ระยะเลี้ยงใบ (Vegetative) 4-8 สัปดาห์ ธาตุที่สำคัญก็คือ

ไนรโตรเจน ระยะการสร้างราก กิ่งใบ ต้นประเภท Auto flowering ประมาณ 4-8 สัปดาห์ ควรเลือกไซซ์กระถางให้เหมาะสม รากไปไม่ได้ต้นจะชะงัก ต้นประเภท Photoperiod ขนาดกระถางจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาทำใบ เน้นปุ๋ยไนโตรเจนเป็นหลัก แนะนำปุ๋ยมูลไส้เดือน ฮอร์โมนไข่

ระยะทำใบ ให้เปิดแสงด้วยจะดีกว่า เพราะแสงบ้านเราสูงสุด 14 ชั่วโมง ถ้าอยากให้ต้นโตเร็ว ให้ใช้แสง 16-20 ชั่วโมง ความเข้มแสง 400-700 ppfd ช่วงเริ่มทำดอกต้องใส่ปุ๋ยที่เพิ่มฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเข้าไป อยากให้ผลผลิตสูงต้องมีการจัดทรง โดยการเทรนด์นิ่ง หลักการคือเพียงแค่ว่าให้แต่ละกิ่งโดนแสงเท่าๆ กัน

การเทรนด์นิ่ง Topping คือการตัดตามข้อเอายอดไปเสียบชำได้

Fimming คือการตัดตรงยอดเลยสองวิธี ทำเพื่อไม่ให้ต้นสูง แต่จะทำให้ต้นออกข้างๆ

Low stress คือ การ Topping แล้วแตกกิ่งมา 2-3 กิ่ง แล้วดึงลง ก็จะได้ยอดเพิ่มขึ้นหลายๆ ยอด High Stress/supercoping ถ้ายอดไหนเจริญโตกว่ายอดอื่น ต้องหมุนๆ ให้มันแตกและพับหลบ และจะ

เจริญเติบโตช้ากว่าเพื่อน Lollipop คือ ข้างๆ จะมีใบเยอะ ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ไม่โดนแสงให้อากาศผ่านไปได้ อาจทำให้เกิดรา จึงต้องตัดต้นให้โปร่ง

Sea of green คือ การปลูกแบบถี่ๆ อย.ให้ปลูก 1 ตารางเมตร/ต้น แต่จะเป็นปลูกตารางเมตรละ 4 ต้น ข้างล่างไม่เอา เอาแต่ยอดบน แต่ปริมาณต้นต้อง แต่ อย.จะอนุมัติให้ไหมอีกเรื่อง ถ้าเรามีลูกค้าเยอะ อย่างไรก็อนุมัติ

Screen of Green (SCROG) คือ การใช้ตาข่ายเป็นตัวช่วย มีหน้าที่ 2 อย่าง ตอนใบเล็กกางกิ่งมันออกตาข่ายจะทำให้กิ่งมันกางออกตอนที่ต้นยังเล็กอยู่ ตอนทำดอกตาข่ายจะช่วยเหลือไม่ให้ดอกหัก ถ้าไม่ทำเทคนิคนี้ต้นไหนที่ดอกใหญ่ๆ ดอกอาจจะหักได้

ระยะนี้มีศัตรูที่ต้องระวังอะไรบ้าง

ช่วงทำใบเริ่มต้นจะเจอ เพลี้ยกระโดด พวกนี้จะกำจัดง่าย ใช้พวกน้ำส้มควันไม้ แช่สะเดาฉีด ก็จะหาย

แมลงหวี่ขาว จะเจอใต้ใบ ต้องเปิดที่ใต้ใบจะเจอแมลงหวี่จับอยู่ใต้ใบ ตอนฉีดยาก็ต้องฉีดใต้ใบ ไรแดง จะเจอหนักในช่วงทำดอก ดูง่ายๆ ถ้าบนใบมีจุดขาวๆ ก็ไปเลิกดูข้างล่าง จะเจอตัวเล็กๆ เหมือนแมงมุม ไรแดงจะกำจัดยากสักนิด เวลาไรแดงมา ต้องเอาต้นที่มีไปกำจัดที่อื่น กัญชาปลูกไม่ยาก แต่ว่าดูแลยาก

