สาวแบงก์ฝันอยากเป็นชาวนา!! ปลูกข้าวในบ่อคอนกรีต

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีพนักงานสถาบันการเงินในกรุงเทพฯ มาปลูกบ้านอยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 12 ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และปลูกข้าวในบ่อคอนกรีตเพื่อเก็บไว้บริโภคภายในครัวเรือนลดรายจ่าย จึงรุดตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อไปถึงพบ นางปองกานต์ เนตรน้อย อายุ 46 ปี พร้อมกับ นายธนยศ เนตรน้อย อายุ 47 ปีสามี กำลังช่วยกันเติมน้ำและเก็บต้นวัชพืชในบ่อคอนกรีตทรงกลม ที่ภายในปลูกข้าวจนต้นสูงชูช่อออกรวงสีทองสวยงาม

นางปองกานต์ เปิดเผยว่า พื้นฐานดั้งเดิมของครอบครัวเป็นชาวนาที่ปลูกข้าวไว้กินและขายให้กับโรงสี แต่ด้วยทางบ้านต้องการให้มีการศึกษาที่ดี ไม่ต้องมาก้มหน้าทำนาด้วยความยากลำบาก จึงส่งตนเข้าไปเรียนที่กรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนกระทั่งเติบโตและมีหน้าที่การงานที่ดีเป็นพนักงานในสถาบันการเงินแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่การใช้ชีวิตในสังคมเมืองที่มีความเร่งรีบ ภาวะความกดดันสูง รวมถึงการบริโภคอาหารที่มีแต่สารพิษ

ทำให้ตนและคนในครอบครัวหันกลับมามองชีวิตว่าต้องการอะไร จนค้นพบว่าการมีชีวิตที่เรียบง่ายไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากนั่นคือคำตอบ จากนั้นจึงกลับมาปลูกบ้านพักบนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ แล้วทำการเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งปลูกมะนาว พริก มะละกอ รอบบริเวณบ้าน พร้อมกับขุดบ่อกักเก็บน้ำและใช้เวลาวันหยุดมาดูแล

“หลังจากที่ชาวนาต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถปลูกข้าวได้ แต่ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้กลับตกต่ำ ในขณะที่ผู้บริโภคต้องซื้อข้าวขาวในราคาสูง แล้วทำไมเราไม่ลองปลูกข้าวไว้กินเองในครัวเรือนบ้างซึ่งนอกจากช่วยลดรายจ่ายแล้ว ยังสามารถกำหนดคุณภาพข้าวได้เอง จากนั้นก็เริ่มศึกษาวิธีการปลูกข้าว จึงตัดสินใจทดลองปลูกข้าวในบ่อคอนกรีตทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 เมตร จำนวน 72 บ่อ โดยใช้พันธุ์ข้าวหอมมะลิจากจ.บุรีรัมย์” นางปองกานต์ เผย

นางปองกานต์กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนในการปลุกก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการเพาะต้นกล้าให้ได้อายุ 60 วัน นำลงปลูกในบ่อคอนกรีตที่เตรียมดินผสมปุ๋ยคอก ซึ่งใช้ต้นกล้าข้าวประมาณ 20 ต้นต่อ 1 บ่อ หรือดูที่ความเหมาะสมไม่ให้หนาแน่นเกินไปเมื่อต้นข้าวแตกกอในอนาคต ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มปลูกจะต้องหมั่นใส่น้ำ เพื่อหล่อเลี้ยงข้าวอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งข้าวออกรวงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ใช้เวลาประมาณ 120 วัน หรือ 4 เดือน โดยข้าว 1 บ่อ สามารถให้ผลผลิตข้าวขาว 1 กิโลกรัม

