แหล่งข่าวจากภาคอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า การที่ต่างประเทศ

โดยเฉพาะพวกหน่วยงานองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ จะบังคับให้ไทยต้องดำเนินการตาม แต่ขณะที่หลายประเทศไม่ได้ให้สิทธิแรงงานไทยที่เข้าไปทำงาน เป็นเรื่องที่ฝ่ายไทยต้องต่อสู้เรียกร้อง ไม่ใช่ไทยจะต้องปฏิบัติตามทุกอย่าง หากมีสหภาพแรงงานต่างด้าวขึ้นมาเป็นเรื่องที่หลายบริษัทที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากกว่าแรงงานคนไทยค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ในหลายมาตรา ยกตัวอย่างมาตรา 101 ให้สิทธิลูกจ้างต่างด้าวเป็นกรรมการสหภาพแรงงานได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของกรรมการทั้งหมด ถือเป็นเสียงข้างน้อย แต่คงไม่ได้ช่วยอะไร เพราะแรงงานส่วนใหญ่ในโรงงานเป็นแรงงานต่างด้าว ทำให้การควบคุมบริหารจัดการภายในโรงงานอาจเกิดปัญหาได้

สมมุติโรงงานมีพนักงาน 100 คน แบ่งเป็น แรงงานต่างด้าว 70 คน แรงงานคนไทย 30 คน หากให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานในโรงงานได้ โดยสหภาพจะมีคณะกรรมการจำนวน 10 คน สมมุติมีกรรมการคนไทย 7 คน ต่างด้าว 2 คน หากมีการลงคะแนนเสียง กรรมการคนไทยถือเป็นเสียงข้างมาก แต่ในทางปฏิบัติแรงงานต่างด้าว 2 เสียงนี้ถือเป็นตัวแทนของแรงงานต่างด้าวทั้งหมดในโรงงาน เพราะฉะนั้น เสียงจากการลงมติในคณะกรรมการสหภาพ อาจจะไม่สามารถแก้ไขหรือยุติข้อเรียกร้องต่าง ๆ ได้

“ในอดีตการมีสหภาพแรงงาน เพราะนายจ้างเอารัดเอาเปรียบลูกจ้าง แต่ปัจจุบันความจำเป็นต้องมีสหภาพอาจลดลงไปแล้ว เพราะมีช่องทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือลูกจ้างมากมาย โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐมีการออกกฎหมายหลายฉบับมาคุ้มครองลูกจ้าง มีหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมเข้ามาช่วยเหลือมากมาย หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น ความจำเป็นในการจัดตั้งสหภาพในปัจจุบันน่าจะลดบทบาทความสำคัญลงไป ทางกระทรวงแรงงานจึงไม่ควรหยิบประเด็นเรื่องนี้มาทำให้เป็นปัญหา”

ชง กกร. 7 ส.ค.นี้ ออกประกาศคุมเข้มพ่อค้าพืชไร่จดทะเบียนแจ้งปริมาณสถานที่จัดเก็บ หลังเกษตรกรร้องเรียนราคาผลผลิตตกต่ำ ด้านสมาคมพ่อค้าพืชไร่รับสนองมาตรการของภาครัฐ ขีดเส้น 3 เดือนหากราคาข้าวโพดไม่ปรับขึ้น รัฐควรทบทวนมาตรการใหม่

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งมีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธาน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เพื่อออกประกาศตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 กำหนดให้ผู้ค้า และผู้ประกอบการค้าพืชไร่ เช่น ลานมันลานเทปาล์มน้ำมัน และผู้รับซื้อข้าวโพด ให้แจ้งปริมาณ และสถานที่จัดเก็บเพื่อให้สามารถตรวจสอบติดตามดูแลผู้ที่อยู่ในระบบการซื้อขายตามบัญชีที่เกิดขึ้นได้

“ที่ผ่านมามีเกษตรกรร้องเรียนว่าไม่ได้รับราคาที่เหมาะสมตามที่ภาครัฐกำหนด เช่น คุมราค่าปลายทาง แต่เกษตรกรต้นทางขายได้ราคาต่ำ เกิดคำถามว่า แล้วกลางทางได้เท่าไร น่าจะดูแลกลางทางด้วย เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ดูแลเกษตรกร ต่อไปหากไม่แจ้งก็จะมีความผิดตามกฎหมายราคาสินค้าฯ” นางนันทวัลย์กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า กรณีที่มีการกำหนดราคาแนะนำที่รับซื้อแล้ว โรงงานอาหารสัตว์ไม่รับซื้อ โดยอ้างว่าเกษตรกรไม่มีเอกสารสิทธิ์เกี่ยวกับการใช้ที่ดินที่ถูกกฎหมาย ทำให้เกษตรกรกว่า 40-50% ไม่สามารถจำหน่ายข้าวโพดให้กับโรงงานอาหารสัตว์ได้นั้น นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลอยู่แล้ว โดยมีการแบ่งโซนพื้นที่ อาจจะมีการผ่อนปรนให้กับบางพื้นที่ หรือบางพื้นที่ที่เป็นต้นน้ำที่จะต้องดูแลรักษาผืนป่าต้นน้ำ

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมยินดีให้ความร่วมมือและจะประชาสัมพันธ์ให้พ่อค้ารายงานตามที่กรมการค้าภายในออกประกาศ เพื่อให้สามารถตรวจสอบการซื้อ-ขายสินค้ากับเกษตรกรได้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา มีพ่อค้าพืชไร่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมเชื่อมั่นว่าพ่อค้าพืชไร่จะไม่โกงเกษตรกรผู้ปลูก เพราะต้องอาศัยและพึ่งพากันและกันมาตลอด ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากผู้ซื้อคนสุดท้าย ทั้งที่เป็นผู้ใช้และผู้ส่งออกที่มีต่างชาติเป็นนอมินีเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อ ที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบด้วยการซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาถูกหลากชนิดและคุณภาพต่ำมาใช้แทนสินค้าข้าวโพด

อย่างไรก็ตาม หากเวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือนแล้วเกษตรกรยังเดือดร้อนจากปัญหาราคาตกต่ำ อยากขอให้หน่วยงานราชการพิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ไขตรงนี้ เพราะอาจเป็นการแก้ไม่ถูกจุด โดยสมาคมการค้าพืชไร่ ขอเสนอให้กระทรวงพาณิชย์นำมันเส้นบรรจุไว้ในรายการที่โรงงานอาหารสัตว์ต้องซื้อ 3 ส่วน ให้สิทธินำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน แบบเดียวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเสนอให้ควบคุม DDGs เหมือนข้าวสาลี

แนวโน้มสถานการณ์การตลาดในช่วงนี้ได้รับแรงกดดันจากการตรวจสอบข้าวโพดตามชายแดน และการนำเข้าข้าวสาลี ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวไปตามสภาวะ ปริมาณที่ออกสู่ตลาด ในเดือนสิงหาคมคงจะออกสู่ตลาด 170,000-180,000 ตัน เช่น จังหวัดน่าน พะเยา และแพร่ ส่วนข้าวโพดนำเข้าจากกัมพูชาคงจะลดลงเหลือไม่เกิน 200,000 ตัน เพราะแรงกดดันราชการที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด

รายงานข่าวระบุว่า มีการนำเข้าข้าวสาลีมาเพิ่มในวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 60,000 ตัน และวันที่ 5 สิงหาคม 2560 อีก 50,000 ตัน รวม 110,000 ตัน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง อนึ่ง พายุโซนร้อน “โนรู” (NORU) บริเวณตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่นในวันนี้ (7 ส.ค. 60) สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก และกำแพงเพชร

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด นครราชสีมา สุรินทร์

ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นเซินกาที่ทำให้ฝนตกชุกในหลายพื้นที่ของภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล แม่น้ำชี และลำน้ำสาขาเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง และเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในหลายจังหวัด

ซึ่งปัจจุบันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ต้นน้ำเริ่มลดลง จังหวัดที่อยู่กลางน้ำยังต้องประสบปัญหาและจังหวัดปลายน้ำก็เริ่มเกิดอุทกภัยขึ้นแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดจุดรวมของน้ำจากแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมชลประทานหาวิธีการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้น้อยที่สุด กรมชลประทานจึงเตรียมแผนการจัดจราจรน้ำในแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดอุบลราชธานี

โดยในแผนดำเนินการจะเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำชี ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงโดยเร็ว โดยการเปิดบานระบายน้ำของเขื่อนระบายน้ำในลำน้ำชีทุกแห่ง และใช้เครื่องผลักดันน้ำช่วยเร่งการไหล และจะทำการชะลอน้ำจากแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำจากทั้ง 2 แม่น้ำไหลไปรวมกันในเวลาเดียวกันที่จังหวัดอุบลราชธานี จะช่วยบรรเทาอุทกภัยไม่ให้รุนแรงขึ้น”

สำหรับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ได้ดำเนินการลดบานเขื่อนราษีไศลลง เพื่อชะลอน้ำในลำน้ำมูลไว้เหนือเขื่อนในวันที่ 7 สิงหาคม และจะทำการควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำมูลด้านเหนือเขื่อนไม่ให้เกินระดับ +119.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นระดับน้ำที่ยังไม่เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนราษีไศล โดยกรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทราบแล้ว

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิด เผยว่า หลังจากการหารือกับนายอมิตาบ คานท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากสถาบันปฏิรูปประเทศอินเดีย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยว

สำหรับแนวทางส่งเสริมตลาดใหม่ในอินเดีย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังพื้นที่ตอนใต้ มากขึ้น อาศัยการเติบโตจากการที่สายการบินโลว์คอสต์ เช่น ไทยแอร์เอเชีย กำลังขยายเส้นทางเพิ่มมากขึ้น เปิดเส้นทางใหม่ไปยังเมือง ติรุจิรัปปัลลิ 4 เที่ยวบิน ต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยขจัดอุปสรรคเรื่องไม่มีเที่ยวบินตรง

“อินเดียเป็นตลาดที่ต้องจับตามองในฐานะที่จะขยายตัวได้สูงและรวดเร็วตามรอยตลาดจีน ซึ่งครองส่วนแบ่งราว 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด จากปีที่ผ่านมาอินเดียมาเที่ยวไทยกว่า 1.2 ล้านคน และนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการขยายตัวกว่า 16% แล้ว” นางกอบกาญจน์ กล่าวและว่า หากสามารถรักษาการเติบโตดังกล่าวหรือกระตุ้นตลาดให้เพิ่มมากขึ้นได้แล้ว คาดว่าจะมีจำนวนนัก ท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 2 ล้านคนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี

สตูล – นายถาวรศักดิ์ รัตนชูศรี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล เผยว่า ตัวแทนกลุ่มสหกรณ์เกษตรกรสวนลำไยจากจังหวัดพะเยา นำลำไยสด เกรด AA มากระจายสินค้าในจังหวัดสตูล ซึ่งสืบเนื่องจากเกษตรกร ผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ ประสบปัญหาเรื่องราคาที่ตกต่ำ ต้องระบายออกสู่ตลาดให้มาก ล็อตแรกจะมีการระบายอยู่ที่ 2.5 ตัน โดยนำลำไยกล่องละ 10 กิโลกรัม ราคา 300 บาท ที่ผ่านมาช่วยเหลือเกษตรกรลิ้นจี่ ในลักษณะเดียวกัน

การบริโภคผลไม้ในจังหวัดสตูลนั้นไม่น่าวิตกกังวล ผลไม้ชนิดต่างๆ เงาะ, ทุเรียน หรือจำปาดะ ผลผลิตแทบไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในจังหวัด

พะเยา – นายโกวิท ไชยเมือง นายกสมาคมพ่อค้าอำเภอเชียงคำ และที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดพะเยา กล่าวว่า หากวิเคราะห์ในมุมของเศรษฐศาสตร์ สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เม็ดเงินลดลงและหายออกไปจากระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ 2560 ที่ผ่านมา เมื่อเม็ดเงินไม่ไหลเข้าสู่ระบบขณะที่ผู้คนต้องกิน ต้องใช้ เงินที่ใช้ไปไม่งอกเงยหรือให้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น นักลงทุนหรือผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ต้องรัดเข็มขัด ประหยัดรายจ่าย ใช้เงินให้น้อยลง เพราะไม่มีความชัดเจนว่าเม็ดเงินจะวนกลับเข้ามาหาตนเองเมื่อใด สำหรับผู้ที่พอจะมีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน ก็มีแนวคิดแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

รูปแบบการขายที่ดินมีทั้งปิดประกาศขายที่บริเวณหน้าแปลงที่ดินของเจ้าของที่ดิน ทั้งสวนยางพารา สวนลำไย จำนวนเนื้อของที่ดินพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หรือการส่งรายละเอียดเข้ามาประกาศขายทางออนไลน์ในเฟซบุ๊ก พบว่าโดยเฉลี่ยหนึ่งสัปดาห์จะมีคนเข้ามาแจ้งประกาศขายที่ดิน หรือ บ้านพร้อมที่ดิน หรือสวน จำนวน 4-5 ราย ซึ่งขณะนี้ราคาที่ดินในพื้นที่ อำเภอเชียงคำ เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิประเภทโฉนดจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ไร่ละ 200,000 บาท ไปจนถึงไร่ละ 4 ล้านบาท ที่ดินติดเส้นทางหลวงแผ่นดิน

“ส่วนใหญ่เหตุผลการขายที่ดิน ร้อยละ 80-90 มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เจ้าของที่ดินมีภาระค่าใช้จ่ายหรือการลงทุนที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ จึงจำเป็นจะต้องขายที่ดินแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เพื่อนำไปปิดหนี้ หรือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้วยทุนทางเศรษฐกิจที่ตนเองมีอยู่ กรณีการประกาศขายที่ดินดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งเร้าด้านเศรษฐกิจที่ต้องติดตามต่อไป เนื่องจากว่าหากขายที่ดินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อย้ายที่อยู่ ในด้านเศรษฐศาสตร์มองว่าเป็นการอพยพหรือย้ายถิ่นฐานถาวร ดังนั้นจะมีผลในอนาคตหรือไม่กับผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป”

กรุงเทพมหานครเดินหน้าเจรจาชุมชนรุกล้ำ ‘คลองลาดพร้าว’ เผยยินยอม 2,883 หลังคาเรือน ย้ายแล้ว 534 หลัง เร่งรัดส่วนที่เหลือก่อนลงเสาเข็มโครงการเต็มพื้นที่

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังนำคณะลงพื้นที่ติดตามการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำริมคลองลาดพร้าว บริเวณชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง ว่า ในการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว มีบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองทั้งหมด 6,541 หลังคาเรือน อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อน 3,720 หลังคาเรือน กทม.โดย 8 สำนักงานเขตพื้นที่ได้ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ ลงพื้นที่เจรจาทำความเข้าใจกับประชาชน มี 2,883 หลังคาเรือน ยินยอมที่จะรื้อย้ายโดยเข้าร่วมโครงการกับ กทม. ในจำนวนนี้ได้รื้อย้ายไปแล้ว 534 หลังคาเรือน อยู่ระหว่างรื้อย้ายอีก 2,349 หลังคาเรือน

“เฉพาะในพื้นที่เขตห้วยขวางมีบ้านที่รุกล้ำในแนวก่อสร้างเขื่อน 1,542 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้อยู่ในแนวที่ต้องทำเขื่อน 1,042 หลังคาเรือน ประชาชนยินยอมเข้าร่วมโครงการ 932 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้ เป็นชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ 79 หลังคาเรือน และ 30 หลังแรกจะรื้อย้ายภายในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อให้ กทม.เข้าพื้นที่ตอกเสาเข็ม ส่วนที่เหลืออีก 49 หลังคาเรือน ประชาชนรับปากว่าจะรื้อย้ายออกให้เร็วที่สุด” นายจักกพันธุ์ กล่าวและว่า ในภาพรวมการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวความยาวทั้งสิ้น 45,184 เมตร (ม.) ขณะนี้สามารถตอกเสาเข็มได้ 9,216 ม. เสาเข็มที่ตอก 12,005 ต้น

ขณะเดียวกัน ได้มีการทำแผงกันดินความยาว 4,475 ม. ทำคานและทางเดิน 1,983 ม. และทำราวกันตก 219 ม. ทันทีที่ กทม.สามารถเข้าพื้นที่ได้จะเริ่มตอกเข็ม จากนั้นจะก่อสร้างแผงกันดิน ทำคานและทางเดิน และทำราวกันตก ทั้งนี้ กทม.วางแผนตอกเสาเข็มให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของชุมชนที่ยังไม่รื้อย้ายออกจากพื้นที่ สำนักงานเขตพื้นที่จะพยายามเข้าไปเจรจาพูดคุยกับประชาชนให้เข้าใจถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับในการก่อสร้างเขื่อนต่อไป เพราะการก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวของรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อการป้องกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียเท่านั้น แต่ต้องการให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวได้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเอง ไม่ต้องรุกล้ำคลองสาธารณะ เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายทศพล ทังสุบุตร icid2018.org อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Riceberry” ในต่างประเทศ โดยบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นเรื่องไปยัง EUIPO (European Union Intellectual Property Office) เพื่อขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในการส่งออกข้าวดังกล่าวไปตลาดยุโรปกว่า 28 ประเทศ ส่งผลกระทบต่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าในไทย เป็นผู้คิดค้นพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมถึงเกษตรกรไทยอีกเป็นจำนวนมากนั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า พันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry) คิดค้นโดย รศ.ดร. อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช กับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า “ไรซ์เบอร์รี่” และ “Riceberry” ให้กับศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้ว 4 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 821133 821134 821135 และ 821136 มาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2554 ในจำพวก 30 รายการสินค้าข้าว ส่งผลให้ผู้อื่นไม่สามารถนำคำว่า “ไรซ์เบอร์รี่ Riceberry” มาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยได้อีก เนื่องจากขัดต่อมาตรา 7 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ เพราะเป็นคำที่บรรยายถึงลักษณะของสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับพันธุ์ข้าว และขัดต่อมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน เพราะเหมือนคล้ายกับคำขอที่จดทะเบียนไว้แล้วโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

“กรณีที่เกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากมีผู้ซึ่งไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าในไทย นำชื่อ “ไรซ์เบอร์รี่ Riceberry” ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ แนวทางที่สามารถดำเนินการได้ คือ เมื่อมีการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เจ้าของเครื่องหมายการค้าในไทยหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถใช้สิทธิคัดค้านการจดทะเบียนได้ และหากเครื่องหมายการค้านั้นได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศแล้ว เจ้าของเครื่องหมายการค้าในไทยหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถร้องเพิกถอนการจดทะเบียนได้เช่นกัน” นายทศพล กล่าว

นายทศพล กล่าวว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ในต่างประเทศ ควรจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายรับรอง การจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองต้องยื่นข้อบังคับประกอบคำขอจดทะเบียน กรมยืนยันว่า คนไทยยังสามารถส่งข้าวไรซ์เบอร์รี่สายพันธุ์ไทยไปขายในต่างประเทศได้ เพียงแต่อย่าส่งไปขายภายใต้เครื่องหมายการค้าที่ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนไว้แล้ว

คอลัมน์ตามรอยฟ้า

ถึงวันนี้ “สามพรานโมเดล” นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกลายเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ เพราะนับจากการที่มูลนิธิสังคมสุขใจ มุ่งหวังให้เกษตรกรเข้าใจความหมายของคำว่า “พึ่งพาตนเอง” และปลุกความเชื่อมั่นในวิถีอินทรีย์ จนสามารถทำให้เกษตรกรอยู่อย่างพอเพียง จึงทำให้ตลาดสุขใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้รับรางวัล Asia Responsible Entrepreneurship Awards (AREA Awards) ในด้าน SMEs CSR ประจำปี 2555 จาก Enterprise Asia ที่มอบให้กับบริษัท หรือองค์กรในภูมิภาคเอเชีย ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จนก่อประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคม

“อรุษ นวราช” กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ และเลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ กล่าวว่า โครงการสามพรานโมเดลเกิดขึ้นในปี 2553 ซึ่งขับเคลื่อนโดยมูลนิธิสังคมสุขใจ ด้วยทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยใช้ห่วงโซ่คุณค่าเกษตรอินทรีย์มาเป็นแกนขับเคลื่อนโครงการ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการประกอบอาชีพของเกษตรกรใน จ.นครปฐม จนส่งผลดีไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ เพราะ จ.นครปฐม ถือเป็นแหล่งปลูกผักผลไม้ขนาดใหญ่ของประเทศ