เราต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรไทยดำเนินชีวิตอยู่บนวิถีความ

ด้วยการทำเกษตรกรรมแบบอินทรีย์ ซึ่งคำว่าพอเพียง ไม่ได้หมายความว่า เกษตรกรจะมีรายได้เพียงเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้ว หมายถึงจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยาก และเมื่อสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว สามารถพัฒนาต่อไปให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง และต่อสังคม

“ดังพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ตรัสว่า การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยวิธีการใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป”
ดังนั้น สามพรานโมเดล จึงแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือ

หนึ่ง สร้างความเข้าใจ

สอง สร้างแนวความคิดการพึ่งพา และร่วมมือ

สาม ศึกษาแนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานการเกษตรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างการผลิต และการตลาดอย่างยั่งยืน จนทำให้เกิดภาคีพันธมิตรเข้ามามีส่วนร่วมกับกลุ่มธุรกิจในรูปกลุ่มธุรกิจสหกรณ์เชิงคุณค่าสามพรานที่มีปณิธานเดียวกัน

นอกจากนั้น ภายใต้โครงการสามพรานโมเดล ยังมี “ตลาดสุขใจ” ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถก้าวข้ามวิถีชีวิตแบบพึ่งพาสารเคมี โดยหันมาทำเกษตรระบบอินทรีย์ เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่พวกเขาไม่อยากทำเกษตรอินทรีย์ แต่เป็นเพราะตลาดรองรับไม่แน่นอน และถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้ไม่อยากทำ ส่วนปัญหาของผู้บริโภคคือเคยพบแต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ราคาแพงกว่าสินค้าเกษตรเคมี จึงเลือกซื้อสินค้าเกษตรเคมีมากกว่า

ผลเช่นนี้ จึงทำให้ตลาดสุขใจ จึงกลายเป็นตลาดที่เชื่อมตรงระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคบนพื้นฐานของธุรกิจที่เป็นธรรม

โดยล่าสุด ตลาดสุขใจ เพิ่งจะคว้ารางวัลตลาดนัดน่าซื้อระดับดีมากของประเทศ ประจำปี 2558 โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

“อรุษ” บอกว่า ในฐานะผู้บริหารโครงการ เรายังสามารถใช้ตลาดดังกล่าว เป็นกลไกเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค เกี่ยวกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ และเพื่อขยายผลต่อไปยังเกษตรกรที่เป็นภาคีพันธมิตรในจังหวัดอื่น ๆ ในอนาคต

“หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล คือ รากฐานที่มีอยู่จะต้องแข็งแกร่ง คือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะคีย์แมนสำคัญ เช่น ผู้จัดการโครงการ หัวหน้ากลุ่มเกษตร ทายาทคนรุ่นใหม่ของเกษตรกร รวมถึงผู้บริหาร และพนักงานของโรงแรม ต้องมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในวิถีอินทรีย์ และตระหนักในการพึ่งตนเอง”

“สามพรานโมเดล” จึงเป็นตัวเชื่อมโยงห่วงโซ่อินทรีย์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สู่การบริโภควิถีอินทรีย์ มีวิถีชีวิตพอเพียง อันเป็นวิถีไทยมาช้านาน จนทำให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร และผู้บริโภคอย่างแท้จริง

นายสมศักดิ์ แสงม่วง ชาว ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า กระเทียมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น กระเทียมที่ดีที่สุด คือ กระเทียมน้ำปาด เนื่องจากมีธาตุกำมะถันในเนื้อกระเทียมมากกว่ากระเทียมที่ปลูกพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทย มีเกษตรกรและพ่อค้าส่งเสริมการขายกระเทียมน้ำปาดไปปรุงอาหารและเป็นของฝาก รวมทั้งแปรรูปเป็นกระเทียมดอง รวมทั้งมีการจำหน่ายปมกระเทียม หรือ หำกระเทียม คือเม็ดกระเทียมเล็กๆ ที่งอกตามลำต้นกระเทียม ลักษณะคล้ายกระเทียมโทนขนาดเล็กให้ผู้บริโภคในราคานับหมื่นบาทต่อกิโลกรัม สาเหตุที่มีราคาแพง เนื่องจากมีธาตุกำมะถันสูงกว่ากระเทียมกลีบทั่วไป รับประทานแล้วไม่มีกลิ่นปาก

“ช่วงแรกๆ มีพ่อค้านำหำกระเทียมหรือปมกระเทียม ไปบรรจุกล่องจำหน่าย ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝาก และสร้างชื่อเสียงจนติดตลาด ต่อมาพบผลผลิตคุณภาพตกต่ำมาก เนื่งจากพ่อค้านำกระเทียมแกะเป็นกลีบไปผสมปมกระเทียม หากซื้อมาแล้วรับประทานทันทีจะไม่สามารถสังเกต แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ราว 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน จะพบกระเทียมที่ปลอมปนฝ่อ ลีบ เป็นเชื้อรา รับประทานไม่ได้ หากยังไม่แก้ไข เกรงว่าจะไม่มีผู้หันมาบริโภคกระเทียมของ อำเภอน้ำปาด ที่ดีและอร่อยที่สุดอีกต่อไป” นายสมศักดิ์ กล่าว

พาณิชย์หารือกองทุนหมู่บ้าน แบงก์รัฐสนับสนุนสินเชื่อโรงอบลำไยชุมชน ใน 8 จว.ภาคเหนือ นำเงินไปซื้อลำไยสดจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นลำไย อบแห้ง แก้ลำโรงอบรายใหญ่ไม่ยอมซื้อผลผลิต หวังกดราคาลงไปอีก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังหาแนวทางขอสินเชื่อจากทั้งกองทุนหมู่บ้านต่างๆ, ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้โรงอบในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เพาะปลูกลำไยใน 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเงินทุนหมุนเวียนนำไปรับซื้อลำไยสดจากเกษตรกร เพื่อแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง

นอกจากจะสามารถดูดซับลำไยที่กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมากในขณะนี้ได้แล้ว ยังขายลำไยอบแห้งได้ราคาดีกว่ามากด้วย รวมทั้งต่อยอดไปยังการอบผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ข้าว ข้าวโพด เบื้องต้นคาดว่าจะได้งบประมาณ 30 ล้านบาท

“หลังจากที่ลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ลำไยที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันนี้ พบว่าหลายหมู่บ้านมีโรงอบขนาดเล็ก หรือโรงอบชุมชน แต่ไม่ได้เปิดดำเนินการ เนื่องจากไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะออกไปรับซื้อลำไยสดมาอบแห้ง และเห็นว่าโรงอบของภาคเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งยังไม่เข้ามารับซื้อผลผลิต อาจเพราะต้องการรอให้ราคาตกลงไปมากกว่านี้อีก” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ดังนั้น จึงจะเร่งประสานไปยัง ธ.ก.ส. กองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อหาสินเชื่อมาให้โรงอบขนาดเล็ก หรือโรงอบของสหกรณ์ต่างๆ เปิดดำเนินกิจการได้ เป็นอีกทางหนึ่งที่จะรองรับผลผลิตได้ด้วย โดยลำไยสดขณะนี้ราคากิโลกรัมละ 12 บาท แต่เมื่ออบแห้งแล้วสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 75-185 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ดีมาก

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้เชิญหอการค้าแห่งประเทศ ไทย โครงการหลวงและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับผลไม้ด้านต่างๆ มาประชุมร่วมจัดทำยุทธศาสตร์การค้า ผลไม้ไทย เพื่อให้ไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าผลไม้ของโลก ให้ได้ รวมทั้งแก้ปัญหาผลไม้ไทยให้เบ็ดเสร็จ เพื่อไม่ต้องเผชิญปัญหาผลผลิตขาดแคลน หรือล้นตลาดอีกต่อไป

เบื้องต้นคาดว่าจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และจัดทำยุทธศาสตร์สำหรับผลไม้ที่ไทยมีศักยภาพ สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ 10 ชนิดก่อน อาทิ กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด มะพร้าว

ชง กกร. 7 สิงหาคมนี้ ออกประกาศคุมเข้มพ่อค้าพืชไร่จดทะเบียนแจ้งปริมาณสถานที่จัดเก็บ หลังเกษตรกรร้องเรียนราคาผลผลิตตกต่ำ ด้านสมาคมพ่อค้าพืชไร่รับสนองมาตรการของภาครัฐ ขีดเส้น 3 เดือน หากราคาข้าวโพดไม่ปรับขึ้น รัฐควรทบทวนมาตรการใหม่

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งมี นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธาน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เพื่อออกประกาศตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ผู้ค้า และผู้ประกอบการค้าพืชไร่ เช่น ลานมัน ลานเทปาล์มน้ำมัน และผู้รับซื้อข้าวโพด ให้แจ้งปริมาณ และสถานที่จัดเก็บเพื่อให้สามารถตรวจสอบติดตามดูแลผู้ที่อยู่ในระบบการซื้อขายตามบัญชีที่เกิดขึ้นได้

“ที่ผ่านมามีเกษตรกรร้องเรียนว่าไม่ได้รับราคาที่เหมาะสมตามที่ภาครัฐกำหนด เช่น คุมราคาปลายทาง แต่เกษตรกรต้นทางขายได้ราคาต่ำ เกิดคำถามว่า แล้วกลางทางได้เท่าไร น่าจะดูแลกลางทางด้วย เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ดูแลเกษตรกร ต่อไปหากไม่แจ้งก็จะมีความผิดตามกฎหมายราคาสินค้าฯ” นางนันทวัลย์กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า กรณีที่มีการกำหนดราคาแนะนำที่รับซื้อแล้ว โรงงานอาหารสัตว์ไม่รับซื้อ โดยอ้างว่าเกษตรกรไม่มีเอกสารสิทธิ์เกี่ยวกับการใช้ที่ดินที่ถูกกฎหมาย ทำให้เกษตรกรกว่า 40-50% ไม่สามารถจำหน่ายข้าวโพดให้กับโรงงานอาหารสัตว์ได้นั้น นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลอยู่แล้ว โดยมีการแบ่งโซนพื้นที่ อาจจะมีการผ่อนปรนให้กับบางพื้นที่ หรือบางพื้นที่ที่เป็นต้นน้ำที่จะต้องดูแลรักษาผืนป่าต้นน้ำ

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมยินดีให้ความร่วมมือและจะประชาสัมพันธ์ให้พ่อค้ารายงานตามที่กรมการค้าภายในออกประกาศ เพื่อให้สามารถตรวจสอบการซื้อ-ขายสินค้ากับเกษตรกรได้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา มีพ่อค้าพืชไร่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมเชื่อมั่นว่าพ่อค้าพืชไร่จะไม่โกงเกษตรกรผู้ปลูก เพราะต้องอาศัยและพึ่งพากันและกันมาตลอด ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากผู้ซื้อคนสุดท้าย ทั้งที่เป็นผู้ใช้และผู้ส่งออกที่มีต่างชาติเป็นนอมินีเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อ ที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบด้วยการซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาถูกหลากชนิดและคุณภาพต่ำมาใช้แทนสินค้าข้าวโพด

อย่างไรก็ตาม หากเวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือนแล้วเกษตรกรยังเดือดร้อนจากปัญหาราคาตกต่ำ อยากขอให้หน่วยงานราชการพิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ไขตรงนี้ เพราะอาจเป็นการแก้ไม่ถูกจุด โดยสมาคมการค้าพืชไร่ ขอเสนอให้กระทรวงพาณิชย์นำมันเส้นบรรจุไว้ในรายการที่โรงงานอาหารสัตว์ต้องซื้อ 3 ส่วน ให้สิทธินำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน แบบเดียวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเสนอให้ควบคุม DDGs เหมือนข้าวสาลี

แนวโน้มสถานการณ์การตลาดในช่วงนี้ได้รับแรงกดดันจากการตรวจสอบข้าวโพดตามชายแดน และการนำเข้าข้าวสาลี ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวไปตามสภาวะ ปริมาณที่ออกสู่ตลาด ในเดือนสิงหาคมคงจะออกสู่ตลาด 170,000-180,000 ตัน เช่น จังหวัดน่าน พะเยา และแพร่ ส่วนข้าวโพดนำเข้าจากกัมพูชาคงจะลดลงเหลือไม่เกิน 200,000 ตัน เพราะแรงกดดันราชการที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด

รายงานข่าวระบุว่า มีการนำเข้าข้าวสาลีมาเพิ่มในวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 60,000 ตัน และวันที่ 5 สิงหาคม 2560 อีก 50,000 ตัน รวม 110,000 ตัน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร

เครือมติชน ฉลองการดำเนินงานครบ 30 ปี “เทคโนโลยีชาวบ้าน” นิตยสารเกษตรอันดับหนึ่งของเมืองไทย จัดงาน “เกษตรมหัศจรรย์ 2560 พืชกินได้ ไม้ขายดี” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน 2560 ณ SKY HALL เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว หวังสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ หันมายึดอาชีพเกษตรที่สร้างรายได้ดี แทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว

โดย นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ร่วมกับ องค์กรหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรธุรกิจภาคเอกชน เตรียมจัดงานเกษตรมหัศจรรย์ 2560 “พืชกินได้ ไม้ขายดี” ขึ้น ณ SKY HALL เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวในวันที่ 7-10 กันยายน ศกนี้ เพื่อฉลองการดำเนินงานครบ 30 ปี ของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน โดยไฮไลต์สำคัญของงานนี้ ได้แก่ นิทรรศการ “พืชกินได้ ไม้ขายดี” กับความมหัศจรรย์ของพืชที่เป็นที่สุดกว่า 100 สายพันธุ์ ทั้งไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับที่อยู่ในเทรนด์ปี 2560 ทั้งในส่วนสุดยอดไม้ผล เช่น ผลไม้ที่อร่อยที่สุด ผลไม้พันธุ์ใหม่ พันธุ์แปลก ผลไม้หายาก เป็นต้น นายพาณิชย์ ยศปัญญา บรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ”

ไม้ผลที่นำมาแสดงในงานครั้งนี้มีทั้งหมด 44 ชนิด แยกเป็นผลไม้อร่อยที่สุด อาทิ มะละกอแขกดำนายปรุง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่ร่ำลือว่าอร่อยที่สุดในไทย ฝรั่งแป้นสีทอง กิมจู หวานพิรุณ และเย็น 2 จุดเด่นของฝรั่งแชมเปี้ยนเหล่านี้ที่อร่อยที่สุดในไทย เป็นสุดยอดผลไม้สร้างอาชีพ ปลูกเพียง 1 ไร่ สร้างรายได้ถึง 1 แสนบาท ส้มโอแชมเปี้ยน 4 ภาค เช่น ส้มโอเซลเลอร์ เชียงราย ส้มโอมณีอีสาน ชัยภูมิ ขาวแตงกวาจากชัยนาท และทับทิมสยาม จากนครศรีธรรมราช จุดเด่นของส้มโอแชมเปี้ยนเหล่านี้ สร้างรายได้อย่างดีและได้รับความนิยมจากชาวจีน ลองกองของแท้ธรรมชาติจากตันหยงมัส นราธิวาส ทับทิมพันธุ์จรัสแสง อำเภอปากช่อง นครราชสีมา มีจุดเด่นที่เนื้อแน่น-รสชาติดี-สีสวยสด

กล้วยหอมทองอินทรีย์ส่งออก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รสชาติระดับพรีเมี่ยม ปลูกตามธรรมชาติ ตาลโตนดอินทรีย์ เพชรบุรี สับปะรดดี 4 ภาค จากภูแล เชียงราย ปัตตาเวีย เลย สวี ชุมพร และศรีราชา ชลบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สมุทรปราการ สละพันธุ์ยอดนิยมต่างๆ ข้าวโพดพันธุ์อินทรีย์ 2 ที่หวานอร่อยที่สุดของไทย ขนุนทองประเสริฐ ขนุน 3 สีสุดยอดผลไม้สร้างเศรษฐกิจของเมืองไทย เมล่อนเชียงใหม่จากกลุ่มเจียไต๋

ประเภทผักผลไม้แปลกที่สุด ได้แก่ เลมอนสารพัดสายพันธุ์ จุดเด่นคือ สุดยอดความเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดที่ไม่ใช่ “มะนาว” และรูปทรงที่แปลกตา ฟักทอง สารพัดสายพันธุ์ที่มีเนื้อหลากสี บวบจิ๋วตราศรแดงจาก บริษัท อีสต์ เวสท์ ซีด จำกัด ข้าวโพดหลากสี มิราเคิลฟรุ๊ต (ผลไม้มหัศจรรย์) มีจุดเด่นโชว์ความมหัศจรรย์ในการเปลี่ยนรสชาติเมื่อได้ลิ้มรส โกโก้ พันธุ์พิเศษในไทย พริกหลากสี รูปทรงแปลกหลายสายพันธุ์ หม่อนขาว ผลไม้มากคุณค่าด้วยสารอาหาร

ประเภทหายากที่สุด ได้แก่ ชมพู่เพชรสายรุ้งจากเพชรบุรี ส้มจุกจะนะ จากสงขลา ลูกชก (ลูกชิดโบราณ) ลาน ลูกฆ่าแม่ จากนาดี ปราจีนบุรี รังแข สงขลา ผลไม้โบราณหาได้ยาก

ประเภทแพงที่สุด ได้แก่ แคนตาลูปญี่ปุ่น จากสุโขทัย อร่อยที่สุด แพงที่สุด ราคาเมล็ดพันธุ์ 40 บาท/เมล็ด ทุเรียนมูซังคิงส์คลื่นลูกใหม่ของผลไม้จากเบตง ยะลา กิโลกรัมละ 200 บาท มันเทศญี่ปุ่นหลากสี มากคุณค่าทางโภชนาการ มะพร้าวน้ำหอม รากสีชมพูจากบางคล้า ฉะเชิงเทรา แตงกวากลิ่นใบเตยจาก บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด ปทุมธานี

ประเภทสายพันธุ์พิเศษล่าสุด ได้แก่ แตงโม 3 สี มากคุณค่าด้วย “เบต้าแคโรทีน” น้อยหน่าพันธุ์ฝ้ายเขียวเกษตร นครราชสีมา น้องใหม่ถอดด้ามแห่งวงการผลไม้ ผสานจุดเด่นของน้อยหน่าทุกสายพันธุ์ไว้ในหนึ่งเดียว เนื้อแน่น เม็ดเล็ก รสชาติดีเยี่ยม อะโวกาโด จากพบพระ ตาก สุดยอดผลไม้แห่ง “ความงาม” มีคุณค่าทางโภชนาการสูง พริกตุ้ม มะพร้าวกะทิ อ้อย 10 สายพันธุ์ ประเภทใหญ่ที่สุด ได้แก่ ขนุนมาเลเซีย ผลใหญ่เนื้อแน่น มะขามยักษ์พันธุ์ดีใหญ่ที่สุดในไทย กล้วยน้ำว้ายักษ์และมะขามป้อมยักษ์ นอกจากนี้ยังจัดแสดงพร้อมข้อมูล 30 ไม้ขายดี

ส่วนโซนนิทรรศการ “30 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน” นำเสนอความสำคัญของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านในฐานะที่เป็นผู้นำข่าวสารการเกษตร ที่มีมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ทศวรรษ โดยเน้นให้เห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรที่น่าภาคภูมิใจ ทำได้จริง พร้อมอัพเดต 10 อาชีพเกษตรฮอตในโลกโซเชียล มีนิทรรศการ 3 เกษตรกรดีเด่นปี 2560 ที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ 1. ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ซึ่งเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ความพิเศษจากเนื้อไก่คือ มีรสสัมผัสต่างจากไก่บ้าน เนื้อไม่เหนียวมากเกินไปจึงถูกใจผู้ที่ได้ลิ้มรส นอกจากนี้มีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 150-170 บาท

2. ประกิต โพธิ์ศรี เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้เพาะเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ “หม้อข้าวหม้อแกงลิง” ให้มีความโดดเด่นและหลากหลาย จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ และยังเปิดสวนให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักศึกษาด้วย 3. การต์รวี บัวบุญ Young Smart Farmmer จากมหาสารคาม อดีตพยาบาลที่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว พลิกฟื้นผืนนา 22 ไร่ ให้กลายเป็นฟาร์มเลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่และไก่ประดู่หางดำ จนประสบความสำเร็จ นอกจากเป็นผู้ผลิตแล้วยังใช้การตลาดเพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรงด้วย นับเป็นการยกระดับอาชีพเกษตรกร จนกลายเป็นไอดอลคนสำคัญของเกษตรกรรุ่นใหม่

นอกจากนี้ พลาดไม่ได้กับกิจกรรมแจกฟรี coresysit.com ไม้ขายดี พันธุ์พรีเมี่ยม แก่ผู้ที่มาร่วมงาน 10 ชนิด อาทิ ลีลาวดีสีพิเศษดอกจิ๋วและกลีบซ้อน กิจกรรม “ดาวเรืองแทนใจ” ปลูกดอกไม้ถวาย ร.9 ด้วยการแจกฟรีต้นกล้าดาวเรืองวันละ 540 ต้น เพื่อระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยดาวเรืองทั้งหมดจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การเสวนาความรู้อัพเดตเทรนด์ด้านเกษตรกรรมจากกูรูด้านการเกษตร เวิร์กช็อปเกษตร-ศิลป์ 4 วัน 7 หลักสูตร เป็นต้น

ในงานนี้ยังมีการจำหน่ายพันธุ์พืช ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ คัดสรรจากสวนดังทั่วไทย สินค้ากลุ่มเกษตรและอุปกรณ์ตกแต่งสวน ของกินของใช้ระดับ 5 ดาวจากผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ และอาหารดังอาหารเด็ดรวมแล้วกว่า 200 ร้านค้า พิเศษกับกิจกรรม 30 ปีเทคโนฯ คืนกำไร ช็อปครบ 300 บาท สามารถจับสลากลุ้น 30 รางวัลใหญ่ได้ทันที

ถือเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปีของนิตยสารที่อยู่คู่กับชาวเกษตรมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในงานเกษตรยิ่งใหญ่ประจำปีที่ไม่ควรพลาด จากที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยข้อมูลคาดการณ์ในอีก 5 ปีข้างหน้า คือ ปี 2565 จะมีผู้สูงอายุ 13 ล้านคน หรือประมาณ 20% ของประชากร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากอัตราการเกิดของคนไทยลดลง และแนวโน้มการดูแลสุขภาพให้มีอายุยืนยาวสูงขึ้น

คาดว่าประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคน หรือ 30% ในปี 2580 ซึ่งเป็นโจทย์ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับความต้องการด้านที่พักอาศัยคุณภาพ สนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย และที่สำคัญคือ ควรต้องทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง เพราะความชราไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติกำหนด

สมัชชาโลกว่าด้วยผู้สูงอายุได้กำหนดให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ถือว่าเป็น “ผู้สูงอายุ” (Elderly) แต่ความสูงอายุหรือความชราภาพ (Aging) เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นไม่เท่ากันในแต่ละคน อย่างไรก็ตาม การให้บริการที่พักและการดูแลผู้สูงอายุมักจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่สามารถดูแลตัวเองได้ (Independent Living) กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ (Assisted Living) และกลุ่มพึ่งพา (Dependent Living)

ภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมผู้สูงอายุเพื่อรับมือกับการเป็น สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ของประเทศไทย เช่น การออกมาตรการการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ มาตรการทางภาษีสนับสนุนกรณีการจ้างงานผู้สูงอายุ มาตรการ Reverse Mortgage คือเงินกู้สำหรับนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการครองชีพ โดยนำที่อยู่อาศัยมาค้ำประกันสินเชื่อ แนวทางการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุในที่ดินของรัฐ
ด้วยต้นทุนต่ำ เพื่อให้คนรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้ เป็นต้น

ในขณะที่สังคมสูงอายุเป็นแนวโน้มของโลก และประเทศไทยเป็นแหล่งพำนักที่คนต่างชาตินิยมมา เช่น คนญี่ปุ่น คนยุโรป สแกนดิเนเวีย จึงมีมาตรการขยายระยะเวลา Long Stay Visa จากเดิมที่อนุญาตให้พำนักในไทยได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี เป็น 10 ปี โดยครั้งที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี และต่อได้ครั้งที่ 2 อีก 5 ปี เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านสุขภาพ

ลักษณะของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้านที่พักและการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบัน มีรูปแบบต่างๆ ได้แก่ 1. กลุ่มสถานบริบาล/สถานดูแลผู้สูงอายุ (Medical and Nursing Care) ซึ่งมักจะเป็นการลงทุนของกลุ่มโรงพยาบาลและผู้ประกอบการเอกชนที่มีเครือข่ายกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนสูงอายุที่ต้องการการดูแลแบบ Dependent Living เช่น คนไข้ติดเตียง และ Assisted Living โดยจัดการให้บริการแพทย์ พยาบาล ผู้ดูแล เครื่องมืออุปกรณ์ แตกต่างกันไป มีทั้งการให้บริการระยะสั้น และระยะยาว