อลังการ!! เตรียมพบกับมหกรรมเกษตรครั้งใหญ่แห่งปี

บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ร่วมกับองค์กรหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ระหว่าง 24-27 พ.ย.2559 ณ เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ

งานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กษัตริย์เกษตร นักพัฒนาผู้ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทยมากกว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ และเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวนาไทยร่วมน้อมนำแนวทางตามพระราชปณิธานมาใช้ในการพัฒนาระบบเกษตรกรรมและวิถีชีวิตเพื่อสร้างสุขอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”

ไฮไลต์สำคัญคือ นิทรรศการพันธุ์ข้าวมงคล จัดแสดงพันธุ์ข้าวพระราชทานทรงปลูก พร้อมรับพระบรมฉายาลักษณ์ทรงคุณค่า มีการแจกพันธุ์ข้าวมงคล ที่พระราชทานเนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลฯ ในวันที่ 8-9 พ.ค. 2559 โดยกรมการข้าว มีนิทรรศการ “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวทั่วไทย” ที่ได้รวบรวม และจัดแสดง “พันธุ์ข้าว” มากกว่า 199 สายพันธุ์ มากที่สุดของไทย เช่น ช้าวพันธุ์ใหม่ ข้าวพันธุ์พื้นเมือง ข้าวชื่อมงคล และข้าวหายาก เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “29 ปีเทคโนโลยีชาวบ้าน สืบสานปณิธานพ่อ” และนิทรรศการ “พืชผลของพ่อ” จากพืชชนิดแรกสู่โครงการหลวง และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อื่นๆ โดยจัดแสดงพืชผลนับร้อยชนิด พร้อมแจกเมล็ดพืชผัก “พอเพียง” แก่ผู้เข้าชมงาน

ในส่วนของกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ปาฐกถาพิเศษ โดย ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี, Special Talk เช่น ทางออกวิกฤตข้าวและชาวนาไทย นวัตกรรมจากข้าว, เกษตรกรตัวอย่าง ฟังความสำเร็จจาก 3 เกษตรกรผู้เดินตามรอยพ่อ , เกษตรกรรุ่นใหม่ นำเสนอเรื่องราวของคนรุ่นใหม่หัวใจเกษตร ที่น้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรจนประสบความสำเร็จ, เมนูข้าวเด็ดสูตรเชฟดัง การสาธิตเมนูข้าวพระราชทาน เช่น ไข่พระอาทิตย์ และเมนูที่รังสรรค์ขึ้นจากเชฟชื่อดัง เช่น ข้าวผัดปูเมืองทอง จกโต๊ะเดียว และเมนูที่น่าสนใจอื่นๆ จากมติชนอคาเดมี โดยใช้วัตถุดิบจากโครงการหลวง เป็นต้น

งานนี้ยังเปิดลานข้าวสาร ตลาดขายข้าวช่วยชาวนา 10 จังหวัด ส่งตรงถึงผู้บริโภค อาทิเช่น สุรินทร์, หนองบัวลำภู เลย พัทลุง เป็นต้น, โซนเที่ยวลานข้าวหอม ชิมข้าวพันธุ์ดี หายาก ฟรี 40 สายพันธุ์ อาทิเช่น ข้าวเหนียวสันป่าตอง, ข้าวเหนียวกล้าสะเก็ดดอย, ข้าวขาวเจ๊ก, ข้าวเฉียงพัทลุง เป็นต้น

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 นายสวัสดิ์ หอมนาน ประธานสมาคมไทยลื้อภาคเหนือ,พะเยา จ.พะเยา เปิดเผว่า ปกติจะหาเวลาว่างออกพบปะเยี่ยมเยือนชาวไทลื้อ ในภาคเหนือ,หนือตอนบนโดยเฉพาะพี่น้องชาวไทลื้อภาคเหนือตอนบนเช่น จ.เชียงราย-แพร่ -น่าน- ลำพูน-ลำปาง-ชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-ตาก และพะเยา สัญลักษณ์ของไทลื้อที่โดดเด่นเห็นกันทั่วไปแบบง่ายๆ คือตุงหรือธงไทลื้อ- ขบวนแห่ตุง- ในการนำเครื่องไทยทานเข้าวัดและงานท่องเที่ยว รวมไปถึงการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ทอด้วยมือ-การละเล่นของชาวไทลื้อที่เป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกว่า 500 ปี ตามข้อมูลชาวไทยลื้ออพยพมาจากแค้นมณฑลยูนานประเทศจีน ทางตอนใต้

นายสวัสดิ์กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่พบปะชาวไทลื้อในพื้นที่พะเยา ล่าสุดพบชาวลื้อแต่ละอำเภอในพิ้นที่พะเยา ได้ร่วมกันลงมือเกี่ยวข้าวด้วยเคียวคิดเป็นนับ 60-70% ที่เหลือจะใช้บริการรถเกี่ยวข้าวหรือรถดูด และการลงแจกเกี่ยาวของชาวไทยลื้อ เป็นการลดต้นทุนในการทำนาไม่ต้องจ้างแรงงานวันละ 250-300 บาท ชาวนาจะร่วมกันเป็นกลุ่มๆ ละ 10 คน ตระเวนเกี่ยวไปให้ครบทุกที่-เจ้า เหตุและผลที่ชาวไทลื้อร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ผลกระทบสืบเนื่องมาจากราคาข้าวตกต่ำในรอบ 10 ปี ราคาข้าวหอมมะละแต่ละปีที่ผ่านมาจะขายได้ตันละ 15,000-20,000 บาท แต่ปีนี้ราคาข้าวหอมมะลิตันละไม่ถึง 10,000 บาท

แหล่งข่าวจากสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มพ่อค้ารายย่อยจำนวนมากได้ซื้อยางก้อนถ้วย และยางแผ่นดิบ ในราคาตามกลไกตลาด เก็บตุนเพื่อนำออกขายในปี 2560 แต่ไม่ลงทุนทำโกดังเก็บยางเอง วิธีการคือเมื่อซื้อขายเรียบร้อยแล้ว ให้ชาวสวนยางเก็บไว้ที่บ้านของตนเองก่อน โดยให้ทำสถานที่เก็บไว้บริเวณบ้าน เช่น ใต้ถุนบ้าน เป็นต้น ซึ่งพ่อค้ารายย่อยจะให้ราคาเพิ่มประมาณกิโลกรัมละ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าฝากยาง ขณะที่กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรยาง ที่มีโรงรมเอง สามารถนำน้ำยางสดมาผลิตเป็นยางแผ่นดิบเก็บตุนไว้ออกขายได้ส่วนชาวสวนยางที่ไม่ใช่สมาชิกสหกรณ์ก็สามารถรวมกลุ่มกับโรงรมของเอกชนได้เพื่อผลิตเป็นยางแผ่นดิบไว้ขายในปี2560

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ปี 2560 ราคายางในตลาดล่วงหน้าเอสทีอาร์ 20 สำหรับสัญญาบางฉบับที่ส่งมอบซื้อขายล่วงหน้า มีรายละเอียดดังนี้ เดือนมกราคม 2560 ราคา 81,125 บาท/ตัน ราคาเฉลี่ยกว่า 81 บาท/กิโลกรัม โดยราคา 81 บาทนี้มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2560 ส่วนเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2560 ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 83,425 บาท/ตัน เฉลี่ยกว่า 83 บาท/กิโลกรัม เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2560 ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบางสัญญาได้ขยับลงมาอยู่ที่ 82,100 บาท/ตัน เฉลี่ยกว่า 82 บาท/กิโลกรัม ต่อมาในเดือนกันยายน 2560 ราคาขยับขึ้น 82,250 บาท/ตัน ราคาเฉลี่ยประมาณ 84.78 บาท/กิโลกรัม และเดือนตุลาคม 2560 ราคาขยับลงมาอยู่ที่ 83,125 บาท/ตัน เฉลี่ยกว่า 83 บาท/กิโลกรัม

ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ล่าสุด ธนาคารจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน 8 แห่ง ที่เป็นผู้ให้การรับรองกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปยางขนาดใหญ่ของประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ล้อรถ ล้อเครื่องบิน ได้เดินทางมายัง สยยท. และมีการพูดคุยเจรจากันที่สำนักงานถึงเรื่องการซื้อขายยาง โดยจะขอรับซื้อยางประมาณ 30,000-40,000 ตัน/ปี

นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์จากเมืองชิงเต่า ประเทศจีน 10 กลุ่ม จะเดินทางไปดูงานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปยางของสมาชิก สยยท.ที่ จ.ระยอง เพื่อความมั่นใจ

ปัจจุบัน สยยท.มีสถาบันเกษตรกรยางจำนวน 76 องค์กร เป็นทั้งสมาคมยาง สหกรณ์ยาง วิสาหกิจชุมชนยาง กลุ่มยาง เป็นต้น จะต้องรวบรวมปริมาณยางให้ได้โดยรวดเร็ว ให้แล้วเสร็จภายหลังปีใหม่ พ.ศ. 2560 นี้ ส่วนราคาต้องเป็นไปตามหลักกลไกการตลาด และยางต้องมีคุณภาพ