ระยะทำดอก (Flowering) 8-12 สัปดาห์ ระยะทำดอกถ้ามีต้นตัวผู้ ต้องเปลี่ยนแสงเปิด 12 ปิด 12 ช่วงที่เปลี่ยนแสงจะเริ่มแสดงเพศ ต้องการคนเดินดูเอาใจใส่ เจอตัวผู้เมื่อไรตัดเมื่อนั้น อย่าไปเก็บ เพราะสารมันจะหายไปเรื่อยๆ ระยะนี้จะต้องให้ปุ๋ยที่เป็นโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส มากขึ้น ที่บอกว่า เป็น NPK มีการพ่นฮอร์โมนไข่ ให้สาหร่ายแดง สาหร่ายสกัดทะเลลงไป แต่อย่าฉีดพ่นที่ดอก เพราะมันจะมีความชื้น ทำให้เกิดราเทา เพราะกัญชาเป็นพืชที่ดูดน้ำและปุ๋ยได้เร็วมาก แทนที่มันจะได้สารอาหารจากรากไปดูดไปหมด

พอถึงช่วยทำดอก ไรแดงจะเริ่มมาเยอะ ต้องใช้ตัวห้ำ ตัวเบียน แมลงเต่าทอง พวกนี้จะมาช่วยกินไรแดง แมลงหวี่ขาวก็ยังอยู่ในช่วงนี้ ช่วงทำดอกอุณหภูมิต้องเย็น ลดความชื้น ถ้าไม่ลดราจะขึ้น ลดชั่วโมงแสง แต่เพิ่มความเข้มของแสง แสงเข้มไม่ร้อนไม่ชื้น

การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

ถ้าดูที่ไตรโคม ต้องเป็นสีขาวขุ่นและมีสีเหลืองอำพัน 20 เปอร์เซ็นต์ วิธีดูนี้เฉพาะพันธุ์ที่จะเอา THC

ผมใช้กล้องส่องพระในการดูไตรโคมว่าเก็บได้หรือยัง ต้องตรวจสอบทีละต้น ไม่สามารถดูเป็นแปลงได้ ก็สามารถดูได้ที่เกสรก็ได้ เกสรต้องแห้งเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลือง ดูที่ไครโตม ไม่ได้สังเกตที่ใบร่วงหรือไม่ พอตัดต้นเสร็จเอาใบใหญ่ออกก่อน เพราะว่าตอนทำแห้งจะคายน้ำออกมากว่าดอกจะแห้ง ตัดใบใหญ่ออกและนำไปขาย แล้วค่อยนำดอกเอาไปแขวนไว้ให้แห้ง แขวนที่อุณหภูมิ 20 องศา ห้องมืด มีอากาศถ่ายเท อาจจะมีการใช้พัดลมเป่าช่วยเพื่อให้มันแห้งได้ทุกดอกทุกช่อ นี่คือ การทำแห้ง

ต่อจากการทำแห้ง ก็จะดรายทริม (Dry TRIM) คือการเอาใบเล็กๆ ที่อยู่ติดกับดอกออก เพราะเราต้องการสารที่สูง จึงไม่ต้องเอาใบไปด้วย เพราะสารภายในใบนั้นต่ำ “คนพิการ” หลายคนเข้าใจว่าเป็นภาระของสังคม ด้วยไม่สามารถประกอบอาชีพต่างๆ ได้เหมือนคนปกติ และถ้าเป็นคนพิการที่สูงอายุ น่าจะทำให้บุคคลเหล่านี้เป็นภาระกับสังคมเพิ่มขึ้น ประกอบกับตัวผู้พิการเองอาจจะเก็บตัวไม่กล้าเข้าสู่สังคม เนื่องจากร่างกายผิดปกติ ทว่า “ชมรมคนพิการอำเภอบ่อไร่” จังหวัดตราด ได้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนพิการรวมกลุ่มกันหันมาสู้ชีวิต พึ่งพาตัวเอง พยายามฝึกฝน เรียนรู้การประกอบอาชีพ สามารถสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้คนพิการมีคุณค่า ไม่เป็นภาระกับสังคม และบางรายสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้

คุณสมเกียรติ วรโชติสกุลวงษ์ ประธาน “ชมรมคนพิการอำเภอบ่อไร่” จังหวัดตราด อายุ 48 ปี เล่าว่า บ้านเกิดอยู่สุโขทัย แต่แม่มาทำสวนอยู่ที่ ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ เมื่อ 18 ปีที่แล้ว อาชีพเดิมทำงานเป็นช่างซ่อมรถยนต์บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ได้รับอุบัติเหตุแขนขวาขาด จึงเปลี่ยนมาเป็นพนักงานของบริษัทประจำสำนักงานที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ปี 2557 จึงกลับมาทำสวนอยู่กับแม่ที่ตำบลบ่อพลอย และได้เข้ามาช่วยงานชมรมคนพิการอำเภอบ่อไร่มาตั้งแต่ ปี 2551 แต่เพิ่งทำหน้าที่เป็นประธานชมรม คนที่ 2 วาระแรก ปี 2559-2562 ตอนนี้อยู่ในวาระที่ 2 สมาชิกมี 61 คน

เมื่อปี 2561 คุณเสรี สำราญจิตร นายกเทศบาลตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ อนุญาตให้ใช้พื้นที่ 5 ไร่ สร้างศูนย์เรียนรู้เทศบาลบ่อพลอย เพราะตอนเป็นประธานครั้งแรกได้รวมกลุ่มคนพิการให้มีงานทำ เพื่อสร้างรายได้ในพื้นที่ของหน่วยราชการทหารมาก่อน จึงย้ายมาที่บ้านบ่อพลอย ปัญหาคนพิการ คือไม่ยอมออกจากบ้านด้วยความอายที่ไม่เหมือนคนอื่น หรือญาติพี่น้องไม่สนับสนุน ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่สำคัญคือไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ จึงคิดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน สร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวเอง และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยให้สมาชิกชมรมปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมี เลี้ยงสัตว์ เพาะเห็ด หลักคิดง่ายๆ ว่า ปลูกทุกอย่างที่กินได้ กินทุกอย่างที่ปลูก เพื่อขายและแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน ให้คนพิการได้มีงานทำ มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ ไม่เป็นภาระกับลูกหลานหรือสังคม และยังทำให้ได้ออกกำลังกาย มีความเครียดน้อยลง และมีความสุข

“อาชีพเกษตรกรรมน่าจะเหมาะที่สุดกับคนพิการ เพราะมีกายภาพไม่เหมือนกัน ช่วยกันทำงานจะสามารถทำได้ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ โดยปกติแล้วคนพิการมีความพยายามอดทนค่อนข้างสูง ชมรมดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน โซนหนึ่งมีสระน้ำที่มีน้ำใช้ได้ตลอดปี อีกโซนทำแปลงปลูกพืชผักสวนครัว โรงเรือนเลี้ยงไก่ เพาะเห็ด ส่วนใหญ่เราจะลงแรงกันทำเองทั้งหมด ยกเว้นสถานที่โดยรวมที่เป็นงานใหญ่มีหน่วยงานช่วยสนับสนุน เช่น เทศบาลตำบลบ่อพลอย ช่วยการปรับพื้นที่ พัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด

สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ วิทยากรจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะวิทยากรประจำชมรม ร.ต.อ. นริศ สะราคำ จากหน่วยป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ทำร่วมกันมาตั้งแต่ยังรับราชการอยู่ หลังเกษียณมา 2 ปี มีเวลามาทำงานอยู่ด้วยกันตลอด เป็นที่ปรึกษาชมรม และวิทยากรทำปุ๋ยชีวภาพ ส่วนด้านการประชาสัมพันธ์ได้ลูกชาย “น้องอ๊อด” คุณเกษมสิทธิ์ วรโชติสกุลวงษ์ อายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม. 5 ช่วยงานอยู่ การทำงานแต่ละวันสมาชิกชมรม ประมาณ 10-20 คน จะหมุนเวียนกัน ตอนนี้ผลผลิตพืชผักที่เป็นอินทรีย์ 100% ผลิตไม่พอขาย เพราะมีลูกค้าหลักคือ โรงพยาบาลอำเภอบ่อไร่ และมีขายให้ชาวบ้านทั่วๆ ไปเล็กน้อย ซึ่งสมาชิกชมรมมีแรงงานไม่พอ พิการทำงานได้ไม่เต็มที่ บางคนมีโรคประจำตัวและสูงอายุ วัย 60-70 ปี” คุณสมเกียรติ กล่าว

ปลูกผักอินทรีย์ 100% ไม่พอขาย

คุณสมเกียรติ เล่าว่า แนวทางสร้างอาชีพเกษตรกรรมของชมรมคือ ปลูกทุกอย่างกินทุกอย่างที่เราปลูก แรกๆ จึงนำพืชผักมาปลูกหลากหลาย เลี้ยงไก่ เลี้ยงแพะ เพาะเห็ด เสมือนเป็นการทดลองไปในตัว ในที่สุดลงตัวที่การทำแปลงผักอินทรีย์ปลอดสารเคมี 100% เช่น ผักชี ผักตั้งโอ๋ คะน้า บร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ฟักทอง พริกขี้หนู กล้วย เป็นผลผลิตที่ขายดีมาตลอด และขายราคาไม่แพง ทุกชนิดกิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งการปลูกผักมีปัญหาเรื่องดินเป็นดินเหนียว ต้องพลิกผืนดินด้านล่างของแปลงมาตากแดดแล้วผสมคลุกเคล้ากับปุ๋ยอินทรีย์ การคัดเลือกพืชผักที่เหมาะสม วิธีการดูแลบำรุงรักษาจนกระทั่งเก็บผลผลิตได้ การบริหารจัดการแปลงให้ผลผลิตหมุนเวียนต่อเนื่อง และแรงงานที่มีข้อจำกัดจากความพิการและมีแรงงานน้อย เรื่องตลาดไม่มีปัญหา มีโรงพยาบาลอำเภอบ่อไร่เป็นลูกค้าหลักมารับซื้อถึงแปลงประจำทุกสัปดาห์ และผลผลิตยังไม่พอ ด้วยกระแสการรักสุขภาพความนิยมบริโภคผักอินทรีย์ 100% เพิ่มขึ้น

“ที่นี่มีสระน้ำขนาดใหญ่ พอใช้งานได้ตลอดปี ไฟฟ้าพร้อม ทำปุ๋ยอินทรีย์แท้ๆ เป็นปุ๋ยคอก และทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง ปัญหาคือ แรงงานที่ทำงานแต่ละครั้งไม่มากนัก วันละ 4-5 คน และสุขภาพไม่ดี ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนการปลูกนั้นทุกคนจะเรียนรู้ไปด้วยกัน ที่ต้องลงแรงมากคือ ดินที่ปลูกผักเป็นดินเหนียว การทำแปลงผักต้องขุดดินพลิกด้านล่างขึ้นมาตากให้แห้ง แล้วสับให้ละเอียดก่อนนำปุ๋ยแกลบขี้ไก่มาคลุกเคล้า เมื่อปลูกผักรากจะเดินไปทั่ว ส่วนการให้น้ำ ทดลองใช้ทั้งสปริงเกลอร์และท่อยางที่ให้แรงน้ำน้อยกว่า เพื่อไม่ให้ใบผักฉีกหักเสียหาย ต้องใช้ทั้งสองวิธี ที่แม่ทดลองทำอยู่คือ มัดใบกะหล่ำปลีช่วยให้หัวกะหล่ำปลีห่อ เพราะที่นี่อากาศไม่หนาวเย็น” คุณสมเกียรติ กล่าว

เสียงจากสมาชิกชมรมผู้พิการ ได้เงิน ได้กินผัก ได้ความสุข

คุณป้าอุ่นเรือน ยั่งยืน วัย 69 ปี เล่าว่า เป็นคนจังหวัดตาก มาร่อนพลอยที่อำเภอบ่อไร่ตั้งแต่อายุ 18 ปี มีลูกชายพิการผ่าสมอง มาทำแปลงผักแทนลูกชาย ตัวเองมีโรคความดันสูง แต่ร่างกายพอทำงานได้ อยู่บ้านว่างๆ เห็นว่าปลูกผักขายยังมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ สัปดาห์ละ 300-400 บาท เลี้ยงครอบครัว และยังได้มีผักไว้ทำอาหารกินเองด้วย ตอนนี้รับผิดชอบแปลงผักกะหล่ำปลีอยู่ ต้องคอยดูให้น้ำเช้า-เย็น ให้ปุ๋ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต้องคอยดูเพลี้ยมากินใบ และทำหญ้าในร่องผัก ช่วยสมาชิกด้วยกันเก็บผักอื่นๆ ขายด้วย ส่วนใหญ่มาทำช่วงเช้า และบ่ายๆ หากอากาศร้อนจัดจะหยุด

คุณป้าบุญช่วย วงศ์สว่าง อายุ 74 ปี เล่าว่า มีลูกพิการที่ต้องดูแลอยู่กับบ้าน 1 คน เล่าว่า แรกๆ มาทำลำบากมาก เพราะคนในชุมชนไม่ทำ มีแต่คนแก่ เป็นการเริ่มต้นนับ 1 ผ่านไปถึง 2 เดือน จึงเริ่มได้เงินที่สะสมรวมๆจากการขาย จะแบ่งกันสัปดาห์ละครั้ง ล่าสุดขายได้ 1,070 บาท 3 คน แบ่งได้คนละ 200-300 บาท เพราะถ้ามีรายได้จะหักไว้ที่ชมรมเป็นทุนบ้าง เป็นรายได้ที่พออยู่ได้ เพราะปกติชมรมไม่ทำโครงการ คนแก่ไม่มีงานทำ อีกอย่างเรามีผักกินเองทุกวันไม่ต้องซื้อ ช่วยประหยัดได้มาก และการมาช่วยกันทำงานพบปะเพื่อนสมาชิก มีผู้คน นักเรียน มาดูงานเยี่ยมเยียน ทำให้ชีวิตมีความสุข

คุณสมเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การก่อตั้งชมรมระยะแรกต้องใช้เงินส่วนตัวช่วยสนับสนุนหมุนเวียนบ้าง และขอสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ชมรมคนพิการเริ่มเป็นที่รู้จัก มีบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ มาศึกษาดูงาน และได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรร่วมกับ ร.ต.อ. นริศ สร้างกำลังใจ ความภูมิใจ ต่อไปเตรียมที่จะเลี้ยงไก่ เพาะเห็ด และนำพลังงานโซลาร์เซลล์มาใช้ ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐด้วยดี แต่ชมรมมีปัญหามากที่ต้องเขียนโครงการของบประมาณ เพราะคณะกรรมการ 9 คน ไม่มีความรู้เชี่ยวชาญ ต่อไปนอกจากจะปลูกผักอินทรีย์แล้ว จะเริ่มเลี้ยงไก่ เพาะเห็ด จากที่เคยทำมาแล้วหยุดไป ตอนนี้สมาชิกมีงานทำ มีรายได้ มีความสุข สุขภาพดีขึ้น เป็นสิ่งที่ชมรมภูมิใจ

เมล็ดพันธุ์ผัก ที่เกษตรกรนำมาปลูกนั้น ส่วนใหญ่ซื้อมาจากร้านค้าวัสดุการเกษตร ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการลงทุน เมื่อขายผลผลิตแล้วทำให้ได้รับผลตอบแทนกลับมาไม่มาก เพื่อลดรายจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ผัก เกษตรกรสามารถที่จะปลูกและเพาะเลี้ยงให้ต้นผักเจริญเติบโตเป็นต้นพันธุ์ เมื่อถึงระยะเวลาที่ฝักหรือผลแก่ก็เก็บมากะเทาะเปลือกให้แตกออกจากนั้นนำเมล็ดไปตากให้แห้ง ก็จะได้เป็นเมล็ดพันธุ์ พร้อมให้นำไปปลูกหรือขายเสริมสร้างรายได้ เป็นวิถีใหม่ที่ก้าวสู่วิถีที่มั่นคง ที่ใครก็ทำได้ วันนี้จึงนำเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก สไตล์วิถีชาวบ้าน มาบอกเล่าสู่กัน

