มีอินเตอร์เนชั่นแนล เอ้ก คอมมิชชั่น ของภาคพื้นยุโรป

และ มีคอมมิตตี และประกาศให้ วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันไข่โลก พยายามให้ประเทศสมาชิกจัดงาน กระตุ้นเรื่องการบริโภค และให้ความรู้เรื่องสารอาหารของไข่ไก่ด้วย” คุณธนาวุฑ เล่าให้ฟัง ส่วน คุณเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง ต่อคน ต่อปี เปิดใจถึงประเด็นการบริโภคไข่ไก่ ให้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ฟังว่า ในอดีตที่ผ่านมาผู้บริโภคคนไทยยังมีความเชื่อว่า การกินไข่มีโทษ และไม่มีประโยชน์ หลายคนมีความเชื่ออย่างนั้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่สูงวัยจะไม่ยอมรับเรื่องการบริโภคไข่ไก่

เพราะกลัวเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้การบริโภคไข่ไก่ของคนไทยไม่สามารถเติบโต และเปอร์เซ็นต์การกินไข่ เทียบต่อคน ต่อปี วันนี้อยู่ที่ 200 ฟองเศษๆ ต่อคน ต่อปี แต่ถ้าเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะใกล้ประเทศไทย อาทิ จีน มีอัตราการบริโภคไข่ไก่ 340 ฟอง ต่อคน ต่อปี, ญี่ปุ่น 330 ฟอง ต่อคน ต่อปี, มาเลเซียใกล้ๆ 300 ฟอง ต่อคน ต่อปี ยิ่งถัดไปปีต่อไปจะเป็น 310-320 ฟอง ต่อคน ต่อปี ยังไม่พูดถึงเม็กซิโก และเยอรมนี ส่วนสหรัฐอเมริกาบอกว่า กินไข่ไม่ดี ไม่ถูกต้องก็ยังมีอัตรการบริโภคในประเทศตั้ง 290 ฟอง ต่อคน ต่อปี

“คนบริโภคไข่ไก่น่าจะบริโภคได้มากกว่านี้ ทั้งบำรุงสมอง บำรุงสายตา สร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพราะในส่วนวิชาการวันนี้ ก็ได้ออกมาพูดแล้วว่า การกินไข่ไม่ใช่ทำให้เกิดโรคหัวใจอุดตัน งานวิจัยฮาร์วาร์ดก็ออกมาพูดว่า บริโภคไข่ไก่ได้ ตอนนี้แผนยุทธศาสตร์ที่เราทำ คิดว่าจากนี้ไป แผนงานบางอย่าง บางยุทธศาสตร์ก็เริ่มออกแล้ว บางยุทธศาสตร์ก็เพิ่งเริ่มต้น ตอนนี้จะเห็นภาพยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรณรงค์ให้เด็กนักเรียนในต่างจังหวัด ซึ่งเราเรียกว่า ไข่โรงเรียน ทำยังไงให้เด็กนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนชนบท

ต่างจังหวัด สามารถบริโภค หรือกินไข่ได้เท่ากับเด็กที่อยู่ในเมือง คนสูงอายุ ทำยังไงเราถึงจะเปลี่ยนความเชื่อของเขาว่า กินไข่วันนี้ มันมีประโยชน์ ไม่ใช่มีโทษ วันนี้งานวิจัยจากต่างประเทศได้ออกมาเผยแพร่และในสหรัฐอเมริกาก็ได้ถอดลิสต์ไข่ไก่ออกไป จากก่อนหน้านี้ระบุว่าไข่ไก่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอล และทำให้เกิดโรคหัวใจ คือผมมองว่าประเทศไทยยังไม่ได้นำความรู้ใหม่ๆ เหล่านี้ออกมาเผยแพร่กันอย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือ ให้คนเข้าใจไข่ไก่ว่าบริโภคได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศว่า ทำอย่างไร ให้ วันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันไข่โลก มีกิจกรรมเมนูไข่ แข่งขันกินไข่ วิชาการไข่ มีสินค้าราคาถูก วันนั้นก็จะถือว่าเป็นอีกวันที่เราจะช่วยกันกินไข่ให้พอเพียง” คุณเรวัติ บอกถึงแผนระยะสั้นและระยะยาวการกระตุ้นให้คนไทยบริโภคไข่ไก่

ปีที่ผ่านมาพบว่า มีขนุนวางจำหน่ายในตลาดผลไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ปริมาณการผลิตลดน้อยตามไปด้วย อีกทั้งมีการส่งออกไปจีนและอินโดนีเซียอีกจำนวนหนึ่ง

แนวคิด ที่จะยืดเวลาการผลิตขนุนให้ยาวนานขึ้น ด้วยวิธีบังคับให้ออกนอกฤดูนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลกับขนุนนั้น เคยเกิดความเสียหายมาแล้ว ขอเล่าย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนมะม่วง ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้พบเห็นสิ่งที่แปลกน่าฉงน

มีเกษตรกรท่านหนึ่ง ใช้สารแพคโคลบิวทราโซล ราดให้กับต้นมะม่วงเพื่อบังคับให้ออกนอกฤดู แต่ในสวนดังกล่าวเกษตรกรปลูกแซมด้วยต้นขนุน ซึ่งมีผลกระทบเมื่อขนุนแตกใบอ่อนออกมาใหม่ ใบเกิดมีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับมือของมนุษย์ที่แบคว่ำลง ที่ใต้ใบมีผลขนุนขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือติดอยู่ตามแฉกของใบเต็มไปหมด ในที่สุดเกษตรกรต้องตัดต้นขนุนทิ้งไปหลายต้น

แพคโคลบิวทราโซล เป็นสารที่มีความสามารถในการยับยั้ง การผลิตฮอร์โมนจิบเบอร์เรลลิน ที่ทำหน้าที่ยืดความยาวของต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตทางลำต้น รวมทั้งกิ่งและใบ แต่กลับไปกระตุ้นให้ต้นไม้ออกดอกได้ในชั่วระยะหนึ่งกับต้นไม้บางชนิด ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ต้นมะม่วง ปัจจุบัน มีการนำมาใช้กับมะนาวกันบ้างแล้ว แต่สำหรับขนุนเป็นสารต้องห้ามอย่างยิ่งยวด เกษตรกรบางท่าน ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 0-52-34 ละลายน้ำ แล้วพ่นทั่วทรงพุ่ม นับว่าได้ผลดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีรัตน์ พรหมเลิศ เลขานุการกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี เปิดเผยว่า กลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี ได้ขยายผลต่อยอดตามโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก ที่ทำสัญญารองรับกับทางบริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น สมาชิกในกลุ่มได้โค่นสวนยางพาราบางส่วน เพื่อทดลองปลูกกล้วยหอมทอง ผสมผสานกับผักสวนครัว สร้างรายได้ระหว่างรอการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง ระหว่างต้นกล้วยเพื่อเป็นการไล่แมลงที่จะมาชอนไชอีกด้วย

“กล้วยหอมทองอำเภอนาทวี มีทั้งแปลงที่พึ่งปลูกได้ 1-2 เดือน 3-5 เดือน และจะครบกำลังเก็บผลผลิตล๊อตแรกในกลางเดือน ต.ค. ประมาณ 100 ไร่ ราคาประกันขั้นต้นที่ กก.ละ 10 บาท แต่ในขณะนี้บริษัทฯให้ราคาขั้นต้นที่ กก.ละ 15 -17 บาท และรับซื้อผลผลิตไม่อั้น”

นางปวีรัตน์ กล่าวว่า ในภาพรวมผลผลิตกล้วยหอมทองของเกษตรกรนาทวีที่เข้าร่วมโครงการ ผลผลิตน่าพึงพอใจ เป็นการเริ่มต้นที่ดีของการปลูกกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก เกษตรกรมีกำลังใจ และมีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงราคายางพาราตกต่ำ ขณะนี้มีแปลงทดลองและสมาชิกในกลุ่มจะคอยเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลทั้งกระบวน การควบคุมคุณภาพการผลิต การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย ระยะเวลาการปลูก การป้องกันแมลง เพื่อผลผลิตให้ได้คุณภาพตรงตามที่ตลาดต้องการ

กลอนอกหัก รักหวานซึ้ง โดย “เจ้าขาว” ตัดพ้อ “วัชพืชใจ” เขียนไว้ตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2547 ใน “Thai Poem.com” วัชพืชกอนี้ไม่โกรธไม่เคืองแม้เขาจะถอนทิ้ง เพราะคิดว่ารกตา แล้วยังมีน้ำใจเสนอตัว “หากไม่หายอ่อนเพลียเสียน้ำตา จะเป็นยาสมุนไพรให้ใจเธอ” อย่างนี้น่าจะตั้งชื่อว่า “วัชพืช รักษาใจ” ออกดอกขึ้นให้รกเป็น “ดงวัชพืช” ก็คงไม่มีใครถอนทิ้ง

วัชพืช (Weed) คือพืชที่เจริญขึ้นในบริเวณที่ไม่ต้องการ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์บริเวณนั้น อาจจะปลูกพืชชนิดอื่นอยู่แล้ว หรือเจริญขึ้นในพื้นดิน แปลง กระถางที่จะปลูกพืชอื่นๆ

ส่วนใหญ่จะมองว่า วัชพืชหลายชนิดที่เจริญเติบโตในบริเวณที่ต่างๆ มีความรู้สึกในด้านลบ มีแต่โทษ ทำความเสียหายให้กับการเกษตรกรรม เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคม ทำให้สถานที่บ้านเรือนขาดความเรียบร้อย สวยงาม แต่แท้ที่จริงวัชพืชมีประโยชน์มหาศาล บ่งบอกระบบนิเวศ และเป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพ ที่จะเป็นวัฏจักรแห่งห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิต ทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืชด้วยกัน วัชพืชหลายๆ ชนิดเป็นยาสมุนไพรแทนการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน หลายชนิดเป็นอาหารมนุษย์และสัตว์เลี้ยง เป็นวัสดุในการหัตถกรรม อุตสาหกรรม หรือมีความสวยงามที่ใช้ในการตกแต่ง รวมทั้งยึดเกาะดินป้องกันการกัดเซาะพังทลาย ช่วยกรองมลพิษในอากาศ ลดมลภาวะ ดังนั้น ถ้าหากรู้จักเข้าใจการนำไปใช้ประโยชน์ก็เปรียบเสมือนทรัพย์จากดินเช่นกัน

คุณลักษณะพิเศษของวัชพืชคือ มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อพืชทั่วๆ ไป มีความแข็งแรง เจริญเติบโตได้เร็ว ขยายพันธุ์กระจายได้ดี แก่งแย่งอาหาร น้ำ แร่ธาตุหน้าดินได้เก่งกว่าพืชอื่นที่โตกว่าการดำรงชีวิต มีระยะพักตัวยาวนาน ออกดอกผลิตเมล็ดได้มากขึ้นในพื้นที่เดิมได้ซ้ำๆ

วัชพืชมีวงจรชีวิตหลายรูปแบบ เช่น

วัชพืชปีเดียว หรือวัชพืชล้มลุก ดำรงชีวิตรอบปีในฤดูกาลเดียว แต่สร้างเมล็ดทิ้งไว้ก่อนตาย เมื่อได้รับสภาพแวดล้อมเหมาะสมก็เติบโตอีก เช่น หญ้าต่างๆ ลูกใต้ใบ ผักต่างๆ

วัชพืช 2 ปี คือดำรงชีวิตได้ถึง 2 ฤดูกาล เจริญเติบโตทั้ง ต้น กิ่ง ใบ ดอก แล้วสร้างเมล็ดแพร่กระจายพันธุ์ ส่วนใหญ่จะพบในเขตหนาว วัชพืชหลายปี เป็นกึ่งๆ พืชอายุยืน อาจจะมีการพักตัวช่วงหน้าแล้ง เก็บสะสมอาหารไว้ในลำต้นใต้ดินหรือราก เช่น หญ้าคา แห้ว ไมยราบยักษ์ หญ้าขน ถ้าหากแยกเป็นลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ก็จะแยกเป็นพืชชั้นต่ำ เซลล์เดียว หลายเซลล์ พวกมอสส์ พวกเฟิร์น ใบเลี้ยงคู่ ใบเลี้ยงเดี่ยว ใบกว้าง ใบแคบ

ถ้าหากแยกตามลักษณะทางนิเวศวิทยา ก็จะมีวัชพืชบก วัชพืชน้ำ วัชพืชอากาศ รวมทั้งวัชพืชพวกกาฝาก (บางชนิดจัดเป็นวัชพืชปรสิต)

สำหรับความคุ้นชินวัชพืชน้ำที่พบเห็นตามแหล่งน้ำ ลำคลอง หนอง บึง ก็จะพบทั้งชนิดลอยน้ำ ใต้น้ำ โผล่เหนือน้ำ รวมทั้งริมน้ำ ริมตลิ่ง มากมาย

การแพร่กระจายของวัชพืชได้ทั้ง ลม น้ำ มนุษย์ สัตว์ และเครื่องมือวัสดุ ดังนั้น การกำจัดควบคุมหรือจำกัดวัชพืชจึงใช้ทั้งวิธีทางกายภาพแรงงานโดยตรง การควบคุมโดยวิธีเขตกรรม การไถพรวน คลุมดิน ทดน้ำ ระบายน้ำ หรือการควบคุมกำจัดโดยการใช้สารเคมี การควบคุมโดยวิธีชีวภาพ รวมทั้งการออกกฎหมายควบคุม

ความเสียหายจากวัชพืช เกิดขึ้นทั้งทางเกษตรกรรมทางการประมง คมนาคมทางน้ำ ความเสียหายด้านป่าไม้ ระบบนิเวศในบางฤดูกาล หรือบางสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ แต่เมื่อมีการนำมาใช้ประโยชน์ก็เป็นปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่มีในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ซึ่งจัดเป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับการดำรงชีพอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ เฉกเช่นได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ตอนต้น

วัชพืช เป็นพืชที่มองได้ทุกแง่มุม ดังได้กล่าวในเชิงโทษและประโยชน์คุณค่า ซึ่งถือเป็นมุมมองเชิงกายภาพที่สัมผัสได้ แต่อีกมุมมองเชิงมโนภาพอาจจะสัมผัสกับความรู้สึกที่เคยรับรู้ รับทราบ หรือกรอบแห่งประสบการณ์ด้านจิตใจ จะเปรียบเทียบตนเองเป็นวัชพืช หรือวัชพืชเป็นตัวแทนแห่งความเป็นไปในความรู้สึกนั้น ดังนั้น วัชพืชจึงเป็นทั้งโจทย์ และจำเลย ที่จะถูกหยิบยกมาเป็นคติสอนใจ เป็นตัวแทนทางอารมณ์ ความรัก ความไร้ค่า หรือความมีคุณค่าที่ยังประโยชน์ได้

พุทธธรรมคำสอน หนุ่มสาวมีความรัก ความใคร่ ชาวนา ชาวไร่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ผู้นำทางศาสนา กวีพจน์สุนทรคำ ต่างนำวัชพืชมาเป็นตัวแทนความในใจ กล่าวคำคม อุปมาอุปมัย เปรียบเปรยได้มากกว่าพืชชนิดอื่นที่มีมุมมองด้านเดียว จะเห็นได้ว่า วัชพืชไม่ใช่เป็นเพียงดอกหญ้า หรือต้นไม้ริมทาง ที่คิดว่าจะเหยียบย่ำ หรือถากถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ดังจะยกบทกลอน คำคม คติธรรม ที่จะเป็นอุทาหรณ์ พึงคิดจิตสำนึกสอนใจ หรือบ่งบอกความในใจมาเรียงร้อยจากบรรดาท่านกวี ที่มีวัชพืชเป็นปรมัตถ์

– A weed is a plaut we’ve jound no use for yet. วัชพืช คือพืชที่เรายังค้นหาประโยชน์ไม่พบ คำจากราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน 22 กุมภาพันธ์ 2557

– www.Klonthai club.com คำตอบกลอน “กระต่ายหมายจันทร์” 30 พฤษภาคม 2012

จากน้ำค้างกลางจันทร์ ว่า… “หัวใจ หมือนผืนดินว่างเปล่า หากไร้ปัญญาหากล้าพันธุ์ดี ก็อย่าหาวัชพืช…ปลูกลงแปลง” โพสต์ไว้ในชุมชนชาวกวีบ้านกลอนไทย

– www.gotoknow.org โพสต์โดย สิงห์ป่าสัก 25 กันยายน 2552 จาก “ข้อคิดชีวิต” โดย ศ. ระพี สาคริก มีข้อความที่เกี่ยวกับวัชพืชส่วนหนึ่ง กล่าวว่า

เกษตรอินทรีย์แท้จริงมีอยู่แล้ว : ปัจจุบัน กำลังสนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์ ที่จริงแล้ว บรรพบุรุษของเราทำกันอยู่แล้ว ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก แต่เราเปลี่ยนแปลงไป เช่น ไถดะ ก็จะเป็นการคลุกปุ๋ย เป็นเรื่องของธรรมชาติ

วัชพืชเรามองเห็น…เพราะเราไม่มีปัญญา : ส่วนอาจารย์จะไม่เห็นไม่มีวัชพืช เพราะอาจารย์มองไม่เห็นว่าเป็นวัชพืช เขามีประโยชน์ไถกลบเป็นปุ๋ยได้ – ข้อคิดจากการ์ตูนหมีพูห์ ในบทเรียนชีวิตจาก “Winnie the Pooh” หมีใจดีมีข้อคิดว่า Weeds are flowers, too Once you get to Know Them.

– Journey To the core of life ชีวิตบนวิถีใจพอ โพสต์เมื่อ 1 มีนาคม 2559 โดย ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ หัวข้อ “การปฏิบัติธรรมต้องมีลำดับ” สรุปข้อความบางส่วนได้ว่า : การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนาต้องมีลำดับขั้นตอน มีมรรคผลสืบต่อ เพื่อบรรลุธรรม เหมือนกับการจะได้ผลไม้สักลูก ต้องเริ่มจากเตรียมดิน ถางวัชพืช ก็มีมรรค คือ การถางให้วัชพืชหายไป กระทั่งผสมดินเตรียมปลูก เพาะเมล็ด ใส่ปุ๋ย รดน้ำ ก็เกิดมรรคผลโดยลำดับ…การปฏิบัติธรรมที่ผิด หลงความสงบของจิตใจ โดยการกดข่ม ฝืนทน เพ่งรวมจิตให้เป็นผลโดยเพียงแค่วัชพืชไม่ขึ้นนั้น จะให้ได้ผลไม้มากินก็คงไม่ใช่ ได้เพียงสงบในจิตใจชั่วครู่

– www.posttoday.com โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย อ้างถึง “หมั่นถอนวัชพืชในใจ” สรุปความว่า : การปฏิบัติธรรม เปรียบการทำสวนผัก หรือแปลงปลูกดอกไม้ แต่สิ่งหนึ่งที่มีคำเตือนไม่ให้เราหลงลืมคือ หมั่นถอนวัชพืชไปพร้อมๆ กับที่เราใส่ปุ๋ย รดน้ำต้นไม้ ซึ่งทำให้วัชพืชเจริญงอกงามเช่นกัน หากไม่หมั่นสังเกต ไม่มองหา และถอนวัชพืชบ่อยๆ อาจจะให้วัชพืชสูงกว่าผักหรือดอกไม้ได้

เทคนิคในการหมั่นถอนวัชพืชในใจเราคือ การรู้จักหักห้ามใจ ไม่เผลอไผลไหลตามกิเลส ดังนั้น ต้องสังเกตใจให้บ่อยๆ แต่ละวันว่า วัชพืชในใจที่งอกงามนั้นถอนออกหรือไม่

– มีคำคมจากภาพยนตร์ และการ์ตูน ใน Batman โดย Bruce Wayne กล่าวว่า : อาชญากร เหมือนวัชพืช ถอนต้นหนึ่งก็มีต้นใหม่งอกที่อื่น

– www.Bloggang.com ใน “ฝนรินเดือนมิถุนา” โดย Catt & Cattleya กล่าวว่า : ดอกไม้ ถ้าได้รับการดูแลก็จะสวยงาม ถ้าไม่ดูแลวัชพืชก็จะงอกงาม

ความรู้สึกดีๆ ถ้าได้รับการดูแลก็จะสวยงาม ถ้าไม่ดูแลเจ้าตัวร้ายในใจก็จะงอกงาม

– Doknommeaw.blogspot.com โพสต์ไว้เมื่อ 12 ธันวาคม 2012 สรุปความตอนหนึ่งว่า : ต้นหญ้า ไม่รู้ว่ามันเป็นแค่วัชพืช ผืนดินไม่อินังเรื่องการแบ่งเขต…กระถางต้นไม้หลายต้นที่ริมระเบียง มักมีหญ้าต้นเล็กๆ แซมขึ้นมา เมื่อได้รับน้ำชุ่ม ดินหวานซุย แดดอุ่นอร่อย มันก็รีบเกิดของมันเอง โดยไม่ต้องมีการโปรยหว่าน และใครๆ ก็คงเรียกกันว่าวัชพืช หน้าที่ของฉันคือเฝ้ามองมัน ขณะที่รดน้ำต้นหลัก มันก็ได้อานิสงส์เติบโตไปด้วย ปล่อยออกซิเจนดีๆ สร้างสีเขียวถนอมสายตา แล้วก็เป็นยาให้แมวฉันกินเถอะ!

– Powered by SMF 1.1.19 ในหัวข้อ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง โพสต์ไว้ วันที่ 24 ธันวาคม 2556 โดย “นายปกครอง” ขอยกเฉพาะบทกลอนที่เกี่ยวข้องของฝากสอนใจจากพ่อ เหมือนดั่งให้ทรัพย์จากแปลงดิน :

ก่อนพ่อจากฝากไร่ให้สานด้วย

ไม้ผลเอื้ออำนวยรออยู่หลาย

แต่ไม่เคยดูแลแม้ย่างกราย

วัชพืชมากมายคลุมทั่วไป

คืนหนึ่งนั้นฝันเห็นเป็นร่างพ่อ

น้ำตาคลอหยดหลั่งดั่งร้องไห้

ท่านบอกทั้งอ่อนเพลียและเสียใจ

จับความได้สมบัติมีที่ฝังดิน

…………………………………….

เฝ้าเดินตามรถไถในท้องร่อง

ส่ายตามองสมบัติที่ตัดผ่าน

วัชพืชดกหนางอกมานาน

โดนใบจานตัดขาดสะอาดตา

…………………………………….

ครึ่งเดือนกว่าเช้าตรู่ไปดูไร่

นึกแปลกใจยอดใบแตกใหม่นี่

ต้นไม้เคยแห้งเหี่ยวเขียวขจี

คงจะมีดอกผลให้ไม่นานวัน

กลยุทธ์ของพ่อที่บอกยุทธวิธีพลิกพื้นดินหาสมบัติ ROYALONLINE69.COM ก็น่าจะยกประโยชน์จากผู้เสียสละคือวัชพืช ที่ยอมฝังตัวเองเป็นปุ๋ย ซุยดินให้เป็นทรัพย์ ออกดอกผลให้ลูกหลานได้กินตลอดไป มีบทเพลงจากนิยายญี่ปุ่น Anime (Animation) ไอ้หนูใต้ฝุ่นมะกันบอล Eycshield 21:Breakthrough ตอนที่ 477 โดย deepforest

โพสต์ไว้ใน my.dek-d.com เมื่อ 26 พฤษภาคม 2555 แปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย มีข้อความในตอนที่ 3 จากทั้งหมด 5 ตอน กล่าวถึงวัชพืช ว่า :

“หากระหว่างที่เราไม่รู้ตัว อาจทำให้ใครต้องเสียใจละก็ ฉันก็ต้องการความเข้มแข็งที่จะเช็ดน้ำตานั้นได้ โดยไม่เมินเฉยไป เช่นดังวัชพืชที่ส่ายไหวไปตามลม มีชีวิตอย่างงดงาม แม้ฤดูกาลจะเปลี่ยนผัน แต่ความมุ่งหวังไม่เคยเปลี่ยนไป”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวัชพืชจะสร้างประโยชน์คุณค่าอันยิ่งใหญ่ แต่ก็มี “ใครบางคน” อยากจะกำจัดออกไปให้พ้นสายตาและแปลงดินได้เช่นกัน ดังบทกลอนร้อยความฝัน พันจินตนาการ ในหัวข้อ “ใส่หัวใจให้สวนสวย” กระทู้ที่ 5526-19 พฤศจิกายน 2006

รับสมัครคนนำใจใส่สวนสวย

หวังให้ช่วยทำงานด้านแบกหาม

ทั้งรดน้ำพรวนดินรินรักตาม

ให้สวนงามทั้งเจ้าของสวยผ่องพรรณ

อีกกำจัดวัชพืชที่ยืดเยื้อ

สอดแทรกขึ้นไม่ให้เหลือเบื่อจริงนั่น

เวลาว่างนั่งสานศิลป์พิณรำพัน

เย้าหยอกกัน กลางสวนสวยด้วยกลอนกานท์

ไม่เพียงแต่เห็นว่า วัชพืชเป็นพืชสอดแทรก แต่ “บางคน” เห็นว่า วัชพืชเหิมเกริม โดย :

สั่งคนสวนพรวนต้นรักอย่าชักช้า

ทั้งน้ำท่ารดด้วยช่วยตัดแต่ง

ต้นดวงใจซื้อมาราคาแพง

อย่าให้แล้งปุ๋ยหวานสานเพิ่มเติม

เสร็จแล้วพ่นฮอร์โมนโคนกุหลาบ

และช่วยปราบหญ้าคาอย่าให้เพิ่ม

วัชพืชทั้งแมลงแฝงเหิมเกริม

ต้องจุนเจิมด้วยหัวใจให้สวยงาม!

อยากจะเป็นต้นไม้ในกระถาง รอน้ำ รอปุ๋ย หรือดอกหญ้าวัชพืชที่หากินได้เอง ก็เลือกเอา? หน้ามรสุมมาแล้ว สิ่งที่สร้างความหวาดหวั่นไม่เพียงมวลน้ำก้อนใหญ่-ฝันร้ายของคนเมือง ยังมีบรรดาสัตว์ที่หลบน้ำท่วมมาขออาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

หนึ่งในนั้นที่เจอะเจอค่อนข้างบ่อยก็คือ งู โดยเฉพาะบ้านจัดสรรที่มีทุ่งหญ้าเขียวจขีอยู่ข้างๆ หรือหลังบ้าน แต่เผลอไผลไม่นานก็สูงท่วมแข้งเข่า กลายเป็นที่ซ่อนตัวของบรรดางูเงี้ยวเขี้ยวขอ บางบ้านอาจจะได้น้องเหมียวหรือน้องหมาเป็นปราการด่านแรก

แต่ทว่าจะรู้ได้อย่างไรว่างูตัวไหนมีพิษหรือไม่มีพิษพอที่สามารถวางใจให้น้องเหมียวหรือน้องหมาเป็นธุระให้ได้?

ในที่ประชุมพิษวิทยา ซึ่งสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ผศ.นพ.สุชัย สุเทพารักษ์สาขาวิชาพิษวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นบรรยายให้ความรู้ว่า งูพิษกัดยังเป็นปัญหาสาธารณสุขในประเทศไทย จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วย

ถูกงูกัดประมาณ 5,000 รายต่อปี อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยลดลงเหลือประมาณ 2,000 รายต่อปีในปี 2557

ทั้งนี้ งูพิษที่สำคัญในประเทศไทยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ กล่าวคือ