ห้า มีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับจุ่มเท้าตรงบริเวณทางของโรงเรือน

เมื่อเกษตรกรเข้าไปดูแลไก่จะต้องจุ่มเท้าทุกครั้งที่เข้าและออก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคหก มีบริเวณสำหรับกักหรือแยกไก่ที่เข้ามาใหม่ หรือไก่ที่ออกไปชนกลับมาต้องแยกไม่ให้เข้าโรงเรือน อย่างน้อย 7 วัน เพื่อตรวจดูอาการไก่ให้แน่ชัดว่าไม่ได้นำเชื้อโรคเข้ามาแพร่ให้กับไก่ที่เลี้ยงอยู่เดิม เราได้ยินเรื่องราวมหัศจรรย์ของ รังนก ที่ทั้งแพง ทั้งมีสรรพคุณมากมาย ว่ากันว่าสมัยก่อนรังนกเป็นเครื่องบรรณาการชั้นดีที่ถวายต่อพระจักรพรรดิ และผู้นำของประเทศต่างๆ

ว่ากันว่าอีกหน่อยนะ สมัยเจิ้งเหอ ผู้นำกองเรือจีนข้ามมหาสมุทรอินเดียมุ่งค้นพบแผ่นดินใหม่เมื่อหลายร้อยปีก่อนนั้น เขาบรรทุกรังนกมาบนเรือด้วย เพื่อใช้กำนัลแก่ผู้นำในแต่ละดินแดนที่เขาผ่านไป เขานำมันมาเผยแพร่เป็นที่รู้จักกันในภูมิภาคนี้

แต่คนไทยนั้นฉันว่ามารู้จัก รังนก กันก็พร้อมกับการอพยพเข้ามาของคนจีนระลอกใหญ่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้แม้รังนกจะถูกพยายามทำให้กลายเป็นสินค้าที่ทุกชาติกินได้ แต่ฉันว่าไม่ว่าอย่างไร การบริโภครังนกก็จำกัดอยู่ในกลุ่มคนจีน ไม่มีใครเอาจริงเอาจังกับรังนกได้มากกว่าชนเชื้อชาติจีน เพิ่มอีกนิดว่าเป็นจีนมีฐานะนะ

เพราะรังนกนั้นแพงเหลือกำลัง รังนกชั้นดีนั้นกิโลละหลายแสนบาท ส่วนที่ผลิตใส่ขวดขายกันนี่ เป็นรังนกเกรดรอง ฉันมิรู้ราคา แต่มันก็ยังคงแพงอยู่ล่ะน่าถ้าเทียบกับอาหารปกติแต่ละมื้อของเราๆ

ไทยเรามีรังนกในหลายเกาะทางภาคใต้ของเรา ธุรกิจรังนกนั้นมีมูลค่าสูงมาก จึงต้องแย่งชิงกันระอุ ข่าวคราวเรื่องการแย่งชิงสัมปทาน เรื่องการปล้นรังนก มีให้รับรู้ทั่วไป คนค้ารังนกต้องขอรับสัมปทานจากรัฐ จ่ายค่าสัมปทาน แลกกับสินค้าราคาแพง

แต่ขนาดระอุอย่างนี้ ในตลาดรังนกโลก รังนกไทยไม่ถูกจัดว่าเป็นรังนกคุณภาพดี แต่ก็จัดว่าเป็นสินค้ามีกลิ่นเอกลักษณ์ คือเขาว่ามีกลิ่นทะเล ราคาไม่แพงนัก เขาเอาไว้ไปผสมกับรังนกบรรจุสำเร็จอะไรพรรค์นั้น ใครจะเถียงก็ไปเถียงเขาเองนะ เขาค้ารังนกมาร้อยกว่าปี เขารู้ดี ฉันแค่จำเขามาพูด

ขณะที่รังนกที่เขาว่ากันว่าคุณภาพเลิศนั้น มาจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อินโดนีเซียนั้น ถูกจัดเป็นเจ้าของรังนก อาจเพราะเขามีเกาะมากมาย มีรังนกตามหลืบถ้ำให้เก็บมากมาย พื้นที่เขาใหญ่โตกว่าไทยหลายเท่า จึงมีรังนกให้เก็บมากมาย บนเกาะชวา สุมาตรา สุราบายา ซาราวัก คือเรียกว่ากระจายไปทั้งประเทศ

ที่เกาะซาบาห์นั้น รังนกคุณภาพดีที่สุดมาจากถ้ำโกมาตง และถ้ำมาได ขนาดของรังนกจะใหญ่กว่าที่ซาราวัก รังนกชั้นเลิศของซาบาห์จะมีความมันวาว ซึ่งเป็นลักษณะของรังนกคุณภาพดี ซาบาห์นั้นมีชื่อเรื่องรังนกสีดำคุณภาพดีด้วย รังนกสีดำเป็นประเภทหนึ่งของรังนก อันนี้ต้องย้ำเพราะหลายคนเข้าใจว่ารังนกไม่ใช่ของดี

บนเกาะซาราวัก ของอินโดนีเซีย ที่เมืองคุนชิง เป็นทั้งแหล่งของรังนกชั้นเลิศ อย่างที่ถ้ำบารามที่มีรังนกคุณภาพดีและแพงมาก ถ้ำอื่นๆ มีรังนกสีดำคุณภาพดีรองลงมา เกาะซาราวักยังเป็นศูนย์กลางการผลิตรังนกพร้อมดื่ม เลือกเอารังนกเกรดรอง ซึ่งรวมทั้งจากเมืองไทย ไปบรรจุกันที่นั่น

ในมาเลเซียก็เริ่มค้นพบรังนกมาร้อยกว่าปี แถวปีนัง มะละกา และตรังกานู จนทุกวันนี้ในมาเลเซียมีฟาร์มรังนกเลี้ยงจำนวนมาก และจะขยายตัวอีกมาก เพราะตลาดมีศักยภาพสูงมาก เขาส่งไปขายที่ฮ่องกงและสิงคโปร์เป็นหลัก

อย่างที่บอกแล้วว่า อินโดนีเซียนั้นเป็นเจ้าแห่งรังนก แต่ช่วงหนึ่งก็ระดมเก็บรังนกมากไป จนคุณภาพลดลง ส่งผลต่อชื่อเสียงของรังนกตัวเอง จนช่วงหลังหันมาใช้การเลี้ยงนกเป็นอุตสาหกรรม แทนการเก็บรังนกธรรมชาติ

คือการเลี้ยงนี่เขาก็มีทั้งฟาร์มแบบเป็นรูปแบบ กับที่ดูแลนกตามแหล่งธรรมชาติ เช่น ตามถ้ำต่างๆ แล้วถึงเวลาก็ไปเก็บเอารังนก รังนกนั้น แท้จริงคือ น้ำลายของนกนางแอ่นที่คายออกมาเพื่อทำรัง คนค้าขายรังนกเขาว่า เขาเก็บรังนกที่นกทิ้งไว้แล้ว เพราะหากนกยังอยู่ รังนกจะเปียกและมีสิ่งตกค้างมาก ดังนั้น คนที่บอกว่าต้องพรากรังไปจากนก หรือพรากพ่อพรากแม่นกอะไรแบบนั้น คนค้าเขาว่าดราม่าไป

อันนี้ฉันอยากให้เรามาค้นคว้าหาความจริงกัน ซึ่งไม่ยากหรอก ข้อมูลหาง่ายจะตายเดี๋ยวนี้

คนทำรังนกเขายังบอกว่าเลือดที่ปนมาในรังนกไม่ใช่เลือดจากน้ำลายของนก คือเขาจะบอกว่านกไม่ได้ทรมานทรกรรมอันใดในการสร้างรังนกขึ้นมา ซึ่งตรงนี้ก็ขัดแย้งกับคนที่เขาต่อต้านการกินและการค้ารังนก เพราะเขาว่ารังนกน่ะมาจากการเอารังที่นกนางแอ่นคายน้ำลายมาจนแทบล้มประดาตายมากินเอาประโยชน์เข้าตัวเองตามประสามนุษย์มักมาก

รังนกจากเวียดนาม เป็นรังนกคุณภาพดีที่สุด เก็บกันปีละสองสามครั้ง รังนกสีขาวแพงมากจะส่งไปที่ฮ่องกงและจีน ส่วนรังนกสีดำจะส่งไปซาราวักและซาบาห์ เพื่อปรุงแต่งเป็นรังนกพร้อมดื่ม นอกจากจะหายากแล้ว กรรมวิธีในการเก็บ ล้าง แยก รังนกยังยากเข็ญเหลือใจ รังนกแต่ละรังจะหนักราว 3-4 มิลลิกรัม เมื่อแห้งแล้ว เวลาล้างเขาใช้แหนบกับแปรงสีฟัน ค่อยๆ เขี่ยเอาสิ่งตกค้างอื่นออก คนล้างรังนกคือ คนทำงานฝีมือดี ต้องเร็วและละเอียด การทำรังนกชิ้นงามให้แตกหรือฉีกจะทำให้ราคาตกอย่างน่าเศร้าใจ

เขาเก็บรังนกกันปีละสองสามครั้งแล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของแต่ละถิ่น เวลาที่ว่ากันว่ารังนกจะมีคุณภาพและสภาพที่ดีที่สุดคือ ระหว่างธันวาคมไปจนถึงเมษายน

คุณประโยชน์ของรังนกเองก็เป็นที่ถกเถียงกันมาก ฝ่ายสนับสนุนรังนกก็บอกว่ามีสรรพคุณทางอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง อ่อนวัย ขณะที่พวกที่คัดค้านก็บอกว่าคุณสมบัติไม่ได้มากไปกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง

อันนี้ฉันขอท้าทายให้ชวนกันแสวงหาข้อเท็จจริง ฉันจะแสวงด้วย โครงการการพัฒนารถกระเช้าอเนกประสงค์ เป็นผลงานความร่วมมือในการพัฒนาของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท พงศ์พัฒนกิจ ก่อสร้าง จำกัด ภายใต้โครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า

รศ.ดร. ธัญญะ เกียรติวัฒน์ หัวหน้าโครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาและออกแบบว่า รถกระเช้าอเนกประสงค์มีลักษณะเป็นแขนกลที่ส่วนปลายของแขนจะมีกระเช้าติดตั้งเอาไว้ ซึ่งแขนกลนี้จะอยู่ที่ด้านหลังของรถแทรกเตอร์ขนาดเล็ก ที่มีขนาดของเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า 30 แรงม้า เคลื่อนที่ด้วยการใช้ระบบไฮดรอลิกส์ในการขับเคลื่อน (ปั๊มไฮดรอลิกส์จะต่อโดยตรงเข้ากับเพลาอำนวยกำลังของรถแทรกเตอร์ (PTO Shaft) ใช้เป็นต้นกำลังของระบบไฮดรอลิกส์ในการขับเคลื่อนระบบต่างๆ)

ทั้งนี้ สามารถควบคุมการทำงานได้ 2 ระบบ ได้แก่ การควบคุมการทำงานระบบไฮดรอลิกส์ด้วยคันโยก และการควบคุมการทำงานระบบไฮดรอลิกส์ด้วยระบบไฟฟ้าที่ติดอยู่บนกระเช้า

ผู้ใช้สามารถใช้งานและควบคุมกระเช้าได้ด้วยตัวเองในขณะเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือทำงานในที่สูง

รถกระเช้าอเนกประสงค์สามารถใช้งานได้สูงสุดจากพื้นดิน ประมาณ 7 เมตร และสามารถรองรับน้ำหนักที่ปลายกระเช้าได้ 100 กิโลกรัม อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีรถแทรกเตอร์ 4 ล้อ เป็นของตนเองไว้ใช้งานในภาคการเกษตร โดยมีรูปแบบใช้ติดพ่วงและใช้กำลังจากรถแทรกเตอร์ 4 ล้อ (Tractor-mounted Equipment) ซึ่งจะเป็นเครื่องทุ่นแรงที่เหมาะสมกับการเก็บเกี่ยวพืชสวนของเกษตรกรไทยได้เป็นอย่างดี

ด้าน นางวนิดา บุญนาคค้า ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า โดยเมื่อก่อนจะเป็นโครงการวิศวกรรมย้อนรอย คือการนำเข้าเครื่องจักรต้นแบบจากต่างประเทศมาต่อยอดและประดิษฐ์เครื่องจักรกลใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทย เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้าเครื่องจักรและเกิดการพัฒนาร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการและสถานบันการศึกษา โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนเงินทุนการวิจัยในการสร้างเครื่องจักรต้นแบบ และหลังจากที่เครื่องต้นแบบสำเร็จแล้ว อีก 2 ปี จึงมีการเผยแพร่แบบของเครื่อง เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

พร้อมกันนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะมีการตรวจสอบสมรรถนะของรถกระเช้าอเนกประสงค์ให้ตรงตามแบบที่กำหนด และสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรม สามารถนำมาทดสอบและขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้

รถกระเช้าอเนกประสงค์ ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถใช้ได้ดีในงานการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เช่น ลำไย ลิ้นจี่ เงาะ มังคุด ลองกอง ลางสาด ทุเรียน ฯลฯ นั้น ด้วยต้องใช้แรงงานที่มีความสามารถและความชำนาญงานโดยเฉพาะ ในขณะเดียวกันช่วงของฤดูการเก็บเกี่ยวผลไม้ ความต้องการแรงงานเหล่านี้เพิ่มขึ้น จึงทำให้ประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงงานและค่าแรงที่สูง และอาจเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานได้ เนื่องจากต้องทำงานในที่ที่มีความสูง อีกทั้งการใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยวมีความล่าช้าในการเก็บผลผลิต ก่อให้เกิดความเสียหายและขายไม่ได้ราคา

ดังนั้น หากเกษตรกรมีเครื่องทุ่นแรงในการเก็บเกี่ยวพืชสวนหรือผลไม้ จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ รถกระเช้าอเนกประสงค์ ยังสามารถใช้ทำงานในที่สูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานซ่อมบำรุงหรือการติดตั้งงานบนที่สูงของหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าบนเสาไฟฟ้าสูง การซ่อมบำรุงหรือการติดตั้งสายไฟฟ้าสายโทรศัพท์ บนเสาสูง ก็สามารถนำเครื่องจักรตัวนี้ไปประยุกต์ใช้งานได้เช่นกัน

ด้วยรูปแบบการทำงานดังกล่าว จึงเรียกชื่อว่า รถกระเช้าอเนกประสงค์

หากหน่วยงานหรือเกษตรกรชุมชนใดสนใจ สามารถเข้าชมเครื่องต้นแบบได้ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประสานงานได้ที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Call Center 1313 หรือติดต่อสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี โทร. (02) 333-3924

หลายร้อยปีผ่านมาจากต้นไม้ป่าเล็กๆ ซึ่งถูกขนานนามว่า กาแฟ (Coffee) ที่ผลิดอกออกผล สร้างเมล็ดที่มีคุณค่า และถูกกลั่นกรองออกมาเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านความหอมของกลิ่น (Aroma) รสชาติที่กลมกล่อม (Flavors) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณประโยชน์ของกาแฟช่วยให้หลายๆคน เกิดความกระชุ่มกระชวยทั้งร่างกาย และจิตใจ

“กาแฟ” จากพรรณไม้ป่า ถูกคัดสรรปรับปรุงพันธุ์ รุ่นแล้วรุ่นเล่า จากต้นสู่ต้น จากอดีตถึงปัจจุบันกระทั่งได้สายพันธุ์ที่มีคุณค่า และมีการปลูกเลี้ยงกันแพร่หลายตามยอดดอยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ สำหรับสายพันธุ์ของกาแฟแบบไทยๆ สามารถแบ่งได้ตามลักษณะที่ปลูกในภูมิประเทศ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของกาแฟสายพันธุ์ โรบัสต้า (Coffea canephora Pierre.) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตพื้นที่ราบลุ่ม เช่น เขตกรรมทางภาคใต้ของประเทศไทย และอีกกลุ่มคือ กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า (Coffea arabica L.) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตพื้นที่ราบสูง หรือบนเทือกเขา ยอดดอยอันสูงชัน มีความโดดเด่นในด้านความหอมของกลิ่น และรสชาติที่กลมกล่อม

ปัจจุบันกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าถูกคัดสรร และพัฒนาสายพันธุ์เป็นกาแฟชั้นเลิศ มีชื่อเรียกต่างๆ กันไปตามลักษณะของต้น และถิ่นกำเนิด อาทิเช่น ทิปิก้า (Typica) เบอร์บอน (Bourbon) แคททูร่า (Caturra) คาทุยอิ (Catuai) และบลูเม้าเทน (Blue mountain) เป็นต้น

ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่า กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตพื้นที่ราบสูง จึงนิยมปลูกเลี้ยงกันตามเชิงเขา เชิงดอย โดยอาศัยร่มเงาของต้นไม้ในป่าใหญ่เป็นที่บดบังแสงแดดที่ร้อนระอุ และอาศัยความชุ่มชื้นของผืนป่าใหญ่ ห้วยน้ำ ลำธาร เพื่อหล่อเลี้ยงลำต้นและทรงพุ่มให้เติบใหญ่

การปลูกเลี้ยงกาแฟส่วนใหญ่นิยมปลูกแทรกตามไหล่เขา โดยมีระยะห่างระหว่างต้น 2 – 3 เมตร ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้นๆ ว่ามีต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติมากน้อยเพียงไร ความกว้างทรงพุ่มของกาแฟประมาณ 2 เมตร ความสูงต้นประมาณ 1- 2 เมตร ทั้งนี้ความสูงต้นมักถูกจำกัดโดยผู้ปลูกเลี้ยง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเก็บเกี่ยวผลผลิต

ใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม สีเขียวเข้ม เป็นมัน ขนาดใบโดยเฉลี่ยยาว 10 – 15 เซนติเมตร และกว้าง 6 – 7 เซนติเมตร

ดอกสมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อหรือกระจุก สีขาว กลิ่นหอมแรง กลีบดอก 6 กลีบ ยาว 1- 2 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ชูชันอยู่ด้านบน เกสรเพศเมียอยู่ภายในหลอดของก้านดอก จึงทำให้กาแฟส่วนใหญ่สามารถติดผลง่ายโดยการผสมตัวเองภายในดอกเดียวกัน (Self-pollination)

ผลอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อโตเต็มที่จะเริ่มมีสีเขียวอ่อน กระทั่งผลแก่จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ผลเชอรี่” นั่นเอง การผลิตกาแฟมักจะเริ่มต้นจากขั้นตอนการเก็บผลสุก ผลเชอรี่สีแดงสดเหล่านี้จะถูกนำไปคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อหมักล้างกะเทาะเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออกจนหมดสิ้น จากนั้นเมล็ดกาแฟที่ถูกคัดแยกออกมาจะถูกนำไปตากให้แห้งสนิท เรียกกันว่า “กาแฟกะลา” ซึ่งเมล็ดกาแฟกะลาจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการขัดสีเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออกจนหมด เหลือเพียงเมล็ดที่ใสสะอาด เรียกว่า “สารกาแฟ” และท้ายสุดคือการนำเมล็ดสารกาแฟเข้าสู่กระบวนการคั่ว

การคั่วกาแฟ เป็นการนำเมล็ดกาแฟดิบ (Green Bean) หรือสารกาแฟ มาเพิ่มความร้อนอยู่ในช่วงอุณหภูมิ 200 – 240 องศาเซลเซียส และต้องคอยควบคุมว่าเมล็ดที่อยู่ในหม้อคั่วจะไม่ถูกความร้อนนานจนเกินไป ซึ่งจะทำให้เมล็ดกาแฟไหม้ เพราะฉะนั้นผู้คั่ว (Roaster) ต้องมีความเข้าใจและชำนาญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่รู้และเข้าใจถึงชนิด รวมทั้งแหล่งที่มาของกาแฟที่จะนำมาคั่ว เพราะกาแฟในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน โดยทั่วแล้วการคั่วกาแฟมีระดับที่เป็นมาตรฐานถึง 16 ระดับ แต่สามารถแยกย่อยแบบกว้างๆ ออกเป็น 3 ระดับ คือ การคั่วระดับอ่อน ระดับกลาง และระดับเข้ม ซึ่งในแต่ละระดับจะมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่อง อุณหภูมิ และระยะเวลา ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และโครงสร้างทางเคมีภายในเมล็ดกาแฟ

จากการคั่วสู่การบด จากการบดสู่การชง ปัจจุบันการชงกาแฟสดมีหลายรูปแบบด้วยกัน โดยเฉพาะเครื่องชง ซึ่งมีการผลิตกันอย่างหลากหลาย ทั้งในด้านรูปลักษณ์ ยี่ห้อ เพื่อให้สะดวกต่อการชงกาแฟ นอกจากอุปกรณ์เหล่านี้แล้ว รูปลักษณ์ของกาแฟที่ถูกชงออกมา โดยผู้ชง หรือที่เรียกว่า บาริสต้า (Barista) ก็มีผลต่อความต้องการที่จะดื่มกาแฟ ไม่น้อยไปกว่ารสชาติที่กลมกล่อมของกาแฟในแต่ละยอดดอย

ทั้งนี้กาแฟแต่ละถ้วย อาจมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการผสมสารกาแฟก่อนการคั่ว หรือการนำกาแฟแต่ละสายพันธุ์ มาปรุงแต่งผสมผสานกันก่อนการชง ดังนั้น รสชาติ ความหอม รวมถึงความอร่อยที่แท้จริง อาจขึ้นอยู่กับผู้ดื่ม ซึ่งต้องเป็นผู้กำหนดเอง เพื่อให้รสชาติของกาแฟนั้นๆ ถูกปาก ถูกใจ และเกิดความพึงพอใจต่อผู้ดื่มเอง

โดย ดร.สุดาทิพย์ แซ่ตั้น ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : fagists@ku.ac.th

“ไข่ไก่” เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีและเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ในไข่ไก่ 1 ฟอง มีสารอาหารสำคัญมากมาย ทั้งอัลบูมิน (Albumin) ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนโคลีน (Choline) ที่พบมากในไข่แดงนั้น ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท โฟเลท (Folate) ช่วยให้ทารกในครรภ์มารดามีสุขภาพดี

ไข่ยังอุดมไปด้วยแร่ธาติทั้งธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โดยเฉพาะซิลิเนียม (Selenium) ที่มีมากถึง 1 ใน 4 ของปริมาณที่ร่างกายของคนเราต้องการในแต่ละวัน โดยเป็นสารสำคัญที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา ป้องกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้

แม้ว่าไข่จะมีประโยชน์มากมาย แต่ที่ผ่านมากลับพบว่าคนไทยมีอัตราการบริโภคไข่ไก่เพียง 200 ฟองต่อคนต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบประเทศอื่นๆ อย่างเช่นเม็กซิโก ที่บริโภคมากถึง 430 ฟองต่อคนต่อปี ขณะที่จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย บริโภค 340 330 และ 300 ฟองต่อคนต่อปีตามลำดับ ส่วนสหรัฐอเมริกา และรัสเซีย บริโภคคนละ 290 และ 280 ต่อปีตามลำดับ (ข้อมูลจาก FAOSTAT : FAO Statistics) ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะบางคนยังกังวลเกี่ยวกับเรื่องไขมันและคอเลสเตอรอลในไข่

อย่างไรก็ตาม แม้ในไข่แดง 1 ฟอง จะมีปริมาณคอเลสเตอรอลสูงถึง 186 มิลลิกรัม แต่การดูดซึมคอเลสเตอรอลของแต่ละบุคคลก็แตกต่างกันไป และยังขึ้นกับอาหารอย่างอื่นที่รับประทานด้วยกัน โดยมีผลงานวิจัยรับรองว่าคอเลสเตอรอลที่ได้รับจากอาหารที่จะมีผลต่อระดับไขมันในเลือดนั้นไม่ได้มีผลมาจากคอเลสเตอรอลจากไข่เท่านั้น แต่มีผลมาจากอาหารอื่นที่รับประทานร่วมกัน และความสามารถในการดูดซึมคอเลสเตอรอลของแต่ละบุคคลด้วย

จากงานทบทวน (review) บทความการวิจัยหลาย ๆ ชิ้น พบว่า ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคไข่กับความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มตัวอย่างที่สุขภาพดี ทำให้สมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา (American Heart Association : AHA) ทำการเปลี่ยนแปลงข้อแนะนำการบริโภคไข่ จากเดิมแนะนำไว้ว่าไม่ควรทานเกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ เป็นสามารถทานได้วันละไม่เกิน 1 ฟอง ยกเว้นผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่ต้องควบคุมระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมดและ LDL-cholesterol ในเลือด ไม่ควรรับประทานไข่แดงเกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ และควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ที่ผ่านมา ทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยมีความเข้าใจที่ถูกต้องและบริโภคไข่ให้เหมาะสมกับเพศและวัย ทำให้คนไทยเพิ่มการบริโภคไข่ไก่เป็นลำดับ แต่ก็ยังไม่เท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วดังกล่าวข้างต้น ทั้งที่ไข่ไก่เป็นอาหารมหัศจรรย์ที่มีประโยชน์มหาศาล ราคาไม่แพง แถมซื้อหาได้ง่ายทุกตลาดทั่วไทย ลองคิดเมนูไข่ที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการปรุงและการรับประทาน รวมทั้งสอดแทรกไข่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาหารจานโปรด เพื่อเพิ่มสิ่งดีๆสู่ร่างกาย รับรองว่าคุณจะทั้งสนุกและอร่อยกับอาหารจานไข่ไปพร้อม ๆ กับการได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ สร้างสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นทุกวัน

คอลัมน์นอกรอบ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ภาวะภัยแล้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2559 ช่วยดันราคาสินค้าเกษตรรายการหลักพุ่งอย่างชัดเจน ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน

อย่างไรก็ดี ข้าวและปาล์มน้ำมัน เป็นรายการที่ราคาน่าจะยังยืนอยู่ในระดับดีได้อย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี ขณะที่ยางพาราและมันสำปะหลัง น่าจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยชั่วคราวอย่าง “ภัยแล้ง” ที่ทำให้ราคาดีขึ้น แต่คาดว่า ราคาไม่น่าจะยืนอยู่ในระดับดีได้จนถึงสิ้นปีนี้ ดังนั้น ผู้ประกอบการปลายน้ำที่ใช้สินค้าเกษตรเหล่านี้เป็นวัตถุดิบ อาจต้องมีการวางแผนในการบริหารด้าน “ต้นทุน” อย่างเป็นระบบ อันจะช่วยประคองผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจในภาวะที่ราคาสินค้าเกษตรยังคงมีความผันผวน

แม้ราคาสินค้าเกษตรหลักที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงภัยแล้งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรที่มีสินค้าในมือให้ได้รับอานิสงส์แต่ภาพรวมราคาสินค้าเกษตรทั้งปีคาดว่าอาจยังให้ภาพที่ไม่สดใสนัก จากปัจจัยด้านอุปทานที่ยังอยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่งจะเริ่มทยอยฟื้นตัว และอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ยังชะลอ ทำให้เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญความยากลำบากด้านรายได้ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจที่ต้องอาศัยกำลังซื้อฐานราก เช่น ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร ธุรกิจบริการทางการเกษตร เป็นต้น

จากสถานการณ์ภัยแล้งที่คุกคามหลายพื้นที่ของไทยมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนต่อเนื่องมาในปี 2559 ได้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรสำคัญหลายรายการ ทำให้ผลผลิตขาดตลาด ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 2 ได้เห็นการขยับขึ้นของราคาสินค้าเกษตรอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่มีผลผลิตในมือให้ได้รับอานิสงส์ไปด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าผลจากภัยแล้งผนวกกับผลของฤดูกาล ทำให้สินค้าเกษตรได้รับความเสียหาย จนผลผลิตขาดตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงดันราคาสินค้าเกษตร บางรายการให้ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2559 จะเห็นราคาขยับขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาลงไปต่ำสุดในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559 ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน

อย่างไรก็ดี การที่ราคาสินค้าเกษตรที่ขยับขึ้นดังกล่าว หากจะสามารถยืนรักษาระดับไว้ได้จนถึงสิ้นปีนี้ คงต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งปัจจัยภายในประเทศ อย่างสถานการณ์น้ำฝนที่จะส่งผลต่ออุปทาน และปัจจัยนอกประเทศ อย่างราคาน้ำมันในตลาดโลก ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าราคาสินค้าเกษตรที่ขยับขึ้นในช่วงภัยแล้งดังกล่าว อาจมีสินค้าเกษตรบางรายการที่ยังสามารถยืนรักษาระดับราคาที่ดีต่อไปได้จนถึงสิ้นปี และมีสินค้าเกษตรที่อาจได้รับแรงหนุนจากผลของปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ราคาไม่สามารถยืนต่อไปได้ และอาจปรับลดลงในช่วงที่เหลือของปี โดยมีสินค้าเกษตร ดังนี้

ข้าว ผลจากภัยแล้งที่น่าจะลากยาวกินเวลาครึ่งแรกของปี ทำให้ผลผลิตข้าวนาปรังเสียหายกว่าร้อยละ 24.5 ส่งผลให้ราคาขยับขึ้น และการระบายสต๊อกของรัฐบาลในช่วงเวลาที่เหมาะสมอาจช่วยหนุนราคาระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาสถานการณ์น้ำในช่วงครึ่งหลังของปี

ปาล์มน้ำมัน ผลผลิตน่าจะทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาอาจมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ราคาน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี คาดราว 5 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.5 จากความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันที่มีรองรับทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงาน ซึ่งปริมาณการผลิตยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการในปีนี้

สินค้าเกษตรที่อาจไม่สามารถยืนรักษาระดับราคาได้ได้แก่ยางพารา-ผลผลิตน่าจะทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้นประกอบกับอุปสงค์จากจีนน่าจะยังชะลอตัวเป็นปัจจัยกดดันราคายาง แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ผลผลิตยางพารายังคงเพิ่มขึ้น แม้จะประสบภัยแล้งและอากาศร้อนจัดช่วงต้นปี อีกทั้งการควบคุมอุปทานยางผ่านมาตรการภาครัฐด้วยการโค่นต้นยาง จะสามารถลดอุปทานได้ส่วนหนึ่ง แต่ผลผลิตยางยังอยู่ในระดับสูง แม้คาดว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 45-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ผลของอุปสงค์ที่ชะลอตัวเทียบกับอุปทานที่ยังคงสูง น่าจะมีมากกว่าผลของราคาน้ำมัน ทำให้คาดว่าราคายางแผ่นดิบชั้น 3 จะอยู่ที่ราว 41 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลงร้อยละ 9.2

มันสำปะหลัง-ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น poipetsix.co.uk และอาจต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงด้านคำสั่งซื้อจากจีนที่อาจชะลอลง จากมาตรการการใช้ข้าวโพดในสต๊อกของจีนมาผลิตเอทานอล แทนการใช้มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคามันสำปะหลัง แม้ผลผลิตทั้งปีอาจลดลงไปอยู่ที่ 28 ล้านตัน (ปี 2558 อยู่ที่ 32 ล้านตัน) แต่ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ไม่สูงนัก และมาตรการการใช้ข้าวโพดของจีน จะยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อราคามันสำปะหลังในปีนี้

จากมุมมองต่อแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรหลักในระยะที่เหลือของปี2559ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการกลางและปลายน้ำที่ใช้ข้าวและปาล์มน้ำมันเป็นวัตถุดิบอาจมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการกลางและปลายน้ำที่ใช้ยางพาราและมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ อาจมีต้นทุนถูกลง

อย่างไรก็ดี บางพื้นที่ บางจังหวัด อาจมีปัจจัยเฉพาะในรายละเอียดที่แตกต่างจากภาพรวมได้ เช่น ปริมาณน้ำ ผลผลิตต่อไร่ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมีการเตรียมพร้อม เพื่อวางแผนในการบริหารด้านต้นทุนการผลิตอย่างเป็นระบบ อันจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจในภาวะที่ราคาสินค้าเกษตรยังคงมีความผันผวน

นอกจากนี้ เมื่อหันกลับมามองด้านความเป็นอยู่ของเกษตรกร แม้ราคาสินค้าเกษตรที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงภัยแล้ง จะช่วยหนุนราคาให้เกษตรกรที่มีสินค้าในมือได้รับอานิสงส์ แต่ในภาพรวม ด้วยผลลบจากปริมาณผลผลิตที่เสียหายไปจากภัยแล้ง น่าจะมีมากกว่าผลบวกจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคา ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังอาจต้องเผชิญกับปัญหารายได้เกษตรกรที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ส่งผลกระทบต่อไปยังภาคธุรกิจที่ต้องอาศัยกำลังซื้อฐานรากให้ต้องเผชิญความท้าทายเช่นกัน อาทิ ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร ธุรกิจบริการทางการเกษตร รวมถึงสินค้าเกี่ยวเนื่อง เช่น รถจักรยานยนต์ ที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 ยอดขายรถจักรยานยนต์หดตัวร้อยละ 7.7 เป็นต้น

ผู้ประกอบการควรมีการเร่งขยายช่องทางการตลาด มีการประชาสัมพันธ์ จัดโปรโมชั่นผ่อนชำระสินค้าด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติมจากลูกค้ากลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น