อดีตข้าราชการ ไว้ลายคนเกษตร มีรายได้จากเกษตรพอเพียง

ปลูกพืชอายุสั้นสร้างรายได้ดี จากปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ คุณสอาด คำทราย จำต้องเกษียณตัวเองออกราชการก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ใจยังรักอยากจะทำงานต่อ แต่เพราะกลัวความเครียดจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นตามภาระงานที่ได้รับซึ่งเป็นสาเหตุเร่งเร้าทำให้สุขภาพทรุดโทรม จึงตัดสินใจเกษียณตัวเองจากอดีตเจ้าพนักงานการเกษตร อำลาหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้แก่เกษตรกรมา 31 ปี

คุณสอาด คำทราย อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 6 บ้านปงวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สัมผัสชีวิตเกษตรมาโดยตลอด เมื่อเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมลำปาง (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง) ปี พ.ศ.2520 ในระดับ ปวช.และ ปวส.จบปี พ.ศ.2524 (ต่อมาจบปริญญาตรี วท.บ.เทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปี พ.ศ.2535) ในปี พ.ศ.2524 ได้บรรจุเป็นเจ้าพนักงานการเกษตรที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และย้ายมาอยู่จังหวัดลำปางเมื่อปี พ.ศ.2531

ระหว่างรับราชการอยู่ที่จังหวัดลำปาง ได้ใช้พื้นที่หลังบ้านตนเองประมาณ 400 ตารางเมตร ยกแปลงปลูกผักเป็นแปลงๆ เริ่มปลูกได้ก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน เมื่อมีมากขึ้นจึงมีแม่ค้าใกล้เคียงมาซื้อกัน ส่วนใหญ่เป็นผักตามฤดูกาล ในเวลานั้นไม่ได้ปลูกมากเพราะมีเวลาให้หลังเลิกงานและวันหยุดเท่านั้น หลังจากเกษียณจึงมีเวลาให้อย่างเต็มที่ เป็นการทำเกษตรปลอดสารเคมีที่ไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช เขาเลือกใช้สารสกัดจากสะเดา, น้ำส้มควันไม้, กาวดักจับแมลง, กระเพาล่อแมลงวันทอง, ปลูกดาวเรืองเพื่อขับไล่ไส้เดือนฝอย, ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา, ใช้น้ำหมักชีวภาพ และจับทำลายปลูกผักตามฤดูกาล ได้แก่ พริก, กะหล่ำปลี, ผักบุ้ง, กุยช่าย, โหระพา, หอม, กระเทียม ผักที่ถูกกล่าวขานกันมากก็คือกะหล่ำปลีเพราะสามารถปลูกจนได้หัวหนัก 6 กิโลกรัม เป็นพันธุ์หัวกลมจากญี่ปุ่น

ผักบุ้ง เป็นพืชที่ทำรายได้ดีเพราะปลูกเพียง 20 วันก็ถอนไปขายได้ ในการเตรียมแปลงปลูกผักบุ้งกับแปลงผักทั่วไปมีวิธีการคือ แช่เมล็ดด้วยน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นผึ่งให้แห้ง หว่านในแปลงที่หว่านปุ๋ยสูตร 15-15-15 แล้วสับคลุกเมล็ดลงดินเข้ากับปุ๋ยก่อนเก็บ 1 สัปดาห์ รดด้วยปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 จะได้ผักบุ้งต้นใหญ่ ต้นยาวและกรอบ แต่การปลูกในแปลงเดิมจะทำได้ไม่เกิน 3 ครั้ง เพราะหลังจากนั้นถ้าปลูกซ้ำที่เดิมจะเป็นโรคใบลายใบด่าง ต้องเปลี่ยนไปปลูกผักชนิดอื่นแทนแล้วกลับเวียนมาปลูกครั้ง

พอเข้าสู่ฤดูหนาวจึงเริ่มเพาะกะหล่ำ ปลูกกะหล่ำไว้ 1,000 หลุมด้วยการเพาะเมล็ดในหลุมถาดเพาะเมล็ด อายุได้ 30 วันจึงย้ายปลูกได้ หลุมปลูกคลุกเคล้าด้วยสินแร่ธรรมชาติ ธาตุอาหารพืช (ซี ฟอส Ze-PHOS) ชนิดผงผสมกับแกลบ ส่วนแปลงปลูกรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนแกง อายุได้ 15 วันจึงรดด้วยยูเรีย ปักแผ่นพลาสติกทากาวดักจับแมลงเป็นระยะๆ มีร้านขายอาหารอีสานในพื้นที่ใกล้เคียงมาซื้อประจำ เพราะมั่นใจว่าเป็นผักปลอดสารเคมี ลูกค้ารับประทานเป็นผักสดได้สนิทใจ เหตุผลที่เลือกปลูกกะหล่ำปลีไม่ปลูกกะหล่ำดอก เพราะกะหล่ำปลีสามารถทิ้งไว้ในแปลงได้นาน เมื่อยังไม่ต้องการเก็บหรืออยู่ในช่วงผักราคาถูก ส่วนกะหล่ำดอก เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ถ้ายังไม่เก็บเกี่ยวดอกจะบานออกทำให้เสียราคา ส่วนผักคะน้าแมลงรบกวนมาก เนื่องจากไม่ใช้สารเคมีจึงเลี่ยงที่จะปลูกผักคะน้า