คุณบรรพต เชื้อเพชร ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า พืชผักมีหลายชนิด ทั้งรสหวาน เปรี้ยว หรือรสเผ็ด ส่วนของลำต้น ใบ ผล หรือหัว ผักเป็นอาหารกินได้ทั้งแบบผักสด นำไปผัด แกง หรือทำเป็นยำก็จะได้กับข้าวรสอร่อย พืชผักมีเกลือแร่หรือวิตามิน มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอวัย และเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในการป้องกันรักษาโรคให้มีร่างกายแข็งแรง

ผัก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผักสวนครัวอายุสั้น เช่น ผักชี โหระพา ต้นหอม กวางตุ้ง และพริก เมื่อเก็บผลผลิตไปกินหมดแล้วก็ปลูกใหม่แบบหมุนเวียน วิธีปลูกมีทั้งเป็นแบบยกแปลงปลูก ปลูกลงในกระถาง กระบะ หรือภาชนะอื่นๆ ประเภทที่ 2 การปลูกผักสวนครัวอายุยาว มีผลผลิตให้ตัดเก็บไปกินตลอดปี โดยไม่ต้องปลูกใหม่ มีทั้งปลูกลงดินแบบยกแปลงปลูกหรือปลูกให้เป็นแนวรั้ว เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ชะอม มะกรูด มะนาว ตำลึง หรือผักหวาน

การปลูกผัก นอกจากจะเก็บผลผลิตไปกินและขายแล้ว การปลูกเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ก็เป็นทางเลือกในการเพิ่มปริมาณเมล็ดพันธุ์ผักให้มากขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรที่จะนำไปเป็นพันธุ์ปลูก และทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย หรือขายเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อการเสริมสร้างรายได้

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จังหวัดชลบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำแปลงพันธุ์ผักที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และได้ร่วมกับเกษตรกร ประชาชนทั่วไปจัดทำแปลงพันธุ์ในพื้นที่แปลงเกษตรกรเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ หรือสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ที่มีความต้องการเมล็ดพันธุ์ในการจัดทำแปลงผลิตและขยายพันธุ์ผักมาตรฐาน เป็นการลดรายจ่ายครัวเรือน เมล็ดพันธุ์ผักที่ศูนย์ผลิต ส่วนหนึ่งก็นำไปสนับสนุนในโครงการต่างๆ หรือให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูก หรือนำไปช่วยเหลือเกษตรกรหรือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติ

เป้าหมาย ศูนย์ได้ผลิต
พริกขี้หนูสวน พันธุ์กาญจนบุรี 1 จำนวน 50 กิโลกรัม

กระเจี๊ยบเขียว พันธุ์ธราธิป จำนวน 75 กิโลกรัม และ

กะเพรา พันธุ์พื้นบ้าน จำนวน 30 กิโลกรัม สมัครยูฟ่าเบท วิธีการดำเนินงาน : ได้จัดเตรียมพื้นที่ในการเพาะเมล็ดพันธุ์ผักและผักพื้นบ้าน จัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูสวน พันธุ์กาญจนบุรี 1 กระเจี๊ยบเขียวพันธุ์ธราธิป กะเพราพันธุ์พื้นบ้าน จัดการดูแลรักษาบำรุงต้น กำจัดวัชพืชในแปลงเพื่อลดการสะสมการเกิดโรคและแมลงในแปลง เก็บเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวเพื่อเตรียมไปสนับสนุนให้เกษตรกร ประชาชน และหน่วยงานที่ต้องการ ระยะเวลาดำเนินการ : มิถุนายน-ธันวาคม 2563

แผนปฏิบัติงาน : ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. ได้จัดเตรียมวัสดุในการผลิตเมล็ดพันธุ์ ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
2. ได้จัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ เพื่อนำมาเพาะกล้า
– พริกขี้หนูสวนพันธุ์กาญจนบุรี 1 เดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายน

– กระเจี๊ยบเขียวพันธุ์ธราธิป เดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และ

