เปิดเผยว่า นวัตกรรม (Innovation) ไม่ใช่แค่สิ่งประดิษฐ์ใหม่

เทคนิควิธีการใหม่ หรือสิ่งใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วก็คือ นวัตกรรม เมื่อนวัตกรรมนั้นได้รับการยอมรับ และนำไปใช้จนเป็นปกติวิสัยแล้วไม่มีความรู้สึกว่าเป็นของใหม่อีกต่อไป นวัตกรรมนั้นจะกลายเป็น “เทคโนโลยี” โดยอาจอยู่ในรูปแบบของอุปกรณ์ วัสดุ และเทคนิควิธี การนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน (Innovation in the Workplace) คือ การนำแนวคิดวิธี และรูปแบบใหม่ๆ ในการจัดการองค์กร (organization development) การดำเนินงาน (work process) และการให้บริการ (service delivery) อันเป็นผลมาจากการสร้าง พัฒนา เพิ่มพูน ต่อยอด หรือประยุกต์ใช้องค์ความรู้และแนวปฏิบัติต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รวมถึงคุณภาพของการปฏิบัติงานของหน่วยงาน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านได้เข้าร้องสื่อเนื่องจากถูกลิงกว่า 1 พันตัว กัดกินพืชสวนเรียบเป็นหน้ากลอง เนื่องจากการที่สภาพอากาศของจังหวัดเริ่มเข้าสู่หน้าแล้ง แหล่งอาหารในป่าลดลง ทำให้ลิงที่อาศัยอยู่ที่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย ออกมากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับแนวเขตวัด สร้างความเดือดร้อน บางคนไม่เหลือผลผลิตไว้ขาย หรือถ้าเหลือก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย วอนสื่อช่วยบอกหน่วยงานราชการเข้าช่วยเหลือ

นางอัมพรรณ สิทธิโห อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 10 ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง เล่าว่า ตนมีที่ดินปลูกอ้อยไว้ 8 ไร่ ช่วงนี้ต้องมานั่งเฝ้าไร่อ้อยทุกวัน เพื่อคอยขับไล่ลิงไม่ให้เข้ามากินอ้อย ที่ผ่านมาก็ได้รับความเดือดร้อนจากฝูงลิงเป็นอย่างมาก

ปีที่แล้วลิงเข้ามากินอ้อยเสียหายไปกว่า 4 ไร่ มาปีนี้จึงได้ทำรั้วไฟฟ้ากระแสตรง 12 โวลต์ รอบแนวเขตไร่ที่ติดกับป่าถ้ำผาหมากฮ่อ ซึ่งก็ได้ผลพอสมควร ลิงตัวเล็กกับลิงตัวเมียจะไม่กล้าข้ามรั้ว แต่ลิงตัวผู้ วัยหนุ่มฉกรรจ์จะไม่กลัว กระโดดข้ามรั้วเข้าไปแอบกินในกลางไร่อ้อย ปีนี้ได้รับความเสียหายไปแล้วประมาณ 2 งานเศษ

ส่วนเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ที่ทำการเกษตรอยู่บริเวณรอบถ้ำผาหมากฮ่ออีก 37 ครัวเรือน ก็ประสบปัญหาลิงออกไปกินพืชผลทางการเกษตร ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกข้าวโพด ลิงก็กินจนหมด ไม่เหลือขาย ขาดทุนทุกปี

นางอัมพรรณ กล่าวอีกว่า วันๆ ชาวบ้านที่ทำการเกษตรอยู่ใกล้กับวัดต้องมานั่งเฝ้าไล่ลิงตั้งแต่เช้ายันเย็น จึงอยากให้ทางราชการช่วยเข้ามาดูแล แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้พวกตนบ้าง เพราะลิงที่อยู่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากจับทำหมัน หรือนำลิงบางส่วนไปปล่อยที่อื่นบ้าง ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรก็จะลดลงไปบ้าง

และอยากฝากไปถึงนักท่องเที่ยว หรือผู้ใจบุญที่เข้ามาให้อาหารลิง ควรเข้าไปให้ในเขตหน้าวัด เพราะส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ ก็ขับรถแล้วทิ้งอาหารไปตามทาง ที่อยู่ติดกับไร่ ทำให้ลิงไม่กลับเข้าป่า คอยกินพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากลิงจะสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรแล้ว ยังได้ทำลายอาคาร สิ่งปลูกสร้างภายในวัดด้วย จนทำให้วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ไม่เหลือพระสงฆ์จำพรรษาแม้แต่รูปเดียว กลายเป็นวัดร้าง เพราะเหตุจำนวนของลิงแพร่หลายออกลูกหลานเต็มลานวัด สร้างความเดือดร้อนให้กับพระสงฆ์ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ เดินทางไปรับมอบนกแก๊ก หรือนกแกง หรือนกเงือกขนาดเล็ก จำนวน 1 ตัว ซึ่งเป็นนกที่ชาวบ้านจับได้

หลังจากที่พลัดหลงเข้าไปในบ้าน ภายในหมู่บ้านเทพนิมิตรสุขนิรันดร์ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ก่อนจะนำมามอบให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตให้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปดูแล

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทวได้นำนกตัวดังกล่าวไปส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว อ.ถลาง เพื่อนำไปพักฟื้นเเละปล่อยคืนกลับสู่ธรรมชาติต่อไป

นายสุนทร เนาวะราช ผู้จัดการโครงการ 60 พลัสเบเกอรี่ ยามาซากิ ที่ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ในพระราชูปถัมภ์ ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ตามที่โครงการได้เปิดให้คนพิการประเภทออทิสติก หูหนวก จิตสังคม (ผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาแล้ว) และพิการทางร่างกาย อายุระหว่าง 18-55 ปี มาฝึกอบรมการทำเบเกอรี่ ตั้งแต่การขึ้นรูป อบ ตกแต่ง จนถึงขาย ซึ่งเป็นหลักสูตรเรียนฟรีและทำให้ผู้จบหลักสูตรส่วนใหญ่สามารถออกไปมีงานทำได้นั้น

ขณะนี้โครงการได้เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรมประจำปี 2561 ซึ่งผู้พิการที่สนใจสามารถเดินทางไปสมัครด้วยตนเองได้ที่ร้าน 60 พลัสเบเกอรี่ ยามาซากิ ถนนราชวิถี บริเวณบ้านราชวิถี ตรงข้าม รพ.รามาธิบดี โดยปีนี้เปิดสอนหลักสูตรการทำเบเกอรี่สูตรยามาซากิ และหลักสูตรทำช็อกโกแลตสูตรมาร์คริน (MarkRin) ซึ่งเปิดเป็นครั้งแรก

นายสุนทร กล่าวอีกว่า ผู้สนใจสามารถสมัครได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้ ผ่านทางเบอร์โทร. 09-2823-9217 หรือไลน์ไอดี sunthorn 60-plus โดยถ่ายรูปบัตรคนพิการ แจ้งเบอร์โทรศัพท์ และโปรแกรมการสมัครที่อยากเรียน แล้วทางทีมงานจะติดต่อกลับ ให้มาคัดเลือกและเริ่มเรียนในเดือนพฤษภาคม เป็นเวลา 100 วัน หรือประมาณ 5 เดือน ซึ่งนอกจากเรียนฟรีแล้ว ยังสนับสนุนค่าเดินทางระหว่างเรียน 300 บาท/วัน และอาหารกลางวันฟรีตลอดการฝึก

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนมกราคม 2561 ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีแนวโน้มสดใส จากการส่งออกที่เป็นพระเอก เนื่องจากขยายตัวสูงที่ระดับ 16.7% หรือขยายตัวสูงสุดในรอบ 62 เดือน สอดคล้องกับตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์รายงาน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องที่ 10.9% เมื่อเทียบกับมกราคม 2560 การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีในทุกหมวดการใช้จ่าย ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตาม ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐก็มีสัญญาณการขยายตัวดี เช่น การเบิกจ่ายของกรมทางหลวงในช่วงต้นปี ขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนก็ขยายตัวเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2560

นายดอน กล่าวว่า ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.68% ชะลอลงตามราคาพลังงานและอาหารสด อัตราการว่างงานอยู่ระดับต่ำ ขณะเดียวกันดุลบัญชีเดินสะพัดก็เกินดุลตามรายรับจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว และดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเกินดุลจากทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สิน

“ความผันผวนของค่าเงินบาทเดือนมกราคมอยู่ที่ 4% และในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับภูมิภาค และสำหรับทิศทางของเศรษฐกิจของปีนี้จะต้องรอดูการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ก่อน เนื่องจากเดือนมกราคมที่ผ่านมาเทศกาลตรุษจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวดี นอกจากนี้ ในส่วนของการปรับเป้าตัวเลขส่งออกจะต้องรอการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในครั้งถัดไปหรือในเดือนมีนาคมนี้ก่อน แต่คาดว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้มากกว่า 4% อยู่พอสมควร” นายดอน กล่าว

นายดอน กล่าวว่า ส่วนการแถลงนโยบายเศรษฐกิจของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง ในปีนี้นั้น สำหรับมุมมองของ ธปท. จะต้องรอประชุม กนง. ก่อน ขณะนี้ยังคงมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะทำให้มีแรงกดดันเรื่องเงินทุนไหลเข้า แต่จะเป็นผลดีกับค่าเงินบาท เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์บานสะพรั่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศในมหาวิทยาลัย และจังหวัดนครปฐม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และสอดคล้องนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย

รศ.ดร. ตฤณ แสงสุวรรณ รักษาราชการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ หรือตาเบบูญ่า สีชมพู บนถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ เริ่มปลูกในปี พ.ศ. 2520 ในสมัย ศ. ระพี สาคริก ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยนำไปปลูกเพื่อบังลมตามแนวถนน ตั้งแต่ประตูทางเข้าถนนชลประทาน ผ่านหน้าโรงเรียนสาธิต ไปสุดด้านหลังแปลงปลูกอ้อยของภาควิชาพืชไร่ ติดถนนจันทรุเบกษา

ปัจจุบัน มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เฉพาะบนถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ ระยะทาง 2 กิโลเมตร รวมทั้งสิ้น 407 ต้น นอกจากนี้ วิทยาลัยเขตกำแพงแสนได้ขยายพันธุ์และปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ในบริเวณอื่นๆ ภายในมหาวิทยาลัย รวมทั้งสิ้น 1,258 ต้น เมื่อดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานสะพรั่งพร้อมกันทุกต้น เกิดความสวยงามเป็นอย่างมาก

ม.หอการค้าไทย เปิดผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงวันมาฆบูชา เงินสะพัด 2.5 พันล้านบาท ติดลบครั้งแรกในรอบ 3 ปี ชี้กิจกรรมเดินทาง ท่องเที่ยว กลับบ้านลดลง เนื่องจากไม่หยุดต่อเนื่องหลายวัน ส่วนยอดทำบุญสูงสุดรอบ 8 ปี เชื่อส่งสัญญาณกำลังซื้อจะฟื้นตัวดีไตรมาส 2 และชัดเจนครึ่งปีหลัง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันมาฆบูชา ตรงกับวันที่ 1 มีนาคม 2561 โดยสำรวจประชาชน 1,232 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2561 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 75.6% เห็นว่ากิจกรรมวันมาฆบูชาปีนี้ความคึกคักไม่เปลี่ยนแปลง อีก 14% เห็นว่าคึกคักมากขึ้น เนื่องจากมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น มีสถานที่จัดงานมากขึ้น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและเศรษฐกิจแย่คนเลยทำบุญ ขณะที่ 10.4% เห็นว่าคึกคักน้อยลง เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจแย่ลง ราคาสินค้าแพงขึ้น มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มีหนี้สินเพิ่มขึ้น และขาดสภาพคล่องทางการเงิน

นายธนวรรธน์กล่าวว่า โดยประเมินว่าการใช้จ่ายวันมาฆบูชาต่อคนอยู่ที่ 1,625 บาท และมูลค่าเงินสะพัดรวมของกิจกรรมวันมาฆบูชา รวม 2,587 ล้านบาท ติดลบ 18.67% ซึ่งติดลบครั้งแรกในรอบ 3 ปี แต่อย่างไรก็ตาม หากแยกเป็นกิจกรรมพบว่า การทำบุญ จะมีเงินสะพัด 2,070 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 8 ปี จากที่ได้ทำสำรวจมา และขยายตัว 4.79% แต่กิจกรรมเดินทาง/ท่องเที่ยว/กลับบ้าน สะพัด 214.42 ล้านบาท และติดลบ 74.17% และกิจกรรมอื่นๆ สะพัด 302 ล้านบาท ติดลบ 19.40%

“สาเหตุที่กิจกรรมท่องเที่ยวและอื่นๆ ลดลงเนื่องจากวันมาฆบูชาปีนี้มีวันหยุดแค่ 1 วัน และไม่หยุดต่อเนื่องเหมือนปี 2559 และ 2560 ที่มีเงินสะพัดเป็นบวก 39.14% และ 19.41% ดังนั้นหากมีวันหยุดยาวต่อเนื่องเหมือน 2 ปีก่อน จะเกิดบรรยากาศท่องเที่ยวและใช้จ่ายเงินมากกว่าขึ้น จึงไม่เห็นสัญญาณการติดลบเป็นเรื่องผิดปกติ แต่สะท้อนว่าคนเริ่มมองเศรษฐกิจดีขึ้นดูจาก 80% ระบุใช้จ่ายเงินซื้อของทำบุญ เชื่อว่ากำลังซื้อจะฟื้นตัวดีในไตรมาส 2 และชัดเจนในครึ่งปีหลัง ทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ 4.4% และการใช้จ่ายโตได้ 4.8%” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า กิจกรรมที่ประชาชนตั้งใจทำในปีนี้ อันดับแรกคือ ไม่เกินเนื้อสัตว์ ปฏิบัติวิปัสสนา และไม่ฆ่าสัตว์ ส่วนกิจกรรมที่จะทำในวันมาฆบูชา อันดับแรกคือ ทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน ซึ่งปีนี้นิยมไปวัดอรุณราชวรารามฯพุทธมณฑล และวัดพระปฐมเจดีย์ พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดพนัญเชิง วัดกลาง เป็นต้น รวมถึงยังคงซื้อสังฆภัณฑ์ ซึ่งพบว่าแหล่งซื้อปีนี้สั่งผ่านออนไลน์และค้าปลีกขนาดใหญ่มากขึ้น จากปีก่อนจะซื้อในบริเวณวัด และตลาดทั่วไป

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เมื่อได้สอบถามถึงความคิดต่อศาสนาของไทยในปัจจุบัน พบว่า ประชาชนแสดงความเป็นห่วงสิ่งแรกในเรื่องเป็นการพาณิชย์มากขึ้น และเริ่มเสื่อมถอยลง แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงที่จะทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา รวมถึงเห็นว่าหลักสูตรการเรียนให้ความสำคัญกับวิชาพุทธศาสตร์แค่ระดับปานกลางและผู้ปกครองใช้หลักธรรมสอนลูกหลานระดับปานกลาง จึงอยากให้เพิ่มการปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาระบบบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์กับ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ได้จัดทำบัตรสมาชิกสหกรณ์เป็นบัตรเงินสดที่มีอายุใช้งาน 3 ปี โดยผู้ถือบัตรไม่ต้องเปิดบัญชีกับธนาคาร เพียงเติมเงินเข้าบัตรผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารก็สามารถนำบัตรดังกล่าวไปเบิกเงินสดจากตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคารได้ทันที ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำบัตรไปประยุกต์ใช้เป็นบัตรสำหรับโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเงินสด และช่วยตอบสนองนโยบายระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติของรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมพัฒนาระบบชำระสินค้าผ่านรหัสคิวอาร์โค้ดเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก

“ในอนาคตสังคมไทยจะปรับตัวไปสู่ยุคไร้เงินสด รวมถึงทางภาครัฐได้ประกาศแล้วว่าวันที่ 27 มีนาคม 2561 หน่วยราชการไทยต้องเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ภาคการเกษตรในชนบทส่วนใหญ่ยังใช้เงินสดกันมาก หากไม่ปรับตัวอีก 2-3 ปีจะลำบากแน่นอน นอกจากนี้สหกรณ์ภาคการเกษตรหรือสหกรณ์เล็กๆ มีการทุจริตโดยใช้เงินสดกันมาก หากลดการใช้เงินสดลงไปได้มากเท่าไร ก็จะลดความเสี่ยงในการทุจริตลงไปด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 127 สหกรณ์ เป็นกลุ่มนำร่องเพื่อให้สหกรณ์อื่นมาเรียนรู้ คาดว่าไม่เกิน 3 ปี สหกรณ์ทั่วประเทศจะใช้ระบบนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะเป็นตัวบังคับให้ปรับตัว” นายพิเชษฐ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ได้รายงานอันดับอาหารอร่อย 50 เมนู จากทั่วโลก ปรากฏว่าแกงมัสมั่นของประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุด

“ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่เมนูวัฒนธรรมอาหารของชาวบ้านตำรับไทยได้รับการยอมรับ และยกย่องจากนักชิมสากลจนได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดอาหารอร่อยของโลกอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เห็นประโยชน์จากเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางที่ช่วยให้ชุมชน และคนในครัวตัวเล็กๆ จะสูงวัย หรือเด็กหัดทำกับข้าว จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างภูมิใจในความเป็นเจ้าของวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ และทรงอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นเรื่อยๆ” นายวีระศักดิ์ กล่าวและว่า อิทธิพลของวัฒนธรรมอาหารเป็นสิ่งที่อยู่มาข้ามศตวรรษ และจะอยู่ไปข้ามศตวรรษ

“และนี่จึงเป็นความยั่งยืน เป็นความเก๋ไก๋ในการใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาไทย ที่เราทุกคนจะรักษาและถ่ายทอดต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นไปได้อีกยาวนาน” นายวีระศักดิ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2561 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ทหารบก ทหารเรือ และตำรวจแห่งชาติ คณะผู้แทนหน่วยงานและองค์กรต่างๆ คณะอาสาสมัครฝนหลวงร่วมในพิธี ที่สนามบินนครสวรรค์

สำหรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงจะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม ถึงวันที่ 31 ตุลาคม พร้อมตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 5 ภูมิภาค ทั่วประเทศ จำนวน 7 หน่วยปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรและผู้ใช้น้ำทั่วทั้งประเทศ รวมถึงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านครัว ต.บ้านครัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี บริเวณคลองระบายเริงรางเดิมเป็นคลองธรรมชาติขนาดใหญ่ทอดยาวตั้งแต่ปากคลองบริเวณชุมชนบ้านครัว ต.บ้านครัว ไปจนถึงคลองหนองหมู ต.บางโขมด จ.สระบุรี เป็นคลองธรรมชาติที่รับน้ำจากบริเวณด้านเหนือ คือ พื้นที่ของ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พระพุทธบาท และ อ.เสาไห้ เมื่อถึงฤดูฝน ฝนตกหนัก ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง และรุนแรงทุกครั้ง ทุกปี แม่น้ำป่าสักมีระดับสูง ทำให้ท่อระบายน้ำเริงรางเสียหาย

นายบัณฑิตย์ กล่าวว่า ได้เห็นชอบให้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านครัว ด้วยวงเงิน 34,293,400 บาท ก่อสร้างเป็นสถานีทดแทนท่อระบายเริงรางที่เสียหาย เป็นชนิดสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องสูบอัตราการสูบน้ำขนาด 1.50 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จำนวน 2 เครื่อง และมีบานรับน้ำสองข้างทางขนาด 4.00 x 7.00 เมตร จำนวน 1 ช่อง จะช่วยแก้ไขปัญหาจากอุทกภัยให้ราษฎร จำนวน 656 ครัวเรือน มีปริมาณน้ำเพียงพอ 8 หมู่บ้าน ประชากร 2,586 คน สามารถเป็นแหล่งเก็บน้ำ สำหรับช่วยเสริมในหน้าฝน เพื่อการเพาะปลูกได้ ประมาณ 1,300 ไร่ โดยโครงการชลประทานสระบุรี และ สำนักชลประทานที่ 10 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพาน จะทำการก่อสร้างสะพานของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ช่วงกม.73+400 – กม.73+900 (ฝั่งขาเข้าไปนครราชสีมา) ระยะทาง 500 เมตร ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2561 จนกว่างานจะแล้วเสร็จ โดยสามารถใช้เส้นทางได้ 3 ช่องจราจรตามปกติ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำใช้เส้นทางเบี่ยงตามที่ได้แนะนำ รวมทั้งขอความร่วมมือใช้ความเร็วไม่เกิน 40 ก.ม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณงานก่อสร้างเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆ ระหว่างดำเนินการได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพาน จะทำการก่อสร้างสะพานของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ช่วงกม.73+400 – กม.73+900 (ฝั่งขาเข้าไปนครราชสีมา) ระยะทาง 500 เมตร ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2561 จนกว่างานจะแล้วเสร็จ โดยสามารถใช้เส้นทางได้ 3 ช่องจราจรตามปกติ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำใช้เส้นทางเบี่ยงตามที่ได้แนะนำ รวมทั้งขอความร่วมมือใช้ความเร็วไม่เกิน 40 ก.ม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณงานก่อสร้างเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆ ระหว่างดำเนินการได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

แม้ร่าง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะถูกปรับแก้ไขในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ส่งผลให้ร่างกฎหมายภาษีที่ดินฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้แทน พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับ พ.ร.บ. ภาษีบำรุงท้องที่ จากเดิมกำหนดไว้ 1 ม.ค. 2561 ทอดระยะเวลาออกไปเป็น 1 ม.ค. 2562 แต่ดูเหมือนรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ได้ตามกำหนด

ขณะที่ฝ่ายปฏิบัติ ในฐานะเป็นผู้จัดเก็บภาษีอย่าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหนังสือแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เตรียมความพร้อมรองรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยให้เร่งจัดทำแผนที่ภาษี และทะเบียนทรัพย์สิน (LTAX 3000) กับโปรแกรมประยุกต์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (LTAX GIS) ที่ได้พัฒนาขึ้น สำหรับใช้จัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2550

เพื่อให้ อปท. มีฐานข้อมูลบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย

เริ่มจากเตรียมความพร้อมด้วยการศึกษาทำความเข้าใจในหลักการ และสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว อาทิ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครอง หรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด หน่วยงานจัดเก็บภาษี คือ อปท. ประกอบด้วย เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา