หลังจากที่ให้เกษตรกรสวนมะพร้าวเหลาทางมะพร้าวมาขายให้

ก็มีเกษตรกรนำมาขายให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงคิดในมุมของการเพิ่มรายได้ และหาข้อมูลเพิ่มเติม ทราบว่า แหล่งผลิตทางมะพร้าวรายใหญ่ของประเทศ อยู่ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพียงแห่งเดียว ดังนั้น หากจะมีแหล่งขายทางมะพร้าวเพิ่มอีกแห่ง ก็คงจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อได้

“ผมรับซื้อจากเกษตรกร ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท และขายออกในราคากิโลกรัมละ 25 บาท”เมื่อจำนวนทางมะพร้าวมากขึ้น คุณฐนโรจน์ จึงประกาศขายทางอินเตอร์เน็ต และได้รับการติดต่อซื้อจากลูกค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และ สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร

จำนวนขายน้อยที่สุด นับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา อยู่ที่ขั้นต่ำ 30 กิโลกรัม ไปถึงหลายร้อยกิโลกรัม

การเหลาทางมะพร้าวขายให้กับคุณฐนโรจน์ ถือเป็นงานอดิเรกเสริมรายได้ของเกษตรกรที่นี่ในแต่ละวัน เมื่อเกษตรกรว่างเว้นจากการทำการเกษตร จะเดินเก็บทางมะพร้าวแก่ที่หลุดร่วงจากต้นในสวน นำมากองไว้ใกล้ที่พัก เมื่อได้จำนวนมากพอ จะเริ่มเหลาทางมะพร้าว และมัดทางมะพร้าวที่เหลาเรียบร้อยแล้วเป็นมัดด้วยยาง น้ำหนักทางมะพร้าวมัดละ 5 กิโลกรัม เมื่อได้ปริมาณมากพอจะนำไปขายให้กับคุณฐนโรจน์ ที่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของคุณฐนโรจน์ หรือ โทรศัพท์ให้คุณฐนโรจน์ เข้ามารับทางมะพร้าวไป

ขนาดของทางมะพร้าวที่รับซื้อ ไม่ได้กำหนดความสั้นหรือยาว คุณฐนโรจน์ ใช้วิธีขายเหมา ขึ้นกับลูกค้าว่าต้องการนำไปทำอะไร เช่น ทางมะพร้าวก้านสั้น เหมาะสำหรับนำไปทำไม้กวาด ใช้กวาดดินลูกรัง ส่วนทางมะพร้าวก้านยาว เหมาะสำหรับนำไปทำไม้กวาด ใช้กวาดพื้นคอนกรีตหรือซีเมนต์

ปัจจุบัน มีเกษตรกรประมาณ 100 ครัวเรือน ที่ใช้เวลาว่างเหลาทางมะพร้าวมาส่งขายให้กับคุณฐนโรจน์ สร้างรายได้เสริมได้ไม่น้อย ซึ่งแหล่งผลิตไม้กวาดเช่นจังหวัดขอนแก่น และ ปราจีนบุรี ก็ยังสั่งทางมะพร้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากที่นี่

คุณฐนโรจน์ อธิบายให้ฟังว่า หากเปรียบเทียบราคาไม้กวาดที่ขายตามท้องตลาด หรือ ขายส่งทั่วไป อยู่ที่ ด้ามละ 30-40 บาท ความต้องการซื้อทางมะพร้าว เพื่อนำไปประกอบไม้กวาดเอง ยังมีสูง เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย และยังสามารถหาขนาดด้ามไม้กวาดที่เหมาะมือกับผู้ใช้มาประกอบเอง เพื่อความถนัด อีกทั้งราคาทางมะพร้าวที่เหลาแล้ว กับทางมะพร้าวที่นำไปประกอบเป็นไม้กวาดสำเร็จรูปนั้น ห่างกันมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ไม้กวาดจำนวนมาก จึงเลือกซื้อทางมะพร้าวเหลาแล้ว ไปประกอบด้ามเอง สะดวกกว่า

เกษตรกรแต่ละครัวเรือนในแต่ละวัน จะเหลาทางมะพร้าวได้อย่างน้อย 3-4 กิโลกรัม ในเวลาที่ว่างเว้นจากการทำเกษตรกรรม จึงถือเป็นรายได้เสริมที่เกษตรกรพึงพอใจ และแม้คุณฐนโรจน์เอง จะต้องควักกระเป๋ารับซื้อทางมะพร้าวเหลามาไว้ ก่อนจะถ่ายเทออกไปเมื่อมีลูกค้าสั่ง แต่คุณฐนโรจน์ ก็มีรายได้จากส่วนต่างที่รับซื้อจากเกษตรกร

อาจมองดูเหมือนทางมะพร้าวที่เกษตรกรเหลามาขายส่งให้กับคุณฐนโรจน์ไม่มากนัก แต่เมื่อรวบรวมเฉลี่ยในแต่ละวัน คุณฐนโรจน์ รับซื้อได้มากถึง 500 กิโลกรัมทีเดียว คุณฐนโรจน์ เล่าว่า รายได้ต่อทางมะพร้าวเหลา 1 ตัน อยู่ที่ 20,000 บาท เมื่อหักกำไรสุทธิแล้ว ทำให้การขายแต่ละตัน คงเหลือที่ 5,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อย เพราะไม่ต้องลงแรงอะไร

แต่สิ่งสำคัญที่เกษตรกรและคุณฐนโรจน์ ต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า คือ การเลือกเฉพาะทางมะพร้าวแก่ที่หลุดร่วงจากต้นเอง หากทางมะพร้าวแก่แล้ว แต่ยังไม่หลุด เกษตรกรก็จะไม่ดึงให้หลุด เพราะถือว่าทางมะพร้าวก้านนั้นยังไม่แก่ ซึ่งคุณสมบัติของทางมะพร้าวที่แก่ได้ที่ คุณฐนโรจน์ บอกว่า จะไม่เปราะ และ มีความเหนียวมาก

สนใจ ติดต่อได้ที่ คุณฐนโรจน์ ชัยสิริธนานนท์ เลขที่ 50 หมู่ 1 บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือโทรศัพท์สอบถามก่อนได้ที่ 080-606-1888 และ 080-605-8999

ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษ (พันธุ์แป้นดกพิเศษมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง) เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากพันธุ์ที่ออกดอกและติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวทั้ง 2 สายพันธุ์ดังที่ได้กล่าวมา สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่ายมาก

ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบรากที่ไม่แข็งแรงเพราะมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาวทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่ภาระเลี้ยงผลมาก อีกทั้งกิ่งตอนมะนาวเกือบทั้งหมดที่ขยายพันธุ์มาปลูกมักจะมีโรคไวรัสทริสเทซ่าและโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้นมะนาวทรุดโทรมเร็ว ผลผลิตต่ำและมีอายุสั้นลง อีกทั้งยังพบปัญหาเรื่องโรคโคนเน่าและรากเน่าได้

การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ ถ้าคิดการลงทุนปลูกใหม่ก็มีค่าใช้จ่ายมิใช่น้อย ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่มะนาวจะมีอายุอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ เช่น ทรอยเยอร์, สวิงเกิล, โวลคา-เมอเรียน่า ฯลฯ เป็นต้นตอซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่าต้านทานโรครากเน่าและโคนเน่าได้ดี เนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและมีรากแก้ว

มีงานวิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตปทุมธานี ได้มีการศึกษาถึงอิทธิพลของต้นตอส้มบางชนิดที่มีต่อการเจริญเติบโตของมะนาวพันธุ์แป้นรำไพด้วยวิธีการนำกิ่งมะนาวพันธุ์แป้นรำไพมาเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศ ผลจากศึกษาและวิจัยพบว่ากิ่งพันธุ์มะนาวพันธุ์แป้นรำไพที่เสียบยอดบนต้นตอส้มทรอยเยอร์ (Troyer) มีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตมากที่สุด กิ่งพันธุ์มะนาวแป้นรำไพที่เสียบยอดไปมีการเจริญเติบโตสูงสุดในด้านความยาวกิ่งแขนง

เทคนิคในการเสียบยอดให้ใช้ต้นตอส้มทรอยเยอร์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร ตัดยอดต้นตอส้มให้สูงจากพื้นดินประมาณ 15 เซนติเมตร จากนั้นนำกิ่งมะนาวพันธุ์แป้นรำไพหรือแป้นดกพิเศษเสียบยอดด้วยวิธีการผ่าลิ่มให้แผลมีความยาวประมาณ 1 นิ้ว ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ยอดที่เสียบจะแตกยอดใหม่ออกมา

ในปัจจุบันมีข้อมูลใหม่ล่าสุดพบว่าการใช้ต้นตอส้มต่างประเทศที่มีชื่อว่าโวลคา-เมอเรียน่า ซึ่งเป็นพืชตระกูลส้มในกลุ่มของเลมอนเมื่อนำยอดมะนาวแป้นดกพิเศษมาเสียบบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่าจะเจริญเติบโตเร็วมากและให้ผลผลิตเร็วมาก ปลูกไปเพียงปีเศษเท่านั้น ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ กรมวิชาการเกษตร ได้ใช้มะนาวเสียบยอดบนต้นตอโวลคา-เมอเรียน่า ได้รับการยอมรับว่าดีจริงและได้เผยแพร่ให้เกษตรกรได้ขยายพื้นที่ปลูกกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้

สรุปได้ว่าต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า มีความเหมาะสมที่สุดที่จะใช้เป็นต้นตอและนำยอดมะนาวมาเสียบ ในปี พ.ศ.2554 ประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ภาคการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน เกษตรกรที่ปลูกมะนาวโดยใช้กิ่งตอนน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน พบว่าต้นมะนาวยืนต้นตายเกือบทั้งหมด ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกต้นมะนาวโดยใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศรอดตายหลายรายเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรง

สรุปข้อดีของการปลูกมะนาวบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า ได้ดังนี้ ลำต้นแข็งแรงทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง แม้จะเอาใจใส่น้อยก็ตาม เพราะมีระบบรากที่หากินเก่ง แม้จะเป็นดินลูกรังก็เจริญเติบโตได้ดี หรือในสภาพดินปนหิน, ลดการเกิดโรคแคงเคอร์ โรคนี้ถือเป็นโรคประจำตัวของมะนาว โดยเฉพาะถ้าปลูกด้วยกิ่งตอน ในช่วงปีแรกเกษตรกรต้องเฝ้าดูแลรักษาโรคนี้เพราะพันธุ์มะนาวแป้นจะอ่อนแอต่อโรคมาก

แต่ว่าปลูกด้วยต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่าแล้วเอามะนาวแป้นดกพิเศษมาเสียบ การเกิดโรคนี้ลดลงไปอย่างมาก ลดการใช้ยาป้องกันกำจัดโรคแคงเคอร์ไปได้มาก การใช้สารเคมีพ่นจาก 7-10 วัน อาจห่างเป็น 15 วันต่อครั้ง, ลดการใช้ไม้ค้ำช่วงติดผลดก หากปลูกด้วยกิ่งต้องจำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำรอบทรงพุ่ม ถ้าคิดเป็นพื้นที่ 1 ไร่ ต้องใช้ไม้นับพันอันคิดเป็นเงิน 5,000 – 6,000 บาท หากปลูกด้วยกิ่งเปลี่ยนยอดแทบจะไม่ต้องใช้ไม้ค้ำ เนื่องจากความแข็งแรงของกิ่งก้าน ทรงต้นสามารถแบกรับน้ำหนักผลมะนาวในต้นได้ โดยมิต้องใช้ไม้ค้ำช่วย และบังคับออกนอกฤดูง่ายติดผลดก

ต้นที่เปลี่ยนยอดจะขยันออกดอกอย่างเห็นได้ชัด โดยเกษตรกรเช็คข้อมูลได้ง่ายๆ โดยนำกิ่งมะนาวเสียบยอดไปปลูกแทรกในแถวมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอน ก็จะสังเกตได้ชัดว่าออกดอกง่ายกว่า สันนิษฐานว่าเกิดจากระบบลำเลียงน้ำและอาหารอาจไม่สะดวกโดยเฉพาะตรงรอยต่อ ทำให้มีผลต่อการออกดอกง่ายขึ้น และบริเวณโคนที่เป็นต้นตอส้มเหนือพื้นดินจะทนต่อการใช้ยาฆ่าหญ้า หากฉีดพ่นโดนบ้างก็ไม่เป็นไร กรณีโคนต้นรกมากกำจัดวัชพืชไม่ทันจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้าช่วยจะประหยัดแรงงานได้มาก

เป็นที่ทราบกันดีว่าในการปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันนี้ตลาดมีความต้องการมะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษมากที่สุด และการเลือกใช้กิ่งพันธุ์มะนาวได้เปลี่ยนจากการใช้กิ่งตอนมาใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศ เนื่องจากต้นมีความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุยืนยาวกว่าปลูกด้วยกิ่งตอน

การจัดการสวนที่ถูกต้องเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของการผลิตมะนาวนอกฤดู สิ่งที่ชาวสวนมะนาวและนักวิชาการเกษตรไม่ควรมองข้ามในการบังคับให้มะนาวออกนอกฤดูนั้น เรื่องของการจัดการสวนเป็นหัวใจที่มีความสำคัญ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

หนึ่ง: โครงสร้างของดิน ดินที่มีลักษณะเป็นทราย มีการระบายน้ำที่ดีจะมีผลทำให้การชักนำการออกดอกได้ดีกว่าดินที่อุ้มน้ำสูงและดินเหนียว

สอง: ขนาดของพุ่มต้น ควรเตรียมแปลงปลูกในลักษณะของแนวแถวยกสูงเป็นแบบลูกฟูกอันที่จะช่วยให้เกิดการระบายน้ำได้ดีขึ้น การชักนำการออกดอกจะง่ายกว่า

สาม: ขนาดของพุ่มต้น มะนาวที่มีขนาดพุ่มต้นที่เล็กกว่าสามารถชักนำการออกดอกเพื่อการผลิตนอกฤดูได้ดีกว่า ต้นตอบสนองต่อสภาพการงดน้ำได้เร็วมากขึ้น (ใช้เวลาสั้นกว่า)

สี่: การปฏิบัติเพื่อชักนำการออกดอก ควรจะต้องเข้าใจถึงธรรมชาติและนิสัยการออกดอก กิ่งมะนาวจะไม่มีการออกดอกหากว่ากิ่งนั้นยังคงมีผลติดอยู่ เมื่อเป็นดังนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องทำลายดอกหรือผลในช่วงที่ไม่ปรารถนาออกทิ้งไปก่อน กิ่งจึงจะสามารถออกดอกได้ การเปลี่ยนแปลงจากตาใบไปเป็นตาดอกยังสามารถควบคุมได้ด้วยปุ๋ยทางใบที่มีธาตุโปแตสเซียม (K) สูงในระยะที่ตาผลิก่อนมีความยาวยอดมากกว่า 7.5 เซนติเมตร การพ่นปุ๋ยทางใบที่มี ธาตุ N:P:K ในสัดส่วน 1:1:3 ; 1:1:4 ; 1:1:5 หรือ 1:2:5

ในระยะยอดอ่อนผลิจะมีบทบาทช่วยให้การสร้างตาดอกดีมากยิ่งขึ้น และสุดท้าย การป้องกันการกำจัดศัตรูพืช ศัตรูพืชที่สำคัญของมะนาว ได้แก่ เพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ ไรแดง และโรคแคงเคอร์ เป็นต้น หากใบถูกทำลายความสมบูรณ์ของต้นจึงลดลง ทำให้ออกดอกลดลงตามไปด้วย

เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูแบบต่างๆ ปัจจุบันมีเทคนิคในการผลิตมะนาวนอกฤดูหลายหลายวิธีทั้งภาคเกษตรกรและนักวิชาการเกษตรจึงจำเป็นที่จะต้องใช้หลายๆ วิธีเข้ามาใช้ร่วมกัน ดังนี้

หนึ่ง: การปลิดดอกและผลอ่อนของมะนาว มะนาวมีการออกดอกในฤดูกาลใหญ่ 2 ระยะ รวมทั้ง กิ่งที่มีผลผลิตติดอยู่ก็ไม่สามารถออกดอกได้ดีตามต้องการจึงจำเป็นต้องกำจัดดอกและผลอ่อนที่ไม่ต้องการในฤดูกาลนั้นทิ้งไปเสียก่อน การตัดแต่งกิ่งนอกจากจะเป็นการกำจัดดอกและผลอ่อนออกไปได้บางส่วนแล้ว ยังเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้มีการผลิยอดอ่อนใหม่ที่ค่อนข้างสม่ำเสมออีกด้วย ซึ่งไม่ควรตัดลึกมากควรจำกัดอยู่ที่ปลายกิ่งระดับ 5-10 ซม. สามารถกำจัดดอกและผลอ่อนที่เหลือโดยการฉีดพ่นสารเอทธิฟอนที่ความเข้มข้น 300 ppm พ่นในระยะดอกบาน , กลีบดอกโรย รวมถึงระยะผลอ่อน

สอง: การยับยั้งการออกดอกของต้นมะนาวในฤดู สารควบคุมการเจริญเติบโตที่มีชื่อว่า จิบเบอเรลลิกแอซิดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “จิบเบอเรลลิน” มีคุณสมบัติช่วยในการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางกิ่งใบในไม้ยืนต้น ใช้พ่นเพื่อยับยั้งการออกดอก

สาม: การกำจัดใบ ต้นมะนาวที่สมบูรณ์มากมีพุ่มต้นแน่นทึบหรือมีลักษณะที่เรียกว่า บ้าใบ การปลิดใบออกบ้างบางส่วน อาจมีผลในด้านการลดระดับไนโตรเจนในต้นให้ลดต่ำลง อันเป็นการช่วยปรับระดับของคาร์โบไฮเดรตต่อระดับของไนโตรเจน หรือที่ภาษาวิชาการเรียกว่า ซี/เอ็นเรโช (C/N ratio) ให้สูงขึ้น อาจช่วยให้มีการออกดอกดีขึ้นได้

และสี่: การใช้สารเคมี สารในกลุ่มชะลอการเจริญเติบโต เช่น สารแพคโคลบิวทราโซล มีบทบาทในการยับยั้งการสังเคราะห์จิบเบอเรลลินในธรรมชาติของต้นพืช ดังนั้นพืชจึงมีการเจริญทางกิ่งใบลดลงส่งผลให้มีโอกาสในการออกดอกมากขึ้น แนะนำให้ฉีดพ่นสารแพคโคลบิวทราโซลชนิดความเข้มข้น 10% ในอัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

ในอดีตกีฬาชนไก่ เป็นกีฬาพื้นบ้านยอดฮิตของผู้ชาย ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน ตามยุคสมัย ต่อเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน ไก่ชน และ สนามชนไก่ กลับกลายเป็นกีฬาในหมู่หรือเฉพาะกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบกีฬาชนไก่เท่านั้น แม้ว่าสนามชนไก่จะมีทุกจังหวัดก็ตาม ปัจจุบัน สนามชนไก่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือ สนามกีฬาไก่ชนเทิดไท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ

เกมกีฬาชนิดนี้ ต้องขึ้นกับความชอบแต่ละบุคคล บางรายเพียงแค่ได้ชมชั้นเชิง และการออกลวดลายการชนไก่ ก็เท่ากับได้ผ่อนคลายสบายอารมรณ์ แต่บางรายอาจมีการพนันขันต่อเข้ามาเกี่ยวข้อง ขึ้นกับความชอบและความสมัครใจ

หากไก่ชนตัวใด ได้เข้าชิงชัยในสนามชนไก่ มีจำนวนไฟต์เป็นเครื่องการันตี มูลค่าราคาไก่ก็สูงขึ้นตามลำดับ

ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม เป็นแหล่งที่มาของไก่ชนที่มากไฟต์ และที่สำคัญในหลายไฟต์ที่ชน ลงในสนามไก่ชนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อย่างสนามกีฬาไก่ชนเทิดไท

คุณจักริน รัตนารามิก หรือ คุณขิง ผู้ดูแล ส.ตรัยเพชร ฟารม์ มาตั้งแต่เริ่มแรก เล่าว่า เดิมทีธุรกิจของครอบครัวเป็นธุรกิจฟาร์มสุกร ทำให้ซึมซับการดูแลและการจัดการภายในฟาร์มมาโดยตลอดตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจ จึงหันกลับมาช่วยครอบครัวดูแลฟาร์มสุกร ขณะเดียวกันเมื่อวัยเด็กคุณขิงได้ติดตามคุณพ่อไปดูการชนไก่ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่สร้างความสุขให้กับคุณพ่อ มีโอกาสเห็นการชนไก่ การซ้อมไก่ ทำให้รู้สึกว่า กีฬาชนไก่ เป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่น่าสนุก ทั้งยังได้ดูแลไก่ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งด้วยตัวเอง

“10 กว่าปีที่ผ่านมา ผมกับคุณพ่อเริ่มจริงจังกับการผสมพันธุ์ไก่ชน เพื่อให้ได้ไก่ชนสายพันธุ์ดี ไว้สำหรับกีฬาชนไก่ ในช่วงแรกก็ซื้อไก่ชนจากฟาร์มทั่วไปในราคา 20,000-30,000 บาท มาผสม แต่ก็ไม่ได้ลูกไก่ที่มีความเก่งอย่างที่ต้องการ ทำให้ต้องเฟ้นหาไก่ชนสายพันธุ์ดีมาผสม ตัวแรกที่ซื้อมา ชื่อเจ้ายอดขนุน เป็นไก่ชนที่ลงสนามชนเพียงไฟต์เดียว แต่เดิมพันในไฟต์นั้นสูงถึงข้างละ 1 ล้านบาท และครั้งนั้น เจ้ายอดขนุนก็ชนะ แต่เสียดวงตาไป 1 ข้าง”

คุณขิง เล่าว่า เจ้ายอดขนุนเป็นพ่อพันธุ์ที่ดีตัวหนึ่ง แม้จะปลดระวางจากการชนในสนาม เพราะเสียดวงตาในครั้งนั้น แต่ก็ให้ลูกที่ดีหลายครอก ซึ่งต่อๆ มาพยายามหาแม่พันธุ์ที่สายพันธุ์ดีมาผสมกับเจ้ายอดขนุน เมื่อได้ลูก ก็หาไก่เพศผู้สายพันธุ์ดีมาผสมกับเพศเมียที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีขึ้น ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถึงปัจจุบัน ฟาร์มเราได้ลูกไก่สายพันธุ์ดีและได้มาตรฐานไก่ชนแล้ว”

ที่ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม ใช้ไก่เพียง 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์พม่า และ สายพันธุ์เวียดนาม หรือ ไซง่อนข้อดีของสายพันธุ์พม่า คือ ฉลาด มีชั้นเชิง มีความแม่นยำในการตี และว่องไว แต่มีข้อเสีย คือ โครงร่างเล็ก ส่วนสายพันธุ์ไซง่อน มีข้อดีตรงที่ มีโครงร่างใหญ่ กระดูกใหญ่ หนังหนา มีความแข็งแกร่ง แต่ข้อเสียของสายพันธุ์นี้ คือ เชื่องช้า และชั้นเชิงน้อย

การนำสองสายพันธุ์มาผสมกัน และคัดเลือกให้ได้สายพันธุ์ที่ดีในท้ายที่สุด จะได้ไก่ชนที่มีลักษณะเด่น คือ โครงร่างใหญ่ ว่องไว แข็งแกร่ง ฉลาด มีชั้นเชิง มีความแม่นยำในการตี กลบข้อเสียของ 2 สายพันธุ์นี้ไปหมด เรียกสายพันธุ์ที่ผสมขึ้นนี้ว่า สายพันธุ์พม่าง่อน

การผสมให้ได้สายพันธุ์ดีในไก่ชน ของ ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม คุณขิง เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อเป็นผู้ผสมเพียงคนเดียว ส่วนเขาทำหน้าที่คัดเลือกไก่ ซ้อมไก่ให้ได้ตามโปรแกรม และคัดเลือกไก่เก่งออกสนามชนไก่ นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมทุกขั้นตอนหลังการผสมต่อจากคุณพ่อ เช่น การแยกกรงหลังจากแม่ไก่ออกไข่ การฟักไข่ การอนุบาลลูกไก่ เป็นต้น

การผสมพันธุ์ จะปล่อยพ่อพันธุ์ไว้กับแม่พันธุ์จนกว่าจะแน่ใจว่า แม่ไก่ได้รับการผสมแล้ว หรือ ใช้วิธีจับพ่อไก่ทับแม่ไก่ เพื่อให้แน่ใจว่าแม่ไก่ได้รับการผสมแล้วแน่นอน หลังจากนั้น เมื่อแม่ไก่เริ่มออกไข่ ให้แยกไก่เพศผู้ออก และรอให้แม่ไก่ออกไข่จนครบ จากนั้นย้ายไก่และแม่ไก่ไว้ที่ห้องฟัก ทิ้งให้แม่ไก่ฟักไข่ตามธรรมชาติ หลังจากฟักครบทุกใบแล้ว ก็ย้ายแม่ไก่และลูกไก่ไว้ห้องเลี้ยง ทิ้งให้แม่ไก่เลี้ยงลูกเองตามธรรมชาติ จนลูกไก่อายุ 30-45 วัน จึงแยกลูกไก่ออกมาในกรงอนุบาล เพื่อดูเพศ ทำวัคซีนตามโปรแกรม ก่อนฝังไมโครชิพที่ปีก และจดบันทึกประวัติ

“ที่นี่ให้แม่ไก่ฟักไข่และเลี้ยงลูกเอง การปล่อยให้แม่ไก่ฟักเองด้วยวิธีธรรมชาติ อัตราการรอดของลูกไก่เกือบ 100% และโอกาสพิการมีน้อยมาก พื้นในห้องฟักใช้หญ้าเป็นวัสดุรองและมีความโค้ง ช่วยให้ลูกไก่ทรงตัวได้ดี”

คุณขิง บอกด้วยว่า อาหารที่มีโปรตีนสูง จำเป็นสำหรับลูกไก่และไก่ชนที่ฟิตซ้อมเพื่อลงสนามมาก ดังนั้น ไก่ที่มีอายุตั้งแต่ 45 วันขึ้นไปถึง 7 เดือน ยังเป็นไก่ที่ปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ และให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นปกติ มีให้อาหารหมู สร้างโปรตีนบ้าง แต่หลังจากไก่อายุ 7 เดือนขึ้นไป จะเลือกไก่ที่มีความพร้อมเข้าสู่สนามชนไก่ นำมาครอบสุ่ม เพื่อเข้าสู่โปรแกรมการออกกำลังกายและฟิตซ้อม ก่อนคัดเลือกไก่ที่มีแววเป็นแชมป์ ลงแข่งขันในสนาม

ไก่อายุ 7 เดือนขึ้นไป เป็นไก่ที่เตรียมก่อนออกสู่สนามชนไก่ ต้องอาบน้ำทุกวัน เวลาประมาณ 08.00-09.00 น. หลังอาบน้ำ ต้องตากแดดให้ขนแห้ง ประมาณ 30 นาที และการตากแดดในทุกครั้งเป็นการรีดไขมันให้กับไก่ จากนั้นนำไปออกกำลังกายตามโปรแกรมที่วางไว้ เช่น การกระโดดข้ามกล่องความสูง 1.20 เมตร ส่วนอาหารของไก่อายุ 7 เดือนขึ้นไป จะเสริมอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อต้มหรือหมูต้ม 1-2 ชิ้นต่อวัน และเสริมด้วยสมุนไพรตำละเอียดปั้นเป็นลูกกลอน วันละ 1-2 เม็ด

หลังอาบน้ำไก่ในตอนเช้า จะเข้าขั้นตอนการซ้อม เช่น ลงนวม พันเดือย ปล้ำโดยใส่กระจับปาก ฝึกจนเห็นว่าไก่เหนื่อยก็หยุด หากเห็นว่าไก่หายเหนื่อยแล้วก็ฝึกต่อ ทำอย่างนี้จนถึงเย็น อย่างไรก็ตาม ไก่ที่มีแววจะลงสนามแข่งได้ ก่อนการแข่งขัน ประมาณ 3 สัปดาห์ ไก่ชนตัวนั้นจะต้องเพิ่มโปรแกรมพิเศษ คือ การฝึกซ้อมหนักกว่าเดิมเท่าตัว และอาบน้ำเช้า-บ่าย ด้วย

ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ซุ้มจักริน” ซึ่งคุณขิง บอกว่า ไก่ชนจากซุ้มจักรินเริ่มต้นลงสนามด้วยราคาเดิมพันหลักหมื่น 1-2 ครั้ง จากนั้นจะก้าวสู่สนามที่มีเดิมพันสูงหลักแสน

ปัจจุบันพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ ของส.ตรัยเพชร ฟาร์ม มีมากถึง 50 ตัว และทุกตัวไม่ขาย

คุณขิง ให้ข้อมูลว่า การพิจารณาเลือกซื้อไก่ชน มูลค่าหรือราคาไก่จะสูงแค่ไหน ขึ้นกับชั้นเชิงของไก่ที่ลงสนามชน จำนวนไฟต์ และสายพันธุ์ ซึ่งที่ผ่านมาไก่จาก ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม เคยมีไก่ชนที่มีคนมาติดต่อขอซื้อในราคาหลักแสนและหลักล้านบาทมาแล้ว

ก่อนหน้านี้ 1 ปี ลูกไก่จาก ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม จะมีจำหน่ายแก่ผู้ที่รักและสนใจไก่ชน แต่ราว 1-2 ปีที่ผ่านมา ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม งดจำหน่ายลูกไก่ชนชั่วคราว เนื่องจากไก่เก่งที่สุดต้องเข้าสนามชน เหลือเพียงไก่เก่งรอง ดังนั้น หากจะขายลูกไก่หรือไก่ชนที่ไม่ได้เก่งที่สุดให้กับผู้ซื้อ เท่ากับเป็นการเอาเปรียบผู้ซื้อ คุณขิงและคุณพ่อ จึงตัดสินใจงดจำหน่ายชั่วคราว แต่คาดว่าภายในปีหน้า จะสามารถเปิดจำหน่ายลูกไก่และไก่ชน ให้กับผู้ที่รักและสนใจไก่ชนได้

สนใจขอความรู้เพิ่มเติมได้ที่ ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม เลขที่ 95/1 หมู่ 6 ตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี หรือโทรศัพท์ 081-823-1316 ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม ยินดีให้คำแนะนำ

การเลี้ยงหอย นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพของชาวบ้านจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่นิยมทำกัน ทั้งนี้เพราะพื้นที่หลายอำเภอติดกับอ่าวบ้านดอน

อ่าวบ้านดอน เป็นอ่าวขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งนี้ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ และสภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ รวมไปถึงแร่ธาตุทางอาหารและผลผลิตทางชีวภาพ จึงเป็นแหล่งสะสมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสัตว์น้ำทางทะเลทางเศรษฐกิจหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา

ด้วยความสด อร่อยและมีอาหารทะเลให้เลือกมากมาย จึงทำให้บรรดานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศต่างชื่นชอบมารับประทานอาหารทะเลของจังหวัดนี้เมื่อมีโอกาส ดังนั้นชาวบ้านบริเวณอ่าวบ้านดอนจึงมีอาชีพทำประมงกันเสียส่วนใหญ่

กาญจนดิษฐ์ เป็นหนึ่งในหลายอำเภอที่อยู่ในอ่าวบ้านดอน ชาวบ้านในอำเภอนี้ส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพประมงทั้งขนาดเล็กและใหญ่

ภาพรวมการทำอาชีพประมงของชาวบ้านในอำเภอกาญจนดิษฐ์มีทั้งการทำประมงน้ำจืดและประมงในทะเล สำหรับสัตว์น้ำที่เลี้ยงมีทั้งกุ้ง ปลากะพงขาวในบ่อดิน และในกระชัง ส่วนการเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลตามพื้นที่อนุญาตจะมีฟาร์มเลี้ยงหอยแครง หอยนางรม และหอยแมลงภู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งหอยนางรมถือเป็นตัวเด่นของอำเภอกาญจนดิษฐ์และของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

เดิมที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ไม่มีหอยแครง อาชีพดั้งเดิมของชาวประมงคือการเลี้ยงหอยนางรม ต่อมามีการนำพันธุ์หอยแครงจากมาเลเซียมาเลี้ยง กระทั่งเมื่อปี 2532-2535 ทางศูนย์วิจัยประมงสุราษฎร์ธานีได้ทดลองนำพันธุ์หอยแครงมาเพาะเลี้ยงแล้วประสบความสำเร็จจึงมีการขยายและส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงกัน

จนในปัจจุบันชาวบ้านเลี้ยงทั้งหอยแครงและหอยนางรมคู่กัน แต่ที่สร้างรายได้ดีมากคือหอยแครง ส่วนตลาดที่จำหน่ายมีทั้งในและต่างประเทศ เช่นที่ลาว หรือจีน ส่วนหอยนางรมจะขายภายในประเทศเท่านั้น”

คุณประกิต คงบุญรักษ์ อายุ 67 ปี ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครง อยู่บ้านเลขที่3/4หมู่ 2 ตำบลตะเคียนทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 081-9787434 ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพของเขาว่าในปัจจุบันเลี้ยงหอยแครงอย่างเดียว และเลี้ยงมาแล้วกว่า 10 ปี มีเนื้อที่ 144 ไร่ เป็นพันธุ์หอยแครงที่ทางจังหวัดเพาะพันธุ์ได้

เดิมซื้อพันธุ์หอยแครงจากมาเลเซียแต่ปัจจุบันใช้หอยแครงไทย

คุณประกิต เล่าต่อว่า เมื่อแรกที่เริ่มเลี้ยงจะซื้อพันธุ์หอยแครงมาจากมาเลเซียมาเลี้ยงและทำอยู่นานเป็นเวลา 4 ปี กระทั่งเมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาทางจังหวัดสามารถเพาะพันธุ์ได้เลยไปซื้อเพราะมีความสดกว่า

เกษตรกรเลี้ยงหอยแครงอธิบายวิธีเลี้ยงหอยแครงคร่าวๆว่า เมื่อกำหนดพื้นที่ได้แล้วให้จัดการล้างบริเวณที่เลี้ยงด้วยการสร้างเลนให้มีความลึก เพราะถ้าเลนแข็งหอยจะโตช้า ควรล้างก่อนเลี้ยงสัก 1 เดือน วิธีล้างด้วยการใช้ตะแครงลากดึงให้บริเวณพื้นใต้ดินให้สะอาด จากนั้นให้ปล่อยลูกหอยแครงลงน้ำ และควรปล่อยให้กระจายออกไปเป็นบริเวณกว้างอย่าให้กระจุกเพราะจะทำให้หอยเจริญเติบโตช้า

“หอยแครงที่ใช้เลี้ยงมีจำนวน 5,000 ตัวต่อกิโลกรัม เป็นหอยแครงขนาดไม่ใหญ่ และหอยแครงขนาด 1,000 ตัวต่อกิโลกรัม”

คุณประกิต บอกว่า อายุการเลี้ยงหอยแครงกระทั่งเก็บขายถ้าเป็นพันธุ์หอยแครงจากมาเลเซียที่เคยซื้อมาเลี้ยงจะใช้เวลา 18 เดือน แต่พอมาใช้หอยแครงไทยใช้เวลาเพียง 12 เดือนเท่านั้น เขาให้เหตุผลว่าเพราะหอยแครงไทยคงคุ้นเคยกับคุณภาพน้ำได้ดีกว่าหอยแครงทางมาเลเซีย จึงเติบโตได้ดีและเร็วกว่า

ช่วงเวลาที่จะปล่อยพันธุ์ลูกหอยประมาณปลายเดือนมกราคม และจะไปเก็บประมาณเดือนธันวาคม การเก็บหอยแครงรุ่นหนึ่งจะเก็บเพียงครั้งเดียว เขาเล่าว่าในแต่ละรุ่นถ้าลงหอยแครงสัก 200 เข่ง (หนึ่งเข่งมี 30 กิโลกรัม) จะเก็บหอยได้ประมาณ 60 ตัน

เกษตรกรเลี้ยงหอยแครง กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างเลี้ยงไม่ต้องให้อาหารเพราะอาหารของหอยคือแพลงตอนที่อยู่ในน้ำทะเลอยู่แล้ว และปัญหาที่พบและสำคัญคือคุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงเนื่องจากในบางช่วงน้ำขาดความสมดุล จึงกระทบกับการเจริญเติบโตของหอยแครง

รายได้ดี แต่ลงทุนช่วงแรกเท่านั้น

ส่วนการลงทุนที่สำหรับใช้เลี้ยงหอยได้แก่เงินก่อสร้างที่พักคนเฝ้า ที่มีลักษณะคล้ายกับการสร้างบ้านในทะเลเป็นที่รู้จักกันว่าขนำ โดยใช้เสาไฟฟ้าเป็นเสาบ้านเพราะอยู่ได้นานนับสิบปี อย่างสมัยก่อนใช้ต้นตาลแก่ทำเป็นเสาแต่อายุไม่นาน นอกจากนั้นมีค่าแรงคนเฝ้า ค่าอาหาร ซื้อเรือและค่าไม้ที่ต้องซื้อมาปักรอบพื้นที่เลี้ยงเพื่อใช้กำหนดเขต อย่างไรก็ตามการลงทุนส่วนมากจะเป็นการลงทุนเพื่อซื้อของในครั้งแรก