– กะเพราพันธุ์พื้นบ้าน เดือนมิถุนายน-สิงหาคม และเดือนธันวาคม

3. การจัดการแปลง :
เตรียมแปลงพริกขี้หนูสวน 1 ไร่ เดือนกรกฎาคม

เตรียมแปลงกระเจี๊ยบเขียวพันธุ์ธราธิป 1 ไร่ ในเดือนกรกฎาคม และ

เตรียมแปลงกะเพรา 0.5 ไร่ เดือนสิงหาคม

4. การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาในแปลง :
– ใส่ปุ๋ย ครั้งที่ 1 อัตรา 10-15 กิโลกรัม ต่อไร่ ในเดือนกรกฎาคมและเดือนพฤศจิกายน

– ใส่ปุ๋ย ครั้งที่ 2 อัตรา 10-15 กิโลกรัม ต่อไร่ ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และพฤศจิกายน-ธันวาคม

– ใส่ปุ๋ย ครั้งที่ 3 อัตรา 10-15 กิโลกรัม ต่อไร่ ในเดือนสิงหาคมและเดือนธันวาคม

5. การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ : เดือนธันวาคมได้เก็บเกี่ยวผลผลิต
– พริกขี้หนูสวนพันธุ์กาญจนบุรี 1 ได้อัตรา 50 กิโลกรัม ต่อไร่

– กระเจี๊ยบเขียวพันธุ์ธราธิป ได้อัตรา 75 กิโลกรัม ต่อไร่

– กะเพราพันธุ์พื้นบ้าน ได้อัตรา 30 กิโลกรัม ต่อไร่

การเก็บเกี่ยวผลผลิต : เมล็ดพันธุ์ผักและผักสวนครัวทั้ง 3 ชนิด ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้เริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 เป็นต้นไป พร้อมคัดสายพันธุ์ที่แข็งแรงเพื่อเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ดีต่อไป

รายการผลิตเมล็ดพันธุ์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จังหวัดชลบุรี
1. กะเพรา จำนวน 79.3 กิโลกรัม เป้าหมาย 30 กิโลกรัม ขนาดบรรจุ 0.2 กรัม/ซอง หมายเหตุ…
2. กระเจี๊ยบเขียวพันธุ์ธราธิป จำนวน 23 กิโลกรัม เป้าหมาย 75 กิโลกรัม ขนาดบรรจุ 2.4 กรัม/ซอง หมายเหตุ คัดแล้ว 4 กิโลกรัม
3. พริกขี้หนูสวนพันธุ์กาญจนบุรี 1 จำนวน… เป้าหมาย 50 กิโลกรัม ขนาดบรรจุ 0.2 กรัม/ซอง หมายเหตุ วันที่รวบรวมข้อมูล 22 ตุลาคม 2563
4. ผักเสี้ยน จำนวน 2.2 กิโลกรัม เป้าหมาย…ขนาดบรรจุ…หมายเหตุ…
5. ถั่วพู จำนวน 100.7 กรัม เป้าหมาย…ขนาดบรรจุ 30 เมล็ด/ซอง หมายเหตุ…
6. ถั่วฝักยาวไร้ค้างพันธุ์สุรนารี 1 จำนวน 29.6 กิโลกรัม เป้าหมาย…ขนาดบรรจุ 20 เมล็ด/ซอง หมายเหตุ…
7. มะละกอแขกดำ จำนวน 1 กิโลกรัม เป้าหมาย…ขนาดบรรจุ 30 เมล็ด/ซอง หมายเหตุ…
วิธีการดังกล่าวข้างต้น เกษตรกรสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ ซึ่งหลักในการผลิตเมล็ดพันธุ์นั้นขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ การเตรียมดิน เมล็ดพันธุ์ปลูกคุณภาพ การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว หรือการดูแลรักษาเมล็ดพันธุ์หลังการเก็บเกี่ยว

จากเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก สไตล์วิถีชาวบ้าน เป็นทางเลือกให้เกษตรกรนำไปสู่การเปลี่ยนวิถี ใช้ลดต้นทุนหรือเสริมสร้างรายได้ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า