รูปแบบ Plant Factory แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

โรงปลูกพืชระบบเปิด ชนิดใช้แสงธรรมชาติ (Plant Factory with Sunlight)
โรงปลูกพืชระบบเปิด ชนิดใช้แสงธรรมชาติร่วมกับแสงเทียม (Plant Factory with Sunlight and Supplemental Light)
โรงปลูกพืชระบบปิด ชนิดใช้แสงเทียมทั้งระบบ (Plant Factory with Fully Artificial Light) ซึ่งรูปแบบ Plant Factory ทั้ง 3 ประเภทนี้ เกษตรกรสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับเป้าหมายและทุนทรัพย์ของตัวเองได้ แต่ละประเภทมีจุดมุ่งหมาย และตลาดที่แตกต่างกัน จะมีผลรับที่เหมือนกันคือ สามารถให้ผลผลิตที่สม่ำเสมอ ลดต้นทุนค่าแรงงาน และสามารถปรับเปลี่ยนพืชที่ปลูกไปได้เรื่อยๆ

“ฟาร์มลุงแดง” กับการบริหารจัดการน้ำแบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ที่คลองเจ็ด “ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด” ต้นแบบความสำเร็จของ ศพก.ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งอยู่เลขที่ 26/4 หมู่ที่ 7 ซอยเฉลิมพระเกียรติ 2 ตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 ฟาร์มแห่งนี้ เป็นกิจการครอบครัวที่ประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูก 2 คน พวกเขามีจุดเริ่มต้นเหมือนกับเกษตรกรทั่วไปที่ปลูกพืชทั้งจากการทำนา ทำสวน เพื่อสร้างผลผลิตจำหน่าย

ที่ผ่านมา ทางฟาร์มประสบปัญหาหลายประการ ทั้งด้านการตลาด ด้านโรคแมลงและภัยธรรมชาติต่างๆ จนได้รับความเสียหาย แต่คำว่าท้อ ไม่มี พวกเขามุ่งมั่นกับการแก้ไขเพื่อสร้างโอกาสใหม่ จนกระทั่งหันมาปลูกเมล่อนและผักสลัด จนประสบความสำเร็จ วันนี้ ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปทุมธานี

คุณวีรพงศ์ สุโอสถ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ รุ่นที่ 2 ของ ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อได้เริ่มจากการทำนา ทำสวนส้ม ตะไคร้ ฝรั่ง จนกระทั่งเรียนจบ หลังจากเรียนจบก็ลองปลูกเมล่อน ซึ่งการที่มาปลูกเมล่อนเป็นเพราะพี่สาวชอบ จึงเริ่มต้นปลูกเมล่อนกลางแจ้ง 3 แปลง แปลงแรก เก็บได้หมด แปลงสอง เก็บได้ครึ่งหนึ่ง แปลงสาม เก็บไม่ได้เลย เลยทำให้รู้ว่าเราปลูกได้ แต่เราไม่มีโรงเรือน เลยสู้แมลงไม่ไหว จึงเริ่มคิดทำโรงเรือนปลูกเมล่อน

การทำโรงเรือนเมล่อนหลังแรกใช้เงินลงทุนอยู่ที่ 65,000 บาท โดยว่าจ้างให้ช่างรับเหมาเข้ามาก่อสร้างโรงเรือนและให้เขาสอนงานด้วย ตอนนี้ฟาร์มลุงแดงสามารถทำโรงเรือนได้เองและรับจ้างทำโรงเรือนให้แก่ผู้สนใจไปพร้อมกัน ปัจจุบันทางฟาร์มมีโรงเรือนปลูกเมล่อน 10 หลัง ปลูกผักสลัด 2 หลัง ปลูกมะเขือเทศ 1 หลัง และเริ่มปลูกแตงโมเป็นพืชเสริมรายได้ พื้นที่ที่เหลือปลูกต้นมัลเบอร์รี่ (Mulberry) หรือลูกหม่อน ซึ่งเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ หนึ่งในตระกูลเบอร์รีที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมในการกินเพื่อสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น

