โดยการตลาดแมงสะดิ้งของที่ฟาร์มตอนนี้เน้นบริการให้กับลูกค้า

ทุกกลุ่ม คือ 1. ลูกค้าขาจรที่อยากซื้อไปทอดกินเอง ต้องการปริมาณน้อยที่ฟาร์มก็ขาย 2. พ่อค้าแม่ค้าประจำที่รับไปทอดขาย 3. ตลาดโรงงานรับซื้อนำไปแปรรูปต่อ โดยในส่วนนี้จะมีการทำสัญญาซื้อขายกันก่อนล่วงหน้า เป็นปริมาณหลายตันต่อรอบการผลิต

ราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 150 บาท ขายในรูปแบบแมลงแช่แข็ง การันตีด้วยคุณภาพ ตัวใหญ่ ไข่เต็มท้อง เก็บรักษาในห้องเย็นอย่างดี ที่อุณหภูมิ -16 องศาเซลเซียส สามารถเก็บรักษาสินค้าได้นานและคงคุณภาพไว้เหมือนเดิม แต่สำหรับเกษตรกรมือใหม่ เลี้ยงในพื้นที่ไม่มากแนะนำให้เก็บรักษาในช่องฟรีซหรือเก็บในตู้แช่ไอศครีมได้

ฝากถึงเกษตรกรอยากเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม
“อันดับแรกคือต้องมีการวางแผนดีๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยง วางแผนการผลิต วางแผนโดยให้ยึดอยู่บนหลักของความพอดีและพอเพียง อย่างทุกวันนี้เราทำก็ไม่ได้ทำแค่จิ้งหรีด เรายังเอามูลจิ้งหรีดไปใส่ผัก เราปลูกผักกินเอง เรามีอาหาร มีผักปลอดภัยกิน แล้วเราก็ทำนา เลี้ยงสัตว์หลากหลาย เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ปูนา กุ้งฝอย หอยขม และเลี้ยงควาย มีการนำมูลจิ้งหรีดไปใส่แปลงหญ้า นำหญ้ามาเป็นอาหารให้ควายสร้างเงินออมรายปี การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เราจะมีอาหารในบ้าน รายจ่ายก็ลดลง ดังนั้น ความพอดีและพอเพียงจะเป็นเหมือนกับเกาะป้องกันให้เราอยู่รอดทุกสถานการณ์” พี่ซอนญ่า กล่าวทิ้งท้าย

อาชีพเกษตรกรรมเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ท้าทาย เกษตรกรเจ้าของสวนต่างต้องหาวิธีดัดแปลงปรับเปลี่ยน หรือคิดพลิกแพลงพื้นที่ในการทำเกษตรอยู่เสมอเพื่อความอยู่รอดให้ทันยุคทันสมัย ไม่ใช่เพียงปลูกอย่างเดียวขายอย่างเดียว แต่ต้องมีพืชอย่างอื่นมารองรับกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง คนที่ไม่หยุดนิ่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดในยุคนี้

คุณประกอบ ศรีวะรมย์ อยู่บ้านเลขที่ 68 ตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เกษตรกรผู้ไม่หยุดนิ่งทำเกษตรผสมผสาน และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพืชที่ปลูกอยู่ตลอดเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งผลที่ได้รับนับเป็นที่น่าพอใจ ข้อแรกคือมีกิน ถัดมาก็มีรายเข้าบ้านทุกวัน ทุกเดือน และทุกปี รวมถึงมีเงินเก็บด้วย มาดูกันว่าเขามีวิธีการจัดการสวนอย่างไรบ้าง

คุณประกอบ เล่าว่า ตนเองทำเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ 5 ไร่ 3 งาน ปลูกทุกอย่างที่กิน ทำทุกอย่างที่สามารถสร้างรายได้ โดยที่สวนจะแบ่งพื้นที่ 1 ไร่แรกแบ่งปลูกบ้าน สร้างโรงเรือน สร้างโรงสีข้าวเล็กๆ แล้วก็ปลูกผักสวนครัว จากนั้นเมื่ออยู่ตัวก็เริ่มซื้อที่เพิ่ม ค่อยๆ ขยับขยายไปเรื่อยๆ ตามสภาพ ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เผาถ่าน ปลูกข้าว สร้างรายได้หมุนเวียน มีผักสวนครัว และไข่ไก่เป็นพืชสร้างรายได้รายวัน กล้วยน้ำว้า กล้วยตาก สร้างรายได้รายอาทิตย์ และรายได้จากโรงสีข้าว แกลบ ปลายรำ ขายได้หมด ถ่านเผาวันเว้นวัน นอกจากจะขายเป็นเชื้อเพลิงได้แล้ว ยังได้น้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านก็สามารถนำไปขายสร้างรายได้ต่อ แต่จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะล่าสุดที่สวนได้มีการปลูกอ้อยเพิ่ม จุดประสงค์เพื่อคั้นน้ำขายสร้างรายได้หลักอีกทาง จากเดิมมีรายได้จากสวนผสมผสานวันละ 700-800 บาท แต่พอมีอ้อยเข้ามา รายได้ก็เพิ่มขึ้นมาอีกวันละ 1,300-1,500 บาท ต่อวัน ขึ้นอยู่กับความขยัน

“สุพรรณบุรี 50” สุดยอดอ้อยคั้นน้ำ
หอม หวาน ชื่นใจ สร้างรายได้ดี
เจ้าของบอกว่า เพิ่งเริ่มปลูกอ้อยสุพรรณบุรี 50 ได้ปีกว่า เนื่องจากมองเห็นช่องทางว่าอ้อยพันธุ์นี้ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อคั้นน้ำอยู่แล้ว รสชาติจะหอม หวาน สดชื่น และยังสามารถนำมาแปรรูปได้อีกหลายผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากการคั้นน้ำ เช่น ขายต้นพันธุ์ หรือทำน้ำตาลอ้อยก็ได้สามารถเก็บไว้ได้นาน การขนส่งง่ายและสะดวกกว่าผัก ผักถ้าไปออกบู๊ธที่สถานที่ไกลๆ การขนส่งค่อนข้างลำบากกว่า จึงตัดสินใจเริ่มปลูกอ้อยเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง บนพื้นที่ 7 งาน โดยแบ่งปลูกเป็น 2 แปลง แปลงที่ 1 ปลูก 2 งาน บนพื้นที่ราบ ปลูกในระยะ 2×2 เมตร แปลงที่ 2 ปลูก 5 งาน ยกร่องปลูก เนื่องจากพื้นที่เก่าเป็นผืนนาจึงต้องยกร่องปลูกเพื่อไม่ให้น้ำขัง ระยะการปลูกก็ 2×2 เมตร เหมือนเดิม

ขั้นตอนการปลูกอ้อยแบบประณีต ทำน้อย ได้มาก
ยกร่อง 1 แปลง ยาว 80 เมตร กว้าง 4 เมตร ปลูกระยะ 2×2 เมตร ได้ 32 หลุม ปลูก 5 งาน ได้ประมาณ 567 หลุม ปรับแปลงให้เรียบ ขุดหลุม ใส่ถ่านบำรุงดินผสมปุ๋ยหมักขี้วัว ขี้ไก่ แต่ต้องหมักจนปุ๋ยเย็นถึงจะนำมาใช้ได้ และถ่านที่ใช้เป็นถ่านที่เผาเพื่อนำมาผสมกับปุ๋ยโดยเฉพาะ มีเตาแยกเพื่อเอาไว้เผากิ่งไม้เศษไม้เล็กๆ เผาเพื่อให้เป็นคาร์บอนแล้วนำไปผสมกับปุ๋ย ซึ่งในถ่านจะมีรูพรุนจะสามารถอมน้ำได้ดี และถ่านเป็นด่าง ดินเป็นกรดเจอด่างเข้าไปจะช่วยปรับค่าสมดุลให้เป็นกลาง

เตรียมปลูกอ้อยสุพรรณบุรี 50 ไร้สารพิษ ปลูกในหลุมลึก 50×50 เซนติเมตร เพื่อเอาไว้เก็บน้ำช่วงหน้าแล้ง ให้น้ำขัง แล้ววางท่อนพันธุ์ไป 2 ข้อตา ต่อ 1 ท่อน จากนั้นดูแลรดน้ำ 1 สัปดาห์ รดน้ำ 1 ครั้ง ช่วงอ้อยยังเล็กจะใช้สายยางเดินรดในหลุมจนเต็มจะอยู่ได้ 1 สัปดาห์ พออ้อยโตแตกกอให้พรวนดินกลบหลุม

วิธีการดูแล
ขยันลอกกาบอ้อยทุกเดือน เพื่อไม่ให้มดแมลงมาอาศัยและไปเจาะกินผลผลิตเสียหาย และอีกข้อดีก็คือเมื่อลอกกาบออก ลำอ้อยก็จะโดนแดดไม่เป็นโรคราก็จะสวยด้วย
ขยันพ่นฮอร์โมนทุก 10 วัน แต่ถ้าไม่สะดวกให้พ่นเดือนละครั้ง ใส่ปุ๋ยหมักเมื่ออ้อยอายุ 3 เดือน
ทำแปลงให้สะอาด ถ้ารกมากจะมีหนูข้อนี้ต้องระวัง กาบที่ลอกให้นำมาคลุมดินไว้แต่ถ้าเยอะมากเกินไป ให้นำมาทิ้งข้างนอก หมั่นตัดหญ้า กำจัดวัชพืช

ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต จากวันเริ่มต้นถึงวันที่ได้ผลผลิต ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อขายท่อนพันธุ์ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9 เดือน เพื่อคั้นน้ำขาย

ปริมาณผลผลิต 16-20 ลำ ต่อกอ อ้อยจะแก่ไม่เท่ากัน แบ่งตัดตามแก่ 1 กอ จะตัดได้ 2-3 ลำแก่ ก็จะเหลืออีก 10 กว่าลำ รอแก่ให้สังเกตดูว่าอ้อยลำไหนที่แก่จะมีสีเหลือง

ต้นทุนการผลิตสำหรับมือใหม่หัดปลูก ต้องถามก่อนว่ามีต้นทุนเดิมมาก่อนหรือเปล่า เช่น มีที่ดินของตัวเอง ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเป็นไหม มีแหล่งน้ำเพียงพอหรือไม่ ถ้ามีทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็จะมีแค่ค่าต้นพันธุ์อ้อย 1 ไร่ ปลูกได้ ระยะปลูก 2×2 เมตร ได้ประมาณ 480 หลุม 1 หลุม ปลูก 2 ข้อตา เท่ากับค่าต้นพันธุ์ 4 บาท ต่อหลุม เฉลี่ยค่าต้นพันธุ์ 2,000 บาท ต่อไร่

ช่องทางการสร้างรายได้
ขายต้นพันธุ์และคั้นน้ำขาย
เจ้าของบอกว่า อ้อยสุพรรณบุรี 50 ถือว่าเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย สร้างรายได้ดี เริ่มต้นปลูกอ้อยได้ปีกว่า ได้ทุนคืนตั้งแต่ 6-7 เดือนแรกแล้วจากการขายต้นพันธุ์ ราคาต้นพันธุ์ละ 4 บาท แต่จะไม่ได้ขายได้ทุกวัน บางวันขายได้ 2,000-3,000 บาท บางวันขายไม่ได้เลยก็มี ถือเป็นรายได้เสริมที่ดีเพราะลำหนึ่งมีเป็น 10 ข้อตา ก็มาฟันแบ่งขายเป็นข้อๆ ถือว่าคุ้มแล้ว เพราะมีในส่วนของการคั้นน้ำเป็นตัวสร้างรายได้หลัก รายได้เฉลี่ยต่อวันขึ้นอยู่กับความขยัน อ้อย 100 กิโลกรัม สามารถคั้นน้ำขายได้เงินวันละ 1,400-1,500 บาท อ้อย 1 กิโลสดที่สวนสามารถคั้นน้ำได้มากถึง 600 ซีซี กรอกขวดได้ 3 ขวด ราคาขวดละ 10 บาท ขายในชุมชน ถือว่าดีเพราะอ้อยปลูกเอง ตัดเอง คั้นเอง ซึ่งเทคนิคการทำให้ได้น้ำเยอะ 1. ขึ้นอยู่กับพันธุ์และการดูแลรักษา 2. เครื่องที่ใช้คั้นน้ำด้วย ถ้าเครื่องคุณภาพดีประสิทธิภาพในการคั้นน้ำก็จะสูง ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องทั่วไปแล้วอ้อย 1 กิโลกรัม จะคั้นน้ำได้เพียง 300-400 ซีซี แต่ที่นี่ใช้เครื่องสั่งทำพิเศษ ถือว่าเป็นเทคนิคอีกอย่าง

ตลาด ออกบู๊ธ ขายส่งร้านค้าในท้องถิ่น และขายผ่านช่องทางออนไลน์ ผลตอบรับถือว่าดี ขายส่งให้ตามร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยววันละหลายโหล สร้างรายได้แค่จากเฉพาะขายน้ำอ้อยวันละ 1,400-1,500 บาท ขายหมดทุกวัน ซึ่งในอนาคตตั้งใจจะทำให้เป็นวิสาหกิจชุมชน จะปลูกไว้เองแค่ 5 งาน ถ้าคนสนใจมีที่อยากปลูกสัก 1 ไร่ ก็มาเอาต้นพันธุ์จากเราไป ไม่ต้องปลูกเยอะ เพียงแค่ดูแลให้ดี และเมื่อได้ผลผลิตมาแล้วไม่อยากหาตลาดก็มาส่งให้เราได้ จะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 4 บาท ไม่จำเป็นว่าเราต้องทำคนเดียว 100 ไร่ มาเรียนรู้กัน ไม่มีเงินไม่มีทุนที่จะซื้อเครื่องคั้นน้ำ หาตลาดไม่ได้ ก็ตัดอ้อยมาขายให้เรา

ฝากถึงเกษตรกรมือใหม่
“อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่เหนื่อยและมีความเสี่ยงสูง เพราะฉะนั้น สำหรับมือใหม่จะทำอะไรก็ค่อยๆ ศึกษา ค่อยๆ ลงทุน ทำอะไรทุกอย่างก็ต้องใช้เงิน ตัวอย่างการปลูกอ้อยคั้นน้ำ ขั้นตอนการปลูกก็ต้องมีทุน ขั้นตอนการคั้นน้ำก็ต้องมีเงินซื้อเครื่องคั้นน้ำ ซื้อขวด รวมถึงอุปกรณ์จิปาถะอีกมากมาย จึงอยากแนะนำว่าอยากให้ไปเรียนรู้จากสถานที่จริงมาก่อนแล้วค่อยกลับมาลงมือทำ เพราะถ้าไม่มีทุนหรือมีทุนน้อยมาลองผิดลองถูกเอง ไม่ขอความรู้คนอื่นเสียดายทั้งเงินและเวลา พยายามศึกษาและถามผู้ที่มีความรู้ ใครเก่งมีรายได้ดีก็ลองไปเรียนรู้จากเขา ว่าทำยังไงรายได้มาจากตรงไหน ใช้ทุนเท่าไร แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในสวนของตัวเอง การทำเกษตรเป็นอาชีพที่ต้องเรียนรู้ไม่มีจบ บางปีผลผลิตตัวนี้ราคาดี บางปีราคาตก เกษตรกรทุกคนต้องมีวิธีรับมือความเสี่ยงไว้อยู่ตลอด การทำเกษตรผสมผสานถือเป็นอีกทางเลือกที่ดี ปีไหนพืชตัวนี้ราคาไม่ดี ก็ยังมีพืชตัวอื่นมารองรับหมุนเวียนกันไป” คุณประกอบ กล่าวทิ้งท้าย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ทำให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก ประชาชนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ขาดแคลนรายได้และอาหาร กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ส่งเสริมให้คนไทยน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ระหว่าง วันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน 2563

เมื่อสิ้นสุดโครงการพบว่า มีประชาชนทั่วประเทศสนใจร่วมโครงการปลูกผักสวนครัวกับ พช. มากถึง 12,573,072 ครัวเรือน คิดเป็น 96.89 เปอร์เซ็นต์ ในสัดส่วนดังกล่าว พบว่า มี 18 จังหวัด ที่มีพี่น้องประชาชนสนใจปลูกผักกันอย่างคึกคักครบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ได้แก่ บึงกาฬ เพชรบุรี มุกดาหาร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา ภูเก็ต ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ตาก อุบลราชธานี พัทลุง สุโขทัย อุดรธานี สุราษฎร์ธานี ตราด สกลนคร และชัยภูมิ

อุดรธานีมีรัก ปลูกผักกินเอง

จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย 20 อำเภอ 156 ตำบล 1,863 หมู่บ้าน 101 ชุมชน 494,498 ครัวเรือน ประชากร 1,586,646 คน พื้นที่ 7.33 ล้านไร่ หลายคนสงสัยว่า อุดรธานีทำไมถึงติด 1 ใน 18 จังหวัด ที่ปลูกผักได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทั้งๆ ที่เป็นจังหวัดใหญ่ และมีประชากรจำนวนมาก

คำตอบคือ เกิดจากแรงสนับสนุนของผู้นำท้องถิ่นทุกระดับ โดยเฉพาะ คุณนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ที่ต้องการเห็น “คนอุดร กินอิ่ม ไม่อด” จึงเดินหน้ารณรงค์ส่งเสริมปลูกผักสวนครัวอย่างจริงจัง ในชื่อโครงการ “อุดรธานีมีรัก ปลูกผักกินเอง” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ส่งผลให้โครงการ “อุดรธานีมีรัก ปลูกผักกินเอง” บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านมอดินแดง

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านมอดินแดง หมู่ที่ 15 ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบ ปลูกผักสวนครัวครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ของจังหวัดอุดรธานี โดย คุณสฤษดิ์ อิทสิทธิ์ พัฒนาการอำเภอเมืองอุดรธานี พร้อมคณะได้เข้ามาประชุมประชาคมในหมู่บ้าน พร้อมชักชวนชาวบ้านน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าร่วมโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ต่อมาขยายผลสู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักให้ชุมชนนำไปปลูก

คุณอุดร อินทมนต์ ผู้ใหญ่บ้านมอดินแดง หมู่ที่ 15 กล่าวว่า ทางหมู่บ้านได้ทำเรื่องถึงสำนักงานชลประทานในพื้นที่ เพื่อขอใช้ที่ดินว่างเปล่ามาปลูกผักสวนครัว เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติ ก็วางแผนการปลูก เริ่มจากปลูกพืชอายุสั้นก่อน เช่น ผักบุ้ง ผักกาด ต้นหอม ที่ใช้เวลาปลูกแค่เดือนเศษๆ ก็สามารถให้ผลผลิตแล้ว ผักบุ้ง ปลูกดูแลแค่ 15 วัน ก็เก็บผลผลิตได้แล้ว

หลังจากนั้น ก็ทยอยปลูกข่า ตะไคร้ ซึ่งเป็นพืชผักสวนครัวที่มีอายุการเก็บเกี่ยวนานขึ้น ปัจจุบัน ชาวบ้านปลูกพืชผักสวนครัวในแต่ละครัวเรือนมากกว่า 10 ชนิด เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด ชะพลู โหระพา ผักแพว สะระแหน่ หอมแบ่ง พริก มะเขือ ผักบุ้ง กวางตุ้ง ฯลฯ ผลผลิตที่ได้ ช่วงแรกก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันกันกินภายในหมู่บ้าน เหลือกินแล้วก็นำไปขาย มีรายได้วันละ 300-500 บาท หลังจากรวบรวมเงินได้พันกว่าบาท ก็นำไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวชุดใหม่นำไปแจกจ่ายให้สมาชิกรายอื่นในหมู่บ้านได้ใช้ปลูกกันต่อไป ทำให้ชุมชนแห่งนี้ มีการปลูกพืชผักสวนครัวครบ 100 เปอร์เซ็นต์

ผู้ใหญ่อุดร เล่าอีกว่า เมื่อก่อนในหมู่บ้านของเราจะมีรถพุ่มพวงวิ่งเร่ขายกับข้าวช่วงเช้าและเย็น ตอนนี้ชาวบ้านไม่ค่อยมีค่าใช้จ่ายตรงนี้แล้ว เพราะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เป็นอาหาร ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงด้านอาหาร สร้างความรัก ความสามัคคี ภายในชุมชนแล้ว ยังทำให้ชาวบ้านมีอาชีพปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษขายในชุมชนอีกด้วย ทำให้เกิดอาชีพและรายได้ยั่งยืน ทำให้ชาวบ้านอยู่รอดแม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา

“ตอนนี้ มีภาคีเครือข่ายในหมู่บ้านอื่นๆ เริ่มทยอยมาดูงานหมู่บ้านเราแล้ว เกิดความประทับใจ นำความรู้ที่ได้ไปลงมือปลูกผักที่บ้านของเขาเองด้วย ผมอยากเชิญชวนทุกท่านทุกครัวเรือนที่มีพื้นที่ว่างหน้าบ้าน หลังบ้าน ปลูกผักไว้กินเอง ใช้เงินลงทุนไม่มาก ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ก็จะมีผักไว้กินภายในครอบครัว ลดรายจ่าย เหลือก็ขาย เพิ่มรายได้อย่างดีครับ” ผู้ใหญ่อุดร กล่าวในที่สุด

ปลูกผัก ไม่ยากอย่างที่คิด

หากใครสนใจอยากปลูกพืชผักสวนครัว gclub-v2.co.uk สามารถทำได้ไม่ยาก เมืองไทยมีพืชผักอุดมสมบูรณ์ สำหรับพืชผักที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี เช่น ผักกวางตุ้ง ผักกาดหอม ตั้งโอ๋ แตงโม ผักชี หอมแบ่ง ถั่วฝักยาว มะระ บวบ ฟัก ส่วนพืชผักตามฤดูกาลที่นิยมปลูกกันทั่วไป ได้แก่ ช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-เมษายน) ปลูกหอม ผักชี ผักบุ้งจีน แตงกวา ผักกาดหัว ถั่วฝักยาว คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว มะระ แตงไทย ผักกาดเขียว ช่วงต้นฝน (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ปลูกคะน้า กุยช่าย บวบเหลี่ยม หอมแดง กวางตุ้ง ข้าวโพดหวาน ช่วงปลายฤดูฝน ที่มีฝนตกชุก (สิงหาคม-ตุลาคม) ปลูกผักชีลาว ผักโขม กุยช่าย กวางตุ้ง ผักกาดขาว คะน้า หอมแบ่ง มันแกว มันเทศ มะเขือเปราะ มะเขือยาว ผักกาดหอม ผักบุ้งจีน พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-มกราคม) ปลูกหอมแบ่ง กุยช่าย กระเทียม ขึ้นฉ่าย กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก มะเขือเทศ ผักกาดปลี กะหล่ำปม ฯลฯ

ที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเฟซบุ๊ก “ปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกรัก กับ พช.” เพื่อเป็นสื่อกลางให้ประชาชนที่สนใจปลูกผัก สามารถติดตามความเคลื่อนไหวภาพบรรยากาศปลูกผักของประชาชนทั่วประเทศ และร่วมแชร์ภาพแห่งความสุขของการปลูกพืชผักสวนครัว มีคนไทยจำนวนมากที่ชื่นชอบปลูกพืชผักได้ส่งภาพสวยๆ มาอวดกัน พร้อมสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ มีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และเกื้อกูลในรูปแบบต่างๆ เช่น แบ่งปันเมล็ดพันธุ์ผัก แนะวิธีปลูกผักในแปลง การปลูกผักในขวดน้ำดื่ม สอนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และผักออร์แกนิก, DIY ปลูกผักบนคอนโด, เทคนิคการเพาะถั่วงอกปลอดสาร ฯลฯ

ชาวอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา รายหนึ่งได้แนะนำให้เพื่อนสมาชิกทดลองนำก้อนเก่าเห็ดมาหมักรวมกับแกลบและขี้ถ่านผสมกาบมะพร้าว รดด้วยน้ำหมักหรือ อีเอ็ม ระยะเวลา 1 เดือน จะได้ดินพร้อมปลูกพืชผักงามมากๆ ที่มีธาตุอาหารครบถ้วนตามที่พืชต้องการ ช่วยประหยัดเงิน โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อปุ๋ยอีก การผสมดินสำหรับปลูกพืชอีกสูตรที่น่าสนใจคือ ใช้ขี้ไก่แกลบ ขี้วัว เปลือกมะพร้าวสับ และทรายหยาบ 30 เปอร์เซ็นต์ กากน้ำตาล น้ำหมัก อีเอ็ม ผสมดินและหมักไว้ 1 เดือน ก็จะได้สูตรดินสำหรับปลูกพืชที่มีคุณภาพดีไม่แพ้กัน

แปลงปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว เมื่อดอกเริ่มบาน มักมีแมลงกัดกินดอกและใบเป็นรู ทำให้การสังเคราะห์แสงไม่ดี หากวันใดมีฝนตก ช่วงกลางคืนก็จะมีหอยทาก แขกไม่ได้รับเชิญ มาเยี่ยมเยียน วิธีแก้ไขคือ จับหอยทากไปทำลาย เพื่อควบคุมปริมาณ และใช้สารชีวภาพฉีดพ่นป้องกัน แต่บางคนเสนอแนะให้เก็บเปลือกไข่ตากแห้งมาป่นละเอียดไว้รองก้นหลุมเพื่อเป็นอาหารเสริมของพืชและใช้โรยบริเวณรอบต้นอ่อนพืชที่เราปลูกเพื่อกันหอยทากเข้าไปกัดกิน

สพอ. น้ำปาด อุตรดิตถ์ ร่วมแชร์ตัวอย่างคนไทยหัวใจสีเขียว ต้นแบบที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างของการปลูกผักสวนครัวสู้โควิด-19 ในครั้งนี้ คือ คุณลุงทรงเดช ไชยธิง บ้านเลขที่ 32/2 หมู่ที่ 5 ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ คุณลุงทรงเดชแม้เป็นผู้พิการนั่งรถเข็น แต่สู้ชีวิตไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค คุณลุงทรงเดชสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยการปลูกสะระแหน่ จนสามารถนำไปขายที่ตลาดสดได้ ปัจจุบันมีร้านลาบมาซื้อถึงที่บ้าน ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท พอมีรายได้เป็นค่ารถไปโรงพยาบาลน้ำปาดเพื่อล้างแผล