ในฐานะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรีมายาวนานกว่าปี

คุณสุรินทร์ กล่าวว่า ทุเรียนลูกผสมจันทบุรีทุกสายพันธุ์ มีจุดเด่นสำคัญอีกอย่างก็คือ เป็นสายพันธุ์เบา จึงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วกว่าทุเรียนหมอนทอง ทุกพันธุ์มีกลิ่นน้อย หากตัดในระยะสุก 80-85% แม้สุกเต็มที่ เนื้อเละ ก็ยังมีกลิ่นน้อย หากปล่อยให้ผลทุเรียนสุกร่วงคาต้น จะมีกลิ่นแรงเหมือนกับทุเรียนทั่วไป ลักษณะเด่นประการต่อมาคือ ลำต้นแข็งแรง ทนทานโรคแมลง และเลี้ยงลูกเก่งมาก

“สำหรับทุเรียนลูกผสมจันทบุรี หากต้องการให้มีผลผลิตคุณภาพดี รูปทรงสวย ต้องดูแลจัดการให้มีผลผลิตเหมาะสมตามอายุต้น เช่น ทุเรียน อายุ 6-7 ปี คัดผลผลิตให้ได้ ต้นละ 20-30 ลูก เมื่อต้นทุเรียนอายุเยอะขึ้น ขนาดทรงพุ่มใหญ่ขึ้น ก็ค่อยเพิ่มจำนวนผลผลิต ประมาณปีละ 15-20 ลูก ขณะนี้ต้นทุเรียนลูกผสมจันทบุรีในสวนแห่งนี้อายุประมาณ 12 ปี ให้ผลผลิตที่ดี เฉลี่ยประมาณต้นละ 200 กิโลกรัม” คุณสุรินทร์ กล่าว

คุณสุรินทร์ วิเคราะห์จุดเด่นของทุเรียนลูกผสมแต่ละสายพันธุ์ให้ฟังว่า ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 1 เกิดจากพ่อแม่พันธุ์คือ ชะนี กับ หมอนทอง ให้เนื้อทุเรียนสีเหลือง เนื้อละเอียด รสชาติหวาน มัน กลิ่นอ่อน เมื่อเทียบกับทุเรียนทั่วไป เนื้อทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 1 มีความหวานน้อย แต่มีความมันมาก รสชาติทุเรียนพันธุ์นี้น่าจะถูกใจคนที่ชอบรับประทานทุเรียนพันธุ์กระดุม แต่หากส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเชิงการค้า คิดว่าไม่รอด เพราะเวลาฝนตก น้ำเยอะ ต้นทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 1 มักทิ้งขั้ว ยังไม่ทันแก่เท่าไร ปล่อยลูกทิ้งหมดแล้ว ทำให้คุณสุรินทร์ไม่ขยายพื้นที่ปลูกอีก ปัจจุบัน สวนแห่งนี้มีทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 1 เหลือแค่ 2 ต้น เท่านั้น

ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 2 เกิดจากการผสมกันระหว่าง ชะนี+พวงมณี ในสายตาของคุณสุรินทร์คิดว่า ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 2 มีรูปทรงไม่ค่อยสวย แต่รับประทานเนื้ออร่อย ลักษณะเด่นของทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 2 คือ เนื้อสีเหลืองเข้ม ละเอียด เหนียว มีรสชาติหวาน มัน ปัจจุบันเหลือต้นทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 2 ในสวนแห่งนี้ จำนวน 9 ต้น

ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 3 เกิดจากการผสมกันระหว่าง ก้านยาว+ชะนี ลักษณะเด่นคือ ติดผลง่าย รูปทรงผลสวย เนื้อสีเหลืองเข้ม ละเอียด เหนียว มีรสชาติหวาน มัน ปัจจุบันเหลือต้นทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 3 ในสวนแห่งนี้ จำนวน 10 กว่าต้น

ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 10 เกิดจากการผสมกันระหว่าง ชะนี+นกหยิบ ลักษณะเด่นของทุเรียนพันธุ์นี้คือ ผลมีรูปทรงสวย เนื้อละเอียด เหนียวแบบชะนี กลิ่นหอมแบบดอกไม้ แต่ไม่ฉุนแบบพันธุ์ชะนี รสชาติหวาน มัน ปัจจุบัน คุณสุรินทร์ปลูกต้นทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 3 ในสวนแห่งนี้ จำนวน 12 ต้น

ด้านการตลาด

เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุน ระหว่างปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรีกับทุเรียนหมอนทอง คุณสุรินทร์ให้คำตอบว่า ทุเรียนหมอนทองให้ผลกำไรที่คุ้มค่ากว่าอยู่แล้ว ทุกวันนี้ แม้ทุเรียนลูกผสมจันทบุรีจะเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต แต่เกษตรกรยังไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาสูงเท่ากับทุเรียนหมอนทอง ทุกวันนี้เกษตรกรสามารถต่อรองราคาขายทุเรียนหมอนทองให้สูงขึ้นกว่าที่ล้งกำหนด ประมาณกิโลกรัมละ 5-10 บาท

สำหรับทุเรียนลูกผสมจันทบุรี ล้งกำหนดราคารับซื้อไว้เท่าไร เกษตรกรก็ต้องขายไปตามนั้น ไม่สามารถต่อรองราคาได้เหมือนกับทุเรียนหมอนทอง เพราะกระแสความนิยมบริโภคทุเรียนลูกผสมจันทบุรียังไม่สูงกับทุเรียนหมอนทองนั่นเอง

“ปัจจุบัน ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี ที่มีอนาคตสดใสเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่ จันทบุรี 2 จันทบุรี 3 และทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 10 ส่งออกไปขายตลาดจีน สำหรับทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 10 ขายดีมาก เพราะทุเรียนพันธุ์นี้เกิดจาก ชะนี+นกหยิบ ทำให้มีรสชาติหวาน เหนียว กลิ่นหอมอ่อน เมล็ดลีบ” คุณสุรินทร์ กล่าว

ต้นทุเรียนลูกผสมจันทบุรี มีข้อได้เปรียบหลายประการคือ เป็นทุเรียนพันธุ์เบา ให้ผลผลิตเร็วกว่าทุเรียนหมอนทอง และให้ปริมาณผลผลิตมากกว่าทุเรียนหมอนทอง ประมาณ 20-30% ต่อต้น โดยมีผลตอบแทนต่อต้น ประมาณ 20,000 บาท ด้านทุเรียนหมอนทองมีผลผลิตน้อยกว่า โดยมีผลตอบแทนต่อต้นเฉลี่ยหมื่นกว่าบาท แต่สามารถขายผลผลิตต่อหน่วยได้ราคาสูง เรียกว่าทำกำไรได้มาก เกษตรกรส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะปลูกทุเรียนหมอนทองเชิงการค้ามากกว่าทุเรียนลูกผสมจันทบุรี ซึ่งอ่อนแอด้านการตลาด เพราะขายผลผลิตได้ถูก สู้หมอนทองไม่ได้

ผู้สนใจเรื่องการปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรี สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการปลูกดูแลทุเรียนกับ คุณสุรินทร์ อัคคะรัตน์ เลขที่ 18/16 หมู่ที่ 8 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี 22210 โทร. 098-440-0017 ได้ทุกวัน

เจ้าภาพการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนของไทยอยู่ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเริ่มปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 มี ดร. ทรงพล สมศรี เป็นหัวหน้าโครงการ และผ่านการรับรองพันธุ์จากคณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จำนวน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์จันทบุรี 1 จันทบุรี 2 และ จันทบุรี 3

พันธุ์จันทบุรี 1 เป็นลูกผสมระหว่างต้นพ่อหมอนทอง กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์มีทรงพุ่ม รูปฉัตรโปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 8.80 เมตร ผลมมีขนาดปานกลาง น้ำหนักอยู่ระหว่าง 2.65-3.61 กิโลกรัม ต่อผล ก้านของผลยาว 7.10-11.60 เซนติเมตร ทรงผลค่อนข้างกลม ฟู นูนขึ้นเล็กน้อย ร่องพูไม่ลึก หนามเล็ก ถี่ และสั้น เนื้อหนา 0.89 เซนติเมตร สีเหลือง รสชาติหวานมัน เนื้อค่อนข้างละเอียด กลิ่นหอมอ่อน หลังจากปลิงหลุดแล้วเนื้อไม่เละ

พันธุ์จันทบุรี 2 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพวงมณี กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์ ทรงต้นมีพุ่มเป็นรูปฉัตร โปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 10.50 เมตร เมื่ออายุ 10 ปี ผลมีขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักอยู่ระหว่าง 1.50-2.27 กิโลกรัม ต่อผล ความยาวของก้านผล 4.70-7.40 เซนติเมตร ผลยาวรี ร่องพูไม่ลึก หนามใหญ่ ถี่ และสั้น เนื้อสีเหลืองเข้ม เนื้อเหนียวละเอียด กลิ่นหอมอ่อน เส้นใยน้อย เนื้อหนา 0.92 เซนติเมตร อายุเก็บเกี่ยว 90-100 วัน หลังดอกบานและให้ผลผลิต เฉลี่ย 46.60 กิโลกรัม ต่อต้น

พันธุ์จันทบุรี 3 เป็นลูกผสมระหว่างต้นพ่อก้านยาว กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์ มีทรงต้นเป็นพุ่มรูปกรวยคว่ำ มีพุ่มทึบ แตกกิ่งมาก สูง 8.5 เมตร เมื่ออายุ 10 ปี น้ำหนักผล 2.50-2.60 กิโลกรัม ต่อผล ความยาวของก้านผล 7.50-10.50 เซนติเมตร ทรงผลกลมแบบรูปไข่ ร่องพูไม่ลึก หนามใหญ่และสั้น เนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นแรง เนื้อละเอียด รสชาติหวานมัน อายุเก็บเกี่ยวหลังออกดอกแล้ว 90-109 วัน ผลผลิตเมื่ออายุ 10 ปี อยู่ระหว่าง 96.0-154.50 กิโลกรัม ต่อต้น

คำแนะนำจากกรมวิชาการเกษตร ทุเรียนทั้ง 3 พันธุ์ ปลูกได้ดีในภาคตะวันออกของประเทศ ข้อควรระวัง แปลงปลูกต้องจัดการระบบระบายน้ำอย่างดี หากเกิดน้ำขังหลายวันหลังฝนตก จะทำให้เกิดโรครากเน่า โคนเน่าได้ง่าย ต้องการรายละเอียดอื่นๆ ติดต่อสอบถามที่ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จตุจักร กรุงเทพฯ ในวัน และเวลาราชการ

คุณชชธร โพธิญาณ เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของ ล้อมรักฟาร์ม บ้านเลขที่ 88 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ปลูกผักสลัดอินทรีย์ส่งขายในกรุงเทพฯ และตัวจังหวัดพะเยา สร้างรายได้งาม

คุณชชธร โพธิญาณ หรือ น้องชชธร เล่าให้ฟังว่า เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม (ชคว.) เนื่องจากบ้านอยู่ติดกับอำเภอเชียงคำ จากนั้นศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สาขาวิชาภาษาจีน

เมื่อจบมาแล้วได้มาเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม สอนวิชาภาษาจีน ตามที่ได้ร่ำเรียนมา จากนั้นได้ลาออกมา…ตั้งเป้าหมายว่าจะไปทำงานต่างประเทศ เมื่อทางบ้านสอบถามว่าจะไปทำงานอะไรในต่างประเทศ ก็ตอบว่าทำงานรับจ้าง หรืองานทางด้านเกษตร

ทางบ้านเมื่อได้ยินคำตอบ ด้วยความที่ไม่อยากให้ไปอยู่ไกลบ้าน จึงบอกว่าถ้าจะทำงานทางด้านการเกษตร ไม่ต้องไปต่างประเทศ จะซื้อที่ให้ทำการเกษตรที่บ้าน เมื่อซื้อที่ดินก็เริ่มด้วยการทำนา แต่การทำนานั้นจะทำครั้งเดียวใน 1 ปี ทำให้มีเวลาว่าง จึงคิดหางานเกษตรด้านอื่นทำไปด้วย

ด้วยความที่ตนเองชอบรับประทานผัก ก็เลยปลูกผักเพื่อรับประทานเองและขาย เนื่องจากหลายคนในครอบครัวไม่สบาย มีอาการเจ็บป่วย ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเกิดจากการรับประทานผักที่มีสารพิษปนเปื้อน จึงปลูกแบบปลอดภัยจากสารพิษ โดยเป้าหมายที่สุดแล้วคือ ผักอินทรีย์ โดยผักที่ปลูกก็จะนำมาปรุงอาหารให้คนในบ้านได้รับประทานแบบปลอดภัย โดยได้รับใบรับรองจากกรมวิชาการเกษตรให้เป็นแปลงปลูกผักอินทรีย์ ในระยะปรับเปลี่ยน

สำหรับเมล็ดพันธุ์ผักสลัดได้มาจากญาติๆ ที่ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ คือไม่มีการคลุกสารเคมีเพื่อการเก็บรักษา สำหรับพันธุ์ที่ปลูกประกอบไปด้วย พันธุ์กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดคอรัล ฟินเลย์ บัตเตอร์เฮด แทงโก้ กรีนโบว์ กรีนคอรัล เรดรูบี้ ระยะเวลาการปลูก 45-50 วัน ผลผลิตออกรุ่นละประมาณ 300 กิโลกรัม ราคาขายจะอยู่ที่ 100-150 บาท รายได้ประมาณ 30,000-45,000 บาท ที่ ล้อมรักฟาร์ม จะปลูกหลายพันธุ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกในหลายสี เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจกับสลัดชนิดใดชนิดหนึ่ง

คุณประโยชน์ของผักสลัด
ผัดสลัด หรือผักกาดหอม มีคุณค่าทางโภชนาการ คือประกอบด้วยวิตามินบี วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และลูเทียน (lutein) มียาง (latex) ชื่อ แลคทูคาเรียม (lactucarium) ซึ่งมีระดับสูงมากขณะออกดอก นอกจากนั้น ยังมีวิตามินบีสูง ด้วยสรรพคุณของผักกาดหอมและวิธีใช้ผักกาดหอมนั้นมักใช้เป็นผักสลัด มีสารต้านอนุมูลอิสระ

เช่นเดียวกับผักสลัดที่มีสีเขียวอื่นๆ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของผักกาดหอมคือ ใบและต้น ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ ต้นผักกาดหอมทั้งต้นคั้นเอาแต่น้ำ นำน้ำที่ได้มาทาฝีมะม่วง (รีดเอาหนองออกก่อน) ใช้ขับพยาธิ แก้พิษ ขับลม เป็นยาระบายใบผักกาดหอม น้ำคั้นจากใบ ใช้แก้ไอ ทำให้หลับง่าย แก้ไข้ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ

เรดคอรัล เป็นผักคล้ายเรดโอ๊ค ใบมีสีเขียวอมแดง หวานกรอบกว่าเรดโอ๊ค มีกากใยอาหารมากเช่นกัน โดยกากใยพวกนี้จะช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดพวกไขมันและอนุมูลอิสระที่เกาะตามผนังลำไส้ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ได้ ส่วนใหญ่จะรับประทานสด ทำเป็นสลัด เป็นเครื่องเคียงในยำ รับประทานคู่กับแหนมเนืองจะอร่อยมาก รสชาติคล้ายผักกาดหอม แต่จะหวานกว่า

เรดโอ๊ค เป็นผักตระกูลสลัด ใบมีสีแดงเข้มและเขียวเข้ม แล้วแต่สายพันธุ์ มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง มีกากใยอาหารมาก ย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก และยังช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดพวกไขมันและอนุมูลอิสระที่เกาะตามผนังลำไส้ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ได้ ส่วนใหญ่จะรับประทานสด ทำเป็นสลัด เป็นเครื่องเคียงในยำ รับประทานคู่กับแหนมเนืองจะอร่อยมาก รสชาติคล้ายผักกาดหอม แต่จะหวานกว่า

กรีนโอ๊ค ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ให้เส้นใยอาหาร ขจัดอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคปากนกกระจอก ป้องกันโรคหวัด

คอส เป็นผักที่มีวิตามินสูง และมีธาตุเหล็กช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง (Hemoglobin) ในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ผักสลัดคอสยังมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพียง 3% เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และยังช่วยในเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

โรงเรือนที่ใช้ปลูก ได้ต้นแบบมาจากโรงเรือนปลูกเมล่อน ในอำเภอจุน แต่ได้ปรับลดความสูงลง จาก 2.5 เมตร เหลือ 1.8 เมตร ความกว้าง 6 เมตร ยาว 20-30 เมตร ตามขนาดของพื้นที่ ตอนแรกที่ปลูกจะปลูกกับพื้นดิน ปรากฏว่าประสบปัญหาน้ำท่วมขัง จึงปรับปรุงเป็นการยกแคร่ โดยใช้เสาซีเมนต์ ปูพื้นด้วยกระเบื้องมุงหลังคา ต้นทุนอยู่ที่ 130,000 บาท โดยการจ้างช่าง ในราคา 10,000 บาท

ส่วนอุปกรณ์ซื้อเอง ตาข่ายคลุมรอบโรงเรือน ใช้ตาข่ายขนาดตา 25 ถ้าปลูกเมล่อนเขาจะใช้ ตาขนาด 30 เพื่อป้องกันไม่ให้เพลี้ยไฟเล็ดลอดเข้าไปทำลายเมล่อน พลาสติกมุงหลังคา ใช้ขนาด 200 ไมครอน ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุการใช้งานนาน 3-5 ปี

นอกจากปลูกผักสลัดแล้ว น้องชชธร ยังทดลองปลูกพริกจาราปิโน่ (Jalapino) ซึ่งมีรสชาติคล้ายพริกหวานหรือพริกหยวก เพียงแต่ขนาดจะเล็กกว่าเท่านั้น และปลูกมะเขือเทศ Black cherry หรือมะเขือเทศดำ ส่งตลาดกรุงเทพฯ

สำหรับการปลูกผักสลัดของ ล้อมรักฟาร์ม จะเริ่มด้วยการเพาะกล้าในวัสดุเพาะ จากนั้นจึงย้ายลงถาดหลุม 7-10 วัน พอมีใบจริง 3-4 ใบ จึงย้ายลงปลูกในแปลง ดินปลูกจะผสมจากดิน แกลบดำ แกลบขาวเก่า และปุ๋ยหมัก ซึ่งผลิตแบบไม่พลิกกลับกองจากฟางข้าวและตอซังจากนาข้าวอินทรีย์ที่ตนเองปลูก ผลผลิตที่ออกมามีเสียงตอบรับจากผู้บริโภคในเรื่องความสด ความกรอบ ความนุ่ม ความทน ลูกค้าบางรายเล่าให้ฟังว่า แม่เขาตกใจที่นำผักสลัดของล้อมรักฟาร์มไปแช่ในตู้เย็น 2 สัปดาห์แล้ว ยังสดเหมือนเดิม ไม่มีเน่า ต่างจากผักที่ซื้อมาจากตลาด

คุณชชธร ได้ฝากข้อคิดไปยังผู้ที่ทำงานประจำแล้วคิดจะลาออกมาทำการเกษตรว่า ไม่ควรลาออกในทันที ควรใช้เวลาว่างทดลองทำจนแน่ใจว่าเป็นไปได้ จึงค่อยตัดสินใจลาออกมาทำเต็มเวลา สำหรับคนที่ไม่มีทุนของตนเอง ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาทำ ควรงดเว้นไว้ก่อน เพราะผลผลิตทางการเกษตรนั้นมีข้อจำกัดในการเก็บเกี่ยว ราคาก็ไม่แน่นอน แต่เมื่อลงมือทำก็จะต้องศึกษาและปรับอยู่ตลอดเวลา เพราะแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันทั้งสภาพดินฟ้าอากาศและปัจจัยอื่นๆ เมื่อเราไปศึกษาดูงานจากที่อื่น แต่นำกลับมาใช้กับฟาร์มของเราอาจไม่ได้ผล เพราะเหตุปัจจัยจากที่กล่าวมาข้างต้น

สนใจต้องการรับประทานผลผลิตผักสลัดอินทรีย์ หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดต่อ คุณชชธร โพธิญาณ ได้ที่บ้านห้วยบง ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา หมายเลขโทรศัพท์ (098) 831-8824

รสเปรี้ยวเป็นรสหนึ่งในอาหารไทยที่นิยมกินกัน รสเปรี้ยวในอาหารไทยได้จากพืชหลายอย่าง เช่น ต้องการความเปรี้ยวในหลนปู ต้องใช้มะดัน ต้องการความเปรี้ยวในต้มโคล้ง ต้องใช้มะขามเปียก ต้องการความเปรี้ยวในแกงเหลืองก็ต้องใช้ส้มแขก และมีของเปรี้ยวอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้แทนกันได้ เช่น ตะลิงปลิง ระกำ ส้มจี๊ด และมะนาว

แต่มะนาวเป็นของเปรี้ยวที่มักจะนิยมใช้กันในทุกภาค ในอาหารภาคกลางนิยมใช้มากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่ายเลยใช้กันจนเคยชิน พอในช่วงหน้าแล้งมะนาวราคาแพงจึงเป็นเดือดเป็นร้อนกันทั่ว ทั้งๆ ที่มีของเปรี้ยวอย่างอื่นอีกที่ใช้แทนกันได้ ต้มยำกับน้ำพริกในอาหารไทยขาดความเปรี้ยวไม่ได้ มะนาวถือเป็นสิ่งที่นิยมใช้กัน ส่วนในต่างจังหวัดความเปรี้ยวมีให้เลือกกันได้หลายอย่าง

จากการไปทำข่าวเรื่องเกษตรตลอดหลายปีที่ผ่านมาพบว่า คนทำเกษตรที่มาจากมนุษย์เงินเดือน ส่วนใหญ่ 9 ใน 10 ไม่จบทางด้านการเกษตร เช่นกันกับ คุณสมสิทธิ์ จิรธรรมานุวัตร หรือ คุณทาโร่ แห่งสวนมะนาวแป้นหริภุญชัย ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เดิมทำอาชีพทางด้านอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากจบการศึกษามาด้านนี้ตั้งแต่สมัยปี 2538 ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมดัง หรือในเรือสำราญ ก็ทำงานผ่านมาหลายปี ถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่มีรายได้ดี

ต่อมาได้มีโอกาสไปดูแลด้านอาหารและโรงแรมในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้านอยู่ 3 ปี จึงคิดว่า น่าจะเพียงพอสำหรับการเป็นมนุษย์เงินเดือน และต้องการจะกลับมาดูแลครอบครัวให้อบอุ่นและพร้อมหน้ากัน จึงกลับมาเมืองไทยและซื้อที่ดินในจังหวัดลำพูน จำนวน 3 ไร่ครึ่งเพื่อทำเกษตร

จากความคิดที่ว่าการเป็นลูกจ้างไม่ยั่งยืน เพราะไม่รู้ว่านายจ้างจะเลิกจ้างเราเมื่อไร จึงหันมาศึกษาทางการเกษตรว่าควรปลูกอะไรดี ในท้องถิ่นจังหวัดลำพูน เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวสวนลำไย การปลูกพืชอื่นจึงเป็นเรื่องแปลก

ในช่วงแรกได้จ้างคนในพื้นที่มาดูแลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จึงต้องมาทำเอง พันธุ์มะนาวที่ใช้ในช่วงแรกเป็นพันธุ์แป้นดกพิเศษ ซึ่งเริ่มออกมาใหม่ในปี 2553 ตอนนั้นราคาค่อนข้างแพง มะนาวที่ใช้จำนวนทดลองปลูก 40 ต้น ในราคาต้นละ 500 บาท และได้ขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ

พอดีที่โคนต้นมะนาวต้นหนึ่งมีต้นมะนาวงอกขึ้นมา เล่นคาสิโน UFABET คุณทาโร่ ก็ปล่อยไว้จนกระทั่งผลิดอกออกผล จึงได้เก็บผลมะนาวไปใช้ในครัว จากที่ผ่าผลมะนาว พบว่า ไม่มีเมล็ด หรือมีไม่เกิน 2 เมล็ด และน้ำดี แตกต่างจากพันธุ์ดั้งเดิม จึงตอนกิ่งและเสียบยอดขยายพันธุ์ไปเรื่อย

ต่อมาในปี 2560 คุณทาโร่ ได้นำพันธุ์มะนาวดังกล่าวไปขอใบรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และได้รับใบรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2561 ตั้งชื่อว่า มะนาวแป้นหริภุญชัย ตามชื่อเมืองเก่าของจังหวัดลำพูน เพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัด และได้ขยายพันธุ์ปลูกไว้เองจำนวน รวม 3 ไร่ครึ่ง โดยมีต้นมะนาวที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 1 ไร่ ส่วนที่เหลือยังไม่มีผลผลิต

คุณทาโร่ บอกว่า “มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษมี 2 สายพันธุ์ คือมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษกำแพงเพชร กับ พิจิตร ถ้าเป็นมะนาวแป้นดกพิเศษพิจิตร จะมีเมล็ดเยอะมากและเปลือกหนา แต่คุณสมบัติที่ดีคือต้านทานโรคได้ดี แต่ถ้าเป็นมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษกำแพงเพชร จะมีเมล็ดไม่เยอะมาก แต่จะคล้ายมะนาวแป้นรำไพ

คุณสมบัติเด่นของมะนาวแป้นหริภุญชัย คือจะคล้ายมะนาวแป้นรำไพ หนามจะสั้นและมีขนาดเล็กกว่า ส่วนใบหรือผลจะคล้ายแป้นรำไพ แต่ต้านทานโรคได้ดีกว่า และผลดกคล้ายแป้นดกพิเศษ ส่วนใหญ่จะไม่มีเมล็ด หรือมีไม่เกินผลละ 2 เมล็ด เนื้อกุ้งจะละเอียด เปลือกบาง น้ำหอม และขั้วผลเล็กเหมือนแป้นรำไพ ออกผลดกในฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เหมือนมะนาวปกติ”

การปลูกมะนาวเพื่อเก็บผลขาย

มะนาวเป็นพืชที่ชอบดินปนทราย ถ้าดินไม่ดีแนะนำให้ปลูกในวงบ่อ เพราะจะจัดการดินได้ง่าย แต่เปลืองค่าใช้จ่าย ส่วนที่จะทำสวนมะนาวนอกฤดูจะต้องนำฝาบ่อมารองด้านล่างไว้ด้วย

แต่ของสวนมะนาวของคุณทาโร่ จะเทปิดก้นบนพื้นสวนเองเพราะจะประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เหมือนรองด้วยฝาบ่อ