มะเฟือง บี 17 คุณค่าทางอาหารสูง แต่คนไม่ค่อยมองเห็น

มะเฟือง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี อุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลย

สำหรับพันธุ์ของมะเฟืองนั้นเช่นเดียวกับผลไม้อื่นๆที่มีหลากหลายพันธุ์ แต่ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมคือ พันธุ์ บี 17 หรือที่มีอีกชื่อว่า Honey Star มะเฟืองบี 17 ผลมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ชั่งได้ 3 – 4 ผลต่อกิโลกรัม

ทรงผลค่อนข้างยาว และมีความกว้างสม่ำเสมอตลอดผล ผลมีความยาวประมาณ 8 – 10 เซนติเมตร กลีบผลหนา มีฐานกว้าง ร่องระหว่างผลตื้น ที่ผิวของกลีบ มีจุดประเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ยังมีเปลือกบาง เมื่อแก่จัดมีสีเหลืองเข้ม จนถึงเหลืองอมส้ม เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอม รสหวาน

ความหวานวัดได้ 11.5 องศาบริกซ์ รสไม่ฝาด มี 5 – 10 เมล็ดต่อผล

มะเฟืองบี 17 จะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่เก็บผลผลิตได้มาก ช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน

วิธีการปลูกมะเฟือง ในส่วน ระยะปลูก ใช้ระยะ 4×4 เมตร (หลังปลูกปีที่ 3 จะตัดต้นเว้นต้น) แต่ถ้า ขุดหลุม ขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ทั้งนี้ในการปลูกนั้นควรรองก้นหลุมด้วย โดโลไมต์ : 0-3-0 : 15-15-15 : ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 100 กรัม : 100 กรัม : 100 กรัม : 100 กรัม : 50 กรัม : 3 กิโลกรัม ต่อหลุม

การดูแลรักษา โดยหลังจากปลูกจะให้น้ำวันเวันวันในฤดูแล้ง นอกจากนี้ หลังจากปลูก 1 เดือน จะใส่ปุ๋ย 21-0-0 อัตรา 50 กรัม ต่อต้น เมื่ออายุปลูก 2 เดือนขึ้นไป จะใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-13 หรือ 15-15-15 อัตรา 50-100 กรัม ต่อต้น ต่อเดือน และใช้เมธามิโตฟอส : เบนเลท : 21-21-21 อัตรา 30 : 10 : 30 ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 2 สัปดาห์ ต่อครั้ง

หลังจากปลูก 8-10 เดือน จะเริ่มแต่งกิ่งเพื่อเลี้ยงทรงพุ่ม หลังจากตัดแต่งกิ่งเสร็จ มะเฟืองจะเริ่มแทงช่อดอก เมื่อแทงช่อดอก 10-15 วัน จะพ่นยาฆ่าแมลงอัตราเดิม 2 สัปดาห์ ต่อครั้ง พอดอกบาน 40 วัน จะปลิดแต่งผลเหลือไว้เฉพาะผลที่ต้องการ แล้วใช้ถุงพลาสติกสีขาวขุ่น หรือถุงกระดาษ ห่อผลไว้ถุงละ 1 ผล

ทั้งนี้ ต้นที่มีอายุ 12 เดือน สามารถห่อผลไว้ได้ ประมาณ 10-20 ผล ต่อต้น ในขณะที่ต้นที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป สามารถเก็บผลผลิตได้รุ่นละไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม ต่อต้น

เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะเริ่มตัดแต่งกิ่งมะเฟือง แล้วฉีดพ่นยาป้องกันกำจัดโรคแมลงอัตราเดิม เพื่อเตรียมเลี้ยงดอกรุ่นต่อไป

มะเฟืองหวานๆ สีเหลืองสด ที่ห้อยเป็นระย้าบนต้น จึงนับเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจ หากจะมีไว้ที่ในสวนข้างบ้านสักหนึ่งต้น… พืชกระท่อม (kratom) เป็นพืชวงศ์เดียวกับกาแฟ และเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ที่มีตำรายาโบราณและตำราแพทย์แผนปัจจุบันรองรับมากมาย เช่น 1. ช่วยบำรุงกำลังเพิ่มพลังให้ทำงานได้นานขึ้น 2. รักษาอาการลำไส้ติดเชื้อ 3. ช่วยแก้อาการปวดฟัน 4. ช่วยลดความดันโลหิตสูง 5. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน 6. ช่วยรักษาแผลในปาก แก้ไอ 7. ช่วยลดอาการปวดที่มีผลดีกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า เพราะมีสารสำคัญคือ “ไมทราไจนีน” ซึ่งพบในกระท่อมสายพันธุ์ไทย สูงถึง 66% มีส่วนช่วยกดประสาทส่วนกลาง สามารถลดอาการปวดได้ดี 8. ลดอาการขาดยาจากสารเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน

ปัจจุบัน รัฐบาลปลดล็อกให้ “กระท่อม” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจไทย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกร ทั้งด้านการปลูก การดูแลรักษา มาตรฐานพืชกระท่อม การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ตลอดจนการแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มพืชกระท่อมเพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง

เจ้าของร้านอาหารไทยในอเมริกาปลูกพืชกระท่อมเป็นอาชีพเสริม

คุณชาลี หรือ คุณชัยวัฒน์ กลอยเทพ เจ้าของ ไร่ชาลี กระท่อมไทย Medical grade เนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ คุณชาลีทำธุรกิจร้านอาหารไทยและร้านซูชิ อยู่รัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกา มานานหลายสิบปี ปัจจุบัน คุณชาลีสนใจปลูกพืชกระท่อมเชิงการค้า เพราะเล็งเห็นศักยภาพของพืชกระท่อมในฐานะพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมาย เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ทั่วโลก โดยเฉพาะที่ตลาดสหรัฐอเมริกา

หลังจากศึกษาเรื่องข้อมูลการปลูกดูแลรักษา การปลูก การแปรรูป การตลาด รวมทั้งสายพันธุ์พืชกระท่อม มาได้ระยะหนึ่ง คุณชาลีตัดสินใจลงทุนปลูกพืชกระท่อมเนื้อที่ 30 ไร่ โดยซื้อพันธุ์ต้นกระท่อมก้านแดง จากบริษัท กระท่อมไทยอุตสาหกรรม จำกัด พร้อมทำสัญญาเป็นลูกไร่บริษัท โดยบริษัทได้ส่ง คุณวิโรจน์ พงศ์อิสระ มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการให้กับคุณชาลี ตั้งแต่เรื่องการวางแผนการลงทุน การปลูกดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยวพืชกระท่อม

คุณชาลี กล่าวว่า พืชกระท่อมมีสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยบำรุงเพิ่มพลังให้ร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ฯลฯ ผมตั้งใจปลูกพืชกระท่อมไทยให้ได้มาตรฐาน Medical grade เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ คาดว่าจะสามารถเริ่มเก็บผลผลิตรุ่นแรกในช่วงปลายปี 2565 หรือช่วงต้นปี 2566 โดยบริษัท กระท่อมไทยอุตสาหกรรม จำกัด รับซื้อผลผลิตคืน โดยให้ราคาใบกระท่อมที่กิโลกรัมละ 200 บาท

“ต้นกระท่อมที่ปลูกในไร่ชาลี จำนวน 3,000 ต้น ติดเครื่องหมาย QR Code ทุกต้นจึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนการปลูกดูแล การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน สามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขายคาร์บอนเครดิตเพื่อเป็นรายได้เสริมในอนาคตอีกด้วย” คุณชาลี กล่าว

การปลูกดูแล ทำไม่ยาก

สำหรับแปลงปลูกแบบกลางแจ้ง ดินที่ใช้ปลูกกระท่อมควรเป็นดินร่วนซุย เตรียมแปลงปลูกโดยการขุดหลุม กว้างxยาวxลึก ประมาณ 50x50x50 เซนติเมตร โดยแยกดินที่ขุดเป็น 2 กอง คือ ดินชั้นบน ดินชั้นล่าง รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต ประมาณ 200 กรัม แล้วนำดินชั้นบนผสมกับปุ๋ยหมักใส่ภายในหลุม ควรปลูกต้นกระท่อมในช่วงฤดูฝน ปลูกพืชกระท่อมระยะห่าง 4×4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกพืชกระท่อมได้จำนวน 100 ต้นพอดี ทั้งนี้ พื้นที่การปลูกสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามลักษณะแปลงปลูกในแต่ละพื้นที่

ด้าน คุณไก่ หรือ คุณวิโรจน์ พงศ์อิสระ โทร. 084-536-2904 เจ้าของกิจการ บ้านไร่พงศ์อิสระ ฟาร์มสเตย์ กล่าวในฐานะที่ปรึกษาด้านวิชาการเรื่องการปลูกกระท่อมว่า ไร่ชาลี นับเป็นแปลงต้นแบบด้านการผลิตกระท่อมพันธุ์ก้านแดงแบบออร์แกนิก มีการดูแลตรวจสอบคุณภาพดิน น้ำ ปลูกพืชเป็นแนวกันลมป้องกันสารเคมีจากพื้นที่อื่นเข้าสู่แปลงปลูกพืชกระท่อม จึงมั่นใจได้ว่า ผลผลิตจากไร่ชาลีมีคุณภาพมาตรฐานสินค้าออร์แกนิก สามารถใช้เป็นวัตถุดิบ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า Medical grade จำหน่ายในไทยและส่งออกในอนาคต นอกจากนี้ ไร่ชาลียังเป็นแปลงต้นแบบการปลูกกระท่อม โดยการใช้ Application QR Code รายแรกของไทยอีกด้วย ทำให้ไร่ชาลีมีโอกาสสร้างรายได้จากการขายใบกระท่อมและขายคาร์บอนเครดิตในอนาคต

กระท่อมไทยอุตสาหกรรม

บริษัท กระท่อมไทยอุตสาหกรรม จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่มองเห็นศักยภาพทางการตลาดของพืชกระท่อม เพราะกระท่อมนอกจากมีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นแล้ว ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจเพราะลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดชีวิต ปัจจุบัน บริษัท กระท่อมไทยอุตสาหกรรม จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 211 หมู่ที่ 15 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ปลูกกระท่อมพันธุ์ก้านเเดงที่มีสารสำคัญสูงโดยมีใบรับรองจากสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คุณเพ็ญศรี หนูวงศ์ รองประธาน บริษัท กระท่อมไทยอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ว่างอยากสร้างรายได้ สามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างมาปลูกกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจกับเราได้ ลงทุนปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวตลอดชีวิต บริษัทมีโรงงานรับซื้อใบที่มั่นคงและยั่งยืน

“กระท่อมไทย อนาคตไกล ไปตลาดโลก” เพื่อสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกพืชกระท่อมกับเรา บริษัท กระท่อมไทยอุตสาหกรรม จำกัด ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือทางการค้ากับพันธมิตรหลายแห่ง เช่น บริษัท ซีเอ็มเอช เชียงใหม่โฮลดิ้ง จำกัด และโรงงานโอเอสอินเตอร์ฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบที่สนับสนุนให้เกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงได้ปลูกกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ เกษตรกรนอกจากมีรายได้จากการขายใบกระท่อมแล้ว ยังมีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตด้วยในอนาคต

ลุงสิงทอง นาชัย เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 2489 ปัจจุบัน อายุ 71 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนาพุทธ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สมรสกับ ป้าเพ็ญ นาชัย มีบุตรด้วยกันจำนวน 2 คน ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 13 บ้านทรัพย์ภูเก้า ตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเกษตรกรที่ไฟแรง เพราะทำการเกษตรมาหลายปี ทำให้ชีวิตดีขึ้น ฐานะครอบครัวเข้มแข็ง ฐานะการเงินมั่นคง และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของอำเภอโนนสัง

ข้อมูลเกี่ยวกับประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ
ตำแหน่งทางสังคม
1. หมอดินอาสา
2. ประมงอาสา
3. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองเรือ
4. อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน

ประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ
มีประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตรมาแล้ว 25 ปี
ดำเนินงานทางด้านการเกษตร ได้แก่ การทำไร่นาสวนผสม และการเกษตรทฤษฎีใหม่

กิจกรรมการทำไร่นาสวนผสม โดยแบ่งพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมทางการเกษตร มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 32 ไร่
พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 1 ไร่
พื้นที่สระน้ำ จำนวน 5 ไร่ (เลี้ยงปลานิล ปลาจีน ปลาตะเพียน)
พื้นที่ปลูกผัก จำนวน 1 ไร่ (บวบ และถั่วฝักยาว)
พื้นที่ปลูกไม้ผล จำนวน 6 ไร่ (ฝรั่ง พุทรา มะขามเทศ แก้วมังกร)
ที่นา จำนวน 19 ไร่
ไก่พื้นบ้าน จำนวน 123 ตัว
เจ้าของการใช้แรงงานจากตนเองและสมาชิกในครอบครัว ทั้งสิ้น จำนวน 4 คน

ข้อมูลด้านผลงาน
1. ทำนา พันธุ์ข้าวที่ปลูก กข 6 ผลผลิต/ไร่/ปี 340 กิโลกรัม/ไร่/ปี ขายได้ 24,000 บาท
2. ทำสวน (พุทรา ฝรั่ง มะขามเทศ แก้วมังกร) ปีละ 113,000 บาท
3. ประมง ชนิดของสัตว์ที่เลี้ยงปลานิล ปลาจีน ปลาตะเพียน รายได้ปีละ 30,000 บาท
4. การเลี้ยงสัตว์ รายได้ปีละ 20,000 บาท
5. การปลูกผัก รายได้ปีละ 15,000 บาท

ประวัติการอบรม
1. การทำการเกษตรตามแนวทางการเกษตรทฤษฎีใหม่
2. การผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
3. การเลี้ยงปลาในบ่อดิน
4. การทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพ

ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน

1. การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ได้นำแนวทางเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในการทำงาน โดยแบ่งพื้นที่ที่มีอยู่ออกเป็นส่วนๆ เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมการเกษตรผสมผสาน แล้วพัฒนาปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยน้ำสมุนไพร และทำสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อไล่แมลง

2. เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงและไร่นาสวนผสม การน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ด้านความพอประมาณ…โดยการดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียง ความเป็นอยู่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ทำอาชีพการเกษตร โดยความร่วมมือของคนในครอบครัวก่อให้เกิดรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตนเองและครอบครัว ไม่เป็นหนี้เป็นสิน มีเงินออมไว้ใช้ในยามจำเป็น
ด้านความมีเหตุผล…ด้านครอบครัวพยายามใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ด้านการเกษตรเน้นการลดต้นทุนการผลิต โดยการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำ และสารไล่แมลงที่ผลิตขึ้นใช้เองและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ศัตรูธรรมชาติ

การมีภูมิคุ้มกันที่ดี…ซึ่งเริ่มจากการรู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน และทำบัญชีต้นทุนการประกอบอาชีพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ตนเองว่ามีรายรับเพียงพอกับรายจ่าย และยังมีเงินเหลือเก็บเป็นเงินออมไว้ใช้เมื่อคราวจำเป็น และยังว่าการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้น ทำแล้วรู้ต้นทุน รู้ว่าทำแล้วได้กำไร ไม่ขาดทุน แล้วยังได้นำความรู้นี่ไปถ่ายทอดให้เกษตรกรและคนในชุมชนได้จัดทำบัญชีครัวเรือน เพราะเห็นแล้วว่ามีประโยชน์มาก

โดยการเป็นอาสาสมัครเกษตรด้านการทำบัญชี (ครูบัญชี) ประจำตำบลหนองเรือ ซึ่งดูแลโดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดหนองบัวลำภู กรมตรวจบัญชี จนได้รับคัดเลือกให้เป็นครูบัญชีดีเด่นระดับจังหวัดหนองบัวลำภู นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 2 การประกวด เกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสม สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2549

ความรอบรู้…เมื่อทำการเกษตรแล้วต้องทำให้จริง โดยอาศัยประสบการณ์และพยายามศึกษาหาความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ที่จัดการอบรมให้ความรู้และการให้สนับสนุน จนได้รับเชิญให้เป็นวิทยากร เช่น
วิทยากรการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง
วิทยากรการขยายพันธุ์พืช การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด สารขับไล่แมลง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ การเกษตรผสมผสาน
ความมีคุณธรรมตามหลักศาสนา โดยการปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี นำหลักศีล 5 ยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และสอนให้บุตรหลานปฏิบัติตนเป็นคนดี

3. ความรู้ด้านการเกษตร ทั้งจากประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติมา และจากการเข้าอบรมจากทางหน่วยงานราชการ รวมทั้งความพยายามคิดค้นในการปรับปรุงการทำการเกษตร ก็ได้นำมาถ่ายทอดให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รับรู้และนำไปใช้ประโยชน์ โดยการบรรยายประกอบการสาธิตการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกษตรกรเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง

4. ในด้านใฝ่หาความรู้ ใฝ่เรียน และใฝ่ปฏิบัตินั้น โดยการศึกษา สังเกต การไปศึกษาดูงาน รวมถึงการคิดค้นในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ได้รู้และเข้าใจ หากมีหน่วยงานติดต่อมาให้ไปร่วมหรือเข้ารับการอบรม หรือมาให้การสนับสนุน ก็จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและทุกครั้ง แล้วนำความรู้ที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้ในอาชีพในงานของตนเองต่อไป

ผลงานและความสำเร็จ
1. ผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
ผลงานที่เป็นต้นแบบสามารถนำไปปฏิบัติได้ ได้แก่ เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรแบบพอเพียง ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลหนองเรือ

การพัฒนาผลงานต้นแบบให้เหมาะสมกับท้องถิ่น เนื่องจากพื้นที่ทำการเกษตรแบบพอเพียงนั้นมีความเหมาะสม ไม่แห้งแล้งเกินไป และไม่มีน้ำท่วม คนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรจึงเป็นการง่ายที่จะพัฒนาพื้นที่ของตนเองให้เป็นศูนย์เรียนรู้และมีจุดสาธิตการปลูกพืชและการทำปุ๋ยต่างๆ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

มีการนำเทคโนโลยีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อก่อนเริ่มมาจากการใช้แรงงานของคนในครอบครัวทำเอง ต่อมาพอมีเงินทุนเพิ่มขึ้น ก็ได้ซื้อเครื่องสูบน้ำ และรถไถเดินตาม เข้ามาทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง

การพัฒนารูปแบบองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับผู้รับการถ่ายทอด/ท้องถิ่น/ยุคสมัย โดยพยายามที่จะเรียนรู้ จัดทำแปลงสาธิต คิดค้นการทำปุ๋ยสูตรต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับพืชและให้มีประสิทธิภาพที่จะทำให้พืชผลได้ผลผลิตมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วนำผลที่ได้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรที่สนใจนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป

2. ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ที่เกิดจากการทำแล้วประสบผลสำเร็จด้วยตนเองไปถ่ายทอดให้คนในชุมชนและคนทั่วไปได้รู้และนำไปปฏิบัติ

ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับชุมชน ได้แก่
เป็นประธานกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์
เป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง
เป็นกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน
ผลงานที่ได้รับในระดับสังคม ได้แก่
เป็นครูบัญชีดีเด่นระดับจังหวัดหนองบัวลำภู กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
เป็นหมอดินอาสาระดับภาค กรมพัฒนาที่ดิน
เป็นประมงอาสา กรมประมง

ผลการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ชีวิตมีความสุข ครอบครัวก็มีความสุข การทำเกษตรด้วยใจรักทำให้มีความสุขที่ได้ทำ จนเป็นแบบอย่างให้คนในชุมชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน และเรียนรู้การทำการเกษตร และพยายามที่จะให้คนมาสนใจทำการเกษตรแบบพอเพียงต่อไปอีกด้วย

การปฏิบัติตนตามระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการไปเลือกตั้งทั้งในระดับชุมชน จนถึงระดับประเทศ เพื่อใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การใช้คุณธรรม จริยธรรม และความเสียสละในการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการครองตน และการทำงาน บางครั้งได้ถูกเชิญไปเป็นวิทยากรในการอบรมที่ต่างๆ ก็ไปด้วยความเต็มใจ แม้บางครั้งจะได้ค่าตอบแทนหรือไม่ได้ก็ตาม

ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ในการแก้ไขปัญหา และเพื่อการพัฒนา

ผลงานที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสำหรับครอบครัว ได้แก่ การทำให้ครอบครัวมีงานทำ มีรายได้ที่เพียงพอจนสามารถสร้างบ้านได้เสร็จ โดยไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน ครอบครัวมีความผูกพันกัน เนื่องจากไม่ต้องเร่ร่อนไปทำงานในต่างจังหวัด ทำให้ครอบครัวอบอุ่น ทุนมี หนี้หมด

ผลงานที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน คือคนในชุมชนได้เรียนรู้ที่จะลดต้นทุนในการทำการเกษตร โดยการผลิตปุ๋ย การทำสารไล่แมลง ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก ทำให้เกษตรกรมีกำไรและยังทำให้พืชผลที่ได้มีคุณภาพดีอีกด้วย

ผลงานที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสำหรับสังคม ได้แก่ ด้านการเป็นผู้คิดค้นที่จะพัฒนาปุ๋ยให้มีคุณภาพดี เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด รวมถึงการพัฒนาพันธุ์พืช โดยการทดลองทำด้วยตนเองแล้วนำผลสำเร็จที่ได้ไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ ถือเป็นการพัฒนาการเกษตรอีกด้านและการทำปุ๋ยจากธรรมชาติยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีอีกด้วยได้รับการสนับสนุนโครงการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ปี 2560 เข้าร่วมโครงการ 5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง

ความเป็นผู้นำและเสียสละ
เพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ

ด้านการเป็นผู้นำ asiacruisenews.com ด้วยการเสียสละตนเองเพื่อให้คนในชุมชนได้รับการพัฒนาและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้แก่
1. ครูบัญชีอาสา ในการเป็นผู้นำ ในการสอนแนะนำให้เกษตรกรได้รู้และเข้าใจ สามารถทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ ให้เห็นประโยชน์ของการทำบัญชี

2. หมอดินอาสา ในการถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำเรื่องการพัฒนาปรับปรุงดิน การปลูกพืช ตลอดจนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำ และสารไล่แมลง

3. ประมงอาสา ให้การถ่ายทอดความรู้ และให้คำแนะนำในการเลี้ยงปลา ปลากำจัดโรคในบ่อดิน เป็นต้น

ความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้
1. วิธีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้รับการถ่ายทอดความรู้ โดยการบรรยายประกอบการสาธิตให้ผู้ที่รับฟังได้เข้าใจง่าย ได้พูดคุยสอบถาม แนะนำเทคนิควิธีการให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

2. สื่อ/อุปกรณ์ในการถ่ายทอดความรู้ โดยการจัดทำจุดเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ รวมถึงแปลงสาธิตการทำการเกษตรแบบต่างๆ ให้ผู้มาศึกษาได้เห็นของจริงที่เป็นรูปธรรม

3. กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน โดยการอธิบายตามขั้นตอนของกระบวนการทำกิจกรรมแต่ละอย่างตามขั้นตอนให้เข้าใจ พร้อมสาธิต ตอบข้อซักถาม

มีการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการในการถ่ายทอดองค์ความรู้
1. การปรับปรุงหรือพัฒนาวิธีการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากร หรือเข้าอบรมในที่ต่างๆ รวมถึงการได้ไปศึกษาดูงาน ก็จะศึกษา สังเกต เปรียบเทียบกับสิ่งที่ตนเองทำและนำมาปรับใช้ในครั้งต่อไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

2. การจัดทำข้อมูลการถ่ายทอดองค์ความรู้ไว้ ในการทำการเกษตร ได้จัดให้มีศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง โดยภายในพื้นที่จะมีการจัดทำฐานเรียนรู้แปลงสาธิตในเรื่องต่างๆ ไว้สำหรับผู้เข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาเรียนรู้ไว้ภายในศูนย์

3. การรวบรวมข้อมูลเพื่อปรับปรุงและพัฒนาวิธีการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยอาศัยจากประสบการณ์ การเรียนรู้ การสังเกต และลงมือปฏิบัติ แล้วนำวิธีการและผลสำเร็จที่ได้มาเป็นข้อมูลและตัวอย่างเพื่อถ่ายทอดความรู้ต่อไป

4. มีการพัฒนาปรับปรุงสื่อ/อุปกรณ์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยการนำตัวอย่างที่ได้ทดลองปฏิบัติเองแล้วประสบผลสำเร็จ ทั้งในเรื่องการจัดทำบัญชี การทำปุ๋ยหมัก การปลูกพืช การเลี้ยงปลา แล้วนำตัวอย่างหรือประสบผลสำเร็จมาประกอบในการอธิบายเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น