อัมพวา มีผลไม้รสชาติดีมีชื่อเสียงมาแต่โบราณ ในอดีตเมื่อฟังข่าว

การประกาศราคาพืชผักจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ มักได้ยิน คำว่า “พริก หอม กระเทียม บางช้าง” อยู่ด้วยเสมอ นอกจากนี้ อัมพวา ยังมีผลไม้ดีมีชื่อเสียงอีกหลายอย่าง เช่น มะพร้าว มะม่วง ส้มโอ ส้มแก้ว ลิ้นจี่ และอัมพวา (มะเปรียง) เป็นต้น มะม่วงเขียวเสวย เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดที่อัมพวา เช่นเดียวกับ “มะม่วงมันทองเอก” และ “เหนียงนกกระทุง” ก็น่าจะเชื่อกันได้ว่ามีต้นกำเนิดอยู่ที่อัมพวา โดยเฉพาะ “มะม่วงอกร่องบางช้าง”

แล้วคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นมะม่วงจากอัมพวา มะม่วงอกร่องบางช้างไม่เป็นรองในการทำเป็น ข้าวเหนียวมะม่วง แม้ว่าปัจจุบันแม่ค้าขายข้าวเหนียวมะม่วงต่างหันมาใช้มะม่วงน้ำดอกไม้กันเป็นส่วนมากก็ตาม แต่ “มะม่วงอกร่องบางช้าง” ยังคู่ควรกับข้าวเหนียวมะม่วงมากกว่า เพราะความหวาน ความหอม ที่ไม่มีมะม่วงไหนมาเทียบได้

สาเหตุที่ มะม่วงอกร่องบางช้าง มีจำนวนน้อยลง เนื่องมาจากต้นเก่ามีอายุมากให้ผลผลิตน้อย ล้มตายไปก็มาก การปลูกทดแทนชาวสวนมะม่วงรุ่นใหม่ในพื้นที่บางช้าง ดำเนินสะดวก เลือกที่จะปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ตามๆ กัน แต่ก็ยังมี มะม่วงอกร่องบางช้าง หลงเหลืออยู่ ดังนั้น ดินแดนอัมพวาจึงมีสายพันธุ์มะม่วงโบราณดีๆ ที่ไม่คุ้นหูและแปลกหลายพันธุ์ที่น่าจะเชื่อว่ามีต้นกำเนิดอยู่ที่นี่จริง ซึ่งยังมีมะม่วงอีกหลายสายพันธุ์แต่ยังหาไม่พบหรือเจ้าของหวงพันธุ์คงปิดบังไว้ไม่ยอมเปิดเผย

มันทองเอก ของดียังมีอยู่
มะม่วงมันที่ได้รับการยอมรับกันว่ามีรสชาติดีหวานมันก็คือ มันขุนศรี เมื่อเอ่ยถึงมะม่วงมันหรือมะม่วงที่รับประทานดิบก็จะนึกถึง เขียวเสวย หนองแซง ฟ้าลั่น แรด ทะวายเดือนเก้า เพชรบ้านลาด และ มันขุนศรี จากนั้นความนิยมในบางสายพันธุ์ก็ลดลงไปบ้าง โดยเฉพาะ หนองแซง แรด ไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงกัน

มันขุนศรีรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก เปลือกหนาเหนียวมีปริมาณเนื้อมาก ผลดิบเป็นสีเขียวมีรสเปรี้ยว นิยมรับประทานตอนผลแก่จัด เนื้อละเอียด กรอบ ฉ่ำน้ำ หวานมัน ส่วนผลสุกมีเนื้อสีเหลือง เนื้อค่อนข้างเหนียวนุ่ม แต่ไม่เละ รสหวานแหลมอมเปรี้ยวบ้างนิดหน่อย วัดความหวานได้ถึง 25 องศาบริกซ์ มีกลิ่นหอม ไม่มีเสี้ยน มันขุนศรีมีผลคล้ายเขียวเสวย รูปทรงกลมยาวรี ส่วนหัวมน ส่วนท้องอ่อนโค้งไม่มาก ปลายผลเรียวงอนและมน น้ำหนักของผลเมื่อโตเต็มที่ เฉลี่ยต่อผล 350-450 กรัม เมล็ดแบนลีบ มะม่วงมันขุนศรีขายได้ราคาดี สร้างรายได้งามให้กับผู้ปลูกแม้จะมีพื้นที่ปลูกไม่มากก็ตาม ใช้ปลูกเป็นการค้าได้พันธุ์หนึ่ง

ส่วน มะม่วงเหนียงนกกระทุง นั้นหายากจริงๆ แต่ชาวสวนอัมพวาบอกว่ายังพอมีอยู่ในพื้นที่อัมพวา แถบตำบลสวนหลวง แควอ้อม เหมืองใหม่ ปลายโพงพาง วัดประดู่ มะม่วงเหนียงนกกระทุง มีผลค่อนข้างใหญ่ เป็นมะม่วงใหญ่พันธุ์หนึ่ง แปลกตรงที่ผลมีรูปทรงส่วนท้องยื่นออกมามากหรือส่วนกลางอกกว้างหนา ส่วนหัวและก้นแหลม แต่บางคนก็มองผลของมันคล้ายกับกระจับ

ที่มาของชื่อมาจากรูปลักษณะคล้ายเหนียงใต้ปากล่างของนกกระทุงที่ห้อยยานลงมา เมื่อจับมะม่วงขึ้นในแนวนอนให้ส่วนท้องที่ยื่นออกมาลงอยู่ด้านล่าง จะมองคล้ายปากของนกกระทุง รสชาติพอรับได้ ผลดิบรสเปรี้ยวจัด จึงเหมาะที่จะรับประทานผลสุกเสียมากกว่า โดยผลที่สุกยังมีสีเขียวแกมสีเหลืองช่วงนี้จะให้รสชาติดี เนื้อสีเหลืองอ่อนๆ หวานอมเปรี้ยว มีเสี้ยนบ้าง เมล็ดลีบ มีกลิ่นหอมคล้ายๆ มะม่วงอกร่อง หากปล่อยให้ผลสุกจัดจนงอมเป็นสีเหลืองจัด รสชาติจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไร เหนียงนกกระทุงเป็นมะม่วงที่ออกล่ากว่าอีกพันธุ์หนึ่ง และเป็นพันธุ์ที่ผู้ที่ชอบสะสมพันธุ์มะม่วงไทยโบราณต่างแสวงหากัน

มะม่วงมันทองเอก หรือ มะม่วงทองเอก เป็นมะม่วงที่มีอยู่ติดในสวนผลไม้แซมกับไม้ผลอื่น เช่น อยู่ตามสวนมะม่วง สวนมะพร้าว สวนลิ้นจี่ ของชาวสวนอัมพวาในบางพื้นที่ พบมากที่ตำบลเหมืองใหม่ ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงต้นแก่มีอายุมาก มีมาแต่เดิม ต้นปลูกใหม่ไม่ค่อยมี ยังพบมะม่วงมันทองเอกในเขตติดต่อกับอำเภออัมพวาที่อำเภอเมืองกับอำเภอบางคนที และที่จังหวัดราชบุรีในอำเภอมีเขตติดต่อกับอำเภออัมพวาที่อำเภอวัดเพลง อำเภอปากท่อ และอำเภอดำเนินสะดวก มะม่วงมันทองเอกมะม่วงคู่อำเภออัมพวามาแต่ดั้งเดิม เป็นส่วนหนึ่งของตำนานมะม่วงอัมพวา

มะม่วงมันทองเอกจัดอยู่ในกลุ่มมะม่วงอกร่อง ใบป้อมปานกลาง หรือรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบแหลม ลักษณะทรงผลรี (Elliptical) รูปทรงของผลมีส่วนคล้ายกับมะม่วงยายกล่ำ ส่วนหัวนูนใหญ่ ส่วนท้องกว้างหนา ส่วนก้นป้านเรียวลง น้ำหนักของผลแก่ อยู่ระหว่าง 3-4 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ผลโตจะได้ 2 ผล 1 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 50-60 บาท เมล็ดไม่ใหญ่มาก ผลเมื่อยังอ่อนมีรสเปรี้ยว เหมาะที่จะรับประทานขณะยังแก่พอห่ามๆ ใกล้จะแก่จัด ไม่ถึงกับสุก เนื้อสีเหลืองเข้มหรือสีเหลืองทอง เป็นมะม่วงมันไม่กี่ชนิดที่มีเนื้อสีเหลือง จึงเป็นที่มาของชื่อทองเอกที่มีเนื้อเหลืองดั่งสีทองเพียงชนิดเดียว

ทองเอกยังเป็นชื่อของขนมไทยโบราณชนิดหนึ่ง มะม่วงมันส่วนมากเมื่อผลแก่ (รับประทานผลดิบ) มักมีเนื้อสีขาว มะม่วงมันทองเอกมีรสชาติหวานมัน มีเปรี้ยวปนบ้าง เนื้อกรอบแน่น รสชาติอร่อยมาก เมื่อได้รับประทานกันแล้วจะติดใจ รับประทานกันจนเพลินไม่อยากวางมือ สามารถรับประทานได้เรื่อยๆ ถ้ายังไม่เบื่อ

ความหวานของมันบางคนเปรียบเปรยว่า น้ำตาลยังอาย ควรรับประทานหลังจากเก็บไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ลืมต้น 2-3 วัน เพราะรสชาติจะไม่อร่อยเหมือนตอนสดๆ มีกลิ่นหอมของยางบ่งบอกถึงความมันต่างจากมะม่วงมันพันธุ์อื่น กระตุ้นให้อยากรับประทาน ผลสุกมีกลิ่นบ้างแต่ไม่หอมเหมือนพวกมะม่วงอกร่อง และไม่นิยมรับประทานผลสุกกัน มะม่วงมันทองเอกจึงมีครบทุกรส มีความสมบูรณ์ในรสชาติที่มะม่วงมันน้อยพันธุ์จะเหมือนได้ พบมีวางขายน้อยมาก

ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมจะพบมะม่วงมันทองเอกได้บ้างที่ตลาดอัมพวา ตลาดน้ำท่าคา ตลาดแม่กลอง และบริเวณหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดหลวงพ่อบ้านแหลม) อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม แต่เป็นมะม่วงที่ไปจากสวนตำบลเหมืองใหม่ ที่กรุงเทพฯ มีผู้นำไปจำหน่ายบ้างแต่เป็นส่วนน้อย มีขายแถวสะพานพุทธ

คล้อยต้นปี 2559 มาได้ช่วงหนึ่ง ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมสวนของ คุณสถาพร อร่ามดี หนุ่มใหญ่ในวัยต้นๆ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 9 ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คุณสถาพรมีสวนผลไม้อยู่เยื้องๆ กับวัดแว่นจันทร์ (วัดตาด้วง)

เริ่มต้นนั้นไม่มีพื้นฐานทางด้านการเกษตรมาก่อน เขาจบ ชั้น ปวช. อีเล็กทรอนิกส์ ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม จบชั้น ปวส. อีเล็กทรอนิกส์ จากวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพฯ และไปจบปริญญาตรี วิชาเอกการจัดการการผลิตพืช จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยใช้เวลาว่างเรียนระหว่างทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกในกรุงเทพฯ เขาใช้เวลาเรียนนานกว่าเพื่อน เพราะต้องเก็บวิชาพื้นฐานเกี่ยวกับเกษตรหลายวิชา

จากนั้นอยากศึกษาต่อระดับปริญญาโท จึงสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันในวิชาเอกการจัดการทรัพยากรการเกษตร แต่เรียนไม่จบ เนื่องจากเส้นเลือดสมองตีบจึงหยุดพักการเรียนและต้องลาออกจากงานมารักษาตัว เมื่ออายุได้ 40 ปี หลังจากรักษาตัวจนดีขึ้นแล้วจึงกลับมาบ้านอัมพวาอยากทำสวน

ในสวนลิ้นจี่และทุเรียน 5 ไร่ นั้นมีต้นมะม่วงมันทองเอกอยู่ต้นเดียว ปลูกมาตั้งแต่สมัยปู่ ต้นอยู่หน้าบ้านพักของเขา ในส่วนของรสชาตินั้นคุณสถาพรบอกว่า “ดีมาก” ทั้งอร่อย หวาน มัน กรอบ แน่น จะต้องอนุรักษ์มันไว้และขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมันต่อไป เขาบอกว่าชาวอัมพวาสามารถประกันความอร่อยได้ว่าอร่อยกว่ามะม่วงเขียวเสวย ที่สวนของเขาปลูกต้นทองหลางตามริมร่องสวน เพื่อจะใช้ประโยชน์จากใบของมัน แม้มีมะม่วงมันทองเอกประจำสวนเหลืออยู่เพียงต้นเดียว แต่มันก็ทำเงินให้เขาพอสมควร

เมื่อมะม่วงมันทองเอกขึ้นห้าง
คุณสถาพร ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 คุณสถาพร ได้นำลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียกและสำเภาแก้ว ขึ้นไปขายที่ห้างดังในกรุงเทพฯ ในราคาค่อนข้างสูงมาก ลิ้นจี่สำเภาแก้ว กิโลกรัมละ 400 บาท (399 บาท) ขณะเดียวกันก็นำมะม่วงมันทองเอกติดไปด้วย 3 ลัง เนื่องจากเป็นช่วงที่มะม่วงมันทองเอกแก่พอดี ได้คัดเอาแต่ผลใหญ่เต็มมือ ขนาด 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม

ระหว่างที่ประชาชนรุมซื้อลิ้นจี่กันอยู่นั้น เขาได้นำมะม่วงมันทองเอกขึ้นมาขายคู่กัน พร้อมกับปอกให้ได้ชิม ส่วนมากเมื่อได้ชิมแล้วต่างติดใจในรสชาติ ยืนเรียงเข้าคิวเพื่อรอซื้อมะม่วงมันทองเอก มันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับการขายมะม่วง

เขาขึ้นป้ายขายมะม่วงมันทองเอก ในราคากิโลกรัมละ 159 บาท เมื่อผู้จัดการฝ่ายการตลาดเห็นประชาชนยืนเข้าแถวยาวเช่นนั้น จึงคิดว่าประชาชนรุมซื้อลิ้นจี่กัน ได้เข้ามาสอบถามเห็นเป็นมะม่วง ก็สงสัยถามว่า มะม่วงอะไร ราคาสูงเกินความจริง ในเมื่อมะม่วงที่อื่นขายกันในราคา กิโลกรัมละ 35 บาท พูดทำนองจะให้ลดราคา

คุณสถาพร คิดในใจเอาไว้ว่าเขาจะไม่ยอมลดราคามันและจะไม่ยอมลดศักดิ์ศรีความเป็นสุดยอดมะม่วงของอัมพวาลงอย่างเด็ดขาด ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบอกต่อไปว่า เขาทำผิดเงื่อนไข ตอนที่ลงทะเบียนไว้ว่า จะจำหน่ายลิ้นจี่ แต่นำมะม่วงมาขายด้วยจึงผิดสัญญา ขอให้เลิกขายมะม่วงเสีย เขายอมรับผิดแต่โดยดี มะม่วงมันทองเอกเพิ่งขายไปได้ 2 ลัง เหลืออีก 1 ลัง จากนั้นคุณสถาพรได้แจกจ่ายมะม่วงมันทองเอกให้กับประชาชนที่ยืนเข้าคิวที่เหลือจนหมด

สร้างความงุนงงให้กับประชาชนอย่างมาก ว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จึงแจกมะม่วงราคาแพงกันง่ายๆ เช่นนี้ เขาทราบดีว่ามีมะม่วงจากจังหวัดอื่นมาขายที่ห้างนี้เช่นกัน แต่ไม่มีมะม่วงมันทองเอกอย่างแน่นอน การกระทำของเขาอาจเป็นการขัดผลประโยชน์คนอื่นก็ได้ เนื่องจากมีประชาชนแห่มาซื้อมะม่วงมันทองเอกจากเขาเป็นจำนวนมาก แทนที่จะไปซื้อมะม่วงจากจังหวัดนั้น

เขาใช้เวลาขายมะม่วงมันทองเอกไม่ถึง 1 ชั่วโมง หมดไป 2 ลัง ซึ่งเขาได้ทำหน้าที่คนอัมพวาแล้ว ด้วยการกอบกู้ศักดิ์ศรีของมะม่วงอัมพวาไว้ไม่ให้ต่ำลง มะม่วงรสชาติดี จะขายราคาถูกๆ มันคู่ควรกันหรือไม่ คุณค่าของมันพลอยลดต่ำลงไปด้วย เขามีส่วนช่วยยกระดับมะม่วงมันทองเอกขึ้นมา

แม้ว่าแม่ค้ารายอื่นๆ ที่อัมพวาจะขายราคาต่ำก็ตาม แต่ถ้าหากพวกแม่ค้าเหล่านั้นได้ทราบการยกระดับราคามะม่วงรสชาติดีหายาก ก็คงจะต้องขยับราคาให้สูงขึ้นตามอย่างแน่นอน ใครได้ชิมมะม่วงมันทองเอกจากห้างในครั้งนั้น คงซาบซึ้งในรสชาติของมันดี หลังจากนั้น ก็ไม่มีมะม่วงมันทองเอกปรากฏในห้างนั้นอีกเลย

ก่อนจะจากสวนของคุณสถาพร ผู้เขียนขอแบ่งกิ่งมะม่วงมันทองเอกพันธุ์แท้ 1 กิ่ง กับยอดอีกหลายยอด ผู้เขียนได้นำกิ่งทาบให้กับสวนลุงเล็ก (เสน่ห์ ลมสถิตย์) อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ให้แกขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนกิ่งพันธุ์เพื่อให้มันได้แพร่กระจายออกไปทั่วประเทศ ในอนาคตคนไทยจะได้รู้จัก ได้ลิ้มรสชาติของมัน ในนาม มะม่วงมันทองเอกจากอัมพวา

มะม่วงมันทองเอก ที่ภาคเหนือ
พบ มะม่วงมันทองเอก ที่จังหวัดแพร่ ในอำเภอเด่นชัย อำเภอสูงเม่น ที่สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง เลขที่ 91 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ได้ปลูกมะม่วงมันทองเอกพร้อมกับมะม่วงอื่นไว้หลายปีแล้ว จนให้ผลผลิต โดยได้กิ่งมาจากสถานีอบใบยาสูบเด่นชัย ซึ่งไม่ทราบว่าทางสถานีอบใบยาสูบได้พันธุ์มะม่วงมันทองเอกมาจากไหน น่าจะได้มาจากภาคกลาง ทุกปีทางสวนจะเก็บผลผลิตมาขายหน้าสวนในราคาย่อมเยา

มะม่วงมันทองเอก มะม่วงมีเอกลักษณ์ในตัวต่างจากมะม่วงอื่น มันได้พิสูจน์ตัวมันเองแล้วว่า มันควรจะโดดเด่นกว่ามะม่วงมันด้วยกัน จะกดราคาให้มันต่ำเหมือนกับมะม่วงมันทั่วไปคงไม่สมควร ศักดิ์ศรีของสุดยอดมะม่วงมันทองเอกต้องคงไว้ ถ้าหากท่านต้องการหามะม่วงมันทองเอกแท้ดั้งเดิมเป็นต้นตำนาน ต้องมาที่อัมพวาเพียงแห่งเดียวเท่านั้น อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ ทุเรียนบาตรทองคำ และ มะม่วงมันทองเอก ให้เข้าไปหาที่เฟซบุ๊ก

“อาจารย์ประทีป กุณาศล” อดีตนักวิชาการด้านไม้ผลของกรมวิชาการเกษตร คร่ำหวอดในวงการไม้ผลมายาวนาน สะสมองค์ความรู้ ประสบการณ์ จากการศึกษาดูงานด้านไม้ผลทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจารย์ประทีปได้เผยแพร่แนวคิดใหม่ๆ ด้านการปลูกดูแลจัดการไม้ผลให้แก่เกษตรกรและภาคเอกชน ในฐานะนักวิชาการอิสระด้านพืช

อาจารย์ประทีป กุณาศล รู้ลึก รู้จริง เรื่องมะพร้าว มักมีเกษตรกรและผู้สนใจแวะเวียนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องมะพร้าวกับอาจารย์ประทีปอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจารย์ประทีปเป็นลูกชาวสวนผลไม้ อำเภอบ้านแพ้ว เห็นต้นมะพร้าวมาตั้งแต่เกิด เรียนรู้เรื่องการทำสวนมะพร้าวจากพ่อแม่ เมื่อรับราชการที่กรมวิชาการเกษตร ก็จับงานด้านไม้ผลเป็นหลัก สนใจศึกษาเรื่องมะพร้าวเป็นกรณีพิเศษ เพราะครอบครัวยังมีกิจการสวนมะพร้าวอยู่ในอำเภอบ้านแพ้ว

มะพร้าว พืชเศรษฐกิจทำเงิน

อาจารย์ประทีป กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอม เป็นไม้ผลเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมบริโภคในลักษณะการบริโภคผลสด และเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่ผ่านมามีบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำดำรายใหญ่ของโลก หันมาสนใจลงทุนทำธุรกิจน้ำมะพร้าวกระป๋องพร้อมดื่มกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกระแสความนิยมบริโภคน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

มะพร้าวน้ำหอม จึงเป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินที่น่าลงทุน เพราะเป็นสินค้าที่มีโอกาสขยายตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านไร่ มูลค่าตลาดกว่า 8,000 ล้านบาท พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในโซนภาคกลาง ที่ผ่านมามีการขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ

มะพร้าวน้ำหอม (aromatic coconut) ของไทย น้ำมะพร้าวมีกลิ่นหอมและรสหวาน อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการมีเกลือแร่และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายสูง จึงได้นำน้ำมะพร้าวมาดื่มแทนเกลือแร่ (Refreshes drinking) และใช้ทดแทนน้ำเกลือให้กับทหารในสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของมะพร้าวที่มีน้ำหอมเป็นสินค้าที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ ส่งออกปีละประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท ประเทศที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน เป็นต้น

หากเปรียบเทียบรสชาติความอร่อยแล้ว ไม่มีประเทศไหนสู้มะพร้าวน้ำหอมของไทยได้เลย เพราะประเทศไทยมีความโชคดี 2 ชั้น

มีพันธุ์มะพร้าวคุณภาพดี
มีแหล่งปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์
ทำให้สินค้ามะพร้าวน้ำหอมของไทยมีคุณภาพโดดเด่นในด้านกลิ่นหอมและมีรสหวานตามธรรมชาติ โดยมีแหล่งปลูกหลักอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม ฯลฯ โดยไทยมีส่วนแบ่งตลาดมะพร้าวน้ำหอมแค่ 30% ยังมีโอกาสเติบโตในตลาดโลกได้อีก

มะพร้าวน้ำหอม ปลูกได้ทั่วไป แต่แหล่งปลูกที่มีลักษณะสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เอื้อต่อการปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดี คือพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าจีน ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง และลุ่มแม่น้ำบางปะกง เพราะเป็นทำเลที่มีน้ำทะเลขึ้น-ลง เป็นดินสามน้ำ มีโพแทสเซียมสูง เหมาะสำหรับปลูกมะพร้าวมาก เพราะมีปริมาณธาตุอาหารสูง มีส่วนประกอบของเกลือตามธรรมชาติ ช่วยให้มะพร้าวน้ำหอมมีรสชาติหวาน หอม คุณภาพเนื้อและขนาดผลเหมาะสมกับความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ การปลูกมะพร้าวน้ำหอมให้ประสบความสำเร็จ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ดิน น้ำ อากาศ และสภาพแวดล้อม หากเกษตรกรสนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมในทำเลอื่นๆ จากที่กล่าวข้างต้นก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีการดูแลจัดการแปลงปลูกมะพร้าวน้ำหอมอย่างถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการของพืช ประการแรก ทำเลที่ตั้ง ควรเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ที่แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรหลายรายที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ก็สามารถปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดีได้ เพราะแหล่งปลูกมีเกลือปนอยู่ในดิน และมีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับดูแลให้น้ำต้นมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง

อาจารย์ประทีป เล่าว่า ผมเคยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษานิสิตปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ศึกษาต้นทุนการผลิตมะพร้าวน้ำหอม พบว่า ควรมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว ประมาณ 15 ไร่ จึงจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับเทคนิคการจัดการผลิตและการตลาดของเกษตรกรแต่ละรายเสียมากกว่า

อาจารย์ประทีป ยกตัวอย่างเกษตรกรคนเก่งคือ “คุณออน” หรือ คุณนวลลออ เทอดเกียรติกุล อดีตมนุษย์เงินเดือน ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรกรรมตามความใฝ่ฝัน โดยซื้อสวนมะพร้าวเก่า เนื้อที่ 10 ไร่ในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มาบริหารงาน ในชื่อ มะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ Aromatic Farm แม้คุณออนไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องการทำเกษตรมาก่อน แต่เธอตั้งใจเรียนรู้การทำเกษตรจากหนังสือตำรา เกษตรกร นักวิชาการรวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมอบรมความรู้ทางการเกษตรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน คุณออนได้นำเทคโนโลยีนวัตกรรมทันสมัยมาใช้ในกระบวนการเกษตรแบบครบวงจร บริหารจัดการสวนมะพร้าวด้วยผังการปลูกอัจฉริยะ จัดสรรพื้นที่ 24 แปลง รวมเป็น 469 ต้น โดยแบ่งเป็น Zoning สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีแดง เพื่อความสะดวกในการดูแลจัดการ ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว ตรวจสอบคุณภาพผลผลิตแต่ละต้น ในแต่ละแปลง และติดเครื่องหมาย QR CODE บนมะพร้าวทุกต้นในสวน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการดูแลต้นมะพร้าวอย่างเหมาะสม หากพบปัญหาสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย

นอกจากนี้ คุณออน ยังตกแต่งผลมะพร้าวด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย ฉีกภาพลักษณ์แบบเดิมอย่างสร้างสรรค์ สร้างจุดขายที่แตกต่างจากมะพร้าวน้ำหอมทั่วไป ทำให้คุณออนได้ฐานลูกค้ารายใหญ่ เป็นโรงแรมระดับแนวหน้าของประเทศ สั่งซื้อสินค้ามะพร้าวน้ำหอมจากสวนแห่งนี้ ในราคา ผลละ 50 บาท ตลอดทั้งปี ดังนั้น ขนาดพื้นที่สวนใหญ่น้อยไม่สำคัญเท่ากับเทคนิคการจัดการสวน ว่าเกษตรกรแต่ละรายมีฝีมือในการผลิตสินค้าคุณภาพดีหรือเปล่า ขายสินค้าได้เก่งแค่ไหน

มะพร้าวน้ำหอม มักขาดตลาดในฤดูร้อน ปกติมักเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์หรือปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี สาเหตุต้องนับย้อนกลับไปภายหลัง 6 เดือนครึ่ง ถึง 7 เดือน เป็นช่วงที่มะพร้าวนั้นออกดอกติดผลน้อย เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนเป็นต้นไป ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงเข้าฤดูฝนในเขตภาคกลาง มีพายุและฝนฟ้าคะนอง ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่มะพร้าวที่ปลูกแบบร่องสวนในพื้นที่ภาคกลางจะมีจำนวนดอกน้อย เนื่องจากปริมาณไนโตรเจนที่มาจากน้ำฝนส่งผลให้มะพร้าวเจริญทางลำต้นมากกว่า และน้ำฝนชะล้างช่อดอก ทำให้เกสรขาดสารอาหารในการงอกเพื่อผสมกับดอกตัวเมียบนจั่นมะพร้าว ดังนั้น เกษตรกรมักขายมะพร้าวน้ำหอมได้ราคาสูงในช่วงฤดูร้อน แต่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ต้นมะพร้าวมีผลผลิตมากขึ้น ราคาขายก็ปรับตัวลดลง

ใครๆ ก็อยากขายผลผลิตในช่วงราคาสูง แต่การดูแลจัดการให้ต้นมะพร้าวมีผลดกตลอดปี คงเป็นเรื่องยาก แต่มีวิธีที่จะทำให้ต้นมะพร้าวไม่ขาดคอได้ โดยใช้วิธีดูแลจัดการปุ๋ย น้ำ ให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช ช่วงเดือนพฤษภาคม ต้นมะพร้าวมักแตกจั่น หากมีจำนวนตัวเมียสัก 10 ดอก จะร่วงเหลือเพียง 2-3 ผล หากสามารถป้องกันไม่ให้ดอกร่วงมาก จะทำให้ติดผลมากขึ้น วิธีหนึ่งที่จะช่วยได้ผลดีคือ เลี้ยงตัวชันโรงหรือผึ้งมาช่วยผสมเกสรในสวนมะพร้าว จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของต้นมะพร้าว ให้สร้างผลผลิตคุณภาพดี และมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว นอกจากนี้ หากรดน้ำในแปลงปลูกได้มาก ต้นมะพร้าวยิ่งชอบ เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ต้นมะพร้าวติดผลได้ดี และเอื้อต่อการช่วยผสมเกสรของต้นมะพร้าวให้ดีขึ้นด้วย

โดยทั่วไปการให้ปุ๋ยมะพร้าว สมัครเล่นพนันออนไลน์ จะใส่ปุ๋ยตัวกลางน้อยมาก เช่น ปุ๋ย สูตร 5-1-7 หรือ 5-1- 8 หากหาซื้อไม่ได้ อาจใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 แล้วเติมด้วยยูเรีย กับสูตร 0-0-60 เพราะต้นมะพร้าวชอบคลอไรด์มาก และควรใส่ขี้ไก่แกลบ ต้นละ 50 กิโลกรัม จะช่วยเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น การใส่ปุ๋ยยังช่วยให้ต้นมะพร้าวแตกจั่นถึง 16-17 จั่น ต่อปี ใน 1 ต้น จะให้ผลผลิตประมาณ 100 ผล ต่อปี

มะพร้าวน้ำหอม อายุประมาณ 3 ปี ก็ตัดขายได้แล้ว ปกติมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกเป็นการค้า เกษตรกรมักตัดจั่นผลผลิตมาจำหน่ายมีอายุนับตั้งแต่ติดผลแล้ว โดยเฉลี่ยประมาณ 6-7 เดือน แต่มะพร้าวที่ส่งออกมักตัดจั่นที่มีอายุประมาณ 6-7 เดือน หลังผสมติด เพื่อคุณภาพการบริโภคและการเก็บรักษา หากเกษตรกรสามารถทำผลผลิตได้ 60-180 ผล ต่อปี และเก็บผลผลิตได้ทุกๆ 20 วัน ก็ถือว่ามีรายได้ดี เลี้ยงดูตัวเองได้อย่างสบาย

หากคิดทำสวนมะพร้าว ต้องเริ่มต้นมองตลาดก่อน เพราะตลาดเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ เพราะหากปลูกมะพร้าวอยู่ในทำเลที่ห่างไกลตลาด อาจจะขาดทุนได้ เพราะมะพร้าวเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก และขนย้ายลำบาก ดังนั้น หากคิดลงทุนทำสวนมะพร้าว ควรมีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาด เพื่อประหยัดต้นทุนและสะดวกในการขนส่งสินค้า

มะพร้าวน้ำหอมก้นจีบ ให้ผลผลิตคุณภาพดี

อาจารย์ประทีป กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดีที่สุด ในขณะนี้คือ พันธุ์ก้นจีบสีเขียว เกษตรกรที่นำมาเผยแพร่และเพาะปลูกอยู่ที่ฟาร์มอ่างทอง อำเภอกระทุ่มแบน เมื่อ พ.ศ. 2500 ปัจจุบัน มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ นิยมปลูกแพร่หลายในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี นครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง

สำหรับมือใหม่ที่สนใจลงทุนปลูกมะพร้าว ควรเลือกซื้อพันธุ์มะพร้าวถึงสวนที่เป็นแหล่งผลิต เพื่อให้มั่นใจว่า ผลิตจากต้นมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบคุณภาพดี มีลักษณะพันธุ์เป็นพันธุ์ต้นเตี้ย ลำต้นมีสะโพกเล็กน้อย มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มะพร้าวก้นจีบมีจุดเด่นคือ ติดผลดก ไม่ต่ำกว่า 14-16 ผล ต่อทะลาย ผลกลม ก้นจีบ ลูกใหญ่ เนื้อและน้ำมีความหอมหวาน ปนเปรี้ยวนิดๆ