ทางฟาร์มมีพื้นที่ทำกินทั้งหมด 8 ไร่ แบ่งเป็นบ่อน้ำ 4 ไร่ พื้นดินสำหรับเพาะปลูก 4 ไร่ ใช้น้ำจากบ่อตัวเองมา 3 ปีกว่า ไม่เคยใช้น้ำข้างนอกและไม่เคยขาดแคลนน้ำเลยเพราะน้ำฝนมาเพิ่มเติมทุกปี ตัวบ่อมีความลึก 2-3 เมตร กว้าง 10-12 เมตร

ต่อมาทางฟาร์มได้ติดตั้งระบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์เข้ามาช่วย ทำให้ประหยัดต้นทุน ค่าแรง และเวลา โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เข้ามาสนับสนุนระบบควบคุมฟาร์มอัตโนมัติ ใช้ตัวควบคุมการให้น้ำ ให้ปุ๋ย ที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถควบคุมอุณหภูมิ อากาศ ความชื้นทั้งในอากาศและดิน รวมถึงพ่นน้ำ พ่นหมอก พ่นยา และระบายอากาศได้อย่างอัตโนมัติแล้ว ยังสามารถเก็บข้อมูลจากเซ็นเซอร์ไร้สาย เพื่อนำมาเป็นสถิติอ้างอิงสำหรับเพาะปลูกพืชในรุ่นต่อไป

ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทั้งการปลูกในโรงเรือนที่เน้นการปลูกเมล่อน แตงโม ผักสลัด มัลเบอร์รี่ และอื่นๆ ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และปลอดภัยจากสารพิษตามนโยบายอาหารปลอดภัย ในวันนี้ได้มีการถ่ายทอดไปยังผู้สนใจที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ

เนื่องจากเมล่อนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมบริโภคกันมากในปัจจุบัน เพราะมีรสชาติที่อร่อย มีกลิ่นหอมและรสหวาน ส่วนใหญ่นิยมนำมาบริโภคสด หรือนำมาแปรรูปเป็นของหวาน เครื่องดื่ม ไอศกรีม ฟรุตสลัด ด้วยกระแสความดังของเมล่อน ส่งผลให้เกษตรกรหน้าใหม่สนใจก้าวเข้าสู่การทำฟาร์มเมล่อนเป็นหลัก ทั้งนี้ การปลูกเมล่อนต้องอาศัยการดูแลเป็นอย่างมาก แต่ให้ผลตอบแทนที่ดี คุ้มค่ากับการลงทุน ทุกวันนี้มีคนไทยจำนวนมากสนใจเข้ามาเรียนรู้ในขั้นตอนต่างๆ ของการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการสร้างตลาดรองรับ กับฟาร์มลุงแดง ซึ่งทางฟาร์มเปิดกว้างให้ทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้อย่างเต็มที่

งาน “นวัตกรรมใหม่ เพื่อเกษตรกรไทย ยุค 5G INNOVATION FOR NEW NORMAL” จัดขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00-16.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ข่าวสด จำกัด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาฟรี โดยสามารถโทรศัพท์แจ้งความจำนงได้ที่ (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342 และ 2343 หรือลงทะเบียนผ่านเฟซบุ๊ก Technologychaoban หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เพจเทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาล่วงหน้า จะได้รับกล้ามะละกอพันธุ์ส้มตำ จาก บริษัท East-West seed (ศรแดง) ฟรี

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ได้จัดประชุม “จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2565 ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับลุ่มน้ำ และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วม” โดยมี คุณไพฑูรย์ เก่งการช่าง ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก คุณธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์ ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก คุณธารทิพย์ จันทร์พิทักษ์ นักวิเคราะห์และแผน ชี้แจงแนวทางการจัดทำแผน และ ผศ.ดร.วศิน ยุวนะเตมีย์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์และรักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตจันทบุรี มหาวิทยาลัยบูรพาและคณะเป็นวิทยากรจัดทำแผน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย กรรมการลุ่มน้ำ อนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดจันทบุรี ตราด

อ่างเก็บน้ำจันทบุรีเก็บไม่ถึง 50% หวั่นภัยแล้งรุนแรง
เสนอโมเดล 10 ไร่ : 1.5 ไร่
คุณไพฑูรย์ เก่งการช่าง กล่าวว่า สภาพแหล่งน้ำในจังหวัดจันทบุรีปีนี้และปี 2564 มีแนวโน้มจะขาดแคลนน้ำอย่างน่าเป็นห่วง ประเมินจาก อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธความจุ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร เดือนกันยายนเก็บน้ำได้ไม่ถึง 7 ล้านลูกบาศก์เมตร ชาวสวนลำไยจะทำอย่างไรกับการราดสารหรือจะเพียงเยียวยาต้นไว้ เขื่อนคีรีธาร ความจุ 76 ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บน้ำ 40-42 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องปล่อยน้ำทั้งจันทบุรี ตราด และต้องสะสมน้ำไว้ปั่นไฟฟ้าในเดือนธันวาคม-มกราคม อ่างเก็บน้ำพลวงความจุ 77 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องรอน้ำจากทุ่งเพลมาเติม น้ำประปาในจันทบุรีไม่เพียงพอ ทุกวันพุธงดจ่ายน้ำประปา ชาวสวนต้องหยุดสูบน้ำในแม่น้ำจันทบุรี ส่วนจังหวัดตราด ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 อ่าง คลองโสน เขาระกำ ห้วยแร้ง ยังเก็บกักน้ำได้แตะๆ 50%

“จันทบุรี ตราด ภาคเกษตรกรรมใช้น้ำ 90% อุปโภค บริโภค 10% พื้นที่เพาะปลูกทุเรียนจันทบุรี ตราดขยายตัวเร็วมาก ปีนี้จันทบุรีเกษตรกรโค่นยางพาราไปปลูกทุเรียน 80% ประมาณ 500,000 ต้น หมายถึงพื้นที่เพาะปลูกขยายขึ้น 20,000 ไร่ รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ปริมาณใช้น้ำต่อทุเรียน 1 ไร่ ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำปี 2564 ควรดำเนินการ 3 อย่าง คือ 1. เกษตรกรเตรียมแหล่งน้ำในสวน 2. การเสริมฝาย ให้คันฝายสูงขึ้นก่อนหมดฝน และถ้าติดทะเลให้กั้นทำนบดินก่อนเก็บน้ำหรือสูบน้ำจากแม่น้ำมาเก็บไว้ในสระ และ 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2565 การรับถ่ายโอนทรัพย์สินจากหน่วยงานต่างๆ เตรียมของบประมาณโดยตรงเพื่อทำงานได้คล่องตัวขึ้น” คุณไพฑูรย์ กล่าว

คุณไพฑูรย์กล่าวถึงโมเดล พื้นที่ปลูกทุเรียน 10 ไร่ ต่อแหล่งน้ำ 1.5 ไร่ คือ การเตรียมแหล่งน้ำในสวนทุเรียนให้เพียงพอและช่วยทำให้ทุเรียนมีคุณภาพเพิ่มมูลค่าผลผลิตระยะยาว จากการวิจัยของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 (สศท.6) เรื่อง water footprint ทุเรียนแปลงใหญ่ไว้ ดังนี้ ปริมาณน้ำ มาจากน้ำฝน 48% การเก็บกักน้ำ 52% ทุเรียน 1 ไร่ ใช้น้ำปริมาณ 1,525.86 ลูกบาศก์เมตร หรือ 1 ตัน ต่อ 868.45 ลูกบาศก์เมตร การแบ่งพื้นที่เก็บกักน้ำในสวนทุเรียน 10 ไร่ ให้มีสระเก็บน้ำ 1.5 ไร่ ความลึก 6 เมตร จะเก็บกักน้ำได้ 14,400 ลูกบาศก์เมตร และจากการประเมินมูลค่าน้ำทางเศรษฐกิจเป็นระยะเวลา 30 ปี การลงทุนเก็บน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ได้ทุเรียนคุณภาพดีไร่ละ 43.89 บาท ถ้าเก็บน้ำ 14,400 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ปลูกทุเรียน 10 ไร่ ระยะเวลา 30 ปี มูลค่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 6,320,160 บาท

จันทบุรี ตราด เร่งแก้ปัญหา
น้ำเพื่อเกษตรกรรม น้ำท่วม
ผศ.ดร.วศิน ยุวนะเตมีย์ กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ำ และเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ ปี 2565 จำแนกโครงการตามแผนแม่บท 6 ด้าน คือ ด้านการจัดการน้ำอุปโภค บริโภค ด้านการสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต ด้านการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ด้านการจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดินและด้านการบริหารจัดการ จังหวัดจันทบุรี ตราดมีสภาพปัญหาไม่ต่างกัน ปัญหาเร่งด่วน 2 ด้าน คือ อันดับ 1. การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต คือ ความต้องการเร่งด่วนใช้น้ำภาคการเกษตร 2. การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ส่วนอันดับ 3 จันทบุรีคือการจัดการน้ำบริโภค อุปโภค ส่วนจังหวัดตราด อันดับ 3 คือการบริหารจัดการ ซึ่งได้นำเสนอปัญหาพร้อมทั้งแนวทางแก้ไขด้วย

“จันทบุรีมีปัญหาเร่งด่วน 3 อันดับแรก เพราะปริมาณการปลูกทุเรียนได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บกักน้ำยังเก็บได้น้อยและต้องใช้ทั้งภาคเกษตรและอุปโภคบริโภค ขาดแคลนแหล่งน้ำทำน้ำประปาในชุมชนเมือง ขณะที่ตุลาคมอีกเดือนเดียวจะหมดพายุฝนที่ช่วยเติมน้ำในอ่าง และช่วงปลายปียังอยู่ในช่วงฤดูกาลผลิตลำไย ความต้องการน้ำยังมีสูง โดยที่ปัญหาเรื่องน้ำท่วมยังคงเกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วนจังหวัดตราดแม้ว่าพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมน้อยกว่าจันทบุรีแต่เกือบ 100% เห็นว่าน้ำภาคการผลิตมีปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน เพราะพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น รวมทั้งการจัดการเรื่องน้ำท่วมและอุทกภัย ด้านการบริหารจัดการน้ำที่ควรออกกฎ ระเบียบส่งเสริมการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความขัดแย้งการใช้น้ำ” ดร.วศิน สรุปเบื้องต้น

จันทบุรี เสนอขุดสระ บ่อน้ำตื้น
รับปริมาณทุเรียน
ทำรายได้ 100,000 ล้านบาท
รศ.พิชัย สราญรมณ์ อนุกรรมการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัดจันทบุรี และผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก กล่าวว่า ปัจจุบันจันทบุรีมีรายได้จากทุเรียน 65,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5-6 ปี รายได้น่าจะเพิ่มประมาณ 100,000 ล้านบาท ถ้าภาคการผลิตกับความมั่นคงของน้ำสอดคล้องกัน มีการพัฒนาลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำจันทบุรี ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำเวฬุ ลุ่มน้ำสาขาโตนเลสาบ เพื่อมีการขุดลอกแม่น้ำลำคลอง เพื่อจะได้ลดปัญหาน้ำท่วมและเก็บสะสมน้ำดิบใช้ทำน้ำประปา การจัดทำผังน้ำ โดยสำรวจและขึ้นทะเบียนแหล่งน้ำ จุดที่ห้ามบุกรุก และท้องถิ่นสนับสนุนเกษตรกรขุดบ่อ สระเก็บกักน้ำ เพื่อเก็บไว้ในพื้นที่เกษตรและเติมลงบ่อน้ำบาดาล

“ขณะนี้ อ่างเก็บน้ำต่างๆ ในจังหวัดจันทบุรีเก็บกักน้ำได้เพียง 50% น้อยกว่าปีก่อนๆ ควรจะเพิ่มยุทธศาสตร์ที่ 7 ด้านการเก็บกักน้ำ คณะกรรมการลุ่มแม่น้ำชายทะเลฝั่งตะวันออกควรสนับสนุนการสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมในลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำจันทบุรี สาขาแม่น้ำเวฬุ อ่างเก็บน้ำทุ่งเพล รวมทั้งอ่างเก็บน้ำเครือหวาย ในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน และลุ่มน้ำสาขาโตนเลสาบควรมีอ่างเก็บน้ำก่อนการผันน้ำไหลลงทะเลหรือไหลสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมายังมุ่งพัฒนาลุ่มแม่น้ำวังโตนดเพื่อจะส่งน้ำไปเขตพัฒนาเศรษฐกิจ EEC” รศ.ดร.พิชัย กล่าว

ทางด้าน คุณศิริชัย ชีวชูเกียรติ รองนายกเทศบาลตำบลพวา เสนอว่า พื้นที่ตำบลพวา มีอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง คือ อ่างประแกตความจุ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จเปิดใช้มา 2 ปีแล้ว ตำบลพวา ทำการเกษตร 80-90% ไม่มีโอกาสได้ใช้น้ำ เพราะไม่มีระบบกระจายน้ำ เทศบาลตำบลพวาต้องขุดฝังท่อส่งน้ำเอง ยังส่งน้ำใช้ได้โซนเดียวเหลือ 5-6 หมู่บ้านเป็นภูเขา ขอตั้งเครื่องสูบน้ำแต่น้ำในอ่างมีไม่พอ เพราะต้องสูบน้ำไปช่วยทำน้ำประปาด้วย และ คุณฉลาด สายแก้ว ประธานสภาเทศบาลตำบลโป่งน้ำร้อน คณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโตนเลสาบ เห็นว่าการปล่อยให้น้ำไหลทิ้งไปทางกัมพูชาปีละ 10-100 ล้านลูกบาศก์เมตร น่าเสียดายมาก การสร้างอ่างเก็บน้ำเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่ที่แล้งจัด เช่น อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว แต่การสร้างอ่างทำได้ยากแม้ว่ากรมชลประทานออกแบบไว้แล้ว 2 แห่ง คือ อ่างคลองโป่งน้ำร้อน อ่างคลองเครือหวาย เพราะเป็นพื้นที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตอนนี้ใช้น้ำจากอ่างคลองพระพุทธแห่งเดียวซึ่งปริมาณน้ำไม่เพียงพอ เกบน 2 csj’ 8nvง้ะะ

ตราดเกษตรกร
ต้องมีแหล่งน้ำในสวน
ด้าน คุณสังคม นิลฉวี นายก อบต.เทพนิมิต อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด กล่าวว่า พื้นที่ อบต.ประณีต 70,000 ไร่ ปลูกทุเรียน 24,000 ไร่ สร้างรายได้ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท ไม่มีน้ำจากอ่างเก็บน้ำ เดิมตอนแล้งต้องซื้อน้ำรถบรรทุกมาในสวน ปีนี้มีแหล่งน้ำจากขุดสระน้ำขนาดใหญ่ แก้มลิง ที่ชลประทานและหน่วยงานภาครัฐช่วยขุดกักเก็บไว้เพียงพอ อบต.จัดทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนแปลงใหญ่ให้แบ่งพื้นที่ปลูกและแหล่งน้ำ อัตราส่วน 80 : 20 ส่วนเกษตรกรแปลงเล็ก 5-10 ไร่ ให้เริ่มมีแหล่งเก็บกักน้ำปีที่ 5 ที่มีรายได้จากผลผลิตแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีและรอดจากปัญหาภัยแล้งมาได้

คุณสว่าง ชื่นอารมณ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด จังหวัดตราดมีฝนตกปริมาณมากปีละ 3,000-4,000 ลูกบาศก์เมตร ต้องเร่งรัดการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสะตอและคลองแอ่ง ถ้ามี 2 อ่างนี้จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเขาสมิงที่เป็นแหล่งเกษตรกรรรมที่สำคัญ อนาคต…หากปัญหาภัยแล้งแก้ไขไม่ได้ อนาคตเกษตรกรไทยอาจต้องเสียค่าน้ำเช่นเดียวกับน้ำประปากระมัง

กล้วยหอมทอง พืชมากประโยชน์ และถือเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกสำคัญของประเทศไทยอีกชนิดหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์ คุณจักรินทร์ โพธิ์พรม ประธานวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทอง อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี เกี่ยวกับเทคนิคการปลูกกล้วยหอมทองให้ได้มาตรฐานส่งร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการส่งออกต่างประเทศ และมีบางช่วงบางตอนที่ได้พูดคุยกันถึงตลาดกล้วยหอมทองทั้งในและต่างประเทศ คุณจักรินทร์ได้มีการพูดถึงตลาดกล้วยหอมทองว่า

“สำหรับอนาคตการตลาดกล้วยหอมทองภายในประเทศค่อนข้างสดใสเมื่อเทียบกับอดีตที่หลายคนยังไม่รู้ว่าประโยชน์ของกล้วยหอมทองมีมากแค่ไหน แต่ในปัจจุบันแทบไม่ต้องบอกถึงสรรพคุณ คนส่วนใหญ่ก็รู้ถึงคุณประโยชน์ที่มากล้นของกล้วยหอมทองอยู่แล้ว จึงส่งผลไปถึงความต้องการบริโภคกล้วยหอมทองภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น 120-150 ล้านลูก ต่อปี อันนี้คือตลาดภายในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศถ้าพูดถึงญี่ปุ่น หรือจะดึงจีนและประเทศแทบตะวันออกกลางเข้ามา ความต้องการกล้วยหอมทองในตลาดโลกยังมีความต้องการสูงมาก เฉพาะแค่ญี่ปุ่นประเทศเดียวมีความต้องการบริโภคกล้วยหอมทองปีละกว่าล้านตัน แต่ประเทศไทยสามารถส่งออกกล้วยหอมทองได้เพียงปีละ 5,000 ตัน เท่านั้น ฉะนั้น ส่วนยังเหลืออีกเยอะ นี่จึงเป็นโอกาสของเกษตรกรไทยที่จะเดินไปตรงนั้นได้ แต่ถ้าถามว่าปลูกเยอะล้นไหม ล้นครับ ถ้าทำตามมาตรฐานและคุณภาพไม่ได้ ดังนั้น ต้องพัฒนาตัวนี้ขึ้นมาด้วย คุณภาพมาตรฐานต้องคู่กัน”

คุณจักรินทร์ โพธิ์พรม อยู่ที่ 159 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ประธานวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทองอำเภอสร้างคอม พ่วงด้วยตำแหน่งยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรกรหัวก้าวหน้า ผู้คิดพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยให้หลุดพ้นจากความยากจน ที่ไม่เพียงแต่ปลูกเป็น แต่ต้องเป็นนักคิด นักพัฒนาด้วย ทดลองปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ควบคู่กับการทำตลาด จนสามารถพาสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลูกกล้วยหอมทองทำมาตรฐานส่งร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่นได้ทั่วภาคอีสาน และยังทำมาตรฐานส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

คุณจักรินทร์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาปลูกกล้วยหอมทอง ตนเคยทำงานเป็นพนักงานประจำที่กรุงเทพฯ มาก่อน ส่วนจุดเริ่มต้นที่ทำไมถึงมาเป็นเกษตรกร เนื่องจากคุณพ่อมีอายุมากแล้ว ท่านอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดอุดรฯ ดังนั้น ก็ต้องมาคิดแล้วว่า ถ้ากลับไปอยู่อุดรอย่างถาวรจะทำอะไร ถึงจะมีรายได้ ซึ่งในตอนนั้นก็มองดูว่ามีพืชหลายชนิดที่นิยมปลูกกัน คืออ้อย มันสำปะหลัง แต่คิดว่าคนทำเยอะแล้ว แต่สิ่งที่พ่อแนะนำให้ทำคือ ปลูกกล้วยหอม เพราะท่านใช้ประสบการณ์ที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ มานาน และมองว่ากล้วยหอมเป็นพืชสร้างรายได้ดี เมื่อย้อนไปตอนปี’ 37 กล้วยหอมทอง ราคาหวีละ 30-40 บาท 1 เครือ มี 5 หวี ถ้าขายแค่หวีละ 10 บาท ก็ได้ 50 บาท แล้วถ้าค่อยๆ ปลูกวันละ 3 ต้น ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมา จะสามารถอยู่ได้ไหม จึงตัดสินใจพาคุณพ่อกลับบ้านมาเริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทอง วันละ 3 ต้น

เริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกร
ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ
เจ้าของบอกว่า หลังจากตัดสินใจกลับมาเป็นเกษตรกรที่บ้าน สมัคร Royal Online V2 ความรู้การเกษตรที่มีเท่ากับศูนย์ ต้องหาเวลาว่างไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ไกลถึงนนทบุรี เพื่อมาเรียนรู้การปลูก การดูแลกล้วย และก็ได้นำพันธุ์จากที่นนทบุรีกลับมาปลูกด้วย

“เริ่มปลูกกล้วยหอมทอง ปี’38 บนพื้นที่ 4 ไร่ ด้วยความที่ไม่มีความรู้ ก็ไปอาศัยความรู้จากที่ไปเรียนมาก๊อบปี้รูปแบบการปลูกเขามาเกือบทั้งหมด ด้วยการใช้รถแบ๊คโฮขุดลอกคลอง ทำลักษณะคล้ายๆ กับสวนกล้วยที่ปทุมฯ และคิดไว้ว่าจะเอาเรือลงไปวิ่งเหมือนที่นั่น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ลืมคิดไปว่าแหล่งน้ำที่บ้านไม่ได้อุดมสมบูรณ์เหมือนที่ปทุมฯ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน น้ำที่ขุดลอกไว้ยังมี แต่พอถึงเดือนตุลาคมขึ้นไป น้ำแห้ง จึงต้องกลับมาคิดหาวิธีใหม่ให้เหมาะกับสภาพดิน น้ำ ของที่บ้าน ก็ค้นพบว่า จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรมาก แค่ไถแล้วขุดหลุมปลูก มีบ่อบาดาลใช้สายยางรดน้ำแบบธรรมดา หลังจากนั้นเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น ได้มีการขยายพื้นที่ปลูกขึ้นในปีที่ 2 เป็น 12 ไร่ ด้วยการใช้หน่อพันธุ์จากแปลงที่ปลูกไว้มาขยายต่อ และได้มีการพัฒนารูปแบบการปลูกจากหลายตำรา จนสุดท้ายคิดค้นวิธีการปลูกขึ้นมาเป็นระบบน้ำหยด ปูผ้าพลาสติก เพื่อง่ายต่อการควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน และให้คุ้มค่ากับที่ลงทุนไป คือ ปลูก 1 รุ่น สามารถเก็บเกี่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 5-6 รุ่น ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องปลูกแบบรุ่นต่อรุ่น จนถึงปัจจุบันรวมแล้วมีพื้นที่การปลูกกว่า 130 ไร่ และกำลังวางแผนขยายพื้นที่ปลูกเป็น 170 ไร่”

เทคนิคการปลูกกล้วยระบบน้ำหยด
ควบคุมคุณภาพ มาตรฐานส่งออก
คุณจักรินทร์ บอกว่า การปลูกกล้วยแยกเป็น 2 แบบ คือ

ปลูกแบบท้องไร่
ปลูกแบบท้องสวน คือแบบที่ปทุมฯ ปลูก แต่ที่สวนนี้จะปลูกแบบท้องไร่ ไถเตรียมดิน แล้วลงปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก 1 แปลง ใช้ปุ๋ยหมักอยู่ที่ประมาณ ไม่ต่ำกว่า 20 ลิตร ต่อต้น แล้วใช้เครื่องปั่นโปรยทั้งแปลง
ระยะการปลูก …ปัจจุบันปลูกอยู่ที่ความห่าง 1 เมตร ระยะแถว 2 เมตร ระยะห่างจากแถวที่สอง มาแถวที่สาม 2 เมตร จะเป็นลักษณะนี้ 1x2x3 1 ไร่ ปลูกได้ 400 ต้น