ในวันนี้นับเป็นวันครบรอบ 1 ปี การสวรรคตในหลวงตนในฐานะ

กรรมการมิตรภาพไทย-กัมพูชา พร้อมจิตอาสาพี่น้องพ่อค้าชาวไทยและชาวกัมพูชาที่ตลาดช่องจอมและประชาชนทั่วไปได้ ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อถวายแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งปลูกดาวเรืองจำนวน 999 ต้น เพื่อถวายความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้ และจะร่วมกันปฏิบัติตนเป็นคนดี ทำหน้าที่ของคนไทยที่รักแผ่นดินเกิด จงรักภักดีภายในพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่านตลอดไป

ขณะที่นายอ๊ก บุณเฮง กำนันตำบลโอรเสม็ด อ.โอรเสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นตัวแทนของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา กล่าวว่า ตนและชาวกัมพูชา ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี ของการสวรรคต ตนและชาวกัมพูชาจึงมาร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่านและต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้เข้ามาพึ่งพระบารมีของพระองค์ท่าน ได้อาศัยผืนแผ่นดินไทยมาหากินอย่างสงบสุขมาโดยตลอด ที่ผ่านมาพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ช่วยเหลือชาวกัมพูชามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในอดีตที่เคยเกิดสงคราม ชาวกัมพูชาก็ได้เคยอาศัยแผ่นดินไทยเป็นศูนย์อพยพหลบภัย หนีร้อนมาพึ่งเย็นได้ ก็เพราะมีพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเสมอมา

1. การลงทะเบียนโดรนกับ สำนักงาน กสทช. เป็นการลงทะเบียน “ครอบครอง” ฉะนั้นหากใครบังคับบิน ต้องไปลงทะเบียน “ขับขี่” ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยด้วย

2. กรณีหากไปลงทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน กสทช. เพราะสำนักงานการบินพลเรือนฯ จะส่งข้อมูลมาที่สำนักงาน กสทช.

3. หากลงทะเบียนครอบครองกับสำนักงาน กสทช. แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขับขี่กับสำนักงานการบินพลเรือนฯ จะยังไม่สามารถบังคับบินได้
4. ไม่มีการจัดส่งเอกสารลงทะเบียนครอบครองทางอีเมล์ ต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงมายืนยันตัวตนเท่านั้น กรณีมอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะต้องให้นำบัตรประชาชนของผู้มอบฉันทะมาด้วย

5. กรณีโดรนที่ประกอบเอง ต้องนำโดรนมายังสำนักงาน กสทช. ด้วย

6. กรณีชาวต่างชาติเป็นผู้ครอบครอง ต้องมาลงทะเบียนครอบครองที่สำนักงาน กสทช. เช่นกัน แต่การลงทะเบียนต่าง ๆ จะเป็นแบบฟอร์มภาษาไทย สามารถมอบฉันทะให้คนไทยดำเนินการแทนได้

7. สามารถเดินทางไปยังสำนักงาน กสทช. เขต/ภาค ได้ในเวลาราชการตั้งแต่ 08.30-16.30 น. หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่คอลเซนเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 1200

สศก.เผยผลศึกษา “บัตรคนจน” ของ ม.เกษตรฯ คาดจะสร้างมูลค่าทาง ศก.ของประเทศกว่าแสนล้าน ขณะที่ภาคเกษตรได้รับประโยชน์คิดเป็นมูลค่าทาง ศก.ถึง 2.1 หมื่นล้าน แนะรัฐพัฒนาทักษะทำงานและให้ทบทวนสิทธิแรงงานอายุ 15 ด้วย

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร ( KOFC) ได้ศึกษาวิเคราะห์โครงการประชารัฐสวัสดิการ 46,000 ล้านบาท ตามรายชื่อผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 11,431,681 คน ในจำนวนนี้เป็น เกษตรกรจำนวน 3,322,214 คน หรือประมาณ 30% ซึ่งจากวิเคราะห์ด้านการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางภาพรวม คาดว่าจะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 118,077.82 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาผลกระทบในภาคเกษตรจำนวน 3.32 ล้านคน ใช้งบประมาณ 13,368.59 ล้านบาท จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาคเกษตร 21,215.50 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ 21,134.27 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมูลค่า 70.73 ล้านบาท และส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้ม มูลค่า 10.50 ล้านบาท

