โครงการดังกล่าวเป็น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชนประชาชน

ในการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อยไปสู่มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่อง การลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ตลอดจนยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีโรงเรือนปิดมิดชิดด้วยตาข่าย

ป้องกันสัตว์พาหะนำโรค แยกสัตว์ปีกที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่อย่างชัดเจน และให้คำแนะนำในเรื่องการผลิตอาหารสัตว์ โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่นและสมุนไพรที่ใช้รักษาสัตว์ อีกทั้งได้มีการลดปริมาณสัตว์ปีกที่ไม่มีความปลอดภัยทางชีวภาพในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด วัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว เพื่อป้องกันและ ลดความเสี่ยงต่อโรคระบาดในสัตว์ปีก ตลอดจนการเพิ่มผลผลิตจากการเลี้ยงสัตว์ปีกพื้นเมือง และยังช่วยให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจในการเลี้ยงการจัดการที่ถูกต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ ตลอดจนเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรในระดับ Modern trade ต่อไป

ท้ายนี้กรมปศุสัตว์ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกให้หมั่นดูแลสุขภาพสัตว์ปีกของตน เนื่องจากปัจจุบันเป็นช่วงมีอากาศแปรปรวน ควรจัดให้มีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับสัตว์ปีกนอนในตอนกลางคืน ที่สามารถป้องกันพาหะนำโรคระบาดสัตว์ได้ ทั้งยังง่ายต่อการดูแลสุขภาพสัตว์ปีก ทั้งนี้เกษตรกรสามารถขอคำแนะนำและสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน ในวันและเวลาราชการ

“ขอความร่วมมือหากพบเห็นสัตว์ปีกป่วยตายอย่างผิดปกติ โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ สามารถแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในพื้นที่ของท่านหรือ สายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร 0-9630-11946 ตลอด 24 ชั่วโมง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

13 ตุลาคม 2560 ครบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ความอาลัยยังคงมีอยู่ทั่วทุกแห่ง น้ำตานองไปทั่วทั้งแผ่นดิน ภาพแห่งความทรงจำร่วมกันของคนไทยหวนระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสะพายกล้อง ทรงพระดำเนินไปยังผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อเสด็จฯไปเยี่ยมเยียนพสกนิกรทุกแห่งหนไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

หยดน้ำตาคนไทยในวันนี้เทียบไม่ได้กับหยาดเหงื่อพระราชาที่ทรงงานหนัก เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยให้อยู่ดีกินดี และทรงสร้างหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อให้คนไทยได้เพียงพอใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าและสร้างความสุขจากสิ่งที่มี

รอยเบื้องพระยุคลบาทประทับอยู่ในทุกหนแห่ง ตั้งแต่เหนือจดใต้ ยังเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ประทับอยู่ในใจไทยทั่วหล้า

เพื่อรำลึกวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ครบ 1 ปี บรรดาสื่อทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ดิจิทัล และสื่อสิ่งพิมพ์ ทุกค่ายต่างร่วมกันถวายความจงรักภักดีด้วยการเทิดพระเกียรติพระองค์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ต่างพากันทำหนังสือฉบับพิเศษเพื่อแจกจ่ายประชาชนอย่างทั่วถึงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เช่นเดียวกับบริษัทในเครือมติชน นอกจากทำหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษแทรกในหนังสือพิมพ์รายวันอย่าง มติชน ข่าวสด และรายสามวัน อย่างหนังสือพิมพ์ประชาชาติฯ ทุกกองบรรณาธิการต่างทำหนังสือฉบับพิเศษเพื่อนำเสนอเนื้อหาเพื่อแสดงความอาลัยถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ทรงทำมาตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ครองราชย์ ยังประโยชน์สุขมาให้ประชาชนตราบจนทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมเพื่อระลึกพระราชพิธีงานพระบรมศพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัชกาลที่ 9 โดยสํานักพิมพ์มติชนเปิดจองหนังสือที่จัดพิมพ์พิเศษ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เล่มพิเศษ “สู่ฟ้าเสวยสวรรค์” จัดพิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม นำเสนอศิลปะในงานพระเมรุมาศ สถาปัตยกรรมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในส่วนของพระเมรุมาศนับเป็นที่รวมงานช่างต่าง ๆ ที่มารังสรรค์ให้พระเมรุมาศมีความงดงาม ประกอบด้วย งานสถาปัตยกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรม และประณีตศิลป์ รวมถึงความหมายที่มาของสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของงานช่าง เพื่อให้ชาวไทยทราบถึงความหมาย คติต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังพระเมรุมาศ และพร้อมใจถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

ตามมาด้วยเล่มที่ทรงคุณค่าของพระราชพิธีและทำเนียมปฏิบัติแบบโบราณ กับหนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” โดย ดร.นนทพร อยู่มั่งมี (ปกแจ็กเกตลายเส้นปั๊มทอง) ภายในเล่มนี้บรรจุเนื้อหา อาทิ การสรงน้ำพระบรมศพและพระศพ, สุกำศพ, พระโกศ, การไว้ทุกข์, สดัปกรณ์, นางร้องไห้, ริ้วกระบวนแห่, การบรรเลงดนตรีไทย การประโคม ย่ำยาม และการมหรสพ, ของที่ระลึกในงานพระบรมศพและพระศพ, พระเมรุมาศ พระเมรุ, เผาพระบุพโพ, ลักพระศพ-ลักศพ, ธรรมเนียมการพระศพในยามวิกาล, ถวายพระเพลิง และเปิดเพลิง ฯลฯ

“ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” เป็นอีกหนึ่งเล่มที่รวมรวบพระราชพิธีไว้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์เล่มหนึ่ง ที่อ่านง่ายและเข้าใจง่าย

หนังสือ “งานพระเมรุ ศิลปสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่อง” โดยมี ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ เป็นบรรณาธิการ หนังสือที่รวมบทความจากนักวิชาการ, นักประวัติศาสตร์ 14 คน ว่าด้วยเรื่อง “งานพระเมรุ” พิธีกรรมสำหรับส่งผู้วายชนม์ไปสู่ภพภูมิใหม่ ซึ่งคติความเชื่อดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นแค่วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น หากแต่พบอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งอุษาคเนย์ หนังสือเล่มนี้รวบรวมคติความเชื่อ รูปแบบสถาปัตยกรรม และพระราชพิธีต่าง ๆ นับแต่สุวรรณภูมิกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

อีกเล่มที่แนะนำเรื่อง “ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต” เขียนโดย รศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ที่รวบรวมเนื้อหาเมื่อคราวสวรรคตของกษัตริย์ ราชินี หรือเจ้านายชั้นสูง ซึ่งมักจะมีเอกสารชั้นต้นพรรณนาถึงพระอาการเบื้องต้น ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ทางการแพทย์มาวินิจฉัยพระอาการ จนนำไปสู่การไขปริศนาว่าเกิดจากพระโรค ปลงพระชนม์ หรือแม้กระทั่งยาพิษ โดยยกกรณีสวรรคตของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาบางพระองค์ และสมัยยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-7

และเล่มสุดท้ายเป็นของนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนตุลาคม 2560 น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 (ปกแจ็กเกตปั๊มทอง) เป็นการรวมเนื้อหา “ธรรมเนียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพสมัยกรุงรัตนโกสินทร์, มหรสพในงานพระเมรุสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดย ดร.นนทพร อยู่มั่งมี รวมถึง “กำสรวลทั้งแผ่นดิน งานพระบรมศพเอกกษัตริย์ พระราชินี และเจ้าประเทศราช” โดย ไกรฤกษ์ นานา

นอกจากนี้ยังมีเนื้อหา “งานพระเมรุ (มาศ) : ศึกษาจากวรรณคดีและภาพวาด” โดย ศ.ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร และ “ข้อวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพงานพระเมรุสมเด็จพระเทพราชาที่ค้นพบใหม่” โดย ผศ.พิชญา สุ่มจินดา

รับรองว่าแต่ละเล่มล้วนบรรจุเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงภาพที่ทรงคุณค่า เหมาะกับเป็นหนังสือที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ในห้วงที่คนไทยพร้อมใจกันแสดงความอาลัยทั่วหล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

บำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปี

สำหรับพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี สวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางสำนักพระราชวังได้เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13-14 ต.ค. 2560 มีใจความดังนี้

เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบรอบ 1 ปี ในวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล มีกำหนดการ ดังนี้

วันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง

เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ และสวดคาถาพิเศษ “ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา” จบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง

เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่งจบ พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถาแล้วทรงประเคนเครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

วันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง

เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน ถวายพรพระจบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้นถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวดมาติกา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สวดมนต์คาถาพิเศษพร้อมเพรียง

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปีวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เวลา 07.00 น. และหากหน่วยงานใดต้องการจัดกิจกรรม ขอให้ยึดแนวทางที่รัฐบาลปฏิบัติในรูปแบบและช่วงเวลาเดียวกัน

เวลา 17.00 น. โดยกระทรวงมหาดไทยจะแจ้งให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันสวดมนต์ในเวลาเดียวกัน และสามารถดาวน์โหลดบทสวดมนต์พระพุทธมนต์และสวดคาถาพิเศษ “ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

สำนักข่าว เอบีซี นิวส์ รายงานว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 9-11 ต.ค. “พายุดีเปรสชั่น” โหมกระหน่ำพัดเข้าฝั่งของเวียดนาม เป็นเหตุให้เกิดฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่รายงานว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 54 ราย และสูญหายไปมากกว่า 34 คน

ขณะที่ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสุกรแห่งหนึ่ง ใน จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ล้มตายเพราะน้ำท่วมกว่า 4,000 ตัว กลายเป็นภาพอนาจใจของผู้ที่พบเห็นอย่างมาก น้ำพัดโหมเข้ามาอย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตเหล่าสุกรได้เพียง 100 ตัวเท่านั้น รายงานระบุว่า คอกเลี้ยงสุกรเป็นแบบปิดฝาผนังทึบไม่มีทางออก ทำให้น้ำที่เข้ามาไม่สามารถระบายได้ทันเวลา
ทั้งนี้ นายเหวียน ซวน เกื่อง (Nguyen Xuan Cuong) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร กล่าวว่า ดีเปรสชั่นลูกล่าสุดสร้างความเสียหายแก่ประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคกลาง นอกจากนี้ ยังเอ่อท่วมท้นพื้นที่การเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งนาข้าวและสวนผลไม้ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย คาดว่าหลังจากที่พายุสงบ รัฐบาลจำเป็นต้องประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน พร้อมวางแผนที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรบางส่วนจากต่างประเทศ

ขอนแก่น – นางสาวทัศนันท์ ปิยะอักษรศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและการตลาด บริษท สแกนเนีย สยาม จำกัด เผยว่า จัดกิจกรรมการแข่งขัน สแกนเนีย ไดร์เวอร์ คอมเพททิชั่น ไทยแลนด์ 2017 ได้รับความร่วมมือในการจัดการแข่งขันจากกรมการขนส่งทางบก สถาบันยานยนต์ กองทุนง่วงอย่าขับ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด และโรงเรียนสอนขับรถไอดี ไดร์ฟเวอร์

การแข่งขันนี้ทดสอบทักษะการควบคุมประเภทรถบรรทุก 20 นาย และประเภทรถโดยสาร 20 นาย เพื่อค้นหานักขับรถบรรทุกและนักขับรถบัสโดยสาร ที่มีความสามารถและศักยภาพ และพร้อมด้วยคุณสมบัติของการขับรถที่ดีสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทาย และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักขับคนกล้า คือกล้าที่จะเป็นนักขับที่ดี กล้าที่จะเป็นมุมมองที่ดี กล้าที่จะทำความดี และกล้าที่จะส่งต่อความดีให้ผู้อื่น ซึ่งมีหลักเกณฑ์ 1. ขับขี่เชิงป้องกัน 2. ขับขี่เชิงทักษะการบังคับ (ทางชัน) 3. แข่งขันทักษะการรับมือเหตุฉุกเฉิน 4. ขับขี่ประหยัดน้ำมัน 5. ตรวจเช็ก และ 6. ขับขี่เชิงทักษะการบังคับรถ (ทางลาด)

อุบัติเหตุในหลายๆ ครั้ง มักจะเกิดขึ้นกับรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถบัสรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ บริษัทจึงได้เห็นถึงความสำคัญและต้องสร้างทัศนคติที่ดีให้กับผู้ทำงานในสายอาชีพคนขับรถบรรทุกและรถบัสรับส่งโดยสาร ตระหนักและมีการรู้จักระมัดระวังขณะขับรถ รู้จักมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน รู้หน้าที่ป้องกันความปลอดภัย ในระดับเกณฑ์มาตรฐาน

รวมถึงรู้จักในการแก้ไขปัญหาเฉพาะในระหว่างที่กำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพื่อที่จะให้กล้าตัดสินใจเลือกทางที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อผู้เข้าแข่งขันมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะได้รับความรู้และทักษะในการขับรถได้อย่างถูกต้องและได้ประโยชน์อย่างสูงสุด

จันทบุรี – นายธนพล กิจกาญจน์ นายก อบจ.จันทบุรี psyguy.com เผยว่างานประเพณีถือศีลกินเจของจังหวัด ให้ความสำคัญกับการกินเจเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรก้าวหน้าประกอบกับการทำเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว การทำเกษตรกรรมมีทั้งสัตว์แมลงศัตรูพืชและโรคต่างๆ ต้องใช้สารเคมีในการป้องกันรักษาโรคพืช ผักที่ใช้ประกอบอาหารเจมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีได้ง่าย เป็นปัญหาสำคัญหนึ่งในการประกอบอาหารเจ

งานประเพณีถือศีลกินเจเริ่มวันที่ 19-28 ต.ค. มีโรงเจบ้วนเฮงเจตั้ว กับ โรงเจ เม่งหงีเจตั้ว 2 โรงเจใหญ่ ให้ความสำคัญของปัญหาดังกล่าวเรื่อยมา ส่งเสริมรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามไว้ จึงได้ใช้พืชผักปลอดสารพิษปรุงอาหาร ส่งเสริมสุขภาพอนามัยของผู้ที่เข้ามารับประทานอาหารเจ ฟรี วันละ 3 มื้อ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูก ประชาชนหันมาบริโภคพืชผักปลอดสารพิษให้เพิ่มมากขึ้น สมกับเป็นเมืองเกษตรสีเขียว

น.ส.พิณสุดา สิริธรังศรี ผู้จัดการโครงการการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายการมีส่วนร่วมสู่โรงเรียนสุขภาวะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า การดำเนินงานของโครงการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา และพัฒนาผู้เรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา ส่งเสริมให้เกิดการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สุขภาวะที่บูรณาการระหว่างโรงเรียน บ้าน สถาบันศาสนา และชุมชน 15 เครือข่าย 114 โรงเรียน ใน จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ซึ่งประเด็นที่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนของพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และแนวทางการพัฒนาร่วมกันใน 5 เรื่องหลัก คือ 1.อาหาร โภชนาการ 2.ตระหนักเรื่องเหล้า บุหรี่ 3.สุขภาวะทางเพศ 4.คุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ การเรียนรู้ศาสนาที่จะส่งผลให้เด็กเป็นคนดี และ 5.ความเชื่อมโยงสู่คุณภาพการศึกษา สุดท้ายเด็กต้องมีร่างกายที่ดี สุขภาพอนามัยที่ดี มีจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่ดี

นายประเสริฐ แก้วเพ็ชร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการใช้การทำงานแบบเครือข่าย เนื่องจากบริบทของโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบปัญหาที่ความแตกต่างกัน จนเกิดการรวมตัวของโรงเรียนที่มีปัญหาเหมือน หรือใกล้เคียงกัน เพราะบางปัญหาไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวคนเดียว ดังนั้น เมื่อส่งเสริมการทำงานเป็นเครือข่ายโรงเรียน โดยใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง จึงก่อให้เกิดประโยชน์ในการร่วมกันพัฒนา ถือเป็นการสร้างกลไกในการรวมพลัง โดยสิ่งที่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่าย ต้องการพัฒนามากที่สุดคือ การให้ลูกเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ อ่านออก เขียนได้ มีพฤติกรรมดี ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน รวมทั้ง เรียกร้องเรื่องการสอนศาสนาในโรงเรียน เพราะต้องการให้ลูกอยู่ในหลักของศาสนาอิสลามด้วย

น.ส.นินูรไอนี หะยีนิเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะเยาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการในเครือข่ายลูโบ๊ะเยาะ โดยข้อดีของการทำงานเป็นเครือข่ายคือ การร่วมกันแชร์ประสบการณ์ แต่ละโรงเรียนจะมีจุดเด่นที่มาทำงานร่วมกัน ได้เห็นปัญหาบางอย่างที่เป็นจุดต่าง ก็ประสานการทำงานร่วมกันได้ อีกทั้ง ยังได้ความยั่งยืน และความร่วมมือเพิ่ม โดย 3 ปีที่เข้าร่วมประสบความสำเร็จมากในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ทั้งนี้ อยากให้ส่วนกลางเป็นกระบอกเสียง ในสภาวการณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยจุดที่ควรพัฒนามากที่สุดในขณะนี้คือ เด็กมีปัญหาเรื่องภาวะทุพโภชนาการ ขาดสารอาหาร

วันที่ 13 ตุลาคม 2560 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองในจังหวัดพะเยา ว่า ภาพรวมโครงสร้างทั้งหมดถือว่าเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้ว ร้อยละ 99.99 ที่เหลือการตกแต่งประดับที่เป็นรายละเอียด เช่น ผ้าม่าน การจัดวางดอกไม้บริเวณงาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันงานวางดอกไม้จันทน์ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งประชาชนจะมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น บริเวณพระเมรุมาศจำลองฯ สวนสาธารณะ หลังสำนักงานเทศบาลเมือง(ทม.)พะเยา อ.เมืองพะเยา ริมกว๊านพะเยา ส่วนการประดับตกแต่งเน้นดอกไม้สีเหลืองนำโดยดอกดาวเรืองเป็นหลัก

นายจุลพงษ์ วุฒิเขตร์ สถาปนิกปฏิบัติการ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพะเยา วิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองฯ กล่าวว่า ความคืบหน้าของการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองฯ เป็นไปอย่างรวดเร็วและเรียบร้อย ขณะนี้ช่างกำลังก่อสร้างเตาเผาดอกไม้จันทน์ โดยย้ายมาจากวัดรัตนวนาราม มาตั้งอยู่ใกล้ๆ กับพระเมรุมาศจำลองฯ เพื่อความสะดวกในการดำเนินการ สำหรับพระเมรุมาศจำลองฯ มีกำหนดจะจัดพิธีบวงสรวงในวันที่ 18 ตุลาคม 2560 นี้ เพราะการตกแต่งทั้งหมดเสร็จสิ้นพร้อมแล้ว ในส่วนของดอกไม้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมดอกไม้สีเหลือง ดอกดาวเรือง จำนวน 30,000 ต้น และดอกไม้สีเหลืองอีกจำนวนมากที่กำลังนำมาประดับรอบพระเมรุมาศจำลองฯ พร้อมกันนี้พื้นที่ประกอบพิธีวางดอกไม้จันทน์แห่งนี้ สามารถรองรับประชาชนที่มาร่วมงานได้ประมาณ 100,000 คน

กยท. เปิดตัวรองผู้ว่าการฯ คนใหม่ เป็นคนในของ กยท. นั่งแท่นปฏิบัติงานด้านบริหาร

การยางแห่งประเทศไทย เปิดตัวรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยคนใหม่ นั่งปฏิบัติงานด้านบริหาร เตรียมนำแผนงานไปปฏิบัติเพื่อวางกรอบการทำงานปี 61

ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. รับสมัครรองผู้ว่าการฯ โดยเปิดรับผู้มีคุณสมบัติทั้งจากภายนอกองค์กรและภายในองค์กร ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการฯ และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ผลที่ได้มีการแต่งตั้งนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล เป็นรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ซึ่งเป็นบุคลากรภายในของ กยท. นับว่ามีความรู้และเข้าใจ รวมถึงความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรอยู่แล้ว ที่สำคัญ มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อ กยท. พร้อมรับมือกับการทำงานที่ปัจจุบันจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม สอดคล้องตามสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งคณะกรรมการสรรหาทุกท่านต่างเห็นถึงวิสัยทัศน์ของรองผู้ว่าการฯ ในการที่จะปฏิบัติงานเพื่อ กยท. จึงผ่านการคัดเลือกมาตำรงตำแหน่งในวันนี้