เข้าฤดูฝนปลูกพริก, โหระพา พริกที่ปลูกเป็นพริกขี้หนูพันธุ์ซุปเปอร์ฮอท ลำต้นสูง 70-80 เซนติเมตร ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงกิ่งมาก มีทรงพุ่มกว้างปานกลาง ติดผลดกมาก ผลชูเหนือทรงพุ่ม ผลดิบสีเขียวถึงสีเขียวเข้ม เมื่อผลสุกเป็นสีแดงสด ผลยาว 5-7 เซนติเมตร อายุเก็บเกี่ยว 80-90 วัน หลังจากย้ายกล้า ขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของแม่ค้าอย่างมาก

กุยช่าย ผักที่ทำรายงามอีกชนิดหนึ่ง เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มีลำต้นยาวและอวบอ้วน ปกติกุยช่ายที่มีลำต้นใหญ่มักเป็นกุยช่ายอายุมากจะแข็งเหนียวและมีกลิ่นฉุน กุยช่ายจากสวรรคโลกมีลำต้นใหญ่ก็จริง แต่ไม่แข็งลำต้นนิ่ม เคี้ยวง่ายและไม่ค่อยมีกลิ่นฉุน เมื่อรับประทานสดหรือทำสุก หลังจากปลูก 2 เดือน ตัดต้นได้และตัดทุก 15 วัน เป็นที่ต้องการของแม่ค้าขายขนมกุยช่าย แต่ผลิตให้ได้น้อย เพราะปลูกไว้เพียง 2 แปลงก็ปลูกมันเทศสายพันธุ์ใหม่จากญี่ปุ่นซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา และตอนนี้กำลังขยายพันธุ์มะอึกไร้หนาม

รายได้จากการปลูกผัก ถึงแม้จะไม่มากแต่ก็ไม่ขัดสนนัก ซึ่งเขาก็ได้ทำบัญชีเก็บไว้จนพบว่าแต่ละเดือนจะมีรายได้ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและฤดูกาล บางเดือนได้รับ 6,000 กว่าบาท แต่บางเดือนได้แค่ 2,000 บาท เป็นรายได้ที่พอเพียงและพอใจ นอกจากนั้นเขายังทำนาข้าวอีก 2 ไร่ อีกทั้งเมื่อมีเวลาว่างก็เขียนป้ายต่างๆ ตามแต่ชาวบ้านจะจ้างวาน เนื่องจากมีความสามารถในด้านการเขียนป้ายมาก่อน

ด้านชีวิตครอบครัว คุณสอาดแต่งงานกับสาวบ้านปงวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง แล้วตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 คุณสอาดเป็นคนอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง มีลูกสาวคนเดียว เรียนเก่ง ลูกสาวจบปริญญาตรี อุตสาหกรรมเกษตร จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบปริญญาโทวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาเอกที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 ปี ทั้งปริญญาโทและเอกได้รับทุนจากประเทศญี่ปุ่น

คุณสอาดมีปัญหาด้านสุขภาพ เข้ารับการผ่าตัด 2 ครั้งเพราะเส้นเลือดหัวใจตีบ 5 เส้นจึงเข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) เมื่อปี พ.ศ.2555 ในวัย 54 ปี ในตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง

ทุกวันนี้ คุณสอาด คำทราย ดำรงชีวิตด้วยวิถีเกษตรพอเพียง เป็นแบบอย่างให้กับคนในหมู่บ้าน และเป็นแหล่งศึกษาให้กับผู้ต้องการเรียนรู้ ในช่วงหลายปีมานี้ ต้องยอมรับว่า ฝรั่ง คือพืชอีกชนิดที่อยู่ในกระแสความสนใจของหลายคน เนื่องจากฝรั่งเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาหลายปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในช่วงนี้เราจะเห็นแปลงปลูกฝรั่งแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแหล่งปลูกเดิมอย่าง นครปฐม ราชบุรี และพื้นที่ใหม่ๆ แต่จะว่ากันไปแล้ว ฝรั่งดูจะเป็นพืชที่แอบทำเงินเงียบๆ ให้ชาวสวนมาตลอด เพราะฝรั่งไม่ใช่พืชที่ถูกปลุกกระแสจากสื่อต่างๆ เหมือนกับอีกหลายพืชที่ถูกปลุกกระแสจนโด่งดังหรือน่าสนใจเกินความเป็นจริงเสียอีก จึงทำให้พื้นที่ปลูกฝรั่งไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าที่ควรจะเป็น และหลายคนมองข้ามพืชชนิดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้าคุณได้รู้จักพืชชนิดนี้แล้วเชื่อว่าคุณจะกลับมามองฝรั่งในมุมมองใหม่และทิ้งพืชที่คุณกำลังสนใจหันมาปลูกฝรั่งแทนกันเลยทีเดียว

เยี่ยมสวนฝรั่ง ของชาวสวนรุ่นใหม่ ดีกรี ปริญญาตรี

แม้จะเติบโตมากับอาชีพทำสวน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกหลานชาวสวนจะไม่อยากเดินตามรอยอาชีพของพ่อแม่ ขณะเดียวกันพ่อแม่เองก็อยากให้ลูกหลานได้ทำงานบริษัทที่สุขสบาย ไม่ต้องมายึดอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องตากแดดแทนการตากแอร์ในออฟฟิศ เช่นเดียวกับ คุณวราภรณ์ ขุนพิทักษ์ ที่มีดีกรีถึงปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่จะเลือกทำงานบริษัทในเมืองหลังจากเรียนจบแทนการมาเป็นชาวสวน แต่หลังจากทำงานได้ไม่กี่ปี เธอก็เลือกที่จะมาทำสวน เจริญรอยตามพ่อ-แม่ เพียงเพราะมองว่างานสวนที่บ้านหนักเกินกว่าที่พ่อ-แม่ จะทำไหว ซึ่งที่บ้านทำสวนกว่า 30 ไร่ โดยพืชหลักที่ปลูกก็คือ มะม่วง ชมพู่ และฝรั่ง ส่วนใหญ่จะเป็นมะม่วง

แต่หลังจากที่คุณวราภรณ์เห็นว่าพืชที่ปลูกทั้งหมด ฝรั่งเป็นพืชที่น่าสนใจที่สุด เพราะมะม่วงที่ทำมานานนั้น พื้นที่ 30 ไร่ มีรายได้เพียงปีละ 2-3 แสนบาทเท่านั้น ทั้งยังเป็นมะม่วงพันธุ์ทั่วไปที่เน้นขายป้อนตลาดขายส่งทั่วไป ขณะที่ฝรั่งสามารถให้ผลผลิตเร็ว เพียง 8 เดือน หลังปลูกฝรั่งก็จะสามารถตัดลูกชุดแรกได้แล้ว อีกทั้งผลตอบแทนก็สูง คุณวราภรณ์จึงตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่สวนมาเป็นฝรั่งเพียงอย่างเดียวและปลูกฝรั่งมาตลอด วันนี้คุณวราภรณ์บอกว่า เธอตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเป็นชาวสวน เพราะรายได้จากการทำสวนเพียงเดือนเดียวมันมากกว่ารายได้ที่เธอทำงานบริษัททั้งปีซะอีก ฝรั่งเพียง 10 ไร่ สามารถทำเงินได้หลักแสนต่อเดือน ปีหนึ่งสามารถทำเงินหลักล้านได้ไม่ยาก จากฝรั่งเพียง 10 ไร่ ซึ่งปัจจุบันคุณวราภรณ์มีพื้นที่ปลูกฝรั่งกว่า 24 ไร่

วางแผนการผลิต ให้ฝรั่งเก็บผลผลิตช่วงแพง

แปลงฝรั่งของคุณวราภรณ์จะมีอยู่ 2 แปลง แปลงหนึ่ง 14 ไร่ อีกแปลง 10 ไร่ คุณวราภรณ์ บอกว่า พืชทุกชนิดจะมีช่วงราคาถูก-แพง ในรอบปี ฝรั่งก็เช่นเดียวกันค่ะ มักจะมีราคาถูกในช่วงร้อนหรือประมาณเดือน เมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลใหญ่ของผลไม้บ้านเรา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด บุกตลาดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นผลไม้ชนิดอื่นแทบหมดความสำคัญ และช่วงนั้นจะเป็นช่วงตกต่ำของผลไม้ เพราะเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกสู่ตลาดมากที่สุด ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับราคาช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงที่จะให้มีผลผลิตเก็บขายได้ช่วงที่ผลไม้ประดังกันออกมา ดังนั้น ช่วงนี้คุณวราภรณ์จะไม่ห่อผลฝรั่งเลย ราคาฝรั่งช่วงนี้จะไม่ไกลไปกว่า 10 บาท ต่อกิโลกรัม หน้าสวน

ส่วนช่วงที่ฝรั่งมักมีราคาแพง จะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีผลไม้ชนิดไหนออกสู่ตลาด อย่างช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ช่วงนั้นราคาฝรั่งจะสูง 30-40 บาท ต่อกิโลกรัม (หน้าสวน) กับอีกช่วงคือมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งมีเทศกาลต่างๆ มาก การวางแผนจะให้ฝรั่งเก็บได้ช่วงไหนก็นับย้อนไป 5 เดือน แล้วโน้มกิ่งให้ฝรั่งแตกยอดใหม่ เพื่อที่จะให้ผลผลิต หรือนับจากห่อผลก็ 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยฝรั่งที่จะเก็บผลได้ในช่วงสิงหาคม-กันยายน ก็จะต้องโน้มกิ่ง ต้นเดือนมีนาคมซึ่งก็คือช่วงนี้นั่นเอง คุณวราภรณ์โน้มกิ่งหลังจากเก็บผลผลิตชุดใหญ่ขายไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมานี้เอง

ฝรั่ง 10 ไร่ ทำเงินหลักแสนต่อเดือน

ชาวสวนหลายคนที่ทำสวนฝรั่งอาจไม่ได้เก็บข้อมูลตัวเลขการลงทุนและรายได้ แต่คุณวราภรณ์เก็บข้อมูลไว้หมด ซึ่งทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนของการทำสวนฝรั่งได้เป็นอย่างดี คุณวราภรณ์ บอกว่า ฝรั่งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว โดยจะมีผลผลิตชุดใหญ่ๆ อยู่ประมาณ 3 ชุด ต่อปี อย่างชุดตรุษจีนที่ผ่านมาซึ่งเป็นชุดใหญ่ พื้นที่ 10 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวได้มากถึง 44,000 กิโลกรัม ในช่วงเวลาการเก็บ 5-6 วัน (หมดชุด) ราคาช่วงนั้น 25-35 บาท ต่อกิโลกรัม ชุดเดียวทำเงินไปเหยียบล้านเลยทีเดียว โดยฝรั่ง 10 ไร่ จะลงทุนต่อ 1 ชุด เพียงแสนกว่าบาทเท่านั้น

เทคนิคการดูแล สวนฝรั่งให้ได้คุณภาพ

คุณวราภรณ์ เล่าถึงการดูแลฝรั่งที่สวนว่า ฝรั่ง 1 ไร่ สามารถปลูกได้ 150-200 ต้น ขึ้นกับสภาพพื้นที่ปลูก และระยะปลูก ที่จะปลูกแบบยกร่องสวน เนื่องจากเป็นเขตที่ลุ่ม ขนาดร่อง 2 เมตร บนร่องปลูก 2 แถว แบบสลับฟันปลา ระยะปลูก ประมาณ 1.5 เมตร ฝรั่งจะเริ่มเก็บได้เมื่ออายุ 8 เดือน หลังปลูก โดยในรอบ 1 ปี จะทำชุดใหญ่ 3 ชุด โดยชุดที่จะมีราคาแพงที่สุด จะเป็นชุดที่เก็บเกี่ยวเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งเป็นฝรั่งที่จะต้องโน้มกิ่งในช่วงต้นเดือนมีนาคม การโน้มกิ่งฝรั่งจะทำให้ฝรั่งแตกยอดพร้อมกับออกดอกบนกิ่งที่โน้ม โดยจะโน้มกิ่งให้ราบขนานกับพื้นแล้วผูกมัดกิ่งกับหลักไม้ไผ่ พร้อมกับตัดปลายกิ่งเพื่อหยุดการแตกยอดหรือหยุดการเจริญเติบโตของยอด หรือที่ชาวสวนเรียกการหักยอด หรือขลิบยอด ซึ่งฝรั่งจะติดดกหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับความสมบูรณ์ของต้น

คุณวราภรณ์ จะดูแลให้ฝรั่งต้นสมบูรณ์ตลอดทั้งปี โดยหลังจากโน้มกิ่งแล้ว จะใส่ปุ๋ย 25-7-7 พื้นที่ 10 ไร่ ใส่ประมาณ 3 กระสอบ หลังจากนั้น อีก 15 วัน ใส่ 16-16-16 อัตราเดิม เมื่อผลโตขนาดเท่าผลส้มจะเปลี่ยนมาใส่ขี้ค้างคาวอัดเม็ดและปุ๋ยอินทรีย์เคมีอัดเม็ดที่มีธาตุอาหารแคลเซียม แมกนีเซียม เป็นส่วนประกอบ (ไบโอฟีด ของ เคโมคราฟ) ซึ่งจะทำให้ฝรั่งผิวสวย ฝรั่งผิวออกขาว ไม่เขียว และรสชาติหวาน กรอบ เนื้อฟู ทางใบพ่นน้ำส้มควันไม้อย่างต่อเนื่องทุก 7-10 วัน เพื่อช่วยในด้านการเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ของต้นและยังช่วยแมลงอีกด้วย แคลเซียม-โบรอน พ่นประจำไม่ให้ขาด จะช่วยทั้งเรื่องเพิ่มความสมบูรณ์ของดอก เพิ่มการติดผลดก ขั้วเหนียว ผลกรอบ รสชาติหวาน และช่วงใกล้เก็บเกี่ยวเสริมน้ำตาลทางด่วนเพื่อเพิ่มรสชาติช่วยอีกแรง

นอกจากนี้ จะมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อช่วยปรับสภาพโครงสร้างดินเป็นระยะๆ ปีละ 3 ครั้ง การพ่นสารเคมีกำจัดโรค-แมลง จะพ่นหนักหน่อยในช่วงก่อนห่อผล 7 วันหลัง แต่หลังห่อผลแล้วก็จะพ่นห่างหน่อย สารเคมีที่ใช้ก็จะเป็นยาพื้นๆ อย่างคลอร์ไพรีฟอส ไซเปอร์เมทริน เมโทมิล สารกำจัดเชื้อราก็ใช้เพียงแมนโคเซ็บ คาร์เบนดาซิม นอกจากว่าเจอโรค-แมลงที่หนักๆ จึงจะใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไรรุนแรง ส่วนการให้น้ำ จะให้ 2 วันครั้ง ช่วงร้อนๆ อย่างนี้จะให้น้ำทุกวัน

เมื่อผลขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท จะห่อผลเพื่อป้องกันแมลงวันทอง โดยใช้ถุงพลาสติกที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันแมลงวันทองโดยเฉพาะ หน้าตาเหมือนถุงก๊อบแก๊บทั่วไปแต่จะหนากว่า แล้วห่อทับด้วยกระดาษอีกชั้น เพื่อให้ผิวสวย ฝรั่ง 1 ต้น จะห่อประมาณ 100 ลูก ถ้าเลือกไว้ผลมากเกินไปต่อต้นจะทำให้ผลมีขนาดเล็กได้ จึงควรไว้ผลให้พอเหมาะกับขนาดและความสมบูรณ์ของต้น

คุณวราภรณ์ บอกว่า ฝรั่ง เป็นพืชที่ต้องใช้แรงงานเยอะอยู่ 3 ช่วง คือ ช่วงโน้มกิ่ง จะหนักหน่อยก็ช่วงห่อ ฝรั่ง 10 ไร่ วันหนึ่งต้องห่อ 7-8 คน และต้องห่อ 2-3 วัน จึงจะเสร็จ ถ้าให้เสร็จวันเดียวต้องจ้างมากถึง 20-25 คน และต้องเป็นแรงงานที่มีความชำนาญด้วย อีกช่วงคือ ช่วงเก็บฝรั่ง

ฝรั่งส่วนใหญ่จะมีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 5 ปี ต้นก็จะเริ่มโทรม การให้ผลผลิตก็จะสู้ต้นสาวๆ หรือต้นอายุน้อยๆ ไม่ได้ ประกอบกับหลายสวนมีปัญหาฝรั่งตาย ต้นเหตุจากไส้เดือนฝอย ซึ่งยังไม่มีวิธีการแก้ปัญหาที่ได้ผลอย่างชัดเจน นอกจากการปรับปรุงดินให้สมบูรณ์ ร่วนซุย ไม่มีความเป็นกรดมากเกินไปก็จะช่วยลดความรุนแรงของการระบาดลงไปได้บ้าง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา จึงทำให้ชาวสวนฝรั่งมักจะรื้อแปลงปลูกใหม่ เมื่อฝรั่งอายุ 5-6 ปี จึงทำให้เราเห็นแปลงฝรั่งแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดในพื้นที่เขตนี้ ตราบใดที่ฝรั่งที่ราคาดีอย่างนี้ โดยราคากิ่งพันธุ์ที่จำหน่ายกันอยู่ที่ 12 บาท ต่อกิ่ง 1 ไร่ ประมาณ 150-200 ต้น ซึ่งลงทุนเพียง 2,000 กว่าบาท ต่อไร่ ถือว่าไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับพืชอย่างอื่น

ขณะที่ฝรั่งมีจุดเด่นตรงที่ให้ผลผลิตเร็วเพียง 1 ปี อีกทั้งยังมีต้นทุนในการดูแลไม่สูง แต่ผลตอบแทนสูงมาก ชาวสวนเขตนี้ยังยึดอาชีพปลูกฝรั่งมาตลอดหลายสิบปี ยิ่งช่วง 4-5 ปี มานี้ราคาฝรั่งดีมาก ทำให้คนที่เคยปลูกพืชอื่นหันมาปลูกฝรั่งกันมากขึ้น ขณะที่ในพื้นที่ที่ไม่เคยปลูกฝรั่ง ก็จะกลัวว่าไม่สามารถทำให้ฝรั่งออกดอกติดผลได้ จึงทำให้พื้นที่ฝรั่งเพิ่มขึ้น เฉพาะในพื้นที่แหล่งผลิตเดิมๆ

ในแวดวงส่งเสริมการเกษตรถือว่า คุณสมบูรณ์ สุทธิพงษ์ เป็นมือดีคนหนึ่ง เขาทำงานเป็นเกษตรอำเภอในหลายพื้นที่หลายจังหวัด สุดท้ายเกษียณอายุในตำแหน่งเกษตรจังหวัดเพชรบุรีเมื่อปี 2546 ระหว่างที่ทำงานนั้นเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า “พี่บูรณ์” ของน้องๆ เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เงินก้อนเงินเก็บไม่ต้องพูดถึง แต่เพราะจิตใจรักต้นไม้ รักธรรมชาติ อดีตเกษตรจังหวัดคนนี้ก่อร่างสร้างสวน สะสมไม้นานาพรรณจนร่มครึ้ม สร้างคุณค่าให้กับครอบครัวและผู้อื่น
ปัจจุบัน คุณสมบูรณ์อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เดิมบริเวณนั้นเป็นทุ่งนาแล้งร้อน แต่เพราะความเอาใจใส่ ต้นไม้ใบหญ้ารอบบ้านจึงสมบูรณ์

“เกษียณปี 2546 ตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่ได้คิดถึงวันข้างหน้า คิดแต่ทำตอนนั้นให้ดีที่สุด เป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่มีงานข้างเคียง แฟนเป็นหัวหน้าสถานีอนามัยตลาดเขต ทุกวันนี้เกษียณมาแล้วเช่นกัน แรกๆ มีเพื่อนๆ น้องๆ มาชวนทำงานการเมืองท้องถิ่น ได้แต่ตอบเขาไปว่า ขออยู่กลางๆ ไม่อยากมีฝักมีฝ่าย ไม่อยากมีอะไรมาผูกมัด ช่วงเวลาทำงาน 38 ปี ก็นานโขอยู่ ไม่อยากให้มีอะไรมาเร่งรัด ไม่อยากเครียด เพราะถ้าได้รับปากใครว่าจะทำอะไรแล้ว นอนไม่หลับ เมื่อปฏิเสธเรื่องการเมืองท้องถิ่น แต่ก็มีคนมาคุยด้วย มีน้องๆ มาหา ก็ว่ากันไป” คุณสมบูรณ์บอก

เริ่มต้นอย่างไร

คุณสมบูรณ์บอกว่าตั้งแต่รับราชการมา ตนเองอยู่บ้านหลวง บ้านเช่ามาตลอด เมื่อถึงคราวสร้างรวงรังตอนอายุมากก็ต้องทำ ซึ่งก็ทำได้สวยงามน่าอยู่ “เกษียณแรกๆ เคว้ง ไม่รู้จะไปไหน อยู่แต่บ้านหลวง บ้านที่กรุงเทพฯ มีอยู่นิดหน่อย พี่สาวปลูกไว้ มีห้องแถวอยู่ที่ตลาดเขต ลูกชายมองว่า หากให้พ่อไปอยู่คงไม่ไหว หมุนไปหมุนมาแน่ จึงต้องมาอยู่ตรงนี้ แรกสุดรู้แล้วจะหนาว เพราะเป็นท้องนา ลูกชายมองแบบคนรุ่นใหม่ เริ่มถมที่ ที่ดินบริเวณนี้เดิมเป็นของพ่อตาแม่ยายผมเอง พี่สาวผมที่ชลบุรีเขาซื้อไว้ 15 ไร่ ให้ลูกชายเขาครึ่งหนึ่ง หลานผม ส่วนผมเป็นน้องคนเล็ก เขาให้ผมครึ่งหนึ่ง นานมากแล้วก็ถือว่าเป็นของเรา ตรงนี้ทำนาน้ำแล้งไม่ดี ปลูกอ้อยน้ำท่วม เรียกตามภาษาเกษตรคือ ที่ดินปราบเซียน ถนนสูงกว่าพื้นดินเดิม 2 เมตร หากถมทั้งหมด 7 ไร่ เราคงเป็นหนี้เขาไปจนตาย เลยถม 3 ไร่ จำนวน 1,700 เที่ยว ดินดีบ้างไม่ดีบ้าง ราคามีตั้งแต่เที่ยวละ 500-1,200 บาท ขณะที่ถมที่อยู่ คนต่างเดาไปต่างๆ นานาว่าเป็นของคนกรุงเทพฯ แน่ๆ อาจจะเป็นของผู้ว่าฯ อธิบดี หรืออาจจะถมเพื่อสร้างห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน คนมาจอดรถดูกัน”

คุณสมบูรณ์เล่าต่ออีกว่า “ลูกชายดูแลเรื่องการก่อสร้าง เขาเน้นประหยัดพลังงาน แสง อากาศ รวมทั้งภูมิทัศน์ เราลงหุ้นเรื่องต้นไม้ เดิมรู้จักพืชเศรษฐกิจ พวกข้าว อ้อย ปอ เรื่องไม้ดอกไม้ประดับ รู้เรื่องงูๆ ปลาๆ ก็ตระเวนไปสิงห์บุรี ชัยนาท ดูต้นไม้ ติดใจไม้ประจำจังหวัด ครัวชุกโดนที่เมืองกาญจน์ ผมนำต้นกระโดนมาปลูก บ้านดอนตาลเสี้ยนที่ผ่านไปทางท่ามะกา ผมหาต้นตาลเสี้ยนมาปลูก ตะคร้ำเอนอยู่เมืองกาญจน์ ผมหาต้นตะคร้ำมาปลูก ลูกเคยไปอยู่แม่ฮ่องสอนมา มีต้นกระพี้จั่น จึงหาต้นกระพี้จั่นมาปลูก กุ่มก็ปลูก เขาใช้ใบดองกัน อย่างอื่นมีหลายชนิดที่ปลูก ซื้อจากจตุจักร นครนายก การนำต้นไม้ใหญ่มาปลูกเหมือนการต่ออายุ เพราะบางครั้งเขาจะโค่นทิ้ง เรานำมาปลูกต่อ อย่างกระพี้จั่น ขึ้นอยู่ริมแดนของชาวไร่อ้อย ที่บ่อพลอย เขาจะดันทิ้งอยู่แล้ว ไปให้เขาพันกว่าบาท ค่าขุด ค่าปลูกอีก ตกราว 5,000 บาท เคยดูในกรุงเทพฯ ต้นใหญ่ บางต้นหลายหมื่น”