รวมทั้งหมดตนจะได้ข้าวขาวประมาณ 72 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคตลอดทั้งปีของครอบครัว ทั้งนี้จากการทดลองปลูกข้าวในบ่อคอนกรีต นางกานต์ เผยว่า ข้อดี คือความสะดวกและง่ายต่อการกำจัดวัชพืช ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี สามารถควบคุมปริมาณน้ำ และสารอาหารได้อย่างเหมาะสม ทำให้มั่นใจได้ว่าข้าวมีคุณภาพและปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 จังหวัดนครพนมในช่วงนี้ สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นจนอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดเช้านี้วัดอุณหภูมิลดลงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 19 -20 องศาเซลเซียส ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ หมั่นดูแลสุขภาพ ป้องกันการเจ็บป่วย จากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเริ่มหนาวเย็น พร้อมระดมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ช่วยเหลือนำผ้าห่มออกไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน เตรียมพร้อมรับมีปัญหาภัยหนาว

ขณะเดียวกัน ในช่วงนี้พบว่าตามตลาดการค้าชายแดน จุดผ่อนปรนไทยลาว ไม่เพียงธุรกิจการขายเครื่องนุ่งห่มกันหนาวที่มีประชาชนแห่มาเลือกซื้อ แต่ยังคึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ชาวไทยได้มีการสั่งอนำเข้าถ่านก่อไฟ เพื่อมาสต็อกจำหน่ายหน้าหนาว ภายหลังสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น ทำให้ตลาดไทยมีความต้องการถ่านจำนวนมาก ส่งผลดีต่อการค้าชายแดน มีเงินสะพัดวันละหลายแสนบาท เนื่องจากราคาซื้อขายถ่านก่อไฟ จากลาวจะมีราคาถูกกว่าไทยเท่าตัว ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าชาวลาว จะบรรทุกใส่เรือหางยาวข้ามมาขาย ในราคากระสอบละ ประมาณ 80 -100 บาท โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้า ชาวไทย รวมถึงประชาชนทั่วไป มาติดต่อซื้อไปขาย และไปใช้ในครัวเรือน เพราะถ่านไม้ก่อไฟของไทย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และมีราคาแพงกว่าของลาวเท่าตัว ตกราคากระสอบละ 200 -300 บาท ทำให้กลายเป็นสินค้านำเข้าที่สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดรับฤดูหนาว

จากการสอบถามพ่อค้าชาวลาวระบุว่า ถ่านก่อไฟจากลาว เป็นที่นิยมของตลาดไทยอย่างมาก โดยมีพ่อค้า แม่ค้ารวมถึงชาวลาวมารับซื้อไม่อั้น เพราะไม่เพียงราคาถูกกว่าของไทย ยังเป็นถ่านที่มีคุณภาพ เนื่องจากเผาจากไม้เนื้อแข็ง ทำให้สามารถก่อไฟได้ดี และให้ความร้อนได้นาน เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการประกอบอาหาร ก่อไฟผิงคลายหนาว โดยเฉพาะร้านเนื้อย่างเกาหลีมาสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงหน้าหนาว ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปตรวจสอบควบคุม ป้องกันไม่ให้มีการสั่งซื้อจำนวนมากเกินกำหนด ป้องกันพ่อค้าคนกลางซื้อไปกักตุนเก็งราคา ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว

กรุงเทพฯ: 18 พฤศจิกายน 2559 – เอสซีจี กระทรวงอุตฯ และกทม. จับมือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดตั้งสุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 3 ข้างหอประชุมใหญ่ ท่าพระจันทร์ ตอบรับความต้องการใช้งานสุขาเพื่อประชาชนสองจุดอย่างล้นหลามมากกว่า 7,000 คนต่อวัน พร้อมขยายความร่วมมือกับกลุ่ม Volunteers for DAD จัดจิตอาสาช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการที่มาใช้บริการสุขา เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระหว่าง 08.00 – 24.00 น. ทุกวัน

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจี กระทรวงอุตสาหกรรม และกรุงทเพมหานคร ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ติดตั้งสุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 3 บริเวณข้างหอประชุมใหญ่ ท่าพระจันทร์ เพื่อขยายความร่วมมือการให้บริการสุขาเพื่อประชาชน จากที่ให้บริการแล้วที่สนามหลวงและที่สวนสันติพรซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีประชาชนมาใช้บริการทั้งสองจุดวันละมากกว่า 7,000 คน ดังนั้นเพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างไม่ขาดสาย เอสซีจีจึงร่วมกับหน่วยงานทั้งสาม ติดตั้งสุขาเพื่อประชาชนเพิ่มขึ้นอีก 1 จุด โดยจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายนเป็นต้นไป”

สุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 3 ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสามารถรองรับการใช้งานได้พร้อมกันครั้งละประมาณ 20 คน โดยจะมีพนักงานทำความสะอาดรองรับการใช้งานของผู้ใช้บริการทุกวัน มีระดับมาตรฐานความสะอาดและคุณภาพของสุขาเทียบเท่ากับสุขาเพื่อประชาชนสองจุดแรก

“เป้าหมายต่อไปคือการสร้างสำนักงานชั่วคราวระบบน็อคดาวน์ เพื่อรองรับการใช้งานของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาปฏิบัติหน้าที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยขณะนี้เอสซีจีกำลังอยู่ระหว่างการปรึกษากับภาครัฐเรื่องวันเวลาติดตั้ง สุขาเพื่อประชาชนเป็นระบบน็อกดาวน์ทั้งหมดซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายโครงสร้างไปติดตั้งในสถานที่อื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่มีการปิดพื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อสร้างพระเมรุมาศ”

ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมายังท้องสนามหลวง โดยทางธรรมศาสตร์ได้ร่วมมือกับเอสซีจีจัดหาสถานที่ติดตั้งสุขาจุดที่ 3 ในบริเวณข้างหอประชุมใหญ่ ภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สุขาจุดนี้จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 24.00 น. ตามเวลาเปิดปิดประตูของมหาวิทยาลัย รองรับการใช้งานของประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุ และผู้พิการ นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนระบบน้ำและไฟฟ้าสำหรับสุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 3 เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด”

ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad กล่าวว่า “ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for DAD ตระหนักว่าการให้บริการด้านสุขาสำหรับประชาชนผู้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพถือเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ศูนย์ประสานอาสาสมัครซึ่งเป็นศูนย์รวมอาสาสมัครช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานต่าง ๆ และให้บริการประชาชนอยู่แล้ว จึงให้ความร่วมมือกับเอสซีจีจัดเตรียมจิตอาสาประจำที่สุขาแห่งนี้ทุกวัน เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อย รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่มาใช้บริการ เป็นการร่วมกันทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเป็นการทำความดีเพื่อพ่ออีกทางหนึ่ง”

โครงการสุขาเพื่อประชาชนเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ เอสซีจี กระทรวงอุตสาหกรรมและกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ริเริ่มโครงการและประสานกับเอสซีจีเรื่องการผลิตและติดตั้งสุขาเพื่อประชาชน และกรุงเทพมหานครอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ติดตั้ง การดูแลเรื่องระบบน้ำและระบบไฟฟ้าของสุขา การประดับตกแต่งสุขา และการถ่ายเทสิ่งปฏิกูล โดยสุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ตรงข้ามวัดมหาธาตุ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนสุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 2 ตั้งอยู่บริเวณสวนสันติพร (กองสลากเก่า) เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

การผลิตสุขาเพื่อประชาชนระบบน็อกดาวน์เป็นการรวมตัวกันของสินค้านวัตกรรมของเอสซีจีและคู่ธุรกิจ 13 บริษัท โดยได้ดัดแปลงจากโครงสร้างระบบโมดูลาร์ของ SCG Heim ประกอบเข้ากับระบบหลังคา ผนัง สมาร์ทบอร์ด และวัสดุก่อสร้างต่างๆ ของเอสซีจีรวมทั้งกระเบื้องเซรามิค สุขภัณฑ์และระบบห้องน้ำของ COTTO และผนังกั้นห้องน้ำสำเร็จรูป Willy รวมทั้งใช้เหล็กของ SYS ทำบันไดสุขาและทางลาดสำหรับผู้พิการ โดยเอสซีจีดำเนินการผลิตและติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาลให้เสร็จสมบูรณ์จากภายในโรงงานให้มากที่สุด เพื่อย่นระยะเวลาการประกอบและติดตั้ง จากนั้นจึงขนส่งโดยรถบรรทุกมายังท้องสนามหลวง ตั้งแต่คืนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ก่อนทำการประกอบติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 18 พฤศจิกายนเป็นต้นมา

ซีพีเอฟ มองเกาหลีใต้ประกาศอนุญาตนำเข้าไก่สดจากไทย ส่งผลดีต่อบริษัทที่มีสัดส่วนส่งออกรายใหญ่ มั่นใจผลิตภัณฑ์ไก่สดซีพีมีจุดแข็ง ทั้งเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมรับคำสั่งซื้อต่อเนื่อง ด้านสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย คาดการส่งออกไก่ไทยไปเกาหลีใต้ จะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้นได้ถึง 3,000 ล้านบาทใน 2-3 ปีข้างหน้า

นายประสิทธิ์ ฉลองชัยชาญ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า การที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กลับมานำเข้าไก่สดจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการจะช่วยสนับสนุนภาพรวมการส่งออกไก่สดของไทยขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟก็ได้รับสัญญาณที่ดีจากลูกค้าเดิม ซึ่งเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ไก่ของบริษัทอยู่แล้ว ทยอยกลับมาสั่งซื้อมากขึ้นเป็นลำดับ น็ปำ เนื่องจากคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยในเนื้อไก่ ของซีพีเอฟมีมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งบริษัทยังมีความพร้อมในด้านกำลังการผลิตที่จะรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น

“การประกาศดังกล่าวจะช่วยขยายตลาดส่งออกไก่สดของซีพีเอฟได้ในระดับหนึ่งทีเดียว และการที่ประเทศไทยมีระยะทางที่ใกล้กว่าประเทศคู่แข่งอย่างสหรัฐอเมริกา และบราซิล เมื่อประกอบกับแรงงานที่มีฝีมือปราณีตกว่า ทำให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าในเกาหลีใต้ทราบดี ” นายประสิทธิ์กล่าว

ปัจจุบัน เกาหลีใต้นำเข้าไก่สดจากบราซิลมากที่สุด รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป แต่ผลิตภัณฑ์ของไทยมีข้อได้เปรียบตรงที่ ผลิตภัณฑ์ไก่สดของไทยเป็นเนื้อถอดกระดูก ตัดแต่งชิ้นส่วนตามที่ต้องการ ประกอบกับแรงงานไทยมีฝีมือดี และปราณีต ขณะที่ผลิตภัณฑ์ไก่สดจากบราซิลเป็นเนื้อถอดกระดูกเท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์จากสหรัฐอเมริกาเป็นเนื้อติดกระดูก

ด้าน นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย กล่าวว่าการที่เกาหลีใต้กลับมาเปิดตลาดนำเข้าไก่สดจากไทย จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย คาดภายใน 2-3 ปี ยอดขายส่งออกไก่สดไทยในตลาดเกาหลีใต้จะทยอยเพิ่มขึ้นถึง 40,000 ตัน ช่วยนำรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าราว 3,000 ล้านบาทได้ โดยคาดว่าสินค้าล็อตแรกจะส่งออกไปยังเกาหลีใต้ ภายในเดือนธันวาคมปีนี้ หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนมกราคม 2560

อนึ่ง กระทรวงเกษตรของเกาหลีใต้ออกมายืนยันพบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ในฟาร์ม 2 แห่งทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ ต้องกำจัดสัตว์ปีกเพื่อป้องกันแพร่ระบาด มองว่าสถานการณ์ มีส่วนเร่งให้การส่งออกไก่ของไทยทำให้ได้เร็วขึ้น เพราะประเทศไทยอยู่ใกล้เกาหลีใต้ที่สุด สามารถช่วยตอบสนองความต้องการในประเทศได้เร็ว

“ธวัช สุระบาล” ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานปล่อยขบวนรถคาราวานข้าวสารสหกรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขายข้าวช่วยชาวนา ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มี นายสุพจน์ วัฒนวิเชียร สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ และ นายสว่าง กาลพัฒน์ รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วม

จังหวัดศรีสะเกษ มีสหกรณ์ภาคการเกษตร 95 แห่ง มีสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมข้าวเปลือก 20 แห่ง ในปีการผลิต 2558/2559 รวบรวมข้าวเปลือกได้ 79,219 ตัน มีสหกรณ์ที่มีโรงสี 6 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 408 ตัน/วัน เมื่อสมาชิกของสหกรณ์และเกษตรกรที่ไม่ใช่สมาชิกต้องประสบปัญหาข้าวเปลือกราคาตกต่ำ ผู้บริหารสหกรณ์/ฝ่ายจัดการ จึงประสานพลังกันช่วยเหลือ โดยติดต่อประสานงานกับเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ และผู้มีอุปการคุณ ซึ่งเครือข่ายสหกรณ์และพันธมิตรก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยการสั่งซื้อข้าวสารจากสหกรณ์ในจังหวัดศรีสะเกษ

นอกจากเครือข่ายสหกรณ์และผู้มีอุปการคุณในต่างจังหวัดแล้ว ในจังหวัดศรีสะเกษก็มีหลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่ให้การสนับสนุนข้าวสารของสหกรณ์ ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการรวมพลังของเครือข่ายสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ

ปัจจุบัน มีการนำสาหร่ายทะเลมาใช้ประโยชน์มากขึ้น ไม่ว่าจะนำมาใช้ในด้านพลังงาน หรือนำมาเป็นอาหาร

ผศ.ดร. จิรศักดิ์ คงเกียรติขจร อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวเคมี คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้เห็นประโยชน์ของสาหร่ายทะเลไทย จึงได้ศึกษาวิจัยคุณสมบัติต่างๆ ของสาหร่ายเพื่อการใช้ประโยชน์ในอีกมุมหนึ่ง โดยนำสาหร่ายเขากวางมาทดลอง ซึ่งหาได้ในน่านน้ำทางภาตใต้ของประเทศไทย พบว่า ในสาหร่ายเขากวางมีเอนไซม์โบรโมเปอร์ออกซิเดส จึงนำมาวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการการวิเคราะห์โดยวิธีคัลเลอริเมตริก เพื่อตรวจวัดปริมาณสารประกอบเอมีนในผลิตภัณฑ์อาหารหมักดอง

งานวิจัยนี้สามารถนำเอนไซม์โบรโมเปอร์ออกซิเดสที่สกัดจากสาหร่ายเขากวางมาทำงานร่วมกับเอนไซม์เอมีนออกซิเดสที่สกัดจากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติทำให้สารประกอบที่ไม่มีสีแสดงสีออกมาได้ สามารถวิเคราะห์และได้ผลทันที อีกทั้งยังไม่สามารถทำเป็นชุดตรวจวัดแบบพกพามีจำกัดจำนวนต่อวัน สามารถทำเป็นชุดตรวจวัดแบบพกพามีเครื่องอ่านรู้ผลได้ทันที

ขั้นตอนและกระบวนการเพื่อตรวจวัดสารประกอบเอมีนในอาหารหมักดองนั้น อยู่ในระหว่างยื่นจดอนุสิทธิบัตร คาดว่าจะต่อยอดเป็นชุดอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์สารประกอบเอมีนในอาหารหมักดอง และสารประกอบตัวอื่นๆ ต่อไปอีกในอนาคต

รศ.ดร. ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวในการแถลงข่าวความสำเร็จของการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการสินค้าโอท็อป เครือข่ายภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ม.อ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดขึ้น ว่า ม.อ. ในฐานะแม่ข่ายหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษาเครือข่ายภาคใต้ตอนล่าง ยินดีกับความสำเร็จของผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนา โดยใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมจากนักวิชาการของ ม.อ. ที่ได้พัฒนาทักษะเชิงลึกและภูมิปัญญาให้กับผู้ประกอบการโอท็อป ส่งเสริมให้มีทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ

อธิการบดี ม.อ. กล่าวด้วยว่า โครงการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการโอท็อปเครือข่ายภาคใต้ตอนล่าง ได้รับการสนับสนุนจาก สกอ. ตามนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศ โอท็อป หรือหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยมหาวิทยาลัยได้ใช้องค์ความรู้และเป็นที่ปรึกษาในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานคุณภาพ การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และด้านเครื่องหมายการค้า

ด้าน ดร. สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สกอ. มีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยใช้องค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุน ทุกเครือข่ายทั่วประเทศมีความพร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ และพัฒนานวัตกรรมของมหาวิทยาลัย การจัดโครงการนี้ทำให้เห็นความสามารถของ ม.อ. และผู้ประกอบการโอท็อปภาคใต้ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ไกลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้น เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทุกคน

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หากใครชื่นชอบ การสะสมพันธุ์ไม้แปลกๆ อยากชวนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล….พืชผลของพ่อ” ที่รวบรวมสารพัดพันธุ์พืชของไทยและต่างประเทศมาแสดง ณ เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ ไม้ผลแปลก 10 ชนิดที่แนะนำให้เลือกซื้อติดมือกลับบ้านได้แก่

“ส้มสีเลือดหรือส้มโมโล่ (Moro Blood Orange) ของ ““สวนบางไผ่พันธุ์ไม้” ส้มลูกผสมสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเมดิเตอร์เรเนียน เกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ ระหว่าง ส้มโอ กับ ส้มแทนเจอรีนของยุโรป ส้มสีเลือด มีขนาดผลเท่ากับส้มทั่วไป แต่เนื้อและเปลือกเป็นสีแดงสด ผิวหนากว่าส้มทั่วไป มีรสชาติคล้ายราสเบอร์รี นอกจากส้มสีเลือดมีรสชาติและสีสันที่แปลกตาแล้ว ยังมีคุณประโยชน์สูงต่อร่างกาย เพราเนื้อสีแดงมีสารแอนโทไซยานินในปริมาณสูง ช่วยต่อต้านโรคมะเร็งได้ดี

“มะม่วงอกร่องทวาย” ของ “สวนบางไผ่พันธุ์ไม้” มีจุดเด่น คือให้ผลผลิตออกนอกฤดู ออกลูกเกือบทั้งปี รสชาติหวาน กลิ่นหอมเหมือนมะม่วงอกร่องทั่วไป แต่ไม่มีเสี้ยน ออกลูกเป็นพวง สวนบางไผ่พันธุ์ไม้ขยายพันธุ์โดยใช้เทคนิคกิ่งเสียบยอด ควบคุมทรงพุ่มเตี้ยได้ ดูแลจัดการได้ง่าย ขายในราคาต้นละ 200 บาท

“ ส้มโอแดงเวียดนาม ” ของสวน “บุญบันดาล” จ.นครราชสีมา มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเวียดนาม เป็นส้มโอสายพันธุ์เบาติดผลง่าย และให้ผลดกเกือบทั้งปี เปลือกมีสีแดงสวย เนื้อในเป็นสีชมพูเนื้อ มีรสชาติหวานหอม ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักระหว่าง 1–3 กิโลกรัมต่อผล ต้นส้มโอจะเริ่มผลิดอกและออกผลชุดแรก หลังปลูกประมาณ 2–3 ปี

“ ส้มโอทับทิมแดงสยาม “ของสวน “บุญบันดาล” ซึ่งเป็นส้มโอสายพันธุ์ไทยมาจากปากพนัง นครศรีธรรมราช มีจุดเด่นที่แตกต่างจากส้มโอทั่วไปคือ ทั้งผลและใบเป็นกำมะหยี่ เนื้อเป็นสีแดง รสชาติหวาน เป็นไม้เสียบยอดราคา 150 บาท ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 ปีก็จะได้ผลผลิต ส้มโอพันธุ์นี้น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ทั่วไปขายราคาลูกละ 400-500 บาท

“ทุเรียนพันธุ์มูซานคิง” ของ “สวนจันทวิสูตร ” มีถิ่นกำเนิดจากประเทศมาเลเซีย มีชื่อเรียกท้องถิ่นว่า “ทุเรียน เหมา ซาน หว่อง “ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์นี้กำลังเป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ในแถบ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ทดแทนการปลูกยางพารา เนื่องจากทุเรียนพันธุ์มูซานคิงมีรสชาติอร่อย เนื้อเหนียวหนึบ เป็นที่นิยมของตลาดชาวจีนในประเทศมาเลเซียและสิงค์โปร์ ใช้เวลาปลูกแค่ 4-5 ปี ก็ให้ผลผลิตในรุ่นแรก น้ำหนักเฉลี่ยผลละ 3-4 กิโลกรัม มีราคาขายหน้าสวนในราคา 300-350 บาท/ก.ก. หรือตกประมาณลูกละ 1,000 บาทเลยทีเดียว

“ขนุนทองอินโดแคระ” ของ “สวนประภาสไม้ผล” มีลักษณะเด่น คือ รสชาติหวานกรอบเหมือนขนุนทั่วไป แต่ลักษณะต้นเล็กลูกเล็ก สูงประมาณ 3 เมตรไม่เกิน 4 เมตรถ้าไม่ตัดแต่ง ปลูกลงกระถางได้ เหมาะกับบ้านพักอาศัยขนาดเล็ก จำหน่ายเป็นต้นติดตามีรากแก้ว ราคา 350 บาท ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 ปี ผลจะมีน้ำหนักประมาณ 2-5 กก.

“มะนาวนิ้วมือ ” หรือ “ มะนาวคาร์เวียร์ “ ของสวน “ME ONE garden”ได้รวบรวม มะนาวนิ้วมือ ประมาณ 15 สายพันธุ์มาให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อตามความพอใจ เช่น “เรด แชมเปญ” เปลือกแดงเนื้อแดง และ “แอชตันกรีน” เปลือกสีเขียว เนื้อสีเขียวเข้ม มะนาวสายพันธุ์นี้นิยมนำไปบริโภคแบบผลไม้ เพราะได้รสเปรี้ยวและหอมแบบมะนาว หรือนิยมนำไปปรุงอาหารในเมนูยำ และต้มยำ เพิ่มรสชาติอาหาร มะนาวนิ้วมือหากดูแลบำรุงใส่ปุ๋ยให้ยาเพื่อเร่งการเติบโต จะใช้ระยะเวลาเพียงปีเศษ ก็จะให้ผลผลิตรุ่นแรก จำหน่ายผลผลิตได้ในราคาก.ก.ละ 300-3,500 บาท

“ มะเดื่อฝรั่ง “ ของ “โสภณ ฟิกส์ ฟาร์ม” ได้นำต้นมะเดื่อฝรั่งมาจำหน่ายจำนวน 4 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันที่ลูก สี ขนาด และรูปทรง จำหน่ายทั้งกิ่งชำราคา 250 บาท นอกจากนี้ยังมีแปรรูปจำหน่ายเป็นน้ำผลไม้บรรจุขวด แยม และใบชา

“ ทุเรียนสายพันธุ์โบราณ ” สวน อภิรัญญา fuyibapro.com ได้รวบรวมทุเรียนสายพันธุ์โบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดนนทบุรีมาจำหน่ายในงานครั้งนี้ได้แก่ กบแม่เฒ่า กบชายน้ำ กบม่วง กบสุวรรณ กบจำปา ชายมะไฟ ฯลฯ และมีพันธุ์ไม้แปลกหายากอีกหลายชนิด เช่น เงาะฟูลาซัน ที่มีลักษณะผลคล้ายเงาะแต่มีกลิ่นลิ้นจี่ และลำไยขาวไร้เมล็ด ฯลฯ

“ มันหวานญี่ปุ่น ” นำเสนอโดยสวนเกษตรสามเกลอ ของทิดโส โม้ระเบิดได้นำกิ่งพันธุ์และผลมันหวานญี่ปุ่นจำหนวน 4 ชนิดคือ อิโมะคิงส์ เบบี้อารุกะ เหลืองมงกุฎ และม่วงโอกินาวา มาจำหน่ายในผู้สนใจในราคาพิเศษ หากใครอยากช็อป ชิม ไม้ผลแปลก ต้องแวะมาที่งาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ณ เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ ได้จนถึงวันอาทิตย์ 27 พฤศจิกายนนี้

12.00-12.50 น.สาธิตเมนูเด็ดเชฟดัง “ข้าวต้มตะเบ็ง” โดยคุณพิทักษ์ วรุณโกญจนาท (เฮียยืน)แห่งร้านนายโซว พลับพลาไชย

13.00-13.50 น.เสวนา “ทิศทางการเกษตรไทยปี 2560” โดยอาจารย์ประเวศ แสงเพชรและคุณทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ ดำเนินรายการโดยคุณเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน 14.00-14.40 น.เสวนา “สานพระราชปณิธานเกษตรอินทรีย์สู่ชุมชน” โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ดำเนินรายการโดยคุณเอกภัทร์ เชิดธรรมธร

15.00-15.50 น.สาธิตเมนูเด็ดสูตรเชฟดัง “ข้าวผัดโบราณ” โดยเจ๊กโต๊ะเดียว

16.00-16.40 น.เสวนาเกษตรรุ่นใหม่ “การสร้างนวัตกรรมข้าวจากชาวนาขนตางอน…คุณพิจาริณี รักศรี ดำเนินรายการโดยคุณเอกภัทร์ เชิดธรรมธร 16.40-17.20 น.เสวนา “ปลูกส้มเขียวหวานอย่างไรให้ได้ผลผลิตดี” โดยคุณสุชาติ ธนพฤกษ์ ดำเนินรายการโดยคุณเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หากใครว่างอยากชวนมา ชม ช็อป สับปะรดคุณภาพดี รสชาติอร่อย ในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2016 ภายใต้ธีมงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล” ณ เอ็มซีซีฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้ขนสับปะรดหลากหลายสายพันธุ์ทั้งสับปะรดผลสด หน่อพันธุ์สับปะรด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรด เช่น สับปะรดกวน ข้าวเกรียบสับปะรด รสชาติอร่อย ให้ผู้สนใจเลือกซื้อติดมือกลับไปในราคาไม่แพง

สับปะรดพันธุ์ฉีกตา ( พันธุ์เพชรบุรี ) ที่เหมาะสำหรับรับประทาน ผลสด ถูกพัฒนาพันธุ์โดย ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และสถานีทดลองพืชสวนเพชรบุรี จุดเด่นของสับปะรดพันธุ์นี้คือ มีการเจริญเติบโตดี สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในสภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ไม่ชอบพื้นที่ที่มีน้ำขังแฉะ ให้ ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ภูเก็ตและสวี ซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธุ์เดียวกัน 17.7% และ 23.2% ตามลำดับ รสชาดหวานอมเปรี้ยว ปริมาณ soluble solids สูงถึง 16.9 องศา Brix และมีปริมาณกรดค่อนข้างต่ำเท่ากับ 0.45 % มีกลิ่นหอมแรง เนื้อกรอบใกล้เคียงกับพันธุ์สวีและภูเก็ต สีเนื้อเหลืองอมส้มสม่ำเสมอ สามารถแกะแยกผลย่อยหรือตา (fruitlet) ออกจากกันโดยง่าย และรับประทานแกนผลได้