นายวิณะโรจน์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาตามรายสาขา พบว่าสาขาการผลิตที่เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ การทำนา มูลค่า 8,542.02 ล้านบาท การเลี้ยงสัตว์ปีก มูลค่า 2,753.76 ล้านบาท การเลี้ยงสุกร มูลค่า2,270.93 ล้านบาท การทำไร่พืชตระกูลถั่ว มูลค่า 1,235.53 ล้านบาท และการปศุสัตว์ มูลค่า 1,177.83 ล้านบาท และมองว่าโครงการนี้เกิดประโยชน์ต่อภาคการเกษตร แต่ภาครัฐควรเน้นการแก้ปัญหาไปที่การพัฒนาความรู้ทักษะการประกอบอาชีพที่มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เป็นการพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืนแทน เพราะไม่เช่นนั้นโครงการนี้อาจจะสร้างภาระด้านงบประมาณของภาครัฐจำนวนมหาศาล และเห็นว่าในระยะต่อไปควรปรับแนวคิดจากรัฐสวัสดิการให้เป็นการพัฒนาทักษะเพื่อพัฒนาอาชีพ เน้นให้ผู้เดือดร้อนที่มีศักยภาพอยู่สามารถพัฒนาตนเองให้พึ่งตนเองได้ หรือกลับเข้าไปแข่งขันในตลาดแรงงานได้อย่างสมบูรณ์ ควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด และต้องกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่แจ้งข้อมูลเท็จ

นายกัมปนาท เพ็ญสุภา ผู้อำนวยศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เงื่อนไขของโครงการประชารัฐสวัสดิการ กำหนดให้สิทธิกับผู้มีรายได้น้อยตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติของผู้ใช้แรงงานที่กำหนดอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในต่างจังหวัด คนกลุ่มนี้ไม่มีสิทธิได้เข้าร่วมและต้องหางานทำ ในขณะที่ผู้มีอายุ 18 ปี ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่ผู้ปกครองมีรายได้ ทำให้การช่วยเหลือของโครงการนี้ไม่ตรงกับเป้าหมาย ดังนั้น รัฐบาลควรทบทวนกรณีนี้และควรพิจารณาไปถึงรายได้ของผู้ปกครองด้วย นอกจากนี้ เกษตรกรเป็นกลุ่มที่มีความชัดเจนว่ามีรายได้น้อยที่สุดในประเทศแต่มีสัดส่วนผู้ลงทะเบียนในโครงการนี้เพียง 30% เท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลไม่สะดวกที่จะเข้ามาลงทะเบียนหรือไม่ทราบข่าวสารเนื่องจากการประชาสัมพันธ์โครงการนี้ผ่านระบบโซเชียลมีเดีย ผู้ที่เข้าถึงส่วนใหญ่จึงเป็นนักศึกษาและผู้ที่อยู่ในเขตเมือง

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.กำลังเร่งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายรัฐบาล มีลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในการดูแล ธ.ก.ส.ประมาณ 6 แสนราย ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ให้กลุ่มลูกหนี้นอกระบบดังกล่าวทยอยเข้าอบรมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 315 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตและการบริหารการเงินแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีลูกหนี้นอกระบบผ่านการอบรมไปแล้ว 9.9 หมื่นราย โดยยังเหลืออีก 5 แสนราย ธ.ก.ส.จะเร่งตามกลุ่มดังกล่าวมาแก้ไขหนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นายอภิรมย์กล่าวว่า สำหรับการปล่อยกู้ป้องกันหนี้นอกระบบ รัฐบาลมอบหมายให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการวงเงิน 5,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ปล่อยกู้ไปแล้ว 4,658 ล้านบาท ใกล้เต็มวงเงินแล้ว ดังนั้น ในเดือนพฤศจิกายน ธ.ก.ส.จะเสนอไปยังคณะกรรมการธนาคารเพื่อขยายวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท รวมเป็น 10,000 ล้รานบาท ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบพบผู้เป็นหนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในการจ่ายสินเชื่อหนี้นอกระบบนั้นวงเงินไม่สูง เพราะวงเงินต่อรายไม่มาก นอกจากนี้ ในการจ่ายหนี้ต้องมีหลักฐานจากเจ้าหน้าชัดเจน รวมถึงต้องผ่านกระบวนการประนอมหนี้ก่อน

นายอภิรมย์กล่าวต่อว่า นอกจากการช่วยเหลือเรื่องหนี้นอกระบบแล้ว ธ.ก.ส.ยังมีวงเงินปล่อยสินเชื่อสร้างอาชีพเสริมสร้างรายได้ อีก 5,000 ล้านบาท โดยขณะนี้จ่ายสินเชื่อไปเพียง 16 ล้านบาท เนื่องจากเพิ่งเริ่มโครงการ โดย ธ.ก.ส.จะใช้เครือข่ายเกษตรกรหัวขบวนในแต่ละพื้นที่มาอบรมการสร้างอาชีพให้กับลูกข่าย หลังจากนั้น ธ.ก.ส.ให้เงินทุนไปดำเนินการ เช่น มีกลุ่มเกษตรกรหัวขบวนผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ส่งห้างสรรพสินค้า แล้วกำลังการผลิตไม่พอมาอบรมเพื่อสร้างเครือข่ายในการผลิตส่งไปยังห้าง ธ.ก.ส.จะปล่อยกู้ให้ลูกข่ายเพื่อไปลงทุน

นายอภิรมย์กล่าวว่า ส่วนการแจกจ่ายบัตรผู้มีรายได้น้อยนั้น ธ.ก.ส.มียอดบัตรต้องแจกจ่าย 6.1 ล้านใบ ขณะนี้แจกจ่ายไปแล้ว 5.08 ล้านใบ ยังเหลืออีกประมาณ 1 ล้านใบ ต้องแจกจ่าย พบว่าบางรายย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น ต้องรอเวลาให้กลุ่มคนเหล่านั้นกลับมารับบัตรยังสาขาที่ลงทะเบียนไว้ มีเวลารับบัตร 1 ปี

วันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ที่ยังคงขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จากน้ำเหนือ ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องอพยพขึ้นมาอาศัยหุงหาอาหาร และหลับนอนริมถนนแล้ว จำนวนกว่า 500 หลัง ซึ่งเป็นการใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก

ซึ่งวันนี้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย อ.สรรพยา ได้เปิดเผยตัวเลขความเสียหายล่าสุด มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้วจำนวน 42 หมู่บ้าน ใน 7 ตำบล บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมไปแล้ว 1,717หลัง รวมมีผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้วกว่า 5,100 คน

ส่วนการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา ล่าสุดตรวจสอบพบว่า ยังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่2,589ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นได้อีก 10 ซ.ม. ขณะที่ด้านเหนือเขื่อนระดับน้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 16.80 เมตร ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งเพียงเล็กน้อย ขณะที่ น้ำเหนือที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น วัดได้ 2,744 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่กรมชลประทานยังมั่นใจว่าในปีนี้จะไม่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมหนักเหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างแน่นอน

วันที่ 14 ตุลาคม 60 นายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา มีการปล่อยน้ำในระดับสูง ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมสูงในพื้นที่ 6 อำเภอติดแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย

ส่วนในแม่น้ำป่าสัก พบว่าเขื่อนพระรามหกปล่อยน้ำสูง จนระดับน้ำปริ่มตลิ่งใน 3 อำเภอ พบว่าเป็นกระแสน้ำที่ไหลแรง แต่ทั้ง 3 แม่น้ำยังมีการเดินเรือตามปกติ และมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ถึงความเดือดร้อนของคลื่นกระแทกจากเรือ ที่วิ่งสัญจรในแม่น้ำเข้าหาฝั่ง ที่เป็นบ้านเรือนซึ่งกำลังถูกน้ำท่วมอยู่

ทั้งนี้ได้ประสานงานกับเจ้าท่าภูมิภาค สาขาอยุธยา ออกประกาศแจ้งเตือนการเดินเรือในช่วงน้ำเหนือไหลหลาก ผ่านพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า 1.ให้เรือทุกลำ ที่วิ่งผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำป่าสัก ต้องใช้ความเร็วต่ำ บรรทุกไม่เกินน้ำหนัก และไม่เกินจำนวนเรือพ่วงที่กำหนด

