สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เข้าสู่พายุโซนร้อน “เอวิเนียร์” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ขณะที่สภาพอากาศ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงปะมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายบุญเชิด เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบวัวแดงฝูงหนึ่งประมาณ 4-5 ตัว ออกมากินน้ำที่บริเวณห้วยสะโดน มีทั้งเพศผู้และเพศเมีย โดยวัวแดงเป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะรูปร่างคล้ายวัวบ้าน แต่แตกต่างจากวัวบ้านคือ บริเวณกัน มีวงก้นสีขาวทั้งในเพศผู้และเพศเมีย ที่บริเวณขาทั้ง 4 ข้าง มีสีขาว ตั้งแต่หัวเข่าจนถึงกีบเท้า มีเส้นขาวรอบจมูก สำหรับเพศผู้ที่มีอายุมากจะมีเขาสีดำ มักจะอยู่เป็นฝูง ฝูงละ 4-10 ตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อสังเกตสัตว์ป่าและป้องกันการล่าสัตว์ป่า โดยครั้งล่าสุด พบวัวแดงที่ห้วยสะโตน บ่งบอกว่าอุทยาน แห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติตาพระยา มีป่าที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง

“ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติตาพระยา เจ้าหน้าที่ได้ใกล้กับอุทยานแห่งชาติ ให้มีความตระหนักถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการประชาสัมพันธ์ให้เห็นคุณค่าของป่าและสัตว์ป่า ในขณะเดียวกัน จัดให้มีคณะกรรมการในชุมชนให้ช่วยกันสอดส่อง ดูแล เฝ้าระวัง ในการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าอีกด้วย” นายบุญเชิด กล่าว

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เครือสหพัฒน์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการเชิญร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ ร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 22 เพื่อศึกษาดูงานร้านค้าตัวอย่าง อบรมความรู้การบริหารจัดการร้านแบบมืออาชีพ และยังมอบส่วนลดพิเศษสำหรับซื้อสินค้าในงาน พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าเปิดการเจรจาการค้ากับนักลงทุน โชว์นวัตกรรม จัดกิจกรรม จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษกว่า 1,000 คูหา พร้อมส่งฟรีถึงบ้าน วันที่ 28 มิถุนายน-1 กรกฎาคม ณ สถานที่จัดงานแห่งใหม่ใหญ่กว่าเดิม ที่ไบเทค บางนา

ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล หากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและเข้มแข็งจะก่อให้เกิดรายได้นำไปต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศต่อไป จึงร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก โดยเชิญร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศมาร่วมงาน เพื่อดูงานร้านค้าตัวอย่าง ศึกษาการบริหารจัดการร้าน การจัดสินค้า การซื้อขายจริง รวมทั้งอบรมความรู้ให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 2,000 คน พร้อมสนับสนุนคูปองส่วนลด 2,000 บาท ให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ร่วมงานเพื่อซื้อสินค้า นอกจากนี้ จะส่งเสริมการค้าการลงทุนและเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่างๆ เช่น จะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่อง Big Data Partnership & Business Collaboration กับบีทีเอสกรุ๊ป

เจ้าสัว “สหพัฒน์” ชี้เศรษฐกิจไทยตกหลุมอากาศ กำลังซื้อฐานรากยังไม่ดี กระทุ้งแบงก์ชาติดูแล ค่าเงิน 33-34 บาท/ดอลลาร์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ โวยพิษบาทแข็ง 4 เดือน มูลค่าส่งออกหด 1.2 แสนล้าน ด้านกกร.รอปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ เชื่อศก.ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 4%

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจขณะนี้ เปรียบเสมือนกำลังตกหลุมอากาศ ต้องใช้รถโฟร์วีลส์ ช่วยพยุง เนื่องจากกำลังซื้อฐานรากยังไม่ดี แม้ตัวเลขการส่งออกขยายตัวแล้ว 8% แต่ค่าเงินบาทแข็งค่า 8% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งจะดีกับผู้บริโภคระดับบน ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ส่วนตัวมองว่าในระดับ 33-34 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับที่เหมาะสม ปัจจุบันอยู่ที่ 31-32 บาท ต่อดอลลาร์ ส่วนการเลือกตั้งเป็นเรื่องดีกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เกิดภาวะซึมเศร้า

“การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของรัฐบาล เพราะหากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และเข้มแข็ง จะก่อให้เกิดรายได้นำไปต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศต่อไป”

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ยังคงคาดส่งออกไทยปี 2561 เติบโต 8% สมมติฐานค่าเงินบาท 31.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องการขยายตัวเศรษฐกิจโลก ทิศทางน้ำมันปรับตัวขึ้น ค่าเงินบาทผันผวน ในกรอบ 31.90-32.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสรท. กล่าวว่า แม้ส่งออกในรูปเงินดอลลาร์ช่วง 4 เดือน จะเติบโตถึง 11.53% แต่ในรูปเงินบาทกลับเติบโตได้แค่ 0.58% เป็นระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเงินบาท แข็งค่า ช่วง 4 เดือน 2561 มูลค่าการส่งออกหายไป 1.2 แสนล้านบาท จากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา 1 บาท (32 บาท/ดอลลาร์) ระดับเงินบาทที่เหมาะสมคือระดับ 33 บาท/ดอลลาร์

นายปรีดี ดาวฉาย กก.ผจก.ใหญ่ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เดือนมิถุนายน มองอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2561 ที่เติบโตสูงสุดของปีนี้ที่ 4.8% ถือเป็นสัญญาณที่ดี กกร.จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของเดือนมิถุนายนให้ชัดเจน ก่อนนำมาทบทวนประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้งในการประชุม 3 กรกฎาคม นี้ เพื่อประเมินภาพเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แม่นยำขึ้น

ปัจจุบัน คาดว่าเศรษฐกิจโต 4-4.5% ส่งออกคาด 5-8% เงินเฟ้อ 0.7-1.2% แม้แนวโน้มช่วงที่เหลือของ ปีนี้อาจจะขยายตัวชะลอลง แต่เชื่อว่าคงโตไม่ต่ำกว่า 4% แน่นอน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) นำผู้ประกอบการทุเรียนไทย กลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่เข้าร่วม “โครงการยกระดับผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน” ซึ่งสวทช.ดำเนินงานร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการผักและผลไม้ไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ไทยแก็ป (ThaiGAP) ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอาเซียน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยความปลอดภัยของสินค้าเกษตร

ล่าสุดหนุนผู้ประกอบการให้ได้ไทยแก็ป แล้วกว่า 40 ราย และในงาน THAIFEX 2018 ที่เมืองทองธานี ได้เปิดตัวระบบใหม่ ไทยแก็ป แพลตฟอร์ม เซอร์วิส (ThaiGAP Platform Service) แอพพลิเคชั่นวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อขอรับรองมาตรฐานไทยแก็ปนำร่องที่ผลไม้ทุเรียนไทย กับกลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

นางสาวชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า โครงการยกระดับ ผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันสนับสนุน ผู้ประกอบการผักและผลไม้ไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐานไปแล้วมากกว่า 40 รายจากทั่วประเทศ ขณะนี้สนับสนุนผลไม้ “ทุเรียนไทย” สู่สากล ด้วยมาตรฐาน ThaiGAPในโครงการ “การพัฒนาระบบการผลิตที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน ThaiGAP ของสหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ จำกัด”

ด้าน ผศ.ดร. ชัยณรงค์ รัตนกรีฑากุล หัวหน้า ผู้เชี่ยวชาญโครงการ โปรแกรม ITAP และอาจารย์ประจำภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวถึงนวัตกรรมระบบตรวจรับรอง ว่า ไทยแก็ป แพลตฟอร์ม เซอร์วิส พัฒนาขึ้นโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นการนำระบบแอพพลิเคชั่นเข้ามาใช้ในการตรวจรับรองผล โดยรวบรวมข้อมูลภาคสนามด้วยอุปกรณ์พกพาเข้าสู่ระบบประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ซึ่งติดตั้งที่สถานีรับสัญญาณดาวเทียมจุฬาภรณ์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ผลได้ในเบื้องต้น และสามารถให้คำแนะนำผ่านระบบเวลาจริง

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า วันที่ 8 มิถุนายน เป็นวันทะเลโลก หรือ World Ocean Day เป็นวันที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลสากล ขณะที่สถานการณ์ท้องทะเลไทย ปัจจุบันมีการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเล มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยมิได้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสม ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดปัญหาขยะทะเลอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศทางทะเลชายฝั่งทะเล ชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชนบริเวณ ชายฝั่งทะเลอย่างมาก

นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและกำหนดให้ปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติ จึงมีแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ซึ่งเป็นแผนหลักในการบริหารจัดการขยะรวมถึงขยะทะเล โดย ทส.มอบหมายให้ ทช.เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะทะเลเพื่อสอดรับกับแผนแม่บทอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับวันทะเลโลก ประจำปี 2561 มีหัวข้อว่า “Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข” เพื่อสร้างกระแสสังคมและปลุกจิตสำนึกในการลดปริมาณขยะพลาสติก ดังนั้น ภายในงานกิจกรรมวันทะเลโลก วันที่ 8 มิถุนายนนี้ ทช.จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประกอบด้วยผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลไทยและการจัดการขยะพลาสติกทางทะเลภายในงานด้วย โดยจะจัดงานที่โรงภาพยนตร์สยามภาวลัยรอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน

“…เรื่องสหกรณ์โรงเรียน (เริ่ม พ.ศ. 2534) ก็เป็นงานหนึ่งที่ข้าพเจ้าพยายามจัดให้มีขึ้นทุกแห่ง เมื่อเริ่มโครงการข้าพเจ้ากำชับไว้ว่าผลผลิตที่เกิดจากงานเกษตรห้ามขายเด็ดขาด ต้องให้นักเรียนรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของโครงการ ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณเกินกว่าที่จะบริโภคได้หมด ก็ให้ทำการถนอมอาหารเก็บไว้ หรือแจกให้นักเรียนไปรับประทานที่บ้าน ต่อมาเมื่อโครงการประสบความสำเร็จพอสมควรแล้ว ก็ยอมให้ขายได้ส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนให้โครงการบางส่วนเลี้ยงตัวเองได้ ทั้งนี้ ต้องไม่ให้มีผลกระทบต่อภาวะโภชนาการ เมื่อมีการซื้อขาย ก็ต้องเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ…

…ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าระบบที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งโรงเรียน ตชด. มากที่สุด ก็คือ ระบบสหกรณ์ เพราะแต่ละคนมีเงินน้อย เมื่อร่วมกันจึงพอลงทุนธุรกิจใดๆ ได้ ในหนังสือเรียนชั้นประถมศึกษา ก็มีบทที่ว่าด้วยการสหกรณ์อยู่แล้ว จึงสนับสนุนให้มีการปฏิบัติจริงในโรงเรียน กรมส่งเสริมสหกรณ์ (สหกรณ์จังหวัด สหกรณ์อำเภอ) ได้มาช่วยจัดกิจกรรมสหกรณ์ โดยให้สหกรณ์ (จริงๆ) ที่อยู่ใกล้เคียง ช่วยเป็นพี่เลี้ยงดูแลแนะนำให้กรรมการสหกรณ์เด็กนักเรียนไปดูงานถ้าเป็นไปได้…”

พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหนังสือสืบสานพระราชปณิธาน สามทศวรรษจรัสหล้า การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร แสดงให้เห็นถึงแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ ทรงใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ได้รับโอกาสและเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาตนเอง และทรงเห็นว่าการปลูกฝังสหกรณ์แก่เด็กและเยาวชน โดยเริ่มจากกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน จะก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในกลุ่มนักเรียน ตลอดจนครู ผู้ปกครอง และชาวบ้านในชุมชนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน ฝึกการวางแผน ร่วมกันคิดร่วมกันทำและแก้ไขปัญหา

พระองค์ทรงมีรับสั่งกับอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในขณะนั้น (นายเสงี่ยม มาหมื่นไวย) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 ให้มีการจัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน โดยให้เริ่มที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ภายใต้โครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพราะเห็นว่าระบบเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับการพัฒนาชนบทในพื้นที่ห่างไกลคือระบบสหกรณ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนตามแนวพระราชดำริ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้กำหนดให้วันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันสหกรณ์นักเรียน” และเริ่มจัดกิจกรรม วันสหกรณ์ครั้งแรก ในปี 2552 ที่จังหวัดเพชรบุรี

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 27 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในการสนองพระราชดำริ ด้านการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์แก่เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริ มาศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้านสหกรณ์ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่เหมาะสมกับนักเรียน และมอบหมายให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแนะนำการจัดกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน เริ่มต้นจัดกิจกรรมและสอนวิชาการสหกรณ์ในโรงเรียนที่อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

ตามพระราชดำริฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จวบจนถึงปัจจุบันได้มีการขยายผลการสอนวิชาสหกรณ์ไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนสอนศาสนาปอเนาะ รวม 504 แห่ง ทั่วประเทศ

โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดอบรมครูผู้รับผิดชอบสอนวิชาสหกรณ์ในโรงเรียนเพื่อกำหนดหลักสูตรการสอน คู่มือการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในสถานศึกษา และการผลิตสื่อการสอนวิชาสหกรณ์ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสหกรณ์ได้อย่างถูกต้อง สามารถนำไปปรับใช้ได้ในการเรียนและการดำเนินชีวิต เป็นการปลูกฝังค่านิยมสหกรณ์แก่เยาวชน

การจัดกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนนั้น นักเรียนจะเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการปฏิบัติ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามแนวทางของสหกรณ์ เหมือนการจำลองภาพการดำเนินงานสหกรณ์ของผู้ใหญ่ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการเกษตรและอาชีพ นักเรียนจะรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพาะเห็ด แปรรูปอาหาร นำผลผลิตมาขายผ่านสหกรณ์ของโรงเรียน กิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ รับซื้อผลผลิตการเกษตรจากฟาร์มของโรงเรียน รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นักเรียนร่วมกันทำ เช่น อาหารแปรรูป ขนม หรือหัตถกรรมต่างๆ เพื่อป้อนสู่โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันให้นักเรียนได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการ ส่วนที่เหลือจากการทำอาหารกลางวันก็จะจำหน่ายให้กับผู้ปกครองและคนในชุมชน ทำให้มีรายได้เข้ามาเพื่อเป็นสวัสดิการของนักเรียน

การฝึกกิจกรรมในร้านสหกรณ์ นักเรียนต้องรู้จักวางแผนการสั่งซื้อสินค้าและการจำหน่าย การเก็บรักษา ตรวจสอบจำนวน การจัดวางสินค้าที่จำหน่าย รู้จักตั้งราคา การคิดผลกำไรหรือขาดทุน มีการจดบันทึกและทำบัญชีทุกกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกความละเอียด ถี่ถ้วน ความรอบคอบ ความเป็นระเบียบ เป็นอุบายสอนวิธีจดบันทึก ฝึกหัดทักษะทางคณิตศาสตร์ ซึ่งการทำบัญชีจะสอนให้เด็กเรียนรู้การทำธุรกิจ รู้ว่าลงทุนไปเท่าไร ตั้งราคาอย่างเหมาะสม เมื่อมีผลกำไรก็จัดสรรเป็นเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนแก่สมาชิก บางส่วนสะสมไว้เป็นเงินทุนของสหกรณ์ หรือไว้เป็นเงินบริจาคสำหรับกิจกรรมสาธารณประโยชน์

กิจกรรมออมทรัพย์ เป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เด็ก วางแผนการใช้จ่ายไม่ให้เกินที่ตนเองมีในพื้นที่ทุรกันดาร นักเรียนส่วนใหญ่ยากจน แต่ก็สามารถออมเงินนำมาฝากได้ครั้งละ 1 บาทบ้าง 5 บาทบ้าง ซึ่งคณะกรรมการสหกรณ์ฯจะรวบรวมและนำไปฝากธนาคาร แล้วมีดอกเบี้ยให้ เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนนั้นๆ นักเรียนจะมีเงินก้อนหนึ่งไว้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อ หรือไปประกอบอาชีพเสริมได้

กิจกรรมการศึกษาและสวัสดิการ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้แก่คณะกรรมการสหกรณ์นักเรียนหรือสมาชิก เช่น การพาไปศึกษาดูงานสหกรณ์จริงๆ ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากสหกรณ์ผู้ใหญ่ และมีประสบการณ์ในการทัศนศึกษา มีการเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตด้านอื่นๆ และยังสร้างแรงจูงใจในการดำเนินกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนด้วย

นอกจากนี้ วิชาสหกรณ์ยังช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะให้แก่นักเรียนทางด้านภาษาไทยและคณิตศาสตร์ ด้วยการบูรณาการการเรียนการสอนกับวิชาหลักของโรงเรียน เช่น การสอดแทรกวิชาสหกรณ์เข้ากับวิชาสังคมศาสตร์ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์ โดยฝึกให้นักเรียนได้รู้จักการจัดประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ การบันทึกรายงานการประชุม และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยด้านความเป็นประชาธิปไตย ความซื่อสัตย์ ความประหยัดและความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นให้กับเยาวชนอีกด้วย

การสอนวิชาสหกรณ์ให้กับนักเรียนจะเป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างอนาคตของเยาวชนให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคม ซึ่งวิธีการสหกรณ์จะสอนให้เด็กรู้จักพึ่งตนเอง การรับผิดชอบต่อส่วนรวม กล้าตัดสินใจและแก้ปัญหา และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งต้องให้เด็กได้ซึมซับหลักและวิธีการของสหกรณ์ ต้องสร้างความเข้าใจและฝึกฝนตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับระบบสหกรณ์ และเมื่อจบการศึกษาในโรงเรียนแล้วไปเรียนต่อที่อื่น หรือออกไปทำมาหากิน สามารถนำความรู้ด้านสหกรณ์ไปใช้ในการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ในอนาคตต่อไป

เท้า เป็นส่วนที่อยู่ด้านล่างสุดของร่างกาย ต้องแบกรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกายไว้ ทำให้เท้าของเราต้องทำงานหนักมากกว่าส่วนอื่นๆ เพราะนอกจากการรองรับน้ำหนักแล้ว ยังเป็นอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ โดยจะได้รับแรงกดจากน้ำหนักตัว แรงกระแทกจากการเดินและสัมผัสกับพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ การบาดเจ็บของเท้าจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งอาการปวดเมื่อย การอักเสบ และเกิดแผลฉีกขาด

นางสาวเจนจิรา แก้วกลาง และ นางสาวเกศรา ช่วยธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่ ได้คิดค้นนำเศษถุงมือที่ไม่ผ่านคุณภาพในกระบวนการผลิตหรือถุงมือที่ไม่ใช้แล้ว นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการผลิตเป็นแผ่นยางนวดฝ่าเท้าจากยางพาราเพื่อลดอาการปวดเมื่อย

ในกระบวนการผลิตนั้นนำถุงมือดังกล่าวมาบดย่อยให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปผสมกับน้ำยางคอมปาวน์ แล้วเทใส่แบบพิมพ์ที่มีลักษณะเป็นปุ่ม แล้วนำไปอบแห้งและตกแต่งให้สวยงาม ในการผลิตแผ่นยางนวดฝ่าเท้าจากยางพารานั้น มีต้นทุนในการผลิตตารางเมตรละ 200 บาท เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาอาการชา
ของเท้าได้ โดยกรรมวิธีในการผลิตมีการเตรียมน้ำยางข้นผสมสารเคมี แล้วกวนผสมกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมง