โดยกยท.จะเสนอให้ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ

(ไอทีอาร์ซี) ประกอบด้วยไทย อินโดนีเซียและมาเลเซีย ทราบต่อไป เพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากผ่านมติครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการประชุมร่วมกันในต้นเดือนมกราคม 2561

สำหรับมาตรการหยุดกรีดยางในพื้นที่ของรัฐบาล 3 หน่วยงาน ได้แก่ กยท. กรมวิชาการเกษตร และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ประมาณ 100,000 ไร่ ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2561 ซึ่งมีข้อเสนอให้รัฐบาลร่วมมือกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย ให้ช่วยดำเนินมาตรการหยุดกรีดยางในช่วงเวลาเดียวกันและปริมาณเท่ากันกับไทย จะเป็นการลดผลผลิตยางออกสู่ตลาด เพื่อกระตุ้นให้มีความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคายางมีการขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยกยท.ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้มีข้อตกลงร่วมกับไอทีอาร์ซี ที่ได้จัดการประชุมไปแล้ว เมื่อวันที่ 27–30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการกำหนดมาตรการร่วมกันของประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก ทั้งการควบคุมการส่งออกยางปริมาณ 350,000 ตัน และการบริหารจัดการการผลิตของแต่ละประเทศ โดยการดำเนินการจะเป็นไปตามสัดส่วนของพื้นที่ปลูกแต่ละประเทศ เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างความต้องการใช้และปริมาณการผลิตยางของโลก

วันที่ 17 ธันวาคม นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวของทุกปี อุทยานแห่งชาติหลายแห่งยังมีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวแอบลักลอบเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในอุทยานฯโดยเฉพาะ สุนัข และแมว ทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเชื้อโรคจากสัตว์บ้านเข้าไปติดสัตว์ในป่า จะเป็นปัญหาใหญ่และแก้ไขยากมาก จึงต้องขอร้องสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแต่ติดภาระที่ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองนั้น ควรเอาสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นไปฝากโรงแรมที่รับฝากเลี้ยงสุนัข และแมวจะดีกว่าแอบเอาเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ

“การเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นมีผล 2 อย่างคือ สัตว์เลี้ยงของท่านอาจจะเอาเชื้อโรคเข้าไปติดสัตว์ในป่าได้ อีกอย่างคือ สัตว์ของท่านเองอาจจะติดเชื้อโรคจากสัตว์ป่าและเป็นอันตรายได้เช่นกัน เรื่องนี้มีตัวอย่างที่เคยเกิดผลกระทบชัดเจนมาแล้ว คือ ก่อนหน้านี้มีนักท่องเที่ยวเคยเอาเนื้อหมูดิบๆเข้าไปแอบปรุงอาหารในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปรากฏว่า เนื้อหมูดิบที่เอาเข้าไปนั้นมีเชื้อโรค มีการทิ้งเศษเนื้อหมูบางส่วนในถังขยะ แล้วมีหมูป่ามาคุ้ยเขี่ยถังขยะและกินเศษหมูดิบเข้าไป จนป่วยติดโรคตายจำนวนมาก และมีเสือมากินหมูที่ติดเชื้อโรคนั้นเข้าไป ทำให้เสือตายด้วย เราไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ซ้ำขึ้นมาอีก”นายทรงธรรม กล่าว

ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ตามมาตรา 16 แห่ง พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ อย่างไรก็ตามยอมรับว่า แม้จะมีการห้าม มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าอุทยานฯ แต่ก็ยังมีคนลักลอบเอาสุนัขตัวเล็กๆ และแมวเข้าไปในอุทยานแห่งชาติจนได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งหากเจ้าหน้าที่จับได้ก็จะต้องถูกเชิญให้ออกจากพื้นที่ทันที หรือจะแนะนำให้เอาไปฝากไว้กับกรงขังที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าอุทยานฯมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้อย่างดี

“แต่ไม่ค่อยมีใครยอมเอาสัตว์เลี้ยงฝากไว้กับเราหรอก จะเลือกที่จะแอบเอาเข้าไปมากกว่าซึ่งถือเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศน์ อย่างที่กล่าวมากแล้ว ผมคิดว่าในเมื่อมีคนรักสัตว์มากอยากให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองอยู่ใกล้ๆแม้กระทั่งตอนที่ตัวเองไปเที่ยวไกลบ้านในช่วงวันหยุดเร็วๆนี้ผมคิดว่า ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่หลายๆที่น่าจะมีโรงแรมสำหรับรับฝากสัตว์เลี้ยงแสนรักของนักท่องเที่ยว มาเปิดบริการรับฝากสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เจ้าของเข้าไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติได้อย่างสบายใจ คิดว่าธุรกิจประเภทนี้น่าจะไปได้สวย”นายทรงธรรม กล่าว

นายสัตวแพทย์(นสพ.)ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติฯกล่าวว่า การเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ นอกจากสัตว์เหล่านั้นจะรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นแล้ว เช่น ส่งเสียงร้อง ส่งเสียงเห่าให้เดือดร้อนรำคาญแล้ว การที่สัตว์ไปขี้ทิ้งเอาไว้ เชื้อโรคในขี้สัตว์เลี้ยงจะทำให้สัตว์ป่าได้รับเชื้อโรคที่อยู่ในขี้ของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นด้วย

“โดยปกติแล้ว หากเชื้อโรคอยู่กับสัตว์เลี้ยงของท่าน อาจจะไม่แสดงอาการป่วยออกมา หรือ เชื้อโรคที่อยู่ในสัตว์ป่า สัตว์ป่าก็ไม่แสดงอาการของโรคออกมา แต่เมื่อไหร่ที่เชื้อโรคเกิดการ ครอส กันขึ้นอาจจะส่งผลร้ายแรงทั้งกับสัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่าได้ ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งมีคนเอาแมวไปเลี้ยง และแมวบ้าน กับกวางอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผ่านไป 6 เดือน ปรากฏว่า กวางที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมีสุขภาพอ่อนแอ ผอมลง อย่างเห็นได้ชัด และไม่ปรากฏว่ามีการตั้งท้องของกวางเลย รวมทั้งตัวเจ้าของแมวเองก็ไม่มีการตั้งท้องด้วย ทั้งๆที่มีสุขภาพแข็งแรง และอยากมีลูกมาก ได้ไปเก็บตัวอย่างขี้แมว และตัวอย่างเลือดกวางมาตรวจดูพบว่ามีเชื้อ ท็อคโส พลาสมา(toxo plasma) ที่ก่อให้เกิดโรค ท็อคโส เมสิส(toxo plasmosis) คือ โรคที่ติดต่อจากกิน เชื้อโรคจะอยู่ในขี้แมว ที่ขับถ่ายเอาไว้ แล้วกวางก็ไปกินหญ้าที่ติดขี้แมว ก่อให้เกิดโรค และคาดว่า แมวเองก็ติดเชื้อบางอย่างจากกวาง และนำไปสู่คนเลี้ยงด้วย ไม่ปรากฏว่ามีใครตั้งท้องในช่วงเวลาดังกล่าว”นสพ.ภัทรพล กล่าว

และว่า หลังจากมีการสืบทราบโรคแล้ว เอาแมวออกจากพื้นที่ดังกล่าว ผ่านไประยะหนึ่ง กวางก็เริ่มกลับมามีสุขภาพสมบูรณ์ตั้งท้องได้ตามปกติ เช่นเดียวกับคนในพื้นที่

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เร็วๆนี้ กระทรวงฯจะร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) เพื่อปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ ผลจากปริมาณผลผลิตมากเกินความต้องการบริโภคในประเทศ จนล้นตลาด โดยจะหาแนวทางการแก้ปัญหา ตั้งแต่ต้นทาง

อาทิ การออกประกาศควบคุมการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ โดยอาศัยกฎหมายกระทรวงพาณิช ภายใต้พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ หากประกาศใช้จะช่วยควบคุมการนำเข้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ส่วนการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย โดยเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตจากผู้เลี้ยงไปสู่ร้านธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ เพื่อดูดซับปริมาณส่วนเกินและดันราคาให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า กำลังพิจารณาคำร้องของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย ที่แจ้งว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ ขยายการเลี้ยงเพิ่มและลดราคาขายต่ำ รวมถึงทำการเกษตรแบบพันธะสัญญา จนกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อยที่ไม่สามารถแข่งขันได้

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน จัดทีมออกตรวจสอบและกำชับพาณิชย์จังหวัดเพิ่มการลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ และดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอ

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ในเกณฑ์หนาวเย็น อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือเพียง 12 องศาเซลเซียส ในช่วงกลางดึก และค่อยๆ สูงขึ้นมาอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส ในช่วงสายของวันเดียวกัน ซึ่งศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือระบุว่า ตลอดทั้งวันนี้อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17-22 องศาเซลเซียส เรียกว่าหนาวเย็นตลอดไปจนถึงค่ำ

ส่วนที่ยอดดอยอินทนนท์ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ รายงานว่า เช้านี้อุณหภูมิต่ำสุด 6 องศาเซลเซียส สูงสุด 15 องศาเซลเซียส เกิดเหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็งที่หน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ในขณะที่บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส สูงสุด 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานฯ อุณหภูมิเฉลี่ย 11-23 องศาเซลเซียส

โดยในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนมากทุกวันเฉลี่ยกว่า 6,500 คนต่อวัน โดยมีทั้งพักค้างแรมและเดินทางแบบเช้าเย็นกลับ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่คึกคักมาก ทั้งบริเวณเส้นทางเดินป่ายอดดอย กิ่วแม่ปาน ศูนย์เพาะเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารี ผาตั้ง ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

วันที่ 18 ธ.ค. ที่วัดแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกษตรกรรวมตัวกันประมาณ 15 ราย ร้องขอทนายความประจำจังหวัด นายสราวุธ ทิศอุ่น ประธานสภาทนายความประจำจังหวัด อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน วอนช่วยติดตามค่าเสียหายในการถูกนายหน้าคนหนึ่ง หลอกให้ปลูกข้าวโพดหวานและจะรับซื้อ นานนับปียังไม่ได้เงินค่าขายข้าวโพด และเงินลงทุนปลูกข้าวโพดตั้งแต่เมื่อต้นปีมกราคม 2560 แม้จะแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสบเมย ยื่นหนังสือร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสบเมย แล้วก็ตามนายหน้า ผู้เสนอพันธุ์ข้าวโพด ไม่ยอมมาเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย

โดยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้กับทนายความประจำจังหวัด เพื่อติดตามคดีให้บริษัทและตัวแทนบริษัทผู้ดำเนินการ มาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนทังหมด จำนวน 15-17 ราย โดยมีนายหน้าชาวจังหวัดเชียงใหม่ ทำงานที่หน่วยป้องกันรักษาป่าอ้างเป็นตัวแทนบริษัท มานำเสนอ ว่าผู้ใดจะนำเมล็ดข้าวโพดไปปลูกให้มารับที่ตนเอง โดยมีข้อตกลงกันว่าตนเองจะรับซื้อข้าวโพดที่นำไปปลูกทั้งหมดและจะหักค่าเมล็ดพันธ์ ยาฆ่าแมลง จนกระทั่งมารับผลผลิตไปแล้ว และบางส่วนถูกทิ้งไว้ให้เสียหาย ทำให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดหวาน จำนวน 15 ราย ได้รับความเสียหาย รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้น 448,666 บาท

เอสซีจี โดยนางวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานเอนเตอร์ไพรซ์ แบรนด์ แมเนจเมนท์ (ขวา) รับมอบรางวัลรายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2560 จาก นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ซ้าย) โดยเอสซีจี เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลระดับ “Award of Sustainable Excellence” ซึ่งเป็นรางวัลระดับยอดเยี่ยม ที่มอบให้แก่บริษัทที่สามารถคงมาตรฐานการรายงานระดับยอดเยี่ยมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอสซีจีที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Sustainable Development Goals (SDGs) ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีที่มุ่งมั่นตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์

รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเอสซีจีในปีนี้ มีความโดดเด่นในการระบุถึงโครงสร้างการดำเนินงาน ซึ่งจำแนกออกเป็นคณะทำงานในแต่ละด้านอย่างชัดเจน มีแนวทางดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมแสดงให้เห็นถึงห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนของเอสซีจี (SCG Sustainable Supply Chain) ตั้งแต่ Upstream จนถึง Downstream ตลอดจนมีความชัดเจนของนโยบายพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับประเทศและระดับสากลอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังมีการระบุและให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบการดำเนินงานขององค์กรที่อยู่ในความสนใจและมีเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

โครงการประกาศรางวัลรายงานความยั่งยืน จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย CSR Club และสถาบันไทยพัฒน์ โดยเอสซีจี ได้ร่วมส่งรายงานความยั่งยืนเข้าประกวดตั้งแต่ปี 2556

ภก.จักกฤษณ์ ประไพพิทยาคุณ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนธันวาคม 2560 สภาพอากาศของอำเภอกัลยาณิวัฒนาและอำเภอแม่วาง มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ระหว่าง 12-14 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มจะมีอุณหภูมิต่ำลงเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ประกอบกับลักษณะภูมิศาสตร์สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าและภูเขาสูงชันล้อมรอบซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาที่มีฐานะยากจน จากการได้สำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวสงเคราะห์ราษฎร ปี 2561 มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 356,541 คน จากความเดือดร้อนดังกล่าวองค์การเภสัชกรรมจึงจัดทำโครงการ “GPO เพื่อผู้ประสบภัยร่วมใจต้านภัยหนาว” ขึ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่กำลังประสบภัยหนาว ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส เด็ก และผู้ประสบภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ภก.จักกฤษณ์กล่าวอีกว่า โดยองค์การเภสัชกรรมร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สาธารณสุขอำเภอกัลยาณิวัฒนา สาธารณสุขอำเภอแม่วาง กองบัญชากองทัพไทย สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ลงพื้นที่นำผ้าห่มจำนวน 1,800 ผืน ยาตำราหลวง จำนวน 1,800 ชุด เครื่องอุปโภค บริโภค อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์การศึกษา ไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่โดยตรง ซึ่งการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ องค์การเภสัชกรรมได้ประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สาธารณสุขอำเภอแม่วาง สาธารณสุขอำเภอกัลยาณิวัฒนา ในการกำหนดจุดพื้นที่ให้ความช่วยเหลือนั้น โดยวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา นำผ้าห่ม จำนวน 1,000 ผืน และยาตำราหลวง จำนวน 1,000 ชุด พร้อมเครื่องอุปโภค บริโภค อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์การศึกษา ลงพื้นที่ โรงเรียนสามัคคีสันม่วง และโรงเรียนแม่แดด อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่วันที่ 16 ธันวาคม นำผ้าห่มจำนวน 800 ผืน และยาตำราหลวงจำนวน 800 ชุด พร้อมเครื่องอุปโภค บริโภค อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์การศึกษา ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านกาดวิทยา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

จะให้มีความมั่นใจก่อนออกไปเจอผู้คน ไม่ใช่เพียงแต่ต้องแต่งกายดี บุคลิกภาพเด่นแล้ว แต่สุขภาพช่องปากก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน คอลเกตจึงชวนค้นหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ไขความลับ 5 สุดยอดส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติที่มีอยู่ในยาสีฟัน

1.ซีวีด หรือสาหร่าย มีคุณประโยชน์ต่อช่องปาก โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลระบุว่า มีเอนไซม์ชนิดหนึ่งในสาหร่ายที่สามารถลดสลายคราบที่ฟัน ที่จะก่อตัวเป็นหินปู

2.ผลึกเกลือ ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดียม แมกนีเซียม ฟอสเฟต เหล็ก และไอโอดีน ช่วยลดแบคทีเรีย

3.อโล เวร่า มีสรรพคุณช่วยลดปัญหาสุขภาพช่องปาก อุดมไปด้วยวิตามิน ทั้งเอ บี ซี และอี

4.เลมอน สุดยอดส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีวิตามินซีสูง อุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ และด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น และ 5.ทีทรีออยล์ ขึ้นชื่อเรื่องอโรม่าช่วยให้ผ่อนคลาย และมีคุณสมบัติลดแบคทีเรียได้ดี

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) footballsoftpro.com เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่จะถึงนี้ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 60 – 2 ม.ค. 61 คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการทางหลวงสายหลักเป็นจำนวนมาก เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางเลือกในการเดินทางสู่จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยได้บูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ“เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง” เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้ง เป็นข้อมูลในการศึกษาเส้นทางซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดและลดระยะเวลาในการเดินทาง

• กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.อยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณฯ) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณฯ – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 205) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148) – อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051, 33) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

• กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์)
เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท
เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304)

• กรุงเทพฯ – ภาคใต้

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด และปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน คำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างการเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586

อุณหภูมิยอดหญ้า 2 องศา บ้านใหม่ร่องกล้าเกิดแม่คะนิ้งแรกของปีที่จังหวัดพิษณุโลก เกาะยอดหญ้าและหลังคารถของชาวบ้านจำนวนมาก ชาวบ้านต้องก่อไฟผิง

เช้าวันที่ 19 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่ จ.พิษณุโลก ได้เริ่มกลับมาหนาวอีกครั้ง โดยเฉพาะบนยอดเขาสูง เช้านี้ที่บ้านใหม่ร่องกล้า หมู่ 10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หมู่บ้านท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ณ ระดับความสูง 1,400 เมตร เช้าวันนี้ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง เกาะยอดหญ้า และหลังคาและกระจกรถยนต์ของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด โดยอุณหภูมิยอดหญ้าอยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิทั่วไปที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่ที่ 7-8 องศา