สับปะรด MD2 ” ที่มีรสชาติหวาน หอม เนื้อมีสีเหลืองเข้ม

เนื้อตัน แน่น และไม่เป็นโพรง มีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่นๆ เมื่อรับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ทำให้คนรับประทานได้มากขึ้น เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนจากผิวสีเขียวเป็นสีเหลืองทองทั้งผล ทำให้เป็นที่ดึงดูดลูกค้า ได้รับการพัฒนามาเพื่อให้เดินทางขนส่งทางเรือได้ โดยไม่เป็น “ไส้สีน้ำตาล” เมื่อต้องอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส นานเกิน 10 วัน

“ สับปะรดพันธุ์ทองระยอง ” ผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิด ที่สาวกเฮลตี้ไม่ควรพลาด สับปะรดพันธุ์ทองระยอง เป็นผลไม้เศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ของจังหวัดระยอง เกษตรกรชาวจังหวัดระยองได้นำสับปะรดกลุ่ม”ควีน” มาปลูกและพัฒนาจนได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพและรสชาติอร่อยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แถม สับปะรด “ทองระยอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทสับปะรดกินผลสด ในกลุ่มควีน จากการประกวด ผัก ผลไม้ ที่สวนนงนุช จังหวัดชลบุรีเมื่อปี 2558

สับปะรดพันธุ์ทองระยอง มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขอบใบ ต้น จุก จะมีหนามสั้นและแหลมคม มีผลเป็นทรงกระบอก น้ำหนักลูกประมาณ 0.7-1.5 กิโลกรัม ตาสับปะรดนูนไม่แบน เมื่อผลแก่จัดเปลือกและเนื้อในจะเป็นสีเหลืองทอง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติหวานนำเปรี้ยว เนื้อกรอบ แกนกรอบกินได้หมด เนื้อแน่นไม่เป็นโพรง ที่สำคัญ ไม่มีปัญหากัดลิ้นเหมือนกับสับปะรดทั่วไป

11.40-12.10 เสวนา “ข้าวธรรมธุรกิจ” โดยคุณพิเชษฐ์ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ธรรมธุรกิจ ชาวนาธรรมชาติ จำกัด

12.10-13.00 น.สาธิตเมนูข้าวเด็ด “ข้าวเหนียวเปียกลำไย” โดยอาจารย์พะเยาว์ กฤษแก้ว (เจ้าเก่าติวานนท์) 13.00-13.50 เสวนา ข้าวรัชมงคล โรงสีข้าวตามแนวพระราชดำริ โดยคุณอร่าม แก้วโชติรุ่งเรือง ผู้จัดการ บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด ดำเนินรายการโดยคุณอัญชัญ พัฒนประเทศ

14.00-14.40 น.มหัศจรรย์กล้วยน้ำว้ายักษ์พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่น่าปลูก โดยคุณพัชนี ตุษยะเดช ดำเนินรายการโดยคุณพัฒนา นรมาศ

15.00-16.00 น.สาธิต เมนูเด็ดสูตรเชฟดัง “ข้าวอบสับปะรด”และ “ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ” โดยเชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ 16.00-17.20 น.เทคนิคปลูกแคนตาลูปให้ได้เงินล้าน โดยคุณยศวัมต์ ศิริอธิพันธ์ ดำเนินรายการโดยคุณพัฒนา นรมาศ

17.30-19.00 แจกพืชผลของพ่อ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หากใครว่างอยากชวนมา ชม ช็อป สับปะรดคุณภาพดี รสชาติอร่อย ในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2016 ภายใต้ธีมงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล” ณ เอ็มซีซีฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้ขนสับปะรดหลากหลายสายพันธุ์ทั้งสับปะรดผลสด หน่อพันธุ์สับปะรด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรด เช่น สับปะรดกวน ข้าวเกรียบสับปะรด รสชาติอร่อย ให้ผู้สนใจเลือกซื้อติดมือกลับไปในราคาไม่แพง