ขณะที่การใช้ยางภายในประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้ 8 กระทรวง นำยางมาใช้จำนวน 100,000 ตัน โดยมอบหมายให้สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นผู้ดำเนินการนั้น ขณะนี้เพิ่งซื้อยางได้ประมาณ 2,000 ตันเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะนี้พื้นที่สวนยางพาราในภาคใต้หลายจังหวัดกำลังอยู่ในช่วงมรสุมฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.พัทลุงและ จ.สงขลา ฝนได้ตกลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางพื้นที่ไม่สามารถกรีดยางได้มาเป็นระยะหลายวันแล้ว แม้ว่าราคายางจะขยับขึ้นก็ตาม

ที่กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พล.ต. ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 พล.ต.ต. ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดแถลงโครงการ “ฉะเชิงเทราโมเดล ช่วยชาวนาเพิ่มรายได้” โดยมีผู้ประกอบการโรงสีและชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว

“อนุกูล” แถลงว่า จากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ทำให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อน ขายข้าวเปลือกได้ราคาไม่สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งจังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่การเพาะปลูก 615,771 ไร่ ผลผลิตประมาณ 354,675 ตัน ขณะนี้มีการเก็บเกี่ยวไปแล้ว ร้อยละ 85 ของพื้นที่เพาะปลูก แต่ยังคงมีผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ประมาณ 31,241 ตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมจังหวัดและหอมปทุมธานี ทางจังหวัดจึงได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงสี ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกหอมในราคาที่เป็นธรรม เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นการแก้ไขปัญหาอีก 1 ช่องทาง

พ่อเมืองแปดริ้วระบุว่า ขณะนี้จังหวัดได้ดำเนินการช่วยเหลือ โดยการจัดหาจุดจำหน่ายข้าวสารให้กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโดยมีโรงสีในจังหวัดฉะเชิงเทราให้ความร่วมมือช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 10 โรงสี โดยโรงสีจะกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกหอมจังหวัด ความชื้นที่ 25% ราคาตันละ 6,500-7,000 บาท และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ความชื้นที่ 25% ราคาตันละ 5,500-7,000 บาท

ด้าน “พล.ต. ณรงค์” เสริมว่า โครงการฉะเชิงเทราโมเดลฯ เป็นการให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด (กกล.รส.จว.) ฉะเชิงเทรา ที่อยู่ในทุกอำเภอในจังหวัดฉะเชิงเทรา หาข้อมูลราคารับซื้อข้าวเปลือกของโรงสีในแต่ละอำเภอ และหาข้อมูลราคาขายข้าวเปลือกของชาวนาทุกอำเภอในจังหวัด ก่อนศึกษาและเปรียบเทียบราคาบนมาตรฐานเดียวกันทั้งชนิดและความชื้น หากราคารับซื้อของโรงสีมีความแตกต่างกัน กกล.รส.จังหวัดฉะเชิงเทรา จะช่วยประสานกับโรงสีในพื้นที่นั้น ให้สามารถปรับราคารับซื้อให้เพิ่มขึ้นเท่ากับโรงสีอื่นในจังหวัดได้หรือไม่ หากได้ก็จะให้ชาวนขายข้าวให้กับโรงสีนั้น แต่หากไม่ได้ กกล.รส.จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็จะประสานโรงสีอื่นที่ให้ราคาสูงกว่ามารับซื้อข้าวจากชาวนา ก็จะทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น

ผบ.ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าทิ้งท้ายว่า การเชิญตัวแทนผู้ประกอบการโรงสีทั้ง 10 โรงสีเข้าร่วมในวันนี้ เพื่อเป็นการกำหนดราคาข้าวที่เหมาะสม โดยทางโรงสียอมสละค่าดำเนินการบางส่วนลง เพื่อเพิ่มราคารับซื้อข้าวจากชาวนา ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วโรงสีก็อยู่ได้ ทำโดยมีความเอื้ออาทรต่อกัน

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จัดแสดงนิทรรศการ “7 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา” 1 ใน 9 ไฮไลท์ของงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์ (Royal Park Rajapruek) ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 28 กุมภาพันธ์ 2560 โดยได้จัดนิทรรศการที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ พระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานเพื่อพสกนิกรของพระราชาผู้ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ชมวีดีทัศน์ประกอบเพลงในบทเพลงพระราชาผู้ทรงธรรมและบทเพลงคำสอนของพ่อที่แสดงให้ถึงการสนองงานตามแนวพระราชดำริ การพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ซึ่งนิทรรศการนี้จะเปิดให้เข้าชมเพียงวันละ 6 รอบ ณ ห้องนิทรรศการใต้หอคำหลวง

