เตือน ‘5 จว.’ภาคใต้ตอนล่างระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ ตอนบน

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ สำหรับชาวเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังในขณะที่มีฝนฟ้าคะนองต่อไปอีก 1 วัน

สำหรับประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศภาคใต้ตอนล่างและช่อแคบมะละกา ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ทางทิศตะวันตกและจะเข้าปกคลุมหัวเกาะสุมาตราในวันนี้ (22 ธ.ค.59) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่

สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกและมีหมอกหนาในบางพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า

และอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 24-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องส่งผลทำให้แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเริ่มมีความสวยงาม โดยที่บริเวณดอยช้าง ตำบอลวาวี อำเภอแม่สรวย พบว่าพระอาทิตย์ทอแสงขึ้นยามเช้าผ่านทิวทัศน์ของตัวเมืองเชียงราย ประกอบกับมีก้อนเมฆลอยต่ำจนเห็นปรากฎการณ์ทะเลหมอกตัดกับซอกเขาอย่างสวยงาม

ขณะเดียวกันอากาศที่หนาวเย็นจัดในช่วงกลางคืนและช่วงเช้าทำให้ต้นพญาเสือโคร่งหรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นดอกซากุระเมืองไทยก็ได้เริ่มผลิดอกบานสะพรั่งให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกบ้างแล้ว โดยพื้นที่ดอยช้างนอกจากจะเป็นพื้นที่ซึ่งมีการปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ยังมีต้นพญาเสือโคร่งในพื้นที่อีกหลายหมื่นต้น โดยจะผลิดอกเต็มพื้นที่ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่สำนักงานส่งเสริมการเกษตรพื้นที่สูงดอยช้าง ก็พบว่าดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิดก็เริ่มผลิบานอวดความสวยงามเช่นเดียวกัน โดยมีนักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่มทยอยขึ้นไปท่องเทื่ยวกันบ้างแล้ว

สวนผักปลอดสารพิษที่สนามเซาท์ลอน ในทำเนียบขาว เป็นหนึ่งในความริเริ่มของ “มิเชล โอบามา” ที่ลงมือลงแรงปลูกผัก รดน้ำ พรวนดินด้วยตัวเอง เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในทำเนียบขาวในฐานะ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ เมื่อปี 2009 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นตัวอย่างของการส่งเสริมการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยผักสวนครัวที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งนอกจากจะให้ครัวทำเนียบขาวปรุงมาเป็นอาหารเสิร์ฟครอบครัวหมายเลข 1 แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็นำไปมอบให้องค์การธนาคารอาหารเพื่อแบ่งปันให้ผู้อื่นต่อ

ความริเริ่มนี้ยังนำไปสู่โครงการดีๆ อีกหลายโครงการของมิเชล เช่น Let’s Move ที่เป็นโครงการส่งเสริมอาหารกลางวันในโรงเรียนให้มีคุณค่าทางโภชนาการ การผลักดันให้สภาคองเกรสสหรัฐผ่านรัฐบัญญัติ”เพื่อสุขภาพ,เด็กปลอดจากความหิวโหย” ในปี 2010 และมิเชลยังช่วยจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลไร “พาร์ทเนอร์ชิป ฟอร์ เฮลธิเออร์ อเมริกา” (พีเอชเอ) ที่มุ่งทำงานส่งเสริมให้บริษัทผู้ผลิตอาหารยกระดับคุณภาพสินค้าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้ติดป้ายฉลากสินค้าที่บ่งบอกถึงคุณค่าสารอาหารของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ ให้ผู้บริโภคได้รับรู้อย่างชัดเจน

แต่การจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งลงของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้เป็นสามีในต้นปีหน้า นั่นก็จะทำให้มิเชล ซึ่งเคยให้ฉายาตัวเองแบบฮาๆว่า ผบ.ทบ. หรือผู้บัญชาการที่บ้าน พ้นจากตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลข 1 ไปด้วย ทำให้คนทำงานที่ร่วมหัวจมท้ายมากับมิเชล รวมถึงกลุ่มนักรณรงค์ด้านสุขภาพอดห่วงกังวลไม่ได้ว่าสิ่งที่พวกเขาร่วมกันผลักดันมาเพื่อหวังให้ชาวอเมริกันตระหนักถึงการมีสุขภาพที่ดีและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ จะถูกลดทอนความสำคัญไป โดยเฉพาะการก้าวเข้ามากุมอำนาจในทำเนียบขาวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ซึ่งประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น สาวกอาหารจังค์ฟู้ด ที่อาจทำให้สิ่งดีๆ ที่มิเชลและผู้ที่ร่วมผลักดันทำด้วยกันมาในเรื่องการใส่ใจสุขภาพ อาจต้องชะงักงันหรือถูกล้มล้างไป

ในมาตรการที่มิเชลร่วมผลักดัน ซึ่งถูกเล็งกันเอาไว้ว่าจะถูกเหมารวมเป็น “กฎระเบียบใหม่ที่เป็นภาระ” ในมุมมองของรัฐบาลทรัมป์ ที่อาจจะถูกปรับเปลี่ยนไป นั่นคือ โครงการอาหารกลางวันและมาตรฐานการติดป้ายฉลากข้อมูลอาหาร ที่ก่อนหน้านี้ ทอดด์ โรคิตา ส.ส.รัฐอินดีแอนาจากพรรครีพับลิกัน ได้เสนอให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวแล้ว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้อาหารกลางวันของเด็กนักเรียนเป็นอะไรที่ “กินได้มากขึ้น”

ทางองค์กร พีเอชเอ ที่มิเชล ยังนั่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ ก็ให้คำมั่นหนักแน่นว่าทางองค์กรจะยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตอาหาร สถานศึกษา โรงพยาบาลและโรงแรม ปรับปรุงคุณภาพอาหารให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นและเน้นให้ข้อมูลเรื่องคุณค่าอาหารแก่ผู้บริโภคที่ชัดเจนต่อไป

หลายบริษัทเอกชนที่เป็นพันธมิตรโดยสมัครใจต่อการผลักดันข้างต้นอย่าง วอลมาร์ท ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่โลก และ ควิกทริป เครือข่ายร้านสะดวกซื้อในสหรัฐ ก็ให้คำมั่นว่าจะยึดมั่นในพันธกิจที่มีอยู่กับทางพีเอชเอ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆเกิดขึ้นมาจากทำเนียบขาวและแคปิตอลฮิลล์ก็ตาม โดยโฆษกของควิกทริปยืนยันว่าจะจัดหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เช่นเน้นการจัดหา ผัก ผลไม้ และอาหารจำพวกธัญพืช มานำเสนอแก่ลูกค้าในราคาที่สบายกระเป๋า และว่า พันธกิจนี้ไม่เพียงจะเดินหน้าต่อไป หากแต่จะผลักดันให้เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนเมลาเนีย ทรัมป์ ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 คนใหม่ จะยอมรับมรดกตกทอด จับพลั่วจับเสียมปลูกผัก ทำสวน หรือสานต่อโครงการดีๆจากมิเชลหรือไม่ ต้องรอดู!

ปล่องใต้ทะเลลึก หรือ “ดีพ ซี เวนท์” คือบริเวณรอยแยกใต้ท้องมหาสมุทร ซึ่งเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลก มีอยู่หลายจุดในพื้นมหาสมุทรทั่วโลก หลายจุดมีการสำรวจกันแล้วและมักพบสิ่งมีชีวิตแปลกๆ เป็นจำนวนมาก แต่ปล่องใต้ทะเลลึก “หลงชี่” ซึ่งเป็นภาษาจีนกลางที่หมายถึง “ลมหายใจมังกร” ที่อยู่ลึกลงไปจากพื้นผิวน้ำทะเล 2.8 กิโลเมตร อยู่ห่างจากชายฝั่งเกาะมาดากัสการ์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 2,000 กิโลเมตร ในมหาสมุทรอินเดีย ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างจริงจังกันมาก่อน จนกระทั่งทีมสำรวจโดยใช้ ยานสำรวจบังคับจากระยะไกล (อาร์โอวี) นำโดย จอน โคพลีย์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ กับเรือสำรวจ อาร์อาร์เอส เจมส์คุก เดินทางไปสำรวจเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากถ่ายภาพแล้วยังเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในบริเวณดังกล่าวมาวิเคราะห์

ผลการสำรวจวิจัยดังกล่าวถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในจุลสารวิชาการ ไซน์ทิฟิก รีพอร์ตส์ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ทีมสำรวจใช้อาร์โอวีลงไปสำรวจและเก็บตัวอย่างจากบริเวณใกล้กับปากปล่องใต้ทะเลลึกชนิดที่เรียกว่า “แบล็คสโมคเกอร์ เวนท์” ซึ่งจะพ่นเอาสารหลอมเหลวสีคล้ำเต็มไปด้วยไอร์ออนซัลไฟด์ ออกมา

ที่อุณหภูมิราว 300 องศาเซลเชียส ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากและหลากหลายขนาด บางปล่องสูงเท่ากับอาคารหลายชั้นก็มี รวมทั้งปากปล่องซึ่งถูกตั้งชื่อว่า “เจบเบอรีวอคกี” ที่มีความสูงจากพื้นทะเลถึง 6 เมตร และปากปล่องอีกชนิดที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าและพ่นเอาสารสีขาวใสออกมาซึ่งเรียกว่า “ดิฟฟิวส์ โฟลว์ เวนท์” อีกด้วย

สิ่งมีชีวิตที่ทีมสำรวจตรวจสอบพบมีทั้งสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รูปร่างแปลกตา ในเวลาเดียวกันก็พบสัตว์จำพวกทากทะเล ที่มักพบทั่วไปในบริเวณปากปล่องใต้สมุทรเช่นนี้อีกด้วย

สัตว์ที่พบว่ามีจำนวนมากที่สุดคือ ทากทะเลลึก (ชื่อวิทยาศาสตร์ ไจแกนโทเพลตา เอจิส Gigantopelta aegis) และสัตว์ในกลุ่มหอยมัสเซิลที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “บาไธโมดิโอลัส มาริซินดิคัส” (Bathymodiolus marisindicus) ทั้งยังพบหนอนทะเลมีขนหรือโพลีคีตา อีก 8 สายพันธุ์ โดย 2 ชนิดในจำนวนนี้ เป็นสเกลเวิร์มที่พบในอีสต์สโคเชียริดจ์ ซึ่งห่างออกไป 6,000 กิโลเมตร

ในส่วนของสัตว์ที่พบว่าเป็นสปีชีส์ใหม่ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อนก็คือ ปูที่บริเวณหน้าท้องเต็มไปด้วยขน หรือ “ฮอฟฟ์แคร็บ” หรือ “ปูเยติ” ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกันกับปูเยติที่เคยพบในปล่องใต้ทะเลแอนตาร์กติกแต่เป็นคนละสายพันธุ์ และไม่มีพบที่ไหนอีกเลย, ทากทะเลลึก จี. เอจิส ก็เช่นเดียวกัน, นอกจากนั้นมีหนอนทะเลมีขนในวงศ์ Peinaleopolynoe, หนอนทะเลมีขนในวงศ์ Ophryotrocha, ทากทะเลในวงศ์ Phymorhynchus, และทากทะเลในวงศ์ Lepetodrilus

จอน โคพลีย์ ระบุว่า การค้นพบสัตว์สายพันธุ์เดียวกันกับที่อื่นๆ แสดงให้เห็นว่า การกระจายตัวของสัตว์ใต้ทะเลลึกที่ใช้ชีวิตอยู่ตามปากปล่องทำนองนี้นั้นมีมากกว่าที่คิดกันไว้แต่เดิม ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้แน่ใจได้ว่าสัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ค้นพบที่หลงชี่ ก็อาจใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณอื่นๆ แถบตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดียเช่นเดียวกัน

เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า การกระจายตัวหรือการโยกย้ายจากที่หนึ่งไปยังปากปล่องอีกที่หนึ่งนั้น เป็นไปได้อย่างไรและเป็นไปเพื่ออะไรเท่านั้นเอง เดอะ สเตรทส์ไทม์ส รายงานเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ว่า คาริม บูเชตาตา ช่างภาพสมัครเล่น ถ่ายภาพหิมะปกคลุมพื้นทรายไว้ได้ในไอน์ เซฟรา เมืองเล็กๆ ในทะเลทรายซาฮารา ประเทศแอลจีเรีย และได้โพสต์เผยแพร่ไว้บนเฟซบุ๊กของเขา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา

รายงานข่าวของเดอะ เทเลกราฟ ระบุว่า นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 เท่านั้นในความทรงจำที่หิมะตกในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมเป็นปฏิปักษ์ต่อการมีหิมะตกมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

ทุกคนตกตะลึงที่ได้เห็นหิมะตกในทะเลทราย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก” บูเชตาตากล่าว และว่า “มันดูน่าทึ่งมากจากการที่หิมะตกลงบนพื้นทรายและทำให้ได้ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมชุดนี้ หิมะ

เว็บไซต์ข่าววิทยาศาสตร์ ไลฟ์ไซน์ซ ระบุว่า การที่หิมะตกลงบนเนินทรายเป็นเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อแบบที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก แต่พอจะเห็นได้บ้างบริเวณเทือกเขาต่างๆ ในแถบทะเลทรายซาฮารา แต่เหตุการณ์หิมะตกในแถบพื้นที่ต่ำนั้นครั้งแรกและน่าจะเป็นครั้งเดียวที่มีการบันทึกไว้ได้คือเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2522

ข่าวระบุว่า อุณหภูมิแถบพื้นที่ทะเลทรายซาฮาราที่ครอบคลุมพื้นที่ในประเทศแอลจีเรีย ชาด ลิเบีย มาลี และโมร็อกโก เพิ่งจะพุ่งสูงผ่านระดับ 47 องศาเซลเซียสไปเมื่อไม่นานมานี้

‘บิ๊กอู๋’ผบ.พล.ร.9 จัดโครงการ “กองพันอารักขาแผ่นดิน” มีเด็กอนุบาลเข้าร่วม 180 คน ปลูกฝังจิตสำนึกค่านิยมหลัก 12 ประการ เรียนรู้การปฏิบัติของทหาร ศึกษาวิถีการทำนา ที่ ร.29 พัน.1

วันนี้ (21 ธ.ค.) พล.ต.วุฒิชัย นาควานิช ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 , พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ได้กรุณามอบหมายให้ พ.ท.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 ต้อนรับคณะครู อาจารย์จากโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ในโอกาสนำนักเรียน อนุบาลชั้นปีที่ 2 มาทัศนศึกษาภายในหน่วย ในการดำเนินกิจกรรมร่วมกันภายใต้โครงการ “กองพันอารักขาแผ่นดิน” โดยมีนักเรียนจำนวน 180 คน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการเป็นเยาวชนที่ดี ตามค่านิยมหลัก 12 ประการ

โดยได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ให้กับเด็กๆ เพื่อให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภารกิจ การปฏิบัติของทหาร และยังเป็นการปลูกฝังความรู้รัก สามัคคี และความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้กับเด็กๆ สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นประกอบไปด้วย การเยี่ยมชมการปฏิบัติและความเป็นอยู่ของพี่ๆทหาร , การศึกษาวิถีการทำนา ตลอดจนการได้มาซึ่งข้าวสารในแต่เมล็ด โดยหน่วยมีพื้นที่นาข้าว และ โรงสีข้าวขนาดเล็ก ให้เด็กๆได้เรียนรู้ในห้องเรียนตามธรรมชาติ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพอมาเป็นแบบอย่าง จากการนั้นได้รับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่ง ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ทางโรงเรียนร่วมกับ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 โดยในครั้งแรกได้จัดขึ้นในห้วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และ ทราบว่าจะมีโรงเรียนอื่นๆที่ทราบข่าวจากการประชาสัมพันธ์จะขอเข้ามาร่วมกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวอีกต่อไป

วันที่ 22 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนพฤกษศาสตร์ร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ ตั้งอยู่ ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ช่วงนี้สภาพอากาศโดยทั่วไปเริ่มหนาวเย็นลง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-18 องศา ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยมาสัมผัสอากาศหนาว และชมสายหมอกในตอนเช้า สวยงาม ซึ่งทางสวนพฤกษศาสตร์ร่มเกล้า พิษณุโลก ได้รวบรวมพันธุ์ไม้ป่าหายากหลากหลายชนิดที่กำลังเบ่งบานสวยงามคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่ว่า จำปี-จำปา กระดังงา กุหลาบพันปี กล้วยไม้ป่า พรรณไม้ประจำถิ่น พรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์ต่างๆกว่า 300 ชนิด รวมไปถึง ดอกสร้อยสยาม พืชสกุลชงโคหรือเสี้ยวดอกสีชมพู ซึ่งเป็นพืชถิ่นเดียวของไทย ที่ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2546 ในพื้นที่ อ.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

นายนาวิน อินทกูล พนักงานวิชาการ สวนพฤกษศาสตร์ร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ กล่าวว่า ช่วงนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาว และชมความงดงามของพันธุ์ไม้ ดอกไม้ต่างๆ ที่ช่วงนี้ออกดอกบานสีสันสวยงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ฟักทองยักษ์ พันธุ์บิ๊กมูน ที่นำสายพันธุ์มาจากสวนพฤกษศาสตร์ จ.เชียงใหม่ ทดลองนำมาปลูก ระยะเวลากว่า 1 ปี ได้ออกผลผลิตแล้ว มีน้ำหนักสูงสุด 30 กิโลกรัม ซึ่งหากมีการดูแลดีๆ ผลผลิตอาจใหญ่กว่านี้อีก 1 เท่าตัว หลังจากนำมาวางโชว์ไว้ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจถ่ายรูปเซลฟี่เทียบขนาดความใหญ่เพื่อนำไปโพสต์อวดกันในโลกโซเชียลมีเดีย และเก็บไว้เป็นที่ระลึก คาดว่าปีใหม่นี้ที่มีวันหยุดยาว จะมีนักท่องขึ้นมาเที่ยวชมสัมผัสธรรมชาติและชมทัศนียภาพอันสวยงาม หรือศึกษาพันธุ์ไม้ป่าหายากนานาชนิด ของ พิษณุโลก ในพระราชดำริเป็นจำนวนมาก

มือดีทุบราคายางหลังพุ่งทะลุ 80 บาท/กก. ชาวสวนเบรก กยท.เทสต๊อกยางรัฐ 3.1 แสนตันขายผู้ส่งออกที่จ้องแข่งซื้อส่งมอบจีน หวั่นฉุดราคาดิ่งซ้ำ เผยมู้ดจับจ่าย ตจว.เริ่มคึกคัก ยอดขายมอเตอร์ไซค์-เฟอร์นิเจอร์ “ภาคใต้-อีสาน” กระเตื้อง ลุ้นยางขาขึ้นปลุกเศรษฐกิจช่วงโค้งสุดท้ายถึงต้นปีหน้า

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สถานการณ์ราคายางพาราที่ขยับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ย.ถึงกลางเดือน ธ.ค. 2559 ส่งผลด้านบวกทำให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่ชะลอตัวกระเตื้องขึ้น อย่างไรก็ตาม ล่าสุด วันที่ 20 ธ.ค. 2559 ราคายางในตลาดได้ปรับตัวลดลง โดยราคาประมูลซื้อขายยางพาราในตลาดกลางยางพาราสงขลาซึ่งใช้เป็นราคาอ้างอิงในการซื้อขายยางทั่วประเทศ ยางแผ่นดิบ ลดลงจากราคาซื้อขายวันที่ 19 ธ.ค. ที่ 75.59 บาท/กก. เหลือ 74.12 บาท/กก. ยางแผ่นรมควัน ชั้น 1-3 ลดลงเหลือ 76.21 บาท/กก. เทียบกับราคาซื้อขายวันที่ 19 ธ.ค. ที่ 78.49 บาท/กก.

ถือเป็นการปรับลดลงวันที่สองติดต่อกัน จากก่อนหน้านี้ขยับขึ้นต่อเนื่องจากวันที่ 1 ธ.ค. 2559 ราคาประมูลซื้อขายยางแผ่นดิบอยู่ที่ 64.89 บาท/กก. ยางแผ่นรมควัน ชั้น 1-3 ราคา 66.77 บาท/กก. และพุ่งสูงขึ้นทะลุ 80 บาท/กก. เป็น 80.29 บาท/กก. เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2559 ขณะที่ยางแผ่นดิบพุ่งแตะ 77.25 บาท/กก.เช่นเดียวกัน

หวั่นโละยาง 3.1 แสนตันทุบราคา

นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมชาวสวนยางพาราจังหวัดกระบี่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สาเหตุที่ราคายางปรับตัวลดลง 2 วันติดต่อกัน เท่าที่ประเมินเบื้องต้นมาจากหลายปัจจัย 1.แรงกระเพื่อมจากที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ออกประกาศเตรียมนำยางที่อยู่ในสต๊อกของรัฐกว่า 3.1 แสนตันประมูลขาย 2.อาจเป็นไปได้ว่าพ่อค้าและผู้ส่งออกยางที่ต้องเร่งซื้อยางส่งออกไปจีนรับซื้อยางได้ปริมาณตามที่ต้องการ หรือพอสมควรแล้ว จึงชะลอซื้อเพราะไม่ต้องการให้ราคายางพุ่งขึ้นสูงต่อเนื่องอีก 3.ใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

เบรก กยท.ชะลอส่งมอบให้พ่อค้า

ในส่วนของการเทขายยางในสต๊อกของรัฐนั้น colourofwords.com หากเป็นไปได้อยากเรียกร้องให้ กยท.ชะลอประมูลขายยางออกไปจะได้ไม่ฉุดราคายางตกลงอีก หรือ กยท.อาจใช้วิธีเปิดประมูล แต่ยังไม่ส่งมอบยางให้กับพ่อค้าหรือผู้ส่งออกที่ชนะการประมูล โดยให้ชะลอส่งมอบยางไปจนกว่ายางในมือของเกษตรกรจะถูกระบายออกสู่ตลาดได้หมด ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นช่วงที่ยางผลัดใบและชาวสวนหยุดกรีดยาง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นชาวสวนยางไม่ต้องกังวลใจหรือรีบเทขายผลผลิต เพราะราคายางยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและตลาดยังมีความต้องการยางสูงโดยเฉพาะจีนหลังสต๊อกยางลดน้อยลงทำให้ต้องเร่งซื้อเพื่อนำไปผลิตยางรถยนต์ส่งมอบให้บริษัทรถยนต์ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่สำคัญการที่ราคายางพุ่งสูงขึ้นมากหลังจากทรงๆตัวอยู่ในระดับ40บาท/กก.มานาน ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าซัพพลายยางในตลาดไม่เพียงพอกับดีมานด์หรือความต้องการใช้ จึงอยากแนะนำให้ชาวสวนเก็บยางไว้ในมือและไม่ต้องตกใจ เพราะเชื่อว่าราคายังไปได้ต่อ แต่ช่วงนี้ผู้ซื้ออาจถือโอกาสกดราคา

ผู้ส่งออก 14 รายจ้องซื้อสต๊อกรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากที่ กยท.ประกาศจะเปิดประมูลขายยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR 20 รวมทั้งยางประเภทอื่น ๆ ที่รับซื้อมาจากชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกร ซึ่งขณะนี้เก็บไว้ในโกดังประมาณ 3.1 แสนตัน โดยให้ผู้สนใจประมูลซื้อลงทะเบียนซื้อซองประมูลตั้งแต่ 19-21 ธ.ค. 2559 ล่าสุด วันที่ 20 ธ.ค. 2559 มีผู้สนใจลงทะเบียนแล้ว 14 ราย ทั้งนี้วันที่ 22 ธ.ค. กยท.จะเปิดชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลยาง พร้อมรายละเอียดการประมูลขายเป็นลอต ๆ โดยใช้วิธีการประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออีออกชั่น จากนั้นวันที่ 23-24 ธ.ค. จะนำผู้สนใจไปตรวจสอบคุณภาพยางในโกดังจัดเก็บ สำหรับวันเปิดประมูลจริงยังไม่ได้กำหนด ขณะที่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท.ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า การเปิดประมูลยางในสต๊อกของรัฐจะพิจารณาห้วงเวลาที่เหมาะสมรวมทั้งปริมาณยางที่จะนำออกขาย ให้กระทบกลไกตลาดน้อยที่สุด

ปลุกมู้ด ตจว.จับจ่ายคึกคัก

ด้านความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ การจับจ่ายใช้สอยเริ่มคึกคักขึ้น หลังราคายางขยับขึ้น โดย น.ส.เอื้อจรรย์ ตรีสิริเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภกิตติ์มอเตอร์สุราษฎร์ธานี จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคายางพาราช่วงตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ถึงกลางเดือนธันวาคม ทำให้ชาวสวนยางทั่วประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอย เห็นได้ชัดเจนจากที่เกษตรกรชาวสวนยางมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจการค้าในต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้คึกคักขึ้น และน่าจะส่งผลต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมกระเตื้องขึ้นด้วย ขณะเดียวกันมองว่าราคายางพุ่งสูงขึ้นหลังตกต่ำมานานจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจให้พื้นที่ปลูกยาง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ อีสาน ตะวันออกดีขึ้นตามลำดับ

มอเตอร์ไซค์-เฟอร์นิเจอร์ส้มหล่น

ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ช่วงนี้ที่ขยับสูงขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายปีนี้ได้มากที่สำคัญมู้ดการจับจ่ายในจังหวัดสุราษฎร์ธานีดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะการจับจ่ายใช้สอยในตลาดนัดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์คึกคักมากยิ่งขึ้นคาดว่าหากราคายางพาราดีต่อเนื่องในระยะยาว จะทำให้ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และธุรกิจอื่น ๆ ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ถึงไตรมาส 1 ปี 2560 ขยายตัวมากขึ้น