สับปะรดพันธุ์ฉีกตา ( พันธุ์เพชรบุรี ) ที่เหมาะสำหรับรับประทาน ผลสด ถูกพัฒนาพันธุ์โดย ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และสถานีทดลองพืชสวนเพชรบุรี จุดเด่นของสับปะรดพันธุ์นี้คือ มีการเจริญเติบโตดี สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในสภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ไม่ชอบพื้นที่ที่มีน้ำขังแฉะ ให้ ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ภูเก็ตและสวี ซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธุ์เดียวกัน 17.7% และ 23.2% ตามลำดับ รสชาดหวานอมเปรี้ยว ปริมาณ soluble solids สูงถึง 16.9 องศา Brix และมีปริมาณกรดค่อนข้างต่ำเท่ากับ 0.45 % มีกลิ่นหอมแรง เนื้อกรอบใกล้เคียงกับพันธุ์สวีและภูเก็ต สีเนื้อเหลืองอมส้มสม่ำเสมอ สามารถแกะแยกผลย่อยหรือตา (fruitlet) ออกจากกันโดยง่าย และรับประทานแกนผลได้

“ สับปะรด MD2 ” ที่มีรสชาติหวาน หอม เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อตัน แน่น และไม่เป็นโพรง มีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่นๆ เมื่อรับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ทำให้คนรับประทานได้มากขึ้น เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนจากผิวสีเขียวเป็นสีเหลืองทองทั้งผล ทำให้เป็นที่ดึงดูดลูกค้า ได้รับการพัฒนามาเพื่อให้เดินทางขนส่งทางเรือได้ โดยไม่เป็น “ไส้สีน้ำตาล” เมื่อต้องอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส นานเกิน 10 วัน

“ สับปะรดพันธุ์ทองระยอง ” ผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิด ที่สาวกเฮลตี้ไม่ควรพลาด สับปะรดพันธุ์ทองระยอง เป็นผลไม้เศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ของจังหวัดระยอง เกษตรกรชาวจังหวัดระยองได้นำสับปะรดกลุ่ม”ควีน” มาปลูกและพัฒนาจนได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพและรสชาติอร่อยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แถม สับปะรด “ทองระยอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทสับปะรดกินผลสด ในกลุ่มควีน จากการประกวด ผัก ผลไม้ ที่สวนนงนุช จังหวัดชลบุรีเมื่อปี 2558

สับปะรดพันธุ์ทองระยอง มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขอบใบ ต้น จุก จะมีหนามสั้นและแหลมคม มีผลเป็นทรงกระบอก น้ำหนักลูกประมาณ 0.7-1.5 กิโลกรัม ตาสับปะรดนูนไม่แบน เมื่อผลแก่จัดเปลือกและเนื้อในจะเป็นสีเหลืองทอง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติหวานนำเปรี้ยว เนื้อกรอบ แกนกรอบกินได้หมด เนื้อแน่นไม่เป็นโพรง ที่สำคัญ ไม่มีปัญหากัดลิ้นเหมือนกับสับปะรดทั่วไป

11.40-12.10 เสวนา “ข้าวธรรมธุรกิจ” โดยคุณพิเชษฐ์ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ธรรมธุรกิจ ชาวนาธรรมชาติ จำกัด

12.10-13.00 น.สาธิตเมนูข้าวเด็ด “ข้าวเหนียวเปียกลำไย” โดยอาจารย์พะเยาว์ กฤษแก้ว (เจ้าเก่าติวานนท์) 13.00-13.50 เสวนา ข้าวรัชมงคล โรงสีข้าวตามแนวพระราชดำริ โดยคุณอร่าม แก้วโชติรุ่งเรือง ผู้จัดการ บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด ดำเนินรายการโดยคุณอัญชัญ พัฒนประเทศ

14.00-14.40 น.มหัศจรรย์กล้วยน้ำว้ายักษ์พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่น่าปลูก โดยคุณพัชนี ตุษยะเดช ดำเนินรายการโดยคุณพัฒนา นรมาศ

15.00-16.00 น.สาธิต เมนูเด็ดสูตรเชฟดัง “ข้าวอบสับปะรด”และ “ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ” โดยเชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ 16.00-17.20 น.เทคนิคปลูกแคนตาลูปให้ได้เงินล้าน โดยคุณยศวัมต์ ศิริอธิพันธ์ ดำเนินรายการโดยคุณพัฒนา นรมาศ

17.30-19.00 แจกพืชผลของพ่อ ปลีเป็นทรงกระบอก ยาวเรียวเส้นผ่านศูนย์กลางปลี 6 – 7 เซนติเมตร ยาว 20 – 25 เซนติเมตร กาบปลีมีสีม่วงอ่อน สีนวลมาก เครือหนึ่งจำนวนผลน้อย แต่ผลมีขนาดใหญ่มาก ผลกว้าง 5 – 6 เซนติเมตร ยาว 25 – 30 เซนติเมตร

ผลใช้รับประทานสุกจะออกเปรี้ยวนิดๆ นิยมเชื่อม หรือหั่นเป็นชิ้นๆทอดเหมือนมันฝรั่งอร่อยมาก

กล้วยงาช้างจะออกปลีได้แค่ 1-3 หวีใน 1 เครือหรือปกติมักจะมีแค่ 1หวีต่อเครือ 1 หวีจะมีประมาณ 10-12 ลูก

หนองคาย – นางมณี วงศ์ษาพาน หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ ในปี 2560 สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง เข้าร่วมสนับสนุนโครงการในจังหวัดหนองคาย โดยผ่านสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดใน 2 พื้นที่ พื้นที่แรก ได้แก่ ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง และตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จัดรูปที่ดินอยู่แล้ว 8,000 ไร่ มีเกษตรกร 700 ราย โดยได้จัดประชุมแกนนำท้องถิ่นไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งตกลงเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ อยู่ระหว่างสำรวจรายชื่อเกษตรกร ก่อนเสนอบรรจุเข้าแผนงานของกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับพื้นที่แห่งที่ 2 ตำบลหินโงม ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ตั้งใจส่งเสริมเป็นพื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐจังหวัดริเริ่มพัฒนาพื้นที่แปลงนี้มาแต่ต้น ตั้งแต่จ้างแรงงานเกษตรกรขุดลอกคลอง ขยายพื้นที่การรับน้ำได้มากขึ้นถึง 5 ตำบล และก่อสร้างถนน ให้สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย เข้าไปก่อสร้างจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้การกระจายน้ำรายแปลงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อปี 2559 สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดหนองคายเข้าไปสนับสนุนโครงการแปลงใหญ่ข้าวตำบลโพธิ์ตาก อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ในพื้นที่รับน้ำโครงการห้วยโมง P.10 และโครงการห้วยทอน (ตอนล่าง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เตรียมพร้อมจัดรูปที่ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการผลิต และแปลงใหญ่ข้าว ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย ในพื้นที่รับน้ำ สถานีสูบน้ำบ้านเดื่อ บ้านร่องถ่อน และบ้านเวิน ซึ่งในเบื้องต้นได้เข้าไปพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อที่จะจัดระบบน้ำในอนาคต

“ทั้งสองพื้นที่ประกาศเป็นเขตเกษตรแปลงใหญ่ข้าวแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดรูปที่ดิน พูดคุยกับเกษตรกรแล้วยินดีที่จะเข้าโครงการจัดรูปที่ดิน จะทำให้โครงการเกษตรแปลงใหญ่สมบูรณ์ขึ้น ทั้งเรื่องน้ำ และเส้นทางลำเลียง นอกเหนือจากรวมกลุ่มเพื่อผลิตและขาย” นางมณี กล่าว