นอกจากนี้ ยังจะได้ชมความงดงามของไม้ดอกเมืองหนาวนับล้านดอกจากมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ที่พร้อมใจกันเบ่งบานเต็มสวนให้ได้ชื่นชมตลอด 90 วัน/ ชมการแสดงวิถีเกษตรของพ่อ “จากนภา ภูผา สู่มหานที” การจำลองป่าต้นน้ำ ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ฝายชะลอน้ำ รวมทั้งโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริในนิทรรศการ ดิน น้ำ ป่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

งาน “อุทยานหลวงราชพฤกษ์ (Royal Park Rajapruek)” ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2560 วันจันทร์-พฤหัสบดี เปิดเวลา 08.00 – 18.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.00 – 19.00 น. อัตราค่าเข้าชมงาน คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 70 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 150 บาท ข้าราชการ ผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษา แสดงบัตรคนละ 70 บาท (บริการรถพ่วงชมสวนฟรี!!!) ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 053-114110-5

เพื่อเทิดพระเกียรติและร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “กษัตริย์เกษตร” นักพัฒนา ผู้ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทยมานานกว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โดย นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ร่วมกับองค์กรหน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรทางธุรกิจภาคเอกชน จัดงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ขึ้นในวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2559 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ

สาระสำคัญอันเป็นไฮไลต์ของงานครั้งนี้ ได้แก่ นิทรรศการพันธุ์ข้าวมงคล และนิทรรศการพืชผลของพ่อ 9 เรื่องราวข้าวของพ่อ เรื่องราวที่บอกเล่าพระราชจริยวัตรในด้านต่างๆ ที่คนไทยควรรู้ อาทิ ข้าวพระราชทาน ในหลวงกับข้าวกล้อง การปลูกข้าวในวังสวนจิตรลดา เป็นต้น

พันธุ์ข้าวมงคล เป็น 9 พันธุ์ข้าว ที่ทรงปลูกในนาทดลองวังสวนจิตรลดา เพื่อนำเมล็ดพันธุ์มาใช้ในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญพร้อมกับแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ ปทุมธานี 1, ขาวดอกมะลิ 105, สังข์หยด, กข 29, กข 49, กข 41, กข 31, กข 47, กข 6 และดอกพยอม

พืชผลของพ่อ ที่นำมาจัดแสดง ส่วนหนึ่งเป็นพืชผลในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกส่วนหนึ่งหน่วยงานวิจัยสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วิจัยพันธุ์ได้แล้วตั้งชื่อเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เช่น กาแฟ มะคาเดเมียนัท สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 มะเดื่อฝรั่ง ส้มโอทับทิมสยาม มะพร้าวกะทิลูกผสม 84-1 มะพร้าวกะทิลูกผสม 84-2 อ้อยอู่ทอง 84-10 อ้อยอู่ทอง 84-11 ถั่วเหลืองเชียงใหม่ 84-1 ถั่วลิสงขอนแก่น 84-7 นอกจากนี้ ยังมีพืชผักจากโครงการหลวงกว่า 60 ชนิด อาทิ ผักสลัด กระเทียมต้น บร็อกโคลี กะหล่ำปลีชนิดต่างๆ บีทรูท เป็นต้น

พันธุ์ข้าวทั่วไทย นำมาจัดแสดงกว่า 199 พันธุ์ แบ่งได้เป็นกลุ่ม ดังนี้ ข้าวพันธุ์ใหม่ เป็นงานวิจัยของกรมการข้าว ประกอบด้วย กข 22, กข 65 , กข 67, กข 69 หรือทับทิมชุมแพ

ข้าวพื้นเมือง พันธุ์เหนียวสันป่าตอง, เหลืองอ่อน, หอมดง ข้าวจีไอ พันธุ์สังข์หยด ลืมผัวเพชรบูรณ์ เจ๊กเชยเสาไห้

ยอดนิยม ขาวดอกมะลิ 105 มะลิแดง

หายาก ไข่มดลิ้น ขาวนครชัยศรี หอมไชยา

แปรรูป ขี้ตมใหญ่ เหนียวเขี้ยวงู

ชื่อมงคล ปิ่นแก้ว พวงเงิน พระอินทร์ เกษตรกรตามรอยพ่อ ผู้มีผลงานดีเด่น ประกอบด้วย คุณณรงค์ สังขะโห ปราชญ์ยางนา จังหวัดชัยนาท เผยแพร่กล้าไม้ไปแล้ว 10 ล้านต้น คุณขวัญชัย รักษาพันธุ์ ปราชญ์ข้าวอินทรีย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และ คุณสุธรรม จันทร์อ่อน จังหวัดนครปฐม ผู้ถ่ายทอดเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างได้ผล ทั้ง 3 ท่าน จะรับรางวัลจาก ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 พร้อมกับเสวนาพิเศษ

มีข้าวให้ชิม 40 พันธุ์ ในงานผู้จัดมีข้าวให้ชิม 40 พันธุ์ ขอเชิญรับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ ยังแจกเมล็ดพันธุ์พอเพียง มี บวบ แตงกวา มะเขือ และพริก

29 ปี เทคโนโลยีชาวบ้านสืบสานพระราชปณิธานพ่อ…เมื่อปี 2536 ทีมงานนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสเข้าไปทำสารคดีพิเศษเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งมีเรื่องยางนา โรงนม โรงสีข้าว นาข้าว ทางด้านการประมง มี ปลานิล ปลากระโห้ยักษ์ งานแปรรูปมี เห็ดหลินจือ ผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ด เป็นต้น

ตั้งแต่ ปี 2536 เป็นต้นมา diariodeunacomunicadora.com ทีมงานนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้จัดทำสารคดีพิเศษเฉลิมพระเกียรติ ต่อเนื่องทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยตระเวนเก็บข้อมูลตามโครงการพระราชดำริในภูมิภาคต่างๆ มานำเสนอ

พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีอยู่จำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย นิตรสารเทคโนโลยีชาวบ้าน สื่อเล็กๆ ทางการเกษตรนำข้อมูลพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมานำเสนอได้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นเอง

พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านเกี่ยวกับการเกษตร ที่พระราชทานแก่พสกนิกรนั้นครบถ้วนครอบคลุมทุกสาขาทางการเกษตร เริ่มตั้งแต่ ดิน น้ำ การจัดการฟาร์มที่ทันสมัย คือเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง และที่สำคัญมากนั้นคือ ระบบสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้รวมกลุ่มกันผลิต สุดท้ายคือ การตลาด

ในฐานะสื่อทางด้านการเกษตร เทคโนโลยีชาวบ้าน นำผลของการปฏิบัติระดับไร่นา ไม่ว่าจะเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง จากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกท้องถิ่นหนึ่ง ปรากฏว่ามีเสียงขานรับอย่างเนืองแน่น

เมื่อ ปี 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หลายสาขาอาชีพมีปัญหา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม แรงงานที่อยู่ในส่วนนี้ต้องถูกเลิกจ้าง ตกงานกันจำนวนมาก…แต่เกษตรกรในชนบท ที่น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ ผลิตผลจากไร่นา นอกจากนำมายังชีพได้แล้ว ยังจำหน่ายจุนเจือครอบครัว ที่สำคัญมากนั้นสามารถรักษาผืนดินที่บรรพบุรุษมีไว้ให้ ซึ่งต่อมามีมูลค่าและคุณค่า ที่ประเมินค่าไม่ได้ ลูกหลานที่ไร้งานจากเมืองใหญ่ ก็ได้กลับไปทำกิน

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานไว้แก่พสกนิกร ถือว่าครบถ้วน คนในประเทศและต่างประเทศต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ขอสืบสานพระราชปณิธานอันล้ำค่านี้ให้อยู่ต่อไป ตราบนานเท่านาน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

จำหน่ายสินค้า ทางผู้จัดงานได้เชิญชวนเกษตรกร 10 จังหวัด ทั้งภาคกลางและภาคอีสาน มาจำหน่ายข้าวสาร นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายพันธุ์ไม้ อุปกรณ์การเกษตร พืชผัก ผลไม้ อาหารอร่อย

เวทีเสวนา 24 พฤศจิกายน 2559

13.00-13.50 น. “ทางออกวิกฤติข้าวและชาวนาไทยอย่างยั่งยืน” รศ. สมพร อิศวิลานนท์ ดร. ขวัญใจ โกเมศ ดำเนินรายการโดย คุณเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน

14.00-14.40 น. เกษตรกรรุ่นใหม่ “ทุเรียนก่อนฤดู” เทคนิคขั้นเทพของคนเจนวาย โดย คุณนิธิภัทร์ ทองอ่อน ดำเนินรายการโดย คุณเอกภัทร์ เชิดธรรมธร

15.00-16.00 น. เมนูข้าวเด็ดเชฟดัง “ข้าวกล้องคลุกน้ำพริกมะอึกกับกุ้งหวานสด” และ “ไข่พระอาทิตย์” เชฟพงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม

16.50-17.30 น. ข้าวอินทรีย์ ทางออกของปัญหาราคาข้าว คุณปัญญา พวงสวัสดิ์ ดำเนินรายการโดย คุณเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน