่ผลผลิต การตลาด ชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมดึงศักยภาพของซีพีเอฟที่มีจุดแข็งด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่ทันสมัย มาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงกุ้ง ลดต้นทุนการเลี้ยงให้ต่ำลง เพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสูง ปลอดสารปนเปื้อน เป็นที่ต้องการของตลาด ขณะเดียวกันมีระบบการเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีองค์ความรู้สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันได้ในระยะยาวได้ดี

ด้านนายอนันต์ จรณโยธิน ประธานกรรมการสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปชมความสำเร็จของเกษตรกรสหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จ.จันบุรี ที่ปรับปรุงวิธีการเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง “3 สะอาด” ของซีพีเอฟภายใต้โครงการประชารัฐ เห็นวิธีการเลี้ยงกุ้งที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องโรคในกุ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตกุ้งเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพ ปลอดสาร สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ สมาชิกสหกรณ์ฯ จ.ตรัง จึงเกิดความมั่นใจที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งในจังหวัดตรังได้พัฒนาวิธีการเลี้ยงกุ้งตามแนวทาง “3 สะอาด” ของซีพีเอฟเช่นเดียวกับสหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน โดยในระยะแรก จะมีเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในจังหวัด 2-3 รายเข้ามาเรียนรู้การเลี้ยงกุ้งด้วยหลักการนี้ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการศึกษาของเกษตรกรรายอื่นๆ ในอนาคตต่อไป

“การที่ซีพีเอฟเข้ามาสนับสนุนด้านความรู้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้กับสมาชิกสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจ.ตรัง จะช่วยพัฒนาวิธีการผลิตกุ้งของเกษตรกรดีขึ้น มีความเข้าใจและรู้จักใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ผลผลิตต่อไร่มีความแน่นอน ต้นทุนลดต่ำลง และที่สำคัญฟาร์มกุ้งไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” นายอนันต์กล่าว

นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการเลี้ยงกุ้งด้วยหลักการ “3 สะอาด” ขึ้น เป็นแนวทางการเลี้ยงกุ้งเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน มุ่งเน้นความสะอาดใน 3 ด้านเพื่อสภาพแวดล้อมของบ่อเลี้ยงกุ้งดีขึ้น ช่วยให้กุ้งอยู่สบาย คือ น้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งสะอาด ลูกกุ้งสะอาดปลอดโรค และพื้นบ่อสะอาด โดยนำหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เช่น การวัดค่า DOC ของน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง การนำหลักการผลิตน้ำประปามาใช้ในการเตรียมน้ำเลี้ยงกุ้ง เป็นต้น เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องปรับปรุงโครงสร้างฟาร์มให้เหมาะสม โดยปรับสัดส่วนพื้นที่เก็บน้ำต่อพื้นที่เลี้ยงที่เหมาะสมคือ 70:30 หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงของแต่ละฟาร์ม ด้วยหลัก “3 สะอาด” ช่วยให้กุ้งมีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงขึ้น ประกอบกับการดูแลเอาใจใส่ในของเกษตรกร จะช่วยให้ผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน และจะช่วยป้องกันและลดความเสียหายจากโรคของกุ้งต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน

ซีพีเอฟได้ถ่ายทอดวิธีการเลี้ยงกุ้งด้วยหลัก “3 สะอาด” ให้กับเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่จนประสบความเร็จอย่างยั่งยืน โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำหลัก “3 สะอาด” ถ่ายทอดให้กับเกษตรกรเลี้ยงกุ้งรายย่อย ของสหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ซึ่งช่วยให้ผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับความเสียหายจากโรคกุ้ง สามารถประสบความสำเร็จในการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคในกุ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นเป็น 3-4 ตันต่อไร่ จากเดิมที่ทำได้เพียง 1 ตันต่อไร่ ผลผลิตมีความแน่นอนมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดต่ำลง ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

กรมส่งเสริมสหกรณ์เผยรายชื่อสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี ๖๐

เตรียมเข้ารับโล่พระราชทานในวันพืชมงคล ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นี้ ณ ท้องสนามหลวง กรมส่งเสริมสหกรณ์คัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี ๖๐ เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัญแรกนาขวัญ ณ ท้องสนามหลวง ในวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นี้ ซึ่งรางวัลนี้เป็นการยกย่องเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของสหกรณ์ประเภทต่างๆและกลุ่มเกษตรกร เพื่อเป็นแบบอย่างและแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรทั่วไป

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้คัดเลือกสหกรณ์และ กลุ่มเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และมีความเหมาะสมสำหรับการยกย่องให้เป็นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2560 โดยในปีนี้ สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ มีจำนวน 7 สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ 3 แห่ง ซึ่งจะได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2560 ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560 นี้

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติทั้ง ๗ แห่ง ประกอบด้วย ๑. สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จจากโครงการคัดคุณภาพยางพาราของสหกรณ์ โดยสหกรณ์ได้พัฒนามาตรฐานการคัดคุณภาพยาง เพื่อยกระดับยางให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และส่งเสริมอาชีพสมาชิกให้มีความมั่นคงโดยสหกรณ์เป็นองค์กรที่ช่วยทั้ง ในด้านเงินทุน การพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการจัดหาตลาดรองรับ ๒.สหกรณ์โคนมพิมาย จำกัด อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ได้รับรางวัลจากโครงการพัฒนาธุรกิจโคนมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกในการประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ส่งผลให้สมาชิกมีแม่โครีดนมทดแทนที่มีคุณภาพมีพันธุ์ที่สมบูรณ์ ช่วยประหยัดต้นทุนและสามารถเก็บออมเงินได้เพิ่มขึ้น มีโครงการฝึกอบรมผสมเทียมสำหรับสมาชิกและยุวเกษตรกร ช่วยลดความสูญเสียทางด้านเวลา ช่วยเพิ่มอัตราการผสมติดในโคนมสมาชิกและลดค่าใช้จ่ายจากการผสมเทียม และส่งเสริมสมาชิกยกระดับการจัดการฟาร์มให้ได้มาตรฐาน ๓. สหกรณ์นิคมเนินมะปราง จำกัด อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

ได้รับรางวัลจากโครงการตลาดนัดสินค้าสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้สมาชิกมีรายได้จากการขายผลผลิตมากยิ่งขึ้น และยังจัดทำโครงการ กลุ่มออมทรัพย์สมาชิกบ้านวังขวัญ เนื่องจากสมาชิกมีการใช้จ่ายเกินความจำเป็นจึงต้องนำหลักสหกรณ์มาใช้ในการรวมกลุ่มกันออมเงินอย่างมีวินัยและเป็นระบบ โดยรวบรวมเงินฝากจากสมาชิกแต่ละเดือนเข้าฝากกับสหกรณ์และโครงการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสมาชิก ซึ่งในแต่ละปีจะประสบปัญหาเรื่องราคาผลผลิตและปริมาณการผลิตที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้มีรายได้ไม่พอ จึงได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสมาชิก พร้อมกับการลดปัญหาเรื่องการเอาเปรียบ เรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ นำมาซึ่งหนี้ค้างของสหกรณ์ลดลงอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี สหกรณ์ผู้ผลิตยางพาราที่ได้รับรางวัลดีเด่น คือ สหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินชากังราว จำกัด อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร โครงการรวบรวมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราของสมาชิกสหกรณ์ ในการปลูกสร้างสวนยางให้มีความยั่งยืน ผลผลิตดี ต้นตอมีความแข็งแรงและทนทานต่อโรคแม้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และโครงการอบรมเพิ่มศักยภาพบุคลากรสหกรณ์และเสริมสร้างองค์ความรู้แก่สมาชิก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ และ ๕ สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขนครราชสีมา จำกัด อำเภอเมืองนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา ได้รับรางวัลจากโครงการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการ โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพของสมาชิก ๖. ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลพัทลุง จำกัด อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้รับรางวัลจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ มีการให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกและโครงการบริหารจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และ ๗ สหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยนบ้านป่าชิง จำกัด อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน ๒,๔๘๐ คน ได้รับรางวัลจากโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสหกรณ์และโครงการส่งเสริมอาชีพของกลุ่มสมาชิก

ขณะที่ในส่วนของกลุ่มเกษตรกรแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๐ มีจำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ ๑. กลุ่มเกษตรกรทำไร่วังชะพลู จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน ๓๑๘ คน โดยได้รับรางวัลจากโครงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน โครงการส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัสและการปลูกมันระบบน้ำหยดเพิ่มผลผลิต และโครงการอบรมเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการและเสริมสร้างองค์ความรู้แก่สมาชิก ๒.กลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน ๑,๑๒๓ คน โดยได้รับรางวัลจากโครงการตลาดกลางยางพาราและโครงการสถานีบริการตลาดพอเพียง และ๓ กลุ่มเกษตรกรทำนานาสนุ่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน ๔๓ คน โดยได้รับรางวัลจากโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และโครงการถือหุ้นเพิ่มเสริมการออม

กรมส่งเสริมสหกรณ์เน้นย้ำให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทุกแห่งที่ได้รับโล่พระราชทานในครั้งนี้ รักษามาตรฐาน ในการดำเนินงานให้สมกับที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับสถาบันเกษตรกรอื่นๆได้มาเรียนรู้และนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของสหกรณ์อื่น ๆ ต่อไป พร้อมทั้งขอให้ยึดถือหลักและวิธีการของสหกรณ์อย่างเข้มแข็ง ยึดประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลักในการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ รวมถึงน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งจะส่งผลให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้มีการพัฒนาที่เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป

อากาศแปรปรวนเกิดปรากฏการณ์ลานิญาในช่วงร้อนจัด กุ้งน็อกตายเกลื่อน ทำราคากุ้งขาวทรุด แถมโรงงานแปรรูปรับได้จำกัด เหตุแรงงานต่างด้าวก็ยังกลับไทยน้อยหลังหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ “บรรจง นิสภวานิชย์” หวั่นโรคกุ้งตายด่วนกลับมารอบสองและรุนแรงมากกว่าเดิม แนะผู้เลี้ยงอย่าปล่อยกุ้งลงเลี้ยงแบบหนาแน่น และเลี้ยงไซซ์ใหญ่หนีคู่แข่ง

นายบรรจง นิสภวานิชย์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย neswsports.com เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์กุ้งไทยในขณะนี้ว่า จากสภาวะอากาศแปรปรวนเกิดปรากฏการณ์ลานิญามีฝนตกบ่อยในฤดูร้อน ทำให้กุ้งที่เลี้ยงไว้เกิดการน็อกตายจำนวนมาก ปริมาณกุ้งขาวแวนนาไมเข้าสู่ตลาดมากกว่าปกติ ราคากุ้งขาว ขนาด 100 ตัว/กิโลกรัม จึงลดลงมาเหลือกิโลกรัมละ 112-115 บาท ต่ำกว่าราคาช่วงปกติที่กิโลกรัมละ 130-150 บาท กอปรกับช่วงนี้ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปส่งออกแรงงานต่างด้าวที่ลาหยุดกลับประเทศยังกลับมาไม่ครบ ทำให้ไลน์การผลิตผลิตกุ้งได้ไม่เต็มที่

“ภาพโดยรวมสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งของไทยตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมามีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดปัญหาอุทกภัยทางภาคใต้ ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งของประเทศในพื้นที่ดังกล่าวอย่างมาก ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งขาวไตรมาสแรกปีนี้ลดลงเทียบกับผลผลิตกุ้งขาวในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ประกอบกับการเกิดปรากฏการณ์ลานิญา ทำให้สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติและปัญหาอื่นๆ ทำให้แนวโน้มผลผลิตกุ้งน่าจะไม่มากตามที่คาดการณ์”

นายบรรจง กล่าวต่อว่า จากการประชุมสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยที่จังหวัดตรังเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ผลสรุปว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ลานิญาจะทำให้เกิดการระบาดของโรคกุ้งตายด่วน (EMS) รองสองอีกครั้ง ซึ่งอาจรุนแรงมากกว่าครั้งที่แล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง สมาพันธ์จึงมีมติว่าการเลี้ยงกุ้งปี 2560 จากนี้ไป ผู้เลี้ยงควรลดปริมาณความหนาแน่นการเลี้ยงกุ้งให้น้อยลง ทั้งนี้ ควรปล่อยกุ้งลงเลี้ยงเหลือไร่ละ 70,000-100,000 ตัว และมุ่งเน้นการผลิตกุ้งไซซ์ใหญ่ ขนาด 30-40 ตัว/กิโลกรัม เป็นหลัก ซึ่งราคากุ้งขาวเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา กุ้งขาว ขนาด 40 ตัว/กิโลกรัม ราคาซื้อขายที่ 195 บาท/กิโลกรัม ขนาด 50 ตัว/กิโลกรัม ราคาซื้อขาย 175 บาท/กิโลกรัม ขนาด 60 ตัว/กิโลกรัม ราคา 155 บาท ขนาด 70 ตัว/กิโลกรัม ราคา 150 บาท ขนาด 80 ตัว/กิโลกรัม ราคา 135 บาท และขนาด 100 ตัว/กิโลกรัม ราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 115 บาท มีจำนวนกุ้งเข้าสู่ตลาดซื้อขายที่จังหวัดสมุทรสาคร 77 ตู้

“เท่าที่หารือกับสมาคมผู้ผลิตอาหารแช่เยือกแข็งไทยถึงแนวโน้มราคากุ้งปีนี้ ภาวะตลาดน่าจะดี เพราะผู้ส่งออกกุ้งโลกคือเวียดนาม เริ่มมีปัญหากับผู้ซื้อเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้ากุ้ง เนื่องจากเวียดนามทำตัวเป็นเทรดเดอร์รับซื้อผลผลิตกุ้งจากประเทศอื่นไปส่งแทน ผลผลิตกุ้งของประเทศอินเดียก็ไม่มาก กุ้งไทยจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในโลก เพราะปลอดสารตกค้าง หากเกษตรกรไทยทำไซซ์ใหญ่หนีประเทศอินเดียหรืออื่นๆ ได้จึงไม่น่าจะมีปัญหา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกกุ้ง 209,381 ตัน เพิ่มขึ้น 21.9% มูลค่า 69,783 ล้านบาท ปี 2560 คาดว่าไทยจะส่งออก 240,000 ตัน เพิ่มขึ้น 14.6% มูลค่า 81,700 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะส่งออก 45,000 ตัน ไตรมาสสองส่งออก 60,000 ตัน ไตรมาสสามส่งออก 65,000 ตัน และไตรมาสสี่ 70,000 ตัน