เน้นบำรุงช่วงออกดอกคุณระเบียบ อธิบายถึงการปลูกกระท้อนว่า

ต้องขุดหลุมลึกประมาณ 50-80 เซนติเมตร ระยะห่างอยู่ในเกณฑ์ 8-10 เมตร หรือ 5-10 เมตร เพราะพอต้นโตจะขยายแตกออกไป

ทั้งนี้ช่วงต้นโตแล้วในระหว่างที่ยังไม่ออกดอก จะต้องรดน้ำไม่ให้ขาด รดสัปดาห์ละครั้ง เป็นช่วงที่ยังไม่จำเป็นต้องให้น้ำมาก ประกอบกับหลังจากเก็บผลผลิตตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ยังมีฝนตกอยู่ ทั้งนี้จะไปบำรุงอย่างจริงจังอีกครั้งตอนออกดอกออกช่อ ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ตกประมาณ 6 เดือน

พอออกดอกถึงจะใส่ปุ๋ยเป็นหลัก ให้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์พวกปุ๋ยขี้วัว และใช้ปุ๋ยเคมีด้วย แต่จะเน้นไปทางปุ๋ยอินทรีย์มากกว่า ในส่วนโคนต้นก็นำหญ้ามาคลุม หรือใช้วิธีปลูกมะระ เพื่อให้มีความชื้น

สำหรับปุ๋ยเคมี ใช้สูตร 16-16-16 ใส่เพื่อให้ต้นแข็งแรงไม่เฉาเท่านั้นเอง จะบำรุงช่วงที่ออกช่อออกดอกแล้วหลังจากนั้นไปเน้นในการให้น้ำมากกว่า ซึ่งถ้าอากาศร้อนๆ เหมือนในปีนี้ 3 วัน ก็ให้น้ำแล้ว

คุณระเบียบ ให้ข้อมูลว่า ปีนี้อากาศเปลี่ยนแปลงมาก ช่วงหน้าหนาวไม่นานก็ร้อนแล้ว ทำให้กระท้อนออกมาก่อนเป็นรุ่นแรกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็ยังไม่ได้ขาย เก็บไว้แจกพรรคพวกเพื่อนฝูง ซึ่งปีนี้เท่าที่ดูผลผลิตอยู่ในระดับกลาง ไม่มากหรือน้อยเกินไปเหมือนในบางปี เท่าที่ดูปีนี้เหมือนจะออกดอกเร็วมากเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้วออกดอกชุดแรก ออกเยอะเพราะหนาว แต่พออากาศร้อนก็ร่วงหมด แต่พอออกดอกช่วงที่ 2 ติดลูกมาก

ปกติกระท้อนของจังหวัดลพบุรีเก็บขายได้ปีละ 2 ช่วง เนื่องจากจะออกดอกติดผลทิ้งระยะ โดยครั้งแรกติดดอกประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน เก็บผลผลิตขายได้ช่วงเดือนเมษายน ครั้งที่ 2 ออกดอกเดือนธันวาคม และจะเก็บขายได้ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมกระท้อนจะสุกเต็มที่และเป็นช่วงที่กระท้อนออกเยอะ ราคาจึงไม่แพงเหมือนช่วงต้นฤดู

ในส่วนของราคาขายนั้น เธอว่าถ้าเป็นกระท้อนลูกเล็กไม่ได้ขนาด จะขาย 3 กิโลกรัม 100 บาท ถ้าเป็น อีล่า และปุยฝ้าย ขายกิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนนิ่มนวล ขายกิโลกรัมละ 70-80 บาท

เกษตรกรรายนี้ระบุว่า ปัญหาของกระท้อนอย่างหนึ่งคือ พอตอนใกล้สุก จะมีแมลงวันทองมาเจาะ ดังนั้น ต้องใช้กระดาษห่อมาหุ้มไว้เพื่อป้องกัน แต่หากไปห่อตอนลูกยังเล็กอยู่ กระท้อนลูกนั้นจะโตช้ากว่าปกติ การที่จะห่อได้นั้นต้องเป็นลูกที่อยู่ในระยะกลางๆ ค่อนไปทางแก่หน่อย

ในการห่อกระท้อนนั้น ถ้าเป็นต้นสูงต้องใช้บันไดขึ้นไปห่อ ทุกวันนี้ใช้ถุงปูนซีเมนต์สีน้ำตาลห่อ โดยนำมาทำความสะอาดก่อน ซึ่งจะทำให้ลูกกระท้อนสีออกเหลืองน้ำตาลสวย

ปัญหาอีกอย่างคือ ตอนลูกกระท้อนยังเล็ก อาจเจอเพลี้ย ซึ่งจะมากินแค่เปลือก กินรอบนอก บางสวนจะใช้ยาฉีด แต่ที่สวนคุณระเบียบจะไม่ใช้ยาฉีด ปล่อยไว้เฉยๆ เพราะกินแค่เปลือก

แปรรูปทำกระท้อนลอยแก้ว

กระท้อนในสวนใกล้รุ่ง มีทั้งต้นใหญ่และต้นเล็กสลับกันไป ทางคุณระเบียบบอกว่า หลังจากเก็บผลผลิตในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เสร็จก็ไม่ได้ตกแต่งกิ่งหรือทำสาวแต่อย่างใด ปล่อยให้ต้นโตตามธรรมชาติ

ในเรื่องของการจำหน่ายนั้น หากทางจังหวัดจัดงานกระท้อนก็จะไปขายในงาน ขณะเดียวกันก็มีลูกค้าประจำ ซึ่งจะสั่งพันธุ์นิ่มนวลอย่างเดียว โดยสั่งครั้งละ 100 กิโลกรัม เป็นพันธุ์ที่มีรสชาติหวาน กินได้ทั้งเมล็ดและเปลือก ในส่วนเปลือกจะนิ่มไม่แข็ง เป็นพันธุ์ที่ลูกไม่ใหญ่ ระดับกลางๆ กิโลกรัมหนึ่งมีประมาณ 7 ลูก เทียบกับพันธุ์ทับทิมแล้ว ขนาดจะใหญ่กว่าหน่อย และพันธุ์ทับทิมจะมีรสหวานอมเปรี้ยว อย่างไรก็ตาม พันธุ์ที่ตลาดนิยมเป็นปุยฝ้ายกับอีล่า

จากประสบการณ์ในการทาบกิ่งพันธุ์นิ่มนวล คุณระเบียบ บอกว่า ติดยากมาก และหากไปซื้อจะมีราคาแพงกว่าพันธุ์อื่น ว่าไปแล้วในส่วนของผู้บริโภคที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ อาจจะไม่คุ้นชื่อพันธุ์นี้นัก ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบและคุ้นชื่อพันธุ์ปุยฝ้ายและอีล่ามากกว่า เพราะนอกจากจะลูกใหญ่รสชาติหวานแล้ว เนื้อยังฟูอีกต่างหาก และราคาก็ไม่แพงถ้าเทียบกับพันธุ์นิ่มนวล

นอกจากจะขายกระท้อนสดแล้ว ทางสวนใกล้รุ่ง ยังนำกระท้อนที่ลูกไม่สมบูรณ์ หรือผิวไม่สวยมาทำกระท้อนลอยแก้วด้วย อีกทั้งเคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับจังหวัดมาแล้ว ซึ่งทางสวนทำขายมานานเป็น 10 ปีแล้ว และเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าประจำ ขายกระปุกละ 50 บาท

สนใจผลผลิตของสวนใกล้รุ่ง ติดต่อสอบถามที่เบอร์โทร. 089-633-7528 และสามารถเข้าเยี่ยมชมสวนได้ อุทัยธานี นับเป็นอีกจังหวัดที่ปลูกทุเรียนได้มีคุณภาพ อันเป็นผลจากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพอากาศตลอดถึงทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ซึ่งชาวบ้านหันมาปลูกทุเรียนและไม้ผลผสมผสานแทนการปลูกพืชไร่ที่สร้างปัญหากับราคาตกต่ำ

คุณวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เคยยึดอาชีพปลูกพืชไร่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สับปะรด ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสาน พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงนักชิมผลไม้เข้ามาอุดหนุนสร้างรายได้อย่างงดงาม

ภายหลังความสำเร็จจากการปลูกทุเรียนของชาวบ้านบางรายในเขตอำเภอบ้านไร่ ส่งผลต่อรายได้ที่ดีกว่าพืชไร่ ได้สร้างแรงจูงใจเป็นแบบอย่างให้คุณวิโรจน์ตัดสินใจปลูกทุเรียนเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยการไปหาซื้อกิ่งพันธุ์ทุเรียนมาจากจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ปลูกรวมกันในพื้นที่ 25 ไร่ ลักษณะพื้นที่ปลูกทุเรียนในสวนคุณวิโรจน์รุ่นแรกจะปลูกไปตามสภาพทางธรรมชาติ ไม่ได้กำหนดเป็นแถว/แนว เพียงแต่มีระยะห่างต้น ประมาณ 8-10 เมตร

คุณวิโรจน์ ปลูกทุเรียนได้ประมาณ 4 ปี ก็เก็บผลผลิตได้ ผลดกมากเพียงแต่ยังขาดการปรับปรุงคุณภาพ ทำให้รูปทรงยังไม่สวย ผลบิดเบี้ยว ขนาดผลไม่เท่ากัน ส่วนเนื้อมีความแห้ง กรอบ รสหวานพอดี กลิ่นไม่แรง

ทางสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านไร่ได้เข้ามาส่งเสริมความรู้เรื่องการปลูกดูแลทุเรียนและพาเกษตรกรไปดูการปลูกทุเรียนแบบคุณภาพจากสวนมาตรฐานหลายแห่งที่จังหวัดระยองและจันทบุรี เพิ่มเติมความรู้เรื่องการปัดดอก การตัดแต่งกิ่ง การใส่ปุ๋ย ดูแลโรค/แมลง คุณวิโรจน์ได้นำเทคนิคเหล่านั้นกลับมาพัฒนาปรับปรุงวิธีการปลูกและการดูแลทุเรียนจนประสบความสำเร็จสามารถผลิตทุเรียนคุณภาพได้มาตรฐาน

หลังจากนำความรู้มาปรับใช้ในสวน ทำให้ทุเรียนมีคุณภาพดีตามมาตรฐาน มีรสชาติอร่อย เนื้อแห้ง กรอบ เมล็ดลีบเล็ก ไม่แพ้เจ้าถิ่นทุเรียนแถวภาคตะวันออก โดยต้นทุเรียนหมอนทองให้ผลผลิตชุดแรกมีจำนวน 100 ต้น ก้านยาว จำนวน 20 ต้น และชะนี มีเพียง 3 ต้น ทุกวันนี้สวนทุเรียนแห่งนี้ให้ผลผลิตสร้างรายได้มาไม่น้อยกว่า 15 ปี

เมื่อคุณวิโรจน์เห็นว่าปลูกทุเรียนได้ผลผลิตตามเป้าหมาย จึงเพิ่มจำนวนการปลูกไม้ผลอีกหลายชนิดเพื่อสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเงาะ มังคุด กระท้อน และลำไย

คุณวิโรจน์ ดูแลตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บผลผลิตรุ่นสุดท้ายเสร็จ ประมาณเดือนกรกฎาคม เมื่อตัดแต่งเสร็จแล้วจะใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ ในอัตรา 1 ต่อ 2 กระสอบ ปุ๋ยเคมีที่ใช้เป็นสูตรเสมอ 15-15-15 ส่วนปุ๋ยชีวภาพผลิตเองเป็นเม็ดจากธาตุอาหารหลัก พร้อมใส่ขี้วัว ขี้ค้างคาว จำนวน 4-5 กระสอบ ต่อทุเรียน จำนวน 100 ต้น โดยใส่ปุ๋ยในช่วงหน้าฝน

ทุเรียนออกดอกประมาณเดือนมกราคม ก่อนออกดอกจะใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 เพื่อเปิดตาดอก ขณะที่ทุเรียนมีดอกต้องฉีดยาป้องกันเพลี้ยไฟไรแดงหลังจากดอกบานแล้ว 120 วัน ต้นทุเรียนเริ่มมีผลอ่อนในราวเดือนมิถุนายน

ที่ผ่านมาแมลงศัตรูพืชไม่ค่อยรบกวน เพราะพื้นที่บริเวณบ้านไร่มักจะมีฝนตกบ่อย เมื่อไม่มีศัตรูพืชรบกวนทำให้ผลผลิตทุเรียนมีความสมบูรณ์ดี ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีเพื่อป้องกันโรคและแมลง ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย จุดเด่นของทุเรียนบ้านไร่คือ มีความหอมมัน รสหวานพอดี เนื้อแห้ง (เพราะน้ำไม่ขังในดิน) เมล็ดลีบ

ทั้งนี้ คุณวิโรจน์จะเก็บผลผลิตที่ติดผลไว้ทั้งหมดทุกผลโดยไม่ตัดทิ้งเพราะไม่ได้ตั้งใจทำส่งขายต่างประเทศ การเก็บผลผลิตไว้ทั้งหมดสามารถขายในราคาเดียวแบบเหมา ในราคา 150 บาท ต่อกิโลกรัม โดยลูกค้าหลักคือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมสวน หรือพ่อค้าที่เข้ามารับซื้อ

ทุเรียนอำเภอบ้านไร่ขายได้ราคาดีมาตลอด แถมราคาขยับขึ้นทุกปี เพราะมีคุณภาพทัดเทียมกับทุเรียนจันทบุรีและระยอง ที่ผ่านมามีแม่ค้าไปรับซื้อทุเรียนจากทางภาคตะวันออกมาขายที่อุทัยธานี แต่พอเจอทุเรียนบ้านไร่ที่มีคุณภาพเหมือนกัน แต่ใหม่สดกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาขนส่งทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวหันมาซื้อทุเรียนบ้านไร่กันอย่างคึกคักจนไม่พอขาย

แม้ว่าการปลูกทุเรียนของคุณวิโรจน์ยังไม่ได้มาตรฐานเท่ากับทุเรียนภาคตะวันออก โดยผลผลิตโดยรวมได้ปริมาณกว่า 9 ตัน ภายหลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูล ตลอดจนเรียนรู้เทคนิคอื่นๆ เพิ่มเติม อย่างเรื่องการผสมเกสรในตอนกลางคืน เนื่องจากดอกจะบานเต็มที่ในช่วงกลางคืน ทำให้การผสมเกสรมีประสิทธิภาพดีมาก ช่วยให้ผลทุเรียนมีความสมบูรณ์ทั้งขนาดและรูปทรง ช่วยลดความเสียหาย แล้วเพิ่มผลผลิตได้อีกมาก ทำให้ทรงผลมีความกลมกว่าเดิมที่บิดเบี้ยว มีขนาดเท่ากัน จึงทำให้ผลผลิตมีอัตราสูงขึ้นแน่นอน สามารถขายได้ราคาที่เพิ่มขึ้น

“ผมเคยส่งผลผลิตไปขายในห้างดัง ก็ได้รับความสนใจ เมื่อลูกค้าชิมสินค้าก็ได้รับคำตอบว่า อร่อยมาก เดิมไม่ได้ตั้งใจนำไปขาย เพราะลูกค้าประจำจับจองทุเรียนกันหมดเพราะเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไม่เก็บเงินค่าเข้าชมทำให้นักท่องเที่ยวมาเดินชมสวนแล้วชิมผลไม้ชนิดต่างๆ พร้อมกับซื้อกลับบ้าน จึงไม่จำเป็นต้องใช้คนงานไปวางขายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุน”

ด้านสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านไร่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พื้นที่ของอำเภอบ้านไร่ เหมาะกับการปลูกไม้ผลมาก ที่ผ่านมาได้ทดลองปลูกหลายชนิดก็ล้วนประสบความสำเร็จ มีคุณภาพเท่ากับผลไม้ภาคตะวันออก ส่วนหนึ่งเกิดจากความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติซึ่งไม่เคยผ่านการใช้สารเคมีมาอย่างหนัก มีคุณภาพดินร่วนซุย มีปริมาณน้ำดี

นอกจากทุเรียนแล้ว สวนคุณวิโรจน์ยังปลูกผลไม้ชนิดเดียวกับทางภาคตะวันออกเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็น เงาะโรงเรียน จำนวน 70 ต้น มีคุณภาพดี แต่ผลเล็กที่สำคัญมีเนื้อแห้ง กรอบ หวาน ล่อน แล้วยังปลูกมังคุด จำนวน 30 กว่าต้น กระท้อนปุยฝ้าย ลำไยอีดอ

“ ทุเรียน ถือว่าเป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวอำเภอบ้านไร่ อุทัยธานี ที่ผ่านมามีชาวบ้านจำนวนมากหันมาปลูกทุเรียนกับไม้ผลกันมากขึ้น คิดว่าคงไม่กระทบกับราคา เพราะตลาดมีความสนใจผลไม้ที่ปลูกในอำเภอบ้านไร่กันมาก ถึงขนาดรอกินทุเรียนอุทัยโดยไม่สนทุเรียนทางภาคตะวันออก” คุณวิโรจน์ กล่าว

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ทุเรียน หากสนใจต้องการลองลิ้มชิมรสทุเรียนบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ติดต่อเข้าชมสวนโดยตรงที่ คุณวิโรจน์ โทรศัพท์ 095-319-3828, 095-407-8254 line : 561227620 fb: สวนเงาะ-ทุเรียน นายวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์

เกษตรกรชาวสวนอย่าหลงเชื่อบุคคลแอบอ้างรู้จักกับผู้สื่อข่าวเพื่อโอนเงินหรือส่งของ หากสงสัยโปรดติดต่อสอบถามมาก่อนได้ ที่ กอง บ.ก. เทคโนโลยีชาวบ้าน โทรศัพท์ 02-589-0020 ต่อ บ.ก. เทคโนฯ

ผมติดตามผลงานของ พี่ณรงค์ วิมา ปราชญ์ชาวบ้านและหมอดินอาสาแห่งจังหวัดสิงห์บุรีมานานแล้ว ผลงานเด่นๆ มีมากมาย ขึ้นบรรยายให้ความรู้มาหลายเวที และไม่ต้องถามเลยว่าที่บ้านมีคนมาหาไหม เพราะคิวรับแขกแต่ละวันยาวเหยียด ทั้งมาเรียนรู้ดูงาน มาซื้อผลผลิต กระทั่งมาหาแรงบันดาลใจในการเริ่มลงมือทำอาชีพเกษตร

พี่ณรงค์ เป็นมนุษย์สารพัดช่าง สารพันความสามารถ หากลองไล่เรียงจากงานประจำที่ทำอยู่ก็จะได้ประมาณนี้ – ช่างไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในบ้าน ในสวน ทั้งไฟฟ้ากระแสตรงหรือกระทั่งไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก โซล่าร์เซลล์

– ช่างประปา ระบบน้ำใช้ ระบบน้ำในสวนเกษตร มีการออกแบบ ผลิต และพัฒนาวัสดุอุปกรณ์มากมาย

– ช่างเชื่อม งานหลายๆ อย่างทั้งที่บ้านและสวน ล้วนฝีมือพี่ณรงค์ทั้งนั้น ช่างก่อสร้าง ทั้งบ้าน กรงไก่แบบคอนโดฯ หรือกระทั่งโดมแปลงผักกางมุ้งในสวน

– นักออกแบบหลายๆ อย่างในสวน ผ่านการวางแผนและออกแบบมาอย่างสวยงามและใช้งานง่าย

– หมอดิน ปุ๋ยในสวนล้วนผ่านการปรุงจากเชฟณรงค์ทั้งนั้น ประมง ด้วยเป็นคนแม่น้ำ การหาอยู่หากินทางน้ำถือว่าไม่เป็นรองใครเลย

– นักวิจัย พัฒนา จากขวดน้ำพลาสติก สามารถพัฒนามาเป็นวัสดุในงานสวนได้อย่างดี

– เกษตรกรหัวก้าวหน้า มีการเรียนรู้ พัฒนา ปรับปรุงจากเดิมๆ จนทำอาชีพเกษตรได้อย่างมั่นคง ผมเชื่อว่าหากนับไปนับมาอาจต้องมอบรางวัลสารพัดช่างให้อีกเป็นแน่ ผมนัดพี่ณรงค์ไว้วันเสาร์ เราจะไปถ่ายรายการโทรทัศน์ ทิดโสok กันด้วย พี่ณรงค์เตรียมการรอไว้ตั้งแต่เนิ่น ลงเบ็ดราวในแม่น้ำได้ปลาตะโกก ปลากด ปลาตะเพียน ไว้รอให้ปรุงอาหารกันแล้ว ในช่วงค่ำๆ จึงจะพาไปลงเรือไปถ่ายกันอีกครั้ง

ด้วยพื้นที่อันจำกัด ในสวนพี่ณรงค์จึงต้องวางแผนปลูกพืชผลอย่างดี พื้นที่ประมาณ 1 งาน ทำแปลงปลูกชะอมไว้ตัดยอด

“ปกติชะอมจะเก็บยอดยังไงครับพี่”

“ชะอมจะให้ยอดใหม่ได้ในทุก 4 วันครับ ผมให้น้ำให้ปุ๋ยไปพร้อมๆ กัน ทั้งปุ๋ยหมักและปุ๋ยไส้เดือน ทำให้ยอดชะอมอวบและแตกยอดได้ดี ผมจะเก็บเวียนกันในแต่ละแปลง ให้เก็บยอดได้ 3 วัน พัก 1 วัน”

“อ้าว แล้วจะมีรายได้หรือพี่”

“เยอะแยะ วันที่ 4 ผมก็มีผักอื่น นั่นผักหวานบ้าน พริก ชะพลู ถั่วฝักยาว ถั่วพู ข่า ตะไคร้ สลิด สลับกันเก็บ เท่านี้เราก็หมุนเวียนผักไปขายได้ทุกวันแล้ว”

“รายได้พอไหมพี่”

“แต่ละวัน ผมแทบไม่ได้ซื้ออะไรมากนัก ชะอมได้ประมาณ 15-20 กำ ขายกำละ 10 บาท ผักอื่นๆ ผสมผสานกันอีก แต่ละเช้าได้เงินเข้าบ้าน 300-400 ก็พอแล้ว” จากการเดินชมสวนของพี่ณรงค์ นอกจากแปลงชะอม ประมาณ 1 งานแล้ว พื้นที่รอบรั้วก็ปลูกผักหวานบ้าน ตามเสารั้วก็มีถั่วฝักยาว ถั่วพู สลิดเลื้อยอยู่ทุกเสา ในพื้นที่ยังมีมะกรูด มะนาว ข่า ตะไคร้ พริก ชะพลู กะเพรา โหระพา แมงลัก ผักชีฝรั่ง ปลูกแซมกันอยู่ทั่ว ผลไม้ก็ยังมีฝรั่ง น้อยหน่า มะม่วง กระท้อน แถมยังปลูกทุเรียนต้นน้อยๆ ไว้อีก 4 ต้น ตามโคนต้นไม้ผลก็ปลูกผักกูด แถมตามกิ่งต้นไม้ผลก็ยังมีกล้วยไม้แทรกแซมอยู่เสมอ

“เราต้องมีทั้งอาหารท้อง อาหารตา และอาหารใจ เดินในสวนเก็บผัก ก็มองดอกไม้ได้ด้วย”

“พี่ให้น้ำแบบไหนครับ”

“พื้นที่ไม่มาก ทำให้เราจัดระบบน้ำได้อย่างประณีตครับ อย่างมะม่วงต้นนี้เป็นแฟนซี ต้นเดียวมี 7 สายพันธุ์ ผมก็ต่อท่อสูงให้น้ำถึงยอดมะม่วง พอน้ำตกลงมาก็รดให้กล้วยไม้ตามคบได้ด้วย พอน้ำตกถึงพื้นก็ทำให้ดินชุ่มแถมรดผักกูดได้อีกต่อหนึ่ง เรียกว่าเปิดให้น้ำครั้งเดียวต้นไม้ได้ทั่วถึงเลย” “ผมใช้โซล่าร์เซลล์ครับ แดดมาก็เปิดปั๊มได้เลย ไม่เสียค่าไฟซักบาท”

อีกหนึ่งกิจกรรมในพื้นที่น้อยๆ ที่ทำเอาต้องทึ่งก็คือ คอนโดฯ ไก่ไข่ พี่ณรงค์สร้างกรงไก่ยกสูงจากพื้น 1 เมตร มีเสาคู่กันทั้ง 4 เสา หลังคามุงหญ้า ไม้ไผ่ตีเป็นไม้ระแนง มีตะแกรงรองพื้นให้ไก่เหยียบและขี้ไก่ร่วงลงพื้นได้ง่าย ไก่ 7 ตัว ในคอนโดฯ ดูมีความสุขดี พัดลมจากพลังงานโซล่าร์เซลล์เปิดให้ลมพัดเย็นสบาย

“ไก่ 7 ตัว ให้ไข่วันละกี่ฟองครับพี่”

“อย่างน้อยก็ 5 ฟองครับ กินไม่ไหวหรอก ได้เก็บไข่ขายทุกวันแหละ บางวันอยากกินค่อยเก็บมากิน เรามีของกินเยอะแยะ จะให้กินแต่ไข่ก็เบื่อแย่”

“ให้อาหารยังไงพี่”

“ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าวเปลือกบ้าง ให้จิกกินหญ้ากินแมลงบ้าง”

“อยู่บนคอนโดฯ แบบนี้อ่ะนะ”

“ห้าโมงเย็นผมก็ปล่อยลงไปหากินหญ้ากินแมลง พอใกล้มืดเขาก็จะพากันบินมาขึ้นบันไดเดินเข้ากรงกันเอง”

“ฮ้า! จริงอ่ะ ขนาดนั้นเลย” พี่ณรงค์ยังมีเตาเผาถ่านเล็กๆ ไว้เผาวัตถุดิบที่เสียหายทางการเกษตร เรียกว่ามีผลอะไรก็เผาให้คงรูปทรงแบบเดิมได้ ได้ทั้งน้ำส้มควันไม้ ได้ควันไล่แมลงในสวน และได้ถ่านผลไม้ไว้ขายให้นำไปดูดกลิ่นในตู้เย็นกันได้ทั้งสวยและแปลกตา

“แพงไหมพี่”

“ไม่แพงครับ มีงบฯ 3,000 ก็ทำได้แล้ว อยู่ที่เราว่าจะทำเตาเล็กใหญ่ขนาดไหน เพราะอิฐทนไฟจะราคาสูงหน่อย”

“ทำขายไหมพี่”

“ไม่ทำครับ แต่ใครอยากได้ก็มา เดี๋ยวจะพาทำ ไม่ยากหรอกครับ ทำแล้วใช้งานได้จริง”

“นอกจากงานในสวนแล้ว รายได้อีกทางของพี่ยังมาจากแม่น้ำใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ ผมก็ลงเบ็ดหาปลาทั้งไว้กินเองและขายไปบ้างพออยู่ได้”

“ส่วนมากปลาอะไรครับพี่”

“ก็ที่เห็นนี่แหละครับ ปลาตะเพียน ตะโกก ปลากด ปลาหมู ปลาสายยู ที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์ครับ พอหาอยู่หากินได้ไม่เดือดร้อนนัก”

“แล้วผลผลิตทั้งจากในสวนและที่หาได้ในแม่น้ำ พี่ขายที่ไหนครับ”

“ที่ตลาดครับ ตอนแรกก็ขนไปขายตลาดอย่างเดียว เพราะบ้านผมห่างจากตลาด 2 กิโล แต่ตอนหลังๆ คนเริ่มรู้ มาซื้อที่บ้านบ้าง รอซื้อตามรายทางบ้าง เหลือไปขายตลาดแค่ไม่ถึงครึ่งหรอกครับ บางทีก็สั่งซื้อล่วงหน้ากันเลยเชียวแหละ”

“เคยเหนื่อย เคยท้อไหมพี่” “เราท้อไม่ได้ ต้องทำงานทั้งเลี้ยงครอบครัวและต้องส่งต่อความรู้ให้คนอื่นๆ หากเราหมดแรงแล้วใครจะมาทำต่อ ที่สำคัญ เป็นงานที่ผมทำแล้วสนุก มีความสุขทุกงาน ก็เลยไม่เหนื่อย ไม่ท้อ แถมยังทำต่อเนื่องไม่ได้หยุดอีกต่างหาก”

“เห็นพี่คัดสายพันธุ์ผักไว้ด้วย”

“ตรงนี้สำคัญมากครับ เราต้องคัดและเก็บเมล็ดพันธุ์ ของเราพันธุ์เปิด เอาไปปลูกต่อได้ไม่สิ้นสุด ต้องช่วยกันครับ หากวันหนึ่งเราไม่มีเมล็ดพันธุ์แล้ว ก็จะตกเป็นทาสนายทุนที่เขามีเมล็ดพันธุ์ ที่สำคัญเมล็ดพันธุ์ของผมตอบสนองกับปุ๋ยหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบนี้ ใครเอาไปปลูกแล้วทำแบบผม ยังไงก็งามแน่นอน”

“สักนิดพี่ หากมีคนสนใจอยากมาขอความรู้หรือแบ่งซื้อเมล็ดพันธุ์ จะติดต่อพี่ได้อย่างไรครับ”

“ผมอยู่บ้านท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โทร.หาได้ครับ 084-012-7306 หากไม่ติดธุระที่ไหนก็นัดมาเจอกันได้เลย” เมล็ดโกโก้ ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มรสช็อกโกแลต ในเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตมีโกโก้เป็นตัวทำให้รสชาติดี ให้สีน้ำตาล และมีกลิ่นหอมกรุ่นชวนดื่ม ถ้าช็อกโกแลต (Chocolate) ขาดโกโก้ก็จะไม่ใช่ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตจึงขาดโกโก้ไปไม่ได้ ในช็อกโกแลตประกอบด้วยเมล็ดโกโก้ผงผสมกับนม, น้ำตาล และสารปรุงรสอื่นๆ

ส่วนเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตที่คนไทยคุ้นเคยและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานไม่น้อยกว่า 80 ปีนั้น มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อ คนไทยจึงคุ้นเคยรู้จักเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตกันดีก่อนกาแฟดังๆ บางยี่ห้อ นอกจากเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตและช็อกโกแลต แล้วเมล็ดโกโก้ยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้อีกหลายอย่าง แม้กระทั่งถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง แต่ส่วนใหญ่เมล็ดโกโก้นิยมนำมาทำช็อกโกแลต

โกโก้ Cacao (Theobroma cacao) หรือ Cocoa UFABETSIX.COM มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง แถบลุ่มน้ำอะเมซอน ชาวอินเดียนในแถบนั้นเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการปลูกโกโก้และใช้เมล็ดโกโก้มาทำเป็นเครื่องดื่ม ประเทศไทยเริ่มปลูกโกโก้เมื่อปี พ.ศ. 2446 แต่ยังไม่รู้จักการนำเมล็ดโกโก้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม จึงทำให้โกโก้เป็นพืชที่ถูกลืมและถูกทอดทิ้งเลือนหายไป

ประมาณปี พ.ศ. 2515 กองการยาง กรมกสิกรรม จึงมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโกโก้ ต่อมาได้มีโครงการปลูกโกโก้แซมในสวนมะพร้าว เช่น ชาวสวนมะพร้าวในแถบจังหวัดสมุทรสงคราม กับจังหวัดราชบุรี ได้พากันปลูกโกโก้ปะปนอยู่ในสวนมะพร้าวหลายราย ทำให้การขายต้นกล้าโกโก้ในขณะนั้นขายดี จัดหาต้นกล้าให้ได้ไม่ทั่วถึง แต่ด้วยจำนวนผลผลิตที่ออกมาน้อย ทำให้มีตลาดรับซื้อที่ไม่แน่นอนและผลถูกกระรอกกัดกินทำความเสียหายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ในสวนมะพร้าวเป็นถิ่นที่มีกระรอกชุกชุม

จากปัญหาดังกล่าว ชาวสวนมะพร้าวจึงเลิกให้ความสนใจกับโกโก้ จากนั้นต้นโกโก้ก็หายไปจากสวนมะพร้าวเกือบหมดสวน ปัจจุบัน ชาวสวนจำนวนมากเริ่มหันมาปลูกโกโก้กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีราคาดี จึงมีการปลูกโกโก้แซมในสวนมะพร้าว สวนปาล์ม สวนยาง และปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว โกโก้ เป็นพืชเขตร้อน จัดเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดเล็ก อายุยืนเป็นร้อยปี เจริญเติบโตได้ดีตั้งแต่ระดับความสูง 30-300 เมตร จึงไม่เหมาะกับพื้นที่บนดอยสูง อุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโต เฉลี่ยประมาณ 25-28 องศาเซลเซียส ความสูงของต้นประมาณ 3-8 เมตร และสูงได้ถึง 13 เมตร พื้นที่ที่เหมาะสมควรมีฝนตกสม่ำเสมอตลอดทั้งปีหรือมีแหล่งน้ำเพียงพอ โกโก้ชอบดินระบายน้ำดี

สำหรับการปลูกโกโก้ในจังหวัดเชียงใหม่ นอกจาก คุณธีระพล ชัยสุริยะ และที่สาขาไม้ผล มหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว ยังมีหนุ่มใหญ่ผู้หนึ่งสนใจโกโก้อย่างมาก จึงได้ทดลองปลูกโกโก้และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากโกโก้เองออกมาหลายอย่าง จนสามารถสร้างเครือข่ายชาวสวนผู้ปลูกโกโก้ได้หลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน

หนุ่มใหญ่ผู้นี้คือ คุณสมญา สอนวัฒนา อยู่บ้านเลขที่ 172 หมู่ที่ 6 ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จบการศึกษาปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2549 และสำเร็จปริญญาโท ส่งเสริมการเกษตร ปี พ.ศ. 2554 จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน