เมื่อกลับมาอยู่บ้าน เธอตั้งต้นด้วยการเข้าไปเป็นสมาชิกเข้าร่วม

การพระราชดำริของมูลนิธิหนองใหญ่ กว่า 4 ปี ทำในส่วนของผู้ประสานงาน ดูแลในเรื่องของคณะดูงานและสถานที่ ในระหว่างนั้นก็มีการสะสมองค์ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วนำมาสอนสมาชิกให้ได้รู้วิธีการและระบบเครือข่ายมากขึ้น หลังจากทำงานครบ 4 ปี สะสมองค์ความรู้ได้พอสมควร จึงลาออกมาทำงานเกษตรต่อที่บ้าน

การเริ่มต้นทำเกษตรของคุณเมย์ เริ่มจากแนวคิดง่ายๆ คือ ทำสิ่งที่ตนเองชอบและมีความสุขก่อน คือการเลี้ยงสัตว์ มีไก่นานาชนิด ไก่พื้นเมือง ไก่ต๊อก ไก่งวง ห่าน ไก่ดำ เลี้ยงจนชำนาญสามารถเพาะขยายพันธุ์แจกเพื่อนบ้าน ได้แบ่งปันเริ่มมีความสุข เริ่มคิดว่าการทำเกษตรก็เหมือนห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ต้องศึกษาหาความรู้ที่ในทฤษฎีไม่ได้บอกอยากรู้ต้องลงมือทำ เพราะถ้ามีแต่องค์ความรู้ แต่ทำไม่เป็น ก็ได้แค่มอง เธอจึงเลือกที่จะลงมือปฏิบัติจากสิ่งง่ายๆ จากการขยายพันธุ์สัตว์จนสำเร็จได้มีความสุขไปแล้ว จึงขยับมาทำงานสวนต่อ ปลูกไม้ผล ทำสวนป่า ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะภายในสวนจะทำน้ำหมักไล่แมลงเอง ทำน้ำหมักปรับโครงสร้างดินแต่ละสูตร ทำปุ๋ยหมักบำรุงพืชเอง เช่น น้ำหมักจาวปลวกเป็นสูตรที่ทำง่ายแต่ได้ผลดี

เริ่มจากการหารังปลวกมาก่อน แล้วขุดเอาดินแข็งๆ ออก เอาแต่รังนิ่มๆ ข้างใน แล้วนำมาผสมน้ำเปล่า กากน้ำตาล รำ แล้วหมักทิ้งไว้ 3 เดือน

วิธีใช้ นำไปรดดิน รดต้นไม้ ช่วยในเรื่องการปรับโครงสร้างของดินให้รากพืชเดินได้สะดวกขึ้น เพราะในรังปลวกมีน้ำลายของปลวก จะมีเชื้อราตัวดี เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา แบคทีเรียแอคติโนมัยซีท ที่เป็นตัวดีๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกพืชผักให้ได้ผลผลิตดีขึ้น

การทำงานเกษตร ระบบน้ำต้องมาเป็น อันดับ 1
“มีน้ำพอ จัดการดี ทำอะไรก็สำเร็จ”
เจ้าของบอกว่า การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ น้ำ คือ สิ่งสำคัญ ไม่มีน้ำก็ปลูกพืชไม่ได้ ที่สวนจะให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมาเป็น อันดับ 1 มีการจัดระบบน้ำที่ดี หน้าแล้งไม่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะวางแผนระบบน้ำให้มีพอใช้ มีการขุดคลองไส้ไก่ เจ้าของอธิบายเพิ่มเติมว่า คลองไส้ไก่ คือร่องระบายน้ำที่มีลักษณะคดเคี้ยวคล้ายกับไส้ไก่ เพื่อชะลอน้ำให้ไหลช้าลง และกระจายความชื้นได้ทั่วถึง ยกตัวอย่าง แปลงทดลองที่สวนมีพื้นที่ไร่ครึ่ง ที่สวนขุดคลองไส้ไก่โดยไม่วางระบบน้ำ แต่ปลูกหญ้าแฝกแทน แล้งที่ผ่านมาต้นไม้บนแปลงไม่ตาย หญ้าเขียวขจี

สวนคนอื่นวางระบบน้ำต้องเปิดรดทุกวันเกือบจะไม่รอด แต่คลองไส้ไก่ถึงแม้น้ำจะแห้งแต่มีระบบหญ้าแฝกยึดหน้าดินอยู่ ต้นไม้จึงงาม เพราะหญ้าแฝกมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำ ช่วยกระจายความชุ่มชื้นในดิน แต่จะให้ได้ผลเต็มขั้นคลองไส้ไก่ต้องอยู่คู่กับป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ถึงจะดี มีหญ้าแฝก มีต้นไม้หลากหลาย 5 ระดับขึ้นไป จะช่วยลดการระเหยของน้ำได้ เพราะถ้าเป็นบ่อทั่วไป ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสว่าน้ำจะลดทุกวัน ยิ่งบ่อกว้างมาก น้ำจะระเหยมาก ทางที่ดีควรขุดบ่อน้ำให้ลึกกว่า 3.65 เมตร เพื่อป้องกันน้ำระเหย วันละ 1 เซนติเมตร แต่บ่อที่สวนจะขุดไว้ลึกประมาณ 12 เมตร สามารถเลี้ยงปลาหาอาหารได้ และยังมีน้ำไว้แบ่งปันเพื่อนบ้านยามฉุกเฉินหน้าแล้งได้เพียงพอ

บริหารจัดการพื้นที่ ทำทุกตารางนิ้วเป็นเงิน
พื้นที่ทำการเกษตรของคุณเมย์ มีทั้งหมด 27 ไร่ คุณเมย์ แบ่งพื้นที่ไว้ขุดสระทำบ่อน้ำไว้ใช้ในการเกษตร 7 ไร่ ปลูกปาล์มน้ำมันผสมกับสวนป่า 9 ไร่ สวนผสมไม้ผล 6 ไร่ และแบ่งพื้นที่ไว้ทดลองทำโคกหนองนาโมเดล 1 ไร่ คุณเมย์ บอกว่า ยิ่งทำให้ครบวงจร จะยิ่งลดค่าใช้จ่ายได้มากเท่านั้น การทำเกษตรถ้าทำอย่างเดียว เมื่อเกิดปัญหาจะพาลำบากกันไปทั้งบ้าน ทางที่ดีคือ ผสมสผสาน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มีป่า มีสัตว์ ทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์ เมื่อระบบนิเวศสมบูรณ์สัตว์จะเริ่มจัดการกันเอง ทำปุ๋ยก็ไม่ต้องกลับกองเอง ใช้ไก่ในการคุ้ยเขี่ยสลับกองให้ และยังช่วยกำจัดวงจรแมลงวัน หรือที่สวนเลี้ยงปลา หากไก่ตายก็สามารถเอาไก่ไปให้ปลากินเป็นอาหารได้อีก รวมถึงการทำน้ำหมักจะเน้นในเรื่องของการนำเศษอาหารในครัวเรือน จากคณะที่มาศึกษาดูงาน ที่เหลือมาทำน้ำหมัก มาผสมกับรำ ทำเป็นอาหารปลา พยายามทำตามฟันเฟืองของธรรมชาติ อย่าไปฝืนธรรมชาติ ถ้าอยู่กับธรรมชาติได้ รายได้จะมาเอง

เชื่อในสิ่งที่ทำ แล้วความสำเร็จจะมาเอง
“หลายคนอยากทำเกษตร แต่ยังมีความกังวล คิดว่าตัวเองไม่มีความรู้ แล้วจะทำได้อย่างไร อยากบอกว่าให้เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเลือกและทำให้ดีที่สุด ทำอย่างตั้งใจ อย่างตัวเธอเอง เธอก็ไม่มีความรู้มากมายอะไร อาศัยจากการเรียนรู้ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และให้ยึดหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้ง 5 ข้อ

การทำเกษตรใจร้อนไม่ได้ ถ้าเร่งจะเอาแต่เงินก็พัง ถ้าทุกคนยึดหลักเหล่านี้ได้ เชื่อว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จแน่นอน เพราะตัวเธอเองก็ไม่ได้มีเงินทองมากมาย เริ่มจากครอบครัวติดหนี้ แต่ทุกวันนี้ปลดหนี้ได้หมด และมีเงินซื้อที่เพิ่ม เพราะยึดศาสตร์พระราชาเป็นแบบอย่าง” คุณเมย์ กล่าวทิ้งท้าย

มีมากมายหลายคนที่ชื่นชอบ และชื่นชมอาหารฝีมือคนไทย แม้ว่าบางคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า อาหารแบบไทยที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร เพราะว่าเป็นคนชนชาติอื่น แต่มาประทับใจ ชื่นชอบ หลงเสน่ห์ ติดใจเมืองไทย พยายามหัดพูด และทำความเข้าใจภาษา ขนบธรรมเนียมศิลปะแบบไทย แม้แต่การทำอาหารไทย ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย มีต่างชาติหลายคนทำได้ และทำได้ดีเสียด้วย เคล็ดลับของอาหารไทย ไม่ใช่เพียงแค่ขั้นตอนวิธีการปรุง และความประณีตพิถีพิถันเท่านั้น อีกส่วนหนึ่งคือ องค์ประกอบที่ลงตัวของวัตถุดิบที่นำมาทำ โดยเฉพาะ “ผักพื้นบ้าน” และสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ว่า “บริโภคแล้วได้อะไร?”

ผักพื้นบ้านที่นำมาทำอาหารไทยนั้น มีอยู่มากมายหลายชนิด บางอย่างสืบค้นแล้ว พบว่ามีต้นกำเนิดในบ้านเราเอง บางอย่างก็นำเข้ามาจากต่างแดน เช่นผักชนิดนี้ “ผักชีใบยาว” บ้างเรียกว่า “ผักชีฝรั่ง” อาจเป็นเพราะคนที่นำเข้ามา คงเป็นคนต่างชาติ เช่น ชาวโปรตุเกส จึงเรียกกันเช่นนั้น ที่จริงแล้ว ผักชนิดนี้ เป็นพืชพื้นเมืองในเขตร้อน แถบทวีปอเมริกาใต้ ถิ่นบ้านเมืองที่มีนักฟุตบอลเก่งเยอะแยะ มีคนนำมาแพร่หลายในแถบทวีปเอเชีย และแถบบ้านเรา และก็มีการเรียกชื่อกันหลายอย่าง เช่น ผักชีฝรั่ง ผักชีใบยาว ผักชีใบเลื่อย ผักชีหนาม หอมป้อมเป้อ หอมแป้นเป้อ หอมป้อมกุลา ลงมาจากบนภูเขา เรียก ผักชีดอย หอมฮ้อ กะเหรี่ยง เรียก แมะและเดาะ ชาวอีสาน เรียก ผักหอมเป้ และยังมีอีกหลายชื่อ เรียกกันตามลักษณะที่เข้าใจในพื้นถิ่น เช่น “ป้อม ยาว หอม นิล หนาม” เรียกกันตามแหล่งที่พบเห็น หรือรู้ว่าเป็นผักมาจากแหล่งไหน หรือไม่รู้ที่มา ก็คาดเดากันว่ามาจากต่างประเทศ เรียกต่อท้ายว่า “ฝรั่ง” มาจากบนภูเขา เรียกต่อท้ายว่า “ดอย” มาจากป่า เรียกต่อท้ายว่า “ดง หรือ ป่า” เป็นต้น

ผักชีใบยาว หรือ LONG CORIANDER หรือ CULANTRO มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eryngium foetidum Linn. เป็นไม้ล้มลุก ต้นสั้น ใบสีเขียวรูปหอกปลายแหลมยาวรี ขอบขนานหยักเป็นฟันเลื่อย ฐานใบเรียวแหลม ใบยาว 10-40 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร มีก้านใบซ้อนทับกัน ชูใบออกเป็นกระจุก ออกดอกชูก้านยาว 20-40 เซนติเมตร ดอกสีเขียว มี 5 กลีบ ออกเป็นช่อคล้ายก้านร่ม มีฐานรองดอก คล้ายดาวเป็นแฉกๆ แหลมคม แข็งเป็นหนาม ติดเมล็ดเล็กๆ สีน้ำตาลดำ เป็นผักที่ชอบขึ้นในดินที่มีความชื้น หน้าดินเรียบ หรือแน่นเล็กน้อย ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และการถอนแยกกอ เอาต้นอ่อนที่แตกออกมาใหม่จากต้นแม่ไปปลูกขยาย เคยพบเห็นมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรกคือ ผักชีใบยาวพันธุ์ฝรั่ง ที่เรียกกันว่า ผักชีฝรั่ง โดยจะปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ดี มีจำหน่ายเป็นซอง เป็นกระป๋อง เกษตรกรจะปลูกเป็นผักเพื่อการค้า แปลงปลูกมีตาข่ายพรางแสง มุงเป็นหลังคาคลุมแปลง ดูแลรักษา ให้น้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย ให้ยา เหมือนปลูกผักการค้าทั่วไป มีลักษณะใบใหญ่ยาว มักจะถอนหรือขุดต้น ล้างราก แต่งราก แต่งใบ แล้วมัดลงตะกร้า หรือห่อกระดาษ ชั่งส่งขายให้พ่อค้าที่มารับ หรือนำส่งตลาดใหญ่ใกล้บ้าน

ผักชีใบยาวอีกอย่างเป็นชนิดต้นเล็ก ใบเล็ก สั้น เหมาะสำหรับปลูกบริเวณใต้ร่มเงาไม้ ใส่กระบะ กระถาง เป็นชนิดแตกกอได้รวดเร็ว ไม่ค่อยออกดอก จะเรียกว่าชนิดกอก็ได้ ชาวบ้านนิยมหามาปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน ใกล้ที่อาบน้ำ ที่ร่มใต้ร้านไม้กระถาง ในเรือนเพาะชำ เรือนกล้วยไม้ ไม่ต้องได้รดน้ำพรวนดิน หรือให้ปุ๋ย ปลูกแบบธรรมชาติ ดูเหมือนว่าจะชอบขึ้นที่ดินเรียบ แน่น ดินเย็น ชอบออกแผ่ใบเรี่ยติดผิวดิน หรือชูใบเพียงเล็กน้อย ที่แน่ๆ คือ อยู่ทนนาน อายุยืน ยิ่งเด็ดหรือแยกต้นไปกิน แยกไปปลูก จะแพร่ขยายต้นไปได้เรื่อยๆ เป็นประเภทใบเล็ก สั้น ใบไม่แข็ง รสชาติอร่อยมากกว่าชนิดแรกมาก นิยมปลูกใส่กะละมังรั่วไว้ข้างครัว สะดวกแก่การเก็บกิน เวลาที่เขาแผ่แพร่เต็มกะละมังแล้ว สวยน่าดู จะเด็ดมากินทีละต้นสองต้นยังคิดเสียดาย แต่ก็ยังมิวาย จำใจต้องเด็ดมาลิ้มรส

ชาวบ้านเขานิยมนำมาเป็นอาหาร เป็นผักสด แกล้มลาบ ก้อย ส้า พล่า ยำ ส้มตำมะละกอ ตำส้มโอ ตำมะม่วง ใส่ต้มขม ต้มอ่อม ต้มแซ่บ โรยหน้าก๋วยเตี๋ยวผัดไทย แกงเนื้อ แกงปลา ยำหมูต้ม ต้มยำไก่ ต้มยำเนื้อ ต้มยำเครื่องในวัว ยำจี้นแห้ง หมกไข่ ห่อหมกปลา แอบปลาน้อย ปลานึ่งแป๊ะซะ ฯลฯ กลิ่นหอมของผักชีใบยาว เมื่อได้รับการเด็ด หั่นฝอยจะหอมมาก เป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณค่ามากมาย ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เป็นผักที่มีรสชาติเผ็ด แต่เย็น และหอม ผักชีใบยาว ปริมาณ 100 กรัม มีคุณค่าทางอาหาร ให้พลังงาน 32 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใยอาหาร 1.7 กรัม แคลเซียม 21 มิลลิกรัม เหล็ก 2.9 มิลลิกรัม วิตามินเอ 5250 iu.วิตามินB1 หรือไทอามีน 0.31 มิลลิกรัม วิตามินB2 หรือไรโปฟลาวิน 0.21 มิลลิกรัม วิตามินB3 หรือไทอาซิน 0.7 มิลลิกรัม วิตามินC 38 มิลลิกรัม และมีกรดออกซาลิก สูงมาก อย่ารับประทานมาก จะเป็นนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ จะมีอาการปวดท้อง ปัสสาวะติดขัด

คุณประโยชน์ทางยา ผักชีใบยาว แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้อาหารเป็นพิษ รักษาแผลช้ำบวม แผลเรื้อรัง แก้ปวดศีรษะ แก้ไข้ ป้องกันหวัด เป็นยาขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ เป็นยาระบาย ขับลม บำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคเบาหวาน บำรุงผิวพรรณ น้ำมันหอมระเหยจากผักชีใบยาว ใช้เป็นส่วนประกอบของตัวยาหลายชนิด

วนกลับมาที่ชื่อเรียกผักชนิดนี้กันอีกที ขอยืนยันว่าเรียก “ผักชีใบยาว” นั้นน่าจะใกล้ความจริงมากที่สุดแล้ว เพราะหนึ่งล่ะคือชื่อสามัญ เรียก LONG CARIANDER คือ ผักชียาว หรือ ผักชีใบยาว ชื่อเรียกทางเหนือว่า “หอมป้อมเป้อ” แปลได้ว่า ผักชีแผ่ใบอวดโชว์ทั้งที่ต้นเรี่ยเตี้ยติดดิน หรือบางที่เรียก “ผักชีใบเลื่อย” ขอบใบจะเป็นหยักฟันเลื่อยอยู่โดยรอบแผ่นใบ “ผักชีหนาม” จะเห็นชัดเจนที่ฐานรองดอก ที่เป็นหนามแหลม แข็ง เผลอจับไม่ถูกทาง เป็นอันได้เจ็บมือกันมั่ง ยิ่งแก่ยิ่งแข็ง

แต่ทุกส่วนของต้นผักชีใบยาวกินได้อร่อย มีประโยชน์ สรรพคุณทางยาหมดทุกส่วน รากก็ใช่เหมือนรากผักชีทั่วไป ใบก็ใช่เหมือนกัน ดอก ผล หรือเมล็ด ก็ล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นยาสมุนไพร และเกิดประโยชน์ทางใจ ให้ความสำราญแก่คนดูแลทะนุถนอมฟูมฟักเลี้ยงดู และทำรายได้ให้กับหลายครอบครัว เรามาช่วยกันนำเอาสิ่งที่มีประโยชน์ และมีคุณค่าไว้กับบ้าน กับครอบครัวเรา ปลอดภัยด้วยนะ ปลอดภัยกันทุกคน

ที่สวนสุวรรณีปรางทอง ของปราชญ์พื้นบ้าน ชื่อ อาจารย์วิเชียร บุญเกิด ตำบลอ่างทอง หรือหลังตลาดกล้วยไข่ ถนนสายเอเชีย จังหวัดกำแพงเพชร เห็นชายรูปร่างสันทัดเดินคล่องแคล่ว ในบริเวณสวนร่มรื่น ถึงแม้จะเข้าสู่ภาวะแล้งและหน้าร้อน ด้วยอากาศที่ร้อนจัดจากภายนอก แตกต่างจากที่ภายในสวนสุวรรณีปรางทองมาก รู้สึกได้ถึงความปลอดโปร่งและร่มเย็น และเห็นชายผู้นี้วุ่นอยู่กับการเตรียมของและต้นไม้มากมายที่เตรียมส่งลูกค้า ในวัยเจ็ดสิบกว่าๆ แต่อายุไม่ได้ทำลายความอ่อนล้าลงแม้แต่น้อย ยังคงมีแต่คำว่า ขยันและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่สร้างรายได้โดยอายุเป็นเพียงตัวเลข

“ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป ถ้าอยู่นิ่งไม่มีกิจกรรมปล่อยให้ความแก่มาเยือน ก็จะเฉาไปเปล่าๆ ผมไม่มีเวลาเหงาครับ มีแต่งานและเงินเข้ามาทุกวัน ผมส่งต้นไม้ทั่วประเทศ และต้องเตรียมส่งเกือบทุกวัน คำว่า เกษตรกรไม่มีวันหยุด แต่ไม่ได้เครียด อิสระในเวลาและความคิด” อาจารย์วิเชียร กล่าว

“ในปัจจุบันนี้ มีบริษัทขนส่งเกิดขึ้นมากมาย ทุกอย่างมีการแข่งขัน การทำงานของผมก็ง่ายขึ้น โดยที่ผมไม่ต้องส่งของเอง จะมีบริษัทโลจิสติกต่างๆ เข้ามารับของถึงที่สวน ทำให้การทำงานของผมง่ายขึ้น ผมอยากจะแนะวิธีให้ท่านที่ต้องการหางานทำ หรือมองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่ทดแทน และสร้างรายได้ให้ท่านในภาวะที่มีโรคระบาด อย่างเช่นในปัจจุบันนี้ หันมาทำการเกษตรสร้างรายได้” อาจารย์วิเชียร บอก

คำว่าอาชีพทำการเกษตร ยังคงเป็นอาชีพที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นที่สนใจของคนทุกวัย เพียงแต่ว่าบางท่านไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ที่สวนสุวรรณีปรางทอง จึงเป็นแหล่งความรู้ด้านการเกษตรที่มีประสบการณ์ตรงจากการปลูกพืชและไม้ผลหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ลำไยขาวพวงใบเตย

ภายในสวนสุวรรณีปรางทอง เต็มไปด้วยพันธุ์พืชไม้ผล ที่ทั้งมีไว้ขายผลผลิต และเพาะต้นพันธุ์ขาย เช่น การเพาะต้นลำไยขาวพวงใบเตย โดยเฉพาะในส่วนของการเพาะพันธุ์ต้นลำไยขาวพวงใบเตย สร้างรายได้ให้อาจารย์วิเชียร มีรายได้เข้าบ้านทุกวัน และยังต้องมีแรงงานพื้นบ้าน ที่อาจารย์วิเชียรได้ช่วยให้เกิดรายได้และมีงานทำโดยที่ไม่ต้องออกจากหมู่บ้านไปหางานทำในที่ไกลๆ

อาจารย์สร้างรายได้จากการขายต้นพันธุ์ลำไยขาวพวงใบเตยอย่างไร
ทุกวันนี้ต้นพันธุ์ไม่พอขาย

“ก่อนอื่นผมขอแนะนำว่า letterecaffe.org การที่เราจะทำอาชีพอะไรก็ตาม ความรับผิดชอบต่อลูกค้าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การเลือกและคัดสรรสิ่งที่ดีให้ลูกค้า สวนผมอยู่ได้ยั่งยืน เพราะผมมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ถ้าต้นไม้มีปัญหาผมพร้อมส่งให้ใหม่อีก เกิดความประทับใจ ปากต่อปาก ที่สวนผมราคาค่อนข้างสูงกว่าที่อื่น แต่ก็อยู่ได้ เพราะลูกค้าซื้อแล้วมีความมั่นใจ ผมขายต้นพันธุ์ลำไยขาวพวงใบเตย ต้นละ 350 บาท อาจจะแพงกว่าที่อื่น แต่ผมมั่นใจในคุณภาพของผม เฉพาะในส่วนของต้นพันธุ์ลำไยขาวพวงใบเตย ผมขาย 100-150 ต้น ต่อเดือน โดยเฉลี่ย ไม่รวมกับพันธุ์ไม้ชนิดอื่น ก็เท่ากับ 35,000-52,500 บาท ต่อเดือน ที่สวนผมมีพันธุ์ไม้ 10 กว่าชนิด บางอย่างขายผลผลิต แต่บางอย่างเพาะต้นพันธุ์ขาย” อาจารย์เล่า

ที่สวนแห่งนี้ สร้างรายได้โดยแบ่งพื้นที่บางส่วนทำเป็นสวนเพื่อที่เพาะพันธุ์ขายเป็นต้นพันธุ์หรือกิ่งพันธุ์ โดยแบ่งเนื้อที่บางส่วนของพื้นที่ ปลูก ประมาณ 25 ต้น เพื่อจะเสียบยอดขาย ทุกวันนี้ไม่พอขาย ลูกค้าต้องสั่งจอง เพราะใครมาเห็นก็ชอบและสั่งซื้อ ของที่นี่ต้องจองล่วงหน้า ทำไม่ทัน จึงอยากจะแนะนำให้เกษตรกรรายใหม่ หรือท่านที่มองหาอาชีพให้ ก็ไม่ควรพลาดที่จะศึกษาเรียนรู้ ด้านการเพาะต้นพันธุ์ลำไยขาวพวงใบเตย การเพาะพันธุ์ลำไยขาวพวงใบเตยขาย ทำอย่างไร

ถามว่า ขยายพันธุ์ยากไหม “ไม่ยากครับ เพราะโดยการเสียบยอดเพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อกิ่งพันธุ์จากผมไป ผมแนะนำเรื่องต่อยอดขายได้เลยครับ ผมจะแนะวิธีเสียบยอดจากลำไยพันธุ์พื้นเมือง ก่อนอื่นท่านต้องเพาะพันธุ์ลำไยพื้นเมืองจากเมล็ดเพื่อให้มีต้นตอที่มีรากแก้ว พันธุ์ที่ใช้ก็ทั่วไปที่เติบโตได้ดีในบ้านเรา เพาะเมล็ดให้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ใช้เวลาประมาณ 12-15 เดือน แล้วนำมาเสียบยอด จากกิ่งพันธุ์ขาวพวงใบเตย ถ้าวิธีการเสียบยอดอย่างไร มาหาผมที่สวนได้เลย ผมยินดีถ่ายทอดให้ดูโดยตรงได้เลย หลังจากนั้น ก็พันก้านให้สนิทด้วยเทปกาวเพื่อไม่ให้น้ำเข้า จะทำให้เชื้อโรคเข้า จะทำให้ตรงที่มีการเสียบยอดเน่าได้ จึงคลุมด้วยถุงพลาสติกใส เก็บไว้ในที่ร่มรำไร จนกว่าจะแตกยอดใหม่ ประมาณ 45 วัน ก็แกะออกจากถุง ให้ปรับตัวเข้ากับอากาศข้างนอก แต่ยังอยู่ในร่มที่มีแสงรำไร ประมาณ 2 อาทิตย์ จึงนำออกมาให้แสงแดด ประมาณ 70% ก็ประมาณเป็นที่โล่งที่มุงด้วยซาแรน พรางแสง 70% อันนี้ถามจากร้านที่ขายซาแรนได้เลย เขาจะจัดให้เลย” อาจารย์วิเชียร ให้คำตอบ

ทั้งหมดนี้คือ ขั้นตอนของการทำต้นพันธุ์ที่มีรากแก้วขาย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าประทับใจ ที่เขาซื้อไปปลูกแล้วได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ และลำต้นมั่นคงกว่ากิ่งตอน หมายความว่า ต้นจะไม่ล้มง่ายเหมือนกิ่งตอน ซึ่งไม่มีรากแก้วยึด

แนะนำให้มาเพาะพันธุ์ลำไยขาวพวงใบเตยขาย

อาจารย์วิเชียร บอกว่า ขาวพวงใบเตยเป็นลำไยที่น่าปลูก ตลาดน่าจะไปไกลอีกมากถึงแม้จะเป็นพืชที่เข้ามาแทรกส่วนแบ่งของตลาด แต่ก็สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างอาจารย์ไม่น้อย เมื่อเพาะพันธุ์ลำไยขาย ทุกวันนี้ไม่พอขาย และเป็นไม้ผลที่มีความกะทัดรัดในทรงพุ่ม อยากจะแนะนำผู้ที่จัดสวนให้เพิ่มไม้ผลชนิดนี้ไปด้วย เพราะใบไม่ค่อยจะร่วงหล่น ทรงพุ่มสวยงาม ตัดแต่งกิ่งได้ง่าย ให้ร่มเงา แถมยังได้รับประทานผลอีกด้วย

ทุกวันนี้ก็มีพ่อค้าแม่ค้าที่รับซื้อต้นพันธุ์จากสวนนำไปขายตามร้านขายต้นไม้มาติดต่อในราคาส่งหลายราย แต่ตนเองปฏิเสธไป เพราะกำลังผลิตไม่พอ เพราะผมมีที่ดินจำกัด ในการเพาะพันธุ์ แบ่งที่ได้เพียงเล็กน้อย คาดว่าตลาดยังมีอีกมาก โดยเฉพาะตลาดขายต้นไม้

คิดว่าในวัยของคนรุ่นใหม่น่าจะมีการตลาดหรือการติดต่อขายได้กว้างไกลกว่านี้ ถ้าเขาเหล่านั้นสนใจและทำความเข้าใจมากขึ้น คิดแบบง่ายๆ คร่าวๆ ถ้ามีลูกค้าซื้อไปปลูกบ้านละต้นสองต้น ปลูกใส่วงบ่อ คุณจะผลิตต้นพันธุ์ไปอีกเป็นสิบๆ ปีเลยก็ว่าได้ นั่นหมายถึง การสร้างรายได้จากการที่คุณผลิตกิ่งพันธุ์ขาย