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยผลประชุมคณะทำงานกำหนดแนวทาง “เตรียมอาชีวะ” ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพตามนโยบายเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ 60 ต่อสายสามัญ 40 ในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยได้สรุปแนวทางเบื้องต้นที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมถึงแนวทางที่จะดำเนินการ ประมาณ 10 แนวทาง อาทิ การจัดหลักสูตรทวิศึกษาในโรงเรียนสายสามัญ การจัดการศึกษาทวิภาคีในสถานประกอบการ การฟื้นโครงการอาชีวศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบท (อศ.กช.) เพื่อสอนสายอาชีพทุกสาขาให้กับประชาชนด้วย โดยเปิดรับผู้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พิเศษ การฟื้นโครงการเตรียมอาชีวะ (Pre-Vec Ed) ซึ่งเคยดำเนินการเมื่อปี 2526 ด้วยการรับเด็กที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าเรียนสายสามัญและอาชีพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น (ปวต.) และการันตีการมีงานทำ โดยประสานสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) เพื่อหารือในเรื่องมาตรฐานอาชีพ เพื่อให้เด็กมีฐานเงินเดือนตามศักยภาพความรู้ความสามารถ ซึ่งจะสูงกว่าเด็กสายสามัญ

นอกจากเรียนฟรีแล้ว ประชาชนยังสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นแรงงานฝีมือและมีความรู้พื้นฐานทางอาชีพ ขณะที่นักเรียน นักศึกษา ยังมีรายได้ระหว่างเรียน และมีงานทำมีรายได้ที่ดีหลังเรียนจบ สำหรับประเด็นที่กังวลว่าครูผู้สอนโดยเฉพาะสายสามัญอาจไม่เพียงพอนั้น เนื่องจากเราไม่สามารถขอเปิดอัตราครูผู้ช่วยในสายนี้ได้ จึงอาจใช้วิธีการยืมครู กศน. มาช่วยสอนแทน ซึ่งเชื่อว่าไม่มีปัญหาเพราะปัจจุบันเราก็ส่งครูอาชีวะไปช่วยสอนนักศึกษา กศน. อยู่แล้ว โดยแนวทางเหล่านี้สามารถเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพได้กว่า 100,000 คน และยกระดับวิทยาลัยขนาดเล็ก 301 แห่ง ให้เป็นวิทยาลัยขนาดกลางที่มีคุณภาพการเรียนการสอนที่ดีขึ้นจากการรับเงินอุดหนุนรายหัวที่มากขึ้น เบื้องต้นตนขอให้คณะทำงานเร่งสรุปให้แล้วเสร็จในวันที่ 9 ธันวาคม เพื่อเสนอให้ รมว. ศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาและสั่งการต่อไป

ผศ.ดร. วิลาวัณย์ ภูมิดอนมิ่ง ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาหารพื้นบ้านที่ทำจากปลา เช่น ปลาส้ม ปลาร้า ปลาจ่อม หรือก้อยปลา ซึ่งเป็นอาหารที่ทำจากปลาวงศ์ปลาตะเพียนที่อาจมีระยะการติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมบริโภคแบบไม่ผ่านกรรมวิธีปรุงสุกหรือบริโภคแบบสุกๆ ดิบๆ จึงมีโอกาสได้รับพยาธิระยะติดต่อที่อยู่ในปลาเข้าไป ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

นักวิจัย ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มน. จึงได้ร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบการภายใต้โครงการ Talent Mobility หรือศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility (อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร) คิดค้นกรรมวิธีกำจัดระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับในปลาที่ใช้ทำอาหารพื้นบ้าน ในที่สุดได้ค้นพบกรรมวิธีการผลิตอาหารพื้นบ้านที่ทำจากปลาวงศ์ปลาตะเพียนให้ปลอดภัยจากพยาธิใบไม้ตับ โดยการใช้อุณหภูมิแช่แข็งกำจัดระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับที่อยู่ในปลา

ผศ.ดร. วิลาวัณย์ กล่าวว่า การนำปลาที่จะใช้ทำอาหารพื้นบ้าน เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาวสร้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาจีน ไปแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เช่น การแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นทั่วไป หรือแช่แข็งในตู้แช่แข็งพิเศษ เป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้ว จะทำให้ระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับที่อยู่ในปลาตาย เนื่องด้วยอุณหภูมิดังกล่าวจะทำให้โมเลกุลของน้ำที่อยู่ในตัวและชีสต์ของพยาธิเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง ทำให้เซลล์พยาธิแตกและพยาธิตายได้ แต่ปลาที่ผ่านการแช่แข็งที่อุณหภูมิดังกล่าวจะยังมีความสดสามารถนำไปผสมกับส่วนประกอบต่างๆ ในสูตรการทำปลาส้ม ปลาร้า ปลาจ่อม หรือก้อยปลา ดังนั้น อาหารพื้นบ้านที่ผลิตด้วยขั้นตอนวิธีการดังกล่าวจะปลอดภัยไม่มีพยาธิใบไม้ตับที่จะติดต่อมาสู่คน

“กรรมวิธีการผลิตปลาส้มแต่ดั้งเดิมทำโดยการนำปลามาล้างทำความสะอาด ตัดหัว ควักไส้ และบั้ง จากนั้นนำไปผสมกับข้าวสุก เกลือ กระเทียมผสมให้เข้ากัน แล้วบรรจุใส่ภาชนะปิดสนิท ปิดฝาให้มิดชิด 3-4 วัน แล้วจึงนำมาบริโภค ซึ่งการทำปลาส้มโดยการหมักปลาที่มีความเข้มข้นของเกลือต่ำ ในระยะเวลา 3-4 วัน ไม่สามารถกำจัดระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับที่อาจปนเปื้อนในปลาได้ ดังนั้น การทำปลาส้มปลอดพยาธิทำได้โดย นำปลาที่จะใช้ทำปลาส้มไปแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เช่น ในช่องแข็งของตู้เย็นทั่วไป หรือตู้แช่แข็งพิเศษ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำปลาไปผสมกับเกลือทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างกำจัดกลิ่นคาวและความเค็มออกด้วยน้ำแป้งข้าวเจ้า จากนั้นนำปลามาผสมกับเกลือไอโอดีน กระเทียมบด และข้าวสุก ผสมให้เข้ากัน บรรจุใส่ภาชนะปิดสนิท ปิดฝาให้มิดชิดเป็นเวลา 3-4 วัน ทำให้ปลาส้มที่ผลิตด้วยกรรมวิธีนี้ปลอดภัย ไม่มีพยาธิใบไม้ตับระยะติดต่อปนเปื้อนอยู่ รสชาติอร่อยเช่นเดิม เป็นการเพิ่มมูลค่าและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตปลาส้ม ปลาร้าออกสู่ตลาดจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างดี” หัวหน้าทีมวิจัย มน. กล่าว

วันที่ 28 พฤศจิกายน นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อรับทราบข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดรวมทั้งผลการดำเนินงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญ

ประกอบด้วย ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร, การขับเคลื่อนการดำเนินงานบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เกษตรอินทรีย์ ธนาคารสินค้าเกษตร โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และสถานการณ์น้ำในพื้นที่

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจะร่วมกันส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อการส่งออกมากยิ่งขึ้น

ศ.ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ 4 ภาคส่วน ประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ ได้แก่ ปศุสัตว์จังหวัด เกษตรจังหวัด สหกรณ์จังหวัด เป็นต้น มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะผู้จัดโครงการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะผู้ให้สินเชื่อ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนจัดทำ “โครงการแม่พันธุ์และโคขุน (ศรีวิชัย) ประชารัฐ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่มหาวิทยาลัยและชุมชนรายรอบให้เป็นผู้เลี้ยงโคแม่พันธุ์และโคขุนมืออาชีพ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนตามนโยบายประชารัฐ ตลอดจนเป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาโคแม่พันธุ์และโคขุน เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเกษตรกรที่สนใจทางด้านการเลี้ยงโคดังกล่าวเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยมีการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวซึ่งจากการประชุมร่วมกันของ 4 ภาคส่วน เห็นด้วยและยินดีร่วมมือและให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนเกษตรกรผู้เลี้ยงโค โดยสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการหลังจากนี้คือการส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกร การพัฒนาแม่พันธุ์ให้ดีขึ้น และการจัดหลักสูตรอบรมให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนการเดินทางไปศึกษาดูงานกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จอีกด้วย

“มหาวิทยาลัยมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาโครงการแม่พันธุ์และโคขุน (ศรีวิชัย) ประชารัฐให้เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาแม่พันธุ์และโคขุน เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงโคขุน ตามนโยบายของรัฐบาล โดยในขณะนี้มีเกษตรกรจากชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนาและชุมชนรายรอบแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว 78 ราย โดยมีแม่โคเข้าร่วมโครงการแล้ว 330 ตัว” ศ.ดร. สมบัติ กล่าว

“มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์” จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558 จากการควบรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เพื่อปรับปรุงการดำเนินการและลดความซ้ำซ้อนของสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน โดยการผลักดันของ นายเดชา ตันติยวรงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ใน 3 เดือนถัดมา ก่อนมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเดือนกันยายนปีเดียวกัน มีเป้าหมายเป็น “มหาวิทยาลัยท้องถิ่นชั้นนำที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตวิชาชีพ เทคโนโลยี นวัตกรรมและบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาชุมชนสังคมในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและสากล” โดย รศ. จิระพันธ์ ห้วยแสน ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์คนแรก

สำหรับตำแหน่งของอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยน้องใหม่คงจะไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป แต่หากเอ่ยชื่อของ “ไส้กรอกปลากาฬสินธุ์” นวัตกรรมอาหารท้องถิ่นของจังหวัดกาฬสินธุ์ หลายคนรู้จักและเคยรับประทาน แท้จริงแล้วเป็นผลงานด้านวิชาการหนึ่งของ “อาจารย์จิระพันธ์”

“อาจารย์จิระพันธ์” เริ่มต้นชีวิตทำงานข้าราชการจากสายครูผู้สอน เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ก่อนมารับตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (ม.กส.)

“อาจารย์จิระพันธ์” เริ่มต้นการพูดคุยกันที่เรื่องไส้กรอกปลากาฬสินธุ์ ซึ่งมาจากการค้นคว้าวิจัยการแปรรูปอาหารจากปลาน้ำจืดในสายพันธุ์ปลาหนังมีหนวด หรือ Cat Fish ทดแทนเนื้อสัตว์อย่างเนื้อหมู ไก่ และเนื้อสัตว์อื่นๆ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่รมควันด้วยชานอ้อย ของพื้นถิ่นที่ให้สีและรสชาติเป็นที่นิยมของผู้บริโภค

“ระยะแรกๆ ของการศึกษาวิจัยการทำไส้กรอกปลา pezmalo.com มีทั้งการลองผิดลองถูกมามากมายจนประสบความสำเร็จ และตั้งชื่อว่า ‘ไส้กรอกปลากาฬสินธุ์’ เพราะต้องการให้เป็นสินค้าของคนกาฬสินธุ์ให้เกิดความภาคภูมิใจ ที่สำคัญคือความภูมิใจของผลิตภัณฑ์ไส้กรอกปลากาฬสินธุ์ที่คิดค้นวิจัยตั้งแต่เริ่มต้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยส่วนตัวทุกวันนี้ยังมีความภูมิใจที่ได้เป็นผู้คิดค้นวิจัยและพัฒนาไส้กรอกปลากาฬสินธุ์ ผลิตภัณฑ์อาหารเลือดอีสานสไตล์เยอรมัน รสชาติอร่อย ที่กวาดรางวัลอาหารมามากมายทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ ภายใต้การดำเนินการของ ห.จ.ก.กาฬสินธุ์ผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดที่โกอินเตอร์เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก”

ส่วนการเข้ามานั่งบริหารงาน ม.กส. นั้น “อาจารย์จิระพันธ์” บอกว่า นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของการรับราชการมา 30 ปี การตัดสินใจเข้าร่วมการสรรหาอธิการบดีไม่ใช่เพราะต้องการอำนาจ ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่นๆ แต่ด้วยแรงผลักดันของบุคลากรภายในและสังคมคนกาฬสินธุ์ เมื่อได้รับความไว้วางใจมาดำรงตำแหน่งตรงนี้แล้ว สิ่งที่ตั้งใจคือการพัฒนา ม.กส. ให้เป็นสถาบันการศึกษามีศักยภาพเท่าเทียมกับสถาบันอื่นๆ เพื่อการบริการทางการศึกษาแก่ประชาชนท้องถิ่นและสังคม เป็นสถาบันที่มุ่งเน้นการศึกษา ส่งเสริมงานวิจัย เพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี

วันนี้ไม่ใช่การล้างบาง กวาดเช็ด ตามเก็บเรื่องย้อนหลัง อยากให้มองว่าเป็นการจัดระเบียบระบบการบริหารให้ทุกอย่างโปร่งใส ปราศจากทุจริต ด้วยความไร้อคติ มีความเป็นกลางและให้ความเป็นธรรมมากที่สุด มากกว่ามองเรื่องของการขัดผลประโยชน์ สร้างอำนาจของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หลังการควบรวมระหว่าง ม.ราชภัฏกาฬสินธุ์ (มภ.กส.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ (มทร.กส.) จัดตั้งเป็น ม.กส. และการสรรหาอธิการบดี ม.กส. มุ่งเน้นจะตอบโจทย์ตามความต้องการของคนกาฬสินธุ์ ที่วาดฝันให้เกิดและมี ม.กส. ขึ้นมา และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องช่วยกันสร้างคนละไม้คนละมือ โดยให้คำนึงถึงความเป็นมหาวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาของคนกาฬสินธุ์จริงๆ มากกว่าเป็นบ่องบประมาณ เพราะมีเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในการสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นมา

“อาจารย์จิระพันธ์” กล่าวย้ำอีกว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ใช่ที่ตักตวงผลประโยชน์ ไม่ใช่สถานที่ทำนาบนหลังคน แต่เป็นสถานศึกษาอันมีเกียรติ เป็นความภาคภูมิใจของคน การสรรหาอธิการบดีเป็นที่จับตาของสังคม ด้วยข้อกังวลของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่เกียรติที่ได้รับมาจากบุคลากรในสังกัด ม.กาฬสินธุ์ ด้วยความคาดหวังทันทีที่ได้รับตำแหน่ง ถึงวันนี้ยังไม่ครบขวบปี ยังต้องแก้ปัญหาทุกเรื่อง เป็นสิ่งที่ผู้บริหารบุกเบิกต้องทำงานทุกอย่างให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง รวดเร็ว แข่งกับเวลา รอช้าไม่ได้ โดยเฉพาะด้านการพัฒนา ต้องเริ่มและทำอย่างรวดเร็ว ก้าวนำให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่เกิดมาก่อน แต่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ

“ก้าวแรกของ ม.กส. อยากให้เชื่อและมั่นใจ จากปัจจุบันยาวไปถึงอนาคต บุคลากรในมหาวิทยาลัยจะมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ผลิตบัณฑิตให้เป็นที่ต้องการของทุกกลุ่มสาขาอาชีพ ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนระดับปริญญา และระดับต่ำกว่าปริญญา การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ สนับสนุนการวิจัยการพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ และการเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ทั้ง 9 คณะ 14 หลักสูตรตามสาขาวิชา ได้แก่ 1. คณะครุศาสตร์ 2. คณะสาธารณสุขศาสตร์ 3. คณะเทคโนโลยีสังคม 4. คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 5. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร 6. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 7. คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ 8. คณะบริหารธุรกิจ 9. คณะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์