สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทย มีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สองสามีภรรยาไอเดียสุดเจ๋ง! ทำการเกษตรปลูกกล้วย-แซมด้วยใบเตยหอม พื้นที่ใช้ประโยชน์สุดคุ้มค่า ขายสร้างรายได้ดี เดือนละหมื่นห้า หลายคนบอกทึ่งในความคิด!!! แทบไม่พอขายแม่ค้า มารับซื้อถึงที่ รับเงินเต็มสบายๆ หลายคนคิดจะเอาอย่าง เพราะเห็นเม็ดเงินแล้วน่าอิจฉา ดีกว่าอยู่โรงงาน อาทิตย์ละ 4,000 เห็นตัวเลขแล้วหายเหนื่อย!

วันนี้ 5 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานว่า พบเกษตรกรทราบชื่อคือ นายแก้ว ภูเดช นางวิไล ภูเดช สองสามี-ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 2 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ขยันทำมาหากินรายได้พอเลี้ยงชีพ

นายแก้ว บอกว่า ตอนแรกคิดว่าจะปลูกใบเตยหอม เพื่อตัดใบขาย ให้กับแม่ค้าพ่อค้าที่ตลาด โดยครั้งแรกปลูกใบเตยแบบกลางแจ้ง ผลปรากฏใบจะไม่สวยสีไม่เขียว จึงมีความคิดว่าน่าจะปลูกใบเตยในร่ม น่าจะได้ผล จึงตัดสินใจปลูกใบเตย นำมาปลูกในที่ดิน 2 แปลง 5 ไร่ การปลูกเตย ต้องใกล้น้ำ ค่อนข้างแฉะ มีน้ำหมุนเวียนตลอดปี จัดให้มีร่มเงารำไร โดยนำซาแรนมากางให้ต้นเตยหอมที่ปลูก ไม่โดนแสงแดดโดยตรง

หลังจากนำต้นใบเตยหอมมาปลูก ในระยะห่าง 3×3 ม. เพื่อให้ที่ว่างสามารถปลูกกล้วยได้ด้วยพร้อมๆ กัน โดยการเตรียมต้นพันธุ์เตยที่แข็งแรงที่มีรากปักลงในแปลง โดยทำเหมือนการดำนา จากนั้นดูแลระบบถ่ายเทน้ำ ดูแลไม่ให้ต้นที่ปักดำลอยขึ้นมา ทิ้งไว้ 3 เดือน จึงเพิ่มปริมาณน้ำขึ้น หลังจากปลูก 6 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้

การเก็บเกี่ยวเตยหอมโดยใช้มีดตัดยอด อย่าเสียดายยอด การตัดยอด 1 ยอด ทำให้เกิดยอดใหม่มากมาย โดยเฉลี่ย ตัดไป 1 ยอด จะได้ยอดใหม่ 3-5 ยอด ทั้งนี้ การดูแลบำรุงรักษาต้นเตยหอมนั้น ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก เพียงแต่จำเป็นต้องเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ มีการปรับพื้นที่ให้โล่ง ไม่มีวัชพืชขึ้นปกคลุมต้นเตยหอม เพราะจะทำให้ใบเตยหอม หรือต้นเจริญเติบโตช้า และใบไม่สวย ควรจะใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก บำรุงต้น และใบบ้าง เพื่อให้ต้นเตยหอมมีความอุดมสมบูรณ์

สำหรับ ใบเตยหอม ที่ส่งขายไปยังท้องตลาด ก็สามารถจะนำไปประกอบอาหารคาว หวาน ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ ก็ยังไปประกอบร่วมกับดอกไม้ ในการไหว้พระ ซึ่งในตลาดมีความต้องการใบเตยหอมเป็นอย่างมาก

สำหรับกล้วยที่ใช้ปลูกเป็นพืชชั้นบนให้ร่มเงานั้น เป็นกล้วยน้ำว้า กับ กล้วยหอมเขียว เปรียบเทียบกันระหว่างกลางแจ้ง โดยหลังการใช้ซาแรนสีดำขึงทำร่มแล้ว สีไม่สวย แต่ใบเตยที่ปลูกในป่ากล้วยนั้น สีเขียวสวยกว่า มีความชื้นกว่ากัน เนื่องจากพืชทั้งคู่อยู่ภาวะพึ่งพาร่มเงากัน

การปลูกกล้วย ควรขุดหลุมลึกแค่ 70 ซม. เพราะเป็นความลึกที่เหมาะกับการให้รากกล้วยหาอาหารดีที่สุด ลงปลูกห่างกัน 4-5 เมตร หลังปลูกแล้ว 1 เดือน ให้เสริมด้วยปุ๋ย สูตรเสมอ 15-15-15 ให้ขี้หมู 3 เดือน/ครั้ง จนถึงระยะเก็บผลผลิต 16 เดือน กล้วยพันธุ์น้ำหว้า ขายได้แทบจะทุกส่วน ทั้งผล หัวปลี และหน่อ ขายกันตามท้องตลาด หน่อละ 100-200 บาท

การปลูกใบเตยหอม ปลูกมาแล้ว 10 ปี แต่ที่เริ่มปลูก โดยการแซมในป่ากล้วย ปลูกมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว ตัดใบเตยทุก 7 วัน ซึ่งมีแม่ค้าพ่อค้ามารับถึงสวน ในราคาต้นละ (ยอด) 80 สตางค์ ตัดครั้งละ 700-800 ต้น (ยอด) ขายใบเตยเฉลี่ยอาทิตย์ละ 4,000 บาท ซึ่งแม่ค้าพ่อค้าจากนิคมอุตสาหกรรม 304 และใกล้เคียงมารับถึงที่ ไม่ต้องไปวิ่งขาย แถมยังขายกล้วยให้ร้านกล้วยทอด 2-3 ร้าน หวีละ 25 บาท เพราะกล้วยหวีใหญ่ลูกโต

การตัดใบเตยหอม ใช้ช่วงเช้า บ่ายๆ แม่ค้าพ่อค้าจะมารับ เคยมีคนถามและจะทำตาม แต่ว่ายังไม่มีตลาดรองรับ ฝากบอกเกษตรกรทั่วไป ถ้าจะปลูกอะไรต้องมีตลาดรองรับ เพื่อจะได้มีที่ขาย ถ้าไม่มีที่ขายบอกได้เลยว่าไปไม่รอด ถ้ามีตลาดรองรับทุกอย่างอยู่ได้สบายๆ ใบเตยหอมนั้นปลูกง่าย แทบไม่ต้องใส่ปุ๋ย แค่ให้น้ำสม่ำเสมอทุกๆ วัน ติดต่อสอบถาม นายแก้ว ภูเดช เบอร์โทรศัพท์ 087-048-7308

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อำเภอตาพระยา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว พบว่า เป็นพื้นที่ปลอดฝน เนื่องจากมีเขากั้นทิศทางลม ทำให้ลมและเมฆฝนปะทะกับเขา ทำให้เกิดจุดบอดในการทำให้เกิดฝนตก ดังนั้น อ.ตาพระยา จึงประสบภัยแล้ง แทบทุกปี หากจะแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับ อ.ตาพระยา จึงต้องมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ที่ห้วยสะโตน ซึ่งโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะโตน เป็นโครงการพระราชดำริ ต่อมาได้มีการประกาศ เป็นมรดกโลก โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะโตน เป็นอันต้องระงับไป

จากการระงับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะโตน ส่งผลกระทบกับชาวตาพระยาอย่างยิ่ง โดยประสบภาวะภัยแล้งทุกปี ถึงแม้ว่าจะมีพายุเข้า แต่พื้นที่ อ.ตาพระยา ก็ยังประสบภัยแล้ง เมื่อฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องน้ำจะไหลลงสู่ประเทศกัมพูชาหมด ไม่มีที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฝั่งประเทศไทย

ทางด้าน นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ พื้นที่อำเภอตาพระยา ประสบภัยแล้งทั่วทั้งอำเภอ ทั้งที่มีการฝนตกลงมาบ้าง อำเภออื่นมีน้ำไหลหลาก แต่อำเภอตาพระยาไม่มีฝนตก และขาดน้ำในการทำการเกษตร และได้ทำเรื่องขอฝนหลวงแล้ว แต่ทราบว่า หน่วยฝนหลวงได้ดำเนินการอยู่ที่ ทางภาคอีสาน เมื่อหน่วยฝนหลวง ทำฝนเทียมทางภาคอีสานแล้ว คาดว่าก็จะมาที่จังหวัดสระแก้ว อย่างไรก็ดี เกษตรกรชาวไร่ชาวนาในท้องที่อำเภอตาพระยา หากไม่มีน้ำหรือฝนไม่ตก หรือเกิดฝนทิ้งช่วง อีก 1-2 สัปดาห์ ข้าวในนาอาจแห้งตายได้

นายสุวัฒน์ชัย ศรีสุพัฒนะกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก เป็นประธานมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศ ในการแข่งขันประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ อาชีวศึกษา ครั้งที่ 28 ประจำปี 2561 ภาคเหนือ ระดับ ปวส. ให้กับทีมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ในชื่อโครงงาน เรื่อง “การศึกษาการใช้ชนิดของปุ๋ยอินทรีย์เพื่อไปกำหนดค่าสีและค่าความหวานของกล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร” โดยครูพิมลพรรณ พรหมทอง พร้อมทีมนักเรียนชนะเลิศเป็นผู้รับมอบ ที่วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา และทีมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ได้ผ่านเข้าสู่รอบการแข่งขันชิงชนะเลิศโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับชาติ ประจำปี 2561 ชิงเงินรางวัล 3 แสนบาท โล่พระราชทานฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16-18 สิงหาคม 2561 ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วมกรมชลประทานเพื่อร่วมกันบูรณาการข้อมูลน้ำ ล่าสุด ในวันนี้ ( 6 ส.ค.2561 ) ได้แถลงข่าวสถานการณ์น้ำ พร้อมเปิดเผยแผนที่การไหลของน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน ตั้งแต่ เวลา 10.00 น. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. 2561 จึงขอให้ชาวเพชรบุรีเตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ โดยคาดการณ์ว่า น้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน จะเคลื่อนตัวถึงเขื่อนเพชร ในช่วงเวลา 22.00 น. คืนนี้ และมวลน้ำจะเคลื่อนตัวเข้าพื้นที่อำเภอบ้านลาดและอำเภอเมือง ในวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) เวลา 22.00 น.

สรรพากร จ.พิจิตร โต้ข่าวลือ เก็บภาษีชาวนารายย่อย ย้ำ กฎหมายเก็บเฉพาะเชิงธุรกิจเท่านั้น
สรรพากร – วันที่ 6 ส.ค. นายสุเทพ ชาญณรงค์ สรรพากรพื้นที่พิจิตร กล่าวว่า ในพื้นที่ จ.พิจิตร ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ซึ่งในแต่ละปีมีผลผลิตเป็นข้าวเปลือกนับล้านตัน แต่ขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีไปปล่อยข่าวว่า รัฐบาล โดยกรมสรรพากร จะเก็บภาษีเงินได้จากชาวนา ที่ทำนาปลูกข้าวด้วยตนเองและครอบครัวแล้วมีรายได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าว สรรพากร จ.พิจิตร อยากจะชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ส่วนเรื่องที่มีพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 629) พ.ศ. 2560 ในมาตรา 8 เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) ในหลายหัวข้อที่

ก่อนหน้านี้กฎหมายได้กำหนดยอมให้เลือกหักค่าใช้จ่าย โดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้ ก.ให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร (หักตามความเป็นจริงของกิจการ) ซึ่งต้องมีใบเสร็จเป็นหลักฐาน หรือ ข.ให้หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 80% “ส่วนตั้งแต่ปีภาษี 2560 ก็กำหนดให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี เหมือนเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเหมาให้หักเหมาได้ 60% เท่านั้น

นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าพิเคราะห์จากเจตนาของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของผู้มีรายได้ทั้งรายเล็ก และรายใหญ่เพื่อจะได้จัดเก็บภาษี นำเงินมาพัฒนาประเทศชาติ รวมถึงการบริการสาธารณะ สาธารณูปโภค ความเป็นอยู่ของคนในชาติ ดังนั้น เรื่องการเสียภาษีในอนาคตของผู้ประกอบการ ที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา 2560 ตามมาตรา 8 ที่มี 43 รายการ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในเชิงธุรกิจเท่านั้น

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงขอชี้แจงถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนา ว่าด้วยเรื่องการยกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้จากชาวนา ที่มีบัญญัติไว้ตามประมวลรัษฎากร ที่เขียนไว้เมื่อปี พ.ศ. 2496 ว่า เงินได้ของชาวนาที่ได้จากการขายข้าว อันเกิดจากการกสิกรรมที่ตนและหรือครอบครัวได้ทำเอง (ไม่ใช่นายทุนหรือเจ้าของฟาร์มที่ไม่ได้ทำเอง) ไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าหากมีการทำนา ปลูกข้าว หรือขายเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือทำธุรกิจข้าวถุงขายในรูปแบบฟาร์มขนาดใหญ่ หรือในรูปแบบบริษัทที่เป็นนิติบุคคล ใช้คนงาน ใช้เครื่องจักร แบบนี้ต้องเสียภาษีเงินได้ ดังนั้น ยืนยันว่า สรรพากรพื้นที่ จ. พิจิตร ยังไม่เคยเรียกเก็บภาษีจากชาวนาที่ทำนาปลูกข้าวด้วยตนเองและหรือครอบครัวเลยแม้แต่รายเดียว

กรมการข้าว ระบุ ปี 2561/62 ผลผลิตข้าวโลกได้ 487.35 ล้านตัน ลดลง 0.02 % เหตุ ผู้ผลิตรายใหญ่เจอภัยแล้ง จะมีการค้าที่ 48.67 ล้านตัน อินเดียยังส่งออกมากสุด ตามด้วยไทย ที่ผลผลิต 33.42 ล้านตันข้าวเปลือก ยังเสี่ยงน้ำท่วม ขณะราคายังอยู่ในเกณท์ดี

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้รับผิดชอบรายสินค้า (Mr.รายสินค้า ) กรมการข้าว ได้รายงานถึงสถานการณ์ข้าวประจำเดือน ก.ค. ระบุว่า ในปี 2561/62 ผลผลิตข้าวโลก จะมีประมาณ 487.35 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.02 % เมื่อเทียบกับ ปี 2560/61 เนื่องจากจีน อินเดีย และปากีสถาน ประสบภัยแล้ง ปริมาณน้ำฝนลดลง
ด้านการค้าข้าวโลก ปี 2561 จะมีปริมาณ 48.67 ล้านตัน โดยอินเดียจะส่งออกข้าวมากเป็น อันดับ 1 ปริมาณ 12.80 ล้านตัน ซึ่งขณะนี้ส่งออกแล้ว 6.23 ล้านตัน (1 ม.ค.-26 มิ.ย.) ส่วนปี 2562 การค้าข้าวโลกจะมีปริมาณ 49.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.71% เนื่องจาก ไนจีเรีย โกตดิวัวร์ มาเลเชีย อิหร่าน และอิรัก จะนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไทย อินเดีย จีน สหรัฐฯ และกัมพูชา จะส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น

ในส่วนของไทย ปี 2561/62 กำหนดเป้าหมายส่งเสริมการปลูกพื้นที่ 70.42 ล้านไร่ 33.42 ล้านตันข้าวเปลือก แบ่งเป็นนาปี 58.21 ล้านไร่ 25.34 ล้านตันข้าวเปลือก และ นาปรัง 12.21 ล้านไร่ 8.08 ล้านตันข้าวเปลือก ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำนาปีแล้ว 37.25 ล้านไร่ ประมาณ 63.99% ของพื้นที่เป้าหมาย อย่างไรก็ตาม คาดว่า ผลผลิตจะได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากจะมีพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเสียหายสิ้นเชิง
การส่งออก ปี 2561 คาดจะอยู่ที่ 10.50 ล้านตัน มากเป็น อันดับ 2 ซึ่งขณะนี้ส่งออกแล้ว 5.63 ล้านตัน (1 ม.ค.-26 มิ.ย.) โดยการส่งออกยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้น จากคำสั่งซื้อที่มีอย่างต่อเนื่อง จากภูมิภาคเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย รวมทั้งภูมิภาคแอฟริกา คือ เบนิน และโกตดิวัวร์

ในขณะที่ราคาในเดือน ก.ค. ข้าวหอมมะลิ ตันละ 16,835 บาท ข้าวหอมปทุม ตันละ 10,335 บาท ข้าวเจ้า ตันละ 7,750 บาท และข้าวเหนียวเมล็ดยาว ตันละ 9,928 บาท ราคาข้าวทุกชนิดอ่อนตัวลง เล็กน้อยจากเดือน มิ.ย. ซึ่งคาดว่าจะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เนื่องมาจากตลาดชะลอ
การรับซื้อจากสภาพอากาศมีฝนตกทำให้การขนย้ายลงเรือล่าช้าออกไป แต่ความต้องการตลาดต่างประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ราคาข้าวไทยอยู่ในทิศทางที่ดี

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายประจักร กลิ่นอ้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า แม่น้ำโขง ทางด้าน อ.ชานุมาน วันนี้มีแนวโน้มลดลง วัดได้ 10.39 เมตร แต่น้ำที่ท่วมขังนาข้าว พืชผลทางการเกษตรยังคงไม่ลดลง และขณะนี้ ต้นมะนาว ต้นกล้วย ต้นมะละกอ ฯลฯ เริ่มเน่าตาย เนื่องจากมีการท่วมขังนานหลายวัน รวมแล้วกว่า 2 หมื่นไร่ ส่วนนาข้าวหากน้ำไม่ลดลงภายใน 2-3 วันนี้ คาดว่าคงเน่าตายเช่นกัน ซึ่งล่าสุดทั้งอำเภอและจังหวัดได้ลงตรวจสอบนาข้าวและพืชผลทางการเกษตรแล้ว เพราะจะต้องเร่งระดมให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน