เริ่มทำงานเพื่อสังคมตั้งแต่ตอนเรียน?ตอนเรียนมหาวิทยาลัย

ก็เริ่มช่วยคุณพ่อเดินหาเสียงและช่วยงานศูนย์พิทักษ์สิทธิและส่งเสริมอาชีพคนหูหนวก เริ่มจากว่าน้องชายเป็นคนหูหนวก เรียนที่โรงเรียนปกติ ไม่ได้เรียนโรงเรียนแยกที่เป็นภาษามือ ก็รู้สึกว่าคนหูหนวกเขาอาจจะต้องการสิทธิบางอย่าง หรือการส่งเสริมการเรียนบางอย่างนอกเหนือจากที่เขาได้รับในปัจจุบัน

พอเรียนจบก็ดูเรื่องคนหูหนวกค่อนข้างเต็มตัว มาช่วยอาจารย์ ร.ร.คนหูหนวกที่โสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ และได้เข้ามาอยู่ในกรรมาธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยช่วยผลักดันเรื่องคนพิการ เรื่องอาชีพ เรื่อง กม.คนพิการ

จุดเริ่มต้นทำงานยางพารา?

มาจากคุณพ่อ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเราอยู่กับคุณพ่อ จะเห็นคุณพ่อลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด ต้องเรียกว่าจุดต่างๆ มาจากการมีคุณพ่อเป็นแรงบันดาลใจ แต่ไม่ใช่ว่าเขาบอกให้เราทำ แต่เราซึมซับจากจากการที่เราฟังเขาพูด เราเห็นเขาทำ

แล้วที่มาเลือกยางพาราเพราะเห็นว่าชาวสวนยางมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำเป็นเวลา 3-4 ปีติดต่อกัน เลยมองว่าเราต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็มองไปถึงเรื่องการแปรรูป แต่ทุกวันนี้ก็มีการแปรรูปกันอยู่แล้ว เป็นถุงมือ เป็นรองเท้า เป็นหมอน เลยมองอะไรที่มากกว่านั้น

จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและด้านอื่นๆ ซึ่งตอนนี้กำลังคิดว่าจะทำอะไรต่อไปอีกได้บ้าง โดยไม่ได้ตั้งเป้าแค่การขายกับหน่วยราชการ หรือเอกชนภายในประเทศเท่านั้น แต่เราต้องการขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศจีนด้วย

มองทางออกของปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำอย่างไร?

ควรเป็นความร่วมมือทั้งรัฐและเอกชนช่วยกันในเรื่องของการทำตลาดของประเทศ ต้องมองดูว่าตลาดโลกต้องการอะไร เช่น ภาครัฐก็อาจช่วยสนับสนุน ภูมิภาคนี้ดินฟ้าอากาศเหมาะกับการปลูกอะไร ใช้ภายในประเทศกี่เปอร์เซ็นต์ ส่งออกไปตลาดประเทศไหนบ้างและกี่เปอร์เซ็นต์ โดยทำการแมตชิ่งธุรกิจให้กับเกษตรกรที่ปลูก

ส่วนภาคเอกชนก็อาจจะช่วยสนับสนุนเรื่องความรู้ เรื่องเทคโนโลยี เพื่อเป็นการพัฒนาโดยร่วมมือกัน หากทำได้ก็จะทำให้ประเทศไทยเติบโตไปพร้อมกันได้ ไม่ใช่การเติบโตเฉพาะเอกชนเจ้าใหญ่เพียงอย่างเดียว เกษตรกรตัวเล็กๆ ก็มีโอกาสที่จะยั่งยืนได้

ทำไมถึงเลือกเข้ามาจับมือกับภาคสหกรณ์ ?

เพราะเรามองว่าเอกชนมีความสามารถอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี เงินทุน และกำลังคน กำลังในการผลิตก็ตาม แต่ภาคสหกรณ์เขาอาจจะไม่มีความรู้ ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีเครื่องมือ ไม่มีคนที่ทำตลาดให้เขาเลย คิดว่าเขาขาดตรงนี้อยู่เลยเข้าไป อีกอย่างหนึ่งคือสหกรณ์ เขารับยางพารามาจากชาวสวนยางจริงๆ

ยากไหมที่จะดึงเขาให้มามองเรื่องเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม?

ยากค่ะ แล้วทุกอย่างมันเป็นการลงทุน ซึ่งภาคสหกรณ์เขาเป็นนิติบุคคลที่มีคณะกรรมการ การที่เขาจะเอาเงินมาลงทุนเขาก็ต้องคิดแล้วว่าจะต้องไปได้ไกล แต่การทดลอง วิจัยต้องใช้เวลาและการสนับสนุน ดังนั้นการเข้าไปทำความเข้าใจเลยต้องใช้เวลา บางรายก็เข้าใจ บางรายก็ไม่เข้าใจ

อย่างชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมยางพาราภาคใต้ หรือสหกรณ์บ้านนาเดิม เป็นแห่งหนึ่งที่เข้าใจและทำงานร่วมกับเรา สู้กับเรามาโดยตลอด

จากการทำงานและประสานกับภาคส่วนต่างๆ ตรงไหนที่ยากที่สุด?

ยากทุกส่วนเลยค่ะ (หัวเราะ) เนื่องจากเป็นโปรดักต์ใหม่แล้วยางพาราเป็นสินค้าที่มีราคา แต่แน่นอนว่าราคามันก็มาพร้อมกับคุณภาพและการใช้งานในระยะยาว

สิ่งที่ยากมีตั้งแต่เรื่องของนวัตกรรมที่เราจะต้องมาคิดค้นอะไรใหม่ๆ ตลอดจนการนำเสนอหน่วยราชการว่าทำไมต้องใช้นวัตกรรมนี้ ทำไมไม่ใช้ของเดิมซึ่งอาจจะเป็นพลาสติกหรือคอนกรีตที่ถูกกว่า

การตัดสินใจเลือกแปรรูปดูจากอะไร?

ตั้งแต่การเอายางพารามาแปรรูป เราต้องมาคิดก่อนว่าต้องการประโยชน์อะไรจากมัน แล้วเรื่องราคาเราต้องรับได้นะว่าจะสูงจากเดิมเท่าไหร่ ตรงนี้แหละที่จะมีปัญหา เพราะนวัตกรรมหลายอย่างเมื่อเปลี่ยนจากของเดิมที่มีมาเป็นยางพาราแล้วมันมีราคาแพงกว่าเดิม 3-4 เท่าตัว แต่การลงทุนเพิ่มคุณสมบัติก็เพิ่มนะ เช่น ใช้งานได้นานขึ้น ความคงทนเพิ่มมากขึ้น อย่างพลาสติกเมื่อตากแดดนานๆ มันก็เปราะแตก ส่วนความปลอดภัยก็ดีขึ้น อย่างหัวเราชนเข้ากับยางกับชนเข้ากับคอนกรีต ก็คงไม่เหมือนกันอยู่แล้ว การใช้ยางยังช่วยในเรื่องเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย

ในเมื่อยากแล้วอะไรเป็นแรงผลักดันให้ทำต่อ?

เพราะเราสามารถดึงทั้งภาคเอกชนด้วยกัน ภาคสหกรณ์ และภาครัฐมารวมกันได้หมด ยังสามารถนำอาจารย์ที่คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาได้ ถ้าเราไม่สู้ เราไม่ทำแล้วใครจะทำ แล้วถ้าทุกคนคิดเหมือนกันว่ายาก อย่าทำเลย หรือคิดว่ามันเสียเวลา แล้วเมื่อไหร่ประเทศจะพัฒนา เมื่อไหร่ราคายางจะดีขึ้น แล้วเราไม่เคยอยากจะเลิกทำ เพราะคิดว่าความยากต้องมีในทุกงานอยู่แล้ว

นอกจากยางยังมีอะไรที่อยากทำอีกบ้าง?

ก็มีต่อยอดส่วนของต้นกล้วย ที่เวลาเอากล้วยไปขายหรือส่งออกแล้ว ส่วนที่เป็นต้นกล้วยเราทิ้งเยอะมาก เลยคิดว่านอกจากจะทำเป็นแกงหรืออาหารสัตว์แล้วเราทำอะไรได้อีกบ้าง ก็ได้ไปคุยกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยทักษิณและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ช่วยทำวิจัย อาจารย์ก็บอกว่าตัวต้นกล้วยสามารถเอามาแปรรูปเพิ่มแวลู เช่น ทำเป็นปกสมุดโน้ตไดอารี ทำเป็นวอลเปเปอร์ แล้วเอายางพารามาโคทติ้งทับ

แล้วยางพารายังมีการต่อยอดอะไรอีกบ้าง?

มีคุยกับน้องที่อยู่ในกลุ่มวายอีซี หรือ Young Entrepreneurs” Chamber of Commerce (YEC) ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ในหอการค้า ที่จะมาช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาชุมชน น้องคนนี้ทำเกี่ยวกับสิ่งทอ ผ้าทอพื้นเมือง ก็ได้ติดต่อเข้ามาว่าสามารถเอายางมาทำเกี่ยวกับผ้าได้ไหม ตรงนี้ก็กำลังดูอยู่ว่าจะเอามาร่วมทำอะไรได้บ้างระหว่างยางกับผ้า ต่อไปก็อาจจะมีความร่วมมืออื่นๆ อีก

ส่วนตัวณัฐก็อยู่ในกลุ่มวายอีซีของหอการค้ากรุงเทพฯ และหอการค้าสงขลา ตอนนี้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่อยู่ในโครงการเยอะมาก เป็นการรวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า ซึ่งเสน่ห์ของกลุ่มคือสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายกันได้ เพราะวายอีซีมีอยู่ทุกจังหวัดและทุกประเทศ โดยร่วมมือผนึกกำลังกันเพื่อให้ภาคเศรษฐกิจโตขึ้น พร้อมกับทำภารกิจเพื่อสังคมด้วย เช่น โครงการปันกัน ภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์ ที่ผ่านมาก็มีเปิดรับบริจาคสิ่งของแล้วนำไปขายเพื่อนำเงินมาเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

มองการทำธุรกิจในปัจจุบันอย่างไร?

เมื่อก่อนเราอาจจะมองว่าโอกาสสำคัญที่สุด แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยง การมีความร่วมมือมีคอนเน็กชั่น ถ้าเราไม่มีเพื่อน เราไม่มีการทำงานร่วมกันก็อาจจะต่อยอดได้ยาก ตัวใครตัวมันเราโตไม่ได้หรอกค่ะ และที่สำคัญที่จะต้องไม่ลืมกลับมาตอบแทนสังคม

ทำไมการตอบแทนสังคมถึงเป็นเรื่องสำคัญ?

อาจจะเป็นเพราะเราโตมากับครอบครัวที่ปลูกฝังเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเติบโตมาจากครอบครัวที่ยากจน คุณแม่มาจากครอบครัวที่รับราชการทหาร เราเห็นสังคมในทุกระดับเลยมีความรู้สึกว่า ถ้าเราใส่โอกาสให้คนที่ยังขาดโอกาส หรือใส่ความรู้ให้กับคนที่ขาดความรู้ ทุกคนก็สามารถเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถขึ้นมาได้
ดังนั้นต้องกระจายโอกาสเข้าไป ซึ่งหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้เป็นของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว อย่าผลักภาระไปให้รัฐ เพราะประเทศชาติเป็นของเราทุกคน

ทำงานเยอะแล้วแบ่งเวลาพักผ่อนอย่างไร?

เวลาพักผ่อน คือเวลาออกกำลังกาย เช่น โยคะ ขี่ม้า พายเรือ ต่อยมวย ฯลฯ อย่างชกมวยเริ่มเรียนมาตั้งแต่สมัยมัธยม เพราะว่าชอบที่มันเป็นศิลปะการต่อสู้และอยากลองชกมวยอยู่แล้ว เราคิดว่าการเป็นผู้หญิงไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนอ่อนแอ เราเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งก็ได้ เราต่อสู้ได้ แต่ปัจจุบันนี้เรามองมวยอีกรูปแบบหนึ่งด้วย คือเป็นศิลปวัฒนธรรมที่สามารถทำให้ประเทศโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้

นอกจากชกมวยก็ยังทำงานเรื่องมวย คือเป็นที่ปรึกษานายกสมาคมมวยหญิง เร็วๆ นี้ก็จะมีการจัดไทยไฟต์ที่สงขลา เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดดีขึ้น จากเดิมสงขลาเคยเป็นเมืองหลวงทางเศรษฐกิจของภาคใต้ แต่อาจจะซบเซาลงเพราะราคายางตกต่ำ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนน้อยลง รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมาเลเซียตกต่ำเลยทำให้การจับจ่ายและการท่องเที่ยวของคนมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักลดลง เราก็เลยตั้งใจจะจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

มองกระแสสังคมที่อยากให้คนรุ่นใหม่เล่นการเมืองยังไง?

เห็นด้วยค่ะ คนรุ่นใหม่ก็จะมีมุมมองที่อาจจะเอาสิ่งใหม่มาพัฒนาประเทศได้ แต่ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าก็ยังจำเป็นอยู่มาก ที่ยังจะต้องเอามาผสมผสานร่วมกัน ไม่ใช่จะมีแต่สิ่งใหม่ มีแต่ประสบการณ์จากประเทศ หรือมีแต่เทคโนโลยี

เคยคิดอยากจะเล่นการเมืองไหม?

เป็นคำถามที่ทุกคนถามมาตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้ทุกคนก็ยังถามอยู่ (หัวเราะ) คือการจะเป็นนักการเมือง สำหรับตัวเราเองเป็นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้ แต่อยากทำอะไรให้สังคมให้ประเทศชาติมากกว่า แล้วมองว่าการที่เราทำอะไรตอบแทนสังคมไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองก็ได้

แล้วเราไม่อยากเป็นนักการเมือง ถ้าเราได้สิ่งนั้นมาด้วยการที่คนบอกว่า ณัฐกาญจน์ได้เป็นนักการเมืองเพราะเป็นลูก ถาวร เสนเนียม ถ้าจะเป็นนักการเมืองต้องเป็นด้วยตัวของตัวเอง ไม่ใช่เพราะเป็นลูกสาวนักการเมือง เลยเป็นทายาททางการเมือง เพราะการเป็นนักการเมืองไม่จำเป็นต้องมีทายาท

มองการเมืองไทยและนักการเมืองไทยอย่างไร?

การเมืองไม่ได้มีแต่ด้านลบ สิ่งที่เป็นด้านบวกก็มี ด้านเสียสละก็เยอะ ส่วนตัวมองการเมืองเป็นเรื่องของการเสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวมมากกว่า เพราะเห็นคุณพ่อทำงานมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืนเวลาส่วนตัวแทบไม่มี ตลอดทั้งวันที่ชาวบ้านมาขอพบ มาขอความช่วยเหลือ

คนทำงานตรงนี้อาจจะต้องทิ้งธุรกิจของครอบครัว ต้องทิ้งเวลาส่วนหนึ่งที่จะมีให้กับครอบครัวไปให้กับส่วนรวม ซึ่งเป็นความเสียสละ ใครที่ไม่อยู่ตรงนี้ไม่มีวันเข้าใจ

แล้วเชื่อไหมว่าทุกคนมักจะบอกว่า เป็นลูกนักการเมืองจะต้องรวยแน่เลย ต้องได้รับสิทธิพิเศษอะไรแน่นอน แต่ในชีวิตตั้งแต่เกิดจนโตจนเข้าทำงาน ก็ทำทุกอย่างเหมือนคนปกติทั่วไป เข้าเรียนก็เข้าตามระบบสอบเข้า แล้วก็ทำงานเหมือนคนธรรมดา ทำด้วยความพยายามของตัวเอง ทุกวันนี้ก็มีหนี้ ก็มีกู้เงินตามระบบเหมือนคนที่ทำธุรกิจทั่วไป

คิดว่าตอนนี้ประสบความสำเร็จหรือยัง?

ตอนนี้ยังค่ะ การประสบความสำเร็จ ถ้าเป็นความสำเร็จในเรื่องการเงิน คือ เมื่อเราสามารถเลี้ยงครอบครัว ทุกคนมีความสุข ให้ทุกคนอยู่แบบสบายไม่ต้องทำงานได้ และความสำเร็จในเรื่องการงาน เรื่องสังคม คือ เมื่อเรามีโอกาสได้เป็นผู้ให้

ซึ่งเป้าหมายของเราหลังจากนี้ก็คงจะทำงานเพื่อสังคมเรื่อยๆ คงจะไม่หยุด เพราะคิดว่ามันเป็นตัวเรา ตั้งแต่เด็กก็ทำอะไรเพื่อสังคม เราชอบที่จะมาในทางนี้ ชอบที่จะแบ่งปัน ชอบที่จะให้คนอื่นได้รับโอกาส ได้รับความรู้ ได้รับความยั่งยืน

สนค.หนุนการค้าเมืองคู่มิตร นำร่องมะม่วงแก้วขมิ้นเพิ่มมูลค่า เชื่อมการค้าไทย-กัมพูชา ด้านชายแดนจันทบุรี-ตราดกับเพื่อนบ้านพระตะบอง ไพลิน สร้างโมเดลให้ท้องถิ่นขับเคลื่อนในรูปแบบประชารัฐ ผลักดันโรงงานแปรรูปไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งออก คาดใน 4 ปี มูลค่าเพิ่มเป็น 30,501 ล้านบาท
ดร.ธนภัท แสงอรุณ นักวิชาการพาณิชย์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากเวที CLMV Forum เมื่อปี 2559 ภาคตะวันออก 2 ประกอบด้วย จ.จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว

ได้มีข้อตกลงในการพัฒนายุทธศาสตร์การค้าผลไม้ระหว่างกลุ่มจังหวัดของไทยกับ สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา ในโครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การค้าและประชารัฐเมืองคู่มิตรเพื่อธุรกิจสู่สากล (Strategic Partnership for Sister Cities) ทั้งนี้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกันและคัดเลือกมะม่วงแก้วขมิ้นเป็นผลไม้นำร่องในปี 2561 โดยพัฒนาตามแนวทางประชารัฐ คือ ท้องถิ่นเป็นผู้ขับเคลื่อน ภาครัฐช่วยสนับสนุนทั้งไทยและกัมพูชา คาดระยะ 4 ปีเพิ่มมูลค่าได้ จากประมาณ 23,462 ล้านบาท เป็น 30,501 ล้านบาท

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย และนักวิชาการหัวหน้าคณะวิจัย โครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การค้าและประชารัฐเมืองคู่มิตรเพื่อธุรกิจสู่สากล กล่าวว่า มะม่วงแก้วขมิ้นเป็นผลไม้ที่น่าจับตามอง เพราะเหมาะนำมาต่อยอดแปรรูปในไทยเพื่อส่งออก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยนำเข้าและแปรรูปผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศกว่า 10 ชนิด

โดยปี 2560 กัมพูชามีผลผลิตมะม่วงแก้วขมิ้น 1.3 ล้านตัน ส่งผลสดมาไทย 388,656 ตัน หรือ 30% และเวียดนาม 906,864 ตัน หรือ 70% โดยเวียดนามส่งไปจีน 362,746 ตัน และเกาหลี 90,686 ตัน ซึ่งไทยนำเข้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรี ประมาณ 90% โดย 70% เป็นผู้ประกอบการแปรรูปขนาดใหญ่ของ จ.จันทบุรี ราชบุรี และตราด และอีก 30% เป็นผู้ประกอบการรายย่อย

“ปี 2560 มูลค่าเพิ่มของห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรมมะม่วงแก้วขมิ้น 23,462 ล้านบาท แยกเป็น ต้นน้ำ 5,830 ล้านบาท กลางน้ำ 10,882 ล้านบาท และปลายน้ำ 6,750 ล้านบาท คาดว่าอีก 4 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่า 30,501 ล้านบาท แต่ต้องขยายตลาดเพิ่มขึ้น เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ตะวันออกกลาง สิงคโปร์ อเมริกา และยุโรป ที่ต้องการสินค้าออร์แกนิก มองว่าจันทบุรีจะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงได้” รศ.ดร.อัทธ์กล่าว

ด้านนายบุญเที่ยง พฤกษากิจ ผู้จัดการและเจ้าของบริษัท จันทบุรี ฟรุ๊ต โปรดักส์ จำกัด จ.จันทบุรี กล่าวว่า โรงงานแปรรูปใน จ.จันทบุรี มีประมาณ 10 แห่ง เป็นโรงงานขนาดใหญ่ 3-4 แห่ง ปัจจุบันไม่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบเพราะสามารถนำเข้าจากกัมพูชาได้อย่างสะดวก แต่ปัญหาสำคัญคือตลาด เพราะมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ที่ต้องแข่งขันกับเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ที่มีต้นทุนต่ำกว่า

“ผลไม้แปรรูปของไทยมีคุณภาพมากกว่า แต่ผู้ส่งออกดัมพ์ราคาแข่งขัน ทางออกจะต้องหาตลาดใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดพรีเมี่ยมที่รักษาสุขภาพและนิยมสินค้าออร์แกนิก ในส่วนของต้นน้ำไม่มีปัญหา เนื่องจากผลิตได้จำนวนมากและราคาอยู่ในระดับที่รับได้ โดยมีราคาสูงสุด 10-12 บาท/กก. ขณะที่ มี.ค.-เม.ย.อยู่ที่ 5-6 บาท/กก. ทำให้ต้นทุนไม่สูงนัก แต่สิ่งสำคัญควรพัฒนาและรักษาคุณภาพมากกว่ามาแข่งขันกันทางด้านราคา” นายบุญเที่ยงกล่าว

“สมคิด” ปลื้มข้าว-ปาล์มราคาดีสั่งยกชั้นสหกรณ์หวังเป็นกลไกเชื่อมเกษตร-ท่องเที่ยว ยกระดับชุมชนสร้างอำนาจต่อรองการเมือง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการเปิดประชุมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในการส่งเสริมพัฒนาความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ว่า 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยใช้การเมืองนำพาการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้การพัฒนาภาคเกษตรไทยล่าช้าและสูญเปล่า รัฐบาลจึงเริ่มเข้ามาดูแลภาคเกษตรอย่างจริงจัง ไม่ให้เกษตรกรทำเพียงคนเดียวอย่างจากกลไก แต่ขณะนี้หลายสินค้าเริ่มปรับตัวดีขึ้น อาทิ ราคาข้าว มีทิศทางที่ดีขึ้น ราคาปาล์มเพิ่มขึ้นแตะ 4 บาท/กิโลกรัม (กก.) แม้ราคายางพารายังต่ำแต่รัฐบาลจะพยายามไม่ให้ราคาต่ำกว่า 50 บาท/กก.

ทั้งนี้ การพัฒนาภาคเกษตรจากนี้ต่อไปจะใช้สหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกร เชื่อมภาคเกษตรเข้ากับภาคการท่องเที่ยว เพื่อเป็นกลไกร่วมพัฒนาชุมชน โดยใช้ข้อมูลรอบด้าน ทั้งเรื่องการผลิต การตลาด (บิ้กดาต้า) เป็นตัวชี้นำการเปลี่ยนแปลง หากสหกรณ์หรือกลุ่มสหกรณ์ไทยมีความเข้มแข็งจะเป็นตัวกลางในการลดต้นทุน สร้างอำนาจต่อรองให้เข้มแข็ง แต่การปฏิรูปหรือยกระดับภาคเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต้องเป็นแหล่งต้นทุนราคาถูก จึงให้ไปคิดว่าทำอย่างไรจะลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรให้ต่ำลงได้
“ไม่มีประเทศไหนทำการเกษตรเหมือนประเทศไทย ตัวอย่างเช่น การปลูกยาง ชาวสวนปลูกยางปริมาณมากทั่วประเทศ ทำให้ราคาตกต่ำ ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามประสานเอกชน พ่อค้า เพื่อช่วยกันพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่า 50 บาท/ กก. ซึ่งทั้งหมดคือผลพวงที่ทำการเกษตรแบบไม่สนใจตลาด แบบไม่มีข้อมูล ปลูกพืชเชิงเดียวตามวิถีชีวิตปกติของเกษตรกรไทย แต่จากนี้ไปเกษตรกรต้องทำการเกษตรโดยใช้ตลาดนำ เพื่อให้รู้ว่า ผลผลิตมีเท่าไหร่ ความต้องการมีเท่าไหร่”

นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายการตลาดนำการผลิตจะใช้กลไกของสหกรณ์ ขณะนี้มีปัญหาคือสหกรณ์ของไทยเจ๊งไปเกินครึ่ง เรื่องนี้เตรียมสั่งการไปยังกระทวงเกษตรฯให้ดำเนินการเตรียมสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เพื่อเป็นกลไกในการปฏิรูปภาคเกษตร เพื่อนำมาเสริมความเข้มแข็งชุมชน หากสหกรณ์ไม่เข้มแข็ง สถาบันเกษตรกรไม่มีพลัง พลังทางการเมืองจะเข้ามาแทรกแซงอย่างในอดีตที่นักการเมืองใช้ภาคเกษตรโดยใช้เกษตรกรเป็นฐานทางการเมือง แต่หากสหกรณ์เข้มแข็ง สถาบันเกษตรกรเข้มแข็งจะทำให้มีอำนาจต่อรอง ขณะเดียวกันเมื่อการเมืองหรือรัฐบาลไม่เข้มแข็งจะอยู่ไม่ได้ด้วยพลังของเกษตรกร

ทั้งนี้ ภาคเกษตรจะมีพลังได้ ผู้นำเกษตรกรต้องแข็งแรง เกษตรรุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาต้องรู้จักวิธีการสร้างสินค้าดี สร้างแบรนด์สินค้าแล้วนำไปขายผ่านอีคอมเมิร์ช สร้างพลังให้ขับเคลื่อนตลาด สามารถขายสินค้าเกษตรผ่านออนไลน์และผลักดันสินค้าเกษตรขายผ่านร้านสะดวกซื้อ และสามารถใช้อีคอมเมิร์ชกระจายสินค้าไปทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้ ซึ่งในปีนี้อินเตอร์เน็ตมีทั่วทุกจุดในประเทศ จะเชื่อมทุกแหล่งผลิตและตลาดเข้าด้วยกัน ดังนั้นการค้าขายสินค้าเกษตรผ่านออนไลน์ตะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในปีนี้

อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของชุมชน หน้าที่พัฒนาประเทศทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทุกคน ต้องสร้างความภูมิใจให้กับชุมชน ร่วมกันคิดพัฒนาในสิ่งเหล่านี้ จะต้องไม่ทำหรือพัฒนาภาคเกษตรแบบโดดเดี่ยวอีกต่อไป จากนี้สหกรณ์ เกษตรกรต้องมีกลไกโดยรัฐบาลจะผลักดันการท่องเที่ยวชุมชน และให้มีการพูดคุยหารือกับชุมชน วางแผนร่วมกันสร้างชุมชน สร้างตลาดประชารัฐ ทั้งประเทศนั้นคือนโยบายของรัฐบาล แม้รัฐบาลมีเงินที่จะทำแต่สำคัญว่าจะทำหรือไม่ซึ่งต้องดูว่าจะทำการเชื่อมภาคเกษตรกับการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ไม่ได้ปฏิรูปที่รัฐบาล แต่คือการปลุกคนให้ตื่นขึ้นมาเพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง

สำหรับเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ รัฐบาลจะมีงบประมาณสนับสนุนฐานรากคือพัฒนาภาคเกษตร โดยงบประมาณของเกษตรที่รัฐบาลจัดสรรให้ประมาณ 35,000 ล้านบาท มหาดไทย 20,000 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณกลางปี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไซโล ยุ้งฉาง เพราะภาคกลางของไทยมีปัญหายุ้งฉางไม่พอเพียงสำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต

“ไป่ตู้” เปิดข้อมูลชาวจีนเที่ยวตรุษจีน ไทยอันดับหนึ่ง เหตุอากาศกำลังดี รัฐบาลหนุนกระตุ้นท่องเที่ยว “ภูเก็ต” แชมป์เกาะที่อยากไปมากที่สุดในโลก ตามด้วยบาหลี-เกาะเจจู

นางสาวพัชรพร สิริทรัพย์วงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ไป่ตู้ ประเทศไทย บริษัท ไป่ตู้ แอคเซส ผู้ให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจและสื่อสารจีนครบวงจร กล่าวว่าธุรกิจท่องเที่ยวไทยยังคงมีแรงหนุนจากสถานการณ์ต่างๆ จากการสำรวจพบว่าชาวจีนให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยว พักผ่อน และจับจ่ายใช้สอยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศราว 349,000,000 คน ในจำนวนนี้ 59% เดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยปีนี้ประเทศที่ได้รับความนิยมจากที่สุด ได้แก่ ไทย ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ตามลำดับ

“ระหว่างวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงฤดูหนาวที่ประเทศจีนมีอุณหภูมิลดต่ำมาก ทำให้นิยมและเลือกเดินทางไปสถานที่อบอุ่น อากาศสดชื่น ปลอดโปร่ง ซึ่งปีนี้สภาพอากาศในไทยมีอุณหภูมิเหมาะสม ไม่ประสบสภาพอากาศแปรปรวนเช่นบางปีที่ผ่านมา รวมถึงรัฐบาลไทยจัดงานกระตุ้นท่องเที่ยวด้วย เหมาะแก่การพักผ่อนกับครอบครัวในช่วงเวลาเฉลิมฉลอง” นางสาวพัชรพร กล่าว และว่า ข้อมูลเชิงสถิติปี 2560 สถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวจีนนิยมสูงสุด ได้แก่ ทะเลและเกาะ พบว่า 3 อันดับเกาะที่เลือกเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดคือ เกาะภูเก็ต ตามด้วยเกาะบาหลี ของอินโดนีเซีย และเกาะเจจู ของเกาหลีใต้

“เหตุผลที่เลือกเกาะภูเก็ตเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นสถานท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวของต่างชาติ รวมทั้งชาวจีนโดยตลอด เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับด้านความสวยงามของโลก ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยวชมความงามและพักผ่อน โดยมีนักท่องเที่ยวมากมาย มีความสวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย การเดินทางสะดวก สามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นได้ง่าย มีของฝาก และของใช้ที่เหมาะสมต่อการซื้อเป็นของฝาก และสามารถสร้างความประทับใจต่อผู้มาเยือนได้ในทุกฤดูกาล” นางสาวพัชรพร กล่าวเสริม

นางสาวพัชรพร กล่าวว่า ดังนั้น ภาคผู้ประกอบการควรมองเห็นโอกาสนี้พัฒนาศักยภาพเพื่อทำให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ส่วนหนึ่งคือ สร้างโอกาสการสื่อสารให้เข้าถึงผู้บริโภค การใช้สื่อออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ ไป่ตู้ แอคเซส ได้จัดทำข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประเทศจีนเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์และลดอุปสรรคการเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนของผู้ประกอบการชาวไทย

นายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเมือง (ทม.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลประสบภาวะวิกฤตในการบำบัดขยะมูลฝอยวันละกว่า 30 ตัน และปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมนำเสนอรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อพิจารณานำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อจัดหาสถานที่บำบัดขยะแห่งใหม่ หลังจากที่ผ่านมาเทศบาลได้ทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชนเดือนละ 8 แสนบาท ใช้รถคอนเทนเนอร์พ่วงบรรทุกขยะไปบำบัดชั่วคราว ภายในศูนย์บำบัดขยะรวมภายในศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี แต่ปัจจุบันศูนย์บำบัดดังกล่าวมีปริมาณขยะจำนวนมากใกล้เต็มความจุ

“ล่าสุดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังก์พง อำเภอปราณบุรี ทำหนังสือแจ้งให้รถบรรทุกขยะของเทศบาลเมืองประจวบฯและเทศบาลหัวหินระงับการใช้เส้นทางผ่านพื้นที่ จนกว่าจะใช้รถบรรทุกขยะที่ปกคลุมปิดมิดชิด เพื่อป้องกันขยะร่วงหล่น รวมทั้งน้ำเสียจากขยะ จากเดิมใช้รถคอนเทนเนอร์บรรทุกขยะผ่านพื้นที่เขตชุมชน ทำให้มีประชาชนร้องเรียนปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขณะนี้เพื่อบรรเทาปัญหาเบื้องต้นได้เจรจากับบริษัทเอกชน เพื่อให้นำขยะไปบำบัดชั่วคราวที่โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะที่ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ทำให้เอกชนมีต้นทุนในการขนส่งที่สูงขึ้น แต่เทศบาลได้ขอความอนุเคราะห์เพื่อขอความช่วยเหลือ แม้ว่าบริษัทจะต้องขาดทุน เนื่องจากเดิมมีการทำสัญญาจ้างไว้ล่วงหน้าในราคาขนส่งเดือนละ 8 แสนบาท”

นายสุทธิพร กล่าวด้วยว่า ปัญหาจากการใช้งบประมาณในการบำบัดขยะค่อนข้างสูง ปีละมากกว่า 10 ล้านบาท ทำให้เทศบาลไม่เหลืองบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาด้านอื่น ขณะที่เดิมเทศบาลเมืองได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างศูนย์บำบัดขยะรวมขององค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอกุยบุรี และ อำเภอทับสะแก แต่หลายปีที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง หลังจากเทศบาลได้จัดซื้อที่ดินไว้ 98 ไร่ รวมทั้งพื้นที่ใน ตำบลบ่อนอก แต่ไม่สามารถทำโครงการบำบัดขยะขนาดใหญ่ได้ เพราะประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย

นับตั้งแต่ปี 2551 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จัดการสอนวิชาสหกรณ์ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดไผ่ดำ จังหวัดสิงห์บุรี โดยยึดตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อส่งเสริมความรู้การรวมกลุ่มในรูปแบบของสหกรณ์ให้กับสามเณร เพื่อฝึกทักษะในการทำงานร่วมกัน ประกอบด้วยหลายกิจกรรม ทั้งกิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ กิจกรรมออมทรัพย์ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเพื่อสร้างรายได้เป็นทุนการศึกษา และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสวัสดิการและสนับสนุนกิจกรรมของวัดและสามเณร

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กรมฯได้เข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสหกรณ์ให้กับสามเณรของโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไผ่ดำแล้ว ปัจจุบันได้เพิ่มโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ขึ้นภายในโรงเรียน โดยปรับปรุงพื้นที่ภายในวัด 11 ไร่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึก