ลักษณะทรงพุ่มต้น (canopy) เล็ก (small) ลักษณะเปลือกลำต้น

(bark texture) เรียบ (smooth) การเลื้อยของกิ่ง (climbing of branch)ไม่เลื้อย (no) รูปร่างของใบ (leaf shape) ยาวเรียว (linear-oblong) ปลายใบ (leaf apex) แหลม (acute) ฐานใบ (leaf base) แหลม (acute) ขอบใบ (leaf margin) เรียบ (entire)

ทรงผล (fruit shape) รูปขอบขนาน (oblong) รูปหน้าตัดทรงผลตามขวาง (cross section) ป้อมรี (broad elliptic) ความลึกของฐานผล (deapt stalk cavity) ตื้น (shallow) จุกของผล (prominence of neck) มี (present) ทรงไหล่ด้านท้องผล (shape of ventral shoulder) กลมกว้าง (rounded outward) ทรงไหล่ด้านหลังผล (shape of dorsal shoulder) ไหล่ลาดลง 45 องศา (sloping downward) ร่องฐานผล (groove at fruit base) ไม่มี (absent) รอยเว้าด้านท้องผล (sinus) มี (present) นอไหล่ขวาของผล (lumpiness at right shoulder) ไม่มี (absent)

การออกดอก (flowering) ง่าย (easy) การติดผล (fruit setting) ง่าย (easy) ผลผลิตต่อต้นเมื่ออายุ 10 ปี (yield) 400-500 ผล อายุการเก็บเกี่ยว (harvesting index) 95 วัน ฤดูกาลผลิต (fruiting season) นอกฤดูกาล (out of season) ขนาดผล (fruit size) ความยาว 16.73 เซนติเมตร ความกว้าง 7.45 เซนติเมตร ความหนา 6.9 เซนติเมตร น้ำหนักผล (fruit weight) 400 กรัม สีเนื้อผลดิบ (flesh colour of mature green fruit) YG 8 B กลิ่นของเนื้อ (flesh aroma) มีกลิ่นอ่อน (mild) ความหนาเนื้อ (flesh thickness) 1.96 เซนติเมตร ปริมาณเส้นใยในเนื้อ (quantity of fibre) น้อย (scarce) ปริมาณน้ำในเนื้อ (fruit juiciness) ปานกลาง (intermediate) ความหนาเปลือก (skin thickness) 0.11 เซนติเมตร สีเปลือกผลดิบ (skin colour of green fruit) YG 138 B สีเปลือกผลสุก (skin colour of ripe fruit) YG 1 B รูปทรงของเมล็ด (Stone shape) ขอบขนาน (oblong) ขนาดเมล็ด (stone size) ความกว้าง (width) 3.71 เซนติเมตร ความยาว (length) 13.6 เซนติเมตร ความหนา (thickness) 1.11 เซนติเมตร น้ำหนักเมล็ด (stone weight) 30 กรัม

สภาพพื้นที่ประเทศไทยมีความเหมาะสมในการปลูกข้าวได้คุณภาพดี ผลผลิตข้าวเปลือกนำไปแปรรูปหรือสีเป็นข้าวสารขาว ข้าวกล้อง หรือข้าวอื่นๆ จำหน่ายให้ผู้บริโภค เกษตรกรหรือชาวนาจะมีรายได้จากการขายข้าวเปลือก บางปีข้าวเปลือกขายได้ราคาดีหรือบางปีขายได้ต่ำกว่าทุน วิถีการดำรงชีพของชาวนาจึงไม่มั่นคงเหมือนกับอาชีพอื่น

ข้าวรัชมงคล พระราชดำริเพื่อช่วยเหลือชาวนา เป็นทางเลือกการพัฒนาการปลูกและผลิตข้าวให้ได้คุณภาพ และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ชาวนายกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่วิถีพอเพียงที่มั่นคง

อย่างรถที่นั่งมา…สร้างด้วยฝีมือคนไทย…มีจำนวนสองร้อยกว่าคัน ก็เลยทำให้เห็นว่าน่าจะหาทางที่จะช่วยเหลือคนที่อยู่ในโรงงานนี้..แล้วก็ตั้งใจที่จะสนับสนุนให้เขาตั้งโรงสีเหมือนโรงสีในสวนจิตรฯ…

ข้าวในโรงสีนี้เป็นข้าวที่ซื้อจากเกษตรกรโดยตรง โดยให้ราคาที่เหมาะสม เกษตรกรก็มีความสุขเพราะขายข้าวในราคาที่เหมาะสม และผู้บริโภคก็ซื้อข้าวได้ในราคาถูก เพราะว่าไม่ต้องมีการขนส่งมากเกินไป ไม่ต้องมีคนกลางมากเกินไป ตกลงทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคก็มีความสุข…

คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่ประเทศไทยมีความเหมาะสมต่อการปลูกข้าวได้คุณภาพดี อาชีพการทำนาของเกษตรกรหรือชาวนาเน้นการปลูกและผลิตข้าวเพื่อผู้บริโภคทั้งประเทศ การปลูกต้องมีการเตรียมแปลงนาที่ดี เลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพมาปลูก ใช้ปุ๋ยถูกสูตรถูกเวลาและอัตราส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิต มั่นตรวจแปลงเสมอ เมื่อปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาที่ดีก็จะได้ผลผลิตข้าวคุณภาพที่ตลาดผู้บริโภคต้องการ

พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการแก้ปัญหาและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาปลูกข้าวให้กับพสกนิกรของพระองค์ ที่ก่อให้เกิดโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาข้าว อันนำไปสู่การบำบัดความทุกข์ยาก และเพื่อยกระดับรายได้ในการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวนาให้มั่นคง

โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2504 ภายในสวนจิตรลดา ด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยมุ่งเน้นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยการแปรรูปผลผลิตการเกษตรภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผ่านกระบวนการผลิตที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพและประหยัด

มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อจัดตั้งมูลนิธิข้าวไทย ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2543 เพื่อรักษามรดกวัฒนธรรมข้าวไทย เผยแพร่ความรู้เรื่องข้าว สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาข้าว ตลอดจนสนับสนุนนโยบายต่างๆ เพื่อความคล่องตัวในวงการข้าวไทย และทรงรับมูลนิธิข้าวไทยไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2544

คุณญาดาวดี บัวเรือง เจ้าหน้าที่ด้านตลาด บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด เล่าให้ฟังว่า บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด ก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ก่อตั้งโรงสีตามแบบอย่างโรงสีจิตรลดาเพื่อช่วยเหลือชาวนา รับซื้อข้าวเปลือกราคาเหมาะสมนำมาสีและจำหน่ายในราคาเหมาะสมแก่ผู้บริโภค ผลผลิตพลอยได้จากการสีข้าวจำหน่ายให้แก่ผู้เลี้ยงสัตว์ในราคาต่ำ

บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด เปิดดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2542 เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ในวันที่ 9 กันยายน 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเป็นประธานประกอบพิธีดำเนินการโรงสีข้าว การดำเนินงานได้ยึดปฏิบัติตามแนวทางของโรงสีสวนจิตรลดา รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรโดยตรงมาสี และจำหน่ายในราคาเหมาะสมโดยมิได้มุ่งหวังการค้าเพื่อกำไร แต่ให้คุ้มทุน และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างพอเพียง

โรงสีข้าวมีพื้นที่ดำเนินการ 5 ไร่ ผลิตข้าวสารได้ 600 ตัน ต่อเดือน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวโตโยต้าได้มีส่วนร่วมในการดำเนินตามรอยพระยุคลบาท โดยมีพระราชดำรัสให้จัดสร้างโรงสีข้าวขึ้น พร้อมทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 6 แสนบาท เพื่อเป็นทุนเริ่มต้นในการก่อตั้ง โดยมีพระราชประสงค์เพื่อการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรหรือชาวนาในท้องถิ่นให้ดีขึ้น ด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา และสหกรณ์การเกษตรในราคายุติธรรม พร้อมจำหน่ายข้าวสารในราคาเหมาะสมโดยมิได้หวังผลกำไรจากการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังได้นำ แกลบ รำ และปลายข้าว จำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาย่อมเยา เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ หรือทำปุ๋ยใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งนับได้ว่าเป็นวงจร “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริ

การดำเนินงานโรงสีข้าวนี้รับผิดชอบโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และชมรมความร่วมมือผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้า พร้อมกับได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ สหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และตัวแทนจำหน่ายผู้ประกอบธุรกิจโรงสีข้าว

ข้าวรัชมงคล พระราชดำริเพื่อช่วยเหลือชาวนา ทางเลือกในการพัฒนาการปลูกและผลิตข้าวคุณภาพเพื่อผู้บริโภค เกษตรกรหรือชาวนาสามารถยกระดับรายได้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตในแบบวิถีพอเพียงที่มีความมั่นคง

สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณญาดาวดี บัวเรือง บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด โทร. (094) 548-6948 หรือ คุณวิฑูรย์ ไทยถาวร หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์ กรมการข้าว ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. (02) 561-2070 หรือ โทร. (086) 414-1700 ก็ได้เช่นกันครับ

วันที่ 17 มีนาคม 2560 เวลา 08.00 น. ที่ จังหวัดอุทัยธานี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยนายนุภาษ สันตยานนท์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ดูสวนแตงร้าน ของนายสุชิน แสกรุง เกษตรกร ต.หาดทนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ที่ได้ปรับเปลี่ยนปลูกพืชอายุสั้น ทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง ภายใต้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำเพื่อการเกษตร 1 ใน 6 มาตรการของแผนเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งด้านการเกษตร ปี 2559/60 ซึ่งได้ผลลัพธ์จากการปลูกที่ดีกว่าการทำนา ทำให้มีรายได้ทดแทนจากการงดเว้นการปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้ง อีกด้วย

นายสุชิน เล่าว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นแต่ก่อนเคยทำนา เดิมทีครอบครัวตนเองนั้นได้ทำการขอซื้อมา เพื่อจะมาทำไร่ข้าวโพด แต่ช่วงนั้นตนฉุกคิดได้ว่า ที่นี่ไม่มีใครปลูกแตงกวาเลย ตนจึงอยากลองทำแตงกวาหน้าแล้งดูอาจจะได้ผลผลิตและรายได้ที่ดีกว่าก็เป็นได้ เพราะคนปลูกกันน้อยทำให้จำหน่ายแตงกวาได้ไม่ยากเพราะยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ก็เสี่ยงกับการขาดทุนสูง เนื่องจากว่าช่วงหน้าแล้ง จะปลูกแตงกวายากมาก แต่ตนเองนั้นก็อยากที่จะลองเสี่ยงปลูกแตงกวาดู เพราะเห็นว่ามีระบบน้ำที่ดี ก็เลยได้ผลดีตามมาอย่างที่คิดไว้

นายสุชินกล่าวต่อว่า โดยครั้งนี้ขึ้นทำเป็นรุ่นแรก ลงทุนทำประมาณ 2 ไร่ เป็นเงินประมาณ 30,000 บาท แบ่งเป็นค่ารถไถ ค่าวัสดุอุปกรณ์ไม้ไผ่ ตาข่าย เมล็ดพันธุ์ และระบบน้ำ ซึ่งได้รับการสนันสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการให้คำแนะนำเรื่องระบบน้ำ รวมถึงเมล็ดพันธุ์ และวิธีการปลูกพืชแบบปลอดสารพิษที่ผ่านการรับรอง GMP ส่วนในด้านการดูแลรักษานั้น จะทำการให้น้ำวันเว้นวัน โดยจะให้น้ำในช่วงเย็นเท่านั้น ซึ่งแตงกวาจะมีอายุเก็บเกี่ยว 35 วัน โดยการลงทุนครั้งเดียวจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ถึง 2 รุ่น

ซึ่งในรุ่นแรกก็จะได้ทุนคืนมา ส่วนรุ่นหลังก็เป็นกำไร ถือว่าคุ้มค่ามากในการใช้เวลาปลูกเพียง 2 เดือน โดยจากการประเมินแล้วนั้รคาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 15 ตัน ซึ่งตอนนี้ตลาดรับซื้อแตงกวาราคาดีมาก ถึงกิโลกรัมละ 10 บาท ก็จะได้ราวๆ 150,000 บาท เนื่องจากตอนนี้มีคนปลูกน้อย ตลาดจึงมีความต้องการสูง นายสุชิน กล่าว
ด้านนายแมนรัตน์ กล่าวว่า เกษตรกรรายนี้ ถือเป็นเกษตรกรตัวอย่างในการลดพื้นที่การปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้ง ด้วยการปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ซึ่งได้ผลดีมาก ในระยะเวลา 2 เดือน มีรายได้ถึงประมาณ 100,000 บาท โดยที่ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท แม้อาจจะดูต้นทุนสูง แต่ผลกำไรที่ได้ก็สูงเช่นกัน เพราะภายใน 2 เดือนนี้ มีรายได้สูงกว่าการทำนา ถึง 10 เท่า ในขณะเดียวกันยังเป็นการลดการใช้น้ำและประมาณ 4-5 เท่า หากเทียบกับการทำนา

“จึงอยากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องเกษตรกร ที่ทำนาอยู่ในขณะนี้ว่า อยากให้งดเว้นทำนาปรังในช่วงนี้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการขาดน้ำและขาดทุนสูงมาก อยากให้ทดลองปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรในด้านอื่น อาจจะไม่ปลูกแตงกวาก็ได้ แต่ให้ยึดหลักทำในสิ่งที่ตนเองถนัดและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงขาดทุนได้ หรือหากไม่มีความรู้ใดๆในการที่จะปรับเปลี่ยนทำการเกษตร สามารถติดต่อขอคำปรึกษาในด้านการทำเกษตร ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี หรือ สำนักงานเกษตรประจำอำเภอได้ เพื่อให้ชาวนาได้มีความรู้ความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อยากให้ลองปรับเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงการทำการเกษตรให้เข้ากับฤดูกาลเพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ที่ผ่านมาก็มีเกษตรกรตัวอย่างในการทำพืชที่ใช้น้ำน้อย และประสบผลสำเร็จให้เห็นอยู่จำนวนมาก และจากนี้ทางจังหวัดอุทัยธานี จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันสร้างความเข้าใจและสร้างการรับรู้ รณรงค์ให้เกษตรกรในจังหวัดอุทัยธานี หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยในหน้าแล้งอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” นายแมนรัตน์ กล่าว

ทุเรียน ผลไม้ยอดนิยมของไทย ถูกยกย่องให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้ ”(king of fruit) เพราะมีลักษณะเด่นโดนใจผู้บริโภค ทั้งเนื้อสีเหลืองทอง ดูสวยงาม รสชาติหวานมัน เคี้ยวนุ่มลิ้น เคี้ยวอร่อยกินเพลินจนแทบหยุดไม่ได้ ทำให้ทุเรียนไทยเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โกยรายได้เข้าประเทศมากกว่าปีละ 3,500 ล้านบาท โดยเฉพาะ“ หมอนทอง” เป็นทุเรียนพันธุ์ดีที่สุด เหมาะสำหรับทานผลสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

สำนักงานเกษตรอำเภอแกลง จังหวัดระยอง โทร. (038) 671-379 ได้ยกย่องให้ สวนทุเรียนหมอนทองของ คุณลุงเสด ใจดี ปราชญ์ไม้ผล แห่งอำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการดูแลจัดการสวนทุเรียนคุณภาพ เพราะมีลักษณะเด่นที่น่าสนใจไว้ดังนี้ 1.การเตรียมสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์พวกขี้ไก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพและใช้ประโยชน์จากกิ่งและใบทุเรียนที่ตัดแต่งออก โดยสุมไว้ใต้ทรงต้น ปล่อยให้ผุพัง ทำให้ดินดีขึ้นแล้วก็กลายเป็นปุ๋ยทุเรียน

ปุ๋ยหมักชีวภาพทำจากวัสดุหาง่ายในพื้นที่ เช่น ใบตำลึงหรือผักบุ้ง กล้วยน้ำว้า น้ำตาลทรายแดง นำไปหมักให้สลายตัวจนได้ที่ สามารถใช้เป็นปุ๋ยทางใบ หรือทางดิน ทำให้ทุเรียนได้รับฮอร์โมนและธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์และเป็นสารไล่แมลงศัตรูทุเรียนบางชนิดได้อีกด้วย

มีการให้น้ำทุเรียนตลอดปี แต่ให้ในระดับที่เหมาะสมตามช่วงเวลา แสงแดด และฤดูกาล ช่วยให้ทุเรียนมีความแข็งแรง สามารถได้รับธาตุอาหารจากดินตลอดฤดู ช่วยในการย่อยสลายอินทรียวัตถุ และปรับสภาพแวดล้อมในดินให้เหมาะสม มีผลต่อจำนวนประชากรของไส้เดือนดินที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อต้นทุเรียนแบบถาวร 4. การใส่ปุ๋ยเคมีพิจารณาตามความต้องการของต้นทุเรียน โดยการสังเกตดูใบและปริมาณผลผลิตที่ตัดออกจากสวน/ต้น การใส่ปุ๋ยขี้ไก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

การตัดแต่งผลทุเรียนเพื่อเลี้ยงไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกขนาดของกิ่งที่ไว้ผล จำนวนผลทุเรียน/กิ่ง จำนวนผลทุเรียน/ช่อ และการเลือกตัดแต่งผลที่ไม่ต้องการทิ้งไป 6. มีการวางแผนการผลิตและบริหารจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ตรวจสอบค่าใช้จ่าย รายรับทางระบบบัญชี และประยุกต์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่โดยการเรียนรู้และประเมินผล 7. จุดเน้นที่พัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างเคร่งครัด มีความซื่อสัตย์ต่อคู่ค้า และเป็นผู้นำด้านความรู้และการปฏิบัติในชุมชนและบุคคลทั่วไป

ตัดแต่งช่อผล : เทคนิคการเพิ่มคุณภาพ

จากประสบการณ์การทำสวนทุเรียนกว่า 50 ปี ทำให้ลุงเสดได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงว่า ไม่ควรเก็บทุเรียนจนเต็มต้นเพราะจะทำให้อาหารไม่พอไปเลี้ยงผล ทำให้ผลทุเรียนมีขนาดเล็ก พูไม่เต็มและผลบิดเบี้ยว ปัจจุบันสวนแห่งนี้ เลือกที่จะตัดแต่งผลทุเรียนไว้เพียง 60-80 ผลต่อต้น เท่านั้นโดยคำนวณขนาดของต้นทุเรียนและดูจำนวนกิ่งใหญ่ที่จะเอาไว้ผลด้วย

การตัดแต่งลูกทุเรียน จะทำการตัดแต่งผล 4 ครั้ง ตามระยะการเติบโตของลูกทุเรียน ครั้งที่ 1 ระยะที่ผลทุเรียนอ่อนมีขนาดเท่ากับไข่นกกระทา จะตัดผลอ่อนที่มีหางแย้ (ส่วนที่ยื่นจากปลายผลทุเรียนอ่อนยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ดูคล้ายปลายหางแย้) ที่โค้งบิดเข้าหาผลทิ้งไป เลือกเอาไว้เฉพาะผลทุเรียนที่มีหางแย้ตรงเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลทุเรียนที่สมบูรณ์ พูเต็มทุกด้าน หากเลือกผลอ่อนที่หางแย้บิดเบี้ยวไว้จะได้ทุเรียนที่มีทรงผลบิดเบี้ยว บางส่วนของผลจะลีบ ไม่มีเนื้อหรือไม่เต็มพู (ทรงแป้ว) ไม่ได้คุณภาพ ขายไม่ได้ราคา

ครั้งที่ 2 ตัดแต่งผลหลังจากครั้งแรกประมาณ 15-20 วัน ดูว่าขนาดผลทุเรียนประมาณไข่ไก่ รูปทรงผลจะเริ่มชัดเจนขึ้นกว่าครั้งแรก ก็ยังคงเลือกตัดผลทุเรียนที่มีหางแย้บิดเบี้ยวออกทิ้งไป คำนวณว่าเอาไว้ 60-80 ลูก ต่อต้น อาจเผื่อไว้อีกนิดหน่อยก็ได้ การเลี้ยงผลจะเลือกไว้เฉพาะกับกิ่งที่ใหญ่ โดยเฉลี่ยก็ราวๆ 2-4 ผล ต่อกิ่ง เท่านั้น

ครั้งที่ 3 ตัดแต่งผลทุเรียนเมื่อมีขนาดของผลเท่ากับกระป๋องนมโดยประมาณ เลือกตัดผลทุเรียนที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนมากแต่จะมีหลงเหลือมาไม่มากนัก ผลทุเรียนเกือบทั้งหมดค่อนข้างสมบูรณ์ดีแล้ว ครั้งที่ 4 นั้น จะดูว่า มีผลทุเรียนที่บิดเบี้ยว ทรงไม่ได้คุณภาพหลงเหลืออีกหรือไม่ หากพบก็ตัดทิ้งไป ปกติก็จะมีสัก 1-3 ผล ต่อต้น เท่านั้น แต่หากพอรับได้ก็จะเก็บไว้ตัดขายต่อไป

ให้น้ำ ให้ปุ๋ยสม่ำเสมอ

เพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนคุณภาพดี ต้องเริ่มจากเตรียมต้นแม่ให้สมบูรณ์เสียก่อนโดยให้น้ำและให้ปุ๋ยตลอดปี หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เกษตรกรจะรีบบำรุงต้นทันที เริ่มจากตัดแต่งกิ่งที่โทรม กิ่งตายและกิ่งที่ไม่ต้องการออกก่อน เติมน้ำและให้ปุ๋ยควบคู่กันไป โดยให้ปุ๋ยขี้วัวต้นละ 10 กิโลกรัม ร่วมกับปุ๋ยสูตร 12-12-17+2 อัตราต้นละ 2 กิโลกรัม โดยหว่านปุ๋ย ห่างจากโคนต้นทุเรียนสัก 1 เมตร และให้ปุ๋ยหมักชีวภาพ (ปุ๋ยจุลินทรีย์) พร้อมกับน้ำ อัตรา 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร สลับกับการฉีดพ่นทางใบ เพื่อให้ต้นทุเรียนสะสมอาหารให้เพียงพอกับการออกดอกรุ่นต่อไป

ที่นี่ปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง โดยการหมักใบตำลึงหรือผักบุ้งหั่นหรือบดละเอียด 3 กิโลกรัม กล้วยน้ำว้าสุกหั่นหรือบดละเอียด 3 กิโลกรัม น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลแดง 2 กิโลกรัม นำส่วนผสมทั้งหมดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำไปหมักในภาชนะปิดฝา ทิ้งไว้สัก 15 วัน แล้วจึงเติมน้ำลงไปอีก 20 ลิตร คนให้เข้ากัน หมักต่อทิ้งไว้ 15-20 วัน กรองเอากากออกจะได้น้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นไว้ใช้ต่อเชื้อในปริมาณที่มากขึ้น

วิธีการขยายเชื้อทำน้ำหมักใช้ คือใช้น้ำหมักหัวเชื้อ 10 ลิตร ผสมน้ำตาลทรายแดง 10 กิโลกรัม หมักกับน้ำ 200 ลิตร คนให้เข้ากันดี หมักในภาชนะปิดฝาอีก 1-5 เดือน ก็นำออกมาใส่หรือฉีดต้นทุเรียนได้ การใช้กับทุเรียน คือใช้น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร ผสมน้ำ 100 ลิตร ไปฉีดพ่นทางใบเพื่อช่วยให้ทุเรียนได้ปุ๋ยเร็วขึ้น ส่วนอีกทางก็ให้ไปพร้อมกับการให้น้ำระบบสปริงเกลอร์ ต้นละประมาณ 80-100 ลิตร ต่อครั้ง เทคนิคคือจะให้น้ำในทรงพุ่มเท่านั้น ไม่กระจายถึงปลายทรงพุ่ม เพราะจะทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อน ไม่สร้างดอกสร้างผล วิธีการนี้จะทำให้ทุเรียนได้รับปุ๋ยอย่างเต็มที่ ลองใช้มือปาดหน้าดินดูจะพบว่ามีรากทุเรียนเล็กๆ เส้นสีขาวแผ่กระจายเต็มไปหมดเลย นั่นแสดงว่าใช้ได้ สำหรับกิ่งและใบทุเรียนที่ตัดแต่งออกก็นำสุมไว้บริเวณใต้ต้นทุเรียน ปล่อยให้มันจะผุพังสลายตัวเป็นอินทรียวัตถุและเป็นปุ๋ยในที่สุด

สวนทุเรียน GAP ผลผลิตคุณภาพดี ขายได้กำไรสูง

สวนทุเรียนหมอนทองแห่งนี้ ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 780 ต้น ปลูกทุเรียนกระดุมบ้างเล็กน้อย เพราะออกก่อนและแก่เร็วกว่าเพื่อน นอกจากนี้ยังปลูกมังคุดกับลองกองอีกประมาณ 200 กว่าต้น เพื่อเป็นเงินเดือนคนงานและค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่รายได้หลักนั้นมาจากทุเรียนหมอนทอง รวมเป็นเงินมากกว่า 3 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีผลกำไรก้อนโต เพราะการดูแลจัดการสวนลักษณะนี้ มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ ใช้แรงงานในครอบครัวเป็นหลัก

การปฏิบัติในสวน คุณลุงเสดเป็นคนจัดการทุกด้าน ตั้งแต่การใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ตัดแต่งกิ่ง ดอก ผล ซึ่งะวางแผนการทำงานไว้อย่างเป็นขั้นตอนตลอดทั้งปี แล้วมอบหมายให้ลูกหลานและคนงานไปทำ คอยแนะนำ ควบคุมดูแลและลงมือทำไปด้วย ให้เป็นไปตามช่วงเวลาและกิจกรรมที่ต้องดำเนินการ จนที่สุดถึงการขายผลผลิต ในลักษณะขายทุเรียนแบบเหมายกสวน

เนื่องจากสวนแห่งนี้ คาสิโนออนไลน์ ปลูกดูแลในลักษณะทุเรียนปลอดสารพิษ ผ่านการรับรองแปลงผลิตตามระบบ GAP จากกรมวิชาการเกษตร ทุเรียนทุกลูกมีสภาพสมบูรณ์เต็มพู เปลือกบาง เนื้อมากเมล็ดลีบ เนื้อสีเหลืองทองสวยงาม เหนียวเนียน รสชาติหวานมัน กลิ่นหอม เส้นใยในเนื้อน้อย เนื้อแห้งร่อน ไม่ติดพู แกะง่าย จับถือไม่เปื้อนมือ (ไม่ติดมือ) เก็บไว้ได้นาน สุกเนื้อไม่เละ ไม่เน่าไม่เสียง่าย ผิวสะอาดทุกลูก ปราศจากโรคและแมลงศัตรู สารปนเปื้อน จุดเด่นดังกล่าว ทำให้สินค้าทุเรียนหมอนทองของสวนแห่งนี้ ขายได้ ขายดี ส่งเข้าประกวดงานผลไม้ประจำปีจังหวัดระยองก็คว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้วหลายครั้ง ผู้สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ลุงเสด ใจดี ได้ที่เบอร์โทร.

นิทรรศการโครงการ “รางวัลนักคิดสิ่งประดิษฐ์รุ่นใหม่” ประจำปี 2560 ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2560 ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2560 ณ Event Hall 102-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ มีผลงานนวัตกรรมที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ทั้งสิ่งประดิษฐ์ด้านเกษตร อาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเกษตร เป็นต้น

หนึ่งในนวัตกรรมรางวัลสิ่งประดิษฐ์แห่งชาติ ประจำปี 2560 จากสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่อยากนำมาบอกเล่าในฉบับนี้ คือ “ถุงห่อชมพู่ หวานแน่ กรอบนาน” ของ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ช่วยให้ผลชมพู่มีสีแดงสวยงามสม่ำเสมอ รสชาติหวานขึ้นกว่าเดิม 40 เปอร์เซ็นต์ เนื้อแน่นกรอบกว่าเดิม 2 เท่า แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพชมพู่ทับทิมจันท์ หนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่เป็นคู่ค้าหลัก นวัตกรรมดังกล่าวจะทำให้สินค้าไม่มีการตีกลับจากผู้ค้าต่างชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันกับชมพู่ของไต้หวันได้ในอนาคต