หากแยกตามข้อกล่าวหา (ทะเล) ในห้วงระยะเวลา 6 เดือน

ปีงบประมาณ 2560 พบว่า ส่วนใหญ่กระทำผิด ตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 แบ่งเป็น ความผิดฐานต่างๆ โดยตรวจยึดเครื่องมือลอบพับ 43 คดี ตรวจยึดเครื่องมือโพงพาง 33 คดี ใช้เครื่องมืออวลลากประกอบเรือยนต์ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง 26 คดี ตรวจยึดเครื่องมืออวนรุน 22 คดี เครื่องมืออวนรุนประกอบเรือยนต์ 21 คดี ใช้เครื่องอวนล้อมจับประกอบเรือยนต์ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง 15 คดี นอกจากนี้ ยังมีการกระทำฐานความผิดคำสั่ง คสช.ที่ 10/2558 กรณีนำเรือซึ่งมีบุคคลประจำเรือไม่ครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยออกทำการประมง อีก 19 คดี รวมถึงฐานความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย (2482) กรณีเป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบทำการประมงในเขตการประมงไทย 17 คดี อื่นๆ อาทิ ทำการประมงพาณิชย์ผิดจากระบุในใบอนุญาตใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง

พลเรือโทวรรณพล กล่อมแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ รองหัวหน้าสำนักงานเลขานุการ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (สล.ศปมผ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีเรือประมงที่กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 3,345 คดี แยกเป็นประมงนอกน่านน้ำ 86 คดี ประมงในน่านน้ำ 934 คดี สถานแปรรูปสัตว์น้ำ 64 คดี ค้ามนุษย์ในภาคประมง 82 คดี ระบบติดตามเรือ 2,008 คดี และไม่แจ้งจุดจอดเรือ 171 คดี

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีชาวประมงกว่า 2,000 ลำ ได้เข้าร้องเรียนผ่านสมาคมประมงให้มีการตรวจวัดขนาดเรือประมงใหม่ เนื่องจากกว่าการออกทำการประมงต้องแจ้งเข้าออกที่ศูนย์แจ้งเรือประมงเข้า-ออก หรือ PIPO หากขนาดเรือจริงไม่ตรงกับทะเบียนเรือก็ไม่สามารถออกเรือได้ จึงเป็นที่มาของการเร่งจดอัตลักษณ์เรือให้แล้วเสร็จภายในเดือนหน้า

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า ปัญหาเรือประมงมีขนาด สภาพเรือไม่ตรงกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่แต่ละคนอาจมีวิธีการวัดแตกต่างกันได้ ซึ่งหากทะเบียนเรือไม่มีความชัดเจนจากเจ้าของเดิม กรมเจ้าท่าไม่มีอำนาจถอนทะเบียนเรือได้ ส่วนการลักลอบถอดวีเอ็มเอส หรือแจ้งตำแหน่งเรือนั้น เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่นำเข้ามาบางช่วงอาจขาดสัญญาณ ซึ่งพบว่ามีเรือประมงถอดวีเอ็มเอสจริง และไปฝากไว้เรือลำอื่น ทั้งนี้ จึงกำหนดให้ติดเครื่องวีเอ็มเอสให้เสร็จภายใน 2 เดือน ที่ผ่านมามีชาวประมงแจ้งความดำเนินคดี 2 ลำ

“จากนี้หน่วยราชการจะเข้าแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกรณีเรือผิดประเภทแอบทำประมง แจ้งออกเรืออวนลากเดี่ยว แต่มีเรืออีกลำไปลากคู่ ช่วงที่ผ่านมามีการตรวจจับไป 13 ลำ เพื่อป้องกันผลกระทบเกิดกับการแก้ไขปัญหาไอยูยู อีกทางหนึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ขณะเดียวกันยอมรับว่าปัญหาและจุดอ่อนขณะนี้เราอยู่ในช่วงการปฏิรูปการทำประมง ชาวประมงอาจยังไม่เข้าใจกฎหมาย

วันที่ นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่าปัจจุบันมีสถานที่ผลิตและโรงหลอมน้ำตาลมะพร้าว จำนวน 77 แห่ง แยกเป็นอำเภอเมือง 19 แห่ง,อำเภออัมพวา 46 แห่งและอำเภอบางคนที 12 แห่ง ในจำนวนนี้มีใบอนุญาตผลิตอาหารตามมาตราฐานอาหารและยา หรือ อย.จำนวน 13 แห่ง ที่เหลือ 64 แห่งไม่มีใบอนุญาต ซึ่งตนประชุมแก้ไขปัญหาน้ำตาลมะพร้าว กรณีโรงหลอมน้ำตาล ครั้งที่ 1/2560 โดยสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดระเบียบให้แหล่งผลิตดังกล่าวดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการแสดงฉลาก หากใช้ชื่ออาหารว่า “น้ำตาลมะพร้าวแท้”จะต้องประกอบด้วยน้ำตาลมะพร้าว 100 เปอร์เซ็นต์ หากมีส่วนประกอบของน้ำตาลมะพร้าวไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์จะต้องระบุปริมาณของน้ำตาลมะพร้าวในฉลากด้วย

ทั้งนี้ควรมีปริมาณของน้ำตาลมะพร้าวไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือ อาจจะเป็นส่วนประกอบอื่นๆเพื่อปรับสภาพของอาหารได้ เช่นน้ำตาลทราย สีสังเคราะห์ กลูโคสไซรัป หรือแป๊ะแซ เป็นต้น ส่วนกรณีที่มีการใช้ “น้ำตาลอื่น”เป็นส่วนผสมหลัก เช่น น้ำตาลทราย ให้ใช้ชื่ออาหารว่า“น้ำตาลผสม”โดยส่วนประกอบที่สำคัญขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละผู้ผลิต ส่วนที่เหลืออาจจะเป็นส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อปรับสภาพของอาหารได้ เช่นน้ำตาลทราย สีสังเคราะห์ กลูโคสไซรัปได้เช่นกัน

นายคันฉัตรกล่าวว่าตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบโรงหลอมน้ำตาลมะพร้าวที่ไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามมาตรฐาน อย.ทั้ง 64 แห่ง ว่ามีการเสียภาษีและมีบ่อบำบัดน้ำเสียถูกต้องหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป

นายพงษ์ศักดิ์ เอมดวง เกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตร ที่เป็นผลไม้หลักของจังหวัดตราด ประกอบด้วย ทุเรียน เงาะ มังคุด ในขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนที่มีการตัดจากพ่อค้ารับซื้อส่งไปยังตลาดทั้งในภาคตะวันออก และตลาดในกรุงเทพฯ ราคาอยู่ในระดับ 90 บาท ต่อกิโลกรัม

สิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือ เรื่องทุเรียนอ่อน ที่จังหวัดเข้มงวดและตรวจสอบความแก่อ่อนของทุเรียนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่ามีทุเรียนอ่อนออกไปสู่ตลาดจำนวนหนึ่ง อยากจะให้ข้อสังเกตกับผู้บริโภคทุเรียนว่า ตราดมีฝนตกลงมาทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ต้นทุเรียนปรับตัวและจะสุกช้าลง หากนับการสุกตามปกติจะใช้เวลาประมาณ 90-100 วัน แต่เมื่อมีฝนตกลงมาทำให้ทุเรียนใช้เวลาในการสุกเต็มที่ ประมาณ 100-120 วัน ผู้บริโภคจึงต้องสังเกตในเรื่องนี้ด้วย

นายพงษ์ศักดิ์ ยังกล่าวถึงทุเรียนชะนีเกาะช้างที่กำลังได้รับความนิยม และความต้องการจากผู้บริโภค และเรียกร้องให้มีการนำออกมาจากเกาะช้างจำหน่ายบนฝั่ง แต่ด้วยนโยบายของจังหวัดต้องการส่งเสริมให้ทุเรียนชะนีเกาะช้างมีเอกลักษณ์พิเศษ จึงให้ผู้สนใจไปซื้อที่แหล่งผลิตโดยตรง ขณะนี้มีการจัดงานผลไม้และของดีเกาะช้างอยู่จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม

ด้าน นายศรัน จิรังสี อดีตนายกเทศบาลตำบลเกาะช้าง และเป็นเจ้าของสวนทุเรียนที่บ้านด่านเก่า ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง ได้เปิดเผยว่า มีผู้นำทุเรียนชะนีเกาะช้างตรวจผลทางโภชนาการ พบว่ามีสารไอโอดีนที่ทำให้เนื้อทุเรียนมีสีเหลืองสวย และมีวิตามินอีที่สามารถชะลอความแก่ ทำให้มีผู้บริโภคสนใจและสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และมีการพัฒนาคุณภาพและการประชาสัมพันธ์ออไปในวงกว้าง พร้อมมีการทำตลาดไปในกรุงเทพฯ จึงยิ่งทำให้ได้รับความนิยมสูงขึ้น ปัจจุบันราคาอยู่ระหว่าง 200-250 บาท ต่อกิโลกรัม

คณะนักวิจัยนำโดย ดร.จเร สุวรรณชาต จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา จัดตั้งโครงการพัฒนาชุมชนวิถีพุทธคลองแดน โดยย้อนอดีตอันรุ่งเรืองของคลองแดนว่าเปรียบเสมือน ศูนย์กลางท่าน้ำหรือคลอง 3 แห่ง ที่เชื่อมการจราจรทางน้ำถึง 3 จังหวัด คือ สงขลา
นครศรีธรรมราช และพัทลุง ทำให้ชุมชนแห่งนี้เปรียบเสมือนทำเลทอง หรือชุมทางการค้าขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และปัจจุบันชุมชน

ตลาดคลองแดนได้เปลี่ยนสถานะจาก“ทำเลทอง” กลายเป็น “ชุมชนชายขอบ”ที่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานล้าหลัง เพราะไม่มีระบบประปา รถประจำทาง โทรศัพท์ ฯลฯ จุดด้อยเหล่านี้กลับส่งผลทางบวกด้านการท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาให้เป็นจุดแข็งได้อย่างดีเยี่ยม เพราะนำมาสู่วิถีชีวิตแบบ
“พอเพียง” ที่ยังอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบโบราณไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
ตลาดคลองแดนยังเต็มไปด้วยเรือนไม้อายุตั้งแต่ 50-100 ปี มุงด้วยกระเบื้องดินเผาแผ่นบางจากเกาะยอ หรือ ศาลาคร่อมสะพานไม้ข้ามคลอง เส้นทางหลักเข้าสู่วัดคลองแดนที่แสนสมถะ

โดยทางวัดจงใจเก็บสะพานเก่าไว้แทนการสร้างสะพานใหม่ให้รถยนต์วิ่งข้ามได้หรือแม้กระทั่งเรือนไม้พื้นถิ่นตามแบบฉบับของเรือนปักษ์ใต้ยังยืนท้าแดดลมฝนอยู่ อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
นายเกรียงไกร อนันตพงศ์ ประธานชุมชนวิถีพุทธ ตลาดริมน้ำคลองแดน กล่าวว่าที่นี่เราดำเนินชีวิตแบบชุมชนวิถีพุทธ มีความเรียบง่าย แต่ทรงคุณค่าของความเป็นไทยในอดีตไว้ ด้วยความตั้งใจที่จะนำความเจริญของดินแดนแห่งนี้ในอดีตให้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ด้วยความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย องค์การบริหารส่วนตำบลคลองแดน
การเคหะแห่งชาติ ตลอดจนชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือกัน แล้วเริ่มจากความตั้งใจจะทำสะพานเชื่อมเพื่อให้ผู้คนได้ไปมาหาสู่กัน

ต่อมาจึงได้ระดมความคิดกันว่าเราจะรื้อฟื้นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ รักษาวัฒนธรรมเดิมรวมถึงปลูกจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ในการอนุรักษ์ที่ผ่านมาได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.จเร สุวรรณชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา ทำการวิจัยและพัฒนาทั้งในส่วนของวัดและชุมชน คิดว่าหากเราพัฒนาวัดเพียงอย่างเดียว โดยไม่ใส่ใจชุมชน ชุมชนก็อยู่ไม่ได้ และวัดก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงพัฒนาไปพร้อมๆ กัน นำเอาความเป็นวิถีพุทธเข้ามาเป็นหลักในการดำเนินงานของตลาด เราทำมาอย่างต่อเนื่องจึงได้มีชุมชนตลาดริมน้ำคลองแดน ชุมชนวิถีพุทธขึ้นมาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันตลาดริมน้ำคลองแดนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในเชิงอนุรักษ์

โดยมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความเป็นธรรมชาติดึงดูดใจ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส เรียนรู้ รวมถึงเข้าใจธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของคนในคลองแดน และแน่นอนว่าเมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอาจส่งผลกระทบในบางเรื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี่สะพานไม้ข้ามตลาดน้ำคลองแดนหักเนื่องจากรับน้ำหนักของนักท่องเที่ยวไม่ไหวแต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องเสียชีวิต เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวผู้นำชุมชนและกลุ่มชาวบ้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งรีบซ่อมแซมสะพาน

โดยเป็นการรวมตัวของชาวบ้านในชุมชนและขอความร่วมมือจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีก 14 ชีวิตเข้าร่วมแรงร่วมใจกันในการซ่อมแซมสะพานให้แล้วเสร็จซึ่งได้รับการสนับสนุนไม้จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

ลุงจวบ (ช่างไม้) ของชุมชนคลองแดน กล่าวว่าสะพานไม้ที่ชำรุดไม่ได้เกิดจากโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงเพราะสะพานดังกล่าวใช้มาอย่างยาวนาน เพียงแต่ที่ผ่านมาเกิดภาวะน้ำท่วมขังทำให้อาจมีไม้บางส่วนเกิดการพุพังและช่วงเวลานั้นมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาค่อนข้างมากจึงทำให้สะพานรับน้ำหนักไม่ไหวเลยหักพังลงมาแต่หลังจากนั้นทางชุมชนก็ไม่ได้นิ่งดูดายได้โทรถามอาการของนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุอยู่ตลอด และจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อปลอบขวัญนักท่องเที่ยวดังกล่าวอีกด้วย ส่วนสะพานก็ได้มีการระดมกลุ่มชาวบ้านในชุมชนและได้รับความช่วยเหลือจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยสงขลา เข้ามาช่วยซ่อมแซมสะพานให้แล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว

นายประทีป กระจ่างพิภพ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ
สาขาการจัดการอุตสาหกรรมเล่าถึงความรู้สึกที่ตนเองได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการซ่อมแซมสะพานไม้ตลาดน้ำคลองแดนที่ชำรุดในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาดีใจที่ตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชน ได้กำลังใจทางผมและเพื่อนๆ ยินดีเป็นอย่างมากในการเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ ได้รับน้ำใจ มิตรไมตรีและการมาช่วยในครั้งนี้ด้วยความเต็มใจเพราะชาวบ้านต้องการกำลังคนในการช่วยเหลือในการซ่อมแซมสะพานดังกล่าวและจะซ่อมไปเรื่อยในทุกๆสะพานของตลาดน้ำคลองแดนที่เกิดชำรุดได้ช่วยเหลือฟื้นฟูให้มันดีขึ้นและมีชื่อเสียงดังเดิมให้ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้กลับมาอีกครั้ง

นายอภิศักดิ์ คำวุ่น (น้องบอล) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ
สาขาการจัดการอุตสาหกรรม เล่าว่าตนเองมีความรู้สึกภูมิใจและยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการซ่อมแซมสะพานตลาดน้ำคลองแดนให้กับชาวบ้านในชุมชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวซึ่งชาวบ้านในชุมชนก็ให้การต้อนรับและดูแลเราเป็นอย่างดีทั้งอาหารการกิน
ที่อยู่อาศัย เปรียบเสมือนเป็นลูกหลาน การมาร่วมทำจิตอาสาด้วยความสมัครใจในการเดินทางมาช่วยเหลือชาวบ้านด้วยความเต็มใจ ในอนาคตก็สามารถบอกต่อไปยังรุ่นน้อง ได้ว่า สะพานตลาดน้ำคลองแดนแห่งนี้ รุ่นพี่ได้มาช่วยกันสร้างไว้ ให้น้องๆช่วยกันดูแลและมาซ่อมแซมรักษาให้คงไว้ตลอดไป

วันที่ 26 เมษายน 2560 นายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผลสรุปจากการรายงานผลสำรวจ สวนมะพร้าวทั้ง 8 อำเภอ หลังจากมีการบาดของหนอนหัวดำ มีความรุนแรงเข้าขั้นวิกฤตมากที่สุดในรอบ 10 ปี จากสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้หนอนหัวดำมีการขยายพันธ์และระบาดอย่างรวดเร็ว ล่าสุดพบว่ามะพร้าวต้นต่ำกว่า 12 เมตร เสียหาย 1.5 ล้านต้น มะพร้าวสูงกว่า 12 เมตรเสียหาย 2.5 ล้านต้น สำหรับอำเภอทับสะแกแหล่งผลิตมะพร้าวคุณดีที่สุดในประเทศมีการระบาดมากที่สุด 2 ล้านต้น ทำให้ผลผลิตมีราคาสูงถึงผลละ 23 บาท และมะพร้าวขาวมีราคา กิโลกรัม(กก.)ละ 42 บาท ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจจะเป็นฐานข้อมูลในการกำจัดหนอนหัวดำด้วยวิธีผสมผสานโดยการมีส่วนอย่างยั่งยืน หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ใช้งบประมาณกว่า 287 ล้านบาท ดำเนินการทั้ง 29 จังหวัดที่มีการระบาด

“ ล่าสุดพบว่าบางจังหวัดมีการระบาดของหนอนหัวดำเพิ่มขึ้น ทำให้กระทรวงเกษตรฯต้องวางแผนในการใช้งบประมาณให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการระบาดของหนอนหัวดำมากที่สุดในประเทศคาดว่าจะมีสัดส่วนการใช้งบประมาณกว่าร้อยละ 80 ของวงเงิน 287 ล้านบาท แต่การจัดซื้อสารเคมี ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาด้วยการเจาะลำต้นหรือฉีดพ่นทางใบ การปล่อยแตนบราคอน จะต้องมีกระบวนการจัดซื้อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกกว่า 3 เดือน หลังจากก่อนหน้านี้ 3 ปี ทางราชการไม่มีการจัดซื้อสารเคมีเพื่อให้การช่วยเหลือ ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวไม่พอใจเป็นอย่างมาก ส่วนกรณีที่มีแกนนำเกษตรกรใน อ.ทับสะแก แอบอ้างเป็นคนใกล้ชิดรัฐมนตรีเป็นผู้วิ่งเต้นเพื่อนำงบประมาณช่วยเหลือชาวสวนนั้นไม่เป็นความจริง” นายมงคล กล่าว

นายสายชล จ้อยร่อย เจ้าของธุรกิจมะพร้าวขาว ผู้รับซื้อมะพร้าวรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่ ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปัญหาจากผลผลิตมีน้อยทำให้ผู้ประกอบการต้องนำเข้ามะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีการตรวจสอบขั้นตอนตามกฎหมาย ปัจจุบันราคามะพร้าวขาวรับซื้อหน้าโรงงานที่ กก.ละ 42 บาท หากราคาสูงกว่านี้โรงงานไม่สามารถแบกภาระต้นทุนได้ หลังจากมีการบาดของหนอนหัวดำนานกว่า 15 ปี แต่หน่วยงานของรัฐดำเนินการแก้ไขไม่ตรงจุด หลายรัฐบาลไม่เอาจริงในการแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นที่ผ่านมาหน่วยงานในระดับจังหวัดมีการจัดซื้อสาร บีที ที่ไม่มีคุณภาพกรมวิชาการเกษตรไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์ สำหรับการแก้ไขปัญหาหนอนหัวดำขณะนี้ได้ใช้สารอมาเม็กติน ผลิตจากประเทศจีน ซึ่งใช้ได้ผลดีไม่มีสารตกค้าง มีราคาถูกกว่าสารอิมาเม็กติน เบนโซเอท ที่กระทรวงเกษตรฯจะดำเนินการจัดซื้อกว่า 3 เท่า

น.อ.สรวิชญ์ สุรกุล ผู้บังคับการกองบิน 5 อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายทุกหน่วยงานในจังหวัดร่วมกันบูรณาการเพื่อกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวเป็นวาระเร่งด่วน กองบิน 5 ได้จัดทำโครงการต้นแบบเพื่อกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว โดยจัดซื้อสารเคมีมาทำการฉีดพ่นและเจาะลำต้นเพื่อป้องกันการระบาด โดยมีแผนส่งกำลังพลไปฝึกอบรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือในการตัดทางใบเพื่อเผาทำลาย การเจาะลำต้นเพื่อฉีดสารเคมี จากนั้นจะเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหารุนแรงโดยเฉพาะ อ.ทับสะแก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุทัยธานี ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันทางชลประทานจังหวัดอุทัยธานี ได้ประกาศแจ้งเตือนให้เกษตรกรงดการทำนาปรัง ซึ่งเป็นรอบที่2ของปีนี้ ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานเนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ และไม่มีแผนในการช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว เช่นพื้นที่ในเขต ต.หนองเต่า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี และต.เนินศาลา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ เป็นพื้นที่อยู่ในเขตชลประทานจังหวัดอุทัยธานี ที่ยังคงมีเกษตรกรบางรายลงทุนทำนาในครั้งนี้ ล่าสุดพื้นที่นาข้าวนับ 1,000 ไร่ กำลังขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว ซึ่งชลประทานอุทัยธานี ได้ผ่อนปรนยอมให้เกษตรกรทำการตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเหนือเขื่อนวังร่มเกล้า แต่ต้องช่วยเหลือตัวเองทั้งด้านเครื่องสูบน้ำและเชื้อเพลิง

รายงานระบุว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่ดังกล่าว ได้นำเครื่องสูบน้ำแบบรถไถเดินตาม มาทำการตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเหนือเขื่อนวังร่มเกล้าที่ยังพอมีน้ำกักเก็บอยู่บ้าง เพื่อสูบน้ำให้ไหลไปตามคลองส่งน้ำทางด้านขวาในเขตพื้นที่อ.เมือง จ.อุทัยธานี และฝั่งซ้ายในเขตพื้นที่อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ และจะต้องตั้งเครื่องสูบน้ำที่ไหลลงคลองดังกล่าวเพื่อสูบน้ำเข้าคลองซอยอีกรอบ เพื่อสูบเข้าไปในแปลงนาอีกทอดหนึ่งเข้าไปยังพื้นที่นาของตนเอง ซึ่งมีระยะทางไกลหลายกิโลเมตร เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวอายุกว่า 1 เดือน ให้รอดจากข้าวยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ จึงทำให้การทำนาใยครั้งนี้มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาก แต่ชาวนานั้นต่างก็ยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่เรียกร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการแต่อย่างใด เพราะยอมเสี่ยงที่จะทำนากันเอง เพื่อหวังไว้พอขายได้บ้าง และเก็บไว้หุงกินเป็นหลัก

วันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่ ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท เริ่มนำรถไถนาลงทำการไถตีดิน เพื่อเตรียมเพาะปลูกข้าว หลังจากที่เริ่มมีฝนตกในพื้นที่ ประกอบกับใกล้ถึงกำหนดการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อการเพาะปลูกในฤดูนาปี 2560 ของกรมชลประทาน ที่ประกาศเริ่มการผันน้ำเข้าคลองส่งน้ำตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งนับไปอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ หลังจากที่ชาวนาบางส่วนหยุดปลูกข้าวตามนโยบายภาครัฐมาหลายเดือน

ชาวนารายหนึ่งเปิดเผยว่า ฤดูนาปีรอบนี้ชาวนาหวังอยากจะให้ภาครัฐช่วยในเรื่องของราคาข้าว ที่ต้องการให้ราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า8,000บาท จึงจะเป็นรายได้ที่ชาวนาพอที่จะอยู่ได้ รวมทั้งต้องการให้ช่วยควบคุมราคาปัจจัยการผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาที่ปัจจุบันราคายังสูงซึ่งเป็นต้นทุนที่ชาวนาต้องแบกรับภาระ เพราะไม่ว่าราคาข้าวจะขึ้นหรือลง ราคาปัจจัยการผลิตก็มีแต่จะปรับขึ้นอย่างเดียว

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 เวลา 13.30 น. นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดลพบุรี ร่วมกันแถลงข่าวทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรี เรื่อง การดักจับลิงในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองลพบุรี (กลุ่มตลาดมโนราห์) เพื่อนำลิงมาตรวจดูแลสุขภาพและควบคุมประชากรลิง (ทำหมันลิง) โดยทางจังหวัดลพบุรีเริ่มออกดักจับลิงตั้งแต่วันที่ 24-28 เมษายน 2560 ซึ่งในตอนนี้สามารถจับลิงมาได้แล้วจำนวน 58 ตัว โดยลิงเพศผู้ที่ถูกจับมาจะทำการทำหมันและตรวจเลือดรวมถึงตรวจสุขภาพว่าป่วยหรือไม่

ทั้งนี้ หลังจากการทำหมันเสร็จแล้ว ทางจังหวัดลพบุรีจะปล่อยลิงกลับคืนที่เดิม เพื่อจะติดตามดูแลและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับฝูงลิงว่าลิงที่ถูกทำหมันจะสามารถกับเข้าอยู่ร่วมกับฝูงได้อย่างปกติหรือไม่

วันที่ 25 เม.ย. บีบีซีรายงานว่า คณะวิจัยมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ของอังกฤษค้นพบว่า ตัวอ่อนของผีเสื้อราตรีกินถุงพลาสติกได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในอนาคต

คณะวิจัยค้นพบว่า ตัวอ่อนของผีเสื้อราตรี ซึ่งที่ปกติจะกินขี้ผึ้งในรังผึ้ง สามารถทำลายความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างทางเคมีของพลาสติก ซึ่งมีระบบการย่อยคล้ายคลึงการกินขึ้ผึ้ง แต่ละปีจะมีปริมาณการผลิตพลาสติกพอลิเอทิลีนราว 80 ล้านตันทั่วโลก ส่วนใหญ่จะใช้ทำถุงพลาสติกใส่ของและอาหาร โดยพลาสติกจะใช้ย่อยสลายอย่างหมดสิ้นกว่าร้อยปี แต่ตัวอ่อนของผีเสื้อราตรีสามารถกัดกินถุงพลาสติกจนเป็นรูไม่ถึงชั่วโมง

ดร.เปาโล บอมเบลลี นักเคมีมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ และหนึ่งในนักวิจัย ระบุว่า ตัวอ่อนของผีเสื้อราตรีจะเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่ง และคณะวิจัยต้องการทำความเข้าใจรายละเอียดและวิธีการกินพลาสติก พร้อมหวังว่า จะค้นหาเทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกด้วย ดร.บอมเบลลี่ และดร.เฟเดริก้า แบร์โตชินี จากสภาวิจัยแห่งชาติสเปน ร่วมจดสิทธิบัตรการทดลองนี้ โดยต้องการเร่งดำเนินการวิจัยทางเคมีที่อยู่เบื้องหลังการทำลายพลาสติก และคิดว่าจุลินทรีย์ในตัวอ่อนของผีเสื้อราตรีและแมลงอาจมีส่วนช่วยกำจัดพลาสติก หากค้นพบและระบุขั้นตอนทางเคมีได้ จะนำไปสู่การจัดการพลาสติกในสิ่งแวดล้อมในอนาคต

“เรากำลังวางแผนหาทางกำจัดพลาสติกเพื่อรักษามหาสมุทร แม่น้ำ และสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้พลาสติกเพิ่มขึ้น” ดร.แบร์โตชินีกล่าว นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ฯ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า สินค้าเอสเอ็มอีที่จำหน่ายในร้านเซเว่นฯ และทเวนตี้โฟร์ แค็ตตาล็อกที่ได้รับความนิยม เช่น ผลไม้แปรรูป เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องนอน โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรที่นำมาแปรรูป ถือเป็นการช่วยเกษตรกรทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ด้าน นายสุรพงษ์ ณรงค์น้อย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายน้อยฟู้ด จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เจ้าของแบรนด์ “ชายน้อย” และ “ชายน้อย อีซี่” กล่าวว่า นับตั้งแต่นำสินค้าเข้ามาขายในเซเว่นฯ ในปี 2522 กิจการก็ขยาย โดยเติบโตปีละ 20-30% จนต้องสร้างโรงงานใหม่ ตอนนี้มีทุเรียนทอด กล้วยเล็บมือนางอบแห้ง แคร็กเกอร์หน้าทุเรียนทอด วางจำหน่าย และเร็วๆ นี้จะนำกล้วยหอมทองอบเนยเข้าไปขายด้วย ปัจจุบันรับซื้อทุเรียนสด ปีละ 1,000 ตัน ได้ทุเรียนทอด 100 ตัน

ที่ผ่านมายอดขายปี 2559 ได้ 115 ล้านบาท somalicurrent.com ขายในเซเว่นฯ ได้ 33 ล้านบาท คิดเป็น 40% นอกนั้นขายตามร้านของฝาก 10% ขายในโมเดิร์นเทรด 30% ขายส่ง 10% ส่งออก 10% แต่ปีนี้ขายในเซเว่นฯ ได้เดือนละ 4 ล้านบาท และตั้งเป้าให้ได้ทั้งปี 130 ล้านบาท โดยมีแผนส่งออกมากขึ้น จากเดิมที่ส่งไปขายยังจีนและพม่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับทางเวียดนามและเกาหลี รวมถึงมัลดีฟส์ และทางเกาะกวมด้วย

“บริษัทมีผลิตภัณฑ์ไม่กี่อย่าง แต่มีบรรจุภัณฑ์ถึง 140 แบบ มีทั้งตลาดล่างและตลาดบน และในงานไทยเฟ็กซ์ปีนี้ได้จัดบู๊ธในคอนเซ็ปต์ที่ว่า คิดถึงทุเรียน ต้องคิดถึงชายน้อย”

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในแต่ละปีบริษัทต้องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งตอนนี้กำลังทดลองทำบับเบิ้ลลองกอง โดยนำเนื้อลองกองบดมาผสมกับเยลลี่ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพราะลองกองอยู่ได้แค่ 3 วัน ผิวก็จะดำคล้ำ ทำให้ไม่น่ากิน

พาณิชย์คลิกออฟตลาดแม็กเนตทุเรียน 4 จังหวัดเป้าหมาย พ.ค.นี้ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน 10 ล้านคน รมช.สนธิรัตน์ เซอร์เวย์ตลาดแม็กเนตชายหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต หนุนยื่นจดคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ทุเรียนกมลา

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมเปิดตลาดดึงดูด (Magnet Market) ซึ่งเป็นตลาดสินค้าเฉพาะ โดยเริ่มเปิดนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ จันทบุรี และชลบุรี (พัทยา) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีนเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านคน โดยจะเริ่มดำเนินการโครงการอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560

“จากการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รายงานว่าสินค้าทุเรียนขายดีมากกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งทั้ง 4 จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก หากสนับสนุนนักท่องเที่ยวให้ซื้อทุเรียนกลับเป็นของฝากทั้งในรูปแบบสดและแปรรูป จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการอีกด้วย”

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเชื่อมโยงผลไม้ชนิดอื่นๆ อาทิ ลองกอง ลำไย ซึ่งเป็นผลไม้ตามฤดูกาลมาจำหน่ายในตลาดดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการทำตลาดผลไม้ช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกร

โดยขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการพิจารณาสถานที่ให้มีความเหมาะสมมากที่สุดในจังหวัดที่มีการคัดเลือกเพื่อจัดตั้งตลาดแม็กเนต โดยพื้นที่นี้ควรเป็นแบบถาวร เพื่อให้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นพื้นที่เพื่อให้คนในชุมชนรวมไปถึงผู้ประกอบการได้เข้ามาค้าขาย นำสินค้าที่มีมาจำหน่าย เพื่อเป็นการสร้างรายได้ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ แต่หลักๆ ยังเป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่างคือ ทุเรียน ส่วนรายละเอียดสินค้าอื่นๆ ที่จะจำหน่ายอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบอยู่

“เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะใช้พื้นที่ชายหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต เป็นตลาดแม็กเนต ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งอนุสรณ์สึนานิ จึงมีพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะจัดกิจกรรมได้ โดยไม่ต้องปรับปรุงและลงทุนเพิ่มเติมมากนัก เนื่องจากสถานที่มีความพร้อมพอสมควร ซึ่งจะเน้นสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่และผู้ประกอบการ ส่วนอีก 3 จังหวัดอยู่ระหว่างการพิจารณา”

ทั้งนี้ ตลาดแม็กเนต จังหวัดภูเก็ต จะเน้นจำหน่ายทุเรียนกมลา เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต มีรสชาติดี การเก็บจะปล่อยให้ลูกหล่นเองจากต้น ผลผลิตเพียง 4-5 ตัน ต่อปี ผลผลิตออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนของทุกปีเท่านั้น ราคาจำหน่าย ปัจจุบันเฉลี่ยลูกขนาด 2 กิโลกรัม ราคาประมาณ 60 บาท

“หลังจากนี้มอบให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดูแลเรื่องการรับจดทะเบียน GI ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่าสามารถขึ้นทะเบียนได้หรือไม่ ถ้าสำเร็จจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้านี้ในจังหวัดภูเก็ตมีสินค้า GI แล้ว 2 รายการ คือ ไข่มุก และสับปะรดภูเก็ต”