บ้านหลังงาม ต้นไม้แน่นขนัดไปหมด ถามว่าต้องใช้เงินมากไหม “เริ่มต้นผมเข้า กบข.ได้เงินมาล้านบาท บัญชีหมดไปกับต้นไม้ ไปเที่ยวสิงคโปร์บ้าง ลูกชายจัดแจงพาไป ผมเริ่มปลูกต้นไม้เมื่อปี 2547 แฟนเกษียณก็เข้า กบข.ค่าใช้จ่ายทุกวันนี้ งานสังคมครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งดูแลต้นไม้ คนสวนสองคนมีค่าใช้จ่ายหนึ่งหมื่นบาท ต้นไม้มาเรื่อยๆ ยังไม่เต็ม มีคนเจ้าประจำอยู่ มีต้นไม้ก็มาบอก ยังโลภยังไม่พอ ท่านพลโทรวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์ อดีตแม่ทัพ ท่านบอกว่าบ้านเกษตร ต้นไม้เต็มไปหมดมองแล้วเวียนหัว ผมมองว่าอยากปลูกแบบธรรมชาติ ไม่อยากจับต้นไม้เข้าแถว”

คุณสมบูรณ์บอกว่า ตนเองได้ไปอ่านรายการต้นไม้ของคนขายแถบลาดพร้าว ดูแล้วหากซื้อจากเขาทั้งหมด เท่าที่คุณสมบูรณ์มีอยู่ เงิน 3 ล้านบาท ไม่พอแน่

คุณสมบูรณ์ซื้อต้นไม้ตามร้านส่วนหนึ่ง ราคาจึงพอสมควร แต่ส่วนใหญ่เขาสอดส่องไปตามหัวไร่ปลายนา อย่างไม้บางต้น เจ้าของกำลังจะตัดเผาถ่านก็ไปถามเขาว่าเผาถ่านได้เท่าไหร่ เขาตอบว่า 1,000 บาท ก็ให้เขาไป 1,500 บาท จ้างคนขุดนำมาปลูกที่บ้าน อาจจะตกเพียง 5,000 บาท หากซื้อในร้านทั่วไปไม่ต่ำกว่าหมื่นบาทแน่ บางคราวคนเขาจะตัดต้นไม้ทิ้งสร้างยุ้งฉางต้องจ้างคนตัด 2,000 บาท เมื่อคุณสมบูรณ์ต้องการซื้อ เขาได้เงิน 2,000 บาท โดยที่เจ้าของไม่ต้องเสียเงินค่าตัด ไม้ในลักษณะอย่างนี้เป็นไม้พื้นเมือง เช่น ต้นแจง กระพี้จั่น เป็นต้น

คุณสมบูรณ์บอกว่า การเสาะหาต้นไม้ สมัยก่อนอาศัยคนรู้จัก แต่ทุกวันนี้หาได้ในหลายๆ สื่อ โดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ต

“เมื่อก่อน ถามคนโน้นคนนี้ ลูกน้องเก่า ถามอาจารย์นพ บรรเจิด ที่เกษตรฯ บางพระ ผมจบจากที่นั่น มีคนแนะนำ น้องๆ จบจากแม่โจ้เป็นนักจัดสวน เขาอาสาพาไปดูสิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท ได้ปาล์มจากเชียงใหม่ จันทน์ผาจากแก่งกระจาน เพชรบุรี หลายคนนำมาให้เป็นของที่ระลึก” คุณสมบูรณ์เล่า

“ตอนปลูกใหม่ๆ คนผ่านมาเยอะ มีคนมาขอดูต้นไม้ มาจอดรถถ่ายรูป เห็นต้นหมากเม่าชอบใจ ที่นี่มีต้นตาอิด แถวนี้มีดอนตาอิด ต้นอิดปลวกทำรังอยู่แต่ไม่กิน บางต้นปลวกอยู่มันกินตายเลย ว่างๆ ผมนั่งขีดเขียนชื่อต้นไม้ รวมแล้วมากกว่า 400 ชนิด ลูกชายซื้อที่ตลาดนัดจตุจักร เย็นวันศุกร์ ต้นไม้เต็มรถเลย” คุณสมบูรณ์อธิบาย
อดีตเกษตรจังหวัดบอกว่า ชีวิตปัจจุบันนี้มีงานสังคมไม่ขาด งานบวช งานแต่ง แต่งานที่ต้องไปที่สุดคืองานโศกเศร้า

“นกมาอยู่หลายรอบ กามา กาเหว่ามาช่วงหนาว นกขมิ้นเหลืองอ่อนมาเดือนมีนาคม ที่นี่งูเห่าเยอะมาก แต่เลี้ยงหมาแล้วปริมาณลดลง ผมทำงานมีความสุขไม่ซีเรียส ผมอนุรักษ์ ไม้บางต้นไม่ยอมใช้สารเคมี แมลงกัดกินใบจนตายในที่สุด ไม้ที่ปลูกชอบทุกต้น พิเศษคือไม้ไทยๆ อย่างแคนา แจง ไม้ต่างประเทศก็มีแต่ชอบไม่มาก เป็นขนมปัง ไม้ไทยเปรียบเสมือนคนไทยต้องกินข้าว อย่างอื่นมีมะเกลือ พะยอม” อดีตเกษตรจังหวัดบอก

สวรรค์มีจริง

ช่วงเวลาที่ทำงาน อดีตเกษตรจังหวัดคนนี้ทำงานจริงจังจนแทบไม่มีเวลาว่าง ครั้นได้หยุดพักก็ต้องมาทำงานอีก กระนั้นเขาก็บอกว่ามีความสุขมาก

“เขาบอกว่าสวรรค์มีจริงนั้นใช่ ผมพบตอนเกษียณ เมื่อก่อนผูกพันเรียกว่าบ้ากับงาน ไม่รู้จักแบ่งแยก มีคนบอกว่าพี่บูรณ์ งานมันไม่เสร็จหรอก เขาเกษียณไปหลายคนแล้วงานยังไม่เสร็จเลย บางคนก็บอกว่าพรุ่งนี้มาทำใหม่ เรากะทำให้เสร็จ ถือว่ามากไป ตอนนี้โล่งดี ผ่อนคลาย เมื่อก่อนทำงานราชการมาปลูกสร้างอย่างนี้ สมองผมแยกไม่ออก ทำราชการทำเต็มที่ ออกมาแล้วก็มาทำเต็มที่ เราทำงานมีความเมตตา งูที่นี่มีมากแต่ไม่เคยตี” คุณสมบูรณ์ยืนยัน

คุณสมบูรณ์บอกว่า ตนเองอยู่ที่ไหนสมัยรับราชการ มักจะตกแต่งสถานที่ แม้กระทั่งสถานที่ทำงานภรรยาก็ยังช่วยดูโน่นดูนี่

“มีอยู่ช่วงหนึ่งมีคนไปหาที่อนามัย พี่เขาปลูกต้นไม้อยู่ วันนั้นไม่อยู่ วันหลังเขาบอกว่าไปหาไม่เจอ มีแต่คนงานปลูกต้นไม้อยู่” คุณบุปผา ภรรยาคุณสมบูรณ์เล่า

ส่วนคุณสมบูรณ์บอกว่า ตนเองร้อนวิชา ช่วงที่ทำงานให้ราชการอยู่ทำนั่นทำนี่ได้ เมื่อทำส่วนตัวคิดว่าทำได้ จึงลุยเลย
“ที่นี่นกเยอะ แต่มีอยู่ 2-3 ชนิด ยังดูไม่ออกว่าเป็นนกอะไร มีบางตัวผิวปากไพเราะมาก นกกระเต็น มาทุกปี นกสาลิกา นกปากซ่อม ที่นี่มีดอกไม้ตลอดปี มีอยู่วันหนึ่งมีคนโทร.มา มีปลาตัวขนาด 6 กิโลฯ เขาขายกิโลฯ ละ 60 บาท หากเราไม่ซื้อ เขาจะนำไปส่งร้านอาหาร ก็ต้องไปซื้อมาปล่อย เห็นวัวท้องอยู่ เขาขายหมื่นห้า ที่ไม่กว้างพอ ไม่อย่างนั้นจะซื้อมาเลี้ยง ลูกชายก็ชอบต้นไม้ เขาเป็นหมอ” คุณสมบูรณ์กล่าว
ต้นไม้รอบบ้านคุณสมบูรณ์มีมากมายหลายชนิด แต่ที่ผ่านมาเขาบอกว่าไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใด ปลูกเลี้ยงเพราะความชอบ หากคิดว่าต้องขายเท่านั้นเท่านี้จะกลายเป็นความทุกข์
หากไม่มีงานสังคม เว็บคาสิโนออนไลน์ วันทั้งวันคุณสมบูรณ์จะขลุกอยู่กับต้นไม้ ตัดแต่งบ้าง ขยายพันธุ์ต้นไม้ที่หายาก ดูแลปลา ฟังเสียงนกร้อง บันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้รอบข้าง อ่านหนังสือพิมพ์ แม้ในแต่ละวันจะผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่อย่างน้อยทุกการกระทำก็มีคุณค่า
ใครที่ผ่านไปมาแถวนั้น ต่างต้องมองบ้านหลังงามที่โอบล้อมด้วยต้นไม้

มีร้านอาหารและกาแฟ

ที่หน้าบ้านคุณสมบูรณ์เปิดร้านอาหารที่ดูแลโดยลูกสาวคนโต รวมทั้งมีกาแฟสด ซึ่งลูกชายเป็นนายแพทย์นำสูตรมาจากทางเหนือ

ร้านอาหารตกแต่งสวยงาม ติดนาข้าวและสระน้ำที่เต็มไปด้วยบัวประดับ สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นบัววิคตอเรียหรือบัวกระด้ง ส่วนร้านอาหารชื่อ “ต้นเตย” มาจากชื่อหลาน 2 คน อาหารที่นี่มีเด่นๆ คือสลัด ข้าวคลุกกะปิ มักกะโรนีผัดขี้เมา และอาหารไทยอื่นๆ