2.เรือทุกลำที่ลอดผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ ต้องตรวจสอบความสูงของเรือ และระยะช่องลอดท้องสะพาน ด้วยช่วงนี้มีระยะห่างน้อยลง และห้ามแล่นเรือสวนกันตรงใต้สะพาน 3.ขอให้ปฏิบัติอย่าเคร่งครัด หากฝ่าผืนจะถูกจับปรับในอัตราโทษสูงสุด 5,000 บาท และเสนอพักใบอนุญาตเดินเรือนาน 6 เดือน

สำหรับเรือที่สัญจรผ่านในแม่น้ำนั้น พบว่ามี 3 กลุ่ม คือกลุ่มแรกเรือบรรทุกสินค้าแบบเรือยนต์ลากจูง กลุ่มที่สองเป็นเรือบริการนักท่องเที่ยวรอบเกาะเมือง และกลุ่มที่ 3 เรือเร็วและเรือเจ็ทสกี ซึ่งได้ประสานผู้นำกลุ่มและเครือข่ายไปแล้วเช่นกัน

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ตั้งแต่เวลา 23.00 น.ของวันที่ 13 ตุลาคม เกิดฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ก่อตัวในพื้นที่ตอนล่างเขตบางขุนเทียน ทำให้เวลา 23.30 น.เกิดฝนปานกลาง ก่อตัวในพื้นที่เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางพลัด ต่อมากลุ่มฝนในพื้นที่ได้ขยายตัวปกคลุมพื้นที่แนวน้ำและฝั่งธนบุรีทั้งหมดในลักษณะกลางถึงหนักเคลื่อนตัวทางทิศใต้และมีแนวโน้มคงที่

ประกอบกับกลุ่มฝนที่ปกคลุมบริเวณ จ.ฉะเชิงเทรา เคลื่อนตัวเข้าเขตหนองจอกในเวลา 00.30 น.กลุ่มฝนขยายตัวและรวมกับฝนในพื้นที่ เพิ่มกำลังเป็นฝนปานกลางถึงหนัก ปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด และค่อยๆ เคลื่อนตัวทางทิศทิศใต้ตอนบนฝั่งธนบุรี จนกำลังฝนสลายตัวและหยุดตกในเวลา 06.00 น.

จากเหตุการณ์ฝนตกวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุดได้ที่จุดวัดสำนักงานเขตพระนคร อยู่ที่ 203 มิลลิเมตร (มม.) สถานีสูบน้ำคลองมอญ เขตบางกอกน้อย 195 มม. สถานีสูบน้ำภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ 188 มม. จุดวัดคลองสนามชัย เขตจอมทอง 178 มม.และบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 177.5 มม.ตามลำดับ เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

กระทั่งในเวลาประมาณ 01.00 น.มีรายงานน้ำท่วมเร่งระบายบนถนนสายหลัก ทั้งหมด 55 จุด มีความสูงตั้งแต่ 10-40 เซนติเมตร มีความยาวตั้งแต่ 100-4,000 เมตร (ม.) และมีความกว้างของช่องจราจร ตั้งแต่สองเลน-เต็มผิวจราจรทั้งสองฝั่ง ได้แก่ 1.หมอชิตใหม่ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร 2.ตลอดสายถนนกำแพงเพชร 4 เขตจตุจักร 3.ตลาดพงษ์เพชร-ซอยชินเขต 4.ซอย8-10 ถนนจอมทอง เขตจอมทอง 5.ตลอดสายเซ็นต์หลุยส์ เขตสาทร 6.ซอยสุทธิพร 2 ถนนดินแดง เขตดินแดง 7.แยกมักกะสัน-ซอยจารุรัตน์ ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี 8.บ่อสูบตำมั่ว-ซอยบางขุนเทียน 9 ถนนบางขุนเทียนชายทะเล เขตบางขุนเทียน

9.ตลอดห้วยขวาง ถนนประชาสุข เขตดินแดง 10.ซอย 90-สำนักงานเขตทุ่งครุ ถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ 11.แยกสะพานควาย ถนนประดิพัทธ์ เขตพญาไท 12.แยก ณ ระนอง ถนนพระราม 3 เขตคลองเตย 13.หน้าช่อง 3 ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย 14.ถนนสุขุมวิท-แยกเกษมราษฎร์ ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย 15.แยกเกษตร ทั้งสองฝั่ง ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร 16.อ.ต.ก.-แยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร

17.หน้าสน.บางซื่อ-คลองบางซื่อ ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท 18.แยกพัฒนาการ-ซ.46 ถนนพัฒนาการสวนหลวง 19.หน้าตลาดบางแค ถนนเพชรเกษม เขตบางแค 20.คลองยายเพียร ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 21.เพชเกษม 37 ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 22.คลองประดู่ ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ

23.แยกมิตรสัมพันธ์-แยกอโศก ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี 24.ถนนวิทยุ-แยกประตูน้ำ ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี 25.แยกรัชโยธิน-แยกลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร 26.แยกโยธิน-ราชฏัชจันทร์เกษม ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง 27.แยกประตูน้ำ-ทางรถไฟ ถนนราชปรารภ เขตราชเทวี

28.ถนนราชวิถี บริเวณสวนสันติภาพ เขตดุสิต 29.ถนนราชวิถี บริเวณแยกซังฮี้ เขตดุสิต 30.ถนนราชวิถี บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เขตดุสิต 31.ถนนรามคำแหง บริเวณซอยรามคำแหง 1-5 เขตบางกะปิ 32. ถนนลาดพร้าว บริเวณคลองคุณเจ้าสิงห์ ถึงซอยลาดพร้าว 87 เขตลาดพร้าว

33 ถนนลาดหญ้า บริเวณโรบินสันเก่า ถึง องค์การโทรศัพท์ เขตคลองสาน 34.ถนนเลียบทางรถไฟ บริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน 35.ถนนวังทองหลาง บริเวณซอยลาดพร้าว 112 ถึงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตลาดพร้าว

36.ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณแยกลาดพร้าว-ถนนวิภาวดีฯขาเข้า เขตดินแดง 37.ถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้าวังสวนผักกาด เขตราชเทวี 38.ถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้า สน.พญาไท เขตราชเทวี 39.ถนนศรีอยุธยา บริเวณกระทรวงการต่างประเทศ เขตราชเทวี

40.ถนนสนามไชย บริเวณหน้าวัดโพธิ์ เขตพระนคร 41.ถนนสวนพลู บริเวณซอยสวนพลู 6 ถึงซอยนราธิวาสฯ 17 เขตสาทร 42.ถนนสวนพลู บริเวณซอยนราธิวาสฯ17 ถึง ถนนจันทน์เก่า เขตสาทร 43.ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยลาซาลถึงซอยแบริ่งขาออก เขตบางนา

44.ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยลาซาลถึงซอยแบริ่งขาเข้า เขตบางนา 45.ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยสุขุม 26 เขตวัฒนา 46.ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยสุขุมวิท 36 ถึงแยกอโศก เขตวัฒนา 47.ถนนสุขุมวิท บริเวณแยกอโศก-สะพานพระโขนง เขตวัฒนา 48.ถนนสุขุวิท บริเวณถนนสุขุมวิท 71 ถึงคลองแสนแสบ เขตวัฒนา 49.ถนนสุทธิสาร บริเวณอินทามระ 1 ถึง 29 เขต พญาไท 50.ถนนสุนทรโกษา บริเวณยก ณ ระนอง เขตคลองเตย

51.ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย เขตพระนคร 52.ถนนอโศกมนตรีตลอดสาย เขตวัฒนา 53.ถนนอิสรภาพ บริเวณตลาดพรานนก เขตบางกอกน้อย 54.ถนนเอกชัย บริเวณบริษัทกระทิงแดง เขตบางบอน และ 55.ถนนเอกมัย บริเวณถนนสุขุมวิทถึงคลองแสนแสบ เขตวัฒนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวลา 07.30 น.กทม.ได้เร่งระบายน้ำแห้งเป็นปกติ 17 จุด และคงเหลือน้ำเร่งระบายในช่วงเช้าอีก 38 จุด

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะบริหารจัดการน้ำ จังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาติดตาม สถานการณ์น้ำที่เขื่อนอุบลรัตน์ พบว่าวันนี้ปริมาณน้ำที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น วันนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 2,758 ล้าน ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 113 ของความจุอ่าง โดยในวันนี้เป็นวันแรกที่เขื่อนอุบลรัตน์ ได้เพิ่มการระบายน้ำ จากเดิมระบาย 34 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้เพิ่มการระบายเป็น 37 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะระบายสูงสุดในวันที่ 16 ตุลาคม เป็นวันละ 45 เมตร

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและ 2snaps.tv ให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งในส่วนของเหนือเขื่อนพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู และท้ายเขื่อนในพื้นที่ริมน้ำ ทั้งจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด จนถึงจังหวัดยโสธร มีมติของที่ประชุมให้ระบายน้ำเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ระบาย 34 ล้าน ลบ.ม. เป็น 37 ล้าน ลบ.ม. ในเวลา 06.00 น.ของวันที่ 13 ต.ค. จากนั้นเวลา เดียวกัน วันที่ 14 ต.ค.ให้ระบายเพิ่มเป็น 40 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 15 ต.ค.ระบาย 43 ล้านลบ.ม. และวันที่ 16 ต.ค.ระบาย 45 ล้าน ลบ.ม. จะคงไว้ที่ระดับ 45 ล้าน ลบ.ม. แต่ถ้าระดับความจุขยับถึง 183 ถ้าระบายน้ำ 45 ล้าน ลบ.น้ำพองน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตรจากปัจจุบัน อาจจะกระทบ ประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อน

เราพยายามให้ประชาชนชาวนา ให้เกี่ยวข้าวได้ก่อน เรียกได้ว่าให้เดือดร้อนน้อยที่สุด แต่ถ้าน้ำยังไหลเข้าต่อเนื่องจนเป็นอัตรายต่อเขื่อนก็ต้องปล่อยมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับสถานการณ์ที่ต้องประเมิน กันชั่วโมงต่อชั่วโมงในขณะนี้

ซึ่งจังหวัดเองนั้นต้องการให้ประชาชนได้ติดตามสถานการณ์น้ำกันอย่างใกล้ชิด เช่นกันโดยดูได้ทางทางเว็บของ โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในวันพรุ่งนี้เช้าจะมีการประชุม ด่วนของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น และพื้นที่ใต้ลำน้ำพองเพื่อพิจจารณาการขอเพิ่มการ ระบายน้ำ หลังยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนและใกล้จุดวิกฤติ

…แจ้งข่าวเด้อครับพี่น้อง ฝากแชร์ด้วยนะครับ #ด่วนที่สุด

ขณะนี้น้ำหลังเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มระดับขึ้นสูง รถต่ำๆ ไม่สามารถผ่านได้ เครื่องน็อคแล้วหบายคัน ฉนั้นอย่าเสี่ยงไปเลยครับ ให้ใช้ทางอ้อมเอาตามแผนที่ครับ

ตอนนี้เจ้าหน้าที่บำรุงทางหลวงชนบทหนองเรือ ได้ปิดเส้นทางแล้วครับ แอดได้คุยกับเจ้าหน้าที่ ตอนนี้ระดับน้ำสูงสุด 52 ซม. คาดว่าคืนนี้จะสูงขึ้นอีกครับ ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ท้องทะเลต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมาย ทั้งจากธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะการทำประมงเชิงพาณิชย์ ที่ทำให้ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลงจนใกล้จะวิกฤต

ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา จึงมีความพยายามฟื้นฟูทรัพยากรทางท้องทะเลขึ้น ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เล่าว่า สถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการทำประมงเกิดขึ้นเยอะมากแต่ระบบการควบคุมก็ยังไม่ดี คือไม่มีกฎกติกา ใครจะจับสัตว์น้ำยังไงก็ทำได้หมด ทำให้หลายคนก็ร่ำรวยขึ้นมาจากการทำประมงพาณิชย์ พอคนอื่นเห็นว่าดีก็ลงไปทำบ้าง ในที่สุดคนทำประมงก็เยอะจนทำให้ปลาหรือสัตว์น้ำไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ปริมาณก็ลดลง รวมถึงกฎหมายที่เก่าทำให้ควบคุมไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ได้มีการปรับปรุงแล้ว

เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับท้องทะเลไทย ซึ่งทางออกนอกจากจะต้องมีกฎหมายและการควบคุมที่ดีแล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่สำคัญ คือ “การอนุรักษ์ฟื้นฟู” ดังเช่นการสร้าง “แหล่งอาศัยทางทะเล” หรือ “ปะการังเทียม” ให้เป็นที่อยู่อาศัย ที่ป้องกันภัย เป็นแหล่งอาหารและแพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำ